เซียนกระบี่

ตอนที่ 74 : DE-74

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

วิหคอัคคีฟ้าโผลงสู่พื้นดิน ‘ผู้เฒ่าเก้าอัคคี’ ก้าวลงจากหลังของมันอย่างไรไม่มีผู้ใดเห็นชัดตา แต่ในชั่วพริบตาร่างในชุดยาวสีเทาก็ยืนอยู่ที่หน้าห้องพักของอู่ฉีเซวียแล้ว

“ยี่ฉวน” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีเผยรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกสงบสันติ ภาพลักษณ์ของมันในตอนนี้บันดาลให้ผู้คนคาดคิดไม่ถึงเป็นอันขาดว่านิสัยอันวู่วามราวเปลวเพลิงของมันเมื่อเกือบสี่ร้อยปีก่อนตอนที่มันมีอายุราวหนึ่งร้อยปีเป็นเช่นใด เวลาอันเนิ่นนานที่ผ่านพ้นชะล้างตัวตนของมันเช่นเดียวกับเรื่องราวชื่อเสียงของมันให้จางหาย จนหลงเหลือเพียงในตำนานเรื่องเล่าของตระกูลไม่กี่เรื่อง

“ท่านผู้นำตระกูล” ประกายตาของจี้ยี่ฉวนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นร้อนรน “ภรรยาของข้า… นาง…”

“ผู้บัญชาการฮัวเล่าให้ข้าฟังมาบ้างแล้ว” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีผงกศีรษะ “ให้ข้าได้พบนางเถิด”

จี้ยี่ฉวนเบี่ยงกายเปิดทางให้ชายชราเข้าสู่ห้อง ส่วนอู่ฉีเซวียพยายามดิ้นรนลุกขึ้นจากเตียงเพื่อย่อกายทำความเคารพ

“ร่างกายของเจ้ายังอ่อนแออยู่มากนัก ยังคงนอนพักก่อนเถิด นี่มิใช่เวลาจะมาใส่ใจกับระเบียบพิธีการอันไร้ค่า”

เมื่ออู่ฉีเซวียนอนลงเรียบร้อยอีกครั้ง ผู้เฒ่าเก้าอัคคีจึงลากเก้าอี้มาตั้งที่ข้างเตียงแล้วหลับตาลง ยื่นมือออกแตะตรวจที่ข้อมือของนางภายใต้สายตาห่วงกังวลของจี้ยี่ฉวน พลังแสงสีแดงแผ่ออกปกคลุมร่างของอู่ฉีเซวียเอาไว้ราวกับนางกำลังนอนอยู่ในกองเพลิง

เวลาผ่านไปราวชั่วน้ำเดือดแสงสีแดงจึงได้จางหาย ผู้เฒ่าเก้าอัคคีลืมตาขึ้นกล่าวกับจี้ยี่ฉวน “ต้นเหตุของอาการหยั่งรากฝังลึก โอกาสทุเลาหายดียากที่จะเกิดขึ้นได้”

ใบหน้าของจี้ยี่ฉวนซีดขาวไร้สีเลือด

ชายชราทอดถอนใจกล่าวต่อ “ครั้งนั้นภรรยาของเจ้าที่เป็นสุดยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติกลับได้รับบาดเจ็บจนพื้นฐานพลังฝีมือถูกกระทบกระเทือน หากตอนนั้นนางยินยอมรับการรักษาทันทียังอาจจะพอมีหนทางทุเลาลงได้ ทว่านางกลับตัดสินใจใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามจนร่างกายถูกทำร้ายซ้ำสอง ทำให้ไม่มีหนทางรักษาอื่นใดนอกจากได้รับยอดโอสถยืดอายุขัยสำหรับสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ”

“ยอดโอสถยืดอายุขัยสำหรับสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ?” จี้ยี่ฉวนและภรรยาหันมาสบตากัน อู่ฉีเซวียรีบกล่าวขึ้นว่า “ท่านไม่ต้องคิดมากไปแล้ว ข้ารู้สภาพร่างกายของตัวเองดี”

ยอดโอสถยืดอายุขัยทั่วไปนั้นแม้ว่าจะมีราคาสูงเทียมฟ้า แต่หากจี้ยี่ฉวนยินยอมเสียสละทรัพย์สินทั้งมวลที่มีบวกกับหยิบยืมส่วนที่เหลือจากตระกูลจี้ เขายังพอจะมีความหวังในการได้ครอบครอง ปัญหากลับอยู่ที่คำ ‘สิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ’

คิดยืดอายุขัยของผู้คนต้องฝ่าฝืนเจตนารมณ์แห่งฟ้าดิน ในขณะที่ตัวยายิ่งทรงประสิทธิภาพยิ่งส่งผลกระทบรุนแรง หากคิดปรุงโอสถประเภทนี้โดยควบคุมผลกระทบให้อยู่ในระดับที่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติที่ไม่ใช่ยอดฝีมืออันเข้มแข็งสามารถทนทานรับได้ ต่อให้รวบรวมทรัพย์สินทั้งมวลของตระกูลจี้ก็อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะซื้อหาแลกเปลี่ยน

“ยี่ฉวน” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกล่าวสืบต่อ “ก่อนหน้านี้ข้าเคยปรุงยาวิเศษเอาไว้จำนวนหนึ่ง ข้าจะใช้สอยให้คนไปนำมันมามอบแก่เจ้า ภรรยาของเจ้าสมควรยืดชีวิตออกไปได้อีกสามเดือน”

“สามเดือน?!” สีหน้าของจี้ยี่ฉวนยิ่งมายิ่งปั้นยาก
หากอู่ฉีเซวียกลับเผยอรอยยิ้มขึ้นมา “เวลาสามเดือนกลับมากกว่าที่ข้าคาดคิดเอาไว้ ชีวิตนี้ของข้าได้รับมาจนเพียงพอแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจอีก หากครั้งนั้นข้าเลือกที่จะไม่คลอดลูกหนิง ต่อให้มีชีวิตต่อไปได้อีกสักหลายปีข้าก็คงต้องเผชิญการติเตียนจากตนเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ว่าหนทางที่ข้าเลือกกลับทำให้ข้าได้รับชีวิตอันงดงามในทุกวันตลอดสิบปีที่ผ่านมา นี่นับว่าคุ้มค่าจนเกินพอแล้ว ในตอนนี้ข้าเพียงต้องการให้ลูกหนิงกลับมาอยู่ข้างกาย ขอเพียงได้พบเขาอีกครั้ง ข้าก็ไม่ต้องการอันใดอีก”

“ตกลง… ตกลง…” จี้ยี่ฉวนยังจะกล่าวอันใดได้อีก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งเสียงเรียก “เจ้าดำ! วิหคอัคคีฟ้า!”

อสรพิษดำและวิหคอัคคีฟ้าในร่างของชายชุดดำและสตรีชุดสีฟ้ารีบก้าวเข้ามาภายในห้อง

“เจ้าดำ ลูกหนิงจดจำเสียงของเจ้าได้เป็นอย่างดี ข้าขอให้เจ้าเดินทางร่วมกับวิหคอัคคีฟ้าไปยังชายแดนระหว่างตระกูลจี้กับตระกูลเที้ยมู่” จี้ยี่ฉวนดึงเอาแผนที่ออกมา รวบรวมสมาธิค้นหาตำแหน่งของกระบี่หยกแล้วกำหนดลงไปก่อนส่งต่อให้แก่อสรพิษดำ

“ลูกหนิงสมควรอยู่ที่ใดที่หนึ่งในหุบเขาแห่งนี้ ขอเพียงพวกเจ้าบินวนเวียนอยู่เหนือหุบเขาแล้วส่งเสียงร้องแจ้งข่าว ด้วยพลังการฝึกปรือของเขาจะต้องได้ยินอย่างแน่นอน”

จี้ยี่ฉวนหยุดแล้วหันไปมองร่างจำแลงของวิหคอัคคีฟ้า “ต้องขอพึ่งพาเจ้าอีกแล้ว”

“เพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” เสียงของนางอ่อนโยนและนุ่มนวล “พวกเราจะรีบออกเดินทางทันที”

“ถูกแล้ว” อสรพิษดำพยักหน้ารับคำแล้วรีบหันกายติดตามนางออกจากห้องไป

“ลูกหนิง…” อู่ฉีเซวียจ้องมองเงาร่างของวิหคอัคคีฟ้าที่เหินบินจากไปจนลับตา จิตใจคล้ายโบยบินออกไปตามหาบุตรชายสุดที่รักพร้อมกับพวกมัน
………

ภายในหุบเขาร้าง

เหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติยังคงรับทัณฑ์ทรมานต่อไปไม่หยุดหย่อน ต่อให้พวกมันคิดตกตายก็ไม่อาจสมมาดปรารถนา คำสั่งของเป่ยจื้อชานเฉียบขาดชัดเจนเสมอมา ยิ่งเหล่าเชลยโกรธแค้นสิ้นหวังอย่างหนักหนายาวนานมากขึ้นเท่าใด ภูตพยาบาทที่ถือกำเนิดขึ้นก็ยิ่งทรงพลังเท่านั้น

“นายน้อยจี้หนิง ท่านแม่ของท่านป่วยหนักยิ่งนัก ขอให้รีบกลับไปหานางโดยด่วน…” เสียงตะโกนดังแว่วมาจากขอบฟ้าอันห่างไกลและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

แม้ว่าเป่ยจื้อชานจะสะกดหุบเขาแห่งนี้อยู่ภายใต้อำนาจของค่ายกลและข่ายมนตราจนเสียงกรีดร้องคร่ำครวญของเหล่าผู้ถูกทรมานถูกปกปิดจากโลกภายนอก แต่สุ้มเสียงจากภายนอกยังคงสามารถผ่านเข้ามาภายในได้เพื่อประโยชน์ในการตั้งรับระวังภัยของมัน

“เสียงที่ชัดเจนทรงพลังนัก”

“นั่นเป็นเสียงของผู้ใดกัน?”

ศิษย์บุรุษสตรีทั้งหกแหงนหน้าขึ้นมอง พวกมันจับใจความในเสียงตะโกนนั้นได้ในที่สุด

ชายที่ไว้เครารกรุงรังกล่าวขึ้นก่อน “สมควรเป็นเสียงแจ้งข่าวต่อจี้หนิง”

สตรีที่มีแมงป่องเกาะอยู่บนร่างกล่าวขึ้นเช่นกันว่า “มารดาของมันคล้ายดั่งเจ็บป่วยร้ายแรงยิ่ง?”

“ถูกแล้ว ตัวมันในขณะนี้คงทั้งโกรธเกรี้ยวทั้งสิ้นหวัง” ชายหนุ่มรูปงามกล่าวเห็นพ้อง

ชายร่างใหญ่ที่ไว้เคราสีเขียวเปล่งเสียงหัวเราะ “สัตว์ประหลาดน้อยนั้นเพียงมีชีวิตได้อีกสามวัน ทั้งยังถูกกักอยู่ในค่ายกล ต่อให้ตะโกนเรียกจนเสียงแหบแห้งมันก็ออกไปไหนไม่ได้อยู่ดี ช่างเป็นจุดจบที่น่าสมเพชของยอดอัจฉริยะ ฮาฮาฮา”

เหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ถูกล่ามติดกับเสาหินโดยเฉพาะพวกที่มาจากเขตปกครองตะวันตกต่างเคียดแค้นกังวลไปกับข่าวอันน่าตระหนกที่ได้ยินและคำพูดของคนทั้งหก หรือฟ้าจะริษยาอัจฉริยะจนลิขิตให้นายน้อยและนายหญิงของพวกมันต้องเผชิญชะตากรรมเช่นนั้นจริงๆ?
………

จี้หนิงที่อยู่ท่ามกลางค่ายกลหมอกดำมีสภาพดังเช่นที่ถูกกล่าวมาทุกประการ ความโกรธแค้นสิ้นหวังลุกลามท่วมท้นหัวใจของเขา

“ท่านแม่!” น้ำตาไหลรินออกมาอาบใบหน้าอย่างสุดที่จะระงับ จี้หนิงรู้สึกราวกับถูกมีดกรีดคว้านลงบนหัวใจของตน สตรีที่รักห่วงใยเขาตั้งแต่ทันทีที่ลืมตาขึ้นดูโลก สตรีที่ปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็นโลกทั้งใบของนางกำลังจะจากไปแล้ว ความหวังประการสุดท้ายของนางคือการให้เขากลับไปอยู่ข้างกาย แต่ตัวเขากลับติดอยู่ในที่แห่งนี้

จี้หนิงแหงนหน้าขึ้นกู่ร้องด้วยความปวดร้าวสุดบรรยาย
เสียงกู่อันกราดเกรี้ยวโหยหวนไม่อาจหลุดออกสู่โลกภายนอกแต่ยังคงดังสะท้านทั่วทั้งหุบเขา สำนึกแห่งความเคียดแค้นและอับจนปัญญาที่แฝงมากับน้ำเสียงบันดาลให้ศัตรูของเขาต้องขนลุกเกรียวและมิตรสหายของเขาต้องลอบทอดถอนใจ

“ไม่ ข้าจะต้องไม่จบสิ้นเพียงเท่านี้ ข้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป” ร่างและน้ำเสียงของเขาสั่นสะท้าน “ทลายค่ายกล ข้าต้องทลายค่ายกลออกไปให้ได้!”

จี้หนิงบังคับตนเองให้นั่งและหลับตาลงอีกครั้ง พลังแห่งจิตที่มุ่งมั่นพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง หากไม่สามารถกลับไปพบหน้ามารดาเป็นครั้งสุดท้าย ไม่เพียงแต่เขาจะต้องเสียใจไปชั่วชีวิต ความรู้สึกนี้ยังจะติดตามหลอกหลอนเขาตลอดไป แม้ในยามที่ต้องลงสู่ยมโลกอีกครั้ง

“ทลายค่ายกลออกไป! ข้าต้องทลายค่ายกลออกไป!” เปลือกตาที่ปิดสนิทของจี้หนิงสะท้านไหว ดวงวิญญาณถูกห้วงอารมณ์อันเชี่ยวกรากเติมเต็มจนล้นเอ่อยิ่งกว่าในช่วงเวลาที่เผชิญหน้ากับความเป็นความตายครั้งไหน เส้นชีพจรทั่วร่างไม่อาจรับแรงกดดันอันหนักหน่วงที่กระแทกทำร้าย โลหิตหลั่งไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดบนใบหน้า หากภายในใจของเขายังคงใคร่ครวญถึงทุกความเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปได้ของค่ายกลหมอกดำ

ในห้วงสำนึกของจี้หนิงที่บรรจุเต็มไปด้วยความซับซ้อนและตัวแปรทั้งมวลของค่ายกลหมอกดำพลันสว่างวาบ รูปแบบอันชัดเจนก่อตัวเป็นแผนภูมิที่กระจ่างชัด ดวงตาของจี้หนิงเปิดออก

“ท่านแม่!” จี้หนิงแหงนหน้ากู่ร้อง “ข้าจะกลับไปหาท่านอย่างแน่นอน โปรดรอคอยผู้บุตรหวนคืนกลับไป!”

ร่างของจี้หนิงกลับกลายเป็นเงาอันรางเลือนเคลื่อนไหวอยู่ภายในค่ายกลราวกับวิญญาณร้ายจนบรรลุถึงตำแหน่งที่ธงค่ายกลถูกปักอยู่บนชีพจรธรณี อักขระมนตราเหนือผืนธงยังคงเปล่งประกาย จี้หนิงยื่นมือออกไปถอนดึงมันขึ้นมาทันที

หมอกดำสลายตัวลงอย่างน่าอัศจรรย์ ภาพของหุบเขาทั้งแนวกลับคืนสู่สายตาของจี้หนิงอีกครั้ง บรรดาทาสร่างยักษ์และเหล่าศิษย์ทั้งหกที่แท้จริงแล้วเพียงยืนห่างออกไปเล็กน้อยจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาตื่นตะลึง

จี้หนิงกำธงค่ายกลไว้ในมือ สองตาทอประกายคลุ้มคลั่งอำมหิต

“ฆ่ามัน ฆ่ามันเดี๋ยวนี้ อย่าได้ปล่อยให้มันหลุดรอดออกไปจากหุบเขาแห่งนี้ได้!” เสียงคำสั่งแหบโหยดังลอดขึ้นมาจากใต้ผืนดิน




.


.


 

กระผมจะค่อยๆๆอัฟ นิยาย ที่ทำค้างไว้จนถึงตอนล่าสุดเเล้วก็จะไม่ได้ อัฟลงอีกแล้วนะครับ

มีภาระที่ต้องดูแล เยอะมากเลยตอนนี้ 

ตั้งเเต่ที่พ่อผมตายไป 

 


เปิดรับเงินบริจาคเพื่อ เป็นทุนค่ารักษาพยาบาลของ'ยาย /สิ้นเดือนนี้หมอนัดให้พา.ยายทีี่นอนพิการติดเตียงไปเช็คอาการเพื่อนัดวันผ่าขา 


*




*บริจาคได้ที่ช่องทาง

ธ.ทหารไทย.( 641-214-0169 )

ทรู..ว..ล.(  093-080-9131 )


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น