เซียนกระบี่

ตอนที่ 56 : DE-56

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

แม้ว่าในยามคับขันถึงขีดสุด จี้หนิงจะอาศัยพลังแห่งจิตที่เลอเลิศเหนือคนทั่วไป สำแดงกระบวนท่าที่มีอานุภาพเทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติหลายพันคนรวมพลังกันออกมา แต่หากเขามิได้ครอบครองพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งกายาเทพอสูรอยู่ก่อน เขาคงสิ้นใจหรือกลับกลายเป็นคนพิการไปพร้อมกับการระเบิดของเส้นลมปราณทั่วร่าง อันเนื่องจากการใช้พลังจนเกินตัวครั้งนี้ไปแล้ว

ขณะเดียวกัน ตัวประหลาดขนดำมิได้มีท่าทีจะหลบหลีกหรือป้องกันตนจากลำแสงที่เกิดจากสมบัติวิเศษนับพันชิ้นรวมพลังจู่โจมเข้าใส่แม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมันอ้าแขนออกและหลับตาลง รอคอยด้วยความคาดหวัง…

เสียงระเบิดจากการปะทะดังสะท้อนสะท้านไปทั่วทางระเบียง ร่างของตัวประหลาดขนดำหงายหลังลงกระแทกพื้นราวขุนเขาถล่ม

“สำเร็จแล้ว?” จี้หนิงไม่อาจแม้แต่จะยกศีรษะขึ้นมอง ร่างของเขายังคงฉีกขาดเป็นรูโหว่ เส้นชีพจรแทบทั้งหมดขาดสะบั้น พลังปราณก็ไม่หลงเหลือติดกายแม้แต่น้อย เขาทำได้แค่พยายามสอดส่ายสายตาไปมา

ร่างที่ล้มลงนอนหงายของตัวประหลาดพับงอขึ้นสู่ท่านั่ง ก้มศีรษะมองดูแผงอกของตนเอง ขนสีดำถูกตัดขาดสะบั้นเผยให้เห็นบาดแผลสีแดงและโลหิตสีเขียวเข้มที่ไหลออกมาเป็นเส้นสายก่อนที่บาดแผลนั้นจะปิดเข้าหากันอีกครั้ง

จี้หนิงเบิ่งตากลมโตจ้องมองด้วยความลิงโลด เขาทำสำเร็จ!

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ารักษาชีวิตที่พวกท่านให้กำเนิดนี้ไว้ได้แล้ว”

“บาดแผล… เจ้าทำให้เกิดบาดแผลบนร่างข้าจนได้!” ตัวประหลาดขนดำกล่าวด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เหลือเชื่อก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นลิงโลดแทบคลุ้มคลั่ง มันส่งเสียงกู่ดังยาวนาน ระบายความคับแค้นรันทดและความเศร้าโศกอันลึกล้ำออกมาพร้อมกับเสียงร้องอันทรงพลัง

ตัวประหลาดขนดำพลันผุดลุกขึ้นยืนจ้องมองมาที่จี้หนิง ใช้น้ำเสียงอันแหบแห้งกล่าววาจาก่อนที่ร่างของมันจะจางหายไปในอากาศธาตุ “ขอบคุณประมุขคนใหม่ โปรดรีบสร้างพันธะครอบครองนิเวศน์แห่งนี้ และหวังว่าเราจะมีโอกาสได้พบกันอีก”
………

จี้หนิงรวบรวมพลังดิ้นรนลุกขึ้นยืนได้สำเร็จในที่สุด บาดแผลบนร่างตลอดจนเส้นชีพจรและอวัยวะภายในถูกซ่อมแซมและเสริมสร้างจนกลับสู่สภาวะปกติ เขาส่งพลังออกรวบรวมศัตราวิเศษทั้งปวงกลับเข้าไปในสมบัติวิเศษสำหรับเก็บของ

“ช่างนึกไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วยังคงเป็นสมบัติวิเศษไร้อันดับเหล่านี้ ที่ช่วยให้ข้าผ่านการทดสอบสุดท้ายไปได้” จี้หนิงทอดถอนใจยาวนาน การที่ยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติเพียงคนเดียวสามารถใช้งานสมบัติวิเศษหลายพันชิ้นพร้อมกันเป็นเรื่องที่กระทั่งได้ยินก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน ความเป็นไปได้นี้จึงไม่เคยอยู่ในหัวของเขา

เคล็ดวิชาเพ่งจิตภาพวาดเทพธิดาหนี่วาสมเป็นยอดวิชาเพ่งจิตอันดับหนึ่งแม้ในสวรรคโลก การที่เขามุ่งมั่นฝึกฝนมันมาตั้งแต่เกิดส่งผลให้พลังแห่งจิตอยู่เหนือขอบเขตของยอดฝีมือระดับเดียวกันทั้งมวลในจักรวรรดิเซี่ยแห่งนี้

จี้หนิงกวาดตามองซากโครงกระดูกนับไม่ถ้วนที่ทับถมกลื่อนกล่นบนทางระเบียงด้วยความสะทกสะท้อน “ผู้ชนะได้ครอบครองทุกสรรพสิ่ง ผู้พ่ายแพ้หลงเหลือเพียงกองกระดูกขาว…”

เขาทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิ เริ่มต้นฟื้นฟูพลังปราณที่เหือดแห้ง
………

จี้หนิงค่อยๆเดินสำรวจทางระเบียงของนิเวศน์ใต้วารีแห่งนี้อย่างละเอียด เขาใช้เวลาเกือบหนึ่งวันในการฟื้นฟูพลังปราณให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง และอีกยาวนานจนยากนับคำนวณในการเดินผ่านทางระเบียงที่คดเคี้ยวแห่งนี้

ในที่สุดทางออกก็ปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าไม่ไกลออกไป จี้หนิงอดมิได้ต้องส่งเสียงอุทานออกมาแล้วเร่งฝีเท้าขึ้น

เมื่อก้าวพ้นจากทางระเบียง จี้หนิงต้องสูดหายใจเข้าไปด้วยความหนาวเหน็บอีกครั้ง สิ่งที่พบเห็นแก่สายตาคือห้องโถงขนาดมหึมาที่กว้างใหญ่ไพศาล เพียงเพดานก็สูงกว่าหลายพันเมตร ยิ่งใหญ่จนทางระเบียงที่เขาเดินผ่านเข้ามาดูเล็กไปถนัดตา บนพื้นห้องส่วนหน้าวางไว้ด้วยอาสนะขนาดยักษ์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราวสามร้อยเมตร และยังมีอาสนะขนาดเดียวกันอีกหลายร้อยผืนวางเรียงรายอยู่บนพื้นห้องส่วนหลัง

“ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายใหญ่โตถึงเพียงไหนจึงจะใช้อาสนะเยี่ยงนี้ ทั้งยังมีจำนวนมากมายถึงเพียงนี้?” ภายในจิตใจของจี้หนิงเต็มไปด้วยคำถาม เขาส่ายหน้าด้วยความงุนงง สาวเท้าเดินสำรวจต่อไป

โครงสร้างของสถานที่แห่งนี้เรียบง่ายและเก่าแก่ นอกจากอาสนะขนาดยักษ์หลายร้อยผืนแล้วไม่มีเครื่องตกแต่งอื่นใดอีก กระทั่งต้นเสาที่ตั้งค้ำยันเพดานก็เป็นเพียงแท่งหินขนาดยักษ์ที่ปราศจากลวดลายอันใด

ที่สุดปลายแต่ละด้านของห้องโถงมหึมาคือช่องทางระเบียง จี้หนิงทดลองนับดูพบว่าสามช่องมีความสูงเพียงสามร้อยเมตร ในขณะที่อีกสองช่องมีความสูงถึงสามพันเมตร เขายังพบว่าตนเองไม่สามารถย่างเท้าเข้าไปในทางระเบียงแต่ละด้าน รวมถึงเส้นทางที่เขาเพิ่งเดินออกมาได้ เส้นทางทุกสายดูเสมือนว่าจะมีกำแพงที่ไร้สภาพกั้นขวางเอาไว้

เมื่ออยู่ภายในห้องโถงแห่งนี้จี้หนิงรู้สึกราวกับตนเองเป็นเพียงมดตัวหนึ่ง ในที่สุดเขาก็เลิกขบคิดวุ่นวาย เลือกอาสนะขนาดยักษ์ใบหนึ่งแล้วทรุดนั่งลงไป

“นี่กลับนั่งสบายไม่น้อย”

หลังจากที่สงบจิตใจนั่งพัก สติความคิดของเขาค่อยเรียบเรียงได้อย่างปลอดโปร่งคล่องแคล่วมากขึ้น “ในเมื่อข้าผ่านด่านทดสอบทั้งสามจนสามารถเข้าสู่ห้องโถงแห่งนี้ เหตุใดจึงยังถูกกักบริเวณเอาไว้อีก…”

“ประมุขของนิเวศน์แห่งนี้สมควรต้องมีแผนต้อนรับผู้ที่ผ่านการทดสอบอยู่ก่อนแล้วมิใช่หรือไร?” ความคิดของจี้หนิงไล่เรียงไปตั้งแต่ตอนที่ตัวเขาถูกดึงดูดเข้าสู่ทางระเบียงในช่วงแรกของการทดสอบ ไปจนถึงตัวประหลาดขนดำที่ถูกเคลื่อนย้ายจากไปหลังจากที่เขาผ่านการทดสอบ จะต้องมีใครสักคนที่อยู่เบื้องหลังและคอยควบคุมกลไกของนิเวศน์ใต้วารีแห่งนี้
………

ขณะที่จี้หนิงนั่งสงบสติครุ่นคิดทบทวน โคชราสีดำตัวหนึ่งก็ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าออกมาจากทางระเบียงที่สูงสามพันเมตร

นี่เป็นโคขนาดใหญ่สีดำที่ยาวหลายเมตร มันใช้ดวงตาโตใหญ่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและแฝงไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นสำรวจร่างของจี้หนิงที่รับรู้ถึงการมาของมันและจ้องมองตอบ

“ท่านผู้อาวุโสสามารถประทานบอกหรือไม่ว่าท่านเป็นผู้ใด?” จี้หนิงสอบถามด้วยความเคารพ เขาทราบดีว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในเคหาสน์แห่งนี้ล้วนแล้วแต่พิเศษพิสดาร

“ข้าหรือ?” โคชราสีดำส่ายหน้า “คำผู้อาวุโสไม่กล้ารับ ตัวข้าเพียงเป็นจิตวิญญาณของสมบัติวิเศษเท่านั้น”

“จิตวิญญาณของสมบัติวิเศษ?” จี้หนิงทวนคำด้วยความสงสัย “สมบัติวิเศษก็มีจิตวิญญาณ?”

“ข้าเป็นสมบัติวิเศษประจำตัวของท่านเซียนจูหัว…” โคชราเหลือบตาดูสีหน้าของจี้หนิงแล้วทอดถอนใจ “เด็กน้อยอย่าได้ดีดลูกคิดรางแก้วแล้ว ต่อให้ข้าเคลื่อนย้ายร่างสมบัติวิเศษของข้าออกมาที่นี่ ด้วยระดับความสำเร็จของเจ้าในยามนี้ไหนเลยสร้างพันธะครอบครองข้าได้”

จี้หนิงได้แต่พยักหน้ารับโดยมิอาจปฏิเสธ ด้วยความสำเร็จระดับเหนือธรรมชาติของเขา สมบัติวิเศษที่สามารถสร้างพันธะครอบครองได้มีเพียงประเภทไร้อันดับเท่านั้น

อันดับของสมบัติวิเศษยิ่งสูง เงื่อนไขและพลังที่ต้องใช้ในการสร้างพันธะครอบครองก็ยิ่งสูงตาม

“เช่นนั้นข้าขอเข้าพบประมุขของสถานที่แห่งนี้ได้หรือไม่?”

“ล้วนเสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น” โคชราส่ายหน้าอีกครั้ง “ล้วนเสียชีวิตไปเนิ่นนานจนแม้แต่ตัวข้าก็จดจำไม่ได้แล้วว่าเนิ่นนานเท่าใด”

จี้หนิงพนักหน้ากับตนเอง นี่ไม่ต่างไปจากที่เขาคาดเดาสักเท่าใด

“ตลอดระยะเวลานานแสนนานที่ผ่านมา ยอดฝีมือกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติและสาวกตำหนักม่วงคนแล้วคนเล่าถูกส่งตัวเข้ามายังนิเวศน์แห่งนี้ น่าเสียดายที่ทุกคนล้วนไม่อาจเอาชีวิตรอดผ่านการทดสอบไปได้ ข้าเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าเด็กน้อยที่ระดับการฝึกปรือยังอ่อนด้อยเช่นเจ้าจะโชคดีผ่านมาถึงที่นี่ได้”

“ในการทดสอบที่สามนั้นนับว่าเจ้าโชคดีถึงขีดสุด ต่อให้พลังแห่งจิตตานุภาพของเจ้าจะเข้มแข็งเพียงใด วิธีที่เจ้าใช้กลับอ่อนหัดไร้เหตุผลเป็นอย่างยิ่ง” โคชรากล่าวด้วยน้ำเสียงกึ่งเหยียดหยามกึ่งขบขัน “สมบัติวิเศษนับพันชิ้นมุ่งจู่โจมตรงไปยังเป้าหมายเพียงจุดเดียวด้วยสภาวะมีไปไม่มีกลับ หรือคู่ต่อสู้ของเจ้ายังจะไม่รู้จักเบี่ยงตัวหลบหลีก?”

“ถูกแล้ว” จี้หนิงน้อมรับคำสั่งสอนแต่โดยดี

“อย่างไรก็ตาม หุ่นกลไกตัวนั้นกลับถูกความเดียวดายคุกคามจนแทบเสียสติ จึงอ้าแขนรับเอาไว้ด้วยความเต็มใจ เจ้าผ่านการทดสอบที่สามมาได้ด้วยลักษณะนี้เอง”

“ตัวประหลาดนั้นคือหุ่นกลไก?” จี้หนิงส่งเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจ

เขามิใช่ไม่เคยสัมผัสกับหุ่นกลไกมาก่อน หุ่นเหล็กดำที่บิดาเขามอบให้ใช้เป็นเป้าซ้อมกระบี่ก็เป็นหุ่นกลไกประเภทหนึ่งเช่นกัน ทว่าตัวประหลาดขนดำมีเลือดเนื้อทั้งยังมีชีวิตจิตใจ จะเป็นหุ่นกลไกไปได้อย่างไร?

“เด็กน้อยเจ้ารู้อันใด? หุ่นกลไกนั้นมีมากมายหลายประเภท ตัวที่เจ้าต่อสู้ด้วยนั้นเป็นประเภทที่มีวิญญาณผนึกเอาไว้” มันพ่นลมออกทางจมูกแล้วกล่าวต่อไป “หากวิญญาณที่ผนึกลงไปเข้มแข็งพอ กระทั่งความสามารถเยี่ยงฟ้ามนุษย์หลอมรวมมันก็ใช้ออกได้ ทั้งยังสามารถขยายพลังของกระบวนท่าให้เพิ่มพูนขึ้นจากเดิมหลายเท่าอีกด้วย ทว่าดวงวิญญาณที่ถูกฝังลงในตัวหุ่นจะไม่สามารถกลับสู่วัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้อีก นั่นกลับเป็นความทรมานอันยิ่งใหญ่ประการหนึ่ง”

“แต่อย่างน้อยความเข้าใจในวิถีแห่งเต๋าของเจ้ายังนับว่าไม่เลวอยู่ กลับสามารถคิดค้นบงกชวารีอัคคีขึ้นจากอักขระศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันจันทราของประกายชาดเก้าชั้นฟ้า เพียงแต่ด้วยระดับพลังที่เจ้าแสดงออก ความสำเร็จคงไม่เกินขั้นที่สี่…”

“ผู้อาวุโสวิจารณ์ได้ถูกต้องแล้ว” จี้หนิงรีบกล่าว

“ประกายชาดเก้าชั้นฟ้าลึกซึ้งยากฝึกปรือ คาดว่าเจ้าคงเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในระดับเหนือธรรมชาติได้ไม่นาน ตอนนี้อายุของเจ้าคงแค่สิบกว่าปีกระมัง?”

“สิบเอ็ดปี” จี้หนิงบอกกล่าวตามตรง

“อายุสิบเอ็ดปีก็บรรลุประกายชาดเก้าชั้นฟ้าระดับเหนือธรรมชาติ ซ้ำยังเข้าถึงความรู้แจ้งในเพลงกระบี่…” โคชราสีดำส่ายหน้าไปมา “ช่างไม่อาจเข้าใจว่าเหล่ายอดคนในจักรวรรดิเซี่ยปล่อยให้อัจฉริยะเยี่ยงนี้หลุดมาถึงที่นี่ได้อย่างไร”

จี้หนิงเบิ่งตากลมโตตั้งใจรับฟังโคชราพร่ำกล่าวต่อไป

“ต่อให้วิธีที่เจ้าใช้ในการผ่านการทดสอบจะไม่สง่างามนัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งจิตอันเข้มแข็ง เมื่อผนวกเข้ากับวิถีแห่งเต๋าที่เจ้าเข้าถึง เมื่อใดที่เจ้าสำเร็จขั้นที่หกของประกายชาดเก้าชั้นฟ้า เจ้าคงผ่านการทดสอบทั้งหมดนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น” หยุดเล็กน้อย โคชราค่อยยิ้มพลางกล่าวว่า

“ข้ากลับหลงลืมไป ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้านับเป็นประมุขคนที่ห้าของนิเวศน์ใต้วารีแห่งนี้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น