[Fic naruto] เบื้องลึกของคู่กัด ซาอิ and ซากุระ

ตอนที่ 23 : ความจริงที่ปรากฏ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    11 เม.ย. 50


สายลมอันแผ่วเบาพัดผ่านร่างของเด็กหนุ่มที่นอนหายใจรวยระริน ซากุระพยายามที่จะระงับน้ำตาที่เริ่มปริบขอบตาจนเอ่อล้น มือเรียวบางสั่นเทาค่อยๆลูบผมสีดำขลับของเขาอย่างช้าๆ ราวกับจะปลอบขวัญ บัดนี้สภาพของคนที่อยู่ในอ้อมกอดเธอช่างเหมือนตายเสียนี่กระไร

คุณเป็นคนทำเค้าสินะ ! เด็กสาวผมสีซากุระหันขวับมาเอ่ยเสียงดัง ตอนนี้เธอไม่สนใจเรื่องใดๆแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้ที่เธอไล่ตามมาก็เพื่อจะหยุดยั้งซาอิไว้ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า มันทำให้เรื่องนั้นเลือนหายไปหมดจากความคิด

ทว่าคนถูกถามกลับนิ่งเงียบไม่เอ่ยปากตอบ แต่ก็พยักหน้าน้อยๆว่าใช่ ดวงตาที่แสนเย็นชาและดูไร้ความปราณีเหมือนที่ซากุระเคยเจอมาก่อนก็ยังคงเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน แต่เธอก็สบตานั่นโดยไม่เกรงกลัว ตอนนี้และที่นี่ เธอมีบางอย่างที่ต้องทำมากกว่าจะมานั่งกลัว

“หมอนี่เป็นลูกน้องของคุณนะ เค้าทำตามที่คุณบอก เป็นรากที่รักษากฎอย่างดี แล้วทำไม...ต้องลงมือกับเค้าด้วยล่ะ!!

“รักษากฎงั้นเรอะ เป็นรากที่ดีงั้นเรอะ? เหอะ!! เจ้านี่มันก็แค่นินจาห่วยๆที่ไม่สามารถแยกแยะหน้าที่กับความรู้สึกได้”

“ มะ....ไม่สามารถแยกแยะหน้าที่กับความรู้สึกได้? ”

“ก็มันจะไม่ยอมไปฆ่าอุจิวะ ซาสึเกะน่ะสิ ทั้งๆที่ชั้นปูทางให้ถึงขนาดนี้ เสียแรงจริงๆ”

ปูทางงั้นเหรอ? หมายความว่าเรื่องที่หน่วยลับโดยสังหารก็เป็นฝีมือของคนๆนี้ จริงสิ! ถ้าใช้ศพปลอมก็ทำได้แต่ศพเมื่อกี้คงจะศพจริงๆ แล้วที่ทำให้ชั้นต้องระบุว่าเป็นซาสึเกะคุงก็เพราะอย่างงี้นี่เอง

คิดได้ดังนั้นก็ได้แต่ขบกรามแน่นกัดฟันกรอด เด็กสาวจ้องเขม็งไปยังคนตรงหน้า แต่ใจก็ฉุกคิดหันกลับมามองคนในอ้อมกอดก่อน เธอหลับตาแล้วลืมขึ้น สักพักพลันจักระสีฟ้าก็บังเกิดยังฝ่ามือเรียวบางข้างขวา ร่างของซาอิค่อยๆถูกวางลง แล้วฝ่ามือของเด็กสาวก็ไล่ไปตามรอยบาดแผลที่ปรากฏเห็นเด่นชัดภายนอก นั่นคือรอยข่วนกระชากจากสายลม ปากแผลค่อยๆสมานกันราวกับไม่เคยมีมาก่อน ทว่าอวัยวะภายในหรือซี่โครงยังคงหักหลายซี่

แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถจะมีสมาธิรักษาเขาได้ เมื่อตัวการทั้งหมดยังยืนอยู่ตรงหน้า ซากุระผละจากร่างของซาอิและลุกขึ้นยืน มือกำแน่น

ขอโทษนะ ซาอิ! เดี๋ยวชั้นจะรักษาให้นายเอง แต่ว่าตอนนี้ขอจัดการกับตัวต้นเหตุทั้งหมดก่อน

ซากุระหันมายิ้มให้กับร่างที่สลบไสลของทั้งซาอิ นารูโตะ และคายูริ ราวกับจะบอกว่าไม่ต้องห่วง เด็กสาวหยิบถุงมือสีดำที่มักใส่เวลาออกสู้เสมอขึ้นมา มือบางบิดไปมาดังกรอบแกรบและชกมัดเข้าหากันเพื่อบอกว่าพร้อมแล้ว

ดันโซส่ายหัวน้อยๆกับความดึงดันอันน่าทุเรศของนินจาสาวคนนี้ ที่ถึงสู้ไปผลก็ออกมาเหมือนๆกับสภาพที่เป็นของซาอิ แต่กระนั้นร่างบางของเด็กสาวก็พุ่งเข้าใส่เป้าหมายข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หมัดหนักที่รัวไม่ยั้งต่อยเข้าให้ จนพื้นที่แตกแยกอยู่แล้วยิ่งละเอียดป่นปี้ไปอีก ทางดันโซก็เคลื่อนที่หลบหมัดนั้นไม่ยากเย็นนักพร้อมกับปาดาวกระจายมา ส่วนทางซากุระก็ปัดป้องกลับ แล้วถอยกรูดทิ้งระยะห่างพร้อมกับรีดเร้นจักระประสานอิน

“คาถาหมอกพิษ!!

ควันพิษขนาดใหญ่พุ่งออกจากปากของเด็กสาว กลุ่มควันสีดำตลบอบอวลลอยบดบังภาพเบื้องหน้า ซากุระหยุดมองสถานการณ์ภายในสักครู่ว่าจะเป็นเช่นไร ทันใดนั้นมีดและดาวกระจายก็ถูกปาเข้ามาตรงที่เธอจากกลุ่มไอพิษ เด็กสาวกระโดดหลบถอยหลังแต่กลับเจอชูริเคนเล็กๆซัดเข้าให้ที่แขนเรียวบางจนเป็นแผลแทน ซ้ำร้ายคนที่น่าจะอยู่ในหมอกพิษนั้นกลับปรากฏข้างหลังเธอต่อ โดยห่างเพียงไม่กี่เซนต์ฝ่ามือหนาที่ห่อหุ้มด้วยจักระจนคมกริบก็พุ่งเล็งมายังคอของเด็กสาวที่ไม่ทันตั้งตัว

ปึกกก!!!

มือหนาและเงาดำที่โผล่พรวดมารับฝ่ามือนั้นไว้ ทำให้เธอต้องผงะถอย ดวงตาสีเขียวใสกระพริบตาปริบๆราวกับไม่อยากเชื่อกับคนตรงหน้าที่มาช่วยเธอได้ทันเวลาพอดี คนที่เธอยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าหายไปไหน

ท่านดันโซครับ คิดจะทำอะไรรุนแรงกับทีมผมหรือยังไง?” ชายหนุ่มยิ้มให้เจ้าของฝ่ามือที่เขารั้งไว้ แต่รอยยิ้มนั้นรู้สึกได้เลยว่า เขากำลังโกรธ

“ คะ..ครูคาคาชิคะ? นี่ครู....” ซากุระถามอย่างงงๆกับหัวหน้าทีมที่เพิ่งจะมาโผล่เอาตอนนี้

“โทษทีนะ ซากุระ! ปล่อยให้พวกเธอลำบากกันแทบแย่ แต่ทุกอย่างกระจ่างแล้วล่ะ”

“นี่ครู รู้เรื่องทั้งหมดแล้วเหรอค่ะ?”

อื้อ! พอดีได้ความช่วยเหลือจากท่านโฮคาเงะน่ะ” พูดจบหญิงสาวผมทองซึ่งถูกพูดถึงก็ก้าวออกมาให้ทุกคนได้เห็น ดวงตาคมกริบจ้องไปยังดันโซแล้วก็หันมายิ้มให้กับลูกศิษย์ตนที่ตอนนี้ค่อยยิ้มออกเหมือนกัน

“ใช่! งานนี้ชั้นลงมือพิสูจน์ด้วยตัวเอง ไม่น่าเชื่อว่าทางหน่วยรากจะก้าวหน้าด้านทำศพปลอมมากกว่าพวกโอโรชิมารูซะอีก ไม่แปลกหรอก ที่เธอหรือคนอื่นจะลงความเห็นว่าผู้ฆ่าน่าจะเป็นตระกูลอุจิวะ ก็มันโดนดัดแปลงให้น่าจะเป็นอย่างงั้นนี่นะ” พูดไปก็เท้าเอวไปเหมือนพูดเรื่องสบายๆ คราวนี้ทางตัวต้นเหตุทั้งหมดเริ่มจะออกอาการหงุดหงิดซะแล้ว ดันโซจ้องเขม็งไปยังโฮคาเงะคนปัจจุบัน

เอาล่ะ ท่านเองก็คงมีเหตุผลจำเป็นที่ต้องทำอย่างนี้ แต่สำหรับเรื่องอุจิวะ ซาสึเกะน่ะ ทางเรารู้ดีอยู่แล้วว่าอาจเป็นอันตรายต่อโคโนฮะ ทว่าซาสึเกะเองก็เป็นนินจาโคโนฮะคนนึงเหมือกัน แล้วก็เป็นเพื่อนกับเจ้าพวกนี้ด้วย เพราะงั้นถือซะว่าอย่าทำอะไรรุนแรง แล้วก็ปล่อยให้พวกเรารับผิดชอบเรื่องนี้เถอะ”

“คิดว่าเรื่องมันจะง่ายขนาดนั้นหรือไง? ซึนาเดะ ! มัวแต่ใส่ใจกับเรื่องความรู้สึก โคโนฮะจะพินาศเอานะ” ดันโซเอ่ยตอบขณะที่ดวงตาเริ่มแดงก่ำเพราะระงับอารมณ์โกรธ

“ไม่เห็นเกี่ยวกันสักหน่อย ชั้นในฐานะโฮคาเงะจะรักษาโคโนฮะไว้อย่างสุดชีวิต ส่วนเรื่องความรู้สึกที่ว่านั่นเราก็จำเป็นต้องแยกแยะในภารกิจอยู่แล้ว เพียงแต่มันก็ต้องดูสถานการณ์มั่งล่ะ ว่ามันเหมาะสมหรือเปล่า อย่างเจ้าพวกนี้แม้จะใส่ใจกับคำว่าสายสัมพันธ์มากไปหน่อย แต่นั่นก็ทำให้เราไม่ต้องลงมือฆ่าอดีตนินจาโคโนฮะคนนึง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ?”

“ใช่ครับ แล้วอีกอย่าง ท่านน่ะไม่รักลูกน้องของท่านเองบ้างหรือครับ แม้สักนิดเดียวก็ยังดี ยังไงพวกเค้าก็เป็นมือเท้าที่ทำให้ท่านได้เติบใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้ การจะให้หน่วยรากเป็นคนไร้ความรู้สึกน่ะ ผมว่ามันทรมานสิ้นดี คนเราไม่มีใครสามารถลบเลือนความรู้สึกนึกคิดออกไปได้หรอก แม้แต่ตัวท่านเองก็เหมือนกัน”

ดันโซซึ่งถูกว่ากล่าวมาตลอดและนิ่งเงียบไม่พูดอะไรหัวเราะหึเบาๆ ดวงตาจ้องตรงไปยังคนอวดดีทั้งสองที่มาสั่งสอนเขา ชายแก่ไม่ได้เอ่ยปากตอกกลับแต่อย่างใด เพียงแต่หันหลัง ค่อยๆเดินจากไปโดยทิ้งคำพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่ว่า

“ข้าจะเลิกสนใจกับเรื่องอุจิวะ ซาสึเกะและความรู้สึกอะไรนั่นก็ได้ แต่ว่าถ้าถึงตอนที่โคโนฮะเกิดอะไรขึ้นมา พวกเจ้าก็รับผิดชอบกันเอาเองล่ะกัน”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ซาอิ นารูโตะ คายูริ !! หลังจากดันโซจากไปแล้ว ซากุระก็รีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเพื่อนทั้งสาม ซึนาเดะจึงเดินตามเข้ามาและวางมือที่ไหล่เธอเบาๆ

“นารูโตะกับอีกคนนึงน่ะ ไม่เป็นไรหรอก แค่สลบไป แต่ซาอิน่ะ....!

“ขอโทษนะซาอิ ชั้น...ชั้นจะช่วยนายเดี๋ยวนี้แหละ! น้ำเสียงสั่นเครือของเด็กสาวดังขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีเขียวมองร่างที่หมดสติตรงหน้าด้วยความเจ็บปวด

ฝ่ามือเรียวบางกรีดเสื้อด้านหน้าออก สัมผัสที่อ่อนโยนทาบลงบนร่างกายเพื่อตรวจสอบอวัยวะภายในและซี่โครงที่บอบช้ำ จนเมื่อเจอจุดที่เสียหาย จักระสีฟ้าจากฝ่ามือก็ค่อยๆแทรกซึมเข้าไปเพื่อรักษาให้ทุเลา

[เนื่องจากเพราะเป็นอวัยวะภายใน ดังนั้นจักระของซากุระจึงไม่สามารถช่วยให้หายขาดได้ ทำได้เพียงให้อาการทุเลาลง และต้องรอให้กลับมาหายดีเป็นปกติดังเดิมเอง]

พอรู้อย่างนั้นแล้ว น้ำตาก็ไหลรินลงมาอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง สิ่งที่ชั้นพอจะทำได้ก็มีเพียงน้อยนิดอีกแล้ว ขอโทษด้วยนะทุกคน ชั้นจะฝึกให้เก่งยิ่งกว่านี้ ชั้นจะเก่งขึ้นเพื่อทุกคนให้ได้ ชั้นจะรักษาให้ดียิ่งกว่านี้ ขอโทษนายจริงๆ ซาอิ....

ร่างของซากุระฟุบลงทับร่างของเด็กหนุ่ม เธอหมดสติทันทีด้วยความเหนื่อยล้าจากการใช้จักระทั้งรักษาและต่อสู้ คาคาชิเดินเข้ามาเพื่อจะอุ้มลูกศิษย์ที่ฟุบทับซาอิอยู่ แต่นัยน์ตาสีดำก็สังเกตเห็นสมุดภาพเล่มเล็กๆที่เปรอะเปื้อนน้ำหมึกอยู่ในมือของซาอิ เขาจึงเก็บมันขึ้นมาดู ฉับพลันหยาดฝนนับร้อยก็ตกร่วงดังแหมะและเทกระหน่ำตามมาราวกับจะเป็นการปิดฉากภารกิจและเรื่องราวทั้งหมด คาคาชิหันมาสบตากับคนอีกคนที่ยืนมองเขาอยู่เช่นกัน น้ำเสียงเบาๆแต่ดังฝ่าเสียงฝนตกพูดขึ้นเป็นเชิงถาม

“ท่านโฮคาเงะ บางทีเด็กนี่อาจจะเป็นคนอ่อนโยนยิ่งกว่าใครเลยก็ได้....”

“อืมม...”

>>To be continued

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

164 ความคิดเห็น

  1. #140 MR.AMAZAYN (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 20:18
    ซาอิน่าสงสาร TOT ครูคาคาชิพูดถูก
    #140
    0
  2. #111 น้ำชา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2555 / 13:33
    เจ้าแก่หัวดื้อหัวรั้นดันโซ!!!! เกลียดแกจริงๆ
    #111
    0
  3. #92 asasaki (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 17:11
    เพราะไอแก่นั้นแท้ๆเรื่องถึงวุ่นวายงี้

    #92
    0
  4. #91 asasaki (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 17:11
    เพราะไอแก่นั้นแท้ๆเรื่องถึงวุ่นวายงี้

    #91
    0