เซียนกระบี่

ตอนที่ 60 : DE-60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

ห้วงมิติที่บิดผันสงบลงในที่สุด จี้หนิงพบว่าตนเองถูกส่งกลับมายังถ้ำอันมืดมิดภายในรังของอสรพิษเหินหาว เขาได้แต่ฝืนหัวเราะกับตนเอง ครั้งนี้ไม่เพียงเก็บกู้ชีวิตน้อยๆกลับมาได้สำเร็จ ยังได้พบพานวาสนาในคราเคราะห์ ส่งผลให้วิชาฝีมือรุดหน้าเข้มแข็งขึ้นอีกมากมาย

เขาเรียกกุญแจนิเวศน์ขึ้นมาในมือ ทดลองใช้พลังปราณของตนในการสร้างพันธะครอบครองและพบกับความล้มเหลวดังคาด

“การจะย้อนกลับไปอีกครั้งคงต้องรอจนกว่าจะสามารถเข้าสู่ระดับตำหนักม่วง”

จี้หนิงเก็บกุญแจนิเวศน์กลับเข้าไปในสมบัติวิเศษสำหรับเก็บของแล้วพลิ้วร่างออกจากถ้ำราวสายลมหอบหนึ่ง
………

ภายในที่พักแรมริมทะเลสาบอสรพิษเหินหาว

อู่ฉีเซวียนั่งอยู่บนระเบียงเหม่อมองออกไปยังผิวทะเลสาบเบื้องหน้า สองมือประคองถ้วยน้ำอุ่นจิบดื่มลงไป

จี้ยี่ฉวนพลันโถมกายออกมาจากภายในที่พัก ตะโกนเรียกชื่อผู้เป็นภรรยาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าอันตื่นเต้นยินดี ขัดกับอุปนิสัยเย็นชาที่พบเห็นจนชินตา

“ข้าสัมผัสถึงกระบี่หยกได้อีกครั้งแล้ว” เงาร่างไม่ทันบรรลุคำพูดก็มาถึงก่อน “มันยังเป็นปกติดีทุกประการ ลูกหนิงสมควรถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงมิติเวลาที่แปลกแยกออกไปจริงๆ และตอนนี้เขาได้กลับมาแล้ว”

อู่ฉีเซวียหลับตาลง หยาดน้ำตาไหลรินออกมาเป็นเส้นสาย พร่ำขอบคุณเทพยดาฟ้าดินอยู่ในใจนับร้อยเที่ยว

“ลูกหนิงปรากฎตัวขึ้นที่บริเวณใจกลางของทะเลสาบ ที่นั่นสมควรมีเกาะอยู่แห่งหนึ่ง”

อู่ฉีเซวียรีบลุกยืนขึ้นทันที “พวกเรารีบไปหาเขากัน”

จี้ยี่ฉวนพยักหน้าให้กับนางอย่างอ่อนโยน ใบหน้าไม่มีเค้าความเย็นชาใดๆหลงเหลือให้เห็น ความตื่นเต้นยินดีในแววตายังฉายชัดยิ่งกว่าเมื่อครั้งที่ทราบข่าวบุตรชายประสบความสำเร็จถึงระดับเหนือธรรมชาติอีก

เนื่องจากทั้งสองไม่ทราบว่าต้องรอคอยเนิ่นนานเพียงใด วิหคอัคคีฟ้าจึงถูกส่งคืนเจ้าของไปตั้งแต่แรก จี้ยี่ฉวนรีบรุดเข้าประคองภรรยา ร่างของทั้งสองกลับกลายเป็นประกายแสงพุ่งตัดผ่านผิวน้ำ มุ่งหน้าสู่ใจกลางทะเลสาบอย่างรวดเร็ว
………

ในขณะนั้นเอง

“อสรพิษเหินหาว ข้าจี้หนิงกลับมาแล้ว เจ้าจะซุกหัวหดหางไปจนถึงเมื่อใด?” เสียงร้องท้าทายถ่ายทอดออกจากเกาะที่ใจกลางทะเลสาบ คลื่นเสียงอันทรงพลังกระจายออกไปทุกทิศทาง รวมถึงบริเวณที่สองสามีภรรยากำลังมุ่งหน้าเข้าไป

“ลูกคนนี้…” รอยยิ้มที่สูญหายไปนานกลับคืนสู่ใบหน้างดงามของอู่ฉีเซวียอีกครั้ง “ทันทีที่กลับคืนสู่โลกภายนอกก็ท้าสู้กับศัตรู”

จี้ยี่ฉวนผงกศีรษะรับ “เพียงความสำเร็จของประกายชาดเก้าชั้นฟ้าระดับเหนือธรรมชาติ ก็ทำให้พลังฝีมือของลูกหนิงไม่ด้อยไปกว่าอสรพิษเหินหาว ครั้งนี้เมื่อสามารถกลับออกจากทิพยสถาน เขาคงได้รับของวิเศษบางประการมาด้วยจึงมั่นใจถึงเพียงนี้ แต่ต่อให้เกิดเหตุสุดวิสัยอันใดขึ้น เมื่อมีพวกเราคอยคุมเชิงอยู่เช่นนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล”

ทั้งสองแม้สนทนาอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับความเร็วมิได้ลดถอยลงแม้แต่น้อย

ชั่วครู่ให้หลัง จี้ยี่ฉวนก็สังเกตเห็นห้วงน้ำของทะเลสาบที่เบื้องหน้าแยกออกเป็นสองฟาก เงาร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงสู่เบื้องลึกด้านล่าง “ดูนั่น เด็กน้อยกลับมีพลังแข็งแกร่งไม่น้อย สามารถบังคับสายน้ำให้แยกออกจากกัน”

“เขาจะลงสู่ก้นทะเลสาบเช่นนั้นหรือ?” อู่ฉีเซวียกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

จี้ยี่ฉวนรีบปลอบโยนภรรยา “ไม่ต้องเป็นห่วงไป เจ้าเองก็เลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็ก ลูกของเราไหนเลยเคยเอาชีวิตเข้าเสี่ยงโดยปราศจากความมั่นใจ?”

หลังจากรับฟังการแยกแยะ นางค่อยสงบลงในที่สุด

“วางใจเถิด พวกเราจะรอคอยอยู่เหนือผิวน้ำ หากเกิดอันใดผิดปกติ ข้าจะรีบลงไปช่วยเขาเอง”
……..

หลังจากที่ส่งเสียงท้าทายเป็นเวลานานแต่ไม่บังเกิดผล จี้หนิงตัดสินใจใช้พลังในการควบคุมวารีแหวกสายน้ำของทะเลสาบรอบกายออกแล้วมุ่งหน้าลงสู่เบื้องล่าง

เหล่าสัตว์อสูรรับใช้ที่เห็นเหตุการณ์รีบมุ่งหน้าลงสู่รังของอสรพิษเหินหาวที่ส่วนลึกของทะเลสาบทันที

“นายท่าน! นายท่าน!”

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” เสียงคำรามของอสรพิษเหินหาวดังขึ้นจากบนแท่นที่ตัวมันในร่างมนุษย์นั่งอยู่

“เรียนนายท่าน จี้หนิงผู้นั้นผ่าแยกผืนน้ำแล้วมุ่งหน้าลงมาใต้ทะเลสาบแล้ว”

“มุ่งหน้าลงมาใต้ทะเลสาบ?” อสรพิษเหินหาวผุดลุกขึ้นยืนทันที “พวกเจ้าเห็นหรือไม่ว่ามันใช้วิธีใดในการแยกผืนน้ำ?”

“พวกข้าไม่เห็นมันใช้พลังปราณหรือท่าจู่โจมอันใด แต่ผืนน้ำกลับเปิดแยกออกจากกันเอง”

อสรพิษเหินหาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อว่า “มิน่าเล่ามันจึงกล้าท้าทายข้า เจ้าเด็กผู้นี้กลับมีพลังในการควบคุมวารีทั้งที่เพิ่งจะเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติได้ไม่นาน แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้นแล้วจะเป็นไร ฝีมือของมันก็เป็นแค่ระดับเหนือธรรมชาติขั้นต้นเท่านั้น”

แก้วตาของมันหดแคบลง กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ “มรรคาสวรรค์เปิดกว้างไม่รู้จักก้าวเดิน นรกไร้หนทางกลับบุกฝ่าเข้ามา ในเมื่อมันกล้ามาท้าทายข้าถึงก้นทะเลสาบ ข้าอสรพิษเหินหาวจะส่งมันลงนรกด้วยมือของข้าเอง!”

อสรพิษเหินหาวมีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น ก้นทะเลสาบแห่งนี้เป็นถิ่นที่มันคุ้นเคย ไม่มีทางที่ผู้ใดจะสามารถวางกำลังลอบทำร้ายหรือสกัดจับมันได้ ร่างของมันพลันกลับคืนเป็นอสรพิษขนาดมหึมาแหวกว่ายออกสู่ห้วงน้ำด้านนอก
………

“เด็กบัดซบขวัญกล้าบังอาจจริงๆ”

ที่เบื้องหน้าของอสรพิษเหินหาวคือจี้หนิงที่ก้าวเดินลงมาจนใกล้ถึงก้นทะเลสาบ ผืนน้ำรอบร่างกายของเขาถูกแหวกออกจากกันเป็นอาณาเขตรูปทรงกระบอก เขาเองก็สังเกตเห็นดวงตาสีแดงฉานและเงาร่างขนาดยักษ์ของอสรพิษเหินหาวที่เคลื่อนใกล้เข้ามาเช่นกัน

“จี้หนิง! ชดใช้ชีวิตลูกของข้ามา!”

“อสูรเฒ่าที่เข่นฆ่ามนุษย์นับไม่ถ้วนยังมีหน้ามาทวงถามหนี้ชีวิตอีกหรือ? วันนี้ข้าจะล้างแค้นให้กับชุนเฉา!”

แค้นเก่าอาฆาตใหม่ของหนึ่งมนุษย์หนึ่งอสรพิษพลันปะทุขึ้น ทั้งสองประสานสายตากันโดยไม่มีผู้ใดยินยอมแสดงความอ่อนด้อยออกมา

“เด็กบัดซบที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ข้าจะไม่ให้เจ้าได้มีโอกาสกลับสู่ผิวน้ำอีกเลย”

คำพูดพอสิ้นสุด อสรพิษเหินหาวก็ลงมือจู่โจมทันที ร่างยาวเหยียดของมันขนดเข้าแล้วพุ่งฉกออกไปเบื้องหน้า ทว่ากลับเป็นส่วนหางของมันที่วกฟาดมาถึงร่างของจี้หนิงก่อน เพียงการจู่โจมนี้ก็มีทั้งระดับความเร็วและพลังทำลายเหนือล้ำกว่าอสรพิษฟ้าครามหลายเท่าตัว

“สมเป็นสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงสุด” จี้หนิงใจสั่นสะท้าน ไม่กล้าประมาทศัตรูแม้แต่น้อย เขาใช้ท่าร่างปีกวายุเคลื่อนไหวหลบหลีกท่อนหางที่ฟาดเข้าใส่พลางเคลื่อนที่สวนเข้าไปแล้วจู่โจมกระบี่อุดรทมิฬออก “อสูรเฒ่ารับความตาย!”

อสรพิษเหินหาวบิดร่างวกศีรษะส่งเสียงคำรามคราหนึ่ง ปากกว้างใหญ่แดงฉานอ้าออกจนเห็นเขี้ยวโค้งยาวเหยียด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น