[Fic] คลัง fanfic Sherlock BBC, Avengers Kingsman และอื่นๆ

ตอนที่ 10 : [The Avengers fic] : The Spy & Soldier [บทนำ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    2 ก.ย. 59


cradit : https://www.wattpad.com/146347379-red-white-and-blue-romanogers-oneshots-don%27t-touch



The Soldier and Spy

Pairing : Romanogers, Steve Roger x Natasha Romanoff, Captain America x Black Widow

Spoil Alert : marvel cinematic universe

 

01:15 am. Hoia-Baciu Forest, Cluj-Napoca, Romania.

 

วิ่ง! วิ่งให้เร็วกว่านี้อีก!!!

            หญิงสาวกระตุ้นตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจเต้นระรัว อะดรีนาลีนตัวเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธอยังคงวิ่งทะยานไปข้างหน้าได้ไม่หยุดตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่อีกไม่นาน...อีกไม่นาน...แรงกายทั้งหมดของเธอจะเหือดหายไปเหมือนน้ำค้างยามเช้า

            เธอกัดริมฝีปากจนเลือดซึม ให้ความเจ็บตอกย้ำถึงความอยากมีชีวิตรอด

            เฮลิคอร์ปเตอร์เบื้องบนกำลังสาดแสงสปอร์ตไลท์ตรงมาที่เธอ ดีที่แมกไม้หนาทึบยังพอช่วยปิดบังร่างสมส่วนปราดเปรียว ทว่าแสงไฟเจิดจ้าก็เปลี่ยนรัตติกาลให้กลายเป็นยามกลางวัน เบื้องหลังเธอที่ตามมาติดๆ นั้นคือทหารหน่วยรบพิเศษหลายสิบนาย และทุกนายกำลังมุ่งไล่ล่าคนๆ เดียว

            เจ้าของรหัส ‘Black Widow’ หนึ่งในทีมยอดมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

            “ยัยนี่วิ่งเร็วฉิบ...”

            “ตามจับมันมาให้ได้ อย่าใช้กำลัง จับเป็นเท่านั้น!”

            นาตาชา โรมานอฟยิ้มเย็น เธอรู้ดีกว่านั้นมาก

            หากตอนนี้เธอโดนจับได้ อีกไม่กี่นาทีต่อมา โลกก็จะได้รู้ว่า Black Widow ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปอย่างเงียบๆ แน่นอน...

            หญิงสาวยกมือขึ้นแตะของบางอย่างที่ซุกเก็บอย่างปลอดภัยในอกเสื้อ พลางภาวนา

            ขอให้มีใครสักคนจับสัญญาณขอความช่วยเหลือของเธอได้ด้วยเถิด

 

ก่อนหน้านั้น

06:00 pm. New York, USA.

 

ที่นี่ยังคงเงียบเหงาเหมือนเดิม

            ชายหนุ่มที่ทั้งโลกรู้จักกันในนาม ‘ไอออนแมน’ เดินเข้าไปในฐานอเวนเจอร์ ผ่านเข้าไปสู่ห้องชุดว่างเปล่าด้วยใบหน้าเรียบเฉย

            ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะมาที่นี่ในเวลานี้ รู้เพียงแต่ว่าเขากำลังเหงา การอยู่ตึก Avengers Tower คนเดียวก็คงไม่ช่วยอะไรมาก อย่างน้อยๆ ที่นี่ก็มีโรดี้ให้เขาคุยด้วย ถ้าอยากจะกวนประสาทใครก็ยังเหลือวิชั่นที่ยังคงให้เขาปั่นหัวได้อยู่

            ชายหนุ่มหรี่ตาลงมองห้องว่างเปล่าเบื้องหน้า เม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนปรับสีหน้าให้สดใสรื่นเริงเหมือนเช่นเดิมพลางตะโกน “เฮ้! น้องหนู ป๊ะป๋ามาแล้ว คิดถึงกันบ้างรึเปล่า”

            ริมฝีปากฉีกออกเป็นรอยยิ้มกว้าง ทว่าหนึ่งคนหนึ่งหุ่น (ที่ดันมีอารมณ์ความรู้สึกคล้ายๆ คน) ที่โผล่หน้าเข้ามากลับตีสีหน้านิ่งสงบ ทำเอาโทนี่ สตาร์คพลอยจ๋อยลงไปด้วย

            เฮ้อ...ดูสองคนนี้สิ ทำท่าเหมือนจะตาย

            หรือจะเหงา? เขาควรโทรเรียกสาวๆ มาจัดปาร์ตี้ชุดวันเกิดที่นี่ดีไหม?

            โรดี้กะพริบตาปริบๆ เมื่อมองเห็นใบหน้าม่อยสนิทของเพื่อน ทว่าตอนที่กำลังจะเอ่ยปากทัก ก็ดันได้ยินเสียงโทรศัพท์แบบ Monotone ดังขึ้นเสียก่อน

            ต้นเสียงคือกระเป๋าเสื้อสูทสุดหรูของคนตรงหน้าเขาเอง

            วิชั่นเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาฉายแววสงสัย โรดี้ขมวดคิ้ว ขณะกำลังจะเอ่ยแขวะเสียหน่อยว่าเพลย์บอยสุดสุรุ่ยสุร่ายอย่างเขาเปลี่ยนมาใช้มือถือรุ่นเดอะตั้งแต่เมื่อไหร่ โทนี่ก็คว้ามากดรับทันควันด้วยสีหน้าประหลาด

            แหงล่ะ...เพราะโทรศัพท์เครื่องนี้มันเป็นของที่กัปตัน เอ้อ! อดีตกัปตันอเมริกาให้เขามาเอง

            เจ้าของชุดเกราะเหล็กเม้มริมฝีปาก ก่อนกรอกเสียงลงไป “ที่นี่ไม่ใช่ร้านซักรีด เราปิดบริการแล้ว”

            เออ...เขาพูดอะไรออกไปวะ? แม้แต่ถ้อยคำจิกกัดก็เค้นออกมาได้แค่นี้เอง?

            ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะมีเสียงกุกกัก เสียงคล้ายคนทะเลาะกัน แล้วจึงมีใครสักคนที่ชนะและได้มาคุยกับเขาด้วยเสียงดังฟังชัด

            ...เสียงคลิ้นท์

            “สตาร์ค เรา...”

            “อ้าว ว่าไงพ่อเหยี่ยวปีกหัก ไม่เรียกฉันว่าเทพพยากรณ์แล้วเหรอ?”

            ให้ยังไงเขาก็อดจิกกัดอีกฝ่ายไม่ได้ ต่อให้ไม่ได้โกรธอะไรกันแล้วก็เถอะ

            ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพอกัน “เราต้องการความช่วยเหลือจากนาย”

            “โทรศัพท์เครื่องนี้คนให้เขาบอกว่าให้เผื่อ ‘ฉันต้องการ’ ความช่วยเหลือ ไม่ใช่ให้เผื่อ ‘เขาต้องการ’ ความช่วยเหลือ...”

            “โทนี่...”

            น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำดังขึ้น พาให้คนฟังหัวใจกระตุกไปจังหวะหนึ่ง ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นระงับอารมณ์หลากหลายที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

            ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาคุยกัน...มันจบลงแย่จริงๆ นะ

            ใช้เวลาครู่หนึ่งที่โทนี่จะสามารถหาเสียงของตนเองพบ ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงยียวนอันเป็นเอกลักษณ์

            “ว่าไง คนทรยศ?”

            เสียงสูดลมหายใจของคนที่ได้ชื่อว่าสุภาพและแสนจะใจเย็นที่สุดในอเวนเจอร์ดังขึ้น แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนพูดแสยะยิ้มอย่างสมใจออกมา

            อีกฝั่งเงียบไปนาน กว่าจะเอ่ยต่อ “ฉันมีเรื่องเร่งด่วนจริงๆ ถึงโทรมากวนนาย”

            “เรื่องเร่งด่วนที่ว่าคือการให้ไปฆ่า Winter soldier รึเปล่า? ถ้าใช่ฉันจะวาบไปตอนนี้ยังได้เลยนะ”

            “แนตส่งข้อความมา”

            คำตอบของอดีตกัปตันอเมริกาทำเอาเขาขมวดคิ้ว แม่สายลับสองหน้านั่นเกี่ยวอะไรกับฉันกันล่ะน่ะ

            “เธอส่งมาเป็นรหัสมอส” สตีฟ โรเจอร์พูดต่อด้ยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย”

            มือที่ถือโทรศัพท์ของไอออนแมนเกร็งแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

           นาตาชา โรมานอฟเนี่ยนะส่งข้อความมาบอกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย ใครกันสามารถทำให้ยัยนั่นพูดแบบนี้ได้

           “เราต้องการความช่วยเหลือจากนาย โทนี่ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับบุญคุณความแค้นอะไรทั้งนั้น นี่เป็นเรื่องของเพื่อน เราต้องรีบไปช่วยเธอ”

             เสียงจากปลายสายยังคงดังต่อไป ทว่าโทนี่กลับนิ่งงันจนโรดี้ต้องเอ่ยถาม “โทนี่ เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”

             น้ำเสียงกังวลของเพื่อนคู่หูทำให้เขาได้สติ ชายหนุ่มเคลื่อนไหวรวดเร็ว เรียกระบบ AI เสียงก้อง

             “ฟรายเดย์ ได้ยินอยู่รึเปล่า?”

             “ชัดเจนค่ะนาย”

            “แกะรอยสัญญาณโทรศัพท์ ส่งพิกัดมาให้ฉันเดี๋ยวนี้” เจ้าของชุดเกราะเหล็กสั่งหนักแน่น ก่อนหันมาหาเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนที่ทำหน้าตกตะลึง “พวกนั้นส่งข่าวมา โรมานอฟตกอยู่ในอันตราย”

               สองหนุ่มที่เหลือชะงักงัน โรดี้รีบลุกขึ้นยืนทันที ขณะที่วิชั่นมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นฉับพลัน

               “ฉันจะ...”

           “ไม่โรดี้ นายอยู่ที่นี่ก่อน แล้วฉันจะส่งข่าวมา เผื่อฉันต้องการคนประสานงานที่นี่” อีกฝ่ายเอ่ยตอบเจ้าของรหัสวอร์ แมชชีนสั้นๆ ขณะหันไปหาวิชั่น “ถ้าฟรายเดย์ได้พิกัด...”

              “พิกัดมาแล้วค่ะนาย”

           จอโฮโลแกรมผุดขึ้นมาจากอากาศว่างเปล่า แสดงผลให้เห็นพื้นที่หนึ่งซึ่งทำให้พวกเขาขมวดคิ้ว “นี่พวกเขาพากันกบดานอยู่ที่นี่...”

              “ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด” วิชั่นตอบสั้นๆ พลางหันไปหาคนซึ่งสร้างเขาขึ้นมา “ไปกันหรือยัง”

              ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “เมื่อไหร่ก็พร้อมเสมอ”

               ไอออนแมนเผยอยิ้ม

               เขาเปล่าอยากไปเจอคนอื่นๆ นะ ที่ดีใจน่ะ เพราะจะได้ไปตะบันหน้าหล่อๆ นั่นให้ฟันร่วงต่างหากเล่า!

 

06:10 pm. New York, USA.

 

“ฉันต้องชมพวกนายไหม ว่ากล้ามากที่ยังกลับมาที่นี่อีก”

            ทันทีที่เข้าไปในอพาร์ตเม้นท์เก่าๆ ซอมซ่อที่เหล่าอดีตอเวนเจอร์ทั้งหลายเรียกว่า ‘เซฟเฮ้าส์’ (ซึ่งภายหลังสก๊อตเปรยเสียงไม่เบานักว่าเป็นของแฮงค์ พิม หมอนี่ทำเหมือนเขาต้องรู้จักอย่างนั้นแหละ) มหาเศรษฐีเพลย์บอยอย่างโทนี่ สตาร์คก็ย่นจมูกขึ้นมาทันที “แล้วนี่คืออะไร มาอัดกันอยู่ในรังหนูแคบๆ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนรสนิยมมาชอบของคร่ำครึแบบนี้กันหมดแล้วเหรอ?”

            คนแรกที่เขาเห็นคือผู้ชายคนที่เขาเคยตอกหน้าว่า ‘แกเป็นใคร’ ในคุกใต้มหาสมุทรนั้น อีกฝ่ายตีสีหน้าเบื่อใส่เขา พลางเอ่ย “เราไปไหนไม่ได้ก็เพราะนายและไอ้กฎหมายเฮงซวยที่นายเซ็นนั่นแหละ”

            “แกเป็น...”

            “หยุด! ไม่ต้องถาม ฉันสก๊อต แลงค์” ชายหนุ่มร่างสูงตีสีหน้าปะหลับปะเหลือกขณะกวาดสายตามองคนมาใหม่ทั้งคู่ “แอนท์แมน”

            โทนี่ยิ้มเย็น “อ๋อ...ไอ้จิ๋ว”

            สก๊อตพุ่งตัวเข้าประชิด ทว่าวิชั่นรีบยกมือขึ้นกันอีกฝ่ายเอาไว้ทันท่วงทีก่อนที่จะมีใครได้วางมวยกัน “พวกเรามาเพื่อช่วยเหลือ ไม่ได้มาทะเลาะกับพวกคุณ”

            “ดีใจที่เจอคนมีเหตุผลหน่อยนะ วิชั่น”

            ฮอร์คอายโผล่มาจากบันไดที่ทอดลงไปสู่ชั้นใต้ดิน ดวงตาคมกริบของเหยี่ยวหนุ่มมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา “นายมาแล้วก็อย่าสร้างปัญหาได้ไหม แค่นี้เราก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว”

            “ฉันมาเพราะโรมานอฟหรอก” โทนี่ยักไหล่ “ยังไงก็คนเคยรู้จักมักจี่ จะให้ ‘ทิ้ง’ หรือ ‘ปิดบัง’ อะไรกับ ‘เพื่อน’ น่ะ ฉันทำไม่ได้”

            “ไม่ใช่ว่านายเป็นตัวพ่อเรื่องนั้นหรอกเหรอ?” อีกฝ่ายย้อนอย่างไม่ยอมแพ้

            “เฮ้! พวกคุณมารวมกันเพื่อช่วยคนไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ทะเลาะกันทำไม?” วิชั่นรีบห้ามทัพอีกครั้ง ก่อนหันไปทางฮอร์คอาย “คุณช่วยพาเราไปที”

            อีกฝ่ายไม่พูดอะไร เพียงแต่เชิดคางไปอีกทาง พร้อมกับเดินลงบันไดไป

            โทนี่เหลือกตา ตามลงไปโดยไม่พูดอะไรมาก

            ด้านล่างเหมือนฐานปฏิบัติการขนาดย่อม มีคอมพิวเตอร์วางอยู่เต็มผนังด้านหนึ่ง จอ LCD ที่ฉายภาพต่างๆ กันเรียงเต็มพรืดอีกด้าน คนกลุ่มหนึ่งนั่งอัดกันแน่นขนัด ทุกสายตาหันมาจับจ้องผู้มาใหม่พร้อมกัน

            ไอออนแมนชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนยกมือโบกไปมาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ “ฮ...เฮ้...พวกนายส...สบายดีไหม?”

            ไม่นับสตีฟ โรเจอร์ที่เขายังคงเคืองอีกฝ่ายอยู่ นอกจากนั้นแล้ว ทุกคนเป็นเหมือนเพื่อนเขา เหมือนครอบครัวที่กำลังแตกแยกกันด้วยความเข้าใจผิด

            และพอได้มาพบกับพวกเขาอีกครั้ง โทนี่ก็รู้สึกอบอุ่น...

            เหมือนได้กลับมาอยู่บ้าน

            แวนด้าถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาเป็นคนแรก “ถึงจะไม่ค่อยดีใจที่เห็นคุณ แต่ก็...ยินดีต้อนรับนะ สตาร์ค”

            เจ้าของชุดเกราะเหล็กขบกรามแน่น ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

            ในบรรดาคนที่เขารู้สึกแย่ด้วยทั้งหมด แม่มดแดงเป็นคนที่เขารู้สึกผิดและอยากชดเชยให้เธอเสมอมา พอวันนี้เธอเผยท่าทีว่าไม่ได้โกรธเคืองอะไรเขามาก น้ำหนักที่กดทับอยู่ในอกก็เหมือนจะหายไปครึ่งหนึ่ง

            ฟัลคอนไม่พูดอะไรมาก เพียงยิ้มนิดๆ ขณะที่ฮอร์คอายซึ่งเดินลงมาตามหลังออกแรงผลักเขาเข้าไปในกลุ่มคนที่พากันซัดเขาคนละตุ้บสองตุ้บด้วยความคิดถึง (?)

            “เดี๋ยว! เดี๋ยวๆ มีแค้นอะไรค่อยชำระกันวันหลังได้ไหม โอเค้? ไหนว่าเรากำลังจะช่วยโรมานอฟไง?”

            “ก็กำลังแกะสัญญาณอยู่”

            เสียงทุ้มต่ำของหัวหน้าทีมอเวนเจอร์ดังขึ้น ดวงตาสีฟ้าสดจับจ้องมองลงมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย พอๆ กับไอออนแมนที่นิ่งเงียบ ฝ่ามือกำเป็นหมัดแน่น

            บรรยากาศเงียบกริบลงทันที

            สตีฟมองเขาเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ฉันขอโทษ”

            “เรื่องทุกอย่างมันจบแค่คำขอโทษไม่ได้หรอก” โทนี่เอ่ยเสียงเย็น “ฉันมาเพราะโรมานอฟ”

            “ฉันรู้”

            “ถ้าอย่างนั้นอย่าให้เสียเวลา บอกข้อมูลมา”

            ฮอร์คอายเป็นคนอธิบายขึ้นมาทันที “เราได้รับข้อมูลว่าแฟ้มข้อมูลเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไฮดร้าถูกเก็บเอาไว้ที่ฐานลับในโรมาเนีย ตอนแรกพวกเราก็อยากจะไปกัน แต่ตอนนี้ไม่มีใครสามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไปได้ แนตติดต่อมาพอดี บอกว่าเธออยู่ข้างนอก และรับอาสาจะเข้าไปหาดูเอง ให้เราเป็นฝ่ายซัพพอร์ตอยู่ที่นี่”

            “พวกเรารอเธออยู่สองวัน” แวนด้ารับช่วงอธิบายต่อ พลางชี้มือไปยังแผนที่บนผนังตรงจุดที่ปักหมุดแดงไว้ “ฐานลับของพวกมันอยู่ในป่าโฮย่า – บาซิวป่านี้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าของโรมาเนีย เพราะมีเหตุการณ์ประหลาดมากมายเกิดขึ้นที่นี่ ทั้งคนหาย แกะทั้งฝูงหาย ไปจนถึงมีคนเห็น UFO”

            “แนตติดต่อมาหลังจากแฝงตัวเข้าไปในหมู่บ้านใกล้ชายป่าได้ บอกว่าจะเข้าไปดูลาดเลาในป่า” โรเจอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเครียด “เราพยายามตามตัวแบนเนอร์ด้วยการแกะรอยเครื่องส่งควินเจ็ต พยายามตามหาธอร์ แต่เราดันไม่มีมือถือเขา แนตบอกว่ารอไม่ได้แล้ว เมื่อวานเธอส่งข้อความมาบอกว่าจะเข้าไป แล้วก็หายไปเลย กระทั่งเมื่อสามสิบนาทีก่อนที่เธอส่งข้อความมาบอกว่าตัวเองอยู่ในอันตราย”

            “นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมพวกนายถึงติดต่อฉัน” โทนี่ยิ้มเย็น “พวกนายอยากให้ฉันพาออกนอกประเทศ ไปกันทั้งก๊กนี่”

            สก๊อตยักไหล่แทนคำตอบ

            ไอออนแมนยิ้มกว้างมากขึ้น ขณะเอ่ย “แล้วทำไมฉันต้องทำด้วยล่ะ?”




            สตีฟ โรเจอร์แทบพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายทันทีที่จบประโยค

            คนใจเย็นที่สุดในอเวนเจอร์รีบสูดลมหายใจเข้าลึก ระงับอารมณ์ปั่นป่วนจนแทบอาเจียนเอาไว้อย่างยากเย็น ความห่วงหารุนแรงที่แผ่ซ่านอยู่ในหัวใจทำให้ชายหนุ่มต้องกำหมัดแน่น ห้ามตนเองไม่ให้วิ่งไปตะบันหน้าคนกวนส้นที่กำลังพยายามป่วนประสาทเขาเข้าสักตั้ง

            หากเรื่องนี้ไม่ไร้ทางออกแบบนี้ เขาก็คงไม่บากหน้าขอความช่วยเหลือจากคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างโทนี่แน่นอน

            “ไม่ว่าพวกฉันจะทำอะไรลงไปก็ตาม แต่นั่นมันต้องแลกด้วยชีวิตของแนต – ชีวิตของเพื่อนนายอย่างนั้นเหรอ?”

            ในที่สุด อดีตกัปตันอเมริกาจึงเอ่ยปากถามอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีฟ้าสดใสจ้องมองอีกฝ่ายตรงๆ “โทนี่ ฉันรู้ว่าฉันทำผิดต่อนาย แต่แนตไม่ได้ทำอะไรเลย นายอย่าทำแบบนี้...ได้โปรดเถอะ”

            ดวงตาสีน้ำตาลของเพลย์บอยหนุ่มเบิกกว้าง ริมฝีปากบางเม้มแน่น

            เขาไม่ได้จะไม่ช่วย แค่อยากเล่นตัวนิดหน่อย ไม่คิดเลยว่าสตีฟ โรเจอร์ผู้เต็มไปด้วยความนับถือตนเองจะยอมก้มหัวให้ง่ายๆ แบบนี้

            ในที่สุดโทนี่ก็ถอนหายใจยาว พยักหน้าน้อยๆ พลางสั่ง AI อัจฉริยะของตัวเอง

            “ฟรายเดย์ รู้นะว่าต้องทำอะไร”

            “เจาะเข้าระบบข้อมูลของรัฐบาล ลบประวัติอาชญากรของทุกคนออกเรียบร้อยแล้วค่ะ”

            คนที่เหลือในห้องทั้งหมดหน้าบูดลงในพริบตาที่ได้ยินคำว่า ‘อาชญากร’

            คลิ้นท์ขยับตัวเป็นคนแรก “ฉันจะไปขนเครื่องส่งสัญญาณ เผื่อแนตติดต่อมาอีก”

            “3 นาที รีบไปเตรียมตัวกัน!” หัวหน้าทีมอเวนเจอร์สั่งการเสียงเฉียบขาด ก่อนหันมาหาไอออนแมน “ขอบใจนายมาก”

            อีกฝ่ายยักไหล่ สีหน้ายียวนเหมือนเดิม “โลกที่ไร้สายลับสองหน้าอย่างยายนั่นคงน่าเบื่อน่าดู”

            สตีฟยิ้มออกมาได้ในที่สุด ขณะที่กำลังจะก้าวออกไปเตรียมตัวเหมือนคนอื่นๆ ทีวีที่ติดผนังด้านหนึ่งซึ่งกำลังฉายข่าวต่างประเทศก็ส่งเสียงเรียกร้องความสนใจทุกคนขึ้นมาทันที

            “ข่าวด่วนค่ะ เจ้าหน้าที่รัฐบาลโรมาเนียเพิ่งได้ให้การยืนยันว่าพบศพหญิงสาวชาวต่างชาติคนหนึ่ง ระบุรูปพรรณสันฐานตรงกับนาตาชา โรมานอฟ อดีตเจ้าหน้าที่ของกองงานยุทธวิธีจัดระเบียบกำลังพิเศษแห่งมาตุภูมิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ หน่วยชีลด์ เจ้าของรหัส Black Widow หนึ่งในทีมอเวนเจอร์ โดยทางเจ้าหน้าที่ของโรมาเนียได้พบศพของเธอใกล้กับชายป่าโฮย่า – บาซิว และตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างส่งศพไปชันสูตรกับแผนกนิติเวช ยังไม่มีใครทราบสาเหตุว่าเหตุใดอดีตสายลับอย่างเธอจึงไปที่โรมาเนีย และตอนนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรมาเนียกำลังพยายามติดต่อกับทาง UN เพื่อหาสาเหตุของการไปโรมาเนียของเจ้าหน้าที่โรมานอฟ ทางด้านนาย...”

            เพล้ง!

            เสียงแก้วที่หล่นจากมือของแวนด้าลงมาแตกกับพื้นปลุกสติของทุกคนให้ฟื้นขึ้นมาจากอาการตื่นตะลึง สมาชิกอเวนเจอร์ทั้งหมดหันมามองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน แวนด้าน้ำตาไหลพราก ขณะโผเข้ากอดฮอร์คอายที่ดูมึนงง ปากยังคงพึมพำเสียงแผ่ว

            “ไม่จริงหรอก แนตน่ะ...แนตน่ะ...”

            ฟัลคอนหันไปต่อยผนังเงียบๆ คนอื่นๆ ต่างพากันทรุดนั่งลงบนโซฟาเก่าคร่ำ โทนี่หันมามองสตีฟที่ยืนนิ่ง แต่เมื่อริมฝีปากบางเผยอออกเพื่อพูดอะไรบางอย่าง อดีตกัปตันอเมริกาก็เอ่ยออกมาเสียงต่ำลึก

            “ต้องขอตัวก่อน...”

            ร่างสูงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว วิชั่นหันมามองหน้าโทนี่ราวกับจะขอความเห็น เพลย์บอยหนุ่มเพียงส่ายหน้าช้าๆ พลางเอ่ยเสียงแผ่ว “ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวไปก่อน ให้เวลาเขาหน่อย”

            ทว่าเมื่อผ่านไปห้านาที สามสิบนาที จนกระทั่งหนึ่งชั่วโมงครึ่ง อดีตกัปตันอเมริกาก็ไม่กลับมา

            ฮอร์คอายอาสาไปดูชายหนุ่มอย่างเงียบๆ ก่อนจะพรวดพราดวิ่งกลับเข้ามาในห้องใหม่ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง

            “กัปตันหายไปแล้ว! ข้าวของเขาหายไปหมดเลย!”

            ฟัลคอนหันขวับกลับมาทันที ใบหน้าซีดเผือด ขณะที่แวนด้าและวิชั่นมองหน้ากัน หญิงสาวพูดออกมาทีละคำด้วยน้ำเสียงแน่ใจ

            “สตีฟต้องไปที่โรมาเนียแน่”

            “ถ้างั้นเราก็ต้องตามเขาไปโดยเร็ว” โทนี่ทะลุกลางปล้อง ก่อนมองทีละใบหน้าที่มองตอบกลับด้วยสายตาแน่วแน่ “ถึงโรมานอฟจะไม่นับฉันเป็นเพื่อน แต่ยังไงเขาก็เป็นเพื่อนฉันอยู่ดี เอาไว้เจอกันแล้วค่อยคิดบุญคุณทบต้นทบดอกก็ยังไม่สาย”

            แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่แววตาของชายหนุ่มกลับฉายประกายมุ่งมั่นออกมา “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแนตตายจริง แต่ถ้าเธอตาย...เราก็ต้องล้างหนี้เลือดให้เธอ!”


....................................

สวัสดีค่า

ถึง จะโดนมาร์เวลยิงเรือล่มไปแล้ว แต่ยังไงเราก็ยังเกาะเรือนี้อย่างเหนียวแน่น เพราะเราติ่งทั้งแคปทั้งแนตมานานเหลือเกิน อีกอย่างสองคนนี้เคมีเค้าเข้ากั๊น เข้ากัน ดังนั้น ยังไงเราก็จะชูป้ายไฟสองคนนี้ตลอดไปค่า ^_^




*ป่านี้มีจริง และเหตุการณ์ประหลาดที่พูดถึงในเรื่องก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

**เวลาของโรมาเนียและนิวยอร์คห่างกันประมาณ 7 ชม. (โรมาเนียเร็วกว่า) เวลาที่เล่าถึงฉากนิวยอร์ค ย้อนหลังไป 1 ชม. พอดีค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #83 Wind_of_change (@Wind_of_change) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 14:21

    แต่งเจ๋งมากค่ะไรต์ รู้สึกเหมือนกำลังดู Avengers ตอนพิเศษอยู่

    #83
    0
  2. #81 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 03:26

    โอยดีมากกกกกก เหมือนได้รีรันดูหนังอีกครั้งเลยค่ะ มาต่อเถอะนะคะะะะะะ พลีสสสสสส

    #81
    0
  3. #78 wararakj (@wararakj) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 17:43
    อยากอ่านเรื่องนี้ต่อ แต่งต่อนะคะ
    #78
    0
  4. #50 baifurn27 (@baifurn27) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:00
    รอเรื่องนี้ค่า
    #50
    1
    • #50-1 atomic_no1 (@atomic_no1) (จากตอนที่ 10)
      26 พฤษภาคม 2561 / 16:44
      เดี๋ยวมาต่อให้น้า
      #50-1
  5. #49 fluke (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 10:15
    รอนะคะ อย่าให้แนตไปไหนนะ😢
    #49
    0