เซียนกระบี่

ตอนที่ 79 : DE-79

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    20 ส.ค. 63

บุรุษในชุดยาวสีฟ้าทิ้งร่างลงสู่พื้นดินที่เบื้องหน้าของจี้หนิง ผมยาวสยายพลิ้วไหวไปตามสายลม “ข้าแซ่มู่ นามว่าเซียว ผู้อื่นเรียกข้าว่าปรมาจารย์มู่”

“คารวะปรมาจารย์มู่” จิตใจของจี้หนิงค่อยสงบลง ฝ่ายตรงข้ามเมื่อยินยอมประกาศนาม แสดงว่ายังให้ความเอ็นดูเขาอยู่บ้าง จึงรีบกล่าวว่า “ขอบคุณท่านปรมาจารย์ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หากมารร้ายนี้หลบหนีไปได้คงก่อเกิดเป็นเภทภัยตามหลังไม่สิ้นสุด”

มู่เซียวยิ้มพลางส่ายศีรษะ “ข้าสมควรเป็นฝ่ายขอบคุณเจ้าจึงจะถูก ข้าใช้เวลาหลายเดือนสืบเสาะหาแหล่งกบดานของเป่ยจื้อชาน แต่เมื่อติดตามมาจนถึงที่นี้กลับถูกค่ายกลพิสดารของมันกั้นขวางไว้ ข้าไม่มีความชำนาญในศาสตร์แห่งค่ายกลจึงได้แต่ดักรออยู่ด้านนอก คิดไม่ถึงว่าจะเป็นโอกาสให้เห็นเจ้าแสดงฝีมือ”

จี้หนิงนิ่งอึ้งไป ที่แท้ปรมาจารย์มู่ผู้นี้คอยเฝ้าคุมเชิงอยู่ด้านข้างตลอดเวลา?

มู่เซียวหยุดทอดถอนใจก่อนกล่าวต่อ “ข้าเองก็เพิ่งพบเห็นเจ้าหลังจากที่ค่ายกลหมอกดำถูกทำลายลง เจ้าไม่เพียงมีความรู้ในวิชาค่ายคูประตูกลอย่างลึกซึ้ง การที่เจ้าอาศัยลำพังตัวคนเดียวกวาดล้างนักรบเกราะเต๋าระดับเหนือธรรมชาติและเอาชัยเหนือเป่ยจื้อชาน ก็นับว่าเหนือความคาดหมายของข้ามากนัก”

“ความสามารถอันต่ำต้อยไหนเลยคู่ควรต่อคำชื่นชม หากทราบว่าท่านปรมาจารย์อยู่ที่นี้ ข้าคงไม่กล้าลงมือแต่แรกแล้ว” จี้หนิงรีบกล่าวถ่อมตน

“ระดับฝีมือที่แท้ของเจ้าคือระดับตำหนักม่วงหรือเหนือธรรมชาติ?” มู่เซียวจ้องมองจี้หนิงก่อนเอ่ยปากถาม เขาที่เป็นผู้ชมดูอยู่ด้านข้างย่อมแจ่มใสกว่า มีเรื่องราวมากหลายที่ไม่สามารถอธิบายได้ หากบอกว่าจี้หนิงเป็นสาวกตำหนักม่วง

“ข้ายังไม่ได้จัดตั้งตำหนักม่วงขึ้นในร่าง” จี้หนิงบอกกล่าวตามความสัตย์

“มิน่าเล่า… เพลงกระบี่ของเจ้าลึกล้ำสูงส่งทั้งยังบรรลุถึงความรู้แจ้งแห่งเต๋า หากว่าเจ้ามีความสำเร็จในระดับตำหนักม่วงจริง พลังกระบี่ที่เจ้าสำแดงออกจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้อีกมากนัก ผีดิบขนดำหรือแม้แต่เป่ยจื้อชานล้วนไม่อาจสร้างปัญหาให้แก่เจ้าได้ แต่เจ้ากลับต้องรับมือกับพวกมันด้วยความลำบากยากเย็น ข้าจึงตั้งข้อสงสัยขึ้นมา”

“ทว่าการที่เจ้าซึ่งมีความสำเร็จเพียงระดับเหนือธรรมชาติ แต่กลับมีพลังแห่งจิตอันยิ่งใหญ่จนสามารถควบคุมกระบี่วิเศษหลายร้อยเล่มได้เช่นนั้น ก็นับว่าหาได้ยากยิ่งเช่นกัน”

จี้หนิงผงกศีรษะรับ เขาไม่คิดปิดบังในเรื่องนี้ อันที่จริงในตำนานเรื่องราวที่เขาเคยอ่านผ่านตาก็มีเรื่องของยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติบางคนที่สามารถใช้พลังแห่งจิตได้เช่นกัน

“ข้ามีพลังแห่งจิตที่เข้มแข็งและสามารถแบ่งใจเป็นสองทางได้ตั้งแต่เกิด จวบจนบรรลุถึงความรู้แจ้งแห่งเต๋าข้าจึงสามารถใช้พลังแห่งจิตตานุภาพได้”
………

เมื่ออยู่ต่อหน้าปรมาจารย์หมื่นสำแดงที่สามารถบดขยี้เขาลงได้อย่างง่ายดาย จี้หนิงไม่กล้าปิดบังอำพรางความสามารถของตน ทั้งยังลอบคาดหวังว่าการเปิดเผยพรสวรรค์ที่แท้จริงออกไปจะช่วยสร้างความประทับใจให้แก่อีกฝ่าย

“ข้ายังมีเรื่องอีกประการที่คิดสอบถาม” มู่เซียวมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าราวกับกำลังพินิจหยกที่ยังไม่ผ่านการเจียระไนก้อนหนึ่ง “ที่เจ้าฝึกปรือคือประกายชาดเก้าชั้นฟ้าใช่หรือไม่?”

“ถูกต้องแล้ว” จี้หนิงรับคำ

มู่เซียวเปล่งเสียงหัวเราะอย่างสบอารมณ์ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร เหตุใดจึงออกตามล่าเป่ยจื้อชาน?”

จี้หนิงสั่นศีรษะ เขาไหนเลยทราบเรื่องเช่นนั้นได้

มู่เซียวกล่าวอย่างเปิดเผยว่า “ข้าเป็นสมาชิกของหน่วย ‘องครักษ์มังกรวรุณ’ แห่งจักรวรรดิเซี่ย ภารกิจในครั้งนี้คือติดตามล่าสังหารเป่ยจื้อชาน”

จี้หนิงแม้คาดเดาแต่แรกว่าอีกฝ่ายมีความเป็นมาอันใหญ่หลวงยังอดตื่นตะลึงมิได้ เมื่อครั้งที่อยู่ริมทะเลสาบอสรพิษเหินหาว บิดามารดาของเขาเคยเล่าว่าองครักษ์มังกรวรุณเป็นหน่วยงานที่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่กล้าล่วงเกิน สมาชิกในสังกัดล้วนเป็นสุดยอดฝีมือที่ขึ้นตรงต่อจักรวรรดิเซี่ย จัดเป็นหนึ่งในสองมหาอำนาจภายในมณฑลปกครองไร้ระลอกแห่งนี้เคียงคู่กับกองกำลังส่วนตัวของข้าหลวงมณฑลปกครองที่หยั่งรากฝังลึกมาเป็นเวลานาน

“จี้หนิง” มู่เซียวกล่าวสืบต่อ “องครักษ์มังกรวรุณเป็นหน่วยงานที่เข้มแข็งที่สุดหน่วยงานหนึ่งในจักรวรรดิเซี่ย ไม่มีชนเผ่า ชาติตระกูล หรือค่ายสำนักใดที่จะสามารถเทียบได้ ชนเผ่าของผู้ที่ได้รับการยินยอมให้เข้าร่วมจะได้รับความคุ้มครอง ดินแดนในรัศมีหนึ่งหมื่นกิโลเมตรที่ร้องขอจะได้รับการปกป้องจากหน่วยงานองครักษ์มังกรวรุณตราบใดที่คนผู้นั้นยังอยู่ในสังกัด และอีกหนึ่งพันปีนับจากวันที่คนผู้นั้นตายไป ผู้ที่กล้ารุกรานเขตแดนดังกล่าวจะถูกล่าล้างอย่างถอนรากถอนโคน”

“คำพูดของปรมาจารย์มู่นับว่าช่วยให้ข้าได้เปิดหูเปิดตา เพียงเสียดายที่ข้าไม่มีวาสนาได้เป็นสมาชิกของหน่วยองครักษ์มังกรวรุณ” จี้หนิงหัวเราะเบาๆ

มู่เซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ากำลังจะถามเจ้าอยู่พอดีว่า สนใจที่จะเข้าเป็นหนึ่งในองครักษ์มังกรวรุณหรือไม่?”

“ข้าหรือ?” ดวงตาของจี้หนิงเบิกกว้าง “ข้า… ข้าเพิ่งบรรลุระดับเหนือธรรมชาติเท่านั้น ต่อให้ต้องการเข้าร่วมเพียงใด ก็ยังอ่อนแอเกินไปอยู่ดี”

“ปัญหามิได้อยู่ที่ความเข้มแข็งหรืออ่อนแอ เจ้าอาจจะยังไม่พร้อมที่จะเข้าร่วมในตอนนี้ แต่พวกเราก็มีกองกำลังสำรองเช่นเดียวกับค่ายสำนักต่างๆ หน่วยกำลังสำรองนี้เป็นสถานที่ฝึกสอนอัจฉริยะทั้งหลาย เพื่อรอการเลื่อนชั้นขึ้นเป็นองครักษ์มังกรวรุณในวันข้างหน้า”

“เมื่อเข้าร่วมกับกำลังสำรอง เจ้าจะสามารถเข้าถึงเคล็ดวิชาระดับสูงตลอดจนเทพวิชาต่างๆ แน่นอนว่านี่มิใช่แค่ร้องขอก็เข้าร่วมได้ ผู้ที่จะเข้าร่วมจำเป็นต้องผ่านการทดสอบที่ไม่ธรรมดา เพียงแต่ว่าที่เจ้าฝึกปรือคือเคล็ดวิชากายาเทพอสูรอันดับหนึ่ง ผู้ที่สามารถบรรลุประกายชาดเก้าชั้นฟ้าระดับเหนือธรรมชาติจะสามารถเข้าร่วมกำลังสำรองได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการทดสอบ”

“นั่นสืบเนื่องมาจากผู้ที่สามารถฝึกปรือประกายชาดเก้าชั้นฟ้าล้วนเป็นยอดอัจฉริยะเหนือธรรมดา” มู่เซียวหยุดทอดถอนใจชมเชยอีกคราหนึ่งจึงกล่าวต่อ
“เฉกเช่นเดียวกัน แม้องครักษ์มังกรวรุณจะรับเพียงผู้บรรลุระดับหมื่นดาราร่วมสำแดงเข้าสังกัด แต่ผู้ฝึกประกายชาดเก้าชั้นฟ้าถึงระดับตำหนักม่วงขั้นสูงสุดก็อาจได้รับพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ตัวของข้าเองนั้นต้องรอจนเข้าถึงระดับหมื่นดาราร่วมสำแดงขั้นสูง กว่าที่จะผ่านการคัดเลือก”

ระดับหมื่นดาราร่วมสำแดงขั้นสูงจึงผ่านการคัดเลือก? จี้หนิงทำได้เพียงรับฟังจนปากอ้าตาค้าง
………

ท่ามกลางนักรบเกราะเต๋านับพันที่ยังคงหวาดหวั่นจนไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ เงาร่างสองสายพุ่งลงมาจากบนท้องนภา วิหคอัคคีฟ้าและอสรพิษดำในร่างจำแลงของมนุษย์รีบรุดเข้าหาจี้หนิง

“จงรีบไปช่วยเหลือท่านอาจารย์เมิ่งหยูและคนอื่นๆ ข้ายังมีเรื่องสำคัญต้องสนทนากับผู้อาวุโสท่านนี้” จี้หนิงรีบสั่งการ

“ทราบแล้ว” สัตว์อสูรทั้งสองทราบสถานการณ์เป็นอย่างดี ต่างรีบแยกย้ายออกทำตามคำสั่ง

จี้หนิงเองถึงแม้จะกังวลเรื่องอาการป่วยของมารดาแต่ยังไม่กล้าเสียมารยาท นอกจากนี้เขายังมีเจตนาจะเชื้อเชิญสุดยอดฝีมือผู้นี้ร่วมทางไปยังเมืองเขตปกครองตะวันตกด้วยกัน

“ขอเพียงเข้าร่วมกับพวกเราอนาคตของเจ้าจะทอดยาวไกลไร้สิ้นสุด” มู่เซียวยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมต่อไป “ลองใคร่ครวญดูให้ดี หากตัดสินใจเข้าร่วมก็จงรีบเดินทางกลับไปร่ำลาญาติมิตร ข้าจะนำเจ้ากลับไปยังนครไร้ระลอกด้วยตัวของข้าเอง”

จี้หนิงตกตะลึงไปอีกครั้ง เขารีบกล่าวถามว่า “ท่านปรมาจารย์มู่ ข้าเกรงว่าเงื่อนไขของการเข้าร่วมคงไม่เพียงแค่นี้เท่านั้น?”

“นั่นย่อมแน่นอน” มู่เซียวพยักหน้า “เมื่อเข้าร่วมกับกองกำลังสำรอง เจ้าจะไม่มีสิทธิ์เดินทางออกจากยอดเขาอันเป็นที่ตั้งจนกว่าจะบรรลุระดับตำหนักม่วง”

เมื่อเห็นท่าทีงุนงงของจี้หนิง มู่เซียวจึงอธิบายว่า “หน่วยองครักษ์มังกรวรุณแห่งนครไร้ระลอกตั้งอยู่บนยอดเขาอันโดดเดี่ยวลูกหนึ่ง กองกำลังสำรองก็ตั้งอยู่ที่นั่นเช่นกัน เมื่อเจ้าได้เลื่อนขึ้นเป็นองครักษ์มังกรวรุณเต็มตัวจึงสามารถรับภารกิจ เดินทางลงจากเขา และเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระโดยปราศจากข้อผูกมัด แต่หากไม่สามารถบรรลุถึงระดับตำหนักม่วง เจ้าก็ต้องฝึกปรือจนสิ้นอายุขัยอยู่บนยอดเขานั้นเอง”

จี้หนิงผงกศีรษะรับทราบแต่ในใจกลับลอบครุ่นคิด “ข้ามีนิเวศน์ใต้วารีอยู่แล้ว ผู้อมตะจูหัวเมื่อสามารถอาศัยพลังของนิเวศน์จนมีพลังใกล้เคียงกับผู้อมตะสวรรค์และดำรงชีวิตอยู่ได้หลายล้านปีแม้จะเป็นเพียงแค่ผู้อมตะเสเพล ภายในนิเวศน์คงต้องซุกซ่อนความลับและพลังอันยิ่งใหญ่เอาไว้ เมื่อใดที่ข้าบรรลุพลังระดับตำหนักม่วง ข้าจะต้องกลับเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง ข้าไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนเข้าร่วมกำลังสำรองอะไรนั่นในตอนนี้”

“เจ้ายังลังเลอันใดอีก? ทอดตาทั่วเทือกเขานางแอ่นไม่มีสถานที่ใดที่จะช่วยให้ผู้มีพรสวรรค์เช่นเจ้ารุดหน้าไปกว่านี้ได้อีกแล้ว”

“ขอบคุณท่านปรมาจารย์” จี้หนิงครุ่นคิดต่ออีกครู่หนึ่งจึงกล่าว “แต่ท่านคงได้ยินแล้วว่ามารดาของข้านั้นกำลังป่วยหนัก ข้าคงไม่อาจเดินทางไปที่ใดได้ในตอนนี้”

มู่เซียวผงกศีรษะ “เมื่อเป็นเช่นนั้นข้าก็จะไม่บีบบังคับเจ้า สิ่งนี้คือป้ายสัญลักษณ์ขององครักษ์มังกรวรุณ ในอนาคตหากเจ้าประสบเรื่องยุ่งยากใด จงเดินทางสู่นครไร้ระลอกและแสดงมันออกเพื่อขอพบข้า” เขายื่นส่งป้ายสี่เหลี่ยมสีดำที่สลักเป็นรูปมังกรวรุณให้แก่จี้หนิง

“ขอบคุณท่านปรมาจารย์” จี้หนิงรีบรับป้ายสัญลักษณ์มา “ทว่าจี้หนิงยังมีเรื่องประการหนึ่งที่คิดบังอาจร้องขอ”

มู่เซียวหัวเราะเสียงดัง “ตอนแรกข้าคิดตอบแทนความดีความชอบที่เจ้าช่วยเหลือข้ากำจัดเป่ยจื้อชานแห่งภูเขามังกรหิมะด้วยการชักนำเจ้าเข้าสู่กำลังสำรองขององครักษ์มังกรวรุณ แต่เจ้ากลับปฏิเสธ ข้ากำลังกลุ้มใจที่ไม่อาจคิดหาหนทางตอบแทนในรูปแบบอื่นได้อยู่พอดี จงว่ามาเถิด ขอเพียงกระทำได้ข้าย่อมรับปากเจ้า”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น