Fic conan นกสีฟ้า (amuro x oc) กำลังรีไรท์

ตอนที่ 1 : You can be the boss

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    17 ก.ค. 63

นกสีฟ้า

AMURO x OC

------------------------------------------------------

You can be the boss

 

You taste like the fourth of July

Malt liquor on your breath, my, my

I love you but I don’t know why…

 

2 ปีก่อน : ญี่ปุ่น

“ครั้งนี้จะไปอเมริกาเหรอ ? ไหงงานของเธอมันต้องไปนั่นไปนี่เยอะจังเลยล่ะโทโอรุคุง ?” น้ำเสียงสงสัยของหญิงสาวผู้อยู่ข้างกาย ฟุรุยะ เรย์ บริเวณที่นั่งคนขับดังขึ้น เธอหรี่ตามองแฟนหนุ่มคล้ายกำลังจับผิด ดวงตาสีม่วงสดดูงดงามขณะเดียวกันก็ดูไม่เหมือนดวงตาของคนเต็มไปด้วยความจับผิด แม้จะไม่จริงจังนักก็ตามที เจ้าหล่อนปัดปอยผมสีทองสว่างอันเป็นเครื่องหมายบ่งชัดอย่างดีว่าเป็นชาวต่างชาติ ความเงียบก่อตัวขึ้นมาเสียดื้อๆ จนทำเอาเรย์อดไม่ได้ที่จะเสตาหลบด้วยความประหม่า

ชายหนุ่มยังคงทำใจเย็นขับรถไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางที่เธอคอยบอกพร้อมครุ่นคิดหาคำแก้ตัว แม้จะไม่มั่นใจว่ามันจะสำเร็จอีกครั้งก็ตามที เพราะเขานั้นใช้สารพัดข้ออ้าง ทั้งซ้ำบ้างทั้งไม่ซ้ำจนเหมือนว่าทากิซาวะ ไอรีนชักจะรู้ทันขึ้นมาเสียแล้ว

“ไม่เอาแบบว่างานเลี้ยงวันเกิดพวกลูกเศรษฐีหรือผู้ช่วยเชฟคนเก่าท้องเสียแล้วนะ มันซ้ำแล้ว”

            นั่นไงล่ะ


คนผมบลอนทองแอบเหงื่อตก

จะให้บอกยังไงว่างานของเขาคือสายลับของหน่วยงานความมั่นคงแห่งประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่ผู้ช่วยเชฟอย่างที่เคยได้บอกเจ้าหล่อนไว้ และที่สำคัญตอนนี้ยังแฝงตัวเข้าไปทำงานให้องค์กรอันตรายอีกต่างหาก

 

แค่การเอาตัวตนของ อามุโร่ โทโอรุ ให้มีคนรักนี่ก็ออกจะล้ำกฎที่ตั้งไว้กับตัวเองไปแล้ว

ดังนั้นบอกไม่ได้ ให้ตายก็บอกไม่ได้!

 

 “ฉันก็ไม่อยากคิดหรอกนะคะ แต่นี่มันไม่ใช่ว่าโทโอรุคุงกำลังหาเรื่องนอกใจฉันอยู่หรอกนะ” คนรักที่อายุมากกว่าสองปีเอ่ยต่อ แม้น้ำเสียงของเธอจะไม่ได้แฝงไว้ด้วยความกดดัน หรือว่าจริงจังกระนั้นมันก็แอบแฝงไว้ด้วยการต้องการคำตอบอยู่ในทีอยู่ดี ซึ่งเรย์ไม่คิดรำคาญหรือโกรธเลยแม้แต่น้อยที่โดนซักไซ้ กลับกันเขารู้สึกผิดเสียด้วยซ้ำที่ไม่อาจบอกอะไรเธอได้

เพราะนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้วตั้งแต่คบกัน ที่เขาคนนี้มักโกหกเธออย่างสม่ำเสมอ

“เปล่านะ ไม่มีทาง ไม่ใช่เรื่องนอกใจเด็ดขาด ผมพูดจริงนะ” รีบเอ่ยออกไปก่อนที่สาวเจ้าจะคิดมาก สันติบาลหนุ่มใจเต้นแรง เขาไม่ได้อยากให้ทุกอย่างมันพังทั้งๆ ที่ประคองความสัมพันธ์มาได้สองปีหรอกนะ

 “ถ้าแบบนั้นก็ อาจจะกำลังโกหกอะไรอยู่ ?”

“เปล่าสักหน่อย ก็แหม เซฟเขายุ่งมากๆ แถมได้รับเชิญไปทำอาหารพิเศษที่ร้านที่ต่างประเทศบ่อยๆ นี่นา ขอโทษจริงๆ แต่เอาไว้กลับมาแล้วจะชดเชยให้ ทั้งวันเกิดของคุณและวันครบรอบเลย” เรย์กล่าว ท่าทางของเขานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด มันไม่ใช่การหลอกลวงแต่เป็นความรู้สึกจริงๆ เพราะงานในครั้งนี้ที่ต้องไปอเมริกาเหมือนว่าจะใช้เวลานานมากจนไม่แน่ใจว่าจะกลับมาฉลองครบรอบปีที่สามด้วยกันทันหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ วันเกิดเธอที่กำลังจะถึงนี้ไม่ทันไปแล้วหนึ่ง

“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจ มือหนึ่งยกขึ้นนวดข้างขมับ แม้จะอยากงอแงให้มันจริงจังกว่านี้หน่อยแต่นั่นก็ไม่เหมาะกับสาววัยใกล้สามสิบ อย่างเธอเท่าไหร่ ดวงตาสีม่วงหลุบลงตัดสินใจถอยแค่นี้เมื่อเห็นว่าคนรักไม่มีทีท่าจะบอกความจริง “เอาเถอะค่ะ แต่โทโอรุคุงต้องตั้งใจทำงานเข้านะคะ อย่ามัวแต่ใจลอยจนได้แผลกลับมาแบบทุกทีล่ะ งานผู้ช่วยเชฟของเธอนี่อันตรายจริง กลับมากี่ครั้งๆ ก็เจ็บทุกที คนคอยทำแผลแบบฉันมันใจหายนะคะที่ต้องเจอแฟนตัวเองในสภาพไม่สู้ดีเลยแบบนั้น”

ไอรีนกำชับออกไปโดยเน้นหนักที่คำว่าให้ตั้งใจทำงาน

เกือบสามปีที่คบกันมาก็มีบ้างที่หญิงสาวจะรู้สึกเหงาและท้อกับการรอยามที่คนรักบอกว่าไปทำงานแต่กลับไม่สามารถติดต่อได้ เขาในช่วงที่ไปทำงานเรียกได้ว่าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จนบางทีก็นึกอยากจะบอกเลิกให้มันรู้แล้วรู้รอด

แต่ว่าสำหรับเธอแล้ว อามุโร่ โทโอรุ ก็ดันเป็นคนที่สมควรได้รับความรักมากจริงๆ เขาเป็นเหมือนกับแสงสว่างของเธอ เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แม้โทโอรุจะพูดบ่อยๆ ว่าเขาไม่ใช่พระอาทิตย์ก็ตาม

เธอก็ไม่ได้บอกว่าเขาคือพระอาทิตย์

แต่เป็นหิ่งห้อยในคืนอากาศหนาวหลังฝนซาต่างหาก

“ผมจะระวังนะครับ จะพยายาม”

“อื้อ ถือว่าพูดแล้วนะคะ”

แถมที่หายไปเธอก็เชื่อว่าเขาหายไปทำงานเสียด้วยสิ แค่เป็นงานที่ไม่ใช่ผู้ช่วยพ่อครัวอย่างที่เจ้าตัวพร่ำบอกเธอเอาไว้ก็เท่านั้น

ใช่ เธอรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ช่วยพ่อครัวอะไรนั่น

เขาคงลืมว่าแม้เธอจะผลันตัวมาเป็นนักเขียนแต่ก็เรียนจบอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์มา ซ้ำยังเรียนควบจิตวิทยาโดยตรงอีกต่างหาก ดังนั้นไม่มีทางสังเกตและไม่ไม่ทางไม่รู้ว่ามันมีอะไรแปลกๆ ในตัวของคนรักตัวเอง

นิสัยที่ระแวดระวังสม่ำเสมอ ชีพจรที่มักผิดจังหวะยามโกหก สิ่งที่สื่อสารออกมาทางกายภาพหรือแม้กระทั่งบาดแผลที่ชอบอ้างว่ามีดบาด อุบัติเหตุจากการทำงาน

 

นั่นน่ะมันรอยที่ได้จากการต่อสู้

 

เธอเคยคิดอะไรที่มันแฟนตาซีอย่างว่าเขาเป็นหน่วยรบพิเศษไว้เหมือนกัน แต่นั่นมันก็คงไม่ต่างจากบทละครที่ตัวเองเขียนเสียเท่าไหร่ และอีกอย่างถ้าใช่จริงๆ เขาก็เป็นหน่วยรบพิเศษที่ว่างงานมากพอดู

“ทำไม ผมไม่อยู่คุณจะเหงาเหรอ ?”

เรย์เอ่ยเย้าเมื่อพบว่าอยู่ๆ แฟนสาวก็ดันมีสีหน้าเศร้าหมองขึ้นมาเสียอย่างนั้น สันติบาลหนุ่มอยากจะจอดรถแล้วปลอบเธอเสียเดี๋ยวนั้นเพื่อเป็นการชดเชยความผิด

แต่ขืนจอดคนที่จะด่าเขาไม่ใช่รถคันหลังที่ตามมาแน่ๆ แต่เป็นสาวเจ้านี่แหละที่จะฟาดเขาเข้าให้ข้อหาทำอะไรตามใจตัวเองบนท้องถนนและอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

บางทีเขาก็คิดเหมือนกัน

ว่าคนรักสาวค่อนข้างจะเคร่ง ซ้ำยังค่อนข้างที่จะรู้เรื่องกฏหมายต่างๆ เป็นอย่างดีจนน่าแปลกใจ แต่พอถามไปเจ้าหล่อนก็ยิ้มหวานแล้วบอกว่าศึกษาไว้เพื่อเขียนนิยายก็เลยไม่ติดใจสงสัย

แต่ว่านะ

เธอเคร่งกว่าตำรวจแบบเขาเสียอีก

“แล้วฉันจะเหงาไม่ได้เหรอ ? หรือว่าตอนฉันไม่อยู่โทโอรุคุงไม่เหงาเลยล่ะคะ ?” ไอรีนสวนกลับทันทีด้วยท่าทางจริงจัง น้ำเสียงของเธอไม่ได้แฝงไว้ด้วยความโกรธหรือตัดเพ้อแต่อย่างไร

มันเหมือนว่า

หยอกมาก็หยอกกลับ

อ่า

ผู้หญิงคนนี้นี่จริงๆ เลย!

ดวงตาสองคู่มองสบกันราวกับจะวัดใจ ก่อนที่จะเป็นฝ่ายชายหนุ่มอายุน้อยกว่าที่จะต้องเสหลบไปด้วยความเขินอาย เรียกเสียงหัวเราะใสดังก้องกังวานจากคนงามได้เป็นอย่างดี

“ขอโทษ” น้ำเสียงที่คนหนุ่มเอ่ยตอบนั้นอ้อมแอ้ม “ผมก็คิดถึงคุณแล้วก็เหงาเหมือนกันตอนที่คุณไปทำงาน”

ไม่ว่าจะอย่างไร ฟุรุยะ เรย์ ในวัยยี่สิบเจ็ดก็แพ้ทาง ทากิซาวะ ไอรีน ในวัยยี่สิบเก้าเสมอ ตั้งแต่ตอนจีบที่ทั้งที่ตั้งใจว่าจะจีบเธอแต่กลับโดนจีบเสียเองไปตลอดจนการรุกเข้าหานั่นนี่ กว่าจะรู้ตัวก็เหมือนว่าถอนตัวจากผู้หญิงคนนี้ไม่ขึ้นเสียแล้ว

“โทโอรุคุงนี่น่ารักจังเลยน้า” ไอรีนหัวเราะจนตาหยี “จริงๆ ฉันจะบอกว่าถ้าเธอไปทำงาน ฉันก็มีงานยาวที่ฝรั่งเศสตอบไม่ได้เหมือนกันว่าจะเสร็จตอนไหน ดังนั้นไม่ต้องรู้สึกผิด แค่เอาเป็นว่าถ้างานเธอเสร็จก็โทรมาหานะ โอเคมั้ย ?”

“เดี๋ยว งานเหรอ คุณไม่เห็นบอก อย่าบอกนะว่าที่วันนี้เก็บกระเป๋าเนี่ยเพราะว่าจะเดินทางไปเลย!?” คนอายุน้อยกว่าถึงคราวตกใจบ้างกับเซอร์ไพร์สที่ไม่ทันตั้งตัวนี้ ปกติทั้งเขาและเธอถ้ามีงานจะบอกกันล่วงหน้า โดยเฉพาะกับไอรีน

“เที่ยวบินบ่ายนี้ค่ะ เพราะงั้นที่ให้เธอพามาที่นี่ก็เพราะว่าอยากกินขนมด้วยกันก่อนไปไงล่ะ อ๊ะ” หญิงสาวเฉลยก่อนร้องอุทาน มือชี้ไปยังคาเฟ่ซึ่งถูกตกแต่งด้วยสีฟ้าพาสเทลดูแล้วน่ารักไม่หยอกที่กำลังจะถึงในอีกหนึ่งช่วงตึก “ร้านนั้นค่ะโทโอรุคุง”

สันติบาลหนุ่มจอดรถหน้าร้านที่แฟนสาวต้องการ เขาขยับริมฝีปากคล้ายอยากจะพูดอะไรกับเธอ แต่กลับไม่สามารถทำได้ แม้จะอยากเค้นถามว่าทำไมตัดสินใจกะทันหัน หรือถามว่าทำไมบอกระยะเวลาที่จะไปไม่ได้ แต่ก็ติดตรงกลัวเจอเธอสวนกลับมา

ว่าเขาเองก็ไม่เคยตอบได้เหมือนกันยามที่ถูกถาม

สุดท้ายจึงได้แต่เดินตามเข้าไป แล้วคว้ามือของไอรีนมากระชับเอาไว้หลวมๆ หญิงสาวเงยหน้ามองเขาก่อนจะยกมือของเขามาจูบเบาๆ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ ฉันรู้สึกผิดเลยนะ”

“ผม

ไม่ใช่แค่เขาที่กำลังเขินอาย แต่คนอื่นๆ ในร้านที่เห็นการกระทำของไอรีนก็หน้าแดงตามพร้อมอุทานออกมาเบาๆ ในความใจกล้าของเธอ เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก แม้จะรู้ดีว่าไอรีนค่อนข้างที่จะชอบเข้าถึงเนื้อถึงตัวคนอื่น และไม่ค่อยขี้เขินแบบสาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เลยรุกเขาบ่อยๆ แต่เขาก็ไม่ชินเสียที

“ฉันสั่งเผื่อนะคะ หรือโทโอรุคุงอยากได้อะไรเพิ่มเติมไหมคะ ?”

“ไม่ครับ ไอรีนสั่งมาก็พอแล้วล่ะ”

หญิงสาวไม่ค่อยชอบกินขนมหวาน แต่ก็เริ่มมากินเพราะเขาเป็นคนกินของหวาน เธอมักไปคาเฟ่กับเรย์บ่อยๆ ดังนั้นจึงรู้จักขนมหลายชนิดและรู้ดีว่าแฟนหนุ่มนั้นจะสั่งอะไร

เธอเดินมานั่งที่โต๊ะซึ่งเรย์ผละตัวออกไปจองเอาไว้ก่อนจะนั่งที่ตรงกันข้ามเขา ก่อนจะรอให้แฟนเด็กเปิดปากพูดมาก่อนเพราะดูแล้วเขาอยากบอกอะไรบางอย่างกับตน

แต่สุดท้ายคนรักที่เด็กกว่าก็ไม่กล้า

เธอไม่ว่าเขาหรอก

 

เข้าใจดีว่าการไม่พูดไม่ได้มันเป็นอย่างไร

 

ไม่ใช่แค่ไม่กล้า ไม่ใช่แค่ขี้ขลาด แต่มีเหตุผลที่ทำให้พูดออกไปไม่ได้ เหตุผลที่สักวันหวังว่าจะมีโอกาสได้เข้าใจ

“ให้ผมไปส่งที่สนามบินอะไรครับ ?”

“อ๋า” หญิงสาวร้องออกมาอย่างนึกได้ มือเรียวยกขึ้นทาบแก้ม “ลืมบอกเลยจ้ะ ว่าเพื่อนของฉันจะไปส่งเอง ดังนั้นแล้วไม่ต้องไปส่งหรอก เราแค่กินขนมรอเขาไปพลางๆ เท่านั้นแหละ”

ฟุรุยะ เรย์ ไม่ใช่คนขี้หึง

แต่ว่า

“ผมรู้จักหรือเปล่าครับ ?”

“จริงๆ ก็ไม่ เขาเป็นลูกค้าและเพื่อนน่ะ ฉันพึ่งตกลงกับเขาเรื่องนิยายที่เขาต้องการจะนำไปทำละครเพลงได้ และต้องไปกำกับบทด้วยตัวเองน่ะ เขาก็เลยมารับฉันให้ไปฝรั่งเศสด้วยกัน”

มารับไปฝรั่งเศส

“เขาอยู่ญี่ปุ่นเหรอครับ ?”

สันติบาลหนุ่มหรี่ตามอง เขาคิดว่าถ้าคำตอบของไอรีนคือคนคนนั้นอยู่ฝรั่งเศสก็คงจะไม่ไว้วางใจมากนัก ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นไกลกันจะตาย ถ้าเจรจาธุรกิจกันปกติแค่ส่งตั๋วเครื่องบินมาก็พอ แต่นี่ถึงกับมารับนี่มันออกจะเกินหน้าเกินตาไปหน่อย

ไม่ เขาไม่ได้ไม่ไว้ใจแฟนสาว

“ฝรั่งเศสสิโทโอรุคุง”

“ผู้ชายหรือผู้หญิงครับ ?”

แต่ไม่ไว้ใจคู่กรณีต่างหาก ต่อให้แฟนของเขาไม่คิดอะไรก็ใช่ว่าเธอจะห้ามไม่ให้คนอื่นคิดกับเธอได้

กระนั้นพอเขาถามคำถามสุดท้ายออกไปไอรีนก็เลิกคิ้ว ก่อนใบหน้างดงามจะขยับยื่นเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน “นี่โทโอรุคุง”

“ครับ

“หึงเหรอคะ ?”

ประโยคนี้เธอไม่เอ่ยมาก็ดี พอเอ่ยขึ้นมาคนถูกจับได้ก็เลิ่กลั่ก เรย์กระแอมกระไอแก้เก้อก่อนจะเหลือบตามองหญิงสาว

แล้วหึงได้ไหมล่ะครับ ?”

“เธอก็ได้รับสิทธิ์นั้นนานแล้วนี่คะ”

ไอรีนตอบกลับมา ไร้ความลังเลทำเอาแฟนหนุ่มของเธอดูแล้วจะเขินหนักกว่าเดิม ผิวสีแทนของเขาเข้มขึ้นเสียจนน่าเอ็นดูในสายตาหญิงสาว ไอรีนหัวเราะให้กับภาพนั้นและหวังว่าตัวเองจะสามารถมองภาพนี้ไปได้อีกนานแสนนาน

“โทโอรุคุง”

ทั้งๆ ที่ตั้งใจว่าจะไม่ให้น้ำเสียงมันเศร้าเกินไป แต่เธอก็พลาดไปเสียแล้ว แฟนหนุ่มมองสบตาเธอ ก่อนยื่นมือของเขามากอบกุมมือของเธอเอาไว้แล้วบีบเบาๆ คล้ายกับกำลังปลอบใจแม้จะไม่รู้ว่าเธอกำลังเศร้าเรื่องอะไรอยู่ก็ตามที

“ฉันน่ะ ชอบโทโอรุคุงนะคะ ชอบที่สุดเลยล่ะ”

ชั่วขณะนั้นคนถูกบอกชอบไม่สามารถเอ่ยโต้ตอบอะไรกลับไปได้ เมื่อได้มองสบตากันเรย์รู้สึกผิดเหลือเกินที่ไม่สามารถบอกชื่อจริงๆ ของตนเองแก่เธอได้

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ ?”

แต่เขาก็หวังไว้

“แค่สังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ดังนั้นอยากให้โทโอรุคุงรู้เอาไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าเธอจะรับรู้อะไรมาแต่ว่าความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอมันคือของจริงนะคะ”

หวังว่าสักวันหนึ่ง วันที่เรื่องทุกอย่างจบลงเขาจะให้เธอได้บอกรักเขาในชื่อที่เป็นของเขาจริงๆ ไม่ใช่ตัวตนที่ใช้บังหน้า ไม่ใช่ตัวตนที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงแบบนี้

“ผมก็ชอบไอรีนครับ ชอบคุณมากแบบที่ไม่คิดว่าจะชอบใครขนาดนี้มาก่อน ชอบมากกว่าใคร ดังนั้นไม่ว่าจากนี้จะเป็นอย่างไรก็อยากให้รับรู้ว่าเหมือนกันว่าความรู้สึกที่ผมมีให้คุณมันไม่ใช่เรื่องโกหกเลย”

ถ้าเพื่อเธอ

ถ้าเพื่อความปลอดภัยของเธอ

เขายอมที่จะสร้างหน้ากากหลอกลวงขึ้นมาไม่ว่จะกี่โฉมหน้าเขาก็ยินยอม ไม่ว่าจะต้องหลอกลวงเธอมากมายแค่ไหนก็ตาม แค่ขอให้เธอปลอดภัย แค่ขอให้องค์กรตามรอยมาไม่เจอเธอก็พอ

ครั้งหนึ่งมีคนเคยถามเขาว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต เมื่อก่อนเขาสามารถตอบได้ทันทีว่าประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้ก็ยังคงคำตอบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“ไว้ทำงานเสร็จก็กลับมาบ้านของเรากันนะครับ”

นั่นเป็นเพราะในประเทศนี้มีคนที่เขารักที่สุดอาศัยอยู่นั่นเอง

 

 

รสชาติของตัวคุณเหมือนกับวันที่สี่ ในเดือนมิถุนายน

กลิ่นของเหล้ามอลต์คลุ้งอยู่ในลมหายใจของคุณ

ฉันรักคุณนะแต่ไม่รู้ทำไม


TBC.

----------------------------------------------------------

ทุกคนต้องรู้ว่านางเอกเรื่องนี้รุกเก่ง- แค่กๆ ฝากเอ็นดูยัยไอรีนของเราด้วยนะคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #47 icesupicha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 19:36

    งือออ อารมณ์ดิ่งตามเลย

    #47
    0
  2. #36 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 16:53
    เริ่มมาอารมณ์เหมือนหนังมิสเตอร์แอนมิสซิสสมิท ฮาาา ต่างคนต่างมีโฉมหย้าที่ไม่เปิดเผยให้กันและกันได้รู้ 😆
    #36
    0
  3. #3 Blue_sapphire? (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 13:17
    ไม่นะะ สงสารคุณฟุรุยะ
    ติดตามนะคะ❤️
    #3
    0
  4. #2 정화_pc (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 22:58

    คงไม่เป็นแบบที่ชั้นคิดหรอกนะ🤔

    #2
    0
  5. #1 Ploy Parita (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 20:04
    รออ่านตอนต่อไปนะ~
    #1
    0