[Fic naruto] เบื้องลึกของคู่กัด ซาอิ and ซากุระ

ตอนที่ 22 : อิสระคืนกลับ แต่ชีวีไม่หวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    11 เม.ย. 50


  

ซาอิ....ข้าจะให้อิสรภาพกับเจ้า!! ดันโซพูดพลางผายมือเหมือนอยู่ในคราบนักบุญ นัยน์ตาสีนิลของคนฟังเบิกกว้างพร้อมกับอุทานเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่แล้วก็ฉุกใจคิดขึ้นได้จึงถามออกไป

“ท่านมีแผนอะไรกันแน่ ! หน่วยรากและหน่วยลับไม่เคยมีคำว่า อิสระ ท่านเป็นคนตรากฏนั้นขึ้นมาเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการทำภารกิจไม่ใช่เหรอ”

ข้าตั้งเองก็เปลี่ยนเองได้ ซาอิ ภารกิจครั้งนี้เป็นยังไงบ้าง?” ชายแก่เปลี่ยนเรื่องคุยและสบตาดำนิ่งของเขา เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพลางสบตาตอบ แววตาเย็นชาแบบนี้ เขารู้จักความน่ากลัวของชายคนนี้ดี

จากที่ได้ข้อมูลมา อุจิวะ ซาสึเกะน่าจะเป็นตัวการ แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด”

“นั่นแหละ แล้วเจ้าคิดจะทำยังไงต่อไป จะฆ่ารึ? แต่เห็นจากท่าทีเมื่อกี้กับเจ้าเด็กจิ้งจอกเก้าหางนั่น ข้าก็อ่านออกหมดแล้ว” คราวนี้สายตาดุๆเลยถูกส่งมาแทนสายตาเย็นชา เด็กหนุ่มที่ถูกต่อว่าอยู่นั้นเริ่มคิดหาวิธี อะไรสักอย่างที่จะรอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้

“ซาอิ!! เจ้าคิดจะบ่ายเบี่ยงไม่ฆ่าอุจิวะ ซาสึเกะใช่มั้ย!! ดันโซตะคอกใส่อย่างหมดน้ำอดน้ำทน ทว่าทางเจ้าตัวเองก็เตรียมรับมือระเบิดที่จะลงมาอยู่แล้ว เพราะท่าทางครั้งนี้ลูกจะใหญ่ซะด้วย

“เสียดายที่ให้เจ้าเป็นมือเป็นเท้าของข้ามาแต่ยังเล็ก งานครั้งนี้เจ้าน่าจะรู้ดียิ่งกว่าใครว่า เจ้าเด็กนั่นเป็นร่างใหม่ของโอโรชิมารูและจะเป็นอันตรายต่อโคโนฮะ”

“ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่ผมยังมีสายสัมพันธ์ที่ต้องปกป้องอยู่ ดังนั้นจึงฆ่าเค้าไม่ได้ แม้ว่าซาสึเกะคุงจะเป็นตัวอันตรายก็ตามที แต่ว่าเราก็ยังมีหนทางอื่นที่ดีกว่า เพราะถึงยังไงเค้าก็เป็นนินจาโคโนฮะคนนึงเหมือนกัน เป็นเพื่อนของผมคนนึงเหมือนกัน!!!

“ซาอิ?! เสียงของหญิงสาวที่คุ้นหูดังขึ้นด้านหลัง เด็กหนุ่มหันกลับไปมองใบหน้านวลที่คุ้นเคยของเพื่อนสาว

“คายูริ! ซาอิอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

ในที่สุดนายก็กลับมาเป็นคนเดิมซะที ตาสว่างแล้วสินะ เจ้าเพื่อนบ้า! ฮะ ฮะ” เด็กสาวหัวเราะทั้งน้ำตาพลางวิ่งเข้ามาหา แต่ก่อนที่จะทันได้ห้ามเธอนั้น ร่างบางที่เคยวิ่งอยู่ก็ล้มลงกลางคันด้วยฝืมือคนคนเดียวกันกับที่จัดการกับนารูโตะ

“คายูริเองก็เปลี่ยนไปเพราะเจ้า เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่ เตรียมตัวรับอิสระที่ว่าได้ แต่อิสระนี้มันแย่หน่อยนะ ที่มันมาเยือนเจ้าพร้อมกับความตายไงล่ะ” สิ้นเสียงร่างของดันโซก็พุ่งเข้าใส่ซาอิที่ยังไม่ทันจะได้ตั้งหลัก ร่างของเด็กหนุ่มเซถลาเล็กน้อยเพราะถอยห่างจากร่างของดันโซที่พุ่งเข้าประชิด แล้วดาบสั้นที่พกติดตัวมาตลอดก็ถูกงัดออกมาใช้

คมดาบถูกวาดตีวงกว้างหวังจะฟันให้ถูกร่างเนื้อของศัตรู ทว่าทางดันโซซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนซาอิมาย่อมที่จะรู้เท่าทันอยู่แล้ว เขาจึงใช้ไม้เท้าที่มักพยุงตัวตลอดแทนโล่ในการรับ เด็กหนุ่มรู้ดีว่าฝีมือด้านการต่อสู้ระยะประชิดตัวนั้นไม่ถนัดนัก เพราะสายคาถาของเขาเป็นประเภทโจมตีและสอดแนมจากระยะไกล แต่วันนี้ก็คงต้องลองเสี่ยงดู ก็มันไม่มีทางรอดอื่นแล้วนี่นะ เพื่อที่จะยังคงมีตัวตน และช่วยปกป้องสายสัมพันธ์ให้พวกคุณซากุระ ดังนั้นก็ต้องสู้!!

หึ ดาบสั้นใช้ไปก็เท่านั้น ฝีมือแย่ลงมาก คิดถูกแล้วที่มากำจัดเจ้าด้วยตัวเองในวันนี้ ขืนให้คนอื่นรู้เข้าว่าคนของตัวเองฝีมือแย่ขนาดนี้เสียชื่อหมด”

ซาอิถอนหายใจไม่รับฟังข้อครหาต่างๆพลางตั้งสมาธิ และเริ่มปามีดจักระพร้อมดาวกระจายมาทางดันโซ ทางดันโซเองก็ป้องปัดได้อย่างคล่องแคล่ว เด็กหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าแค่ระดมปาอาวุธใส่คงไม่ไหว จึงแยกร่างออกเป็น2ร่าง ร่างหนึ่งพุ่งเข้าประชิดใช้ดาบสั้นที่เอาออกมาตอนแรกโจมตีต่อ สลับกับกระบวนท่าเตะต่อยโดยไม่เปิดช่องว่างให้ดันโซได้หยุดพัก ส่วนร่างจริงนั้นก็รีบลงมือวาดภาพอย่างไม่รีรอเพื่อสนับสนุน ปลายพู่กันจรดจบที่ม้วนกระดาษ แล้วมือทั้ง2ข้างของเด็กหนุ่มก็ประสานอิน

“วิชานินจา ภาพอสูรสัตว์เทียม!!

รูปวาดที่วาดจากน้ำหมึก ค่อยๆก่อเกิดเป็นรูปร่างสัตว์สี่เท้าตัวมหึมา 4ตัว ซึ่งก็คือสิงโตออกมาโลดแล่นอยู่ตรงหน้า ซาอิดีดนิ้วดังเปาะ เพียงเท่านั้นเหล่าสิงโตที่เขียนขึ้นจากภาพวาดก็กระโจนเข้าใส่ศัตรูตรงหน้าพร้อมจะขย้ำอย่างไม่รีรอ อีกทั้งพร้อมกันนั้นร่างแยกของเขาก็เข้าโจมตีด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นว่าดันโซกำลังยุ่งอยู่กับการกำจัดสิงโตที่เกิดจากภาพวาดของเขาอยู่ ร่างจริงก็หลับตารวบรวมสมาธิอีกครั้ง แล้วกัดนิ้วตัวเองเพื่อใช้เลือดป้ายไปยังม้วนกระดาษที่เตรียมอยู่ตรงหน้า และอัญเชิญ สัตว์จากภาพวาดของเขาเองที่แข็งแกร่งและงามสง่าที่สุด “ปักษาสีนิล”

คาถาอัญเชิญ”

บ๊องงงง!!!

ปีกสีนิลที่มีขนแพสยายสวยงามดำขลับกางออก คอยาวชูเชิดขึ้นรับแสงอาทิตย์ยามอัสดง นัยน์ตาดุดังเหยี่ยวจ้องมองมายังผู้เรียกอย่างเป็นมิตร ทันใดซาอิก็ขึ้นขี่หลังของปักษาสีนิล แล้วเจ้านกสีนิลตัวนี้ก็กระพือปีกบินขึ้นสู่ฟากฟ้าเบื้องบน เสียงปีกแหวกอากาศดังวิ้ว เมื่อบินขึ้นได้ระยะพอเหมาะ เจ้านายผู้เรียกก็ก้มลงมองสถานการ์เบื้องล่าง แต่แล้วต้องชะงัก!!

ตั้งแต่เมื่อไหร่? คาถาดินเรอะ!

นัยน์ตาสีดำสั่นสะท้านเพราะความเจ็บใจยิ่งนัก อันที่จริงเขารู้อยู่แล้ว การจะเอาชนะคนๆนี้ คนที่เคยเป็นถึงคู่แข่งของโฮคาเงะรุ่น3 มันช่างยากเกินเป็นจริง ดูเหมือนว่าแม้เวลาจะผ่านไปจนทำให้คนๆนี้ชราลงไปมาก แต่ฝีมือนั้นไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เพราะเมื่อครู่ที่เพิ่งปล่อยร่างแยกกับสิงโตทั้ง4 ไป เพียงแปปเดียวตอนนี้ ทุกอย่างก็หายไปเหลือแต่ความว่างเปล่า และร่องรอยที่เหลืออยู่ก็มีแต่รอยพื้นดินที่แตกแยกระแหงไปทั่ว คงใช้คาถาดินล่ะสินะ! คนๆนี้เกินจะหยั่งถึงจริงๆ

“ขึ้นไปทำอะไรข้างบนล่ะ? ซาอิ หืมม์.....” เสียงแหบพร่าพร้อมกับแววตาเย็นชาถูกส่งขึ้นไปยังเด็กหนุ่มที่ขี่หลังปักษาสีนิลร่อนอยู่บนฟ้า ริมฝีปากบางกัดฟันกรอด นี่ผมจะไม่สามารถปกป้องสายสัมพันธ์ระหว่างทุกๆคนได้งั้นเหรอ? รวมทั้งสายสัมพันธ์ที่ผมเพิ่งจะได้มาด้วย ทั้งๆที่อุตส่าห์มีคนสำคัญกับเค้าทั้งที

แต่แล้วรอยยิ้มจางๆก็ผุดขึ้นที่มุมปาก ถ้าคุณซากุระยังอยู่ ผมก็อยากให้คุณรู้ แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะผมทำเป็นคนไร้ความรู้สึกและทำให้คุณผิดหวังมาแล้วนี่นะ คงจะต้องจบลงที่ตรงนี้!!

แววตามุ่งมั่นแรงกล้าฉายชัดบนดวงหน้า เด็กหนุ่มหยิบสมุดภาพวาดที่เก็บรักษามาตลอดขึ้นมาดูครั้งสุดท้าย ภาพของพี่ชายอันเป็นที่รักยิ่งของเขา ทันใดนั้นคลื่นลมแรงที่พาพัดมาจากด้านล่างก็ตีซัดโหมกระหน่ำมาทั้งที่ยังไม่ได้ตั้งตัว ปักษาสีนิลกระพือปีกไปมาเพื่อพยุงตัวกลางอากาศ ทว่าลมร้อนที่พัดมานั้นทำเอาสมุดภาพกระเด็นหลุดไปจากมือ ซาอิรีบกระโจนคว้าสมุดนั้นไว้ เห็นดังนั้นชายแก่ผู้อยู่เบื้องล่างก็ยิ้มกริ่มราวกับรอจังหวะนี้มานาน

มีดสั้นและอาวุธต่างถูกปาเข้ามาใส่ร่างปักษาสีนิลที่จะมารับตัวซาอิซึ่งกระโจนรับสมุดภาพนั้นไว้ ซ้ำร้ายลูกไฟขนาดยักษ์ที่ส่งตรงมาจากปากของดันโซเองยังกระหน่ำเข้าใส่อีก ทั้งซาอิและเจ้านกสีนิลที่อยู่กลางอากาศเริ่มเคลื่อนไหวตามใจไม่ได้ ในที่สุดเจ้านกที่ซาอิเชิญมาก็ถูกไฟสีดำห่อหุ้มร่างกายจนร่างฉีกขาดกลายเป็นหยาดน้ำหมึกสีดำจำนวนมากกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างของเด็กหนุ่ม

“แค่นี้ก็จบกันซะที คาถาลม! วายุซ้ำกระหน่ำซัด” เสียงท่องคาถาตะโกนลั่นจากทางล่าง สายลมอันรุนแรงที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกอย่างก่อตัวหมุนเคลื่อนไปทางร่างของซาอิที่ร่วงหล่นจากฟ้า ร่างบางของเด็กหนุ่มถูกสายลมข่วนกระชากอย่างไม่ปราณี เสื้อผ้าเริ่มฉีกขาดตามส่วนต่างๆ รวมทั้งข้าวของในเป้ก็กระจัดกระจาย แม้แต่สติอันเลือนรางก็ถูกพัดพาไปด้วยเช่นกัน

อิสระเป็นของเจ้าแล้ว ซาอิ”

ตึงงง!!!

เสียงกระแทกตัวจากการหล่นลงมาจากความสูงไม่น้อยกว่า 15 เมตร แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นน้ำเสียงอันสั่นเครือของใครบางคนก็ดังขึ้นเช่นกัน

ซะ.....ซาอิ ~ !! ”

นัยน์ตาสีเขียวใสที่เคยทั้งเข้มแข็งและอ่อนแอในเวลาเดียวกันของซากุระเบิกกว้าง ร่างกายสั่นไม่หยุดอย่างกับไม่ยอมฟังคำสั่งสมอง เธอวิ่งเข้ามาหาร่างของเด็กหนุ่มผมดำที่เพิ่งหล่นลงพื้นดังตุ้บ อย่างไม่รีรอ มือเรียวบางลูบไล้ไปตามใบหน้าที่ตอนนี้หลับไม่ได้สติ คราบเลือดที่ติดอยู่ ณ ริมฝีปากของเขา ทำให้เธอใจเต้นไม่เป็นส่ำ แล้วความรู้สึกที่ตะโกนจากก้นบึ้งของใจก็ทำให้เธอต้องตะโกนออกมาบ้าง

ไม่มมมมม ~ !! ......นายต้องไม่เป็นอะไร ซาอิ!!.....

>>To be continued

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

164 ความคิดเห็น

  1. #139 MR.AMAZAYN (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 20:13
    แงงงงงงงงงงงงงง TT ดันโซ บังอาจมาก
    #139
    0
  2. #110 น้ำชา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2555 / 21:18
    ซาอิ๊~~~~!!!!! TTOTT
    #110
    0
  3. #90 sasaki (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 16:22
    ไม่นะT^T
    #90
    0