[SetBEAST] || Beast Of Nightmare || ปีศาจยั่วรัก {ลามิอา}

ตอนที่ 6 : BEAST OF NIGHTMARE :: EPISODE 03 100% {อัพครบ}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    20 ต.ค. 60


EPISODE 03

            “พะ..พอแล้วเฮีย

            ฉันกำลังเอามือนั่งอุดหูตัวเองเมื่อได้ยินเสียงครางของใครบางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คือตอนนี้ฉันกับบรรดาพวกพี่ๆกำลังประชุมงานกันอยู่ แล้วประเด็นมันอยู่ที่เฮียแวมไพร์มันดันลากชมพูมานั่งด้วย แล้วแม่งก็ไม่มีความอดทนห่าอะไรเลย จับชมพูมาจูบหน้าตาเฉย คิดแล้วแม่งอยากสาปแช่งให้ 'ไอ้นั่นใช้การไม่ได้ชะมัด

            โลภมาก...

            เขาประชุมงานกันอยู่ป่ะวะนี่เป็นเสียงเฮียเซนทอร์ ผู้ที่ไม่เคยเคารพเฮียแวมไพร์มาตั้งแต่ต้น

            คือในบรรดาพี่น้องสี่คนเนี่ย เฮียเซนมันเป็นคนเดียวที่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับเฮียแวมพ์ ฉันกับเฮียไซคลอปเป็นน้องรองไง ใครจะไปกล้าหือกับพี่ใหญ่อย่างเฮียแวมพ์

            เสือก!” นั่นไง!

            ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีแดงหันมาตะคอกเสียงดังใส่เฮียเซนที่บ่นไปก่อนหน้านี้ ก่อนจะหันไปหาชมพูที่ยังนั่งหอบอยู่บนตักของมัน ฉันเห็นแล้วอดสงสารชมพูไม่ได้ ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับนิสัยของคนเป็นพี่ชาย

            เฮียแวมพ์.. แต่ตอนนี้มันเวลางาน เฮียควรแบ่งเวลาฉันบอกด้วยท่าทีจริงจัง

            ใช่ค่ะ เฮียควรทำงานนะส่วนนี่เป็นชมพูที่เสริมทัพขึ้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

            โอเค.. เฮียทำงานก็ได้

            เอาล่ะ.. ฉันอยากยกถ้วยรางวัลแห่งความกลัวเมียให้มันจริงๆ คนอื่นพูดกลับไม่ฟัง แต่พอเมียพูดแค่ไม่กี่ประโยคที่หัวหดยิ่งกว่าเต่าตอนกลัวอันตรายอีกนะ

            เหอะ!” ฉันแค่นหัวเราะก่อนจะหลุบตาลงมองแผ่นกระดาษที่มีตัวเลขรายได้ของคลับนี้ ทำไมเดือนนี้รายได้ตกนักล่ะเฮีย?ฉันถามออกไปอย่างใคร่รู้

            ปกติแล้วเม็ดเงินที่แพร่สะพัดภายในคลับมันไม่ต่ำกว่าเดือนละหลายล้าน แต่นี่มันกลับตกมาอยู่ที่ราวๆล้านกว่าเอง รายได้หายไปเกือบครึ่งเลย

            ก็คลับคู่แข่งไงเฮียแวมพ์วางกระดาษลง สีหน้าดูเคร่งเครียดขึ้นทันที

            หมายถึง.. คลับที่เปิดใหม่เมื่อไม่นานมานี้หรอ?

            จำได้ไหม.. ครั้งนั้นที่ฉันเจอกับฟองเบียร์ครั้งแรก ฉันไปเที่ยวที่คลับนั่น และดื่มเครื่องดื่มอะไรเข้าไปก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีฉันก็เหมือนโดนกลุ่มผู้ชายลากไปที่ไหนสักแห่ง เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านกลับกลายเป็นศูนย์ และเหมือนฉันจะสลบไป ตื่นขึ้นอีกทีก็ตอนที่ฟองเบียร์คร่อมตัวเองอยู่

            แล้วก็นั่นแหละ.. ไอ้ฟองเบียร์มันก็ข่มขืนฉันไง

            กรอบตาฉันเริ่มร้อนผ่าวเมื่อสายตาประสานเข้ากับเฮียแวมพ์ ฉันกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่ความร้อนออกไป อยากสบถอะไรสักอย่างออกมาเพราะนึกสมเพชตัวเอง ไหนว่าจะไม่เสียใจไงวะ ทำไมจะต้องร้องไห้ด้วย!

            “เป็นอะไรลามิอา?เหมือนเฮียแวมพ์จะสังเกตเห็นตอนที่ฉันน้ำตาคลอเลยถามออกมา

            ปะ..เปล่า คุยงานต่อเถอะ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะเฮียว่าแล้วฉันก็ลุกขึ้นแล้วเดินพรวดพราดออกมาเลย

            ฉันเดินตรงเข้ามายังโซนห้องน้ำของตัวคลับ ก่อนจะพาตัวเองมาอยู่หน้ากระจก ฉันมองตัวเองในนั้น มองคนที่อยู่ในกระจก ผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงมาท่ามกลางผู้ชายที่นิสัยเถื่อนๆ

            ทุกคนเข้มแข็งหมดเลย.. ยกเว้นฉันคนเดียว

            ฮึก..ฉันก้มหน้าลงกับอ่างล้างหน้า ในที่สุดน้ำตาก็ไหลอีกครั้ง

            คือมันผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วแหละ แต่ฉันยังเก็บเอามันมาคิดอยู่ได้ทุกคืน ทำยังไงก็ไม่เลิกคิดสักที

            Rrrr!

            เสียงริงโทนมือถือดังขึ้นในกระเป๋าสะพายข้างลำตัว ฉันหยิบมันออกมา หน้าจอปรากฏเบอร์โทรแต่ไม่ปรากฏชื่อของคนโทร เบอร์แปลก..

            ปกติฉันจะไม่รับสายเบอร์ที่ไม่รู้จัก หากแต่ครั้งนี้กลับมีอะไรดลใจฉันไม่รู้ ปลายนิ้วถึงได้เลื่อนไปทางขวาเพื่อรับสาย

            ฮัลโหล..ฉันกรอกเสียงที่ยังไม่คงที่ของตัวเองลงไปในสาย

            [อืม..] เสียงครางทุ้มต่ำตอบรับกลับมา

            นั่นใคร?ฉันขมวดคิ้วถาม คือมันเป็นเบอร์แปลก ฉันก็ต้องถามแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว

            [อ่า..] ฉันเริ่มขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม มัวแต่อืมๆอ่าๆอยู่นั่นแหละไอ้บ้า!

            “ฉันถามว่าใคร!? ถ้าไม่มีธุระอะไรฉันจะวาง!” ฉันขู่กลับไป

            [อ๊า..] เหี้ย.. เสียงนั่น [นี่ผัว..]

            เสียงครางเมื่อกี้ที่ดังขึ้นมามันเป็นเสียงของฉันเอง! แล้วไอ้เสียงที่ตอบรับกลับมามันก็คุ้นมากด้วย

            มึงเป็นใคร!?” ฉันตวาดถามเสียงดังลั่นห้องน้ำ

            โทสะเริ่มพุ่งปรี๊ด กวนประสาทแบบนี้รู้เลย..

            [ฟองเบียร์.. ผัวเธอ..]

            “อะ..อะ..เหมือนติดอ่างขึ้นโดยฉับพลัน คำด่าของฉันหลุบหายลงคอ

            [มาหาหน่อย คิดถึง] เป็นประโยคบอกคิดถึงที่โคตรจะเฉยเลย

            เมื่อกี้ฉันยังร้องไห้ให้กับฟองเบียร์อยู่เลย แต่คราวนี้กลับต้องมาปวดหัวเพราะการโทรมากวนประสาทของเขา ฉันกัดฟันแน่นแล้วพูดออกไปด้วยเสียงแข็งทื่อของตัวเอง

            เก็บคำคิดถึงไว้บอกพ่อนายเถอะ!”

            [หยาบคาย..] ฉันเกลียดหมอนี่ เกลียดเวลามันพูดเสียงเรียบแบบนี้ฉิบหายเลย

            ฉันจะวางแล้ว มีงานต้องทำ ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ!”

            [ถ้าวาง..คลิปแพร่!] อ้อ.. นี่คือคำขู่สินะ แสดงว่าเสียงของฉันเมื่อกี้ที่ได้ยินคือเสียงจากคลิปสินะ

            ไอ้..

            [อีกสิบนาทีเธอต้องอยู่หน้ามอ เดี๋ยวเข้าไปรับ] ยังไม่ทันได้พ่นคำด่าอะไรออกไป เสียงของฟองเบียร์ก็ตัดแทรกขึ้นมาซะก่อน

            แล้วรู้อะไรไหม.. พอหมอนี่บอกฉันเสร็จปุ๊บแม่งก็กดวางไปเลย เหี้ยไหมคิดดู.. แล้วคือมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนมันอยู่ห่างจากคลับไปตั้งหลายกิโลเมตร ถ้าไม่ซิ่งฟาสต์แปดหรือหายตัวด้วยพลังเทเลพอร์ตก็ไม่มีทางถึงภายในสิบนาทีแน่!

            เส้นประสาทฉันเต้นตุบๆอย่างรุนแรง วินาทีนั้นฉันยัดมือถือของตัวเองลงกระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกไปทางหลังคลับ ความจริงฉันไม่จำเป็นต้องเชื่อคำขู่ของฟองเบียร์เลยก็ได้ แต่อะไรบางอย่างในตัวฉันมันบอกให้ไปหาเขา และมันกำลังกระซิบบอกที่ข้างหูฉันว่า ถ้าฟองเบียร์คิดจะทำ อะไรก็ฉุดมันไม่อยู่

            พอมีแท็กซี่ผ่านมาฉันก็รีบโบกมือเรียกทันที

            ไปไหนหนู?ลุงแท็กซี่ปรับกระจกรถลงแล้วตะโกนถาม

            ฉันรีบวิ่งไปอีกฝั่งแล้วปลดเบลท์ของลุงออกพร้อมบอกด้วยท่าทีลุกลน ลุงคะ หนูขับเอง ลุงไปนั่งข้างหลังค่ะ

            “เฮ้ยๆๆ ทำอะไรเนี่ยนังหนู!?” ลุงถามด้วยท่าทีตกใจเมื่อถูกฉันดึงให้ลงจากรถ

            หนูขับเองค่ะ หนูรีบ!”

                “…….” ลุงคนขับมองหน้าฉันราวกับกำลังชั่งใจ

                ฉันจึงควักเงินแบงก์พันของตัวเองให้ลุงไปหนึ่งใบพร้อมกับประโยคที่ว่า ถึงที่หมายเมื่อไหร่ เดี๋ยวหนูให้อีกสามพัน”             

                นั่นแหละ.. ลุงแกถึงได้รีบวิ่งไปนั่งที่เบาะหลังทันที ฉันยิ้มแล้วส่ายหัวเบาๆ ไม่ได้ยิ้มเพราะสมเพชหรอกนะ แต่ฉันยิ้มเพราะลุงแกน่ารักดีต่างหาก ฉันมีความเชื่ออย่างหนึ่งที่ว่าคนเราไม่ได้เห็นแก่เงิน ทุกคนย่อมชอบเงินเป็นเรื่องธรรมดา ฉันไม่คิดว่าคนที่อยากได้เงินเป็นพวกเห็นแก่เงินหรอกนะ

                จับดีๆนะลุงฉันมองลุงคนขับผ่านทางกระจกมองหลัง

                มือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยไว้แน่นเมื่อเข้าประจำที่เรียบร้อย จะบอกไว้ว่าฉันเนี่ยแหละ แชมป์นักแข่งรถปีที่แล้ว ไม่ได้โม้นะ ฉันเคยเรียนขับรถแล้วหลงใหลการแต่งรถเป็นชีวิตจิตใจมาก ครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสได้เข้าทีมแข่งรถ แล้วก็ได้ตามตระเวนแข่งในที่ต่างๆด้วย ฉันเป็นแชมป์ตั้งหลายรายการนะบอกเลย

                อย่าทำลุงตายก็พออีหนูลุงจับที่เบาะหลังแน่น หน้าตาดูหวาดเสียวพิกล

                หนูไม่ทำลุงตายหรอกค่ะฉันเบนสายตากลับมามองเลนส์ถนนหลังจากพูดจบ และต่อท้ายด้วยประโยคที่คล้ายพึมพำกับตัวเอง อย่างมากก็แค่ถลอกนิดหน่อย

                บรื๊น!

                ฉันใส่เกียร์และเหยียบคันเร่งจนมิด ไม่สนใจอะไรอีกเลย ทั้งรถไม่ได้เต็มไปด้วยความเงียบ แต่เต็มไปด้วยเสียงโวยวายของลุงคนขับกับเสียงดัง กุกกักแปลกๆ ฉันไม่ได้หันไปดูเลยด้วยซ้ำ สายตามองแค่ถนนกับเวลาที่ขึ้นอยู่ตรงหน้าจอเท่านั้น

                เฮ้ๆๆอีหนู! ลุงมีลูกมีเมียที่ต้องรับผิดชอบ ขับเบาๆหน๊อย!!!”

                “หนูไม่ทำลุงตายแน่นอนค่ะฉันบอกเสียงเรียบและขับปาดซ้ายปาดขวา

                นั่นๆๆ นั่นมันจะไฟแดงแล้วเว้ย ขับช้าๆลุงไม่อยากติดคุก!!!” ลุงตะโกนเสียงสูงจนลั่นรถไปหมด

                ฉันบิดยิ้มเมื่อสายตามองเห็นไฟเขียวที่กระพริบติดกันถี่ๆ มันบ่งบอกว่ากำลังจะขึ้นไฟแดง

                มันยังไม่แดงหนิลุงฉันบอกแล้วรีบเหยียบคันเร่งจนมิด

                รถถลาพุ่งตัวไปด้านหน้าด้วยความเร็ว ความจริงฉันก็แอบลุ้นเหมือนกัน จนกระทั่งไฟเขียวกระพริบในวินาทีสุดท้าย ตัวรถพุ่งข้ามถนนไปอย่างกระชั้นชิด หัวใจฉันถูกบีบคั้น มือกำพวงมาลัยแน่นจนเหงื่อชื้น

                หัวใจฉันกระตุกจนจนเจ็บหน้าอก แต่มันก็กลับมาเป็นปกติได้ ฉันเหลือบมองเวลาที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ารถ อีกไม่กี่นาทีแล้ว ฉันรีบกลั้นหายใจแล้วเหยียบคันเร่งสุดแรง ฉันไม่ยอมให้หมอนั่นเอาคลิปฉันไปเผยแพร่หรอก เหตุผลหนึ่งคือฉันต้องโดนเฮียแวมพ์เล่นงานแน่ และเหตุผลที่สองคือหมอนั่นอาจตายเพราะเท้าเฮียฉันได้!

                บรื๊น!

                “โอยอีหนู๊! ลุงหัวใจจะวายแล้วเสียงลุงบ่นอุบปนกับเสียงหอบ

                ใจเย็นๆลุง หายใจเข้าลึกๆ มันยังไม่ถึงมอหนูเลยฉันเหลือบไปมองลุงผ่านกระจกมองหลัง พบว่าลุงนั่งเหงื่อแตกซก ใบหน้าแสดงถึงความตระหนกตกใจอย่างเห็นได้ชัด

                เมื่อไหร่มันจะ..ถะ..ถึ๊ง!”

                บรื๊น!

                ฉันเร่งจังหวะการขับเคลื่อนโดยไม่สนอะไรอีก คิดแค่ว่าตอนนี้ต้องไปให้ทัน เพราะเจ้าบ้ากวนประสาทนั่นต้องรอเล่นงานฉันอยู่แน่!

                ฉันเลี้ยวเข้าถนนของมหาวิทยาลัยตัวเองด้วยความเร็วแสง ขับปาดซ้ายปาดขวาก่อนจะจอดเทียบที่หน้าฟุตบาตร กระจกถูกปรับระดับลง ฉันมองออกไปภายนอก สอดส่ายสายตาหาร่างของฟองเบียร์ สองมือจับที่ตัวปลดล็อกเบลท์แล้วปลดมันออก ฉันเอี้ยวตัวกลับไปแล้วควักแบงก์พันอีกสามใบยื่นให้ลุง

                ขอบคุณมากนะอีหนู มีอะไรอีกเรียกใช้รถลุงได้ลุงยิ้มให้ฉันแล้วรีบรับเงินไปยัดใส่กระเป๋าตรงหน้าอก

                ฉันยิ้มก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงปกติของตัวเอง ขอบคุณมากนะคะลุง

                ขาทั้งสองก้าวลงจากรถ สายตาฉันมองหาร่างของฟองเบียร์ ก่อนจะหลุบมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือของตัวเอง ฉันมาทัน แต่มัน.. สายไปหลายวินาที และถ้าฟองเบียร์ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น หมอนั่นอาจจะไม่นับวินาทีที่เสียไป

                แต่ถ้าเขานับล่ะ..

                มาสายไปสิบสองวิ..นั่นไง เสียงทุ้มด้านหลังดังขึ้น ฉันหมุนตัวเองกลับไป พบว่าเขากำลังจ้อง..หน้าอก! หน้าอกฉันอีกแล้ว อยากลองดีกับผัวหรอ?

                เขายักคิ้วอีกสองที ตบท้ายด้วยลิ้นที่ดันจนกระพุ้งแก้มนูนออกมา

                มีอะไร!?” ฉันขมวดคิ้วถามออกไป อารมณ์กำลังหงุดหงิดได้ที่เลย

                พูดไม่เพราะเขาทำหน้าบึ้ง

                ทำไมกวนตีนได้เสมอต้นเสมอปลายนักวะ!

                “กับนาย..ไม่จำเป็น!” ฉันเหยียดยิ้มหยันที่มุมปาก

                ปากฉันก็เป็นแบบนี้แหละ ฉันพูดทุกอย่างออกมาโดยไม่ได้เสแสร้ง ทุกอย่างที่พูดฉันไม่ได้กลั่นกรอง นึกได้ก็พูด ถึงแม้มันจะไม่ได้สวยหรู แต่เชื่อเถอะว่าฉันไม่ได้ตอแหลตีสองหน้าแน่นอน

                ปากดีเขาว่าเสียงเรียบ ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ฉัน มือเย็นเฉียบของฟองเบียร์แตะลงที่แขนข้างหนึ่งของฉัน และฉันกำลังช้อนตามองเขา อยากโดนของดียัดปากไหมเบเบ้?

                “สัตว์!” ฉันสบถออกมา

                แม้ว่ามันจะเป็นคำหยาบที่ไม่น่าพูดออกมา แต่กับหมอนี่..ฉันไม่จำเป็นต้องพูดเพราะด้วย

                ถ้าฉันเป็นสัตว์..เอาเธอไม่ได้หรอกบอกเลยตาตี่ๆนั่นมองฉัน มันมองฉันแบบ..แปลก

                ฉันจะถามอีกแค่ครั้งเดียวนะฟองเบียร์ นายเรียกฉันมามีอะไร!?” ฉันกดเสียงต่ำเมื่อความอดทนที่สั่งสมอยู่เริ่มจะพังทลายลง

                ฉันเป็นคนความอดทนต่ำมาตั้งแต่เด็กแล้ว ฉันทนอะไรที่มันกดดันมากไม่ได้หรอก ยกเว้นอยู่เรื่องเดียวที่ฉันสามารถออดทนได้ นั่นคือเรื่องของพี่ชายทั้งสามคน ฉันทนพวกนั้นได้

                อยากดูดนม

                พลั่ก!

                “ไปหาดูดคนอื่นไปไอ้สวะ!” ฉันผลักอกฟองเบียร์ออกอย่างแรงจนหมอนี่เซไปด้านหลัง แต่เขากลับทรงตัวได้มันเลยทำได้แค่เซไปนิดหน่อยเท่านั้น

                จะถือว่าเป็นคำชมเสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาพร้อมกับปฏิกิริยาที่ฉันเดินถอยหลังหนี

                ฉันด่านาย!”

                “ขอบคุณที่ชมตอบได้หน้าตายด้านมาก.. ให้ตายเถอะ!

                “ไอ้..ไม่รู้จะด่าอะไรออกไปเลย

                อยากดูดนมพอจบประโยค ข้อมือฉันก็ถูกกระชากให้เดินตามทันที ฉันขมวดคิ้วเมื่อถูกลากมายังรถของเขาที่จอดอยู่อีกฝั่งของฟุตบาตรหน้ามหาวิทยาลัย

                ฟองเบียร์ยัดฉันให้นั่งลงที่เบาะด้านหน้าข้างคนขับก่อนจะดึงเบลท์แล้วล็อกให้อย่างดี ใบหน้าของเขาห่างจากฉันไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ เขามองฉัน รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะผละออกไปแล้ววิ่งไปยังฝั่งคนขับ

                รถถูกสตาร์ตขึ้นและขับออกไป ฉันไม่รู้เลยว่าหมอนี่กำลังจะพาตัวเองไปที่ไหน ที่ที่ฉันจะไปมีอะไรหรือเปล่า แล้วถ้าพี่ฉันแต่ละคนรู้ว่าฉันออกมากับผู้ชาย ฉันโดนมีดปาดคอตายหรือไม่ก็โดนกระบี่ฟันขาดสองท่อนแน่ ฉันนั่งมองถนนด้วยอารมณ์ที่กำลังหงุดหงิดงุ่นง่าน สายตาเหลือบมองไปด้านข้างเห็นฟองเบียร์กำลังมองอยู่

                มองทำไมนักหนาวะ!?” ฉันหันไปตะคอกถามเขา

                มองไม่ได้?เขาเลิกคิ้วถาม หันมามองฉันโดยที่ไม่มองถนนเลย

                อะ..ไอ้ มองถนนสิ!” ฉันมองไปด้านหน้า รถเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วมากนะ แต่หมอนี่ดันไม่มองถนนเลย

                ตอบก่อนสิ มองไม่ได้?เขายังคงตั้งคำถามกับฉัน สายตายังมองฉัน ทั้งๆที่ฉันร้อนลนจนแทบคลั่งเมื่อมองถนนที่มีรถพลุกพล่านที่กำลังวิ่งไปมา

                มองถนนสิวะไอ้งั่ง!” ฉันตวาดเขาจนเสียงดังลั่นรถ

                หึ!”

                รถ.. ข้างหน้ามีรถ!” ฉันมองด้านหน้า เห็นรถคันหนึ่งกำลังแซงอีกคันขึ้นมา และมันเลยเลนส์มาทางเราที่กำลังขับอยู่ และหมอนี่มองแค่ฉัน เขาบังคับพวงมาลัยแต่ไม่มองถนน

                “…….” ฉันมองเขาสลับไปมากับหน้ารถ

                ไอ้ฟองเบียร์! รถข้างหน้า!!!” ฉันมองอีกครั้ง และเหมือนฟองเบียร์กำลังเล่นแง่กับฉันโดยการเร่งเครื่องและเหยียบคันเร่งจนรถเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิม ถ้านายไม่มองข้างหน้า อย่ามาจับนมฉันอีก!!!” ฉันตะโกนสุดเสียงเมื่ออีกไม่กี่เมตรมันก็จะชนกันแล้ว

                เอี๊ยด!

                ฉันหลับตาปี๋ เสียงล้อรถเสียดสีกับถนนจนเกิดเสียงดัง ร่างกายฉันเหมือนโดนเหวี่ยงไปด้านข้างจนไหล่กระแทกกับประตูรถ กล้ามเนื้อบริเวณนั้นปวดตุบๆ หัวใจฉันสั่นไหวด้วยความรุนแรง พอๆกับเส้นประสาทที่เต้นจนแทบจะระเบิด เมื่อรู้สึกว่าร่างกายกลับมาคงที่ ฉันถึงได้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

                มะ..ไม่ได้ชน

                ฉันหอบหายใจเพราะอาการตกใจของตัวเอง ทำไรของนายวะ!?”

                “ขู่เธอขู่ฉัน? ด้วยวิธีการบ้าแบบนี้เนี่ยนะ เอาสมองส่วนไหนคิด!

                “นายคิดว่าฉันกับนายเป็นแมวเก้าชีวิตหรอไอ้บ้าเอ๊ย!”

                “ก็ไม่..เขายักไหล่แล้วขับต่ออย่างสบายอารมณ์

                ทำไมยังมึนได้? ทำไมยังอารมณ์ดีต่ออีกได้!?

                แม่งเอ๊ย!” ฉันสบถออกมาอย่างหัวเสีย พร้อมกับมือที่ยกขึ้นสางผมของตัวเองอย่าลวกๆ

                หึ!” ฟองเบียร์แค่นยิ้มจนฉันอดที่จะหันไปมองไม่ได้

                รอยยิ้มของไอ้บ้านี่มัน.. ร้ายกาจชะมัดยาดเลย!

                “หัวเราะทำหอยอะไร!?” ฉันตะคอกกลับไปโดยที่สายตายังไม่หยุดมองหน้าเขา

                หอยเธอ.. เสียงราบเรียบที่ตอบกลับมาทำฉันยิ่งโทสะพุ่งขึ้นถึงขีดสุด

                ไม่คิดเรื่องลามกสักวันจะตายไหมวะฟองเบียร์!”

                ตาย..

                “ไอ้!”

                Rrrr!

                ยังไม่ทันที่เสียงด่าของฉันจะวิ่งผ่านลำคอออกไป จู่ๆเสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของหมอนี่ก็ดังขึ้นซะก่อน ฟองเบียร์บิดยิ้มร้ายกาจใส่ฉันก่อนที่มือจะเอื้อมไปหยิบมือถือขึ้นมากดรับสายแล้ววางมันไว้แนบหูตัวเอง

                อืม..เสียงเขาครางรับกับปลายสาย ฉันขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด

                คือเข้าใจฟีลไหม? ฉันตั้งใจจะด่าให้หมอนี่บ้านแตกสาแหรกขาดกันไปข้าง แต่ดันมีอะไรเข้ามาตัดแทรกกลางแบบนี้มันยิ่งทำให้หงุดหงิด เพราะงั้นฉันเลยระบายอารมณ์ลงบนเบาะรถ จิกเล็บลงไปจนรู้สึกเหมือนเล็บยาวๆนี่มันจะหักซะให้ได้

                มึงบ้าไงเหมือนเขาพูดกับใครสักคน

                “…….” ฉันที่ทำอะไรไม่ได้เลยนั่งนิ่งไม่สนใจเขาแทน

                ไลน์~

                เสียงไลน์จากโทรศัพท์ดังขึ้นมา ฉันยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดจะกดเข้าแอปไลน์ พบว่าเฮียแวมพ์ส่งข้อความมา ฉันไม่กล้ากดเข้าไปอ่าน จึงทำได้แค่กำโทรศัพท์มือถือในมือเอาไว้แน่น ฉันเม้มปากแล้วหันไปหาฟองเบียร์ แต่ก็เหมือนเขากำลังคุยพึมพำอะไรบางอย่างอยู่ สีหน้าดูเคร่งเครียด และตามมารยาททางสังคมแล้ว ฉันไม่ควรพูดแทรก

                อืม.. ไว้เจอกันจนกระทั่งหมอนี่โยนโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาไปที่เบาะหลังฉันถึงได้เอ่ยขึ้นทันที

                ฉันอยากกลับแล้ว ถ้านายไม่มีธุระก็ให้ฉันลง ฉันมีงานต้องทำฉันพยายามระงับสติอารมณ์ของตัวเองลงและพูดจากับเขาด้วยเหตุผล

                มีเขาตอบสั้นๆ คือมันสั้นมาก แล้วฉันต้องตอบว่าไง

                ธุระอะไรของนาย?” หัวคิ้วฉันขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยจัด

                บอกแล้วไงเขาหันมาหาฉัน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย อยากดูดนม

                ปึก!

                “ไอ้เฮงซวย!” ฉันหยิบอะไรสักอย่างขึ้นมาแล้วโยนใส่หน้าฟองเบียร์ มันโดนที่ข้างแก้มเขาอย่างจัง

                อยากโกรธเธอจังว่ะเขากัดฟันพูด โมโหขึ้นมาแล้วล่ะสิ แต่ทำไม่ลง

                “อย่ามาสะตอ!” ฉันรู้หรอกว่าเขาก็คน อารมณ์ดีเป็นโมโหก็เป็น ฉันไม่มีทางเชื่อหน้ากากราบเรียบที่เขาใส่หรอก  

                อย่าให้ฉันโกรธบ่อย อารมณ์ไม่ได้ดีเหมือนหน้าตา

                “ว่าไงนะ?ฉันแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองทันทีที่ได้ยินประโยคของเขา

                จะว่าหลงตัวเองก็ไม่น่าผิด..

                เอี๊ยด!

                แต่สิ่งต่อมาที่ทำหัวใจฉันแทบจะหลุดกระเด็นออกจากอกก็ตรงที่หมอนี่เลี้ยวตัดเข้าข้างทาง เมื่อกี้รถที่ตามหลังมากำลังจะแซงซ้ายพอดี มันเฉียดรถเขาไปนิดเดียวเอง ฉันหันขวับไปมอง พบว่าเขาปลดเบลท์ตัวเองออกและโน้มตัวมาทางฉัน

                เธอไม่อยากเห็นฉันโกรธหรอกลามิอาเสียงเย็นเยียบที่เขาเอ่ยออกมาทำให้ขนเท่าทั้งร่างฉันพร้อมใจกันลุกชันขึ้น

                นะ..นายเสียงฉันเหมือนถูกสายตาเย็นชานั่นอุดไว้ไม่ให้เล็ดลอดผ่านลำคอออกมา

                แต่ฉันว่า.. สายตาคู่นั้นของเขามัน...

                จ้องนานระวังท้องประโยคกวนประสาทถูกปล่อยออกมาบั่นทอนอารมณ์ฉันอีกครั้ง

                ฉันไม่เคยอยากท้องกับนาย!” ฉันบอกเสียงดัง จนที่มือข้างซ้ายจะแตะลงกับประตูรถแล้วทำท่าจะเปิดออกไป

                ถ้าเปิด..เธอเจ็บ!” ขู่? ขู่ฉันอีกแล้ว ให้ตาย..

                นายไม่กล้าหรอกฟองเบียร์ฉันบอกเสียงเย็นแล้วบังคับมือที่เย็นเฉียบของตัวเองให้ดันประตูรถออก

                ปึก!

                แต่ทว่ากลับโดนมือแกร่งยึดมือฉันไว้อีกที ก่อนที่มันจะดันกลับเข้ามาให้ประตูปิดลงดังเดิม ฉันหันไปมอง ใบหน้าของฟองเบียร์ประชิดกับใบหน้าฉัน ความห่างมันไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ ความอุ่นร้อนเป่ารินรดที่ริมฝีปากฉัน

                “ดื้อให้ได้อะไร?เขาเลิกคิ้วขึ้น ดูเหมือนจะเป็นคำถามที่แฝงมาในรูปประโยคเหมือนตำหนิฉัน

                แล้วนายล่ะ!? บังคับให้ได้อะไร!?” ฉันสวนกลับบ้าง

                ได้เธอเสียงเรียบตอบกลับมา

                ตุบ!

                ฉันกำกำปั้นตัวเองแล้วทุบเข้าที่แก้มซีกซ้ายของใบหน้าเรียบเฉยนั่นจนเกิดเสียง ตุบฟองเบียร์ไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางที่แสดงถึงความเจ็บปวดออกมา ตรงกันข้ามหมอนี่กลับแค่นยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรออกมาแทน ฉันกัดปากตัวเองแน่น ใช้มือข้างที่ทุบจิกเล็บเข้ากับแก้มของเขาไว้

                อึก..วินาทีต่อมาก็ต้องเป็นฉันเองที่แสดงความเจ็บปวดออกไป

                ฟองเบียร์เคลื่อนมือข้างหนึ่งมาจับมือฉันไว้ แรงบีบแรงๆนั่นทำให้ฉันถึงกับสะอึก ดูจากหน้าตาที่ฟองเบียร์แสดงออกมาจะเหมือนกับว่าหมอนี่ไม่ได้ออกแรงอะไรด้วยซ้ำ แต่ถ้าดูจากหน้าตาฉันที่โดนหมอนี่บีบมืออยู่ มันแรงมากพอที่จะทำให้น้ำตาฉันซึมออกมาได้

                เธอไม่อยากให้ฉันโกรธหรอกลามิอาเขากดเสียงต่ำโดยที่มือข้างนั้นยังทำหน้าที่บีบฉันอยู่

                ขอบตาฉันสั่นร้อนทุกทีที่จ้องตาเขา และฉันกลับรู้สึกได้ถึงบางอย่าง

                มันดูคุ้นเคยมากในความทรงจำของฉัน...

                ปะ..ปล่อยมือฉัน!” ฉันแค้นเสียงที่สั่นเครือของตัวเองออกไปอย่างยากลำบาก

                ปึก!

                “อ๊ะ!” ร่างฉันถูกผลักกระเด็นจนแผ่นหลังไปกระทบกับประตูรถอย่างแรง

                ความปวดร้าวแล่นเข้ากลางกระดูกสันหลังจนต้องเผลอสูดลมเข้าปากอย่างไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ตัวเขาก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย แต่แรงควายนี่มันมาจากไหนนักหนา ฉันกดความรู้สึกอยากตบหน้าหมอนี่เอาไว้

                พาไปกินนมหน่อยเขาว่าหลังจากกลับไปนั่งประจำที่คนขับเหมือนเดิม

                น้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิม ใบหน้าเฉยเมยเหมือนอย่างที่เคยทำ ราวกับว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ฉันขมวดคิ้วและพยายามทรงตัวให้มานั่งอยู่ที่เดิม ซาดิสม์แน่ๆ หมอนี่น่ะ..

                “…….” ฉันไม่ตอบ โทรศัพท์ในมือถูกกำแน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อมีสายโทรเข้ามา

                มีคนโทรมาเป็นฟองเบียร์ที่หันมาบอกฉัน

                ฉันหลุบตาลงมองชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างรุนแรง

                “…….”

                ไม่รับ?แล้วเสียงของฟองเบียร์ก็ดังตามมาอีก

                ทำไมหมอนี่ต้องคอยสอดเรื่องฉันอยู่เรื่อยเลยวะ ตั้งแต่เจอเขาบอกเลยว่าชีวิตแม่งโคตรซวย!

                “เรื่องของฉัน!” ฉันกระชากเสียงใส่เขา

                จากนั้นบรรยากาศในรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง รถพุ่งทะยานเข้าสู่เลนส์ถนน เสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินคือเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของฟองเบียร์...


--------------------------------

ฟองเบียร์ไรท์ยังปิดต้นฉบับไม่เสร็จนะคะ ถ้าปิดเสร็จแล้วจะมาเปิดพรีอีกรอบจ้า 

​รอก่อนเด้อ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

293 ความคิดเห็น

  1. #123 yayonair (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 22:57
    มีความบังคับโคตรๆๆๆๆ
    #123
    0
  2. #122 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 00:45
    อิฟองมันเอาจริงนะ ลามิอา ระวังไว้
    #122
    0
  3. #121 bomos (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 11:23
    ฟองเบียร์อ่าาาาา
    #121
    0
  4. #120 Joo Hoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 19:42
    กวนไรเบอร์นี้ฟอง 55555
    #120
    0
  5. #119 kaeomanya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 19:08
    555555555 กวนโอ๊ยจังเลย
    #119
    0
  6. #118 Jipaporn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 14:47
    ฟองทำไมกวนทีนนนอย่านี้
    #118
    0
  7. #117 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 13:23
    ยียวน กวนประสาทมาก ฟองเบียร์
    #117
    0
  8. #116 Belive729 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 12:58
    อห. เอ่ออ5555555
    #116
    0
  9. #115 airin0618 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 12:12
    ทำไมกวนติงอย่างนี้เฮียฟอง😆😆
    #115
    0
  10. #114 airin0618 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 12:00
    ทำไมฟองถึงร้ายแบบนี้ ฮือๆๆๆ
    #114
    0
  11. #113 Jeaminnnn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 08:00
    รอออ,,,,,ค่าาา
    #113
    0
  12. #112 janeBJ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 01:13
    มาแว้ววววววว
    #112
    0
  13. #111 DalyZii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 23:25
    รออออออออ
    #111
    0
  14. #110 Nisaratbh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 22:58
    รอพรียุน้าาาา
    #110
    0
  15. #109 Aeaw Jung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 21:56
    งืออ...ค้างงงคร่าสนุกมาก...รีบมาต่อเร็วๆๆน้า...
    #109
    0
  16. #108 yayonair (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 14:16
    จะเปิดพรีอิกมั้ยอ่า อยากได้ง้า
    #108
    0
  17. #107 Joo Hoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 13:33
    เฮียแวมพ์คนกลัวเมีย5555
    #107
    0
  18. #106 airin0618 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 10:34
    รอน้า รอเล่มด้วยจ้า อยากได้เรื่องนี้มว๊ากกก
    #106
    0
  19. #105 gor_iforgifto (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 23:16
    ดีใจที่ไรท์มาต่อ รอมาน๊านนานนนนน
    #105
    0
  20. #104 wncq (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 21:57
    มาอัพต่อเรื่อยๆน้าาา คิดว่าไรท์จะทิ้งเรื่องนี้แล้วว
    #104
    0