เซียนกระบี่

ตอนที่ 58 : DE-58

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

จี้หนิงกลั้นใจมองจากด้านข้าง ปล่อยให้พู่กันในอากาศขีดวาดเคล็ดวิชาและแผนภาพลงบนแผ่นหนังสัตว์โดยไม่กล้าส่งเสียงรบกวน

“สำเร็จแล้ว” พู่กันถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป มุมปากของโคชราเผยอรอยยิ้มอันภาคภูมิขึ้น

“เด็กน้อยจี้หนิงเจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการใช้พลังแห่งจิตซึ่งนับว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขข้อแรกของพยุหะพันกระบี่จำลอง ส่วนเงื่อนไขข้อที่สองคือการครอบครองสมบัติวิเศษประเภทกระบี่จำนวนมาก…”

“ซึ่งข้าก็มีอยู่ไม่น้อย” จี้หนิงสอดคำพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“เมื่อเจ้าเข้าสู่ระดับตำหนักม่วง สมบัติไร้อันดับเหล่านั้นจะกลับกลายเป็นไร้คุณค่า” โคชรากล่าวตักเตือน “เมื่อเวลานั้นมาถึง หากเจ้าไม่สามารถหากระบี่วิเศษที่มีอันดับมาทดแทน เจ้าจะไม่อาจแสดงพลังที่แท้จริงของพยุหะกระบี่ออกมาได้”

“ที่แท้พยุหะกระบี่นี้ต้องประกอบขึ้นจากกระบี่ทั้งสิ้นกี่เล่มกันแน่?”

“พยุหะพันกระบี่จำลองคือการจำลองลักษณ์ของพันกระบี่ลงมาเป็นระดับต่างๆ จำนวนสูงสุดที่พยุหะนี้สามารถใช้ออกได้อย่างทรงประสิทธิภาพคือเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าเล่ม!”

จี้หนิงอ้าปากค้าง ไร้คำพูดไปชั่วขณะ

กระบี่วิเศษมีอันดับเจ็ดร้อยกว่าเล่ม! ต่อให้รวบรวมทรัพย์สินทั้งมวลของตระกูลจี้ในห้าเขตปกครองเข้าด้วยกัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะเพียงพอให้ซื้อหาแลกเปลี่ยนมาได้ครบถ้วน

“เมื่อพลังการฝึกปรือของเจ้ารุดหน้าสูงขึ้น ระดับของกระบี่ที่ใช้ก็ต้องสูงขึ้นตาม จากสมบัติ ‘อันดับมนุษย์’ ขึ้นสู่ ‘อันดับพิภพ’ ‘อันดับสวรรค์’ และ ‘อันดับเซียน’…”

“นี่… นี่…” จี้หนิงรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ “ท่านผู้อมตะจูหัวสังหารศัตรูผู้ใช้วิชานี้ลงแล้วมิใช่หรือ? ท่านเซียนใช่ยังเก็บรักษากระบี่วิเศษเหล่านั้นไว้สักหลายร้อยเล่มหรือไม่?”

โคชราสีดำส่ายหน้าอีกครั้ง “ศัตรูผู้นั้นถูกขนานนามว่า ‘เซียนพันกระบี่’ ท่านเซียนต้องทุ่มเทชีวิตเข้าเสี่ยงกว่าที่จะสังหารมันลงได้ กระบี่เหล่านั้นย่อมไม่ถูกทิ้งเอาไว้ให้เปล่าประโยชน์ พวกมันถูกนำไปแลกเปลี่ยนเป็นวัสดุอันสูงค่าเพื่อเอามาใช้หลอมตียกระดับให้กับข้า วิถีแห่งการต่อสู้บนเส้นทางสู่ความอมตะก็เป็นเช่นนี้เอง ทุกผู้คนแก่งแย่งช่วงชิงทรัพยากรอันจำกัดจากกันและกันเพื่อพัฒนาตนเองและอาวุธคู่มือ ไม่ปล่อยทิ้งสิ่งใดให้สูญเปล่า”

“ข้าเข้าใจแล้ว” จี้หนิงกล่าวด้วยสีหน้าผิดหวัง

“จงอย่าได้คิดมากไป การที่เจ้าสามารถผ่านการทดสอบจนได้เป็นผู้สืบทอดของนิเวศน์แห่งนี้ มิได้หมายความว่าเจ้าจะสามารถประสบความสำเร็จทุกประการได้ในชั่วข้ามคืน”

“อย่าลืมว่าทั่วหล้านั้นมีทิพยสถานนับร้อยนับพันแห่งที่ถูกตกทอดสืบมา แต่ผู้ที่สามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของจักรวรรดิเซี่ยได้มีเพียงสักกี่คน? บี่ผู้เป็นประมุขคนที่สี่นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพียงสามารถบรรลุถึงระดับปรมาจารย์หมื่นสำแดงก็ต้องจบชีวิตลงที่เบื้องนอก เจ้าจงอย่าได้เป็นเช่นนั้น”

โคชราทอดถอนใจพลางหันเหหัวข้อสนทนา “พวกเรายังคงย้อนกลับมาที่พยุหะพันกระบี่จำลอง…”

จี้หนิงรีบสงบอารมณ์รวบรวมสมาธิรับฟัง

“พยุหะพันกระบี่จำลองขั้นแรกอาศัยขบวนกระบี่บินเก้าเล่มเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนขบวนกระบี่อีกแปดขบวน รวมทั้งสิ้นแปดสิบเอ็ดเล่ม”

“เมื่อเจ้าสามารถควบคุมกระบี่บินอีกแปดสิบเอ็ดเล่มได้จึงถือว่าสำเร็จขั้นที่สอง พลังทำลายจะสูงขึ้นทบเท่าทวีคูณ”

“ต่อเมื่อเจ้าสามารถควบคุมได้สามขบวนรวมทั้งสิ้นสองร้อยสี่สิบสามเล่ม จะนับเป็นขั้นที่สาม พลังทำลายก็จะเพิ่มสูงยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า เป็นเช่นนี้เรื่อยไปจนถึงขั้นที่เก้าอันเป็นขั้นสูงสุดซึ่งเจ้าจะต้องควบคุมกระบี่บินจำนวนเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าเล่มพร้อมกัน”

“ทว่าหากระดับของอาวุธเปลี่ยนแปลงไป ความยากในการควบคุมก็จะยิ่งสูงขึ้น ยกตัวอย่างเจ้าในปัจจุบันอาจสามารถใช้งานกระบี่วิเศษไร้อันดับได้หลายร้อยเล่มพร้อมกัน แต่หากเปลี่ยนไปใช้กระบี่บินระดับมนุษย์ เจ้าอาจสามารถควบคุมได้เพียงไม่กี่สิบเล่ม ทั้งนี้หากมองในมุมกลับจะพบว่าอานุภาพของพยุหะพันกระบี่จำลองนี้สามารถพัฒนาเติบโตไปพร้อมกับตัวเจ้า แม้ในยามที่เจ้าบรรลุระดับผู้อมตะสวรรค์ไปแล้วก็ตาม…”
………

เนิ่นนานให้หลัง จี้หนิงค่อยทำความเข้าใจกับพยุหะพันกระบี่จำลองโดยคร่าวๆ เขาอดมิได้ต้องแสดงความชื่นชมออกมา หากเปรียบเทียบกันแล้ว ค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์มีค่าไม่ต่างอะไรกับเศษขยะเท่านั้น

เขาเริ่มต้นด้วยการฝึกใช้ปลายนิ้วกรีดวาด ‘เส้นผนึกพันจำลอง’ ซึ่งเป็นเคล็ดสำคัญของ พยุหะพันกระบี่จำลอง ด้วยพลังในการจดจำของจี้หนิง เขาสามารถกรีดวาดได้ตามแผนภาพโดยไม่ผิดเพี้ยน

ทว่าโคชราสีดำยังคงไม่พอใจ มันกล่าวย้ำว่า “เพียงกรีดวาดเส้นผนึกได้อย่างถูกต้องนั้นยังไม่เพียงพอ เจ้าต้องเข้าถึงสำนึกแห่งฟ้าดินที่ซ่อนเร้นอยู่ในเส้นผนึกพันจำลองนี้ให้ได้ด้วย”

จี้หนิงใช้จิตสมาธิอันตั้งมั่นจดจ่อเป็นพื้นฐาน ลงมือทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากผ่านไปหลายร้อยครั้งในที่สุดเขาก็สามารถเข้าถึงสำนึกแห่งฟ้าดินที่ซ่อนเร้นอยู่ในเส้นผนึกพันจำลอง

“ประเสริฐ” โคชราส่งเสียงร้องชมเชยออกมา “ความสามารถในการตีความตลอดจนสัมผัสของเจ้าในการเข้าถึงสำนึกแห่งฟ้าดินช่างยอดเยี่ยมเหนือธรรมดา จดจำไว้ว่าเส้นผนึกพันจำลองนั้นเป็นแก่นแท้แห่งพยุหะพันกระบี่จำลอง เจ้าไม่อาจเปิดเผยสิ่งนี้ออกไป มิเช่นนั้นเหล่ายอดฝีมือผู้มีความรู้อันกว้างขวางจะสามารถคลี่คลายความลับแห่งพยุหะกระบี่และสามารถลอกเลียนแบบหรือทำลายมันลงได้อย่างง่ายดาย”

จี้หนิงผงกศีรษะจดจำคำสอนจนขึ้นใจ

ขั้นตอนต่อไปคือการนำเอาชามอ่างพร้อมกับกระบี่วิเศษจำนวนเก้าเล่มออกมา ทำการกรีดเลือดของตนบรรจุลงไปภายในชามอ่างจนเกือบเต็ม จากนั้นใช้นิ้วมือจุ่มเลือดขึ้นมากรีดวาดเส้นผนึกพันจำลองลงบนตัวกระบี่ทีละเล่ม

ทุกครั้งที่เขาทำการกรีดวาดสำเร็จ รัศมีสีโลหิตจะปรากฎขึ้นและผนึกจะถูกจารึกลงบนกระบี่เล่มนั้น
จี้หนิงเรียกเอากระบี่อีกเก้าเล่มออกมาแล้วลงมือกรีดวาดซ้ำ ทำอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งครบทั้งเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าเล่ม

“สำเร็จแล้ว” โคชราผงกศีรษะรับรอง

“ตั้งขบวนพื้นฐาน” จี้หนิงนั่งขัดสมาธิแผ่พุ่งพลังแห่งจิตออกมา

กระบี่วิเศษเก้าเล่มลอยฉวัดเฉวียนก่อตั้งเป็นพยุหะกระบี่พื้นฐานหลังหนึ่ง แต่จี้หนิงยังคงรู้สึกว่าพยุหะกระบี่ที่เบื้องหน้านี้ไม่สมบูรณ์ คล้ายกับว่ายังขาดอะไรไปบางอย่าง

“หลอมรวมเข้ากับสำนึกแห่งฟ้าดิน…” โคชราส่งเสียงเตือน

หนึ่งชั่วน้ำเดือดให้หลัง พยุหะกระบี่พื้นฐานที่ลอยอยู่เบื้องหน้าของจี้หนิงเริ่มฉายประกายแห่งสำนึกอันไร้ลักษณ์ออกมา สำนึกของกระบี่ทั้งเก้าเล่มที่เป็นเอกเทศสอดผสานซึ่งกันและกันอย่างสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว

“พยุหะพันกระบี่จำลองขั้นที่หนึ่ง!” จี้หนิงเร่งเร้าจิตสำนึกของตน ส่งกระบี่อีกเจ็ดสิบสองเล่มให้ลอยเข้าขบวนโดยอาศัยกระบี่ทั้งเก้าในพยุหะพื้นฐานเป็นแกนหลัก

กระบี่ทั้งแปดสิบเอ็ดเล่มลอยวนเวียนอยู่รอบกายของจี้หนิง ประกายรัศมีที่เกิดจากพลังปราณระดับเหนือธรรมชาติปะทุออกจนเจิดจ้าบาดตา พลังกระบี่ที่ก่อกำเนิดถูกรวมรั้งและปรับเปลี่ยนผ่านรูปแบบอันน่าอัศจรรย์ของพยุหะกระบี่จนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

โคชราสีดำที่เฝ้ามองอยู่ด้านข้างลอบยอมรับนับถืออยู่ในใจ ถึงแม้นี่จะเป็นเพียงพยุหะกระบี่ขั้นที่หนึ่งแต่ระดับความยากลำบากนั้นสูงกว่าการบังคับสิ่งของให้ลอยไปด้านหน้าเพียงอย่างเดียวเช่นที่จี้หนิงใช้ในการผ่านด่านทดสอบอย่างมากมายมหาศาล เขาจะต้องควบคุมรักษาตำแหน่งของกระบี่แต่ละเล่มเพื่อให้หลอมรวมเข้ากับสำนึกแห่งฟ้าดินได้อย่างสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว
………

กระบี่หลายร้อยเล่มหมุนวนอยู่ในอากาศรอบร่างของจี้หนิง ทุกเล่มล้วนเปล่งประกายแห่งพลังอันเข้มแข็งแกร่งกร้าว

“เด็กน้อยก้าวขึ้นสู่ขั้นที่สามได้สำเร็จ พลังทำลายของพยุหะกระบี่ในยามนี้ข้ามผ่านการผนึกพลังของศัสตราทั้งหลายพันในการทดสอบไปไกลแสนไกลแล้ว” โคชรายิ่งเฝ้ามองยิ่งรู้สึกทึ่งต่อพรสวรรค์และพลังซ่อนเร้นของจี้หนิง

ความคิดไม่ทันสิ้นสุดลงกระบี่อีกแปดสิบเอ็ดเล่มก็ดีดตัวขึ้นแล้วพุ่งเข้าสู่รูปกระบวน

ใบหน้าและร่างกายของจี้หนิงปรากฏหยาดเหงื่อผุดพรายดั่งสายฝน ท่ามกลางแสงสว่างเจิดจ้าและแรงสั่นสะเทือนของมวลอากาศรอบห้อง กระบี่อีกแปดสิบเอ็ดเล่มถูกส่งเข้าสู่ขบวนพยุหะ

โคชราตกตะลึงเนิ่นนานก่อนเอ่ยออกมา “พยุหะพันกระบี่จำลองขั้นที่ห้า…”

ทันใดนั้นกระบี่วิเศษทั้งสี่ร้อยห้าเล่มพลันร่วงหล่นลงสู่พื้น จี้หนิงเอ่ยพึมพำกับตนเอง “ขั้นที่ห้านี้หนักหน่วงกินแรงเกินไป ในการต่อสู้ยังคงจำกัดไว้เพียงขั้นที่สี่เถอะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น