เซียนกระบี่

ตอนที่ 3 : แรกกำเนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

จี้หนิงลืมตาขึ้นและพบว่าตนเองกำลังถูกโอบอุ้มโดยยักษ์ในชุดขนสัตว์สีขาว จวบจนผ่านไปอีกชั่วครู่จึงค่อยทำความเข้าใจว่าที่เขาเห็นอีกฝ่ายเป็นยักษ์ก็เพราะตัวเขาเป็นเด็กทารกนั่นเอง

“พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” ชายผู้นั้นออกคำสั่งต่อหญิงรับใช้สามนางที่รอคอยปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง พวกนางต่างรีบรับคำแล้วล่าถอยออกจากห้อง

จี้หนิงลอบมองสำรวจชายชุดขาวที่อุ้มตนเอง นี่สมควรเป็นบิดาของเขา แต่แม้ว่าจะเพิ่งได้บุตรชาย ใบหน้าของชายผู้นี้ก็ยังคงเย็นชาราวสลักขึ้นจากก้อนน้ำแข็ง บันดาลให้ผู้คนรู้สึกไม่กล้าเข้าใกล้ ชุดขนสัตว์สีขาวอันงดงามสูงค่าถูกตัดเย็บอย่างปราณีตรับรูป แตกต่างจากชุดของบรรดาหญิงรับใช้ที่เพิ่งเดินออกไปซึ่งแม้จะตัดเย็บขึ้นจากขนสัตว์เช่นกัน แต่ดูด้อยค่ากว่ามากนัก

เมื่อมองไปโดยรอบ ทั้งกำแพงและเครื่องเรือนของห้องนี้ ไม่ว่าจะเป็น ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ ล้วนจัดสร้างขึ้นจากหินอ่อนสลักลวดลายงดงาม

สตรีหน้าแดงเปล่งปลั่งนอนพักอยู่บนเตียงหินอ่อนที่ปูไว้ด้วยขนสัตว์ขนาดใหญ่ยาวระลงจนถึงพื้น เพียงแค่มองก็รู้ว่าเป็นของหายากราคาแพง

“จากวัสดุตกแต่งห้องและการแต่งกายของคนเหล่านี้ โลกใบนี้สมควรยังไม่ได้พัฒนาไปสักเท่าใด” จี้หนิงคาดคะเนอยู่ในใจ

“เป็นบุตรชาย” สีหน้าของบิดาจี้หนิงแม้ยังคงเย็นชา แต่มิอาจกลบเค้าความยินดีที่ฉายออกมาจากดวงตาคู่นั้นได้

จี้หนิงพลันรู้สึกถึงพลังความเย็นสายหนึ่งชำแรกเข้าสู่ร่างกายของเขา ก่อนจะสาบสูญไปอย่างรวดเร็ว

“ยี่ฉวน ลูกของเราเป็นอย่างไรบ้าง” หญิงสาวที่นอนบนเตียงสอบถามอย่างกังวลใจ


“ไม่ผิดจากที่คิดไว้ ลูกเรามีสภาพร่างกายพื้นเพธรรมดา” จี้ยี่ฉวนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล หากดวงตาของหญิงสาวปรากฎประกายน้ำตาขึ้น “ขอให้ข้าได้อุ้มเขา”

“ทารกอันประเสริฐ” นางยื่นมือออกไปรับร่างของจี้หนิงที่สามีประคองส่งให้ สายตาที่จ้องมองเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักถนอม

“ยี่ฉวน ลูกของเราได้รับบาดเจ็บตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะได้รับการบำรุงด้วยของวิเศษตามธรรมชาติหลายขนาน แต่ก็คงช่วยได้แค่ให้อาการทุเลาลง”

รับบาดเจ็บตั้งแต่อยู่ในครรภ์?
ของวิเศษตามธรรมชาติ?

ดูเหมือนว่าบุพการีของเขาในชาติภพนี้จะไม่ใช่คนธรรมดา
……….

แม้ว่าจะเพิ่งคลอดบุตร แต่มารดาของเขาที่สวมใส่ชุดขนสัตว์สีขาวเช่นกันก็สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้แล้ว นางอุ้มจี้หนิงเดินออกจากห้องโดยมีบิดาของเขาคอยประคับประคองอยู่เคียงข้าง

“พวกเจ้าเข้าไปทำความสะอาดห้องได้แล้ว” จี้ยี่ฉวนออกคำสั่งต่อสาวใช้ทั้งสามโดยมิได้หยุดยั้งลง

ที่ระเบียงหน้าห้องนั่งไว้ด้วยสุนัขล่าเนื้อขนาดใหญ่ซึ่งมีขนสีขาวราวหิมะตัวหนึ่ง สุนัขใหญ่ดูสุภาพและอ่อนโยนยิ่งนัก แววตาของมันที่จ้องมองมายังจี้หนิงแฝงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเอ็นดู

ถัดออกไปในลานกว้างด้านนอก ยังมีงูเหลือมยักษ์สีดำทะมึนขนดร่างอยู่ ศีรษะใหญ่โตของมันชูสูงขึ้นไปในอากาศหลายสิบเมตร* ลำตัวอวบหนาปกคลุมไปด้วยเกล็ดเย็นยะเยียบสีดำ งูเหลือมยักษ์ค่อยๆโน้มศีรษะของมันลงมาใกล้

“สวรรค์!” จี้หนิงหวาดกลัวแทบขาดใจ สุนัขใหญ่สีขาวตัวนั้นยังพอว่า เขาเคยพบเห็นสุนัขมากมายในชาติภพก่อน สุนัขขาวตัวนั้นก็แค่มีขนาดใหญ่โตกว่าปกติอยู่บ้าง แต่กับอสุรกายใหญ่ยักษ์ตัวนี้ เขาไม่อาจแน่ใจด้วยซ้ำว่ามันคืองูหรือตัวอะไรกันแน่ แค่ส่วนคอที่โน้มลงมาก็ยาวหลายสิบเมตรแล้ว ความยาวของลำตัวทั้งหมดคงไม่ต่ำกว่าสามร้อยเมตรเป็นแน่ สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์นี้กลับขดตัวอยู่ที่ลานกว้างในบ้านของเขา?

“ลูกเรา” จี้ยี่ฉวนชี้มือไปทางสุนัขใหญ่สีขาวโดยไม่สนใจว่าบุตรชายจะรู้สึกเยี่ยงไร บางทีผู้คนในโลกแห่งนี้คงเห็นเรื่องราวเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ “นี่คือท่านลุงขาว สหายร่วมตายของข้า ท่านลุงขาวเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ นับแต่นี้ไปเจ้าต้องเคารพท่านลุงขาวดุจดั่งที่เจ้านับถือบิดา”

สุนัขใหญ่สีขาวจ้องมองมาที่จี้หนิงจนเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความรักใคร่เอ็นดูในดวงตาคู่นั้น แต่ทว่า… นี่เขาต้องเรียกสุนัขตัวนี้เป็นท่านลุงจริงๆหรือ?

“ยี่ฉวน ลูกเพิ่งจะเกิดมาไม่นาน เขายังไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูดหรอก” มารดาของจี้หนิงกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

“ต่อให้เขายังไม่เข้าใจ ข้าก็ต้องบอกให้เจ้าขาวได้รับรู้ไว้”

“เจ้าดำ” จี้ยี่ฉวนแหงนหน้าขึ้นไปกล่าวกับงูเหลือมยักษ์

งูเหลือมยักษ์ส่งเสียงร้องรับคราหนึ่ง ร่างมโหฬารสลายกลายเป็นกลุ่มหมอกสีดำ ก่อนที่จะรวมตัวเป็นร่างของชายกลายคนผมสีดำที่กำลังยิ้มแย้ม “ยี่ฉวน ข้ายังจำได้ถึงครั้งนั้นที่ท่านสำแดงพรสวรรค์อันเลอเลิศจนข้ายอมรับนับถือและสาบานว่าจะติดตามรับใช้ ผ่านไปพริบตาเดียวท่านก็เป็นบิดาของทารกแล้ว เจ้าหนูน้อย ไม่ต้องกลัวท่านลุงดำผู้นี้หรอกนะ” ประโยคสุดท้ายชายกลางคนก้มลงกล่าวกับจี้หนิง

“พวกเราต้องออกเดินทางแล้ว ท่านปู่กำลังรอฟังข่าวอยู่” จี้ยี่ฉวนกล่าวแก่ทั้งหมด “เจ้าดำ เจ้าสามารถกลับสู่ร่างเดิมของเจ้าได้ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่คุ้นเคยกับร่างจำแลงมนุษย์เช่นนี้”

ชายกลางคนที่ถูกเรียกว่าเจ้าดำกลายสภาพเป็นหมอกสีดำอีกครั้ง แล้วกลับเป็นงูเหลือมยักษ์เลื้อยหายออกไปนอกกำแพงอย่างว่องไว

จี้หนิงยังคงค้างอยู่ในอารมณ์อกสั่นขวัญหาย แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะดูธรรมดาสามัญในสายตาของผู้คนในโลกแห่งนี้ แต่กับเขาที่เพิ่งจะจากโลกแห่งเดิมมา ย่อมยากจะทำใจให้คุ้นเคยกับการเรียกงูยักษ์ขนาดสามร้อยเมตรที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ว่าท่านลุงดำได้

ปิศาจ!

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าสุนัขขาวตัวนั้นก็เป็นปิศาจเช่นกัน?” จี้หนิงรับรู้แล้วว่า โลกใบนี้ช่างมหัศจรรย์เกินกว่าจะจินตนาการนัก


คู่สามีภรรยาอุ้มทารกไว้ในอ้อมแขน มีสุนัขขาวตัวใหญ่ติดตามอยู่ด้านข้าง ทั้งหมดก้าวเดินไปตามทางที่ปูด้วยแผ่นหินซึ่งทอดไปสู่สวนขนาดใหญ่

ภายในสวนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหนาหนัก ผู้คนหลายสิบคนกำลังสนทนากันท่ามกลางการอารักขาอย่างแน่นหนาขององครักษ์เกราะดำจำนวนมาก แต่ละคนล้วนครอบครองสิ่งมีชีวิตประหลาดนานาชนิด

จี้หนิงเข้าใจในทันที มิใช่ว่าบิดาของเขานั้นแปลกพิสดาร แต่เป็นเรื่องปกติที่ผู้คนในโลกนี้จะเลี้ยงสัตว์ประหลาดเอาไว้

“คาดว่าอีกหน่อยเราเองก็คงต้องหัดสร้างความคุ้นเคยกับเหล่าสัตว์ประหลาดด้วยเช่นกัน” จี้หนิงพยายามปรับทัศนคติให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมในโลกใหม่ พร้อมกับเริ่มสำรวจผู้คนรอบด้าน ผู้คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ดุร้ายแข็งแกร่งราวพยัคฆ์เสือดาว ส่วนใหญ่แต่งกายด้วยขนสัตว์ที่ตัดเย็บอย่างงดงาม มีเพียงสตรีสามคนที่แต่งกายด้วยชุดที่ทอขึ้นจากใยผ้าหรือเส้นไหม

ชายชราเส้นผมสีเงินเดินออกมารับพวกเขา “มา ยี่ฉวน ให้ข้าอุ้มหลานบ้าง”

“ท่านปู่” จี้ยี่ฉวนพยักหน้าแล้วรับทารกจากภรรยาส่งให้กับชายชรา

“ช่างน่ารักน่าชังจริง” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ยี่ฉวน ตามระเบียบของตระกูลเรา ตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครองต้องเปลี่ยนทุกหนึ่งร้อยปี ข้าเองก็รั้งตำแหน่งนี้มาร่วมแปดสิบปีแล้ว ส่วนเจ้าก็ยืนยันแต่จะไล่ตามวิถีแห่งความเป็นอมตะ เมื่อเจ้ามีผู้สืบสกุลข้าก็จะได้สบายใจ ลูกชายของเจ้าจะได้เป็นผู้ดูแลเขตปกครองตะวันตกแห่งตระกูลจี้สืบต่อจากข้า”

ผู้ดูแลเขตปกครอง?

ท่ามกลางความประหลาดใจ จี้หนิงพบว่าตนเองอยู่ในสถานะที่สูงส่ง ดูจากท่าทางเคารพนบนอบของบรรดาบ่าวไพร่และองครักษ์เกราะดำ ตระกูลจี้เองก็คงมิใช่ชาติตระกูลทั่วไป

“พี่ใหญ่!”

เสียงเรียกอันดุร้ายดังขึ้น มิทราบว่าเป็นผู้ใด กลับกล้าใช้น้ำเสียงเยี่ยงนี้ต่อผู้ดูแลเขตปกครอง?

จี้หนิงมองไปทางต้นเสียง และพบว่าผู้กล่าววาจาเป็นชายชราผมแดงที่มีรังสีอันร้อนแรงแผ่พุ่งออกจากร่าง ทั้งยังร้อยต่างหูสีแดงสดบนใบหูข้างขวา จวบจนเมื่อชายชราเคลื่อนเข้ามาใกล้เขาจึงเห็นว่าสิ่งที่ดูเหมือนต่างหูข้างนั้นที่แท้คืออสรพิษสีแดงเพลิงขนาดเท่านิ้วมือ!

“เรื่องสำคัญเยี่ยงการสืบตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครองไหนเลยตัดสินอย่างง่ายดายเช่นนี้ได้ อย่าว่าแต่เจ้าเด็กน้อยผู้นี้จะมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ก็ยังเป็นปัญหา”

“ทายาทของยี่ฉวนไหนเลยจะ…” ท่าทางของชายชราผมสีเงินเต็มไปด้วยความมั่นใจ ขณะกล่าววาจาเขายังแผ่พุ่งพลังเข้าตรวจสอบร่างของจี้หนิง

“ยี่ฉวน!” สีหน้าของชายชราผมสีเงินพลันแปรเปลี่ยนกลับกลาย

ชายชราแทบไม่เชื่อสัมผัสของตนเอง นี่หรือคือบุตรชายของจี้ยี่ฉวนผู้อาศัยเพลงกระบี่พิรุณโปรยกวาดล้างเหล่าสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนจากยอดเขาสูงจนถึงใต้ท้องทะเลสาบของเขตปกครองตะวันตกจนได้รับฉายานามว่า’กระบี่พิรุณโปรย’?

กล่าวตามความสัตย์ จำนวนของผู้ที่รู้จัก’กระบี่พิรุณโปรย’ยังมีมากกว่าผู้ที่รู้จักนามของผู้ดูแลเขตปกครองอีก

“พี่ใหญ่” ชายชราอสรพิษหัวเราะเยาะ “ในเมื่อบุตรชายของยี่ฉวนเพียงมีความสามารถพื้นเพธรรมดา แล้วจะให้ผู้คนในตระกูลตลอดจนชนเผ่าต่างๆภายใต้เขตปกครองตะวันตกของตระกูลจี้ยอมรับนับถือได้อย่างไร?”

พริบตานั้นบรรดาบุคคลสำคัญของตระกูลจี้แห่งเขตปกครองตะวันตกที่มารวมตัวกันก็เริ่มส่งเสียงขึ้น

“ท่านผู้ดูแล เท่าที่เห็น เด็กผู้นี้คงมิใคร่เหมาะสม”

“เรื่องสำคัญอย่างการกำหนดตำแหน่งผู้สืบทอดควรต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน”

“หุบปาก!” จี้ยี่ฉวนหน้าตาเคร่งเครียด สายตาเย็นเยียบกวาดกราดไปโดยรอบ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณในทันที

“ที่นี่คือตระกูลจี้แห่งเขตปกครองตะวันตก เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้พวกเราหุบปาก” ชายชราอสรพิษเอ่ยค้านอย่างดุเดือด “หากบุตรชายของเจ้ามีความสามารถเพียงพอ อาศัยคุณงามความดีที่เจ้าได้เคยทำให้แก่ตระกูลของเรา ย่อมไม่มีใครกล้าคัดค้าน แต่นี่เขาเพียงเป็นคนธรรมดา เขาจะอาศัยอะไรมาปกครองชนเผ่าน้อยใหญ่ใต้ร่มธงของตระกูลจี้แห่งเขตปกครองตะวันตก เขาจะอาศัยอะไรมานำพาพวกเราต่อต้านการรุกรานของตระกูลศัตรูจากรอบด้าน เขาจะอาศัยอะไรนำพาพวกเรากวาดล้างสัตว์อสูรที่ออกอาละวาด?”

“ข้าจะเป็นผู้จัดการสัตว์อสูรเหล่านั้นเอง” จี้ยี่ฉวนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เจ้าว่าเจ้าจะเป็นผู้จัดการสัตว์อสูรทั้งหมดเอง? ถ้าเช่นนั้นหากเจ้าสามารถสังหารสัตว์อสูรหนึ่งร้อยตัวได้ ข้า จี้หลี่ จะไม่โต้เถียงกับเจ้าในเรื่องตำแหน่งผู้สืบทอดอีกต่อไป”

สายตาของจี้ยี่ฉวนจับจ้องไปที่จี้หลี่อย่างลึกซึ้ง สัตว์อสูรแต่ละตัวล้วนประกอบไปด้วยความเฉลียวฉลาดและความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา การสังหารสัตว์อสูรแม้เพียงสิบตัวยังนับว่าแทบเป็นไปไม่ได้ อย่าว่าแต่หนึ่งร้อยตัว

“พอได้แล้ว เด็กทารกเพิ่งถือกำเนิดเท่านั้น” ชายชราผมเงินออกคำสั่ง “คืนนี้เราจะจัดงานฉลองที่ห้องโถงหิมะโปรย ตอนนี้พวกเจ้าจงแยกย้ายกันไปก่อน”

“ตกลง” จี้หลี่ตอบรับและเดินจากไปเป็นคนแรก เหล่าบุคคลสำคัญกว่าครึ่งติดตามเขาออกจากสวนไปทันที
………
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น