PLAY GIRL ผู้หญิงก็เลวได้

ตอนที่ 1 : PROLOGUE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    1 พ.ย. 60


PROLOGUE

                “มาเถอะลูกพ่อ หนูหนาวใช่ไหมลูก? มาหาพ่อเร็วสองมือของชายหนุ่มที่อายุล่วงเข้าสู่วัยกลางคนกำลังผายออกและเชื้อเชิญให้คนตรงหน้าเข้ามาหา

                “ฮือ.. ไม่! ออกไป! ออกไปนะ!”

                หากแต่ว่า.. คนตรงหน้ากลับร้องไห้ฟูมฟายและพยายามขยับกายหนีด้วยอาการลนลาน สีหน้าของเธอซีดเผือด เหงื่อไหลไปทั่วทั้งกรอบหน้า ชุดนักเรียนสีขาวถูกปลดกระดุมออกหมดจนเผยให้เห็นบราเซียร์สีครีมภายใน

                หนูจะกลัวพ่อทำไมพริกไทย นี่พ่อหนูไง พ่อสุดที่รักของหนูไงลูก

                พริกไทย เด็กสาวในวัยสิบเจ็ดปี คนตรงหน้าเธอคือพ่อของเธอเอง แต่เป็นพ่อที่เธอไม่ยินยอมเลยแม้แต่น้อย พ่อที่จ้องแต่จะข่มเหงรังแกเธอ พ่อที่เอาแต่จ้องจะข่มขืนเธอ เขาไม่ใช่พ่อแท้ๆของเธอเลย

                เขามันก็แค่..พ่อเลี้ยงเท่านั้น!

                “ฮึก.. แม่ช่วยพริกด้วย! แม่อยู่ไหน!?” ร่างเล็กกระเถิบตัวเองจนร่างกายผอมบางชิดติดหัวเตียง

                เสียงเล็กแหลมถูกเปล่งออกมาเพื่อร้องเรียกหาผู้เป็นมารดา แต่ว่ากลับไม่มีเสียงตอบกลับมาเลย สายลมพัดผ่านจนหน้าต่างปิดตัวดัง ปังร่างของพริกไทยสะดุ้งหวาดผวาจนน้ำตาคลอ หยาดน้ำใสๆก่อตัวขึ้นมาไม่ขาดสาย

                หนูจะร้องหาแม่ทำไมลูก? หนูไม่รู้หรอว่าแม่หนูไปทำงานชายตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อเลี้ยงพยายามคุยต้อนเธอให้เข้ามาติดกับดักของตัวเอง

                แต่พริกไทยคือคนฉลาด เธอไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ผู้ชายคนนี้จ้องจะข่มขืนเธอ แต่เธอก็รอดมาได้ทุกครั้งเพราะการได้รับความช่วยเหลือจาก เวย์ เพื่อนผู้ชายที่สนิทกับเธอตั้งแต่ยังเด็ก

                หากแต่วันนี้โชคกลับไม่เข้าข้างพริกไทยเลยแม้แต่น้อย เมื่อเวย์ต้องไปต่างจังหวัด อีกสามวันถึงจะกลับมา สายตาของร่างเล็กจ้องไปยังผู้ชายหื่นกามตรงหน้าก่อนจะพนมมือขึ้น เสียงแหบพร่าของเธอเปล่งออกไปอย่างยากลำบาก

                ฮึก.. อาเก่งอย่าทำอะไรพริกเลยนะ พริกขอล่ะ ฮือ.. สงสารพริกเถอะ

            อาเก่งคือชื่อของผู้ชายนิสัยหยาบคายที่ตอนนี้มีความคิดสกปรกมากมายอยู่ในหัว สรรพนามที่เธอใช้เรียกยังคงให้ความเคารพอยู่เต็มหัวอก หากแต่ภายในใจของสาวน้อยกลับขยะแขยงกับคำพูดแสนรื่นหูนี่เหลือเกิน เธออยากจะเรียกมันให้หยาบคายกว่านี้ด้วยซ้ำเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่มันได้กระทำ

                พ่อสงสารพริกไทยนะลูก พ่อถึงจะช่วยให้หนูได้ขึ้นสวรรค์ไงครับ

                สวรรค์ที่ว่า.. มันกลับเป็นเหมือนขุมนรกสำหรับเธอ หลายปีที่ผ่านมาที่พริกไทยเฝ้าขอพรจากพระเจ้า เธอทำความดีทุกอย่างเพื่อหวังให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองตนเอง

                แต่วันนี้มันกลับทำให้เธอตาสว่าง.. พระผู้เป็นเจ้าหรอ? เรื่องโกหกทั้งนั้น!

                ไม่มีพระเจ้าที่ไหนที่ช่วยเธอ มีแค่เธอที่ต้องช่วยตัวเอง

                ฮึก.. อาอย่าทำอะไรพริกเลยนะ พริกกราบล่ะในที่สุด.. ศักดิ์ศรีความเป็นคนของเธอก็ถูกบั่นทอนลงจนเกือบไม่เหลือ

                ร่างเล็กก้มลงพร้อมกับจรดฝ่ามือลงบนพื้นเตียงเพื่อกราบกรานอ้อนวอนคนชั่วตรงหน้าให้เลิกคิดร้ายกับเธอ แต่มนุษย์มีร้อยเล่ห์ล้านกลลวง จิตใจเคี้ยวคดยากเกินกว่าจะหยั่งถึง ภายใต้รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรนั้นกลับแฝงความร้ายกาจไว้ภายใต้หน้ากากแห่งการเสแสร้ง

                อย่าไหว้พ่อเลยนะ มามะ..

                พรึ่บ!

                “อ๊ะ! อาเก่ง! ฮือๆ อย่าทำพริก!” ร่างของเด็กหญิงถูกดึงข้อเท้าลงไป

                คนชั่วหื่นกามขยับร่างกายขึ้นคร่อมเธอทันที ใบหน้าของมันดูร้ายกาจหื่นกามผิดมนุษย์อย่างสิ้นเชิง มันจ้องเธอตั้งแต่ใบหน้าและทั่วทั้งร่างอย่างจาบจ้วงหยาบคาย ลิ้นสกปรกนั่นแลบเลียที่ริมฝีปากคล้ายคนกระหายก็ไม่ปาน

                ก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ทันได้ให้คนตัวเล็กด้านล่างได้ตั้งสติ ใบหน้าของไอ้ชั่วหื่นกามก้มลงซุกไซร้ที่ซอกคอของพริกไทย ฟันแหลมคมของมันขบเม้มลงตรงต้นคอเธอจนเกิดเป็นรอยปื้นแดงๆ

                ฮึก.. อะ..อาอย่าทำพริก ฮือ..เสียงร้องของเธอไม่มีความหมาย

                อืม.. อยู่เฉยๆเถอะน่าพริกไทย พ่อรักหนูมากนะ รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเลยมันพึมพำข้างใบหูเล็ก แต่ใบหน้ายังคงซุกไซร้ที่ซอกคอขาวอย่างเมามันส์ ไร้การสำนึกผิดและไร้ซึ่งมนุษยธรรม

                ฮือ.. เวย์ช่วยพริกด้วย ฮึก..

                ร่างกายของเธอขัดขืนมัน อาการต่อต้านเกิดกับเธอ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเหยเกเนื่องจากการที่เธอขยะแขยงสัมผัสชวนขนลุกของมัน เธอไม่เคยชอบเลย และไม่มีวันจะชอบด้วยซ้ำ

                ใจเย็นๆพริกไทย พ่อจะพาหนูไปสวรรค์นะลูก

                ฮึก.. ฮึก..

                พริกไทยสะอื้นฟูมฟาย ข้อมือเล็กพยายามผลักดันหน้าอกของคนชั่วหื่นกามออก แต่ทว่ามันกลับหนักเหมือนหินก้อนโต ยิ่งผลักก็ยิ่งแนบชิด ยังดันก็ยิ่งหนักกว่าเดิม

                หรือนี่จะเป็นเวรกรรมของเธอ..

                ฮึก.. ฮือ..เธอนอนร้องไห้จนหมดแรงต่อต้าน

                ในที่สุด.. แสงสว่างในชีวิตเธอก็เหมือนจะดับลง แต่..

                หนูนอนนิ่งๆให้พ่อทำซะก็เสร็จตั้งแต่แรกแล้วนะลูก ไม่น่าดิ้นให้เหนื่อยเลยเธอจะยอมแบบนี้หรอ?

                สองมือเล็กเอื้อมไขว่คว้าไปรอบตัว โชคชะตามันไม่ได้ร้ายขนาดนั้นแน่ๆ มันคงไม่ทำร้ายเธอขนาดนั้นหรอก พริกไทยเอื้อมมือไปจับโคมไฟตรงโต๊ะข้างเตียง เธอค่อยๆรวบรวมสติแล้วยกโคมไฟนั้นขึ้น ดวงตาแดงกล่ำบ่งบอกความกล้าในหัวใจเธอ

                เพล้ง!

                “อ๊าก!” เสียงโคมไฟแตกกระจายพร้อมๆกับเสียงร้องลั่นของคนเบื้องบนดังขึ้นพร้อมกัน

                ปึก!

                เธอรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือทั้งหมดผลักคนชั่วตรงหน้าออกไป ก่อนจะตั้งสติและลุกขึ้นจากเตียง พริกไทยถอดเสื้อนักเรียนตัวนอกออกแล้วโยนทิ้งไป เธอไม่สนแล้วว่าตัวเองจะโป๊ขนาดไหน ขอเพียงแค่ได้ฆ่าผู้ชายตรงหน้าก็เพียงพอแล้ว

                หยดเลือดสีแดงไหลอาบไปทั่วทั้งใบหน้าของมัน มันค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ชี้นิ้วใส่เธออย่างหยาบคายกักขฬะ ก่อนที่วาจาเสียดสีทิ่มแทงจะเปล่งออกมา

                มึง! อีเด็กเมื่อวานซืน! มึงเอาโคมไฟมาฟาดกู! มึง! แม่มึงตีมึงแน่!”

                “…….” หัวใจเธอสั่นสะท้านเมื่อนึกถึงผู้เป็นแม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เคยมีครั้งไหนบ้างที่แม่เข้าข้างเธอ เคยมีครั้งไหนบ้างที่แม่เปิดใจรับฟังเธอ ไม่มี! มึงอย่าปากดีให้มันมาก!”

                เป็นครั้งแรกที่เธอเลือกใช้สรรพนามด้วยถ้อยคำหยาบคาย เหมือนกับว่าความอดทนที่สั่งสมไว้ได้พังทลายลงจนหมด

                นี่มึง.. มึงกล้า..มันชี้หน้าเธอ ใบหน้าแสดงความตื่นตะลึงตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด

                กูกล้า!!!” เธอตะคอกกลับไปอย่างสุดจะทน กูทนมานานแล้วกับเศษสวะอย่างมึง มึงมันก็แค่ขยะสังคม ทำตัวเลวไปวันๆ!”

                “อีพริกไทย!!!” คำด่ากระโชกโฮกฮากถูกพ่นออกมาพร้อมกับดวงตาแดงกล่ำที่แสดงถึงความโกรธแค้นคนตรงหน้า

                มันพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ทว่าอาการบาดเจ็บที่ศีรษะกลับเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของร่างกายเสียจริงๆ พริกไทยสูดหายใจเข้าปอดลึก เธอบิดยิ้มที่มุมปากของตัวเอง ยิ้มนั้นฉาบไปด้วยความสมเพชเวทนา เธอเดินไปหยิบแจกันที่วางอยู่ตรงโต๊ะ ก่อนจะเดินมาอย่างเชื่องช้า

                กราบตีนกูสักครั้ง แล้วกูจะทำให้มึงเจ็บแค่ครั้งเดียวใครจะไปรู้ว่าเด็กผู้หญิงอายุสิบเจ็ดปีจะมีความกล้าถึงขนาดนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครคาดคิด

                แต่กฎเกณฑ์บนโลกมักจะรังแกคนดีเสมอ.. มีครั้งไหนบ้างที่ทำดีแล้วผลตอบแทนแห่งความดีนั้นมันตอบสนองฉับไว ไม่มีหรอก มีแต่ผลประโยชน์แห่งความชั่วเท่านั้นที่ตอบสนองคนชั่วได้รวดเร็วเหลือเกิน ร่างเล็กน้ำตาคลอเมื่อสายตามองไปเห็นกรอบรูปที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง ในกรอบรูปบรรจุรูปที่เธอถ่ายกับแม่และพ่อคนเดิม

                พ่อที่จากเธอไปตั้งแต่เธออายุได้เพียงสามขวบ..

                อีพริก! กูแก่กว่ามึงอีกนะ!” คำพูดหยาบคายถูกพ่นออกมาอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาปที่มันกระทำ

                ก็เพราะมึงแก่กว่ากูไง มึงถึงควรมีสมองว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ มึงจ้องแต่จะข่มขืนกู ไอ้เศษสวะ!!!” เสียงแตกพร่าเนื่องจากอาการร้องไห้ที่เธอตะโกนออกไปอย่างสุดจะทนบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าความอดทนของเธอเริ่มจะหมดลง

                อี..

                “มึงหุบปากไอ้แก่!!!” เธอชี้หน้ามัน แจกันในมือเล็กถูกกำแน่น

                เอาสิ ถ้ามึงกล้าทำ กูก็จะจับมึงส่งตำรวจ ให้มึงไปนอนแดกข้าวในคุก!” คำขู่ของมันทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ร่างกายของเธอสั่นพอๆกับมือที่กำแจกันเอาไว้

                มึงอย่ามาท้ากูนะ!” สันกรามเล็กถูกบดเข้าหากันจนเกิดเสียงดัง กรอด

                “เอาสิอีพริก! อีเด็กทรพี! อีเนรคุณ!” คำด่าทอยังคงถูกพ่นออกมาจากปากคนชั่วไม่ขาดสายราวกับกำลังยั่วโทสะเธอ

                กรี๊ด! กูบอกให้มึงหยุด!!!” เธอยกมือขึ้นอุดหูตัวเอง สมองเริ่มไม่สั่งการใดๆทั้งสิ้น

                เอาเลยอีพริก! เอาสิ! ฟาดกูสิถ้ามึงกล้า!”

                “กรี๊ด!!!” เสียงกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราดของพริกไทยดังออกจากลำคอเล็ก

                เอาสิ ฟาดกู! ฟาดกูสิ!”

                เพล้ง!!!

                เสียงแจกันแตกกระจายพร้อมกับเสียงดัง ตุบของร่างใครบางคนที่ล้มลงบนพื้นดังขึ้นพร้อมกัน เลือดสีแดงฉานฉาบไปทั่วทั้งบริเวณ ราวกับว่าสติได้หลุดหายออกไปจากร่างของพริกไทย เธอมองภาพนั้นอย่างเหม่อลอย ก่อนจะเกิดเสียงกรีดร้องที่ดังจนลั่นห้องตามมา

                กรี๊ด!!!”

 

                Prikthai Talks.

                “กรี๊ด!!!”

                เฮ้ย! ไอ้พริก!” แรงสะกิดรัวๆที่หัวไหล่ทำให้เสียงกรีดร้องที่บาดหูของฉันหยุดชะงัก

                ดวงตาที่มืดสนิทของตัวเองค่อยๆลืมขึ้น ภาพด้านหน้าคือบรรดาผู้คนที่จ้องมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว ฉันหันไปมองด้านข้าง พบว่าไอ้เวย์กำลังมองฉันด้วยสายตาเดียวกันกับที่ผู้คนด้านล่างฟลอร์ใช้มอง มันเป็นสายตาแห่งความสงสัย ฉันกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะยกไมโครโฟนออกห่างจากตัวแล้วเดินลงจากฟลอร์

                เฮ้ยพริก!” เสียงไอ้เวย์ไล่หลังฉันมา

                ฉันเดินจ้ำอ้าวมาที่หลังคลับโดยไม่สนใจสายตาที่มองมาแต่ละคู่ของคนภายในคลับ เหงื่อตรงขมับฉันเริ่มชื้นขึ้น และเป็นจังหวะเดียวกับที่มันไหลลงมากระทบกับจมูกที่ฉาบด้วยการแต้มเครื่องสำอางค์ของฉัน

                ขอกูอยู่คนเดียวสักพักนะเวย์ฉันยกมือห้ามไอ้เวย์ที่พยายามจะวิ่งตามมา

                พริกไทย..เสียงของไอ้เวย์แผ่วลงในตอนท้าย ฉันไม่ได้ยินเสียงเท้าของมันที่วิ่งตามมาอีก

                “…….”

ฉันก็แค่.. อยากอยู่คนเดียวในตอนนี้

                พริกไทย!” แต่เสียงของมันก็ดังขึ้นอีก ฝีเท้าฉันหยุดลง เสียงถอนหายใจของฉันดังตามมา

                กูบอกว่ากูขออยู่คนเดียวสักพักไงเวย์ฉันบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้าเต็มทนของตัวเอง

                กี่ครั้งแล้วที่เหตุการณ์บ้าบอนี่ตามหลอกหลอนฉัน..

                กี่ครั้งแล้วที่ฉันเกือบจะเสียทุกอย่างไปต่อหน้าต่อตาเพราะเหตุการณ์เลวร้ายนั่น..

                แล้วก็เป็นกี่ครั้งแล้วที่มันติดค้างอยู่ในจิตใต้สำนึกที่ไม่มีวันลบเลือนได้..

                กี่ครั้งแล้ว...?

                มึงหยุดเดี๋ยวนี้นะพริก!” เสียงตะโกนกร้าวพร้อมกับคำเรียกชื่อเพียงพยางค์แรกของไอ้เวย์ทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่ามันกำลังเริ่มจะโมโห ฉันหมุนตัวเองกลับไปเผชิญหน้ากับมันนิ่งๆ

                ฮึก..มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วๆจากฉันและหยาดน้ำตาที่ไหลลงตามแก้ม

                ฉันจ้องตามัน มันส่ายหน้าแล้วเดินเข้ามาหาฉัน สัมผัสร้อนฉ่าเกิดขึ้นที่ข้างแก้มฉัน ไอ้เวย์ยื่นมือเข้ามาแล้วปาดน้ำตาที่ข้างแก้มฉันออก มันยิ้มให้ฉัน ราวกับเป็นยิ้มที่มันอยากจะทำให้ฉันสบายใจขึ้น

                ฮึก.. ฮือ..ฉันสะอื้นเมื่อมองหน้าเวย์

                มึงไม่ต้องร้อง.. กูรู้ดีว่ามึงเจอกับอะไรมาในอดีต กูเป็นเพื่อนมึงนะพริกไทยร่างสูงของเวย์ขยับเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น มันกดหัวฉันให้ซบลงบนอกแกร่งของมัน ซึ่งฉันไม่ปฏิเสธเลยที่จะทำ

                ฉันไม่เหลือใครในชีวิต.. นอกจากเวย์

                ฮึก.. เวย์..เสียงสั่นเครือเปล่งออกจากลำคอฉัน

                ฉันกระชับอ้อมกอดเข้าหามัน ซุกใบหน้าลงไปเท่าที่จะทำได้ ปล่อยให้น้ำตาอุณหภูมิอุ่นๆไหลหยดลงตรงตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับหัวใจมัน

                กูรู้.. นิ่งซะพริก..ฝ่ามืออบอุ่นของเวย์ลูบไล้ขึ้นลงที่แผ่นหลังฉัน

                ร่างกายฉันสะท้านไปหมดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉันถึงสองครั้งภายในวันเดียวกัน ฉันรู้ดีว่าคนเราไม่ควรยึดติดกับอดีตที่เลวร้าย แต่จะให้ฉันลืมมันได้ยังไง ในเมื่ออดีตที่เลวร้ายมันตามหลอกหลอนฉันตลอดเวลา...

 

                Jaonaii Talks.

                “มึงเห็นนักร้องคนเมื่อกี้ป่ะวะ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามผมในขณะที่สายตาผมยังจับจ้องอยู่ที่ร่างของคนสองคนที่ยืนปลอบประโลมกันอยู่ตรงมุมมืดของหลังคลับ

                อืม..ผมครางรับ

                อยู่ๆก็กรี๊ดขึ้นมา บ้าป่ะวะ ฮ่าๆๆมันหัวเราะร่วนพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงติดตลก ถ้าไม่ติดว่าหน้าสวยนะ ป่านนี้กูลุกขึ้นแซวแล้ว

                “มึงจะแซวเขาให้ได้อะไรวะธาม?ผมเลิกคิ้วมองมันที่เอาแต่ยิ้มกริ่ม

                ไอ้บ้าที่กำลังพูดกับผมอยู่ชื่อว่า ธามไท เป็นญาติห่างๆของผมเอง วันนี้เป็นวันแรกที่มันบินกลับจากอังกฤษหลังจากได้ทุนไปศึกษาดูงานที่นั่น ส่วนตัวผมที่กำลังบ้าสนทนากับมันอยู่มีชื่อว่า เจ้านาย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นพ่อแม่ถึงได้เลือกชื่อนี้ให้ ทั้งๆที่ลุคของผมมันดันไม่ได้แสดงถึงความเป็นเจ้านายเลย

                ก็ไม่ได้อะไร แค่อยากแซวมันยักคิ้วอีกสองทีให้ผมก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้ววอดก้าที่ถูกรินไว้อย่างดีด้านหน้า

                ผู้หญิงคนนั้นน่าสงสารผมเอ่ยเสียงเรียบ

                หืม? มึงรู้จักเธอหรอ?มันมองผมราวกับแปลกใจ

                ก็ไม่เชิง.. แค่เคยมีบุญคุณผมยักไหล่ก่อนจะเบนสายตากลับมามองไอ้ธามเหมือนเดิมหลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นเดินหายไปหลังคลับพร้อมผู้ชายร่างสูงโปร่ง

                อะไรยังไง? เล่ากูมาเดี๋ยวนี้เลยนะครัช!” มันทำหน้าอยากรู้อยากเห็น ในขณะที่ผมเริ่มเอือมระอากับญาติคนนี้เต็มที

                เสือกให้ได้อะไรล่ะธาม?ผมถามมัน

                ผมรู้ว่าความเสือกมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษยชาติไปแล้ว แต่ผมก็แค่อยากรู้ว่า ช่วยเสือกให้มีขอบเขตกันบ้างไม่ได้หรือไง ชีวิตประจำวันของตัวเองยังลำบากไม่พอ? ทำไมต้องเอาเรื่องของชาวบ้านมาคิดให้เปลืองพื้นที่สมองด้วย

                เสือกนิดเสือกหน่อยไม่ได้ไงวะ โหย.. ธามไทเสียใจมันทำหน้าหงอยแล้วยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ

                ตรงหน้าผมมีเครื่องดื่มวางเรียงรายอยู่หลายชนิดมาก เพราะไอ้ธามไทตอนที่มันอยู่อังกฤษ มันไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ พอกลับมามันถึงได้โทรชวนผมให้ออกมาดื่มเป็นเพื่อนที่คลับของมันตอนนี้ ไอ้ธามไทเปิดคลับไว้ที่นี่ตั้งแต่ก่อนที่มันจะบินไปอังกฤษแล้วให้ผมช่วยบริหารดูแลไปก่อน

                แต่ไม่รู้เพราะพรหมลิขิตหรือสวรรค์บันดาล ผมถึงได้มาเจอเด็กคนนั้นที่นี่อีกครั้ง

                เดี๋ยวกูมาผมบอกพร้อมทั้งลุกขึ้นจากโซฟาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของใครบางคน

                มึงจะไปไหน!?” มันถามพร้อมทั้งหรี่ตามองผมอย่างกดดัน

                ทำธุระผมตอบมัน ยังไม่ทันที่มันจะอ้าปากถามอีกครั้ง ผมก็บอกกลับไปอีกว่า ส่วนตัว..

                เท่านั้นแหละ.. ระดับความเสือกในสายเลือดของไอ้ธามไทมันถึงลดลง

                ผมเดินออกไปยังจุดที่พบใครคนนั้นครั้งสุดท้าย ผมเห็นเธอเดินไปทางด้านหน้าคลับพร้อมกับกระเป๋าสะพายข้างสีดำ เธอสวมกางเกงยีนขายาว เสื้อยืดแขนกุดสีดำ ตรงกลางเสื้อสกรีนคำว่า ‘WTF’ ผมจดจำได้ทุกรายละเอียดของเธอ โดยเฉพาะดวงตากลมโตสีดำที่ผมเคยจ้องเมื่อผ่านมาแล้วหนึ่งปีเต็ม

                ผมวิ่งตามออกไปเมื่อเห็นหลังไวๆของเธอ พบว่าเธอกำลังก้าวขึ้นแท็กซี่ ผมเดินไปยังรถคันสีแดงของตัวเองที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถหน้าคลับก่อนจะเดินเข้าไปนั่งประจำที่คนขับแล้วขับตามออกไป

                คันเร่งถูกเร่งขึ้นเพื่อจะขับประกบข้าง ในที่สุดผมก็ได้เจอหน้าเธออีกครั้ง ผมมองเธอ เด็กอายุสิบเจ็ดในวันนั้นกลายเป็นสาวสวยเต็มตัวแล้ว ระยะเวลาที่ผ่านมาปีหนึ่งเต็มๆทำให้รู้ได้เลยว่าเธอโตขึ้นมากจริงๆ ผมจำได้ว่า.. ตอนนั้นเธอยังดูเด็กและอ่อนต่อโลกอยู่เลย

                เธอซบใบหน้าลงกับกระจกรถด้านข้าง สายตาเหม่อมองออกมาโดยที่ไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าผมกำลังขับตามเธออยู่ นัยน์ตากลมโตสั่นระริกก่อนจะมีหยาดน้ำใสๆที่ไหลลงตามพวงแก้มขาว

                ผมขมวดคิ้ว..

                มีเรื่องทุกข์ใจอะไรขนาดนั้น?

                จนกระทั่งรถแท็กซี่ถูกคนด้านหลังบอกให้เลี้ยวเข้าไปยังซอยเล็กๆเปลี่ยวๆ ผมถึงได้ขับตามเข้าไป ผมขับตามหลังเธอพร้อมกับลอบสังเกตที่ข้างทางไปด้วย ตามทางมีแต่พงหญ้ารกทึบ ถ้ามีคดีฆ่าข่มขืนเกิดขึ้นที่นี่ ผมไม่สงสัยเลย

                กินระยะเวลานานพอสมควร จนกระทั่งรถแท็กซี่หยุดลงหน้าบ้านเล็กๆหลังหนึ่ง มันเป็นที่เล็กมาก ขนาดกะทัดรัดได้ที่เลย แต่มาตั้งอยู่หลังเดียวกลางพื้นที่เปลี่ยวๆแบบนี้มันได้หรอ?

                เธอลงจากรถแล้วหยิบเงินให้คนขับแท็กซี่ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ทางนี้ดูเหมือนจะทะลุไปถึงถนนอีกฝั่งได้เพราะไม่มีทางที่ทำไว้สำหรับกลับรถเลย แท็กซี่คันนั้นขับออกไป ผมจอดรถไว้ห่างจากตัวบ้านพอสมควรแล้วเดินลงไป

                ท่าทางที่เหนื่อยล้าของเธอทำให้เธอเหมือนจะยังไม่ทันสังเกตเห็นว่าผมตามเธอมา ผมเดินเข้าไปใกล้รั้วบ้าน สอดส่ายสายตามองเข้าไปด้านในบ้าน พบสุนัขสีขาวที่ถูกคล้องเชือกไว้ มันส่ายหางดุ๊กดิ๊กอย่างดีใจเมื่อพบกับผู้เป็นเจ้าของ ผมเห็นรอยยิ้มที่ปรากฏบนหน้าเธอ

                บ้าเปล่าวะ.. เมื่อกี้บนรถยังร้องไห้อยู่เลย

                เธอหยิบเชือกที่คล้องอยู่ออกแล้วจูงมันเข้าบ้าน แต่..

                ฮ่อง!” เสียงเห่าของมันก็ดังขึ้น มันเห่ามาทางผม!

                ไอ้หมาบ้า! ตาดีจริงมึง!

                ผมย่อตัวแล้ววิ่งมาหลบที่พงหญ้าที่อยู่ข้างรั้วหน้าบ้าน

                เห่าอะไรน่ะวีวี่?ผมได้ยินเสียงเธอเอ็ดหมาตัวนั้น

                ฮ่อง! ฮ่อง!” แต่ไอ้หมาตัวนั้นมันกลับไม่หยุดเห่า

                วีวี่! ไป! เข้าบ้านได้แล้วเหมือนเธอจะดุมัน เสียงเห่าถึงได้หายไปแล้ว

                ทุกอย่างเงียบลง.. ผมเดินออกไปมองเข้าไปยังบานประตูที่ปิดสนิท

                ทั้งๆที่เธอเป็นคนเดินจากผมไป แต่วันนี้กลับเป็นวันบังเอิญที่ผมได้เจอเธออีกครั้ง...

 

                Prikthai Talks.

                Rrrr!

                “อื้อ..ฉันส่งเสียงครางเมื่อมีอะไรเปียกๆสัมผัสที่ผิวแก้มของตัวเอง

                ฝ่ามือไขว่คว้าไปยังข้างเตียงเพื่อควานหาโทรศัพท์ที่แผดเสียงลั่นเนื่องจากมีใครโทรเข้ามา

                ฮัลโหล..ฉันกรอกเสียงลงไปในสายหลังจากกดรับโดยที่เปลือกตายังปิดสนิทอยู่ดังเดิม

                แสงสว่างจากหน้าต่างสาดเข้ามาจนทำให้ฉันขมวดคิ้ว บ่งบอกว่าตอนนี้เริ่มเช้าวันใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                [วันนี้มึงจะไปเรียนไหม?] เสียงเวย์..

                ไป.. แต่กูจะไปสายๆหน่อยฉันบอกกลับไปด้วน้ำเสียงเนือยๆของตัวเอง

                [ให้กูเข้าไปรับหรือมึงจะโทรเรียกแท็กซี่?] ฉันชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตอบเวย์กลับไป

                มึงเข้ามารับก็ดี อื้อ..ฉันครางในลำคอเมื่อโดนลิ้นของเจ้าวีวี่เลียเข้าที่ใบหู

                [เป็นไรวะ!?] เสียงไอ้เวย์ดูแตกตื่นมากเมื่อได้ยินเสียงครางที่ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอฉัน

                ไม่เป็นไร วีวี่เลียฉันตอบพร้อมกับลืมตาขึ้นแล้วจับเจ้าตัวปัญหาไว้

                [อย่าให้มันเลียมาก กูหวง] ฉันชะงักไปเมื่อได้ยินมันพูด

                มันชอบพูดแบบนี้ประจำ พูดเล่นกับความรู้สึกของฉันที่เกือบจะคิดจริงจังกับมัน

                มึงอย่าพูดแบบนี้บ่อยนักเวย์ฉันขมวดคิ้วมองวีวี่ที่นอนแลบลิ้นอยู่ด้านข้าง

                [กูขอโทษ กูก็แค่ไม่อยากให้มึงเครียด] เสียงของมันสลดลง ก็ดี..

                กูอาบน้ำก่อน ประมาณสิบโมงมึงค่อยเข้ามารับกูฉันบอกทิ้งท้ายไว้แล้วกดวางสายทันที

                ตึกตัก.. ตึกตัก..

                เสียงหัวใจฉัน.. มันเต้นจนดังออกมาให้ได้ยิน ฉันกุมมือเอาไว้ที่ตำแหน่งนั้น สูดลมหายใจเข้าปอดลึก คงไม่ดีเท่าไหร่หรอกถ้ามีคนรู้ว่าฉันหลงรักเพื่อนสนิทของตัวเองที่คิดกับฉันแค่เพื่อนเท่านั้น ทั้งๆที่ฉันคิดกับเวย์เตลิดไปไกลแล้ว ฉันไม่ควรแสดงอาการแบบนี้ให้ใครเห็น

                ฉันไม่สมควรรักเวย์..

 

                Jaonaii Talks.

                “สรุปวันนี้กูต้องไปมอมึง?ผมเลิกคิ้วถามไอ้ธามไทที่กำลังนั่งแดกสลัดอยู่ที่บ้านผมได้หน้าตาเฉยโดยไม่สลดกับอะไรเลย วันนี้กูต้องซ้อม

                “มึงก็ได้แชมป์ระดับประเทศมาแล้วไม่ใช่ไงวะ จะซ้อมเอาไรนักหนามันตอบกลับมาอย่างหงุดหงิดหลังจากฟังประโยคที่สองของผม

                ซึ่งทำเอาผมอยากจะถีบให้หงายหลังตกเก้าอี้สักทีสองที

                ความประมาทคือบ่อเกิดแห่งความตายผมบอกเสียงเรียบ

                ผมเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย ผมฝึกฝนและซ้อมอย่างเต็มที่จนสามารถคว้าแชมป์ในระดับประเทศได้ด้วยการฝึกเพียงแค่สองปีเท่านั้น ผมรักและรู้สึกผูกพันกับการว่ายน้ำตั้งแต่เด็กๆแล้ว และมันเหมือนเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมลงแข่งว่ายน้ำจนสามารถไต่เต้าขึ้นมาสูงถึงระดับนี้ได้

                สั่งสอนกูจนจะจำขึ้นใจแล้วไอ้นาย สายตามันมองมาที่ผมราวกับตำหนิ แล้วนี่ไอ้เจนน้องมึงไปไหนเนี่ย?

                ไอ้เจนที่มันพูดถึงคือ เจนน้องสาวเพียงคนเดียวของผม ซึ่งผมจะเรียกมันว่าน้องสาวก็คงดูแปลกเกินไป จะเรียกน้องชายก็คงไม่ได้ เพราะไอ้เจนมันอยู่ก้ำกึ่งระหว่างคำว่าน้องสาวกับน้องชาย มันเป็นทอม.. ผมจำได้ว่าตอนพ่อแม่รู้แรกๆแทบจะไล่ตะเพิดมันออกจากบ้าน มันน้อยใจมากเลยหนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านเพื่อน ไม่กลับบ้านตั้งสองอาทิตย์จนต้องเดือดร้อนให้ผมออกไปตาม

                มันย้ายออกไปอยู่ข้างนอกกับเพื่อนผมบอก

                ถ้าไม่ติดว่าน้องมึงเป็นทอมนะเจ้านายเอ๊ย! กูจีบไปละมันส่ายหน้าเบาๆ

                ปึก!

                “เชี่ย!” ตามมาด้วยเสียงสบถของมันเนื่องจากโดนผมตบหัวไป

                น้องกูก็ญาติมึง คิดอกุศลกับน้องกูเพื่อ?ผมปรายตามองมัน

                เออว่ะ กูลืม แหะๆ มันยิ้มแล้วเอามือเกาหัวแกรกๆ

                กวนส้นตีน...

                หลังจากรอไอ้ธามไทกินสลัดเสร็จผมก็ขับรถมาที่มหาวิทยาลัยของมัน มันบอกให้ผมมาส่งเพราะรู้สึกแฮ็งค์หลังจากดื่มเมื่อคืน ยังไม่สร่างดีประมาณนั้น ผมรำคาญที่มันเอาแต่เซ้าซี้เลยตอบตกลงไป

                มหาวิทยาลัยที่ไอ้ธามไทเรียนเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ เรียกว่าสมองดีก็เข้าได้แบบสบายๆ ผมเคยถามมันว่าพ่อเป็นถึงเจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ ทำไมถึงไม่เรียนที่นั่น มันตอบผมว่าถ้าเรียนที่นั่น อภิสิทธิ์ก็ตกเป็นของมัน มันจะทำอะไรก็ได้ ระเบียบวินัยไม่มี ซึ่งมันไม่ชอบ ผมก็รู้สึกเห็นด้วยกับมัน

                หลังจากจอดรถให้มันลงที่หน้าตึกอะไรสักอย่าง ไอ้ธามไทก็โบกมือลาผม แต่ในจังหวะนั้นสายตาผมกลับเหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังเดินผ่านหน้ารถผมไป ผมก้าวเท้าลงจากรถโดยที่ไม่รู้ตัว รู้แค่ว่าผมกำลังเดินตามเธอ

                เด็กผู้หญิงคนเมื่อคืน..

                เธอเดินใส่หูฟังสีดำ ในมือกำลังถือหนังสืออ่านอย่างจดจ่อ ชุดที่เธอสวมเป็นชุดนักศึกษา ที่อกมีเข็มตรามหาวิทยาลัยกลัดอยู่ มีกระเป๋าสะพายสีดำใบเมื่อคืนอยู่ด้วย สไตล์การแต่งตัวของเธอดูเรียบง่าย ผมที่ยาวสลวยถูกเกล้าเป็นมวยขึ้นด้านบน ฝีเท้าของผมถูกเร่งให้เร็วขึ้นก่อนจะเดินไปตัดหน้าเธอ

                ตุบ!

                หนังสือในมือของเธอหล่นลงพื้น เธอก้มลงเก็บมันขึ้นมา มืออีกข้างดึงหูฟังที่เสียบอยู่กับหูทั้งสองข้างออก เธอมองหน้าผมนิ่งนานเกือบหนึ่งนาที ก่อนที่ริมฝีปากสวยได้รูปจะขยับพูด

                หลบ คนจะเดินนั่นคือประโยคแรกที่ผมได้ยินจากเธอ

                “…….” ผมอึ้งไปสักพัก.. นี่เธอ..จำผมไม่ได้?

                ตลกร้ายเกินไปหรือเปล่า?

                “Excuse me, I will walk (ขอโทษนะ ฉันจะเดิน)” สำเนียงภาษาอังกฤษถูกเอ่ยออกมาอีกครั้ง เก่งจริงแม่คุณ..

                ฉันเป็นคนไทยผมเลยตอบกลับไป จ้องเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ

            นี่เธอจำฉันไม่ได้จริงๆหรอ? ผมนึกถามเธอในใจ

                ก็ฟังออกหนิเธอขมวดคิ้ว ใบหน้าไม่ได้แสดงอาการนึกออกหรือนึกอะไรขึ้นได้เลย

                เธอจำฉันไม่ได้หรอ?ผมเลิกคิ้วขึ้นเพื่อรอดูปฏิกิริยาของเธอ

                แล้วทำไมฉันต้องจำนายได้ด้วย?

What the x!

               

 

               

               

----------------------------------------

รออัพโหลดโปรไฟล์ของแต่ละคนในเรื่องเนาะ เนื่องจากคอมเค้าช้ามวากกกก 

ไม่สามารถแต่งรูปฉวยๆในโฟโต้ช็อปได้ เลยต้องรอคอมใหม่ก่อน ฮาาาาา 

เรื่องนี้จะอัพต่อหลังจบฟองเบียร์นะคึบ รอกันหน่อยน้า บอกโลยว่าแซ่บเวอร์วัง!!!        

               


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #15 pooryn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 20:29

    ชชอบบบบบบบ

    #15
    0
  2. #14 PeemaiPatcharapa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:38
    รอค่าาาาา
    #14
    0
  3. #13 muumon90 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 10:50
    น่าสนใจ รอติดตามนะคะ
    #13
    0
  4. #12 พิกมีอัพ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 22:21
    ติดตามอยู่นะค้าาาา ะ เป็นกำลังใจให้ไรต์เด้ออออ
    #12
    0
  5. #10 sea_rain (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 23:38
    น่าติดตามมม รอค้าาา5555
    #10
    0
  6. #9 RoseNycha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 02:36
    รอค่าาาาา
    #9
    0
  7. #8 yayonair (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 01:08
    รอคร่า
    #8
    0