[Fic] คลัง fanfic Sherlock BBC, Avengers Kingsman และอื่นๆ

ตอนที่ 9 : [The Avengers fic] : When the darkness comes [ep 2/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    31 ส.ค. 59




เครดิตภาพ : ในรูป / https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/aa/45/34/aa4534e93e632531972cdb51aad0e81e.jpg


จิ้มตอนแรก [ep 1/1]

When the darkness comes.

Couple : Romanogers (Steve Rogers x Natasha Romanoff, Captain America x Black Widows)

Rate : PG

Note : Spoil Alert for Captain America : The Winter Soldier, Avenger : Age of Ultron.


            ใช่...และวันนั้นพวกเขาก็ควงแขนกันไปเดินตลาด ซื้อกับข้าวมาทำกินกันเองมากมายเต็มโต๊ะ พวกเขาสองคนกินกันไป พลางเปิดหนัง (หนังตลกอยู่แล้ว นาตาชาบอกว่าชีวิตพวกเขาเครียดมาพอแล้ว) นาตาชาซื้อไวน์มาด้วยหลายขวด เจ้าหล่อนกรอกเครื่องดื่มลงคอเหมือนเทลงท่อระบายน้ำ และด้วยอัตราความเร็วในการดื่มเช่นนี้ ไม่นาน แมงมุมแม่ม่ายดำผู้น่าเกรงขามแห่งอเวนเจอร์ก็กลายร่างมาเป็นแมงมุมยั่วสวาท...เอ้ย! เขาหมายถึง แมงมุมจอมเลื้อย เอ้อ...ช่างเถอะ พูดยังไงก็ไม่ทำให้มันดีขึ้นอยู่ดีนั่นแหละ

            ในตึกอเวนเจอร์ตอนนี้เหลือพวกเขาแค่สองคน แซมออกไปเดทกับสาวที่เพิ่งเจอกันสดๆ ร้อนๆ แถมยังทิ้งโน๊ตบอกกัปตันอเมริกาว่า ‘วันนี้คงไม่กลับนะ แฮปปี้วาเลนไทน์’ ให้เขาเฉย แวนด้ากับวิชั่นถูกคลิ้นท์ขอร้องให้ไปเป็นแนนนี่จำเป็น ดูแลลูกๆ ทั้ง 4 (รวมถึงเด็กชายนาธาเนียนที่เพิ่งได้ไม่กี่เดือน) เพราะว่าสองสามีภรรยาบาร์ตันจะไปสวีทหวานกันในวันนี้เสียหน่อย ส่วนโทนี่...ตามง้อแพพเปอร์สุดชีวิต

            ทั้งฐานเหลือแต่เขากับนาตาชา คนหนึ่งไม่รู้จะไปที่ไหน อีกคนหนึ่ง...ก็เมาจนไปไหนไม่ได้

            โรมานอฟ พอแล้ว...”

            สาวขี้เมาเงยหน้าขึ้นจากแก้วเหล้า คิ้วเรียวเหนือดวงตาสีเขียวขมวดแน่น “แนต”

            แนต...” สตีฟโอนอ่อนผ่อนตามคนเมาอย่างว่าง่าย “ผมว่าคุณพอก่อนไหม เมามากแล้วนะ”

            ไม่เมา ฉันไม่เมา!” คนไม่เมาร้องลั่น มือบางตบโต๊ะเป็นการตอกย้ำ ทำให้แก้วไวน์ที่เหลืออยู่กระดอนจนคว่ำเลอะเทอะ “ฉันไม่เมา เหมือนคุณไงแคป ไม่เห็นเมาเลย”

            ผมกินเหล้าแล้วไม่มีทางเมาหรอกน่า” นี่ก็เป็นหนึ่งในข้อดีของเซรุ่มซุปเปอร์โซลดิเยอร์ ที่ทำให้เขาเป็นคนกินเหล้าไม่สนุกไปเสียแล้ว

            ฉันก็ไม่เมาเหมือนกันนั่นแหละ” อีกฝ่ายย้ำเสียงขึงขัง เหลือเพียงแต่ไม่ได้ตบอก...เอ้อ...อวบๆ แสดงความจริงจังเท่านั้น

            กัปตันอเมริกาผู้ไม่มีทางเถียงคนเมาชนะได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก แต่มือหนากลับคว้าขวดไวน์ที่หญิงสาวกำลังจะรินลงไปอีกแก้วอย่างรวดเร็ว

            นาตาชาชักสีหน้าไม่พอใจเต็มเปี่ยม ขณะพยายามไขว่คว้าขวดไวน์คืนมา “เอามานะแคป!”

            คราวนี้ชายหนุ่มกลับเป็นฝ่ายชักสีหน้าบ้าง ขณะเอ่ยเสียงขึงขัง “สตีฟ”

            เรียกแล้วคุณจะคืนไวน์มาให้ฉันไหม?”

            ไม่”

            งั้นก็ไม่เรียก”

            ก็ดี” กัปตันอเมริกาเอ่ยกลบเกลื่อนขณะแอบเก็บเศษหน้าของตัวเองที่เพิ่งถูกอีกฝ่ายทำให้แตกหยกๆ “คุณเมามากแล้ว เลิกดื่มได้ก็ดี”

            ไหงงั้นล่ะ!” สาวผมแดงตะโกนเสียงลั่น ก่อนจะหาเรื่อง “คุณไม่ได้ไปเดทกับสาว ก็อย่ามากวนความสุขคนอื่นน่า”

            คุณดื่มมากไปแล้วแนต”

            ไม่จริง เอามาน่าแคป อย่าให้ลงมือ”

            หัวหน้าทีมอเวนเจอร์เพียงมองเธอด้วยสายตาปลงสังเวชนิดๆ สงสารหน่อยๆ แต่แววตาซับซ้อนมากกว่านั้น...เธอเมาจนมองไม่ออกว่าเขากำลังจะสื่ออะไร

            หรือเธอก็พยายามไม่มองว่ามันกำลังสื่ออะไรกันแน่...

            นาตาชาสลัดความคิดออกจากศีรษะ ก่อนตัดสินใจพุ่งตัวเข้าชาร์ทอีกฝ่ายในวินาทีถัดมา

            คนใจเย็นแห่งอเวนเจอร์หงายหลังลงกับพื้นทันทีที่ร่างสมส่วนพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วเหมือนลูกกระสุน ดีที่พวกเขานั่งกินกันกับพื้นอยู่แล้ว เขาจึงเพียงแค่หงายหลังลงไปนอนราบ โดยที่มีเธอทาบทับอยู่ด้านบน สองมือไขว่คว้าหาขวดเหล้าองุ่นที่เขารีบยื่นออกไปไกลจนสุดแขน

            หญิงสาวกัดฟันกรอด “ฉัน – บอก – ให้ – เอา – มา!”

            วินาทีหนึ่งที่มือบางจะตะปบลงไปบนขวด สตีฟอาศัยความไวกว่าปล่อยให้ขวดไวน์กลิ้งลงไปบนพื้นพรม ไวน์ที่ปิดฝาขาดไม่ดีเริ่มไหลหยดออกมาพลางส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ท่ามกลางเสียงคำรามของเจ้าของฉายาแบล็กวิโดว์

            กัปตันอเมริกา!!! นั่นมัน Romanee-Conti เลยนะยะ! คุณทำมันหก!!! นั่นมันขวดละตั้ง 28,000 กว่า (ดอลล่าร์) นะ!”

            ราคาของไวน์ที่ตอนนี้ไหลนองออกมาเกือบครึ่งทำให้ชายหนุ่มผวาเฮือก รีบเอื้อมมือไปคว้าเอามาโดยเร็ว

            ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นกัปตันอเมริกา แต่ก็ใช่ว่าเงินเดือนจะเยอะ ตอนนี้ยังเช่าแฟลตอยู่เลยนะ!

            แล้วไอ้ไวน์บ้าอะไรราคาตั้งสองหมื่นกว่าดอล...

            เห็นเขาคว้าขวดไวน์มาได้ นาตาชาก็รีบเอื้อมมือไปหยิบ แต่คราวนี้สตีฟกลับกอดเอวหญิงสาวเอาไว้แน่น อีกฝ่ายไม่ยอมแพ้ แต่สู้กลับด้วยการใช้มือยันอกแกร่งของร่างข้างใต้เอาไว้แล้วเอื้อมออกไปอีก ทว่าเพียงพริบตาเดียวก็รู้สึกเหมือนโลกหมุน เมื่อลืมตาอีกครั้ง เธอกลับมาอยู่ข้างใต้ร่างหนาของกัปตันอเมริกาเสียแล้ว

            คนใจเย็นตอนนี้ดูจะไม่เย็นแล้ว เมื่อตวาดเสียงดังก้องตึก “พอซะทีนาตาชา ต่อให้คุณดื่มเข้าไปมากขนาดไหน แบนเนอร์ก็ไม่กลับมาหรอก!”

            คนเมาเมื่อเคลื่อนไหวมากเกินไปก็มักตาลาย หัวหมุน ยิ่งเธอเองที่ถูกจับ ‘หมุน’ มาแล้วเมื่อกี้ก็ได้แต่ต้องนอนหลับตานิ่งๆ หากแต่สมองที่ยังคงชาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังประมวลผลคำพูดของกัปตันอเมริกาอย่างเชื่องช้า

            เมื่อกี้เขาบอกว่า...ดื่มให้ตายบรูซก็ไม่กลับมา...งั้นหรือ?

            ชื่อของดร. นิวเคลียร์ฟิสิกส์คนนั้นทำให้ร่างกายทุกส่วนของเธอชะงักงัน ยกเว้นดวงตาที่เบิกกว้างอย่างตกใจ

            ...สบเข้ากับดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าในเงามืดของสตีฟ โรเจอร์พอดิบพอดี

            อย่าพูดถึงเขา...”

            อย่าพูดถึงผู้ชายที่แสนใจดีคนนั้น คนที่ใจร้ายกับเธออย่างมากมาย

            เขาทำให้เธอรู้สึกถึงความหวังอีกครั้ง ก่อนจะสลัดมันทิ้ง แล้วก็หายไปจากชีวิตเธอแบบไร้เยื่อใย

            เขาทำให้เธอรู้สึกว่าอย่างน้อย...เธอก็ไม่ใช่ตัวประหลาดเดียวในทีม

            สายสัมพันธ์อันไม่อาจอธิบายได้ไหลวนอยู่ระหว่างพวกเขา บรูซเองก็รู้ ทว่าเธอเองกลับรู้ดีกว่านั้น เธอรู้ว่าบรูซจะไม่มีวันตอบรับความรู้สึกเธอได้ เพราะเขามีเบ็ตตี้ รอสในหัวใจเสมอมา

            ผู้หญิงคนนั้นดีงามอย่างที่เธอไม่อาจเป็น

            ดีงามเฉกเช่นเดียวกับผู้ชายที่ใช้แววตาประหลาดมองเธออยู่ตอนนี้

            เพราะอย่างนี้...ยามที่เธอคิดจะเดินหน้าต่อไปกับบรูซ เธอจึงไม่เคยคิดมากหากบรูซยังจะรักเบ็ตตี้ รอสอยู่ ผู้หญิงคนนั้นคือรักที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของเขา เหมือนที่เธอมีความบริสุทธิ์ผุดผ่องเดียวที่ยังเหลืออยู่ในหัวใจ และเธอไม่อาจจะดึงเขาคนนั้นมาแปดเปื้อนด้วยได้

            บรูซรู้ดี เขาจึงพยายามถอยห่างและเตือนสติเธอเสมอ

            เธอเองก็รู้ดี จึงพยายามถอยห่างและยัดเยียดผู้หญิงคนอื่นที่ดีพร้อมกว่า ‘นังตอแหล’ อย่างที่โลกิเรียกไว้ให้เขาคนนั้นเสมอ

 

            สตีฟจ้องมองคนใต้ร่างนิ่งนาน ถ้อยคำสั้นๆ ที่เอ่ยแค่ ‘อย่าพูดถึงเขา’

            เธอทำเหมือนไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแตะต้อง ดร. แบนเนอร์ได้อย่างนั้น ทั้งที่ผู้ชายคนนั้นทำให้เธอเจ็บจนต้องมาดื่มหนักขนาดนี้!

            เป็นอีกครั้งที่คนใจเย็นแห่งอเวนเจอร์รู้สึกโกรธจนแทบจะกลายร่างเป็นเดอะฮัคได้เลยทีเดียว

            คุณต้องทำใจ แนต” ชายหนุ่มเอ่ยต่อโดยไม่นำพาสายตาโกรธขึ้งของร่างบาง “บรูซเขา...”

            อย่าเอ่ยถึงเขา!”

            ความเจ็บปวดที่บรูซทิ้งเอาไว้ไม่มากไม่มายก็จริง เธอรู้สึกเหมือนเสียคนที่น่าจะเข้าใจกันที่สุดไป รู้สึกเหมือนเสียจุดหมายของชีวิตที่ตนเองคิดว่าจะสามารถเริ่มต้นใหม่กับใครที่ ‘เหมือนๆ กัน’ ได้ แต่สุดท้ายความฝันนั้นก็สลายไปเหมือนควันบุหรี่

            หญิงสาวสลัดคนตัวโตบนร่างออกอย่างรวดเร็ว พยายามสะกดกลั้นอาการเวียนหัวที่พลุ่งขึ้นมาอีกครั้ง พลางพยุงตัวเองให้เดินโซเซขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า หวังว่าจะไปนอนตากลมให้สร่าง

            ...หวังว่าจะหนีจากความรู้สึกเก่าๆ ที่มีต่อคนตรงหน้า คนที่เธอคิดว่าตนเองกลบฝังมิดแล้วให้พ้น

            สตีฟนิ่งอยู่สักพักก็ผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “แนต! แนต!”

           

            ดาดฟ้าลมเย็นน่าดู

            ทว่าคนที่ขึ้นมาก่อนเขากลับแต่งตัวไม่เข้ากับสภาพอากาศสักนิด นาตาชาเพียงสวมชุดวันพีชตัวหลวมที่เธอใส่เป็นประจำยามอยู่อเวนเจอร์ แม้แต่ผ้าคลุมไหล่เธอยังไม่เอาขึ้นมาด้วยซ้ำ ร่างบางนอนขดอยู่บนเก้าอี้นวมที่พวกเขาเคยเอาขึ้นมากินเลี้ยงอยู่บนนี้แล้วยังไม่ทันได้เก็บลงไป ดวงตาสีเขียวใสมองเหม่อออกไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่แทบจะไร้แสงดาว

            สตีฟ โรเจอร์ถอนหายใจขณะเดินเข้าไปใกล้ อีกฝ่ายเพียงเหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วก็เริ่มกระบวนการทำให้เขาไร้ตัวตนทันที

            แนต ผม...”

            ไม่ต้องขอโทษหรอก”

            ผมไม่ได้มาขอโทษ”

            ถ้อยคำเหนือความคาดหมายทำให้สายลับสาวถึงกับเลิกคิ้ว ทว่าริมฝีปากบางยังคงเม้มแน่นอย่างไม่ต้องการพูดสิ่งใด

            ผมไม่ได้ขอโทษ” เห็นอีกฝ่ายเงียบ เขาก็เลยเอ่ยต่อ “ผมพูดความจริง แนต บรูซเป็นคนดีมาก แต่เขาไปไกลแล้ว ไม่รู้ว่าจะกลับมาไหม ผมไม่อยากเห็นคุณเป็นแบบนี้”

            แบบนี้คือแบบไหน?” นาตาชาย้อนถามเรียบๆ

            ก็แบบที่เป็นอยู่นี่ไง!” พอกวาดสายตามองสำรวจร่างเพรียวบางของหญิงสาว สตีฟก็รู้สึกถึงโทสะกรุ่นๆ ของตัวเองอีกครั้งจนน้ำเสียงที่เอ่ยกระแทกกระทั้นเหลือเกิน “คุณเหม่อทุกครั้งที่ตัวเองเผลอ รอยยิ้มคุณมันฝืนเสียจนเหมือนคุณร้องไห้มากกว่า คุณหน้าเสียทุกครั้งที่มีใครพูดถึงบรูซ คุณทำเหมือนเขาควักหัวใจคุณออกไปด้วยอย่างนั้นแหละ”

            แทนที่จะมาคอยสังเกตฉัน ไปตามดูชารอนดีกว่าไหม?”

            ที่เราพูดกันอยู่ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอเลยสักนิด...”

            สายตาชายหนุ่มเจือไปด้วยความเจ็บปวด

            อย่างนี้แหละ...เป็นอย่างนี้เสมอ ผลักไสเขาออกไปให้คนอื่น ไม่เคยให้เขาได้ร่วมรับรู้ถึงความเจ็บปวด

            ถ้าคุณอยากทำอย่างนั้น...นาตาชา คุณจะมาคอยอยู่เคียงข้างผมทำไมเมื่อตอนที่ผมแย่ที่สุด คุณจะมาบอกว่า ‘ไว้ใจผม’ ทำไม ตอนที่ถูกไล่ล่า อยู่ในระหว่างความเป็นตาย คุณเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อผมทำไมกัน

            มือหนาเริ่มกำเป็นกำปั้นแน่น คุณไม่ยี่หระความตาย คุณพร้อมจะตายไปกับผม แต่คุณกลับผลักไสผม ไม่ยอมให้ผมเข้าใจอะไรคุณเลย...

            ร่างโปร่งบางลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ลมเย็นยามดึกพอช่วยให้เธอคืนสติจากน้ำเมามาได้บ้าง แต่ไม่สามารถกำจัดอาการเวียนหัวออกไปได้หมด เจ้าของฉายาแบล็กวิโดว์พยายามเดินตัวตรงผ่านหน้าสตีฟ ทว่าสองขากลับอ่อนแรงจนต้องทรุดลงไปอีกครั้ง

            ...ทรุดลงไปในอ้อมแขนแข็งแรงของคนที่คอยรับอยู่แล้ว

            กัปตันอเมริกาตัดสินใจผ่อนแรงเธอด้วยการทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมอีกตัว มือหนารั้งร่างอวบอิ่มของอีกฝ่ายเอาไว้ในอ้อมแขนก่อนโอบประคองเอาไว้หลวมๆ กิริยาคล้ายต้องการให้ความอบอุ่นกับคนขี้หนาว...ก็เท่านั้น

            ช่างเถอะ...นาตาชาหลับตา ซวนซบลงไปกับอกหนาอบอุ่นนั้นอย่างหมดแรงต้าน ดวงตาหลับพริ้ม ยังไงตอนนี้ก็เมาจนแทบจะคลานไม่ไหวด้วยซ้ำ นอนสักพั...

            “...อย่า...มองผนังอีกเลยนะ”

            น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำแผ่วเบา คล้ายจะพูดกับตัวเองมากกว่าพูดให้เธอฟัง แต่สายไปแล้ว...สายลับสาวได้ยินชัดเจนไม่หลุดรอดไปแม้สักเสี้ยว

            ดวงตาสีเขียวใสทอดจับท้องฟ้าสีดำสนิท ดวงดาวเพียงเล็กน้อยที่ส่องแสงพราวอยู่บนนั้นเหมือนกำลังบอกใบ้ให้เธอทำอะไรสักอย่าง ที่หากเป็นในเวลาปกติ หรือเวลาที่เธอมีสติรับรู้เต็มที่ นาตาชาจะไม่มีวันทำเด็ดขาด

            หญิงสาวถอนหายใจแผ่ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จริงๆ เมื่อก่อนฉันไม่ได้มองผนัง”

            สตีฟถอนหายใจตาม ใช่สิ เธอไม่ได้มองผนัง เธอมองดอกเตอร์อัจฉริยะคนนั้น...

            ไหนๆ ก็เป็นวันวาเลนไทน์ ฉันจะบอกคุณก็แล้วกัน” สายลับสาวยังคงเอ่ยต่อ ริมฝีปากเผยอยิ้มเล็กน้อย “เมื่อก่อน...ตอนรวมทีมอเวนเจอร์ใหม่ๆ...ฉันชอบคุณ เป็นความรู้สึกที่แปลกดีนะ ฉันเพิ่งรู้ว่าการชอบใครสักคนมันเป็นแบบนี้นี่เอง ถึงแม้ฉันจะได้ฉายาว่าแม่ม่ายดำ แต่ฉันก็ไม่เคยชอบใครมาก่อนเลย”

            น้ำเสียงที่พูดมาเรียบเรื่อย พอถึงท้ายๆ จึงเจือหัวเราะเล็กน้อย

            ทว่าคนตัวโตกว่ากลับไม่ได้ยินอะไรเสียแล้ว ในหัวอื้ออึงไปด้วยคำสามคำที่สะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนอีกฝ่ายอัดเสียงใส่เทปแล้วเปิดให้เขาฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ฉันชอบคุณ’

            ไม่จริงหรอก...ถ้าเธอชอบเขาจริง ทำไมตอนออกปฏิบัติการด้วยกันทุกครั้งเธอถึงต้องพยายามจับคู่เขากับคนอื่นร่ำไป ยิ่งพอเจอชารอน เหมือนนาตาชาเจอเป้าหมาย แล้วก็ขว้างเขาออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ถูกเป้าหมายนั้น ส่วนตัวเธอเองก็ไปหว่านเสน่ห์ใส่พ่อหนุ่มคนซื่อบรูซ แบนเนอร์นั่นไง

            ฉันชอบคุณจริงๆ ตอนแรกฉันก็คิดว่ามันเป็นความรู้สึกวูบไหว แป๊บๆ ก็หาย แต่หลังจากที่คุณช่วยชีวิตฉัน หลังจากเรื่องทั้งหมดที่เราผ่านมาร่วมกัน...มันไม่ได้เป็นเรื่องเล่นๆ อีกแล้ว ฉันชอบคุณ พร้อมกับที่ฉันรู้สึกว่าฉันไม่มีอะไรดีพอสำหรับคุณเลย”

            สตีฟพยายามอ้าปาก เค้นเสียงออกมา แต่กลับไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้แม้ครึ่งคำ

            คุณเป็นคนดี แคป” นาตาชาพูดพลางหัวเราะ มือน้อยขยุ้มลงบนอกเสื้อเขาพลางแนบแก้มถูไถอกกว้างไปมา ราวกับลูกแมวที่กำลังออดอ้อนเจ้าของ กิริยาเหล่านั้นเป็นไปอย่างธรรมชาติ คล้ายกับหญิงสาวยังไม่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าช็อตไปแล้ว “คุณเป็นคนดี ทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ เป็นฮีโร่ ส่วนฉัน...เป็นผู้หญิงปลิ้นปล้อนตลบแตลง ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังพูดเรื่องโกหกของใคร เพื่อใคร คุณซื่อสัตย์ แต่ฉันพร้อมหักหลัง คุณมีเกียรติ แต่ฉัน...เป็นเครื่องมือทำลายทำร้ายคนมานับไม่ถ้วน เราต่างกันเกินไป นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ฉันรู้ว่าเราไม่คู่ควรกัน ฉันไม่ควรพาตัวเองทำให้คุณแปดเปื้อน คุณเหมาะสมกับคนดียิ่งกว่าฉัน อย่างชารอน...”

            ใบหน้าสวยหวานของผู้หญิงอีกคนหนึ่งผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง ความดีงามกล้าหาญของเธอยังคงประทับอยู่ในใจเขา แต่เพียงแค่ประทับ ไม่ได้สลักลึกลงกับหัวใจเขาเหมือนผู้หญิงที่กำลังบอกว่าตัวเองไม่มีอะไรคู่ควรเขาเลยคนนี้

            สตีฟเค้นเสียงออกมาได้ในที่สุด “แต่ตอนนี้คุณรักบรูซ...”

            ฉันกับบรูซ...นั่นเขาก็เป็นคนดี ดีเกินกว่าคนอย่างฉันเหมือนกัน” นาตาชายิ้มออกมาอีกครั้ง “แต่คนมองเขาเป็นอสูรกาย ผู้คนกลัวเขา เหมือนกับรังเกียจฉัน เราสองคนมีอะไรเหมือนกัน ดังนั้น...ฉันเข้าใจเขาที่สุด และเขาก็เข้าใจฉันที่สุด แต่แล้วเขาก็ตัดใจทิ้งฉันไป เรื่องมันตลกดีไหมล่ะ”

            สายลับสาวตั้งต้นหัวเราะเสียงเสียดแทง

            วาเลนไทน์...มีอะไรดีกัน สุดท้ายเธอก็ลืมตัว ขุดคุ้ยความเจ็บของตัวเองมาตีแผ่ให้กัปตันอเมริกาฟัง เพื่ออะไร...

            มือใหญ่แข็งแรงของชายหนุ่มลูบกลุ่มผมนุ่มของร่างน้อยในอ้อมแขน หัวใจเจ็บปวดจากเสียงหัวเราะที่เหมือนกับต้องการเยาะหยันตัวเองของเธอเหลือเกิน

            ผู้หญิงคนนี้แบกเรื่องราวอะไรต่างๆ ไว้มากเกินไปแล้ว!

            หญิงสาวยังคงหัวเราะอยู่ กระทั่งริมฝีปากของผู้ชายตัวโตที่กอดเธอเอาไว้แน่นจะประทับลงมาแนบสนิทกับริมฝีปากเธอ ร่างทั้งร่างชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างมองสบตาสีน้ำตาลทองที่จ้องมองกลับมาอย่างเอาจริงเอาจัง

            วินาทีที่เธอตั้งใจจะขยับหนี กัปตันอเมริกา ฮีโร่ของประเทศผู้แสนสุภาพคนนั้นก็กดจูบลงหนักแน่นอีกครั้ง

            ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยจูบกัน และไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยจูบใคร แต่นี่คือครั้งแรกที่ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ริมฝีปากอีกฝ่ายเริ่มขยับเขยื้อนเชื่องช้า เนิบนาบแฝงแววหวาน ไม่เหมือนตอนที่พวกเขาจูบกันลวกๆ ตรงบันไดเลื่อนนั่นเลยแม้แต่น้อย

            นาตาชาขมวดคิ้ว ไม่ล่ะ...ฉันเชื่อแล้วว่านี่ไม่ใช่จูบแรกของเขาตั้งแต่เขาถูกกระเทาะออกมาจากน้ำแข็งบ้าๆ นั่น

            จุมพิตอ่อนหวานจบลงเพียงสั้นๆ สตีฟจรดหน้าผากของตนเองเข้ากับหญิงสาวพลางถอนหายใจ

            เจ้าของฉายาแบล็กวิโดว์เม้มริมฝีปากเล็กน้อย “...ทำไมคะ?”

            เธอไม่อยากคิดว่าการ ‘เปิดใจ’ ในวันวาเลนไทน์จะทำให้เขาสงสารหรอกนะ

            สตีฟ โรเจอร์ยิ้มน้อยๆ “เพราะผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบหรอกนะ ผมไม่ได้สมบูรณ์แบบ ไม่ได้อยากสมบูรณ์แบบ และผมพร้อมรับความไม่สมบูรณ์แบบ...อย่างเช่นคุณ”

            ถ้อยคำไม่กี่ประโยคค่อยๆ ซึมเข้าสู่หัวใจคนฟังอย่างเชื่องช้า นาตาชาเบิกตากว้าง เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดต่อ

            เพราะฉะนั้น เลิกจ้องมองกำแพงเสียที และเลิกมองหาความสมบูรณ์แบบให้ผม สิ่งที่ผมต้องการ ผมจะไขว่คว้ามาเอง” กัปตันอเมริกาค่อยจรดจุมพิตลงกับกลุ่มผมนุ่ม มือกอดกระชับเธอเอาไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ขณะเอ่ย “ถ้าคุณไม่สมบูรณ์แบบ ผมก็พร้อมไม่สมบูรณ์แบบด้วย แค่อย่า...ไล่ผมไปไหนอีกเลยนะ”

            หญิงสาวในอ้อมอกหลับตาลง พึมพำเสียงเบา “แต่ฉัน...ยังไม่ลืมบรูซหรอกนะ”

            ผมก็ไม่ลืมเขา ไม่มีใครในหมู่พวกเราลืมเขาได้ เขายังเป็นทีมเดียวกับเราเสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ผมไม่ขอให้คุณลืมเขาหรอก ผมแค่...”

            เสียงลมหายใจแผ่วเบาทว่าสม่ำเสมอเล็ดลอดออกมาจากคนในอ้อมแขน ทำให้สตีฟถึงกับชะงัก ก่อนก้มลงมองนาตาชาอย่างไม่เชื่อสายตา

            คือ...เขากำลังทำสิ่งที่ใกล้เคียงกับที่เรียกว่า ‘สารภาพรัก’ แต่เธอดันมาหลับไปตอนนี้เนี่ยนะ?

            ช่างเถอะ อย่างน้อย ตอนหลับ ก็เหมือนเธอจะมีความสุขดีที่สุดแล้ว

            สตีฟยิ้มน้อยๆ ขณะก้มลงกระซิบข้างหูคนหลับ เสียงไม่ดังไปกว่าเสียงถอนหายใจอย่างเป็นสุขของเธอ

            นอนเถอะนะ ตื่นมา...ผมค่อยบอกคุณใหม่ก็แล้วกัน”


.................................................

สวัสดีค่า


ไม่ได้อัพนาน ไม่ได้แปลว่าจะลืมหรือหายไปแล้วนะคะ 5555 แค่ภารกิจด่วนเท่านั้นแหละ ตอนนี้จะกลับมาอัพฟิคแล้วค่า

เรื่องนี้ส้มเขียนตอนที่ยังไม่ได้ดู Civil War ซึ่งพอดูเสร็จเรียบร้อยแล้วก็อยากจะเขียนต่อนะ แต่ขอเขียนคู่อื่นก่อน แล้วยังมีคู่ที่อยากเขียนมากๆ อีกคู่คือ Joker + Harley นี่แหละค่ะ


ยังไงก็รออ่านกันน้า


                                                                                           
     CR.SHL
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #82 Wind_of_change (@Wind_of_change) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 14:11

    โอ๊ยยยยยยยยย ฟินจริงๆ นึกภาพตามเลย นิสัยชอบจ้องมองกำแพงของนาตาชา มันใช่!

    #82
    0
  2. #40 aggddragon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 01:35
    ฟินสุดเลยค้า อยากจะกรี๊ดดดด >///<
    #40
    0