เซียนกระบี่

ตอนที่ 23 : บิดาของชุนเฉา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

วันเวลาเวียนพ้นผ่าน อากาศเริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ เป็นเวลาเนิ่นนานแล้วที่ตระกูลจี้เขตปกครองตะวันตกส่งกองกำลังเข้าปิดล้อมทะเลสาบอสรพิษเหินหาว แต่จี้ยี่ฉวนยังคงไม่กลับมา

พลังลมและประกายกระบี่ครอบคลุมทั่วสนามฝึกซ้อม จี้หนิงฝึกฝน ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ อยู่เพียงลำพัง ด้วยระดับฝีมือของเขาในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับนักรบเก้าคมเขี้ยวหรือสัตว์เทพอสูรล้วนไม่สามารถช่วยให้เขารุดหน้าขึ้นอีกต่อไป เมื่อจี้ยี่ฉวนยังไม่กลับมา เขาจึงได้แต่ฝึกฝนด้วยตนเอง

“นายน้อย” ชิวเยี่ยส่งเสียงเรียกแผ่วเบา

จี้หนิงหันไปมองและต้องประหลาดใจที่พบสีหน้าวิตกกังวลของนาง เขาขมวดคิ้ว เก็บกระบี่อุดรทมิฬ
“เกิดเรื่องใดขึ้น?”

“นายน้อย… บิดาของชุนเฉาขอเข้าพบนายน้อย” เสียงตอบยังคงแผ่วเบาถึงเพียงนั้น

“เจ้าว่าใครต้องการพบข้า?”

“บิดาของชุนเฉา” ชิวเยี่ยปลุกปลอบกำลังขวัญกล่าวด้วยเสียงที่ดังขึ้น “บิดาผู้ให้กำเนิดนาง!”

จี้หนิงงุนงงต่อคำตอบนั้น สาวใช้ทั้งสองรับใช้เขามาตั้งแต่จำความได้ พวกนางล้วนถูกขายมาเป็นทาสของตระกูลจี้ตั้งแต่เล็ก

“ตอนนี้ชุนเฉาอยู่ที่ใด?”

“นางไม่กล้ามาพบท่าน…” เสียงของชิวเยี่ยกลับแผ่วเบาลงอีกครั้ง “นางต้องการพบบิดา แต่ไม่กล้ามาขอท่านด้วยตนเอง”

จี้หนิงค่อยทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ ถูกต้องแล้ว ชุนเฉาและชิวเยี่ยเป็นเพียงทาสที่ถูกตระกูลจี้ซื้อหามา ชีวิตของพวกนางเป็นของตระกูลจี้ ไม่สามารถกลับคืนสู่ครอบครัวได้อีก อย่างไรก็ตาม ผู้คนหาใช่พืชผักที่ไร้น้ำใจ…

“ไปนำบิดาของชุนเฉาเข้ามา” จี้หนิงกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ “เมื่อเขาอยากพบข้าก็ให้เขามาพบข้า”

“ทราบแล้ว” ชิวเยี่ยมีสีหน้าปิติยินดี รีบเดินจากไป

จี้หนิงพลันส่งเสียงเรียก “ชุนเฉา เจ้าก็เข้ามา”

ชุนเฉาที่ความจริงแอบยืนอยู่ด้านนอกรีบเดินเข้ามาตามเสียงเรียก สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความสับสน ความรู้สึกอันหลากหลายประดังขึ้นในหัวใจ

“นายน้อย…”

“บิดาของเจ้ากำลังจะมาถึง หากเจ้าต้องการพบเขา ข้าอนุญาต” จี้หนิงหัวเราะพลางจ้องมองไปที่นาง

“แต่ว่า… แต่ว่า… ข้าถูกขายเป็นทาสของตระกูลจี้แล้ว” ชุนเฉากัดริมฝีปาก พยายามข่มกลั้นอารมณ์ความรู้สึก

จี้หนิงแสร้งปั้นสีหน้าเคร่งเครียด “คำพูดของข้าไร้น้ำหนักถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด?” หลังคำพูดเขาอดมิได้ต้องหัวเราะออกมา

“ขอบคุณนายน้อย” สีหน้าของชุนเฉาประดับไปด้วยรอยยิ้ม ความสำนึกตื้นตันท่วมท้นหัวใจ นางกับชิวเยี่ยล้วนรู้แน่แก่ใจว่านายน้อยไม่เคยปฏิบัติต่อพวกนางเยี่ยงบ่าวทาส
………

ชิวเยี่ยเดินนำชายกลางคนร่างสูงที่สวมเสื้อขนสัตว์สีดำเข้าสู่บริเวณพื้นที่ฝึกฝีมือ

จี้หนิงสังเกตเห็นรอยแผลเป็นหลายสายบนใบหน้าของชายชุดดำ รวมถึงศีรษะที่ก้มต่ำและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล

“นายน้อย ข้าพาเขามาแล้ว” ชิวเยี่ยรีบกล่าวรายงาน

ชายชุดดำรีบคุกเข่าวางสองมือลง จากนั้นโขกศีรษะกับพื้น

“เฮยหยา (ฟันดำ) กราบคารวะนายน้อยผู้สูงศักดิ์”

เมื่อเห็นชายหน้าบากเฮยหยาทำความเคารพด้วยความหวาดกลัว ชุนเฉาต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสองตาแดงก่ำ

จี้หนิงชำเลืองมองดูนาง ปากกล่าววาจา “ลุกขึ้น”

เฮยหยาเงยหน้าลุกขึ้นยืน สองบิดาบุตรีสบตาซึ่งกันและกัน ดวงตาทั้งสองคู่พลันปรากฎหยาดน้ำรินไหลเป็นทาง เฮยหยารีบยกมือขึ้นปาดเช็ด

“เจ้ามาพบข้าด้วยเรื่องอันใด?”

ชายหน้าบากสูดลมหายใจรวบรวมความกล้า
“เฮยหยาขอพบนายน้อยเพื่อร้องขอไถ่ตัว ‘มี่หวา’ ผู้เป็นบุตรสาว”

“ไถ่ตัว?”

ตั้งแต่จี้หนิงถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ บุคคลที่คลุกคลีใกล้ชิดกับเขามีเพียงไม่กี่คน สำหรับชุนเฉาและชิวเยี่ยเขายึดถือพวกนางเป็นดั่งพี่สาวร่วมสายเลือด

“ท่านพ่อ!” ชุนเฉาตื่นตระหนกจนส่งเสียงตะโกนออกมา ที่จริงการไถ่ตัวข้าทาสไม่ถึงกับเป็นเรื่องที่มิอาจกระทำ หากทว่าเงินทองไหนเลยเป็นสิ่งที่ตระกูลจี้ขาดแคลน บิดาของนางบังอาจยื่นข้อเสนอเช่นนี้ หากนายน้อยบันดาลโทสะขึ้น บิดาของนางคงมิอาจรอดชีวิตไปได้

ชุนเฉารีบคุกเข่าลงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นระริก “นายน้อย… บิดาของข้าไม่รู้ความ ขอนายน้อยโปรดให้อภัย”

“ปล่อยให้เขาพูดให้จบก่อน” จี้หนิงไม่ละสายตาไปจากชายหน้าบาก “หากเจ้าสามารถหว่านล้อมข้าได้ ข้าจะอนุญาต หากแม้นว่าไม่สำเร็จ…”

หัวใจของเฮยหยาสั่นระรัว เขาทราบเป็นอย่างดีว่าเด็กชายที่เบื้องหน้าทรงอำนาจถึงเพียงไหน หากจี้หนิงต้องการชีวิตของเขา เขาไม่มีทางได้เดินกลับออกจากบ้านตระกูลจี้ ทว่าก่อนการขอเข้าพบครั้งนี้ เขาเองก็ได้ทำใจยอมรับความตายเอาไว้แล้วเช่นกัน

“เรียนนายน้อย เฮยหยาขอเล่าเรื่องราวตามความเป็นจริงทุกประการ… ข้าความจริงเป็นบุตรของหัวหน้า ‘เผ่าฟันดำ’ พวกเราต่างใช้ชีวิตอย่างสงบสันติ จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเราค้นพบหุบเขาลับที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าวฟ่าง”

“ทุกคนล้วนยินดีจนแทบคลุ้มคลั่ง ตระเตรียมลงมือเก็บเกี่ยว วาดหวังว่าจะใช้เป็นทุนรอนในการเพาะสร้างความแข็งแกร่งให้กับชนเผ่า แต่แล้วข่าวกลับรั่วไหลไปถึงหูของ ‘เผ่ายุงโลหิต’ ซึ่งเป็นชนเผ่าอันเข้มแข็งป่าเถื่อน พวกมันยกกำลังเข้าเข่นฆ่าพวกเราโดยมิทันได้ตั้งตัว ชนเผ่าฟันดำเราหลงเหลือผู้รอดชีวิตที่หลบหนีออกมาได้เพียงไม่กี่คน” ร่างของชายหน้าบากสั่นสะท้านเล็กน้อย

“ข้าพาลูกฝ่าวงล้อมหลบหนี ดั้นด้นต่อสู้กับความยากลำบากนานับประการจนมาถึงเมืองเขตปกครองตะวันตก แต่ไม่ว่าอย่างไรข้าก็มิอาจลืมความแค้นของพี่น้องร่วมเผ่าที่ถูกล่าล้างไปได้ ข้าจึงตัดสินใจขายมี่หวาให้กับตระกูลจี้เพื่อให้นางมีที่พักพิง ส่วนตัวเองเดินทางย้อนกลับไปล้างแค้นโดยไม่คิดมีชีวิตอยู่สืบต่อไป…”

ชุนเฉาเองก็ร่ำไห้จนตัวสั่น นางไหนเลยลืมเรื่องราวที่คล้ายฝันร้ายนั้นได้ ร่างของพี่น้องชนเผ่าที่ถูกสังหารล้มตายลงต่อหน้าคนแล้วคนเล่า การต่อสู้อาบเลือดของบิดาเพื่อพานางหลบหนีมายังเมืองเขตปกครองตะวันตก ตลอดจนคำพูดสุดท้ายของผู้เป็นบิดา “มี่หวา บิดามีเรื่องที่มิอาจไม่กระทำ ขอให้เจ้าจงมีชีวิตที่ดีงาม…” และเสียงร่ำไห้อ้อนวอนของนางในวัยเด็ก “ท่านพ่อโปรดอย่าทิ้งมี่หวาไป… ท่านพ่อ…”

“ข้าออกเดินทางด้วยความแค้น” ชายหน้าบากเล่าเรื่องสืบต่อ ร่างสั่นเทิ้มด้วยความสะทกสะท้อน “แต่ถึงแม้ข้าจะเป็นนักรบเก้าคมเขี้ยวคนหนึ่ง ข้าไหนเลยเป็นคู่มือของเผ่ายุงโลหิตทั้งเผ่า หลังจากที่ข้าสังหารนักรบของเผ่ายุงโลหิตคนที่สี่ข้าก็เพลี่ยงพล้ำ ทว่าในตอนนั้นเอง สัตว์อสูรสีแดงขนาดใหญ่ก็เข้าโจมตีเผ่ายุงโลหิต เจ้าสารเลวที่นำกำลังบุกล้างเผ่าฟันดำถูกมันกลืนกินลงไปในคำเดียว เผ่ายุงโลหิตถูกทำลายลงสิ้น ผู้ที่โชคดีรอดชีวิตก็หลบหนีไปเข้าร่วมกับเผ่าอื่น…”

“ข้าไม่มีศัตรูหลงเหลืออยู่อีก ข้าไม่มีอันใดหลงเหลืออยู่อีก และไม่สามารถกลับไปไถ่ถอนมี่หวาได้ ข้าได้แต่ประกอบอาชีพพ่อค้าเร่ร่อนนับแต่นั้น”

“แต่แล้วโดยไม่คาดคิด ในการเดินทางค้าขายข้ากลับค้นพบเหล่าผู้รอดชีวิตของเผ่าฟันดำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขบวนพ่อค้าของพวกเราใหญ่โตขึ้นทุกขณะ จนในที่สุดพวกเราก็ตัดสินใจตั้งชนเผ่าขึ้นอีกครั้ง ข้ากลายเป็นผู้นำคนใหม่ของชนเผ่าและรับสืบทอดนาม ‘เฮยหยา’ (ฟันดำ)”

“บัดนี้ข้าจัดตั้งเผ่าฟันดำขึ้นใหม่ได้สำเร็จ ข้าไม่ละอายต่อบิดาผู้ล่วงลับและเหล่าบรรพชนอีกต่อไป” บิดาของชุนเฉารั้งสายตาที่เลื่อนลอยกับเรื่องในอดีตกลับมาที่จี้หนิง “ข้าจึงขอโอกาสกลับมาทำหน้าที่ของบิดาคนหนึ่ง ขอเพียงได้พบบุุตรีที่ข้าเฝ้าคิดถึงมาตลอดระยะเวลาสิบปีอีกครั้ง ต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่เสียดายชีวิตอีกต่อไป”

น้ำตาของชายหน้าบากไหลรินออกมาอีกครั้ง ชุนเฉาที่น้ำตานองหน้ามาตั้งแต่แรกก็ส่งไม่อาจสะกดเสียงสะอื้นคร่ำครวญอีกต่อไป นางเรียกหาและโผเข้ากอดผู้เป็นบิดา สองพ่อลูกโอบกอดกันร่ำไห้ ลบลืมทุกเรื่องราวรอบกาย

แม้แต่ชิวเยี่ยที่ยืนดูอยู่ด้านข้างก็อดมิได้ร่ำไห้ออกมาเช่นกัน

สำหรับจี้หนิง เขาได้แต่ทอดถอนใจ บรรดาชนเผ่าล้วนต้องเอาชีวิตรอดด้วยการต่อสู้ ต่อสู้กับฟ้าดิน ต่อสู้กับสัตว์ร้าย ต่อสู้ซึ่งกันและกัน เรื่องของเฮยหยาเป็นเพียงหนึ่งในเรื่องราวนับไม่ถ้วนเหล่านั้น

“ชุนเฉา” จี้หนิงเอ่ยวาจาออกมาในที่สุด “เจ้าต้องการกลับไปอยู่ร่วมกับบิดาของเจ้าหรือไม่?”

ชุนเฉากัดริมฝีปาก น้ำตายังคงหลั่งไหลเป็นทาง นางคุกเข่าลงกล่าว “นายน้อยได้โปรดให้อภัย ชุนเฉาขอกลับไปอยู่ข้างกายของบิดา…”

“ขอนายน้อยโปรดเมตตา” เฮยหยาคุกเข่าลงอีกครั้งเคียงข้างร่างของบุตรี

จี้หนิงจ้องมองพวกนางพ่อลูก ยากที่จะทำใจลาจากบุคคลที่เขารักผูกพันดั่งพี่สาว แต่ก็ยิ่งไม่ต้องการให้ชุนเฉาต้องเศร้าโศก

“ชุนเฉา ข้าขอคืนอิสรภาพให้แก่เจ้านับจากนี้เป็นต้นไป จงกลับไปกับบิดาของเจ้าเถิด”

สองพ่อลูกตกตะลึงจนส่งเสียงอุทานออกมา ในโลกกลับมีเรื่องราวที่ง่ายดายถึงเพียงนี้?

“ขอบพระคุณนายน้อย เฮยหยาจะไม่ลืมบุญคุณอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ตลอดไป…”
………

ก่อนออกเดินทาง ชุนเฉาหันกลับมากล่าวร่ำลาอีกครั้ง “นายน้อย ชุนเฉาจะไม่มีวันลืมพระคุณของนายน้อย ชุนเฉาจะภาวนาต่อสวรรค์ให้นายน้อยมีความสุขตลอดไป หากวันใดที่นายน้อยเดินทางผ่านไปทางเผ่าฟันดำ ขอนายน้อยโปรดแวะมาเยี่ยมเยียนข้าด้วย”

“นั่นย่อมแน่นอน” จี้หนิงรับคำ

“พวกเราจะไปหาเจ้าอย่างแน่นอน” ชิวเยี่ยกล่าวด้วยดวงตาที่เปียกชุ่ม พวกนางต่างรักใคร่กันและกันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือด
………
///



.

อากาศยังคงทวีความหนาวเย็นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดหิมะก็ร่วงหล่นโปรยปราย

พร้อมกับวันเวลาที่เวียนหมุนผ่าน จิตใจของจี้หนิงก็บังเกิดความเปลี่ยนแปลง การจากไปของชุนเฉา เรื่องราวของเฮยหยา บิดาที่ยังคงไม่กลับมา การไร้คู่มือที่ทัดเทียม สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจของเขา

เขาเริ่มรู้สึกว่าเมืองเขตปกครองตะวันตกเล็กเกินไปแล้วสำหรับเขา เขาต้องการออกเดินทางสู่โลกภายนอกที่กว้างใหญ่ เขาต้องการไปเห็นกับตาว่าเผ่าฟันดำใช้ชีวิตเยี่ยงไร เขาต้องการเป็นเช่นบิดาที่ออกเดินทางต่อสู้กับบรรดาสัตว์อสูร…

“ลูกหนิง บิดาของเจ้ากลับมาแล้ว” เสียงของอู่ฉีเซวียดังแว่วมา

จี้หนิงแหงนหน้ามองขึ้นไป และพบจี้ยี่ฉวนซึ่งนั่งอยู่บนหลังของวิหคอัคคีฟ้าที่กำลังโบยบิน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น