เซียนกระบี่

ตอนที่ 28 : ทะเลสาบแห่งขุนเขาตะวันออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 888
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

จี้หนิง ม่ออู่ ชิวเยี่ย ควบขี่สัตว์ร้ายที่มีรูปร่างและลวดลายคล้ายพยัคฆ์เสือดาวหากมีเขาแหลมงอกเงยอยู่บนศีรษะตัดผ่านขุนเขาลำเนาไพรแห่งเขตปกครองตะวันตก สัตว์ร้ายนี้ถูกนิยมใช้เป็นพาหนะทั่วไปเนื่องจากความสามารถในการเคลื่อนไหวอันยอดเยี่ยมทั้งในการปีนป่ายขึ้นภูเขาสูงชันและความรวดเร็วบนพื้นราบ

“เมืองเขตปกครองตะวันตก…” จี้หนิงเหลียวมองกลับหลังไปยังตัวเมืองขนาดใหญ่ที่เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาอีกครั้งจากระยะอันห่างไกล

“ไป!” เขาส่งเสียงกู่ร้อง กระแทกโกลนโดยแรง สัตว์ร้ายที่เขาขี่เปล่งเสียงคำราม เผ่นทะยานไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ม่ออู่และชิวเยี่ยรีบกระตุ้นพาหนะของตนออกติดตาม
………

เหมันต์พ้นผ่าน ใบไม้ผลิเยือนกราย

บนทุ่งหญ้าในอาณาเขตของหมู่บ้านชาวเผ่า บุรุษสวมชุดหนังสัตว์หลายสิบคนพากันแบกคอนข้าวของเดินทางกลับด้วยสีหน้าเป็นสุข

“ท่านลุงต้าลา!” ชายหนุ่มเยาว์วัยผู้ถือหอกส่งเสียงเรียกด้วยความตื่นเต้น “ท่านห้ามข้าเข้าใกล้พื้นที่ทะเลสาบตะวันออกตลอดมา อ้างว่ามีอันตรายมากมาย คราวนี้พอท่านยินยอมให้ข้าร่วมทางไป ไม่เพียงไม่พบเจออันตราย ยังหาปลาได้มากมายพอที่จะเลี้ยงชนเผ่าไปได้อีกนานโข”

ท่านลุงต้าลาที่มีใบหน้าเที่ยงธรรมและเรือนร่างที่แข็งแรงบึกบึนราวกับหมีใหญ่หัวเราะเสียงดัง “อายี่เจ้าคงเป็นดาววาสนาของพวกเรา การออกล่าในทะเลสาบตะวันออกครั้งนี้กลับไม่มีผู้ใดเสียชีวิต แต่เจ้าอย่าได้ประมาทไป แม้ว่าทะเลสาบตะวันออกจะมีปลาอุดมสมบูรณ์ แต่ก็เป็นสถานที่ที่มีสัตว์อสูรชุกชุมที่สุดในพื้นที่แถบนี้”

“อายี่เจ้าเพิ่งออกหาปลาเป็นครั้งแรกเท่านั้น หลังจากนี้ไปเจ้าจะได้รู้ว่าอันตรายที่แท้จริงเป็นอย่างไร กลับไปครานี้เจ้าจงเร่งฝึกฝีมือและพลังปราณให้ดี มีแต่แข็งแกร่งขึ้นจึงจะมีชีวิตรอดได้ยาวนานขึ้น” ชายแขนเดียวที่ร่วมเดินทางกล่าวขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ

“อายี่เจ้าไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว กลับไปครั้งนี้พวกเราจะแลกเปลี่ยนขนสัตว์สักหลายผืนนำไปสู่ขอหญิงสาวที่มีตะโพกอันผึ่งผายจากชนเผ่าข้างเคียงเพื่อให้กำเนิดบุตรอันอ้วนท้วนแก่เจ้าสักหลายคน” เหล่าชายฉกรรจ์ต่างพากันหยอกล้อเด็กหนุ่มอายี่อย่างสนุกสนาน

เวลาเดียวกัน ภายในพุ่มไม้หนาที่เบื้องหน้า สัตว์ร้ายลักษณะคล้ายเสือดำกำลังหมอบซุ่มรอคอยโอกาส ร่างกายทรงพลังที่ปกคลุมด้วยเส้นขนนั้นยาวร่วมเจ็ดเมตร รอบลำคอมีแผงขนสั้นชี้ชัน ดวงตาเขียวปัดดุร้ายทอประกายแวววาว

“พวกท่านไม่ต้องยุ่งเกี่ยว ข้าย่อมรู้จักไปสู่ขอสตรีของข้าเอง” เด็กหนุ่มอายี่รีบขึ้นเสียง โบกมือไปมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ฮาฮา เด็กน้อยเขินอายแล้ว…”

เสียงหยอกล้อไม่ทันขาดหาย เสียงคำรามที่ขู่ขวัญกระชากวิญญาณพลันดังขึ้น พยัคฆ์ดำกระโจนออกจากที่ซ่อน โถมเข้าหาชายชาวเผ่าที่อยู่ใกล้พงไม้ที่สุด

ชายผู้นั้นกลับพอมีฝีไม้ลายมืออยู่บ้าง อาศัยความชำนาญจากการฝึกฝนอย่างหนักในหลายปีที่ผ่านมาทิ่มแทงหอกไม้ในมือออกตามสัญชาตญาณ แต่สัตว์ร้ายนั้นเพียงตบอุ้งเท้าลง หอกไม้ก็ถูกกระแทกหลุดลอย

เหล่าชายฉกรรจ์ส่งเสียงตะโกนด่าทอด้วยโทสะ ล่าถอยพลางพุ่งหอกไม้เข้าใส่ สำหรับชาวเผ่าทั่วไปที่ไม่มีโอกาสร่ำเรียนวิชาฝีมือชั้นสูง ไม้พลองและหอกยาวถือเป็นอาวุธหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ขอเพียงมีกำลังข้อที่แข็งแกร่งและความพากเพียรในการฝึกฝน จะสามารถสร้างอานุภาพทำลายล้างได้ในระดับหนึ่ง

ชายฉกรรจ์แขนเดียวชักดาบยาวออกมา ท่านลุงต้าลาที่รูปร่างบึกบึนกระชับขวานใหญ่ด้ามยาว เหล่าชายฉกรรจ์ล้วนทุ่มเทกำลังเข้ารับมือสัตว์ร้าย ชาวเผ่าเหล่านี้ความจริงดำรงชีพด้วยการจับปลาในทะเลสาบตะวันออก ดังนั้นจึงคุ้นเคยกับการจู่โจมของสัตว์ร้ายเป็นอย่างดี หลังจากใช้เวลาไม่นานก็สามารถจัดรูปขบวนต่อสู้ที่มีนักรบอันแข็งแกร่งอยู่วงนอกและหน่วยสนับสนุนที่ใช้อาวุธยาวจากภายใน

เมื่อสังเกตจากพลังและการเคลื่อนไหวของพยัคฆ์ดำ ทุกคนต่างสำนึกถึงความร้ายกาจของมันได้ทันที นี่สมควรเป็นสัตว์ร้ายในขั้นสุดยอดของระดับธรรมชาติ การต่อสู้ในวันนี้คงต้องจบลงด้วยการสังเวยชีวิตของสหายร่วมเผ่า

พยัคฆ์ดำส่งเสียงคำรามอย่างดุร้าย ใช้อุ้งเท้ามหึมาตบฟาดชายแขนเดียวจนกระเด็นออกจากวงต่อสู้ จากนั้นมันปรับเปลี่ยนรูปแบบการจู่โจมจากการกระโจนเข้าใส่เป็นยืนปักหลักอยู่กับที่ มันรับรู้ได้ว่าขวานใหญ่ของต้าลาคืออาวุธที่ส่งผลคุกคามต่อมันมากที่สุด ต้าลาจึงตกเป็นเป้าจู่โจมหลักของเขี้ยวเล็บอันแหลมคม

แต่ต้าลาสมเป็นผู้นำของกลุ่มคน ใช้ขวานใหญ่จามลงบนหลังของสัตว์อสูรได้ในที่สุด โชคร้ายที่คมขวานกลับจมลงไม่ลึกพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับมันได้มากพอ พยัคฆ์ดำฉวยโอกาสใช้กล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งบีบคมขวานเอาไว้ ไม่เพียงห้ามเลือดชั่วคราวยังหนีบจนต้าลามิอาจรั้งขวานกลับคืน มันคำรามลั่น ใช้อุ้งเท้าตบขวานใหญ่จนกระเด็นหายไป ปากขนาดยักษ์อ้ากว้างหมายขย้ำสังหารต้าลาใต้คมเขี้ยว…

ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนด้วยความสิ้นหวังจากปากของเหล่าชายฉกรรจ์ ประกายแสงสายหนึ่งพุ่งปราดดุจดาวตกจากฟากฟ้ากระแทกทะลวงเข้าใส่กระโหลกใหญ่โตของพยัคฆ์ดำ ส่งผลให้มันสิ้นใจคาที่ ร่างมหึมาล้มลงทับร่างของต้าลา โลหิตข้นเหนียวทะลักเปรอะนองไปทั่ว

“ท่านลุงต้าลา” เด็กหนุ่มอายี่ร้องตะโกนพลางรีบวิ่งเข้าหาด้วยน้ำตานองหน้า

“ข้าไม่เป็นไร” ต้าลารวบรวมพละกำลังผลักซากพยัคฆ์ดำออกจากร่าง ใช้หลังมือปาดเช็ดคราบโลหิตที่เลอะใบหน้า “นี่เป็นโลหิตของสัตว์ร้าย มิใช่ของข้า”

ชายแขนเดียวรีบเดินเข้ามาตรวจสอบซากของสัตว์ร้ายสีดำและสภาพโดยรอบ “ลูกธนูหลังจากพุ่งทะลุกระโหลกศีรษะที่แข็งแกร่งปานหินผาของพยัคฆ์ดำยังเจาะทะลุต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ถัดไป ซ้ำยังเป็นการยิงในขณะที่เป้าหมายกำลังเคลื่อนที่ ผู้ที่สามารถกระทำได้คงต้องมีฝีมือระดับเทพเกาทัณฑ์”

เหล่าชายฉกรรจ์ทวนคำ ‘เทพเกาทัณฑ์’ จากนั้นจ้องมองไปยังทิศทางที่ลูกธนูถูกยิงเข้ามา

เห็นผู้คนสามคนสวมใส่อาภรณ์อันสูงค่าควบขี่สัตว์ร้ายที่งามสง่าตัดข้ามพื้นที่ภูเขาราวกับเดินทางบนพื้นราบ ผู้ที่นำหน้าเป็นเด็กชายอายุน้อยหน้าตาหล่อเหลา ส่วนผู้ติดตามทั้งสอง หนึ่งนั้นเป็นหญิงสาวในชุดนักบู๊ที่สวยสะคราญปานหยาดฟ้า อีกหนึ่งนั้นเป็นชายกลางคนที่ตลอดทั้งร่างเปล่งรัศมีอันคุกคามที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องสั่นสะท้าน

ชายกลางคนลอยตัวลงจากหลังพาหนะไปถอนดึงลูกธนูที่ปักคาอยู่บนต้นไม้ จากนั้นประคองส่งคืนให้แก่เด็กชายด้วยความเคารพ

จี้หนิงยื่นมือออกไปรับลูกธนูกลับคืน การเดินทางครั้งนี้แม้พวกเขาจะเตรียมลูกธนูมาด้วยไม่น้อย แต่หากยิงทิ้งยิงขว้างย่อมต้องมีวันหมดลง ลูกธนูชั้นเยี่ยมเหล่านี้สามารถใช้ได้หลายครั้ง มิหนำซ้ำต่อให้ต้องการซื้อหา ก็ไม่อาจซื้อหาได้ในพื้นที่อันกันดารเช่นนี้

ชายแขนเดียวรีบตรงเข้ามาแสดงความขอบคุณ “นายน้อยผู้สูงศักดิ์ ข้าขอเป็นตัวแทนของ ‘เผ่าหินเหล็ก’ กราบขอบพระคุณที่ช่วยชีวิต หากมีอันใดที่พวกข้าสามารถรับใช้ได้ ขอนายน้อยโปรดประทานบอก”

ชาวเผ่าคนอื่นล้วนไม่กล้าส่งเสียงโดยพลการ ยังมิต้องกล่าวถึงฝีมือยิงธนู เด็กหนุ่มที่สามารถนำหญิงรับใช้ผู้งดงามและนักรบที่แข็งแกร่งปานนี้ออกเดินทางย่อมต้องเป็นทายาทของชาติตระกูลอันสูงศักดิ์ที่พวกมันไม่อาจล่วงเกิน

“พวกเจ้าใช่คุ้นเคยกับพื้นที่ของทะเลสาบตะวันออกดีหรือไม่?” จี้หนิงกล่าวถาม

เหล่าชายฉกรรจ์หันไปมองกันและกัน ไม่อาจคาดเดาจิตเจตนาของนายน้อยผู้นี้ที่สอบถามเกี่ยวกับพื้นที่อันตรายเช่นทะเลสาบตะวันออกได้

“ข้ารู้จักดี” ต้าลากล่าวพลางก้าวออกมายืนด้านหน้า “ข้าออกหาปลาล่าสัตว์ในพื้นที่ทะเลสาบตะวันออกมาหลายสิบปีแล้ว หากนายน้อยตั้งใจจะเดินทางไปยังสถานที่นั้น ข้าขออาสานำทางท่านเอง”

“ประเสริฐ” จี้หนิงพลิกฝ่ามือคราหนึ่ง โยนทองคำหนึ่งหัวสัตว์ร้ายให้ต้าลารับไว้ “ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงมากับข้า”

ดวงตาของต้าลาฉายแววลิงโลด ทองคำก้อนนี้เพียงพอจะเลี้ยงดูครอบครัวของเขาไปได้ชั่วชีวิต เขาส่งต่อก้อนทองคำไปยังชายแขนเดียว “โปรดนำมันไปมอบให้แก่บุตรคนโตของข้า หากข้ามีอันเป็นไปขอให้ท่านโปรดช่วยดูแลลูกทั้งสามคนของข้าด้วย”

“ตกลง” ชายแขนเดียวให้คำมั่นสัญญา

“เจ้ามีชื่อว่าอะไร?” จี้หนิงสอบถาม

“นายน้อยโปรดเรียกข้าว่าต้าลา” ต้าลากล่าวด้วยความเคารพ

“ต้าลา เจ้าจงใช้สัตว์ร้ายของนาง” เขาชี้มือไปทางชิวเยี่ย “ชิวเยี่ย เจ้ามานั่งกับข้า”

ชิวเยี่ยลอยตัวขึ้นบนหลังสัตว์ร้ายของจี้หนิง สองมือโอบเอวของเขาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าเขาคิดกับนางเช่นไร นางถูกกำหนดไว้แต่แรกให้เป็นสตรีของเขา ระหว่างเขาและนางไม่มีข้อห้ามอันใดให้ต้องห่วงพะวง

ต้าลากลับเป็นตรงกันข้าม ปีนขึ้นขี่บนหลังของสัตว์ร้ายด้วยท่าทางขัดแข็ง มันถือกำเนิดในชนเผ่าอันห่างไกล ไหนเลยเคยมีวาสนาได้ควบขี่สัตว์พาหนะสูงค่าเช่นนี้
………

สัตว์ร้ายทั้งสามบรรทุกผู้คนสี่คนจากไป เด็กหนุ่มอายี่ค่อยเรียกสติกลับมา กล่าวถามชายแขนเดียว
“ท่านลุงเตา ท่านลุงต้าลาเมื่อต้องนำทางนายน้อยท่านนั้นเข้าสู่ทะเลสาบตะวันออก เขาจะมีอันตรายหรือไม่?”

“พวกเขานั้นแตกต่างจากเรา นายน้อยท่านนั้นต้องเป็นทายาทของชาติตระกูลอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เล็ก เพียงวิชาเกาทัณฑ์ก็เพียงพอที่จะใช้ปกป้องตนเองได้ ข้าคิดว่าเขาคงเดินทางมายังทะเลสาบตะวันออกเพื่อพิสูจน์ตนเองด้วยการใช้สัตว์อสูรลับคมกระบี่ของเขา เขาเพียงแค่ต้องการคนนำทางเท่านั้น”

“พิสูจน์ตนเอง? แต่นายน้อยนั้นดูไปยังเยาว์วัยยิ่งนัก” อายี่ยังคงมีสีหน้างุนงง

“มีบ้างบางคนดูสูงวัยกว่าอายุ บางคนกลับดูอ่อนวัยกว่าอายุ” ชายแขนเดียวย่อมนึกไม่ถึงว่าปัจจุบันจี้หนิงมีอายุเพียงสิบเอ็ดปี “อย่าว่าแต่นายน้อยผู้นั้นมิเพียงจ่ายค่าตอบแทนให้อย่างงดงาม เขายังเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตพวกเราไว้จากพยัคฆ์ดำ มิเช่นนั้นพวกเราคงต้องบาดเจ็บล้มตายกันไม่น้อย และผู้ที่จะเสียชีวิตเป็นคนแรกก็คงจะเป็นท่านลุงต้าลาของเจ้านั่นเอง”

เมื่อกล่าวจบชายแขนเดียวก็รีบเร่งรัดขบวนผู้คน “พวกเจ้าจงรีบชำแหละซากของพยัคฆ์ดำซะ จะได้เดินทางกลับกัน”

เหล่าชายฉกรรจ์ต่างร้องตะโกนรับคำ ชักมีดและขวานสั้นออกมา เก็บเกี่ยวลาภลอยที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหน้าด้วยความยินดี
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น