Fic conan นกสีฟ้า (amuro x oc) กำลังรีไรท์

ตอนที่ 13 : Off to the Races

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

นกสีฟ้า

AMURO x OC

------------------------------------------------------

Off to the Races

 

My old man is a bad man but
I can’t deny the way he holds my hand
And he grabs me, he has me by my heart
He doesn’t mind I have a Las Vegas past
He doesn’t mind I have an LA crass way about me
He loves me with every beat of his cocaine heart

 

“การแก้แค้นอย่างนั้นเหรอ ?” เรย์ก้าวเข้ามา เขามองสบตากับคริสตี้ราวกับจะอ่านใจเด็กหญิง “เชื่อถือได้แค่ไหน ?”

“ที่สุด ทั้งจากประสบการณ์ตัวเองและจากการพิจารณา” เด็กหญิงเอ่ยตอบก่อนจะหลับตาลง สันติบาลหนุ่มอดหวนคิดไปถึงคืนที่เขาและเธอเจอกับยินไม่ได้ ร่างกายของคริสตี้เกร็งนิ่งซ้ำยังสัมผัสได้ถึงความต้องการฆ่าอย่างชัดเจน

ไม่อยากยอมรับแต่ความรู้สึกนั้นมันรุนแรงพอๆ กับที่เขาเจออากาอินั่นแหละ

แต่ปัญหาคือเด็กหญิงพยายามแล้วที่จะเก็บมันเอาไว้ แต่ขนาดพยายามจะเก็บความรู้สึกก็ยังคงส่งผ่านมาได้ขนาดนั้น แล้วไหนจะยินที่จ้องมองมาอย่างพิจารณาด้วยความไม่เป็นมิตรอีก ราวกับว่าเขากำลังพิจารณาว่าคริสตี้ใช่คนที่ตัวเองตามหาหรือไม่ สองคนนี้ไม่ถูกกัน และเหมือนว่าจะมีความแค้นต่อกันค่อนข้างมาก

องค์กรไหนกันที่มีปัญหากับพวกชุดดำ ?

อาจารย์ของคริสตี้เป็นอาชญากร แต่เธอเล่าว่าตัวเองอยู่ภายใต้สังกัดของรัฐบาล ?

“น้องสาวเธอเป็นใครกันเนี่ย ?” เรย์เอ่ยถามในหัวนั้นพยายามจะจับต้นชนปลาย มีอยู่บางครั้งที่เขาคิดเล่นๆ ว่าเด็กคนนี้จะเกี่ยวกับแฟนสาว ทว่าข้อมูลของแฟนสาวที่ตายไปแล้วกลับขาวสะอาดและไม่มีจุดบกพร่องใดๆ ชวนน่าสงสัยหรือยืนยันว่าข้องเกี่ยวกับหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กฎหมายใดๆ ทั้งสิ้นนอกจากนวนิยายที่เจ้าหล่อนเขียนขึ้น

“หนูก็เป็นน้องสาวพี่โทโอรุไงคะ” ไอรีนว่าพลางปล่อยให้สันติบาลทั้งสองคนคิดไปเองว่าเธอข้องเกี่ยวกับอาชญากรตัวท็อปของโลกหรือไม่

ความจริงแล้วก็ไม่ใช่ความลับถ้าเขาจะถาม เพราะถามไปก็เชื่อมโยงตัวตนจริงๆ เธอไม่ได้หรอก ทว่าที่ไม่ได้เล่าเพราะเขาไม่ถามเธอ มันจึงไม่มีความจำเป็นต้องเอ่ยขึ้นมาก่อน

และที่สำคัญที่สุด ใบหน้าของอดีตแฟนหนุ่มตอนครุ่นคิดดูดีมากๆ จนอยากให้ปล่อยงมหาต่อไปจริงๆ

“เข้าใจแล้วครับคุณน้องสาว” เรย์ยกมือยอมแพ้

ไอรีนยิ้ม ความจริงแล้วทั้งเรย์และคาซามิก็คาดเดาถูกครึ่งหนึ่ง เป็นความจริงว่าอาจารย์ของเธอคือตัวร้ายระดับท็อปของโลก และเป็นความจริงว่าเธอเคยได้กระทำเรื่องที่เลวร้ายมาบ้าง เรื่องราวก่อนที่จะได้เข้าร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษหญิงสาวนั้นเคยเป็นลูกศิษย์ของอาชญากรรรมตัวท็อป

 

มันเริ่มจากวันนั้นช่วงมหาวิทยาลัย ในช่วงเลิกคลาสเรียนจิตวิทยา

ผมเห็นนะครับ ในคลาสเรียนของผมช่วงต้นคลาส

อาจารย์ผู้สอนตรงเข้ามาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงรู้ทันในยามที่ไอรีนกำลังเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเพื่อไปเรียนในคลาสต่อไป หญิงสาวอยากจะแสร้งทำเป็นไม่สนแบบทุกที ตอนนี้เธอคือ คานาเอะ ยู เด็กหญิงจืดจาประจำมหาวิทยาลัย กระนั้นกลับไม่อาจทำได้เพราะดวงตาที่ราวกับกำลังรู้ทันของศาสตราจารย์มันทำให้ไอรีนรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาเสียดื้อๆ

เธอพยายามที่จะแสร้งไม่เข้าใจเกี่ยวกับความคิดของพวกฆาตกร ทำตัวราวกับเป็นคนปกติทั่วไปที่ไม่ควรเข้าใจในการกระทำของฆาตกรตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับฟังเกี่ยวกับวิธีการของพวกเขา

เด็กสาวนักศึกษาเสตาหลบ มันคือท่าทีที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ามีเรื่องปิดบัง และคนที่สอนจิตวิทยาแบบเขาคงไม่มีทางที่จะไม่รู้

            แต่รู้ไหมครับ เธอกับผมเหมือนกัน ?

            ‘เราเหมือนกัน ดังนั้นหากเธออยากจะเรียนการวิเคราะห์จิตของอาชญากรโดยเฉพาะ ผมสามารถสอนเธอได้ แต่แลกกันผมอยากให้เธอช่วยเหลือผม น้ำเสียงของคนอายุมากกว่าราวกับจะล่อลวง ทว่าไอรีนกลับไม่สนใจว่าตัวเองจะถูกล่อลวงเพราะสิ่งล่อตาล่อใจของเธอมีเพียงการวิเคราะห์จิตที่เขาพูดเท่านั้น

            ช่วยเหลือให้ผมก่ออาชญากรรมขึ้นมาหน่อย

การที่เธอจะเข้าถึงจิตใจอาชญากรได้ รวดเร็วและเป็นทางลัดที่สุดคือต้องอยู่ในสถานที่เกิดเหตุจริงไม่ก็ลองก่ออาชญากรรมขึ้นมา อาจารย์หนุ่มเอ่ยขึ้นในห้องเรียนกว้างที่มีเพียงไอรีนกับเขา ดวงหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความชรายังคงปรากฎร่องรอยความฉลาดและคล่องแคล่ว

ดังนั้นฉันจึงอยากให้เธอมาเป็นผู้ช่วยฉันเสียหน่อย แลกกันฉันจะสอนทุกอย่างที่ฉันเรียนรู้มาตลอดชีวิตให้เธอ และเมื่อเธอเดือดร้อนฉันจะไปหาอย่างแน่นอน

แต่นั่นก็แค่การที่เธอเป็นอาชญากรรม

แค่เล่นสนุกเล็กๆ น้อยๆ ยังไม่ถึงขั้นทำเรื่องที่ไม่ดีหรือเลวร้าย

ไอรีนฆ่าคนครั้งแรกหลังจากเข้าสู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ GIGN ต่างหากล่ะ

 

“หนูก็บอกข้อสันนิษฐานกับลักษณะคนร้ายพวกคุณไปแล้วหวังว่าจะไม่ต้องช่วยมากกว่านี้ใช่ไหมคะ ? ถ้าให้ช่วยมากกว่านี้หนูก็คงต้องถามแล้วว่าทางตำรวจญี่ปุ่นเองก็คงมีสิ่งที่เรียกว่าน้ำยาอยู่ใช่รึเปล่า” เด็กหญิงคนเดียวในห้องเอ่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหนือกว่าซ้ำยังเชือดเฉือน เอาคาซามิแทบกระอัก

ส่วนเรย์นั้นรู้สึกเข้าใจความรู้สึกของโจดี้ตอนที่เขาเอาเรื่องที่ว่าเอฟบีไอชอบก่อเรื่องเดือดร้อนมาพูดตอกหน้าเธอขึ้นมานิดหน่อย

อะไรเนี่ย กรรมตามทันเรอะ ?

แต่ไอรีนยังคงไม่หยุดแค่นั้น เธอยังอดเคืองเรื่องที่ถูกสงสัยว่าจะเป็นคนฆ่าลูกน้องของพวกเขาอยู่เพราะฉะนั้นเลยกล่าวต่อไปอย่างไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น

“จบเรื่องแล้ว จะได้ไม่โวยวายใส่เด็กสิบขวบและตีโพยตีพายไปเองอีก โอเคนะ ?”

เรย์ได้แต่ตบบ่าลูกน้องตัวเองดังปุคล้ายจะปลอบใจ

แต่ความจริงนั้น

“เข้าใจความชอกช้ำของฉันที่ต้องอยู่กับยัยเด็กปากร้ายคนนี้ทุกวันรึยังล่ะคาซามิ” กำลังสะใจที่มีเพื่อนร่วมเผชิญชะตากรรมสู้รบกับปากของคริสตี้ต่างหาก

ไอรีนสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามันคือการแก้แค้น ที่เหลือเธอยกให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในประเทศนี้เป็นฝ่ายตัดสินและตามหาคนร้าย เนื่องจากหญิงสาวเองก็ร่ายรายละเอียดไปอย่างชัดเจน ดังนั้นหากอาศัยวิธีการนอกกฎหมายเสียหน่อยเธอเชื่อว่าอีกไม่นานเรย์คงหาคนรู้จักของผู้ตายที่มีลักษณะตรงกับที่ตนเองพูดมาได้อย่างไม่ยากเย็น

เด็กหญิงจึงถอดถุงมือออกแล้วเก็บมันใส่กระเป๋ากันไม่ให้มีร่องรอยของตัวเองตกค้างอยู่ เรย์คล้ายอยากสอบถามอะไรเธอต่อ ถ้าให้เดาคงเป็นเรื่องกล้องนั่นว่ามันหายไปไหน กล้องและคลิปของเธอ ในเรื่องนี้ไอรีนไม่รู้จะแถอย่างไรดีไม่ให้ชายหนุ่มผิวเข้มหัวเสียในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าเอฟบีไอเป็นคนเอาไป

ทว่าก่อนที่ความซวยจะย่างกรายมาจากคำถามเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นขัด หญิงสาวในร่างเด็กลอบถอนหายใจโล่งอก

            “ขออนุญาตครับผม”

            เรย์และคาซามิขมวดคิ้วกับท่าทางของผู้มาใหม่

            พวกเขาเปิดประตูเอาไว้ ดังนั้นจึงรู้ดีว่าชายหนุ่มในชุดฮูดสีขาวสะอาดทำเพียงเคาะมือลงกับบานประตูเพื่อให้พวกตนรู้ตัวเท่านั้นว่าตนเองก็มาอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน มันไม่ใช่ท่าทางที่ทำเพื่อเป็นมารยาท แต่ดูขอไปทีและราวกับจะเรียกร้องความสนใจจากใคร

            ท่าทางกวนประสาท

แน่นอนว่าคาซามิไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ เขาดูเหมือนผู้ชายวัยกลางคน อาจเพราะการแต่งกายและการปล่อยเนื้อปล่อยตัวเพราะว่าแม้จะดูแก่แต่เจ้าตัวก็ยังกระฉับกระเฉงซ้ำยังคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เมื่อสบตากับหัวหน้ากึ่งคู่หูก็เป็นอันเข้าใจกัน เตรียมกันไม่ให้คนนอกเข้ามา ทว่าร่างเล็กๆ ของคริสตี้กลับพุ่งผ่านชายหนุ่มสองคนในห้องไปทันที

            “ไหนบอกจะรอใกล้ๆ นี่ไงล่ะ มาที่นี่ทำไม”

            “มานี่ก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่ได้เจอเธอในเวอร์ชั่นตั้งออกตั้งใจทำงานมานานแล้วนี่นา ตั้งแต่ถูกย้ายหน่วยเธอก็เป็นเหมือนพวกนินจาผลุบๆ โผล่ๆ เป็นพี่เซย์สองไปได้” อีกฝ่ายเอ่ยตอบ น้ำเสียงนั้นดูทั้งโล่งอกและจริงใจ มันเป็นเรื่องที่เสแสร้งกันไม่ได้เลย

            เซย์

            เรย์ขมวดคิ้วกับชื่อที่โผล่เข้ามาในบทสนทนา สันติบาลหนุ่มแสร้งทำเป็นดูนั่นนี่ในห้อง แต่ความทรงจำย้อนกลับยังสมัยที่ไอรีนแฟนสาวของเขายังอยู่

            ตอนที่เธอมานอนค้างเธอชอบละเมอในตอนเช้าว่า พี่เซย์ แล้วลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งน้ำตา

คนที่มาใหม่ย่อกายลงจับคริสตี้หมุนไปมาเพื่อสำรวจ ท่าทางราวกับว่าเป็นผู้ปกครองที่ไม่ได้พบลูกหลานมานานอย่างไรอย่างนั้น เพราะแบบนั้นทั้งเรย์และคาซามิจึงตกลงกันว่าจะรอดูสถานการณ์ไปก่อน เนื่องจากทั้งคู่เห็นว่าคริสตี้เองก็เคร่งเครียดและหวาดระแวงมานาน การที่ปล่อยให้เธอได้เจอคนคุ้นเคยคงพอจะทำให้เด็กหญิงหายเครียดและผ่อนคลายลงได้บ้าง

           

ให้ตายสิ ถ้าใครรู้ว่าเบอร์เบิ้นแห่งองค์กรใจดีขนาดนี้คง

 

“เงียบไปเลยน่า” น้ำเสียงคริสตี้เองก็ดูผ่อนคลายมากเช่นกัน

“นี่กลับไปเด็กกว่าที่คิดอีกแฮะ ถึงเธอจะเคยบอกมาแล้วรอบหนึ่งก็เถอะ แต่พอเห็นจริงๆ แบบนี้ก็ตกใจอยู่ดี เป็นไปได้ไหมที่เขายังไม่ตายเหมือนกันแต่กลายเป็นเด็กเหมือนเธอ” ชายหนุ่มคนนั้นยังคงกล่าวต่อ เขาเหมือนไม่ได้เอะใจกับท่าทางแข็งทื่อของเด็กหญิงด้วยซ้ำ

เรย์มองท่าทางนั้น

คริสตี้มีเรื่องปิดบังผู้ชายคนนั้นที่เป็นพวกตัวเอง ?

เขาไม่แน่ใจนัก แต่เพราะหลายอย่างของเด็กคนนี้คล้ายกับแฟนสาวที่ตายไปเหลือเกิน ทั้งที่ดูเปิดเผยแต่กลับมีอะไรซ่อนไว้มากมาย ในเรื่องที่เธออยากเก็บไว้ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์รู้ เธอจะดื้อ ดื้อที่จะไม่พูดและดื้อจนถึงที่สุด ดังนั้นเมื่อเห็นท่าทางนั้นเขาจึงพออ่านออกได้ไม่ยากเท่าไหร่

“ไม่ พี่เซย์น่ะตายแล้ว”

            เซย์ จะว่าไปมันก็เป็นชื่อที่เรย์ได้ยินเด็กหญิงหวีดร้องออกมาบ่อยๆ ยามที่ฝันร้ายเช่นกัน คราแรกชายหนุ่มไม่แน่ใจนัก แต่จากท่าทีของเธอต่อชื่อนี้และน้ำเสียงที่ยันมาอย่างมั่นใจว่าตายแล้วนั่นมันราวกับคนที่เห็นความตายของเจ้าของชื่อมาไม่มีผิด เห็นกับตาและมั่นใจ

“แต่มีคนบอกว่าพบพี่เซย์ที่ญี่ปุ่น-

“ไม่! เขาตายไปแล้ว ตาย ไป แล้ว!” ไอรีนตะคอก เธอคล้ายคนจิตทำเอาบรรยากาศห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เรย์มองดวงตาของเด็กหญิงที่มีแต่ความสิ้นหวัง

“คริสตี้” เรย์ส่งเสียงเรียกเธอ

แม้ไม่อยากจะเข้าไปแทรกการพูดคุยของใคร แต่ว่าบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กหญิงนั้นทำเอาผู้ปกครองปลอมๆ อย่างเขาอดห่วงไม่ได้จริงๆ

ความเงียบเกิดขึ้นพักใหญ่ ก่อนที่คริสตี้จะหันกลับมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาสมกับเป็นเด็ก เธอก็เป็นเสียอย่างนี้ ทั้งที่รู้ว่าชายหนุ่มรู้ว่าตนเองไม่ใช่เด็กแต่ก็ชอบทำเป็นอ่อนต่อโลกทุกที

“หนูขอไปคาเฟ่ใกล้ๆ กับที่นี่กับพี่ชายคนนี้แป๊บนึงนะคะพี่อามุโร่ ?”

“เอาสิ อีกชั่วโมงนึงเดี๋ยวไปรับ พอไหม?” คนผมบลอนพยักหน้าเป็นการตอบรับพร้อมเอ่ยถาม

“พอค่ะ” เด็กหญิงยิ้มก่อนจะพากันหันหลังเดินออกไปกับชายหนุ่มผู้เข้ามาใหม่ และไม่แนะนำตัวคนนั้น สันติบาลผมบลอนเองก็หันตัวกลับเพื่อพูดคุยแผนการเรื่องรัมและแผนเกี่ยวกับการตามจับคนร้ายในคดีนี้ต่อกับคาซามิ แต่ทว่าเพราะอยู่ในองค์กรมานานซ้ำยังถูกฝึกมาอย่างดีในสมัยเป็นตำรวจ ซ้ำประตูเองก็เปิดอยู่จึงเผลอไปได้ยินเข้า

บทสนทนาของคริสตี้กับชายแปลกหน้าคนนั้น

I told You…

You can not with have a healthy relationship with people who are wearing a mask

แฟนของฉันเขาเป็นคนไม่ดี
แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่ายามที่เขากุมมือฉัน
เขาก็ได้กุมหัวใจของฉัน
เขาไม่สนว่าฉันจะมีอดีตที่ลาส เวกัส
เขาไม่สนว่าฉันจะมีอดีตที่สกปรกในลอสแองเจิลลิส
เขารักฉันในทุกๆ จังหวะหัวใจที่เต้นรัวราวกับกำลังใช้โคเคน


TBC.

------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #55 icesupicha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 20:57

    หู้ยยย ประโยคเด็ดนี้มาอีกแล้วว

    #55
    0
  2. #18 581412 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 21:39
    อยากอ่านต่อแล้ววว
    #18
    0