เซียนกระบี่

ตอนที่ 71 : DE-71

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

ภายในหุบเขา

“ทำได้เพียงเท่านี้เองหรือ? ตอนเป็นทารกเจ้าคงไม่ได้ดูดนมมารดาให้พอเพียง”

เมิ่งหยูถูกมัดติดกับเสาหิน โลหิตทั้งเก่าและใหม่ชโลมทั่วร่าง ตัวมันนั้นหมดสิ้นความหวังในการมีชีวิตไปตั้งแต่วันแรกที่ถูกจับตัวมายังที่แห่งนี้ ทว่ายังคงกัดฟันรับการทรมานพลางก่นด่าเหล่าทาสผู้ลงทัณฑ์

ชั่วขณะนั้นเองที่เสียงหัวร่ออันชั่วร้ายดังขึ้น “จี้อูหยู จี้ซาน หวาฉง เจิ้นถู เมิ่งหยู รับฟังไว้ จี้หนิงที่เป็นนายน้อยของพวกเจ้าถูกกักตัวอยู่ในหุบเขาแห่งนี้แล้ว อีกไม่นานข้าจะนำมันกลับไปเป็นเพื่อนกับพวกเจ้า ฮาฮาฮา…”

“นายน้อย!” ร่างของเมิ่งหยูสั่นสะท้าน มันรวบรวมเรี่ยวแรงที่ยังคงเหลือในร่างตะโกนออกไป “นายน้อยรีบหนีไป พวกมารนอกรีตกำลังจัดสร้างสมบัติวิเศษอันชั่วร้ายอยู่ในที่แห่งนี้!”

ในสภาพศีรษะตกห้อยไร้เรี่ยวสิ้นแรง จี้อูหยูที่ถูกมัดอยู่กับเสาหินต้นติดกันไม่ทราบรวบรวมเรี่ยวแรงจากที่ใด มันเงยหน้าขึ้นตะโกนออกไปสุดเสียง “จี้หนิง! หนีไป! เจ้าต้องรีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

ในอดีตแม้ว่ามันจะมุ่งหวังให้สายตระกูลของตนโดดเด่นเหนือกว่า ทว่าเมื่อตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการเดิมพัน มันก็ยึดถือจี้หนิงเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครองตะวันตกโดยชอบธรรม สำหรับมันและบิดาชื่อเสียงและความอยู่รอดของตระกูลจี้อยู่เหนือสิ่งอื่นใด มันไม่ต้องการให้ยอดอัจฉริยะของตระกูลต้องมาเสี่ยงชีวิตเพื่อคนพิการที่จุดตันเถียนถูกทำลายเช่นพวกมัน

เหล่ายอดฝีมือที่หลงเหลือของตระกูลจี้ต่างตะโกนเร่งเร้าให้จี้หนิงหลบหนีไป พวกมันเห็นกับตาตนเองว่าภูตพยาบาทถูกดึงดูดออกไปรวบรวมที่ใต้หุบเขาเยี่ยงไร พวกมันทราบดีกว่าผู้ใดว่ารังอสูรแห่งนี้เป็นสถานที่อันตรายถึงเพียงไหน
………

ท่ามกลางหมอกดำที่ล้อมรอบกาย จี้หนิงได้ยินเสียงร่ำร้องที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยของพี่น้องร่วมตระกูลดังขึ้นไม่ขาดสาย

สุ้มเสียงเหล่านั้นล้วนแหบแห้งแปร่งหู แต่กับจี้หนิงแล้วเขาสามารถจดจำเจ้าของเสียงทุกคนได้ในทันที เพียงแต่ในขณะนี้เขาทำได้เพียงข่มกลั้นความโกรธแค้นเอาไว้ในใจ

“อัจฉริยะน้อยแห่งตระกูลจี้อย่าได้มีโทสะไป พวกมันจะเร็วช้าล้วนต้องตายอย่างทรมาน เจ้าเองก็เช่นเดียวกัน” ชายชุดดำส่งเสียงเยาะหยัน เป้าหมายของมันคือการหลอกล่อให้จี้หนิงสูญสิ้นความเยือกเย็น

“ไปตายซะ!” จี้หนิงไม่อาจทานทนอีกต่อไป เขาระเบิดพลังเหินจู่โจมเข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม

“หุนหันพลันแล่นเช่นนี้ยังนับเป็นยอดฝีมืออันใด มันจะอย่างไรยังเยาว์วัยเกินไป” ชายชุดดำครุ่นคิดอยู่ในใจด้วยความลิงโลดยินดี มือทั้งสองข้างแยกย้ายหมุนควงกระสวยทอผ้าสีดำที่แผ่พุ่งเข็มดำจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าใส่ร่างของจี้หนิงที่ถาโถมเข้าหา

กลยุทธ์ของชายชุดดำชั่วร้ายอำมหิตยิ่ง ร่างที่พุ่งโถมอยู่กลางอากาศของจี้หนิงไม่อาจเปลี่ยนทิศทาง กระบี่ในมือก็ไม่อาจป้องกันการจู่โจมของเข็มดำที่มีจำนวนมากมายได้ทั้งหมด เพียงยังนับว่าโชคดีที่กลีบบงกชทั้งสองชั้นทำหน้าที่ป้องกันร่างกายไว้ได้อย่างสมบูรณ์

เสียงซี่ๆดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ตำแหน่งที่เข็มดำถูกปัดป่ายร่วงหล่นลงสู่พื้นพลันบังเกิดเสียงดังของชั้นดินหินที่ถูกหลอมละลาย

“พิษที่อำมหิตนัก” จี้หนิงส่งเสียง กระบี่อุดรทมิฬทั้งสองเล่มปรากฏบนสองมือ ทั้งคนทั้งกระบี่พุ่งทะลวงเข้าใส่ชายชุดดำ

ชายชุดดำเคลื่อนร่างอย่างลี้ลับราวเงาพราย ไม่เพียงหลบเลี่ยงกระบี่ที่ทิ่มแทงเข้าหา ยังยิงเข็มดำเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ทว่าในใจอดครุ่นคิดด้วยความหวั่นไหวมิได้ “จี้หนิงผู้นี้ร้ายกาจสมคำร่ำลือ กลีบบงกชวารีอัคคียิ่งไม่ธรรมดา นอกจากคุ้มกันร่างของมันแล้วยังสามารถส่งผลคุกคามต่อตัวข้า หากชุดยาวที่ข้าสวมไม่ใช่สมบัติวิเศษข้าคงได้รับบาดเจ็บไปแล้ว”

พริบตาที่สูญเสียสมาธิ กระบี่ในมือของจี้หนิงก็แทงทะลุแขนข้างหนึ่งของมัน ชายชุดดำรีบถลันร่างล่าถอย กล่าววาจาด้วยความอาฆาต “กลีบบงกชที่ร้ายกาจ กลับสกัดกั้น ‘เข็มโลหิตทมิฬ’ เอาไว้ได้ ข้าคงจำเป็นต้องบดขยี้เจ้าด้วยพละกำลังที่แท้จริง”

มันพลันเชื่อมต่อกระสวยทั้งสิ้นหกชิ้นขึ้นเป็นพลองยาวขนาดใหญ่ เมื่อลงมือกวัดแกว่งก็บังเกิดประกายพลังอันร้อนแรงแผ่พุ่งออกมา

จี้หนิงครุ่นคิดขึ้นว่าเยี่ยงนี้จึงสมเหตุสมผล ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกประหลาดใจว่าถึงแม้เข็มโลหิตทมิฬจะมีพิษร้ายแรงแต่กระบวนท่ากระสวยของอีกฝ่ายกลับพื้นเพธรรมดา ที่แท้อาวุธคู่มือที่มันเชี่ยวชาญคือพลองยาวอันหนาหนัก

“รับกระบวนท่า” ร่างของชายชุดดำกลับกลายเป็นเงารางเลือน พลองยาวเพิ่มพูนน้ำหนักขึ้นอีกหลายร้อยเท่าฟาดกระหน่ำลงบนศีรษะของจี้หนิง

กระบี่อุดรทมิฬทั้งสองเล่มถูกยกขึ้นต้านทาน แต่ไหนเลยสู้พลังของพลองยาวได้ ร่างของจี้หนิงครูดไถลไปตามพื้นจนเกิดเป็นร่องลึก เลือดหลั่งจากสองมือย้อมด้ามกระบี่จนเป็นสีแดงฉาน

“พลังอันแข็งแกร่งยิ่งนัก ยังเข้มแข็งกว่าประกายชาดเก้าชั้นฟ้าขั้นที่สี่ของข้าอีก ชายชุดดำผู้นี้คงบรรลุถึงขั้นสูงสุดของกายาเทพอสูรในระดับเหนือธรรมชาติแล้ว” จี้หนิงสำนึกตัวว่าเผชิญพบคู่มือที่ร้ายกาจ ความสำเร็จในวิชากายาเทพอสูรของอีกฝ่ายยังสูงส่งกว่าเขาอีก

“ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะรับข้าได้สักกี่กระบวนท่า?” ดวงตาของชายชุดดำเปล่งประกายสีเขียวลี้ลับ สืบเท้ามาด้านหน้าด้วยท่วงท่าราวกับพญามาร พลองยาวในมือแทงทะลวงเข้าใส่จี้หนิงอย่างหักโหม

“พลองยาวพึ่งพาพละกำลัง กระบี่พึ่งพาความคล่องแคล่ว” จี้หนิงตวาดก้อง ปีกโลหะสีเขียวพลันปรากฎขึ้นที่กลางหลัง นี่เป็นหนึ่งในสมบัติวิเศษที่เขาได้รับมาจากนิเวศน์ใต้วารี ด้วยการหนุนเสริมจากสมบัติวิเศษชิ้นนี้ พลังของท่าร่างปีกวายุจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

ปีกโลหะสั่นกระพือคราหนึ่ง ร่างของจี้หนิงเหินบินอย่างรวดเร็วและทรงพลังประหนึ่งพญาปักษา กระบี่อุดรทมิฬในมือตวัดฟันเข้าใส่ชายชุดดำในตำแหน่งแง่มุมที่พลิกแพลงยากคาดเดา

ชายชุดดำหาได้เกรงกลัวไม่ พลองยาวในมือหวดจู่โจมสวนกลับอย่างกราดเกรี้ยวดุดันราวลมคลุ้มฝนคลั่ง พลังปราณถูกส่งเข้ากระตุ้นการทำงานของอักขระอาคม เพิ่มน้ำหนักให้กับพลองยาวจนหนักหน่วงราวกับขุนเขาลูกหนึ่งโดยที่ตัวมันอาศัยพลังศักดิ์สิทธิ์ของกายาเทพอสูรยกควง สำแดงจุดเด่นของการเป็นยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติของพลังทั้งสองสายออกมาอย่างเต็มที่

“กระบวนท่าอันหนักหน่วงทรงพลังแล้วจะเป็นไร หากจู่โจมไม่โดนเป้าหมายก็ไร้ค่า” จี้หนิงเองก็ลงมือต่อสู้อย่างลืมตาย ความหวาดระแวงว่ายอดฝีมือระดับตำหนักม่วงของอีกฝ่ายอาจสอดมือเข้ามาได้ทุกเมื่อและความห่วงกังวลในตัวพี่น้องร่วมตระกูลกดดันหัวใจและความคิดของเขาจนแทบคลุ้มคลั่ง

จี้หนิงอาศัยความเร็วที่เหนือกว่าและความคมกล้าของกระบี่อุดรทมิฬที่ผ่านพิธีกรรมโลหิตเทพอสูรหลอมศัสตรา ใช้กระบวนท่าที่แฝงไว้ด้วยความรู้แจ้งแห่งเต๋าเกาะกุมความได้เปรียบ ระดมจู่โจมจนสามารถสร้างบาดแผลสาหัสจำนวนไม่น้อยที่หว่างเอว กลางหลัง และใบหน้าของชายชุดดำ แต่ไม่นานบาดแผลเหล่านั้นก็กลับฟื้นฟูขึ้นใหม่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชายชุดดำยิ่งต่อสู้ยิ่งบ้าคลั่ง มันอาศัยร่างกายที่เกือบเป็นอมตะและเพลงพลองระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวมอาละวาดไปทั่วแผ่นดินโดยไม่เคยมีคู่มือในระดับเดียวกันต้านติด คิดไม่ถึงวันนี้กลับต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้แก่เด็กหนุ่มที่มีพลังอ่อนด้อยกว่ามัน

ทั้งคู่โถมเข้าหากันอีกครั้งโดยครั้งนี้ต่างตัดใจใช้ออกด้วยกระบวนท่าแลกชีวิต ในเสียงปะทะที่ดังสนั่นหวั่นไหว ชายชุดดำถูกกระบี่ฟันเข้าที่หว่างเอวจนร่างขาดเป็นสองท่อน หากมันยังสามารถกล่าววาจา “เพลงกระบี่อันยอดเยี่ยม แต่เจ้าอย่าได้คิดว่าจะมีชีวิตรอดต่อไป”

ขวดใบหนึ่งถูกขว้างลงบนพื้นจนแตกกระจาย กลุ่มควันสีขาวแพร่กระจายออกปกคลุมทั่วบริเวณ จี้หนิงรีบปิดกั้นลมหายใจ ใช้ท่าร่างด้วยระดับความเร็วขั้นสูงสุดล่าถอยกลับไปด้านหลัง ทว่ากลิ่นอันฉุนเฉียวกลับแทรกซึมเข้าสู่ร่างของเขาแล้ว

“หลอมละลายกลายเป็นของเหลวไปเถิด!” ชายชุดดำส่งเสียงตวาดไล่หลัง กัดฟันใช้พลังดึงดูดร่างทั้งสองท่อนให้กลับมาต่อติดกันอีกครั้ง







กระผมจะค่อยๆๆอัฟ นิยาย ที่ทำค้างไว้จนถึงตอนล่าสุดเเล้วก็จะไม่ได้ อัฟลงอีกแล้วนะครับ

มีภาระที่ต้องดูแล เยอะมากเลยตอนนี้

ตั้งเเต่ที่พ่อผมตายไป

เปิดรับเงินบริจาคเพื่อ เป็นทุนค่ารักษาพยาบาลของ'ยาย /สิ้นเดือนนี้หมอนัดให้พา.ยายทีี่นอนพิการติดเตียงไปเช็คอาการเพื่อนัดวันผ่าขา

*

*บริจาคได้ที่ช่องทาง

ธ.ทหารไทย.( 641-214-0169 )

ทรู..ว..ล.( 093-080-9131 )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น