เซียนกระบี่

ตอนที่ 61 : DE-61

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

ประกายสีดำเป็นเส้นสายพุ่งออกจากปากที่อ้ากว้างของอสรพิษเหินหาว พิษร้ายถูกฉีดพ่นดังลูกธนูเข้าใส่ร่างของจี้หนิงซึ่งมิได้มีท่าทีจะหลบหลีกแม้แต่น้อย

กระบี่ในมือซ้ายถูกใช้ออกด้วยกระบวนท่า ‘หยาดพิรุณควบแน่น’ สะท้อนพิษร้ายให้กระเด็นย้อนกลับเข้าหาสัตว์อสูรโบราณ

อสรพิษเหินหาวไม่เสียทีที่เป็นจ้าวแห่งพิษร้าย เกล็ดบนร่างของมันเผยอออกดูดกลืนน้ำพิษกลับคืนเข้าสู่ร่างราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น ทว่าในตอนนั้นประกายกระบี่ที่แฝงไว้ด้วยความรู้แจ้งแห่งหยาดพิรุณจากกระบี่ในมือขวาของจี้หนิงได้จู่โจมเข้าใส่ศีรษะใหญ่โตของมันแล้ว

“หยาดพิรุณทะลวงศิลา!”

พลังกระบี่ที่รวดเร็วรุนแรงพุ่งทะลวงเกล็ดมหึมาที่ด้านข้างศีรษะของอสรพิษเหินหาวจนทะลุลงเป็นแผลลึกถึงหัวกระโหลก โลหิตเขียวข้นแพร่กระจายออกมาสู่ผืนน้ำรอบบริเวณ

“เจ้าบังอาจสร้างบาดแผลให้แก่ข้า” อสรพิษเหินหาวจู่โจมโต้ตอบอย่างบ้าคลั่ง ถึงแม้มันจะตื่นตระหนกต่อเพลงกระบี่ของจี้หนิง มันก็ยังปฏิเสธที่จะเชื่อว่าสัตว์อสูรที่บำเพ็ญเพียรมานับพันปีเช่นมันจะพลาดท่าให้แก่เด็กมนุษย์ที่ฝึกปรือมาเพียงสิบกว่าปีผู้หนึ่ง อย่าว่าแต่มันยังต้องการล้างแค้นให้แก่ครีบแดงผู้เป็นบุตรรัก

“ไหนเลยเพียงสร้างบาดแผลเท่านั้น ข้าจะฆ่าเจ้าด้วย” จี้หนิงเคลื่อนร่างหลบหลีก กวัดแกว่งกระบี่ในมือทั้งสองข้าง ตะโกนโต้ตอบกลับไป

พริบตานั้นมวลน้ำในทะเลสาบถูกก่อกวนจนปั่นป่วนราวกับกำลังเดือดพล่าน ปีกอันยาวเหยียดที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดของอสรพิษเหินหาวกวาดฟาดเข้าใส่ร่างของจี้หนิง พร้อมกับปลายหางที่ตีวงขมวดเข้าโอบรัด

จี้หนิงรักษาความเยือกเย็น กระบี่ในมือซ้ายยึดหลัก ‘น้ำหลากมาตั้งทำนบกั้น ทหารมาตั้งทัพสู้’ ใช้กระบวนท่าเข้าคลี่คลายกระบวนท่า ส่วนกระบี่ในมือขวาฉกฉวยโอกาสโจมตีผ่านช่องว่างของคู่ต่อสู้ สร้างบาดแผลรอยแล้วรอยเล่าให้แก่อสรพิษเหินหาว

“นี่ไม่เป็นความจริง! ข้าไม่เชื่อว่ามันจะเหนือกว่าข้าไปได้!” อสรพิษเหินหาวต้านทานการจู่โจมจากกลีบบงกชวารีอัคคีที่หมุนวนรอบร่างด้วยการสร้างชั้นน้ำแข็งขึ้นปกคลุมทั่วกาย แล้วสะบัดร่างยาวเหยียดอย่างรุนแรง กระแทกจนกลีบบงกชกระจายสลายไป

“ข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!”

สติสัมปชัญญะของอสรพิษเหินหาวถูกเพลิงโทสะแผดเผาจนมอดไหม้หมดสิ้น ระดมเรี่ยวแรงทั้งมวลจู่โจมเข้าใส่จี้หนิงที่เบื้องหน้า
………

ผืนน้ำของทะเลสาบที่บ้าคลั่งปั่นป่วนถูกย้อมจนเป็นสีเขียวสดใส ถึงเลือดพิษจะถูกปริมาณน้ำอันมหาศาลเจือจางไปมากแล้ว แต่สัตว์น้ำใหญ่น้อยก็ยังถูกทำร้ายจนลอยตายเกลื่อนกลาด

นอกจากจี้ยี่ฉวนและอู่ฉีเซวียที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่เหนือน้ำแล้ว บรรดาสัตว์อสูรตลอดจนสิ่งมีชีวิตทั้งมวลล้วนหลบเร้นจากไปจนไกลโพ้น

อู่ฉีเซวียผงกศีรษะชมเชย “คิดไม่ถึงว่าลูกหนิงกลับสามารถไล่ต้อนอสูรเฒ่าจนต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนถึงเพียงนี้ พลังฝีมือของเขาก้าวหน้าขึ้นมากนัก”

ดวงตาของจี้ยี่ฉวนเปล่งประกายแห่งความภาคภูมิออกมาเช่นกัน “ถูกแล้ว สามารถทำร้ายสัตว์อสูรระดับสูงเช่นอสรพิษเหินหาวให้รับบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้ กลับมิใช่เรื่องง่ายดาย”
………

อสรพิษเหินหาวยิ่งต่อสู้ยิ่งตื่นตระหนก มันใช้พลังทั้งมวลที่มีออกไปแล้วแต่กลับมิอาจทำร้ายอีกฝ่ายที่เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มให้ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามตัวมันเองกลับได้รับบาดแผลเพิ่มขึ้นทุกขณะ ความคิดหลบหนีบังเกิดขึ้นในที่สุด

“อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความสำเร็จของเด็กบัดซบนี้คงก้าวข้ามบิดามันไป ข้าไหนเลยเอาชีวิตไปเสี่ยงกับตัวประหลาดเช่นมันได้”

นี่มิอาจโทษมันบังเกิดจิตคิดขลาดเขลา ด้วยพลังอำนาจตามชาติพันธุ์และความสำเร็จในการบำเพ็ญเพียรของมัน ต่อให้อีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือพลังปราณระดับเหนือธรรมชาติ ก็ยังไม่แน่ว่าจะจู่โจมผ่านเกล็ดอันแข็งแกร่งของมันเข้าไปได้ แต่จี้หนิงกลับสร้างบาดแผลลึกให้กับมันครั้งแล้วครั้งเล่า มันย่อมไม่กล้าถือดีอีกต่อไป

อสรพิษเหินหาวพลันขมวดร่างยาวเหยียดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้ออันทรงพลังหดเข้าแล้วดีดออกอย่างรุนแรงพร้อมกับปีกมหึมาทั้งสองที่โบกสะบัดส่งร่างของมันให้พุ่งหนีออกไปด้วยระดับความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

“คิดหนีงั้นหรือ? อย่าได้เพ้อฝันไป!” จี้หนิงรีบใช้ท่าร่างปีกวายุไล่กวดตามทันที

“ข้าคิดไปก็ไป ไม่ว่าใครก็ขวางข้าไม่ได้” มันขยับหางคราหนึ่งก่อเป็นระลอกคลื่นยักษ์ซัดเข้าขวางการไล่ติดตามทางด้านหลัง

อสรพิษเหินหาวลอบสาแก่ใจที่ได้โต้ตอบ ขณะที่อีกฝ่ายทำได้เพียงแหวกมวลน้ำรอบร่างออกจากกัน ตัวมันกลับถือกำเนิดและเติบโตอยู่ในทะเลสาบ หากคิดประลองด้านความเร็ว มันย่อมมีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น

แต่แล้วทันใดนั้น สัญชาติญาณของสัตว์ร้ายบอกต่อมันว่าอันตรายร้ายแรงบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้น อสรพิษเหินหาวรีบแว้งศีรษะหันมองกลับหลัง

ภาพที่ปรากฎแก่สายตาของมันคือกระบี่วิเศษหลายร้อยเล่มกำลังห้อมล้อมอยู่รอบร่างของจี้หนิงที่ชะงักการไล่ตาม ทุกเล่มล้วนเปล่งประกายส่งพลังปราณระดับเหนือธรรมชาติเข้ารวมตัวกันขึ้นเป็นกระบี่แห่งแสงอันเจิดจ้างดงาม

กระบี่แห่งแสงพุ่งข้ามระยะทางหลายร้อยเมตรเข้าใส่ร่างที่ตกตะลึงของอสรพิษเหินหาวราวปาฎิหาริย์ ถึงแม้มันพยายามเบี่ยงตัวเปลี่ยนทิศทางอย่างสุดความสามารถ แต่พลังกระบี่กลับวกตามราวกับมีฌานวิเศษ เจาะทะลวงกะโหลกศีรษะขนาดมหึมาของมันจนทะลุออกทางด้านหลัง

อสรพิษเหินหาวเปล่งเสียงคำรามด้วยความสิ้นหวังดังยาวนาน โลหิตและมันสมองทะลักออกเนืองนองทั่วผืนน้ำ อสูรร้ายที่ครองความเป็นใหญ่เหนือทะเลสาบแห่งนี้มายาวนานนับพันปีสิ้นชีวิตลงในลักษณะนี้เอง

จี้หนิงจ้องมองร่างไร้วิญญาณที่กำลังจมลงสู่ส่วนลึกของทะเลสาบด้วยความรู้สึกอันสับสนยากอธิบาย เขารีบดึงเอาซากของมันมาเก็บไว้ในสมบัติวิเศษ แล้วลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ
………

จี้ยี่ฉวนสองสามีภรรยายังคงจับตาดูความเปลี่ยนแปลงอยู่บนผิวน้ำเหนือทะเลสาบ

“สถานการณ์ที่ใต้น้ำสงบลงแล้ว” อู่ฉีเซวียกล่าว สายตายังคงไม่ละไปจากผิวน้ำ

“คาดว่าอสรพิษเหินหาวสำนึกตัวว่าไม่อาจทำอย่างไรกับลูกหนิง สุดท้ายจึงหลบหนีไป” จี้ยี่ฉวนบ่งบอกข้อสันนิษฐานของตน

“ลูกหนิงใช่สามารถสังหารมันลงได้หรือไม่?”

“นี่ไม่ง่ายดายนัก ผืนน้ำใต้ทะเลสาบเป็นถิ่นของอสูรเฒ่า มันสามารถรุกได้ถอยได้ตามใจชอบ” จี้ยี่ฉวนกล่าวตอบ การติดตามไล่ล่าอสรพิษเหินหาวหลายครั้งในอดีตของเขาล้วนจบลงเช่นนี้

ก่อนที่ทั้งสองจะสนทนาสืบต่อ คลื่นใหญ่สีขาวลูกหนึ่งพลันซัดขึ้นสู่ฝั่งของเกาะกลางทะเลสาบ ร่างของเด็กหนุ่มในชุดขนสัตว์โผล่ออกจากที่ว่างตรงใจกลางของคลื่นเหยียบย่างขึ้นสู่ชายหาด

“ลูกหนิง!”

“ท่านแม่?” จี้หนิงที่กำลังเดินเหินบนยอดคลื่นมุ่งหน้าสู่ชายฝั่งของเกาะกลางทะเลสาบพลันชะงักร่างหันหน้ามาตามเสียงเรียก

แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อน แต่ภาพของบิดาและมารดาที่กำลังวิ่งตัดผิวน้ำเข้ามาหา ได้สร้างความอบอุ่นหัวใจให้แก่จี้หนิงอย่างเปี่ยมล้น

อู่ฉีเซวียดึงร่างของบุตรชายเข้ามากอดอย่างทะนุถนอม ก่อนจ้องมองสำรวจอย่างจดจ่อตั้งใจ

“ดูเจ้ากลับวิตกกังกลถึงเพียงนั้น ด้วยพลังแห่งกายาเทพอสูร ต่อให้ลูกของเราได้รับบาดเจ็บอันใด เขาก็สามารถฟื้นคืนสภาพได้อย่างรวดเร็ว” จี้ยี่ฉวนกล่าวสัพยอกภรรยาอย่างอารมณ์ดีก่อนหันมาชมเชยบุตรชาย “เจ้าเองก็ยอดเยี่ยมไม่น้อย กลับสามารถเอาชนะและขับไล่สัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงสุดอย่างอสรพิษเหินหาวจนต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน”

จี้หนิงคล้ายกลับกลายเป็นเด็กชายเยาว์วัยธรรมดาผู้หนึ่ง เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ท่านพ่อ อสรพิษเหินหาวถูกข้าสังหารไปแล้ว”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น