เซียนกระบี่

ตอนที่ 75 : DE-75

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    20 ส.ค. 63

ต่อให้ไม่มีคำสั่งจากผู้เป็นอาจารย์ บุรุษสตรีทั้งหกก็ทราบดีว่าพวกมันไม่อาจปล่อยให้จี้หนิงหลุดรอดออกไปได้

เมื่อค่ายกลหมอกดำที่รายล้อมรอบถูกทำลายลง หากจี้หนิงสามารถส่งข่าวออกไป ไม่เพียงแค่ตระกูลจี้ แต่ชาติตระกูลมหาอำนาจแห่งเทือกเขานางแอ่นทั้งหมดจะต้องส่งกำลังเข้ามากวาดล้างพวกมันอย่างแน่นอน ดังนั้นพวกมันจำเป็นต้องแย่งชิงธงค่ายกลกลับคืนมาและสังหารจี้หนิงลงให้จงได้

จี้หนิงเองก็ไม่รีรอรีบเก็บธงค่ายกลเข้าสู่สมบัติวิเศษแล้วอาศัยปีกโลหะบนหลังเร่งความเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันก็ควบคุมพลังอัคคีให้เกิดเป็นทะเลเพลิงแผดเผาเหล่าทาสผู้ลงทัณฑ์อย่างไร้ความปรานี

เงาร่างสามสายพลันพุ่งเข้าสกัดกั้นร่างของจี้หนิงจากในหมู่ทาสรับใช้

“ยอดฝีมือเหนือธรรมชาติ?” จี้หนิงอาศัยท่าร่างและพลังจู่โจมคาดคำนวณระดับความสามารถของฝ่ายศัตรู ยอดฝีมือเหล่านี้เป็นสมควรเป็นบริวารของเป่ยจื้อชานที่กระจายอยู่ในหุบเขา

จี้หนิงไม่มีความจำเป็นต้องหลบหลีก อาศัยท่าร่างปีกวายุเร่งความเร็วเข้าหาหนึ่งในนั้นซึ่งเป็นชายร่างใหญ่ที่ใช้ค้อนเป็นอาวุธ

ในชั่วพริบตาชายร่างใหญ่ก็ร่วงลงไปนอนบนพื้น สองมือกดกุมบาดแผลบนหน้าอกที่ถูกกระบี่ทะลวงเข้าตัดขั้วหัวใจ อึดใจถัดมาประกายกระบี่ที่สองก็แลบลั่นพร้อมกับศีรษะของยอดฝีมืออีกผู้หนึ่ง ศัตรูที่หลงเหลือเป็นคนสุดท้ายถูกท่ากระบี่ของจี้หนิงสะกดจนระย่อ หันกายหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
………

จี้หนิงในยามนี้มีสภาพไม่ต่างไปจากเทพมรณะทวงวิญญาณ พริบตาเดียวก็สังหารสัตว์อสูรรับใช้และบริวารระดับเหนือธรรมชาติของเป่ยจื้อชานไปอีกสิบกว่าคน

ภาพทะเลเพลิงที่ลุกฮือโหมและซากศพของยอดฝีมือเหนือธรรมชาติฝ่ายตน ทำให้ศิษย์ทั้งหกตกอยู่ในสภาพกระอักกระอ่วนเป็นอย่างยิ่ง พวกมันทราบดีว่าต่อให้เพิ่มพวกมันเข้าไป ผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังคงเป็นเช่นเดียวกัน คือเสียชีวิตภายในไม่กี่กระบวนท่า!

“ขบวนรบเกราะเต๋ามังกรสมุทร!”

เมื่อได้ยินศิษย์คนที่เจ็ดส่งเสียงร้องเตือนสติ ศิษย์ผู้พี่ทั้งห้าของมันค่อยนึกถึงไพ่ตายเช่นนี้ออก รีบส่งเสียงร้องเรียกออกไปเช่นกัน

ร่างของคนทั้งหกและยอดฝีมือเหนือธรรมชาติที่หลงเหลือพลันปรากฎชุดเกราะสีดำสนิทห่อหุ้มเอาไว้ ในขณะที่นักรบเกราะเต๋าในชุดสีเขียวจำนวนนับหมื่นโผพุ่งออกมาจากถ้ำภูเขารอบกายอย่างหนาแน่นถี่ยิบราวกับพายุฝนสาดซัดลงสู่พื้นดิน อักขระอาคมจากชุดเกราะเปล่งประกายเจิดจ้าดึงดูดพลังแห่งธรรมชาติเข้าสู่ขบวนรบ

จี้หนิงแม้ลงมืออย่างคลุ้มคลั่งแต่ยังไม่ไร้สติ จดจำออกได้ในทันทีว่านักรบในชุดเกราะสีเขียวนับหมื่นและในชุดเกราะสีดำอีกสิบกว่าคนที่คุกคามเข้าหาตนเองเป็นเรื่องราวใด เขาตัดสินใจอย่างฉับพลันว่าไม่อาจปล่อยให้พวกมันรวมพลังเข้าด้วยกันโดยสมบูรณ์

“พวกเจ้าทุกคนต้องตาย!”

พายุน้ำแข็งทะเลอัคคีกวาดท่วมไปทั่วบริเวณ จี้หนิงทุ่มเทปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาในคราเดียว

“ระวังตัวไว้ รีบจัดตั้งรูปขบวน”

นักรบเกราะเต๋ากว่าหมื่นคนแยกย้ายจัดตั้งรูปขบวนขึ้นเป็นหมวดหมู่ ดึงดูดพลังแห่งธรรมชาติก่อกำเนิดเป็นลักษณ์แห่งมังกรสมุทรขึ้นต่อต้านกับพลังเหนือธรรมชาติของจี้หนิง ในขณะที่นักรบจำนวนไม่น้อยสูญเสียชีวิต อีกหลายขบวนยังสามารถต้านทานเอาไว้ได้ทันท่วงที ส่วนนักรบเกราะดำระดับเหนือธรรมชาติต่างรอคอยจังหวะเวลาที่จะจัดตั้งรูปขบวนขนาดใหญ่ขึ้น

จี้หนิงรับรู้ถึงความคับขันของสถานการณ์ เมื่อครั้งที่เขาเข้ารับการทดสอบในนิเวศน์ใต้วารี เพียงยักษาเหนือธรรมชาติทั้งเก้าก็จัดการกับเขาจนมือไม้ปั่นป่วน ไหนเลยปล่อยให้ยอดฝีมือเหล่านี้จัดตั้งรูปขบวนจนสำเร็จได้

“กลีบบงกชวารีอัคคีจู่โจม!” กลีบบงกชวารีอัคคีจำนวนเก้าชุดปรากฎขึ้นล้อมรอบยอดฝีมือเหนือธรรมชาติจำนวนเก้าคน หกในเก้าถูกบดสังหารทันทีในขณะที่อีกสามคนได้รับบาดเจ็บล่าถอย

ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าสั่นขวัญสะท้านวิญญาณของยอดฝีมือเหนือธรรมชาติที่หลงเหลือ การจู่โจมจากระยะไกลที่สามารถสังหารยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติถึงหกคนพร้อมๆกัน พวกมันกระทั่งนึกฝันยังไม่เคยนึกฝันถึง

ซึ่งความจริงการบาดเจ็บล้มตายของยอดฝีมือทั้งเก้าส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากความประมาทของพวกมันเอง พวกมันสามารถทนรับการโจมตีจากทะเลเพลิงน้ำแข็งเอาไว้ จึงไม่ได้ใส่ใจระวังป้องกันกลีบบงกชวารีอัคคีอย่างสุดความสามารถตั้งแต่แรก

“รีบจัดตั้งรูปขบวนพญามังกรสมุทร!” ศิษย์น้องเจ็ดไม่เสียทีที่เป็นคนโปรดของท่านอาจารย์ มันยังคงเป็นคนแรกที่ควบคุมสติไว้ได้ รีบออกคำสั่งและเชื่อมต่อพลังของตนเข้ากับนักรบเกราะเขียวจำนวนหนึ่งพันคน

นักรบเกราะดำคนอื่นรีบปฏิบัติตาม ลักษณ์แห่งมังกรสมุทรขนาดใหญ่ทยอยปรากฎเพิ่มบนท้องฟ้าจนมีจำนวนถึงแปดตัว เพียงแต่นักรบจำนวนมากถูกจี้หนิงสังหารไปตั้งแต่แรก พวกมันจึงทำได้เพียงจัดรูปขบวนใหญ่บ้างเล็กบ้าง ไม่อาจจัดตั้งรูปขบวนพันคนที่เป็นลักษณ์อันสมบูรณ์ขึ้นมาได้ทั้งหมด

“บัดซบ นักรบเกราะเต๋าถูกเข่นฆ่าจนเหลือไม่ถึงเก้าพันคนทำให้ไม่อาจจัดตั้งรูปขบวนพญามังกรสมุทรได้ ไม่เช่นนั้นพวกเราสมควรสับสังหารมันได้อย่างไม่มีปัญหา”

“แต่ไม่ว่าอย่างไร วันนี้มันก็ยังต้องตายอยู่ดี”
………

ภายในห้องลับใต้หุบเขา

เปลวเพลิงสีเขียวยังคงลุกโชนอยู่เหนือกระถางโบราณ ธงสี่เหลี่ยมสีแดงเลือดยังคงโบยบินอยู่ท่ามกลางวิญญาณของภูตพยาบาทจำนวนนับไม่ถ้วน เป่ยจื้อชานผู้ชั่วร้ายนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินใหญ่ด้วยใบหน้าอันโกรธเกรี้ยว

“คิดไม่ถึงว่าจี้หนิงผู้นี้กลับสามารถทำลายค่ายกลของข้าลงได้” ที่ผ่านมามันอาศัยการหลบหนีและหลีกเร้นร่องรอยเพื่อซื้อเวลาในการจัดสร้างสมบัติวิเศษ เมื่อปราศจากค่ายกลที่เป็นหัวใจหลัก สถานที่แห่งนี้ย่อมไม่ปลอดภัยสำหรับการกบดานอีกต่อไป

ตอนนี้สิ่งที่จำเป็นต้องกระทำโดยเร่งด่วนคือการหยุดยั้งพิธีกรรมลงชั่วคราว แม้ว่านั่นจะหมายถึงการสูญเสียภูตพยาบาทที่เพียรจัดสร้างไปบ้างก็ตาม แต่มันก็ไม่อาจหักโหมหยุดยั้งในทันที มิเช่นนั้นตัวมันนั่นเองที่จะพบจุดจบ ถูกภูตพยาบาทที่สูญเสียการควบคุมรุมกัดกิน

มันต้องการเวลามากกว่านี้…

“นายท่าน เราสูญเสียนักรบเกราะเต๋าจนมีจำนวนต่ำกว่าเก้าพันนายแล้ว” หนึ่งในอสูรรับใช้ของมันส่งกระแสจิตรายงานมาอย่างร้อนรน

“เป็นไปได้อย่างไร!?” อารมณ์พลุ่งพล่านที่เพิ่งถูกสะกดลงของเป่ยจื้อชานระเบิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อไม่อาจก่อตั้งรูปขบวนพญามังกรสมุทร จี้หนิงมีโอกาสสูงลิ่วที่จะหลบหนีไปได้

ผืนธงสีแดงเลือดสะบัดไหวอย่างรุนแรง ภูตพยาบาทจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายในดิ้นรนอย่างรุนแรงหมายฉวยโอกาสหลบหนีออกมาเพื่อระบายความแค้นต่อผู้ที่จัดสร้างมัน

“บัดซบ” เป่ยจื้อชานระงับสติลงอีกครั้งอย่างยากเย็น มันหยิบโลงศพสีดำออกจากถุงขนาดเล็กโยนลงบนพื้น โลงสีดำพลันขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกับฝาที่เลื่อนเปิดออก

รัศมีชั่วร้ายน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งออกมาจากภายใน ผีดิบตนหนึ่งใช้กรงเล็บที่มีขนรุงรังจับขอบโลงดันร่างลุกขึ้นนั่ง ดวงตาเขียวปัดทอประกายในความมืด

ผีดิบขนสีดำรุงรังกระโดดออกจากโลง พลังแห่งความตายสีดำปกคลุมทั่วร่างเข้มข้นจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า พลังแห่งความตายประเภทนี้เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวลไม่เว้นแม้แต่สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ผีดิบตนนี้เป็นไพ่ตายที่เป่ยจื้อชานทุ่มเททรัพย์สมบัติและความสามารถอย่างมากมายจัดสร้างขึ้นจากศพของสาวกตำหนักม่วง

“เข่นฆ่าให้สิ้นซาก ไม่อาจปล่อยให้มันหลบหนีไปได้!” เป่ยจื้อชานตวาดสั่ง

ผีดิบส่งเสียงคำรามตอบรับในลำคอ มันสมกับเป็นอาวุธลับที่เป่ยจื้อชานหวังพึ่งพา ในร่างครึ่งเป็นครึ่งตายนอกจากคงพลังฝีมืออันสูงล้ำ ยังรักษาสติปัญญาบางส่วนเอาไว้ สามารถเข้าใจคำสั่งของเป่ยจื้อชานและแยกแยะศัตรูออกจากฝ่ายของตน

ร่างขนสีดำรุงรังก้าวเดินออกจากห้องลับ อาศัยการกระโดดเพียงครั้งเดียวก็ออกพ้นจากทางอุโมงค์สู่พื้นดินภายนอก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น