[Fic] คลัง fanfic Sherlock BBC, Avengers Kingsman และอื่นๆ

ตอนที่ 3 : [Sherlock BBC fic] : The Soldier & Detective [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    8 ต.ค. 58

     



     “เขาถูกแทง เสียเลือดมาก”

                เลือด...ใช่ ของเหลวข้นเหนียวสีแดงบนฝ่ามือเขาคือเลือด...

                เลือดเต็มไปหมด

                “เคลื่อนย้ายเขาได้ เร็ว!

                “อีเกิลเรียกบราโว่ เราต้องการกำลังเสริม! พวกมันบุกเข้ามาแล้ว อ๊ากกกกกก!!!

                หมอกหนาเต็มไปหมด เขามองอะไรไม่เห็นเลย

                “ผู้กอง คุณถูกยิงแต่ไม่เป็นไร เราจะ...”

                “วัตสัน!!!

                ปัง!

                ร่างสันทัดสะดุ้งสุดตัว ลุกขึ้นมาทันควัน ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ มือทั้งสองข้างกระตุกพรวดเดียวไปจับที่ต้นขาเหนือหัวเข่าขวาของตนเอง ราวกับกำลังเจ็บปวดจากที่ตรงนั้นเหลือแสน ใบหน้าที่ปกติดูอ่อนโยนชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้างราวกับยังคงเห็นภาพร่างของสหายร่วมรบถูกยิงร่วงคนแล้วคนเล่า

                ฝัน...

                จอห์น วัตสันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้าเมื่อกวาดตามองดูรอบๆ ด้านแล้วพบว่าตนเองกำลังนั่งอยู่บนเตียง ภายในอพาร์ตเม้นท์เล็กๆ กลางเมืองลอนดอน ไม่ใช่บังเกอร์ในสนามรบที่อัฟกานิสถาน

                อพาร์ตเม้นท์ ไม่ใช่เต้นท์พยาบาลที่เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนและคาวเลือดอบอวลท่ามกลางความร้อนระอุจากไอสงคราม

                อพาร์ตเม้นท์ที่เขาจะอยู่ได้อีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น

                เมื่อวานมิสเตอร์ทอมสัน เจ้าของตึกเพิ่งยกเลิกสัญญาเช่าห้องของจอห์น ทอมสันบอกว่าตนเองได้ขายตึกนี้ให้ไปแล้ว ดังนั้นเขาและคนอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นท์โทรมๆ นี้จะต้องหาที่อยู่ใหม่ให้ได้ภายในหนึ่งเดือน ไม่อย่างนั้นก็เตรียมตัวเป็นโฮมเลส หรือกลับไปอาศัยคนอื่นอยู่ หรืออะไรก็ตามที่พวกเขาพอจะหาทางออกในช่วงเวลาหนึ่งเดือนได้

                อดีตเสนารักษ์ลูบใบหน้าชื้นเหงื่อตัวเองครั้งหนึ่ง ในใจคิดว่าเพราะข่าวช็อคนี้แน่ที่ทำให้เขาหวนกลับไปฝันถึงเรื่องในสนามรบอีกครั้ง

                ความทรงจำเรื่องสนามรบมันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของคุณ คุณหมอวัตสัน มันเตือนให้คุณจำได้ถึงความเจ็บปวด มันทิ้งบาดแผลเอาไว้ เมื่อไหร่ที่คุณอ่อนไหว มันจะแหวกจิตใต้สำนึกมาเจอคุณอีกครั้ง         

                เอลิซ่า เพนส์ จิตแพทย์ของเขาเคยบอกไว้อย่างนั้นเมื่อตอนเขาไปบำบัดครั้งล่าสุด การคุยกับจิตแพทย์ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เขาอดที่จะคิดทบทวนสิ่งที่เอลิซ่าบอกมาไม่ได้

                ความเจ็บปวดที่เธอบอก...มันแฝงไปด้วยความรู้สึก...บางอย่าง ที่เขาเองก็ไม่อาจนิยามมัน

                จอห์นหันไปคว้าไม้เท้าจากข้างเตียงก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือของตนเอง เอื้อมมือกดเปิดแลปท็อปที่วางไว้บนโต๊ะ แล้วทอดสายตามองระบบต่างๆ ที่ทำงานบนหน้าจอด้วยสายตาเลื่อนลอย แล้วจึงเปิดเว็บเบราเซอร์ที่ใช้เป็นประจำ เปิดเว็บไซต์ที่เขาปักหมุดเอาไว้

                คุณต้องปลดปล่อยมันออกมาในขณะที่คุณยังมีสติรับรู้ คุณต้องยอมรับมัน และทำความคุ้นเคยกับมัน การเขียนบล็อกจะช่วยให้คุณยอมรับมันได้ง่ายขึ้น และเมื่อถึงเวลา คุณจะปล่อยให้มันผ่านไปเอง

                เอลิซ่าแนะนำให้เขาเขียนบล็อก บอกเล่าอะไรก็ได้ที่เขาอยากจะเล่า

                เวลาผ่านไปเป็นเดือนๆ เขายังไม่รู้จะเขียนอะไรออกมาแม้แต่ตัวเดียว

                จอห์น วัตสันนิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ลงไปสองสามคำ

                ผมจะเริ่มเขียนบล็อก...สักวันหนึ่ง

            วันไหนก็ไม่รู้ล่ะ แต่สักวัน...เขาจะลองเขียนดู อย่างน้อยมันก็คุ้มค่าที่จะลอง

                ส่วนวันนี้เขาควรจะลองนอนให้หลับมากกว่า เก็บแรงเอาไว้สำหรับภารกิจในวันพรุ่งนี้

                หาที่อยู่ใหม่

 

                จริงๆ นอกจากหาที่อยู่ใหม่ได้ เขาควรจะหางานใหม่ด้วย

                อดีตเสนารักษ์ของกองทหารม้านอร์ทธัมเบอร์แลนด์คิดในใจขณะเดินผ่านสวนสาธารณะแล้วเห็นโฮมเลสบางคนกำลังฟุบหลับอยู่กับม้านั่งในสวน เขาไม่ยอมจะลงเอยแบบนั้นแน่ อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นหมอ

            ร่างสันทัดของอดีตนายทหารเดินเอื่อยลงเล็กน้อยเมื่อมองดอกไม้กระจิ๊ดริดที่งอกอยู่ข้างขอบทาง ชีวิตที่อยู่ในสนามรบของเขายากจะหาความงามใดมาจรรโลงใจ กลับมาที่ลอนดอนก็มีเพียงสิ่งปรุงแต่ง ดอกไม้ดอกเล็กนี่ก็...ดูราวกับหลงทาง อยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของตนเอง

                เหมือนเขา...

                “วัตสัน! จอห์น วัตสันใช่ไหมนั่น!

                ชายหนุ่มร่างท้วม ประดับรอยยิ้มไว้บนใบหน้าอย่างตื่นเต้นกำลังวิ่งมาทางเขาอย่างรวดเร็ว พลางยื่นมือมาให้จับ “ฉันไมค์ สแตมฟอร์ดไง จำได้ไหม เราเรียนด้วยกันที่บาร์ตไงล่ะ?

                คุณหมอนิ่งคิดอยู่อึดใจเดียวก็ยิ้มตอบ “จำได้สิ ไมค์ ดีใจที่ได้เจอนายนะ”

                “ไม่ต้องแกล้งทำเป็นจำได้หรอก ฉันรู้ ฉันดูแก่ลงเยอะเลย จะจำไม่ได้ก็ไม่แปลก” ไมค์เอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตาหยียิบอย่างอารมณ์ดี “นายสิ ดูไม่เปลี่ยนไปเลยนะ”

                สายตาคนทักปรายมองไม้เท้าในมือเขาเพียงชั่วแวบ แต่จอห์นก็ไม่พลาดที่จะมองเห็น ชายหนุ่มยิ้มออกมาเล็กๆ “ยกเว้นไม้เท้านี่ไง”

                ไมค์มีสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างระมัดระวัง “เอ้อ...นายว่างไหมวันนี้ ไปดื่มกาแฟกันหน่อยไหม แบบ...รำลึกถึงเรื่องเก่าๆ ไง”

                “โอ้ ขอโทษจริงๆ” จอห์นยังคงยิ้มเหมือนเดิม “พอดีฉันมีธุระนิดหน่อย ฉันจะ...”

                “หยุด! ฉันบอกให้หยุดดด!!!

                เสียงฝีเท้าวิ่งตุบตับจากทางด้านหลังทำให้ไมค์และจอห์นหันไปมองอย่างรวดเร็ว ภาพตรงหน้าคือชายร่างสูงราวกับนักมวยปล้ำคนหนึ่งวิ่งตรงมาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง โดยมีชายหนุ่มอีกคนวิ่งตามมาติดๆ

                ชายร่างยักษ์ที่วิ่งนำมายื่นแขนออกมาจนสุดเหมือนกับต้องการปัดพวกเขาไปให้พ้นทาง

                “หลีก...!!!

                คุณหมอหนุ่มผลักเพื่อนร่วมงานเก่าออกห่างไป ก่อนที่จะตวัดไม้เท้าของตนเองฟาดลงไปเน้นๆ ที่หน้าขาล่ำสันของชายตรงหน้า

                ผัวะ!!!

                ร่างใหญ่ทรุดลงไปด้วยความเจ็บปวด เขารีบบิดตัวลุกขึ้น ทว่าไม่ทันคุณหมอที่ตวัดไม้เท้าฟาดลงไปที่ข้อพับหัวเข่าด้านหลังอีกครั้ง จอห์นรีบคว้าข้อมือใหญ่บิดไพล่ไปด้านหลังแล้วดันขึ้นสูงท่ามกลางเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของอีกฝ่าย

ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาทีเดียว

อดีตนายทหารหันกลับไปหาร่างสูงที่เพิ่งวิ่งมาถึงด้วยใบหน้าชุ่มเหงื่อ

“ฮ่า! คุณ...คุณจับเขาได้แล้ว ฮู่ว์...”

คนเพิ่งมาใหม่หอบหายใจหนักหน่วงขณะที่เอ่ยออกมาทีละคำ “เขาเป็น...เขาเป็นคนร้าย...ที่เพิ่งกระชากกระเป๋า...ของผม...ขอบคุณมาก”

“ไม่เป็นไรครับ” จอห์นยักไหล่เล็กน้อย “ผมว่าคุณควรรีบโทรเรียกตำรวจมาดีกว่า”

“โอ้ จริงด้วย ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ช่วย...จับเขาให้แน่นๆ หน่อยตอนที่ผมโทรหาตำรวจได้ไหม”

“ได้ครับ”

                คุณหมอจัดการกดร่างล่ำสันที่ยังคงร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บแนบลงไปกับพื้นถนนระหว่างรอให้ร่างสูงโปร่งในโค้ตสีเทาเข้มโทรศัพท์ไปหาตำรวจ ขณะที่คนถูกกดแนบพื้นยังคงร้องอุทธรณ์

                “กระดูกผมหักหมดแล้ว!

                “ไม่หักหรอก ฉันไม่ได้ใช้แรงขนาดฟาดกระดูกนายหักได้”

                “หักสิ ผมรู้สึกว่ามันแตกอยู่ข้างในเลยนะ”

                “นั่นนายคิดไปเองมากกว่า”

                “ผมอยากได้หมอ” นายล่ำครวญเสียงแหบ หน้าตาเหยเก

                จอห์นยักไหล่ “ฉันนี่แหละหมอ”

                “เอาล่ะ ผู้กองเลสตราดบอกว่าเขากำลังมา คุณช่วยรอสักประเดี๋ยวได้ไหม คือเขาอาจจะต้องการพยาน แต่...อ้าว คุณสแตมฟอร์ด...”

                ชายในเสื้อโค้ตหันไปเจอร่างท้วมของไมค์ที่กำลังเข้ามาช่วยจอห์นจับคนร้ายพอดี ไมค์รีบเงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนอุทาน

                “เชอร์ล็อก?

                “ผมเอง” ร่างสูงโปร่งพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองคุณหมอร่างสันทัดที่ยังคงกดบ่าคนร้ายแนบพื้นอยู่ “พวกคุณ...รู้จักกันหรือ?

                “นี่จอห์น วัตสัน เพื่อนผมเอง จอห์น นี่เชอร์ล็อก โฮล์มส์ เขาเป็นเอ่อ...เป็นอะไรนะ?

                “นักสืบที่ปรึกษาของสก็อตแลนด์ยาร์ด ยินดีที่ได้รู้จักอดีตนายทหารเก่าอย่างคุณ”

                คำพูดประหลาดของโฮล์มส์ทำให้จอห์นต้องลุกขึ้นยืนช้าๆ “คุณ...รู้ได้ยังไง?

                “รู้ว่าคุณเป็นแพทย์ทหารน่ะหรือ? ไม่ใช่เรื่องยากนี่” อันนี้ไม่ยากจริงๆ เพราะเขาเคยเห็นทั้งภาพเคลื่อนไหวของภารกิจที่คนตรงหน้าเพิ่งผ่านพ้นมา และยังมีแฟ้มที่ไมครอฟต์ส่งมาให้ดูอีก

                อันที่จริง...ทั้งแฟ้มนั้นก็มีแต่ชื่อ และภาพเพียงภาพเดียวของผู้ชายตรงหน้า แต่นั่นก็เหมือนปริศนาที่ไมครอฟต์ชอบส่งมาให้เขาแก้เสมอตอนเป็นเด็ก เป็นการเล่นอนุมานระหว่างพี่น้องตระกูลโฮล์มส์

                เพียงแต่ครั้งนี้เขายังไม่ทันได้ลงมืออนุมาน ก็ดันเจอ เป้าหมาย เข้าอย่างจังเสียนี่

                จอห์นยังคงอึ้งสนิทเมื่อฟังอีกฝ่ายพูดต่อไป “ถ้าคุณต้องการหาคนแชร์ที่อยู่ แฟลตผมก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะ อยู่ในลอนดอน ค่าเช่าถูกเพราะหารกันออก ถ้าคุณไม่มีปัญหาเรื่องเสียงไวโอลินหรืออะไรพวกนั้น เราก็น่าจะอยู่ร่วมกันได้”

                “คุณ...รู้ได้ยังไงว่าผมกำลังหาที่อยู่ใหม่?

                คุณหมอร่างเล็กสับสนเสียจนต้องหันไปมองเพื่อนร่วมงานเก่าที่ยังคงกดไหล่คนร้ายไว้แนบพื้น ไมค์ยักไหล่ชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะขยับริมฝีปากเป็นคำพูด เขาก็เป็นแบบนี้ล่ะ

                เชอร์ล็อกมองใบหน้างงงวยของอีกฝ่าย อะไรบางอย่างในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอธิบายเพิ่มเติม “ในมือคุณมีกระดาษที่ปริ้นท์ออกมาจากเครื่อง เป็นที่อยู่ต่างๆ หลายแห่ง แต่ละที่ล้วนอยู่ในลอนดอน และส่วนมากก็เป็นที่อยู่ของแฟลตหรือห้องเช่าเป็นส่วนใหญ่ รองเท้าคุณดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นของใหม่ เพิ่งได้มาไม่นาน แล้วคุณก็ทำความสะอาดมันอยู่ตลอด แต่ว่าตอนนี้มันมีฝุ่นจับเป็นชั้นบางๆ แสดงว่าภายในสองวันนี้คุณเดินทางไปมาหลายที่ คุณกำลังหาที่อยู่ใหม่ ที่ที่คุณอยากได้คือในเมืองเพื่อที่คุณจะได้หางานทำได้ง่ายๆ หลังจากเกษียณจากสนามรบที่อิรักหรือไม่ก็อัฟกานิสถาน คุณคุยกับไมค์ที่เป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ที่บาร์ต แสดงว่าคุณเคยเรียนหรือไม่ก็ทำงานที่นั่น แต่คุณไม่คิดจะกลับไปทำงานที่บาร์ตอีกเพราะคุณทำท่าอึดอัดตอนที่มองดูไมค์อีกครั้งหนึ่ง อืม...ความหลังครั้งเก่าคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ก็คุณกลัวคนที่เคยรู้จักคุณรับไม่ได้ที่จะเห็นคุณอีกครั้งใน...สภาพนี้”

                นิ้วเรียวยาว ขาวจนเกือบซีดชี้มาที่ไม้เท้าในมือจอห์นผู้ยืนค้างแข็งด้วยความอึ้งไปแล้ว

“เท่าที่ดู ข้อหลังน่าจะเป็นไปได้มากกว่า แต่ก็นั่นแหละ คุณรู้ดีว่าแผลนั่นหายสนิท ไม่เหลืออาการบาดเจ็บอะไรแล้ว ดังนั้นถ้าคุณจะพิจารณา ผมว่าการเป็นเพื่อนร่วมแฟลตผมก็ดีนะ ใกล้บาร์ต ที่ทำงานเก่าคุณ เผื่อคุณรักษาแผลใจตัวเองได้แล้วกลับไปทำงานที่นั่นต่อ หรือจะไปที่อื่นก็ได้ อยู่ในเมือง ค่าเช่าถูก ไม่ต้องซีเรียสอะไรมากนอกจากคุณจะไม่ชอบดนตรี”

“ต...แต่...” คุณหมอพยายามเค้นคำออกมาตะกุกตะกัก ขณะที่รู้สึกมึนกับคำพูดรัวเร็วจนฟังตามเกือบไม่ทัน “เราเพิ่งเจอกัน ผมยังไม่...รู้จักคุณเลย”

“อ้อ ถ้าเป็นเรื่องนั้น...” จู่ๆ ร่างสูงก็ขยับเข้ามาใกล้จนคุณหมอหนุ่มเกือบผงะ ใกล้...เสียจนมองเห็นว่าดวงตาบนใบหน้าคมคายนั้นมีสีสวยประหลาด “เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ไปเจอผมได้ที่ 221B ถนนเบเกอร์ ตอนทุ่มหนึ่งนะ ส่วนตอนนี้...” เสียงรถตำรวจที่ดังแว่วเข้ามาใกล้ทำให้อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มน้อยๆ ออกมาขณะเดินไปกระชากตัวหนุ่มร่างล่ำที่ยังครวญแผ่วๆ ขึ้นมาจากพื้น “ผมขอตัวไปส่งเจ้านี่ให้กับตำรวจก่อน และ...คุณหมอวัตสัน ผมเชื่อว่าคุณต้องชอบแฟลตนั้นแน่นอน”

พูดจบ คนในเสื้อโค้ตสีเข้มก็ลากตัวคนร้ายให้เดินตามไปอย่างสบายๆ ทิ้งให้จอห์นและไมค์ยืนมองตามหลังเขาไปตาปริบๆ

อดีตแพทย์ทหารกะพริบตาปริบๆ เหมือนเพิ่งได้สติ ก่อนจะหันไปหาไมค์

“เพื่อนนาย...”

“...ประหลาด ใช่ ฉันก็คิดอย่างนั้นล่ะ” ไมค์หัวเราะเสียงต่ำในลำคอ

“เปล่า” คุณหมอหันกลับไปมองเงาร่างที่เล็กลงไปทุกทีๆ ของเชอร์ล็อก น้ำเสียงที่เอ่ยเต็มไปด้วยความพิศวงแกมชื่นชม “เขา...ฉลาดมากต่างหาก”

221B ถนนเบเกอร์งั้นหรือ?

ฟังดูเหมือนเป็นสถานที่ที่เขาควรจะไปดูเสียหน่อยจริงๆ นั่นแหละ

ยิ่งถ้าจะได้มีเพื่อนร่วมแฟลตที่น่าสนใจอย่างเชอร์ล็อก โฮล์มส์ด้วยแล้วน่ะนะ...

 

“โอ้ย! เบาๆ หน่อยคุณโฮล์มส์ มันเจ็บจริงๆ นะ”

ร่างล่ำสันที่เดินตามแรงฉุดของเชอร์ล็อกอุทานเสียงเบาเมื่ออีกฝ่ายดึงเขาแรงไปหน่อย “เห็นตัวเล็กๆ อย่างนั้น หมอนั่นแรงเยอะชะมัด”

“เขาเป็นทหารมาก่อนนี่”

“ครั้งนี้คุณคงต้องจ่ายผมหนักหน่อยนะ ผมคิดว่าต้องการหมอจริงๆ แล้วล่ะ”

“ไม่มีปัญหา...อ้อ หวัดดีเกรกอรี่ คุณมาเองเลยหรือ?

“เกรก” เลสตราดตอบเสียงเข้ม กลอกตาขึ้นมองท้องฟ้าอย่างเบื่อหน่าย “คุณแจ้งว่าโดนปล้น”

“ความจริงแล้วไม่ใช่ผมหรอก คุณสุภาพบุรุษคนนี้ถูกทำร้ายแล้วกระชากกระเป๋าน่ะ ช่วยพาเขาไปโรงพยาบาลที แล้วค่อยให้เขาบอกรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายให้คนของคุณสเก็ตภาพเอาไว้ก็แล้วกัน”

“แล้วนายล่ะ จะไปไหนต่อ” นายตำรวจเอ่ยถาม “ให้ไปส่งไหม?

ร่างสูงยักไหล่ครั้งหนึ่ง “คุณก็รู้ผมไม่ชอบนั่งรถตำรวจ”

“ตามใจ” เลสตราดคร้านจะเอ่ยต่อ หันไปพาชายร่างยักษ์เข้าไปในรถตำรวจก่อนจะขับรถออกไปจากสวนสาธารณะ ปล่อยให้ชายหนุ่มอีกคนยืนเรียกรถแท็กซี่อยู่เพียงลำพัง

เชอร์ล็อกกวาดตามองรอบๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะหยิบมือถือของตนเองแล้วกดเบอร์โทรออก

แว่วเสียงปลายสายอีกด้านรับโทรศัพท์ “ว่าไง”

“ไมครอฟต์ เป้าหมาย ดูเหมือนจะติดกับแล้ว นายไม่ต้องส่งข้อมูลอะไรมาให้ฉัน ฉันจะล้วงทุกๆ ความลับที่เขามีเอง”

“ตามใจนาย” คนเป็นพี่ชายรับปากอย่างง่ายดาย “อยากได้เมื่อไหร่ก็บอก”

ริมฝีปากหยักเหยียดออกเป็นรอยยิ้มหยันๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะกดวางสาย แล้วเปิดรูปภาพของผู้ชายร่างสันทัดในเสื้อคาร์ดิแกนสีน้ำตาลเข้ากับดวงตาเจิดจ้าคู่นั้นออกดูเงียบๆ

ถึงแม้เมื่อกี้เขาจะพลาดไปหน่อยที่เผลอไปวิเคราะห์อดีตนายแพทย์ทหารต่อหน้าแบบนั้น แต่ประกายตาที่สว่างวาบออกมาของวัตสันทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้รังเกียจเขา...อย่างน้อยก็ไม่ได้ตั้งแง่กับเขาเหมือนที่คนอื่นๆ มักจะทำเมื่อถูกเขาตีแผ่ทุกสิ่งทุกอย่างออกมาอยู่เบื้องหน้า

เขารู้ว่า ดร. วัตสัน ต้องมาตามนัดแน่

และเป้าหมายอย่างคุณหมอคนนี้ไม่ควรจะถูกใครขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตทั้งนั้น

นอกจากเขาเอง

เชอร์ล็อก โฮล์มส์ กลับมามีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม ขณะที่ขึ้นไปนั่งบนรถแท็กซี่ และรอให้มันแล่นห่างออกไปจากสวนสาธารณะแห่งนั้น...


...................................................................

 

สวัสดีค่ะ ^_^

ตอนแรกว่าจะเขียนเรื่อง Soldier and Spy มาแทรก แต่คิดไปคิดมา ช่วงนี้ยังคงอินกับคู่หยิกหมออยู่ แล้วคนอ่านก็จะได้อ่านแบบต่อเนื่องด้วย เลยลง Soldier and Detective ก่อนดีกว่า 55555

หวังว่าคงถูกใจกับการพบกันครั้งแรกของคู่หูคู่นี้นะคะ

จะเขียนให้หยิกมันมองหมอแบบปรายหางตาใส่ก็อยากอยู่หรอก แต่บังเอิญว่าหยิกมันต้องเข้าหาหมอ (เอ๊ะ?) เพราะงั้นปรายหางตาใส่ตั้งแต่แรกคงโดนหมอเมินล่ะ 5555

ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ไม่ถูกใจอะไรยังไงตรงไหนเม้นท์ได้เน้อ เค้าจะได้เอาไปแก้ไขด้วย อย่างว่าแหละค่ะ นี่เป็นฟิคแรกที่เราเขียนคู่ชายชาย ถึงจะวายบ้างไม่วายบ้างก็ไม่เคยเขียน เป็นน้องใหม่ในวงการจริงๆ อิอิ

ขอบคุณที่ติดตามนะค้า ^_^

           ปล. นอกจากจะมีฟิคของเชอร์ล็อก อเวนเจอร์ และเรื่องอื่นๆ เรายังมีฟิคยาวแฮร์รี่ คู่ป๋าเนปหนูเฮอร์อยู่นะคะ โฆษณาไว้เผื่อใครอยากอ่าน 55555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #29 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 15:57
    แรงเยอะใช่เล่นนะเนี่ย
    #29
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #7 ชาบู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 09:40
    จะรออ่านทั้งเรื่องนี้และเรื่องอื่นเลยย ชอบบบ
    #7
    1
    • #7-1 atomic_no1 (@atomic_no1) (จากตอนที่ 3)
      15 ตุลาคม 2558 / 02:07
      ขอบคุณที่รออ่านนะค้า ^_^
      #7-1
  4. #5 Sososo_ (@kyuwoon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 21:44
    ฮอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย นังหยิก นังหยิกกกกกกกกกกกกกกกสสส์ //ทึ้งหัวตัวเองรัวๆ

    นางร้ายมากเลยแง เป็นวิธีการที่เข้าหาหมอที่แบบว่า...กรีดร้องด้วยความฟินหนักมาก 5555555555555555555555

    ความรู้สึกเหมือนเชอร์ล็อคซีซั่นแรกอีพีแรกที่หยิกกับหมอเจอหน้ากันครั้งแรกลอยเข้ามาในหัวเลยค่ะ วนลูปแบบฉากต่อฉาก ซีนต่อซีน

    //ว่าแล้วก็ไปขุดมาดูอีกรอบ



    อาส์...พูดถึงหมอ...หมอก็ดูจะสนใจในตัวหยิกพอกันนะ ฮอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย //หมอรักนวลสงวนตัวด้วยค่ะหมอ //โดนตบ

    แต่ที่เราติดใจคือตรงนี้ค่ะ



    "...และเป้าหมายอย่างคุณหมอคนนี้ไม่ควรจะถูกใครขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตทั้งนั้น

    นอกจากเขาเอง..."




    คือแกหมายความว่าไงคะหยิกกกกกกกกกกกส์ นี่คิดไปล้านแปดกับคำของแกแล้วนะ ฮอยยยยยยยยยยยยย



    เอาเป็นว่าจะคอยมาตามติดว่านังหยิกคิดจะทำอะไรต่อกับหมอค่ะ ดีใจมากที่เห็นเรื่องนี้อัปเดต คลิกเข้ามาทันทีเลย 5555555555555555

    คุณไรต์เตอร์สู้ๆนะคะ! เป็นกำลังใจให้เสมอข่า^_^

    #5
    5
    • #5-4 Sososo_ (@kyuwoon) (จากตอนที่ 3)
      9 ตุลาคม 2558 / 01:04
      เราก็มองว่าหยิกเมะค่ะ /ด้วยความสูงของนาง แต่หลังๆมานี่ขุดแฟนอาร์ตหยิกหมอมาโฮกฮากบ่อยมาก ก็เริ่มคิดละว่า เอ๊ะ ถ้าหมอเมะมันก็ได้นี่หว่า หยิกนางคงจะเคะราชินีมาก ทั้งหยิ่ง ปรายตามองบนใส่ชาวบ้านเขา /โดนต่อย เป็นเคะคนละขั้วกับหมอเคะเลยอ่ะค่ะ 55555555555555555555555
      แล้วก็...จริงๆให้หมอออนท็อปก็น่าสนนะคะ... /หมอเอาปืนยิงปัง /ตาย


      ปล. เกลียดหนวดหมอพอๆกับเคราสิงโตของเลสตราดค่ะ อยากจะเข้าไปกระชากมาก 55555555555555555 สรุปหล่อสุดมีเชอร์ล็อคนี่ล่ะ ฮอยยยยย พี่เบนนางหมาะกับทรงผมดำสนิทโบกเจลเรียบแปล้ติดหัวจีจี หล่อตะเตือนไตมาก ฮอย
      #5-4
    • #5-5 atomic_no1 (@atomic_no1) (จากตอนที่ 3)
      9 ตุลาคม 2558 / 16:19
      อ๋า...พูดถึงเคราสิงโตของสารวัตร เราก็แทบอยากปรี่เข้าไปกระชากเหมือนกันค่ะ แหมๆ ก่อนหน้านั้นไปเจอภาพตอนสารวัตรหนุ่มๆ บอกเลยว่าหล่อโฮกมากชนิดที่พี่เบนอาจชิดซ้ายอ่ะ แล้วเครานั่น...กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด...รับไม่ได้โคตรๆ

      จริงค่ะ พี่เบนแกเหมาะกับทรงผมสีดำโบกเจลมากสุด ถ้าจะเป็นหยิกนี่ จะสีดำหรือทองก็ได้ แต่ถ้าทองแล้วเรียบๆ นี่คือตายสนิท เหมือนหนังเรื่อง ticker tailor soldier spy น่ะค่ะ คือเรื่องนั้นนี่แบบ...กรีดร้องโหยหวนมาก TT^TT

      หยิกนี่...เป็น asexual ที่สามารถไปทางไหนได้ทุกทางจริงๆ ส่วนคุณหมอนี่ ด้วยขนาดตัวและหน้าตา บวกท่าทางน่ารัก เราไม่สามารถจิ้นให้คุณหมอเมะได้จริงๆ ค่ะ 555555555
      #5-5