เซียนกระบี่

ตอนที่ 16 : เหตุหายนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

“เพลงกระบี่และท่าร่างของลูกหนิงล้วนฝึกปรือได้ดียิ่ง” อู่ฉีเซวียกล่าวด้วยความพึงพอใจ “แม้ว่าสุนัขป่าหอนจันทร์จะรวดเร็วว่องไวกว่า แต่ลูกหนิงก็สามารถใช้ ‘ท่าร่างเงาวายุ’ พลิกแพลงหลบหลีกไปได้ทุกครั้ง เมื่อประกอบกับพรสวรรค์ในการใช้กระบี่ของเขา ชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนี้คงมิใช่เรื่องยากเย็นจนเกินไป”

‘ประกายวิชชุแลบลั่น’ เป็นหนึ่งในสามกระบวนท่าที่สามารถตีความออกได้ของ ‘กระบี่วิชชุอัคคี’ แก่นแท้ของกระบวนท่านี้มีเพียงหนึ่งเดียวคือ ‘ความรวดเร็ว’ เป็นความรวดเร็วประดุจวิชชุอัสนี!

หลังจากที่ได้รับถ่ายทอดเพลงกระบี่ทั้งสองชุดคือ ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ และ ‘กระบี่วิชชุอัคคี’ จี้หนิงก็ทำการฝึกฝนอย่างหนักจนสามารถใช้เพลงกระบี่ทั้งสองในขั้นพื้นฐาน แม้จะยังห่างไกลจากความสำเร็จอีกมากมาย แต่หากคาดคิดว่ากระทั่งจี้ยี่ฉวนเองก็ยังไม่สามารถตีความ ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จี้หนิงที่เพิ่งเริ่มฝึกได้ไม่นาน สามารถสำแดงอานุภาพของกระบวนท่าออกมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

“นอกจากนี้ปมเด่นของลูกหนิงยังอยู่ที่พลังของกายาเทพอสูรซึ่งยังมิได้แสดงออกมา” จี้ยี่ฉวนกล่าวคล้อยตามภรรยา ก่อนจะวกกลับสู่หัวใจหลักของการทดสอบในครั้งนี้ “ทว่าฝ่ายตรงข้ามก็เป็นถึงสัตว์เทพอสูร พลังชีวิตของมันหาใช่ธรรมดาไม่ บาดแผลทางผิวกายรังแต่จะทำให้มันบ้าคลั่งมากขึ้นไปอีก ส่วนลูกหนิงยังอ่อนประสบการณ์ในการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตาย ดังนั้นผลลัพธ์ยังคงไม่อาจกล่าวได้ว่าแน่นอน”
………

ทุกประการเป็นไปตามที่จี้ยี่ฉวนคาดคิด

ชั่วขณะที่จี้หนิงรู้สึกว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว สุนัขป่าหอนจันทร์ซึ่งถูกรุกไล่กดดันในห้วงเป็นตายพลันส่งเสียงหอนเกรี้ยวกราดยาวนาน ขนสีเงินทั่วร่างของมันลุกชี้ชัน แววตาที่เคยสุกใสทอประกายคลุ้มคลั่ง รังสีฆ่าฟันทะลักทลายออกมาอย่างรุนแรงจนจี้หนิงต้องหยุดชะงัก มิอาจโหมบุกอย่างย่ามใจต่อไป

ทันทีที่สิ้นเสียงขู่คำราม ร่างมหึมาก็กลับกลายเป็นลำแสงสีเงินพุ่งโถมเข้าใส่จี้หนิงด้วยสภาวะที่มีไปไม่มีกลับ จี้หนิงยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นเอาไว้ เบี่ยงกายหลบเลี่ยงการโจมตีพลางตีโต้ออกหนึ่งกระบี่ เรียกโลหิตสาดกระจายออกจากร่างของมันได้อีกครั้ง ทว่าครานี้สุนัขป่าหอนจันทร์ไม่แยแสกับบาดแผลที่เกิดขึ้น กรงเล็บคมกริบบนอุ้งเท้าหน้าถูกกวาดสวนเข้าใส่อย่างบ้าเลือด

จี้หนิงแตกตื่นแต่ไม่ลนลาน รีบสลับเท้าล่าถอยพลางขวางกระบี่ขึ้นตั้งรับ หากอุ้งเท้าซ้ายของสุนัขป่าที่ตบฟาดเข้ามาอย่างสุดแรงนั้นกลับพลิกแพลงอย่างพิสดาร เปลี่ยนเป็นตวัดเกี่ยวหมายช่วงชิงอาวุธจากมือของเขา จี้หนิงไหนเลยยินยอมปล่อยมือโดยง่ายดาย กัดฟันเพิ่มกำลังใส่ข้อมือที่ถือกระบี่พลางบิดหันส่วนที่แหลมคมออกจนอุ้งเท้าเลือดเนื้อปะทะเข้ากับคมกระบี่อย่างเต็มแรง

เสียงกล้ามเนื้อฉีกขาดอันน่าสยดสยองดังจากอุ้งเท้าข้างซ้ายของสุนัขป่า แต่จี้หนิงยังไม่ทันบังเกิดความยินดี อุ้งเท้าข้างขวาอันเป็นท่าพิฆาตที่แท้จริงก็ฝ่าเข้ามาถึงร่างของเขา จี้หนิงไม่มีทางเลือกใดหลงเหลือ ได้แต่สูดลมหายใจสุดแรงจนทรวงอกยุบลงเล็กน้อย จากนั้นเกร็งกำลังทั่วร่างรับการจู่โจมอย่างหักโหม

ภายใต้กระบวนท่าแลกชีวิตที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน จี้หนิงถูกตะปบเข้าใส่อย่างถนัดถนี่ ร่างลอยไปกระแทกกับพื้นจนผืนดินใต้ร่างแตกละเอียด โลหิตสีแดงฉานทะลักออกมาจากบริเวณทรวงอกของเสื้อขนสัตว์ที่ขาดวิ่น แต่เขาทราบดีว่านี่มิใช่เวลาโอดครวญ จึงรีบชันกายลุกขึ้นยืน ใช้สายตาจ้องจับไปยังสัตว์ร้ายเบื้องหน้าด้วยความระมัดระวัง

บาดแผลใหญ่เกิดขึ้นบนเท้าหน้าข้างซ้ายของสุนัขป่าหอนจันทร์ที่ตัดสินใจเฉือนเนื้อแลกกระดูกกับเขาและยังมิอาจสมานได้เนื่องจากถูกกระบี่ปักคาไว้ ส่วนจี้หนิงเองหากมิใช่ว่าได้รับการปกป้องจากเสื้อที่ตัดเย็บจากขนของสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติและ ‘เสื้อดาราทอง’ ตลอดจนโคจรพลังของกายาเทพอสูรอยู่ก่อน ท่าจู่โจมอย่างสุดกำลังเมื่อครู่คงทำร้ายเขาจนบาดเจ็บสาหัส

“นี่เองคือความแตกต่างของการต่อสู้แลกชีวิต มิใช่ท่านตายก็เป็นเราสิ้น ดังนั้นขอเพียงสังหารคู่ต่อสู้ได้ไม่ว่าต้องแลกด้วยคุณค่าเช่นไรล้วนคู่ควร หากมิได้พบเจอด้วยตนเองข้าคงไม่มีวันเข้าใจได้”

โลหิตจากบาดแผลบนอกของจี้หนิงหยุดหยดหยาด กล้ามเนื้อเริ่มสมานเข้าหากันจนคงเหลือเพียงริ้วรอยและจางหายไป ไม่น่าประหลาดใจที่ผู้คนนับไม่ถ้วนยินยอมรับความยากลำบากนานัปการเพื่อฝึกปรือกายาเทพอสูร

ดวงตาที่แดงฉานคลุ้มคลั่งของสุนัขป่าหอนจันทร์จับจ้องร่างของจี้หนิง กระบี่ยาวยังคงเสียบคาอยู่ที่อุ้งเท้าซ้าย มันเข้าใจแล้วว่าศัตรูที่เบื้องหน้ามีพลังในการฟื้นฟูร่างกายเช่นเดียวกัน

“มาเถอะ” กระบี่เล่มใหม่ปรากฎขึ้นในมือของจี้หนิงที่ร่างสาดพุ่งไปเบื้องหน้า สุนัขป่าหอนจันทร์ตอบรับด้วยเสียงคำราม ทุ่มเทพละกำลังทะยานเข้ารับมือ
………

เงาร่างสองสายโถมเข้าเสี่ยงชีวิตกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เนื่องจากทราบดีว่าอีกฝ่ายมีความสามารถในการฟื้นฟูบาดแผล ทุกกระบวนท่าที่ใช้จึงมุ่งเน้นไปที่จุดชีวิตของฝ่ายตรงข้าม การต่อสู้ยิ่งมายิ่งดุเดือดรุนแรง จี้หนิงอาศัยท่าร่างเพลงกระบี่ และพลังจากกายาเทพอสูร ส่วนสุนัขป่าหอนจันทร์อาศัยเรือนร่างใหญ่โตที่ปกคลุมด้วยขนหนา เขี้ยวเล็บตามธรรมชาติ ตลอดจนหางที่ทรงพลัง

“ในที่สุดเขาก็รู้จักรวมรั้งพลังของเสื้อดาราทองให้ปกป้องบนจุดสำคัญที่ต้องการได้” รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งปรากฎบนใบหน้าของจี้ยี่ฉวน

“ลูกหนิงต้องใช้ความพยายามและความอดทนไม่น้อย” อู่ฉีเซวียกล่าวด้วยความห่วงใย มองดูบุตรชายที่กำลังต่อสู้อาบเลือด

“ไม่ต้องกังวลไป เมื่อเขารู้จักควบคุมพลังของเสื้อดาราทอง ต่อให้ต้องได้รับบาดเจ็บก็มิใช่เรื่องถึงชีวิต อย่างมากก็เพียงเสียแขนขาไปข้างสองข้าง ด้วยพลังของกายาเทพอสูร ใช้เวลาไม่นานก็คงงอกคืนกลับมา”

“เสียแขนขา?” อู่ฉีเซวียอดมิได้ต้องค้อนผู้เป็นสามีคราหนึ่ง ต่อให้เข้าใจในวิถีแห่งการฝึกตนดีเพียงใด ผู้เป็นมารดาไหนเลยสามารถทำใจให้เยือกเย็น มองดูบุตรชายเสี่ยงชีวิตโดย ‘ไม่ต้องกังวลไป’ ได้
………

จี้หนิงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เสื้อผ้าบนร่างแทบไม่เหลือชิ้นส่วนสมบูรณ์ รอยแผลใหญ่น้อยแม้สามารถสมานคืนกลับก็ต้องแลกด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สูญหายไป

สภาพของสุนัขป่าหอนจันทร์ยังย่ำแย่ยิ่งกว่า มันส่งเสียงคำรามด้วยความสิ้นหวัง ขาทั้งสี่ข้างสั่นสะท้าน บนศีรษะมีรอยแผลถูกแทงขนาดใหญ่ ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ก็ด้วยพลังชีวิตอันแข็งแกร่งและศักดิ์ศรีแห่งสัตว์เทพอสูรเท่านั้น

“เจ้าแพ้แล้ว” จี้หนิงกล่าวเสียงแผ่วเบา ยกมือปาดเช็ดคราบโลหิตบนใบหน้า “ข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้า เพียงแต่เมื่อต้องเผชิญกับความกระหายเลือดและสัญชาตญาณอันป่าเถื่อนของเจ้า ข้าก็ไม่อาจสงบจิตใจดึงเอาพลังทั้งหมดออกมาใช้ได้ ชัยชนะครั้งนี้ของข้านับว่าได้มาอย่างลำบากยากเย็น… เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าจะลงมืออย่างสุดกำลัง ใช้กระบวนท่าที่ลึกล้ำที่สุดในการปลิดชีวิตเจ้า”

กระบี่เล่มที่สองพลันปรากฎขึ้นในมือข้างซ้าย พร้อมกับที่ร่างของจี้หนิงและสุนัขป่าหอนจันทร์พุ่งทะยานเข้าใส่กันเป็นครั้งสุดท้าย
………

จี้หนิงเหินร่างลงสู่พื้นดินในขณะที่ร่างของสุนัขป่าร่วงหล่นลงสู่พื้น บาดแผลรูปกากบาทขนาดใหญ่เด่นชัดอยู่บนส่วนศีรษะ

“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง” จี้ยี่ฉวนเอ่ยถามลงมาจากที่นั่งชม

“เป็นการต่อสู้ที่ดี ข้าต้องการฝึกฝนเช่นนี้วันละครั้ง” จี้หนิงตอบคำ น้ำเสียงและประกายตายังคงแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้น

จี้ยี่ฉวนแค่นเสียงกล่าวว่า “เด็กน้อยกลับได้ใจนัก เจ้าคิดว่าการจับเป็นสัตว์ร้ายที่อยู่ในระดับสูงเช่นนี้เป็นเรื่องง่ายดายนักหรือ? อย่างมากเพียงกระทำได้สามวันต่อหนึ่งครั้ง และจะเป็นเพียงสายพันธุ์ธรรมดา การจะจับสัตว์เทพอสูรได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับโชคเท่านั้น หากไม่สามารถหาได้ เจ้าก็ต่อสู้กับเหล่าสัตว์ร้ายเท่าที่วังมังกรมีอยู่แทน”

“เช่นนั้นข้าจะต่อสู้กับพวกมันด้วยพลังปราณและเพลงกระบี่เท่านั้น”

จี้หนิงทราบแล้วว่า การต่อสู้อย่างสูสีที่เดิมพันด้วยความตายไม่เพียงจะช่วยพัฒนาทักษะยุทธ์ของเขา แต่ยังช่วยให้รู้จักสะกดควบคุมอารมณ์ความรู้สึกเพื่อรับมือศัตรูในยามคับขันอีกด้วย

มีแต่รักษาความหนักแน่นเยือกเย็นเอาไว้ จึงจะสามารถเปล่งประสิทธิภาพของวิชาฝีมือออกมาได้อย่างเต็มที่
……..

สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านเข้าสู่เทือกเขานางแอ่น

พร้อมกับความอดอยากที่มากับความหนาวเย็นอันโหดร้าย บรรดาชนเผ่าที่ไม่แข็งแกร่งเพียงพอล้วนถูกทำลายล้าง บ้างเกิดจากการโจมตีของสัตว์ร้ายตามธรรมชาติ บ้างเกิดจากการปล้นชิงของชนเผ่าที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า

บนที่ราบอันกว้างใหญ่ กองกำลังนักรบเกราะดำควบขี่สัตว์ร้ายที่มีขนยาวปกคลุมราวกับกระแสคลื่นทมิฬที่ม้วนกวาดผืนดินอันรกร้างกันดาร

“หยุด!”

ในเสียงคำสั่งอันเฉียบขาด นักรบทั้งสามร้อยนายต่างหยุดสัตว์พาหนะลงอย่างพร้อมเพรียง

“เรียนท่านผู้บัญชาการ ที่นี่คือพื้นที่ของ ‘ชนเผ่าเขาแหลม’ ที่มีรายงานว่าพบเห็นอสรพิษตัวนั้นเป็นครั้งสุดท้าย สามวันก่อนมันบุกเข้ากัดกินชาวเผ่าไปสิบแปดคน สังหารผู้คนไปอีกร้อยกว่าคน ทำลายทั้งหมู่บ้านและชนเผ่าไปโดยสิ้นเชิง” นักรบเกราะดำผู้ทำหน้าที่รายงานกล่าวทบทวนเหตุการณ์ “ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่มันออกอาละวาด ได้สังหารผู้คนนับพันและทำลายล้างชนเผ่าเล็กๆไปเกือบสิบเผ่า จากการตรวจสอบ คาดว่าน่าจะเป็นสัตว์ร้ายในขั้นสูงสุดของระดับธรรมชาติ หรือสัตว์อสูรที่เพิ่งเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติ”

ชายฉกรรจ์ไว้เครารกครึ้มที่นั่งอยู่บนหลังพยัคฆ์ขาวและแต่งกายด้วยชุดเกราะสีแดงเพลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงผงกศีรษะ “เดียรัจฉานนี้กล้าออกอาละวาดในพื้นที่ของตระกูลจี้เขตปกครองตะวันตกนับว่ามีโทษสมควรตาย พวกเจ้ากระจายกำลังกันออกไปเป็นกลุ่มย่อย ค้นหาให้ทั่ว หากพบเห็นมันเมื่อใด ให้ใช้ธนูเพลิงส่งสัญญาณทันที”

นักรบเกราะดำทั้งสามร้อยนายรับคำโดยพร้อมเพรียง ทำการแยกย้ายออกเป็นสามสิบกลุ่มย่อย ออกเดินทางค้นหาในทิศทางที่แตกต่างกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น