[Fic] คลัง fanfic Sherlock BBC, Avengers Kingsman และอื่นๆ

ตอนที่ 21 : [The Avenger fic] I'll be here for... [Romanogers]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 พ.ค. 62

***เรื่องนี้มีการสปอย Avenger : Endgame ค่ะ***

คู่ Romanogers นะคะ





เราชนะแล้ว

เราชนะ...

เป็นชัยชนะบนความสูญเสียของพวกเขาเหล่าอเวนเจอร์ โทนี่หลับไปชั่วนิรันดร์ และนาตาชา...ไม่มีแม้แต่ร่างกลับมาให้เห็นด้วยซ้ำ

            พวกเขาจัดงานศพให้โทนี่ เพ็พเพอร์ไม่ต้องการงานสดุดีใดๆ ให้กับไอรอนแมน ดังนั้นในงานจึงมีเพียงคนที่สนิทหรือเกี่ยวข้องด้วยจริงๆ เท่านั้น

            สำหรับสตีฟ มันว่างเปล่า

            ชัยชนะนี้ไม่อาจถมความกลวงเปล่าในจิตใจเขาให้เต็มได้เลย ไม่อาจแทนที่รอยยิ้มกวนๆ มาดมั่นของมหาเศรษฐีหนุ่ม หรือไม่อาจแทนที่สายตาเจ้าเล่ห์ยามที่เธอคนนั้นทอดมองมา และเมื่อเวลาผ่านไป สตีฟก็ค้นพบว่าเขาไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมันอีก

            เขาต้องการให้โทนี่และนาตาชากลับมา...

            การเดินทางข้ามผ่านแต่ละห้วงเวลาตอนที่ต้องแยกย้ายกันไปเอามณีทำให้เขารู้ว่ายังมีอีกหลายเส้นเวลา หลายมิติ ณ ที่ใดที่หนึ่งยังคงมีเสียงหัวเราะลั่นกับถ้อยคำเสียดสีของสตาร์ค ที่ใดที่หนึ่ง...ครอบครัวของโทนี่ยังไม่ได้สูญเสียเขาไป

            ทว่าเมื่อสบตากับเปปเปอร์ ดวงตาของหญิงสาวแวววาวด้วยหยาดน้ำที่เอ่อคลอหากแต่ไม่ได้หยดไหล เขานับถือน้ำใจของผู้หญิงคนนี้โดยแท้ เธอไม่ได้มีทักษะการต่อสู้หรือการเอาตัวรอดเก่งกาจเท่าแนต ไม่ได้มีหัวใจกล้าหาญพร้อมออกรบและทำทุกอย่างเพื่อมาตุภูมิอย่างเพ็กกี้ แต่หัวใจเธอกลับแกร่งยิ่งกว่าผู้ชายหลายๆ คน

เปปเปอร์รู้ว่าเขาต้องการพูดอะไร ภรรยาม่ายของโทนี่กลับเพียงยิ้มเศร้า แล้วบอกเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

            “ฉันคิดถึงเขานะ แคป แต่ฉันจะไม่ดึงเขากลับมา”

            “ทำไม?

            “โทนี่ใช้ชีวิตคุ้มค่าที่สุดแล้ว เขาใช้ทุกวินาทีกับสิ่งที่เขารัก กับสิ่งที่เขาทุ่มเท เขาเป็นนักธุรกิจ เป็นสามี เป็นพ่อ มีชีวิตครอบครัวอบอุ่น แต่เขาก็เป็นไอร่อนแมนด้วย เขาจะไม่มีวันหยุดพักจนกว่าคิดว่าพวกเราจะปลอดภัยได้จริงๆ ซึ่ง...เราไม่มีทางปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกใช่ไหม? เพราะฉะนั้นถ้าเขากลับมา เขาก็จะต้องทำอีก ทุ่มเทชีวิตอีก...”

            เธอทอดสายตามองไปทางท่าน้ำ ที่ที่พวกเขาจัดพิธีไว้อาลัยเรียบง่ายให้กับฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกใบนี้

            “...ฉันอยากให้เขาได้พักผ่อนเสียที”

            คำพูดของเปปเปอร์ทำให้สตีฟนิ่งงัน

            อันที่จริงก็เป็นเหมือนที่เธอพูดนั่นล่ะ โทนี่จะไม่มีวันยอมหยุดพัก เขาจะต่อสู้กับศัตรูที่รุกรานเข้ามาทุกทางไม่ว่าทางไหน และต่อสู้กับความหวาดระแวงในหัวใจตัวเองเรื่อยไปไม่มีหยุดหย่อน ยิ่งเขามีครอบครัว มีมอร์แกน โทนี่ก็ยิ่งไม่มีวันยอมวางมือ

            ทางเดียวที่ไอรอนแมนจะได้พักผ่อน...คือการพักผ่อนตลอดกาล

            “ฉันรู้ว่าโทนี่เหนื่อยมากขึ้นทุกวัน แม้แต่ช่วงห้าปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าพวกเราจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข...” หญิงสาวเอ่ยช้าๆ ทอดสายตามองไปยังช่อดอกไม้ที่เห็นอยู่ไกลลิบออกไปกลางแม่น้ำ ดอกไม้ที่พวกเขาเอาผูกไว้กับรีแอคเตอร์อันแรกที่โทนี่ทำขึ้น “แต่ความจริงแล้ว หลายๆ คืนเขายังคงสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นมาเหงื่อแตกท่วมตัว บางครั้งเขาหมกมุ่นที่จะสร้างเกราะขึ้นมาตัวแล้วตัวเล่า แล้วก็เลือกที่จะทำลายมันลงไป เป็นอย่างนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เวลาที่บรูซมาเยี่ยมเรา โทนี่ก็จะปิดห้องพูดคุย แต่ฉันพอเดาได้ว่าพวกเขาจะพูดเรื่องอะไร...ก็ไอ้เรื่องปกป้องโลกจากภัยร้ายอย่างที่พวกคุณทำกันทุกครั้งนั่นล่ะ”

            กัปตันไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

            “ทุกครั้งที่ฉันเห็นเขาเหนื่อย ฉันรู้ว่าช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย ไม่ใช่เพราะเขาไม่ต้องการหยุด แต่เขาหยุดไม่ได้ ทานอสกลายเป็นฝันร้ายของเขา วินาทีที่เขา...หลับ...ฉันเสียใจมากก็จริง แต่ก็โล่งใจด้วย”

            เธออุ้มมอร์แกนขึ้น ก่อนเงยหน้าส่งยิ้มให้เขา “ถือว่าฉันเห็นแก่ตัวขอร้องคุณสักครั้งเถอะนะ พวกเรา...ปล่อยให้เขาพักผ่อนเถอะ”

            น้ำเสียงเธอกลั้วหัวเราะอีกครั้งเมื่อเอ่ย “อีกอย่าง ลองคิดดูว่าคุณย้อนไปเอาโทนี่จากไทม์ไลน์อื่นมาหาฉันที่นี่ อย่างนั้นโลกเราในไทม์ไลน์นั้นคงปั่นป่วนน่าดูที่ไม่มีไอรอนแมน...ฉันในโลกอื่นก็คงอกหักไปด้วยแหง...งั้นไม่เอาล่ะค่ะ อย่างน้อยจากตายก็ไม่เรียกว่าเป็นการอกหักนะ”

            ใบหน้าของหญิงสาวยังคงสว่างไสวไปด้วยรอยยิ้มเมื่อโบกมือลาเขาพร้อมกับลูกสาว สตีฟได้แต่หวังว่าเธอจะรักษารอยยิ้มเช่นนี้ได้นานเท่านาน

            คำพูดของเปปเปอร์ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะพาโทนี่กลับมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ถอดใจเรื่องนาตาชา

            โทนี่อาจจะได้ใช้ชีวิตเต็มที่แล้ว ได้พักผ่อนแล้ว ทั้งโลกแซ่ซ้องเขาเป็นวีรบุรุษ

            แต่แนต...ไม่มีอะไรทั้งนั้น

            แนตไม่เคยได้ใช้ชีวิต แม้เขาจะเป็นทหาร แต่ก็รู้ว่าสายลับอย่างเธอไม่ได้เป็นกันได้ง่ายๆ หลายครั้งที่ต้องทำอะไรฝืนใจตัวเอง หลายครั้งที่ต้องทนทุกข์อยู่เงียบๆ และตายไปอย่างเงียบๆ เหมือนคนไร้ชื่อไร้นาม ทั้งที่จริงแล้วหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นได้เพราะเธอ และแหลกสลายไปเพราะเธอ

            อย่างเช่นความรู้สึกของเขา

            แต่...ไม่ใช่...สตีฟกดข่มความรู้สึกอาดูรที่ไม่สมควรเอาไว้เมื่อมองเห็นแววโศกในดวงตาของนักฟิสิกส์ตัวเขียว ก่อนจะบอกตัวเองอย่างหนักแน่น

...ไม่ใช่ความรัก

            ที่เขาต้องพาเธอกลับ ก็เพราะเธอคือเพื่อนเขา คู่หู คนที่ยอมตายแทนกันได้ และเขายอมไม่ได้ที่จะเห็นเธอต้องจากไปอย่างไม่ยุติธรรมอย่างนี้

 

            ดังนั้นเมื่อบรูซจะหาคนย้อนเวลาเอามณีทั้งหมดไปคืน เขาจึงอาสาไปโดยไม่ลังเล และปฏิเสธที่จะให้คนอื่นแยกเอาไปไว้ด้วย เพื่อป้องกันเหตุผิดพลาดใดๆ ที่จะเกิดขึ้นอีก

            อีกเหตุผลหนึ่งในใจ คือเขาต้องการทำทุกวิธีเพื่อให้เธอกลับมา

            แม้จะไม่เคยมีใครกลับมาจากความตายเลยก็ตาม

 

            คืนก่อนเดินทาง กัปตันอเมริกาเดินเข้าไปในห้องบัญชาการ เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานนั้นว่างเปล่าไร้เงาร่างบอบบางเช่นเดิม

เขาไล้มือกับเบาะหนังเพื่อซึมซับไออุ่นที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่ แต่ก็เท่านั้น...

มันเย็นเฉียบเหมือนหัวใจเขา

เขาหยิบมณีภาวะความเป็นจริงออกมาจากห้องแลปโดยที่ดอกเตอร์แบนเนอร์ไม่รู้ มณีทั้งหมดถูกปลดออกจากถุงมือเพื่อสะดวกต่อการนำไปคืน แต่การหยิบจับก็ยังต้องใช้ถุงมือเพื่อลดทอนแรงพลังจากมณีอยู่ดี

            มณีสีแดงสดเปล่งประกายแวววับเมื่อเขาขยับมือเป็นสัญญาณ แล้วทันใดนั้นภาพในห้องทำงานก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

            มีจานแซนวิซเนยถั่ววางอยู่บนโต๊ะคู่หนึ่ง ส่วนอีกคู่อยู่ในมือเรียวขาวของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่นั้นยังคงมองจ้องมาที่เขา ปริ่มด้วยน้ำตาที่เพิ่งหลั่งไหลด้วยความทุกข์ใจ แต่ระคนด้วยความรู้เท่าทันเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา

            สตีฟจำได้ว่าตอนนั้นเขาพูดเรื่องงี่เง่าเกี่ยวกับวาฬในแม่น้ำฮัตสัน บอกเธอว่าหากมองโลกในอีกแง่ มันก็ถือว่าดีขึ้นจริงๆ ทั้งที่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากพูดกับเธอเลยสักนิด

ตอนนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาพูด เขาทำ ก็เพียงแค่ไม่อยากให้เธอร้องไห้...ก็เท่านั้น

ทว่าตอนนี้เขาค้นพบว่าคำพูดทุกคำมันไร้ความหมายเมื่อเห็นเธออยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นมาแทนน้ำตาที่เธอเพิ่งปาดออกไป “ว่ายังไงคะ แคป?

ถ้อยคำร้อยพันที่เขาอยากพูดแล่นขึ้นมาจุกที่คอหอย มีเพียงเสียงเดียวที่เขาเอ่ยออกไปได้

“แนท...”

นาตาชา โรมานอฟเอียงคอมองเขาพร้อมกับยิ้ม ดวงตาสุกใสคู่นั้นฉายแววอ่อนโยนและไว้เนื้อเชื่อใจเต็มเปี่ยม เป็นแววตาที่สตีฟเพิ่งค้นพบว่าแนตใช้มันกับคนไม่กี่คน หนึ่งในนั้นก็คือเขา ความรู้นั้นทำให้หัวใจพองโตมากขึ้นไปอีก

เธอมองเขา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือออกมา สตีฟเบิกตากว้างมองมือข้างนั้น ชั่ววินาทีนานราวกับนิรันดร์ หวาดกลัวสุดหัวใจว่ามันอาจจะทะลุผ่านเหมือนภาพหลอนหรือวิญญาณ...ก่อนที่สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วเรียวจะแตะลงบนท่อนแขนของเขาเอง

ภาพตรงหน้าทำให้เขาลืมไปแล้วว่าเคยบอกตัวเองว่าอย่างไร...เกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อเธอ

วินาทีต่อมาเขาก็ก้าวยาวๆ อ้อมโต๊ะ ก่อนดึงร่างเธอเข้ามาในอ้อมกอดแล้วรัดแน่น

นาตาชานิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนที่แขนทั้งสองข้างจะโอบรัดเขาเอาไว้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ไม่เป็นไรนะ...ไม่เป็นไร”

เนื้อตัวชายหนุ่มสั่นสะท้านทั้งจากความตื้นตันและสะเทือนใจ น้ำเสียงอู้อี้ “แนท...คุณยังอยู่”
            “ฉันก็ต้องยังอยู่สิ” หญิงสาวหัวเราะเสียงใส “เรากอดกันอยู่ไม่ใช่หรือคะ พ่อฟอสซิล”

“ผมขอโทษ...”

“ไม่มีอะไรต้องขอโทษทั้งนั้น” น้ำเสียงของนาตาชาฟังดูอ่อนใจระคนหัวเราะ “ไม่มีอะไรเป็นความผิดของคุณเลย ฉันยินดี”

คำพูดตอนท้ายของเธอทำให้เขาชะงัก กัปตันอเมริกาปล่อยอ้อมกอดของตัวเองออก ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววงุนงงเล็กน้อย กระนั้นเขาก็ยังพยายามยิ้ม “คุณไม่ถามผมสักคำเลยเหรอว่าผมหมายถึงอะไร”

“ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม หากเป็นคุณ ฉันยินดีเสมอ”

“แนท...”

            “ดังนั้นอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ สตีฟ และอย่าพยายามเลย มันไม่ได้ผลหรอก”

            ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

            ภาพตรงหน้าเขาสร้างขึ้นมาจากมณีภาวะความเป็นจริง แบนเนอร์บอกว่านี่คือมณีที่จะช่วยให้เขาปรับเปลี่ยนความ เสมือน จริงได้ตามใจนึก และเพราะมันเป็นเพียงความเหมือนจริง ค่ามันจึงเท่ากับภาพลวงตาดีๆ นี่เอง

            แต่...หากภาพลวงตานี้เกิดจากความต้องการของเขา แล้วทำไมเธอถึงตอบโต้ได้ราวกับมีความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง...หรือแม้กระทั่งรู้เท่าทันว่าเขาจะพูดอะไร...

            รอยยิ้มของเธอยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ขณะที่สายตาเลื่อนไปยังมุมหนึ่งของห้อง สตีฟมองตาม ทั้งห้องยังคงมีสภาพเดิมเหมือนเมื่อวันที่เขามาหาเธอ ทว่ามีสิ่งเดียวที่เพิ่มเติมขึ้นมา

            แสงสีเหลืองที่สว่างจ้าอยู่ในมุมหนึ่ง เป็นจุดรวมแสงเล็กจิ๋ว กระนั้นมันก็สว่างเรืองมากเกินกว่าที่เขาจะมองข้าม

            “คุณมีมณีทั้งหกอยู่ด้วยกัน การเปิดทำงานของมณีเม็ดหนึ่งจะกระตุ้นมณีที่มีความเชื่อมโยงกับสิ่งที่คุณคิด”

            ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม ต่อให้สมองเขาจะถูกเพิ่มรอยหยักขึ้นเพราะซุปเปอร์โซล์เยอร์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องที่เขาไม่เคยเรียนก็จะรู้เองโดยอัตโนมัติไปด้วย อย่างน้อยๆ นาตาชาก็เก่งกว่าเขาเสมอเรื่องไอทีและวิทยาศาสตร์

            “อย่างเช่นตอนนี้คุณใช้มณีภาวะความเป็นจริงเพื่อสร้างตัวตนของฉันขึ้นมา เพราะคุณ คิดถึง ฉัน” หญิงสาวผมแดงเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ ปลายประโยคเน้นย้ำถ้อยคำที่ทำให้เขาเริ่มหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย “แล้วฉันก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง...ก็ต้องรับรู้ถึงการ สร้าง ตัวฉันเองขึ้นมาอยู่แล้ว ดังนั้นฉันตอนนี้จึงเป็นฉันอย่างแท้จริง...ไม่ใช่ฉันอย่างที่คุณอยากให้เป็น”

            “คุณหมายถึง...” กัปตันอเมริกาน้ำเสียงแหบแห้ง มือชี้ไปยังจุดรวมแสงสีเหลืองนั้น “...คุณถูกขังอยู๋ในนั้นหรือ?

            “ฉันไม่ทราบหรอกค่ะ” เธอยอมรับตรงๆ “แต่ฉันรู้ว่าส่วนหนึ่งของฉันหลอมรวมเข้ากับมัน ฉันและมณีวิญญาณ...เราแยกกันไม่ออก แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะแคป ต่อให้ฉันอยู่ในนี้ไปตลอดกาล มันก็มีข้อดีอย่างหนึ่งนะ อย่างน้อยฉันก็ไม่แก่ยังไงล่ะ...”

            “แต่คุณยังไม่ได้ใช้ชีวิต...”

            “ฉันใช้นะ...แค่ไม่ได้ใช้ให้ตัวเอง แต่ห้าปีที่ผ่านมา นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากทำมาโดยตลอด” เธอยิ้ม “ฉันได้ทำประโยชน์ให้กับคนอื่น ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา...”

            “แต่คุณยังไม่ได้ไปหาความสุขอย่างที่ผมบอกเลย”

            “ฉันก็บอกให้คุณไปก่อนเลยนี่”

            “แต่ผมไม่อยากไปโดยไม่มีคุณ...” ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมเมื่อเห็นสีหน้าเหรอหราของอีกฝ่าย “หมายถึง...ผมอยากให้คุณอยู่เห็นผมในวันนั้น”

            หญิงสาวหัวเราะเบาๆ ขณะดันตัวเองออกจากอ้อมแขนอบอุ่น “ไม่ว่ายังไง...ฉันก็จะรู้ค่ะ และฉันยินดีด้วยกับคุณเสมอ ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน หรือแปรเปลี่ยนเป็นอะไรไปแล้วก็ตาม”

            สตีฟไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงจ้องตาสายลับสาวที่ค่อยๆ กลายเป็นม่านภาพพร่าเลือนอีกครั้ง

            แม้จะไม่ได้พูดต่อ แต่เขารู้ว่าเธอรู้

            เธอรู้ว่าเขาจะไม่ยอมแพ้

            เธอรู้ว่าไม่ว่าจะพูดยังไง...เขาก็จะพาเธอกลับมา




รูปจากเพจ It's all about your OTPs ตามไปดูรูปอื่นได้นะคะ อยากบอกว่าสวยโคตรๆ 


*******************

มาคุยกันเถอะ 

เค้าเจ็บปวดที่แนตตายอ่ะ งืออออออ...ไม่อยากให้แนตตาย 

ตอนที่แนตตายนี่แบบ น้ำตาร่วงเผาะๆ 

จริงๆ อยากเม้าเรื่องแคปกับแนตมาก เราว่าสองคนนี้เค้ามี...แบบอะไรอ่ะ...ความเชื่อมโยงถึงกัน เราว่าการที่แคปเริ่มดูคนเป็น เริ่มใช้เล่ห์เหลี่ยม (อย่างตอนสู้กับตัวเอง หรือฉากในลิฟต์) เหมือนเราเห็นความเจ้าเล่ห์ที่แคปได้มาจากแนตอ่ะ (อารมณ์มันเหมือนตอนที่แคปกับแนตพากันหนี แนตจะนิ่งๆ และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์แบบนั้นเลย มันเป็นวิธีของเธอชัดๆ)

เราว่าไม่ว่าแนตจะอยู่หรือตาย อยู่ในสถานะไหน แต่แนตจะมีพื้นที่พิเศษในหัวใจแคปเสมอ เป็นพื้นที่ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าแคปอยู่กับใคร ก็ไม่มีใครมาแทนที่ได้ เหมือนที่แคปมีพื้นที่พิเศษให้เพ็กกี้อ่ะ แนตเองก็ได้ยึดครองส่วนหนึ่งในใจแคปไปแล้วเหมือนกัน

เราว่าน้ำตาหยดนั้นของแคปมันมากกว่าความเสียใจอ่ะ

จนหนังจะออกโรงแล้ว น้องยังไม่มูฟออนนนนนนน ฮืออออออออออออ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #84 Wind_of_change (@Wind_of_change) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 15:31

    ตอนพูดถึงโทนี่ เราเห็นด้วยจริงๆ เราชอบโทนี่มากๆ แต่เค้าควรพักได้แล้ว ขืนยังมีชีวิตอยู่ก็แบบเพ็พบอก สู้ไม่หยุด วางมือไม่ได้

    ส่วนแนต ไม่อยากให้ตายเลยอ่ะ เป็นคนที่ชีวิตน่าสงสารยังไงบอกไม่ถูก และแนตน่าจะได้ใช้ชีวิตมากกว่านี้

    อยากให้แนตได้กลับมาอีก T_T


    ป.ล.เราชื่นชอบผลงานของไรต์มาก แต่งดี ภาษาสวย เนื้อเรื่องสนุก และยังคีพคาแรกเตอร์ของตัวละครไว้ได้ เรายังรออ่านผลงานของไรต์นะคะ^^

    #84
    0
  2. #80 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 03:15

    แต่งดีมากกกกก ฮืออออออ ทุกบรรทัดตัวอักษรคือทัชมาก ทำเราร้องไห้เลยค่ะ ฮืออออออออออออออออ

    ไม่อยากให้แนตตายเหมือนกันค่ะ ทีมมูฟออนไม่ได้ก็คือเรา ;_____;


    รู้สึกถึงออร่าบางอย่างระหว่างแนตกับสตีฟเหมือนกันค่ะ มันแบบ แคปมีพื้นที่พิเศษให้เพ็กกี้ในฐานะคนรักก็จริง แต่เราก็รู้สึกว่าเขามีพื้นที่พิเศษอีกแบบให้แนตเหมือนกัน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่ในฐานะไหนเลย เหมือนเป็นทุกสิ่ง เป็นคนพิเศษที่ไม่มีใครแทนได้

    ฮืออออออออออ ร้องไห้อีกแล้วค่ะ

    อยากอ่านฟิคคู่นี้อีกหลายๆเรื่องเลย แต่เอนด์เกมทำเราใจสลายมาก แง


    ขอบคุณที่แต่งนะคะ เป็นความเศร้าที่สวยงามมาก โดยเฉพาะช่วงต้นที่กล่าวถึงป๋าโทนี่ เราเสียใจที่เขาจากไป แต่เราก็ดีใจที่เขาได้พักผ่อนเสียทีค่ะ โทนี่สู้มามากเกินไปแล้วจริงๆ แต่ก็น่าเศร้าที่การพักผ่อนเพียงอย่างเดียวของเขาคือการหลับไปตลอดกาล Y Y

    #80
    0