เซียนกระบี่

ตอนที่ 52 : DE-52

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 448
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

ตัวเมืองเขตปกครองตะวันตก

“ยินดีด้วยยี่ฉวน ข้าได้ยินมาว่าจี้หนิงสามารถบรรลุถึงระดับเหนือธรรมชาติแล้ว”

“ยี่ฉวน บุตรชายของเจ้านับเป็นอัจฉริยบุรุษอย่างแท้จริง”

“เขาเพิ่งมีอายุเพียงสิบเอ็ดปีเท่านั้นมิใช่หรือ? เข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้ บุตรชายของเจ้านับเป็นบุคคลที่สามในประวัติศาสตร์นับพันปีของตระกูลจี้ทั้งห้าเขตปกครอง”

เค้าความปิติยินดีแฝงอยู่บนใบหน้าที่เย็นชาดุจก้อนน้ำแข็งของจี้ยี่ฉวน ถึงแม้ดูจากภายนอกเขาจะยังเป็นกระบี่พิรุณโปรยที่เคร่งขรึมจริงจัง แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับเขาล้วนสามารถบอกได้ว่ายอดมือกระบี่ผู้นี้อยู่ในอารมณ์ที่เบิกบานถึงเพียงไหน

ข่าวสารถูกส่งเข้ามายังตระกูลจี้ทั้งห้าเขตปกครองไม่ขาดสาย ทั้งเรื่องที่จี้หนิงอาศัยการย่ำเท้าสามครั้งคราก็ถล่มกำแพงเมืองของเผ่าแม่น้ำลงมา หรือการเตะออกเท้าหนึ่งก็กำราบยอดฝีมือระดับเจี้ยงซันสีจนมิกล้าไม่ยอมสยบ สถานะในตระกูลจี้ของสายตระกูลจี้ยี่ฉวนยิ่งมายิ่งรุ่งโรจน์ดุจตะวันกลางหาว

“ดูท่านกลับเบิกบานใจถึงเพียงนี้” อู่ฉีเซวียกล่าวเย้าแหย่สามีในขณะที่ตนเองตักน้ำรดดอกไม้ในสวน

“นี่กลับเป็นเรื่องคู่ควรให้ต้องฉลองสักครา” จี้ยี่ฉวนที่นั่งอยู่บนม้าหินกรอกสุราผ่านลำคอรวดเดียวจนหมดสิ้น “ลูกหนิงสามารถสังหารราชันย์แรดวารีได้ตั้งแต่ก่อนที่จะบรรลุสู่ระดับเหนือธรรมชาติ เมื่อแรกบรรลุผ่านก็เปล่งประกายข่มยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมานานอย่างเจี้ยงซันสีจนต้องก้มศีรษะให้ ข้าคาดว่าลูกของเราสมควรบรรลุระดับเหนือธรรมชาติในด้านกายาเทพอสูรแล้วเช่นกัน”

จากรายงานของนักรบเกราะดำที่ประจำอยู่ในเผ่าแม่น้ำ จี้หนิงใช้รังสีกระบี่กระแทกมีดสั้นที่เจี้ยงหยีคิดใช้ปลิดชีพตนเองได้ นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าจี้หนิงบรรลุระดับเหนือธรรมชาติด้านพลังปราณ ในขณะที่จี้ยี่ฉวนล่วงรู้ข้อจำกัดทางร่างกายของบุตรชายเป็นอย่างดี เมื่อจี้หนิงสามารถบรรลุถึงระดับเหนือธรรมชาติด้านพลังปราณได้ แสดงว่าเส้นชีพจรที่ได้รับบาดเจ็บของเขาต้องถูกหลอมสร้างขึ้นใหม่ด้วยกายาเทพอสูรแล้ว

“ประกายชาดเก้าชั้นฟ้าสมแล้วที่เป็นวิชากายาเทพอสูรอันดับหนึ่ง ลูกหนิงเมื่อสามารถประสบความสำเร็จในการฝึกปรือยอดวิชานี้ อีกไม่นานเขาจะก้าวข้ามตัวข้า ชื่อเสียงของตระกูลจี้เราจะขจรขจายไปทั่วแผ่นดินพร้อมกับชื่อเสียงของเขา” จี้ยี่ฉวนรู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของตนพุ่งทะยานขึ้นไปถึงชั้นฟ้า เขาแทบไม่อาจอดทนรอคอยวันข้างหน้าที่จะมาถึง

“ชื่อเสียงของตระกูลจี้ขจรขจายไปทั่วแผ่นดิน…” อู่ฉีเซวียกล่าวเสียงแผ่วเบา “อาจบางทีวันหนึ่งตระกูลจี้จะยิ่งใหญ่ทัดเทียมกับที่ตระกูลอู่ฉีเคยเป็นในอดีต ทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้น…”

“ย่อมไม่มีตระกูลใดที่ยืนหยัดค้ำฟ้า” จี้ยี่ฉวนรีบเดินเข้าไปปลอบโยนคู่ชีวิต “เมื่อครั้งจักรวรรดิเซี่ยทำสงครามเพื่อครอบครองโลกใบนี้ ไม่ทราบมีชาติตระกูลอันยิ่งใหญ่ซึ่งคงอยู่มาตั้งแต่ยุคแห่งเทพอสูรจำนวนมากมายเท่าใด ที่ถูกล้มล้างจนสิ้นสูญในชั่วข้ามคืน”

“ข้าเข้าใจดี” อู่ฉีเซวียผงกศีรษะ “ในร่างของลูกหนิงไหลเวียนไว้ด้วยโลหิตแห่งตระกูลอู่ฉีครึ่งหนึ่ง วันที่นามของเขาถูกกล่าวขวัญไปทั่วหล้า ดวงวิญญาณของบรรพชนตระกูลอู่ฉีก็จะได้รับการปลอบประโลมเช่นกัน”
………

ขณะที่สองสามีภรรยากำลังสนทนากันนั้นสีหน้าของจี้ยี่ฉวนก็พลันแปรเปลี่ยน

“เกิดเรื่องใดขึ้น?” อู่ฉีเซวียเข้าใจในตัวสามีเป็นอย่างดี นางรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเขา

“ไม่มีอันใด” จี้ยี่ฉวนส่ายหน้า “ข้าเพียงนึกขึ้นมาได้ว่ามีบางสิ่งที่ยังมิได้กระทำ”

คิ้วเรียวงามของอู่ฉีเซวียขมวดลง “ยังจะปิดบังอีก ท่านผู้นี้ไม่รู้จักเสแสร้งเป็นที่สุด อย่าว่าแต่ด้วยขันติและพลังการฝึกปรือของท่าน เรื่องเล็กน้อยทั่วไปไหนเลยส่งผลต่ออารมณ์ของท่านได้ถึงเพียงนี้”

เรื่องราวเมื่อดำเนินมาถึงขั้นนี้ จี้ยี่ฉวนได้แต่ทอดถอนใจบอกกล่าวตามตรง “ก่อนลูกหนิงออกเดินทาง ข้าได้มอบกระบี่หยกให้แก่เขาเล่มหนึ่ง เพื่อให้ข้าสามารถรับรู้ถึงตำแหน่งที่อยู่ของเขาได้ตลอดเวลา ทั้งยังกำชับห้ามมิให้เดินทางออกห่างจากเมืองเขตปกครองตะวันตกเกินกว่าระยะทางหนึ่งหมื่นกิโลเมตร…”

“หรือว่าเขาเดินทางออกพ้นรัศมีหนึ่งหมื่นกิโลเมตรที่ท่านกำหนด?”

“มิใช่เช่นนั้น” สีหน้าของจี้ยี่ฉวนแปรเปลี่ยนจนยากอธิบาย “หากทว่าตั้งแต่เมื่อครู่นี้ ข้าก็ไม่สามารถรับรู้ถึงตำแหน่งของเขาได้อีกต่อไป”

อู่ฉีเซวียผุดลุกขึ้นยืนส่งเสียงอุทานด้วยสีหน้าแตกตื่น นางก้มตัวลงไออย่างรุนแรง ไออย่างยากที่จะหยุดยั้งลงได้

จี้ยี่ฉวนรีบตรงเข้าไปประคองร่างของภรรยา “นี่เป็นสาเหตุที่ข้าไม่อยากบอกต่อเจ้า… ดีขึ้นแล้วหรือไม่?”

อู่ฉีเซวียหาได้กังวลสนใจสุขภาพของตนเอง เมื่อข่มกลั้นการไอลงได้ นางรีบถามต่อไป “ไฉนจึงเป็นเช่นนี้ได้? ใช่เป็นเพราะลูกหนิงได้รับอันตรายอันใดหรือไม่?”

“เจ้าอย่าได้ตื่นตระหนกจนเกินไป” จี้ยี่ฉวนรีบตอบคำ “การที่ข้าไม่สามารถรับรู้ถึงกระบี่หยกมีคำอธิบายได้สองประการ…”

“ประการแรก ลูกหนิงเผชิญพบคู่ต่อสู้อันร้ายกาจ จึงนำกระบี่หยกออกมา หากทว่าก่อนที่เขาจะหักมัน กระบี่หยกกลับถูกศัตรูช่วงชิงไปได้ก่อนและทำการควบคุมพลังของมันเอาไว้”

“ประการที่สอง ลูกหนิงถูกดึงดูดหรือเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อันห่างไกลเกินกว่าที่พลังของข้าจะติดตามไปถึง”

มารดาของจี้หนิงสงบลงในที่สุด ตัวนางจะอย่างไรก็มีประสบการณ์อันกว้างขวางเช่นกัน “ด้วยความแข็งแกร่งของลูกหนิงในตอนนี้ ผู้ที่จะสามารถแย่งชิงกระบี่หยกไปจากมือของเขาได้สมควรมีน้อยยิ่งกว่าน้อย อย่าว่าแต่หากศัตรูมีความสามารถถึงเพียงนั้นย่อมสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายช่วงชิงกระบี่หยก”

อู่ฉีเซวียความจริงเป็นสตรีเจ้าปัญญานางหนึ่ง เมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้ก็เริ่มทำการวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล

จี้ยี่ฉวนเห็นดังนั้นจึงค่อยคลายใจและกล่าวสืบต่อ “ดังนั้นที่เป็นไปได้มากกว่าก็คือลูกหนิงถูกส่งไปยังที่อันแสนไกล ที่จริงต่อให้เป็นสถานที่ห่างไกลออกไปนับล้านกิโลเมตรข้าก็ยังสมควรรู้สึกถึงกระบี่หยกได้อย่างเลือนลาง ข้าคิดว่าเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ที่สุดคือลูกหนิงถูกดึงตัวไปยังอีกมิติหนึ่งอย่างฉับพลัน… เขาอาจถูกดึงดูดเข้าสู่ทิพยสถาน”

สองสามีภรรยาล้วนเคยออกเดินทางผาดโผนไปทั่วหล้า จึงล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของทิพยสถานเป็นอย่างดี

“สถานที่สุดท้ายซึ่งท่านรู้สึกถึงการคงอยู่ของลูกหนิงคือที่ใด?”

“ทะเลสาบอสรพิษเหินหาว”

“เช่นนั้นพวกเรารีบเดินทาง…” วาจามิทันจบประโยค อู่ฉีเซวียก็ส่งเสียงไออย่างรุนแรงยาวนานอีกครั้ง

“ให้ข้าไปเอง เจ้าพักผ่อนอยู่ที่นี่…”

“ลูกตกอยู่ในอันตรายจะให้ข้าอยู่นิ่งเฉยได้อย่างไร? อย่าว่าแต่ท่านก็ทราบดีถึงสภาพร่างกายของข้า ท่านอย่าได้ห้ามข้าแล้ว”

เมื่อเห็นแววตาวิงวอนของภรรยา จี้ยี่ฉวนก็มิอาจหักใจปฏิเสธ เขาได้แต่ทอดถอนใจกล่าวว่า “พวกเราไปขอหยิบยืมวิหคอัคคีฟ้าจากท่านน้าฮัวกัน”
………

ผิวน้ำเหนือทะเลสาบอสรพิษเหินหาวอันกว้างใหญ่แลดูสงบราบเรียบ

คู่สามีภรรยาที่งามสง่าดุจเซียนวิเศษโดยสารอยู่บนหลังของวิหคเพลิงขนาดใหญ่เหินบินมาถึงริมทะเลสาบ

“รีบไปรายงานต่อนายท่าน จี้ยี่ฉวนเดินทางมาแล้ว ทั้งยังพาสตรีมาด้วยนางหนึ่ง” เหล่าสัตว์อสูรรับใช้ต่างแตกกระเจิงหลบหนีลงสู่ใต้น้ำเป็นที่โกลาหล

จี้ยี่ฉวนบนท้องฟ้าย่อมไม่แยแสสนใจเหล่าสมุนรับใช้ เขาชี้มือไปยังพื้นที่ชายฝั่งไม่ไกลออกไป “นั่นเป็นที่ตั้งของหน่วยนักรบเกราะดำ พวกเราจะเริ่มต้นสืบเสาะจากที่แห่งนั้น”

เมื่อวิหคอัคคีฟ้าร่อนลงสู่พื้น นักรบเกราะดำสองนายที่ยืนเฝ้ารักษาการณ์รีบคุกเข่าลงทำความเคารพ พวกมันย่อมรู้จักผู้มาเป็นอย่างดี

“คารวะท่านผู้บัญชาการ”

“ข้าต้องการทราบว่าพวกเจ้าพบเห็นร่องรอยของบุตรชายข้าหรือไม่?” จี้ยี่ฉวนเอ่ยถามตรงๆ

นักรบที่รูปร่างสูงกว่ารีบกล่าวตอบ “พวกข้าล้วนพบเห็น นายน้อยเหยียบย่ำบนผิวน้ำ ท้าทายอสรพิษเหินหาวให้ออกมาต่อสู้กัน”

“อสรพิษเหินหาว?” สองสามีภรรยาสบตากัน แม้จะประหลาดใจอยู่บ้างแต่ทั้งคู่ล้วนไม่วิตกกังวลว่าจี้หนิงจะประสบภัยภายใต้เงื้อมมือของมัน

“นายน้อยเดินส่งเสียงร้องท้าทายไปทั่วทะเลสาบ ทว่าอสรพิษเหินหาวกลับไม่ยอมปรากฏกายออกมาตามคำท้า นักรบเกราะดำที่เฝ้าอยู่โดยรอบล้วนได้ยินอย่างชัดเจน ทว่าพวกเราอยู่ห่างไกลเกินไป จึงไม่อาจเห็นชัดตาว่านายน้อยเดินไปในทิศทางใด”

“เจ้ามั่นใจว่าทั้งสองมิได้ต่อสู้กัน?”

“พวกข้ามั่นใจ นอกจากเสียงร้องท้าทายแล้ว ไม่มีสุ้มเสียงอื่นใดเกิดขึ้นอีก”
………

จี้ยี่ฉวนสองสามีภรรยายืนเคียงคู่ จ้องมองไปยังห้วงน้ำอันไพศาล

หลังจากรวบรวมข้อมูลจากหน่วยนักรบที่ประจำการรอบทะเลสาบ คำตอบที่ได้รับล้วนคล้ายคลึงกัน ทั้งคู่ยังออกติดตามจนพบม่ออู่และชิวเยี่ย ล่วงรู้ถึงต้นสายปลายเหตุที่จี้หนิงแค้นเคืองอสรพิษเหินหาวจนเดินทางมาชำระสะสางข้ออาฆาต จวบจนกระทั่งเขาเดินหายไปในใจกลางทะเลสาบ

“เจ้าเห็นว่าอย่างไร” จี้ยี่ฉวนกล่าวถามขึ้น

“ข้อมูลทั้งหมดถูกต้องตรงกัน ไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นบนผิวทะเลสาบ ลูกหนิงคงล่วงล้ำเข้าไปในทิพยสถานจริงๆ สถานที่แห่งนั้นอาจบางทีเป็นเพียงเม็ดทรายเม็ดหนึ่งที่ใต้ทะเลสาบ อาจบางทีตั้งอยู่เบื้องหน้านี้เองเพียงแต่พวกเราไม่อาจรับรู้ถึงมันได้” อู่ฉีเซวียส่ายหน้า พยายามข่มความวิตกกังวลในจิตใจ “ที่พวกเราสามารถกระทำได้ คงเป็นเพียงแค่การเฝ้ารอ”

“ถูกแล้ว เราต้องเชื่อมั่นในตัวเขา” จี้ยี่ฉวนผงกศีรษะ “อีกไม่นานลูกหนิงจะเดินเหินบนผิวน้ำกลับมาหาพวกเรา”

อู่ฉีเซวียล้มตัวลงพิงอ้อมอกของสามี หลับตาลงไม่กล่าวอันใดอีก
………

บนทางระเบียงอันมืดมิดของนิเวศน์ใต้วารี

จี้หนิงที่บัดนี้ฟื้นฟูพลังทั้งมวลกลับคืนมาลุกยืนขึ้น จ้องมองกองซากศพที่สุมซ้อนอยู่เบื้องหน้า เขาพลันตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

“ข้าจะต้องมีชีวิตรอดกลับไป”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น