[SetBEAST] || Beast Of Nightmare || ปีศาจยั่วรัก {ลามิอา}

ตอนที่ 2 : BEAST OF NIGHTMARE :: EPISODE 01 100% {อัพครบ}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    19 มี.ค. 60

#

EPISODE 01

            พลั่ก!

            ฉันออกแรงดันเขาให้ห่างออกไปก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดที่ริมฝีปากของตัวเองที่มันยังคงหลงเหลือไอ้ความรู้สึกบ้าๆนั่นอยู่ ไอ้บ้านั่นมันจูบฉันอีกแล้ว

            ไม่คุยฉันจะกลับ!” ฉันรีบหมุนตัวหันกลับทันที

            จะนุ่งชุดคลุมกลับ?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น มันราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความยียวนกวนประสาท ระวังโดนลาก!”

            “…….” ฉันเงียบ สองมือกำแน่นอย่างระงับอารมณ์ เม้มปากไปด้วยเผื่อช่วยได้

            หุ่นยิ่งเอ็กซ์ๆ จำได้ว่าเมื่อคืน..

            ผลั่วะ!

            ฉันเดินเข้าไปหาเขาอีกรอบก่อนจะทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งนั่นเต็มแรง เขาเบ้หน้าเล็กน้อย แต่สักพักก็กลับมาเป็นปกติ สายตาคมสีดำสนิทจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน

            หยุดปากหมาสักห้าวิ!” ฉันพูดก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่มันกระจายเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น

            ไปคุยกันข้างนอก” เขาบอกฉัน ฉันเหลือบไปมองและพบว่าเขายืนกอดอกมองฉันอยู่

            บอกว่าไม่คุยภาษาคนฟังรู้เรื่องไหม!? หรือต้องใช้ภาษาสัตว์ อื้อ..

            เจ็บนะเว้ย..

            คางของฉันถูกเขาบีบ.. มือหน้าคว้าคางฉันไว้ในจังหวะที่ฉันเงยขึ้นพอดี เขาจ้องมาอย่างดุๆ แต่อย่านึกว่าฉันจะกลัว ไม่กลัวหรอก ถ้าเขาเป็นหมาบ้า ฉันบ้ายิ่งกว่าแน่!

            “อย่าปากดี.. บังเอิญไม่ชอบ!”

            “อย่าเห่าหอน.. บังเอิญรังเกียจ!” เอาสิเขากล้าพูด ฉันก็กล้า ไม่เคยกลัว

            ไปใส่เสื้อผ้า.. ถ้าช้าเธอเสร็จฉันอีกรอบแน่ ตอนเช้าฉันยิ่งคึกเป็นพิเศษ!” นั่นทำให้ฉันต้องหลุบตามองต่ำ

            ไอ้ลามกเอ้ย!” ฉันสะบัดตัวให้หลุดจากพันธนาการก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

 

            จะกลับยังไง?” เขาถามขึ้นหลังจากที่ฉันเดินออกมา

            แท็กซี่!” ฉันตอบเสียงห้วน จ้องหน้าเขาด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

            กล้า?” เขาถาม แต่กลับเลื่อนสายตาสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนที่มันจะมาหยุดลงตรง..

            บ้าจริง...

            มองนมฉันอีกแล้ว..

            ฉันสาบานเลยว่าถ้าใช้โคมไฟทุบหัวไอ้บ้านี่ตายได้แล้วมันไม่ผิดกฎหมายฉันจะทำ กวนประสาทกันเกินไปแล้วไหม แค่ฉันตื่นมาเจอเขาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองนะ ฉันนี่โคตรเพลียสมองเลย บอกตรงๆ

            เออก็ยังดีกว่าอยู่กับคนบ้าวิปริตอย่างนายป่ะวะ!”

            “วิปริตที่ไหน? ฉันสติสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์” เขาว่า

            ฉันขอถามอะไรนายทีเถอะนะ เคยมีใครว่านายมีปมด้อยไหม นายนี่โคตรเหมือนคนมีปมด้อย พ่อไม่รักหรอ? แม่ตาย.. อื้อ..

            บีบอีกแล้ว..

            แต่ตอนนี้ที่เขาบีบอยู่น่ะ ไม่ใช่คางฉันหรอก แต่เป็นนมเว้ย!

            พลั่ก!

            “ไอ้บ้าเอ๊ยนมฉันเป็นของเล่นนายไง๊!?” ฉันยกมือขึ้นกอดอกตัวเองทันที เขาแสยะยิ้มเย็นก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น

            “ก็เล่นทั้งคืนละกัน” เขายักไหล่ก่อนจะพูดด้วยความไม่สะทกสะท้าน เรียกง่ายๆว่าหน้าด้านนั่นแหละ

            นาย.. โอ๊ยไอ้บ้า!” ฉันด่าเขาทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะรีบเปิดประตูห้องนอนแล้วเดินออกไป

            อาการปวดหน่วงที่ท้องน้อยยังคงมีอยู่ ฉันไม่เคยนึกเลยว่ามันจะรุนแรงถึงขนาดนี้ ไม่เคยมีเซ็กซ์มาก่อนถึงยังไม่รู้ แต่ฉันก็คิดว่ามันน่าจะเจ็บแค่แรกๆไม่ใช่หรือไง แล้วไอ้เอฟเฟกต์ที่ตามมาคืออะไร เจ็บมาก..

            ไง?” เสียงหนึ่งทักขึ้นเมื่อฉันก้าวออกมา ฉันกวาดสายตามองไปทั่ว ไม่เห็นมีใครเลย

            “…….”

            “เลิกเล่นซ่อนแอบได้ละไอ้ฟาห์!” แล้วฟองเบียร์ก็ก้าวออกมายืนช้อนหลังฉันไว้

            เตียงไม่หัก น้ำหนักไม่ลดนะ?” สาบานว่านั่นคือคำทักทาย น่าตบปากจริง

            เขาลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะหันหน้ามาทางฉันแล้วเลิกคิ้วขึ้น ฉันขมวดคิ้วมองร่างสูงโปร่งตรงหน้าอย่างงุนงง เขาเป็นใครอีกล่ะ เห็นฟองเบียร์เรียกเขาว่าฟาห์ ชื่อฟาห์หรอ?

            ไม่หัก แต่เกือบ..” กวนตีนฉันสบถในใจ

            รุนแรงว่ะ กูนอนฟังเสียงมึงทั้งคืน นอนไม่หลับเลย หลอนจนมาถึงปัจจุบันเนี่ย!”

            นี่อย่าบอกนะว่า.. เขานอนที่นี่เมื่อคืนนี้ แล้วก็.. ได้ยินเสียงที่ฉันกับฟองเบียร์ทำ...

            เก็บเงียบ.. ห้ามโทรฟ้องป๊า” ฟองเบียร์พูดขึ้น

            ป๊าหรอ.. แสดงว่าเขากับคนที่ฟาห์บ้าบออะไรนั่นต้องมีความสัมพันธ์อะไรกันแน่ๆ

            ไม่รับประกัน..

            “กูรู้ว่ามึงไม่ทำน้อง..” น้องหรอ.. ฟาห์อะไรนั่นคือพี่ชายของฟองเบียร์หรอ

            มั่นใจได้ยังไงไอ้เสือ กูอาจจะทำมากกว่าที่มึงคิดก็ได้ ฮ่าๆๆ” เขาว่าก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

            ฉันเลิกคิ้วมองปฏิกิริยาทั้งฟองเบียร์และคนที่ฟาห์นั่น เหมือนคนบ้าอ่ะ คนพี่ก็ประสาทแดก คนน้องก็ไม่มีสมองคิด สรุปคือเหี้ยทั้งคู่

            เลิกหัวเราะที กูรำ!” หมายถึงรำคาญนั่นแหละ ก่อนจะหันมาพูดกับฉัน รู้จักไว้ นั่นไอ้ฟาโรห์ พี่ชายฉัน..” เขาบุ้ยปากไปยังคนที่นั่งทำหน้าทะเล้นอยู่บนโซฟา

            ยินดีที่ได้รู้จัก..” เขาพูดยิ้มๆ หน้าตานี่บย่งบอกมากว่าเจ้าชู้ขนาดไหน แค่มองตาก้รู้สันดาน

            ถามว่ายิ้มมาให้ฉันแล้วฉันจะยิ้มกลับไปไหม แน่นอนว่าไม่น้องชายเหี้ยยังไง พี่ชายก็พอกันนั่นแหละ ฉันไม่อยากยุ่ง ฉันคิดว่าเฮียฉันมันเหี้ยมามากพอแล้วนะ นี่ก็ไม่ต่างกับเฮียฉันเท่าไหร่หรอก

            เมียมึงขาดไมตรีจิตจังว่ะฟอง..

            “เมียบ้านแป๊ะนายสิไอ้หน้าม่อ!” ฉันด่าออกไปทันที

          หูย.. แรงเฟร่ออออ..

            ฉันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อโดนกวนประสาทจากคนตัวสูงตรงหน้า หน้าตาหล่อเหลานั่นมีความกวนนิดๆ หรือว่าไม่นิดนะ ฉันรีบเดินออกมาเพราะรู้สึกขนลุกที่ฟองเบียร์ยืนซ้อนทางด้านหลัง

            ฉันจะกลับละ หวังว่าคงจะไม่เจอพวกนายอีกนะ!” ฉันบอกเสียงแข็ง แต่ข้างในจิตใจตอนนี้ว้าวุ่นจนแทบจะเป็นบ้าได้เลย

            “เดี๋ยวไปส่ง.. ฉันตวัดสายตาไปมองฟองเบียร์ทันที

            ไปทำไม? ไม่ต้องไป ฉันกลับเองได้!” เขาจะไปทำไม ถ้าไปเจอเฮียฉันจะทำไงอ่ะ

            สภาพแบบนี้กลับได้?สงสัยอะไรนักหนานะ พัฒนาการทางการเรียนรู้ต่ำหรือไง

            เออ! เดินไปเรียกแท็กซี่ ขึ้นแท็กซี่ แล้วก็บอกจุดหมายปลายทางที่จะไป ถึงจุดหมายแล้วจ่ายเงิน!” ฉันร่ายยาวให้เขาฟัง ต้องชี้แจงว่าจะก้าวขึ้นรถยังไง ก้าวลงจากรถยังไงด้วยไหม ต้องให้อธิบายการเดินไปขึ้นแท็กซี่ด้วยไหม!?”

            “ไม่ต้อง..เขาตอบเสียงเรียบ หน้าตาดูเรียบเฉย แต่สายตานี่สิ มันเฉยนะ แต่ทำไมฉันถึงได้มองว่าสายตาเขาแพรวพราวนักก็ไม่รู้ ไอ้ฟาห์.. ไปเรียนไหม?

            “วันนี้ขี้เกียจฟาห์โรบอกก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาต่อ

            เขาสะกดคำว่า มารยาทเป็นไหมนะ ยังอยู่ต่อหน้าฉัน แต่ก็ล้มตัวลงนอนแบบไม่ให้เกียรติกันอีกต่างหาก มันน่าตบให้ขึ้นรอยฝ่ามือบนหน้าสิ้นดี!

            “ฝากห้อง..ฟองเบียร์พูดสั้นๆ น่าจะหมายถึงฝากดูแลห้องนั่นแหละ ฝากทำงาน..

            “โนววว.. งานใครงานมันสิวะฟาห์โรแหวขึ้นทันที

            น้องมึงจะจบหรือไม่จบก็ขึ้นอยู่กับพี่ชายที่แสนดีอย่างมึงเหอะ! ตรรกะป่วยๆ งานตัวเองแท้ๆเสือกไม่ทำ

            ถึงมึงจะเป็นน้องกู แต่กูกับมึงก็คนละคนกัน เสียใจด้วยว่ะไอ้น้องชายว่าแล้วฟาห์โรก็หลับตาลง แขนทั้งสองข้างของเขายกขึ้นเกยหน้าผากเนียนเอาไว้

            เธอ.. กลับไง?

            ไอ้บ้านี่ท่าจะสมองกลับจริงๆนั่นแหละ ฉันก็บอกหลายทีแล้วป่ะว่ากลับแท็กซี่ เซ้าซี้ถามเพื่ออะไรนักหนาก็ไม่รู้ ไม่รู้หรือไงว่ามันน่ารำคาญ มันน่าหงุดหงิดแค่ไหน

            “…….” ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่นก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินไปที่ประตูทันที

            ฉันวางมือลงบนลูกบิดก่อนจะบิดมันออก แต่..

            ทำไมเปิดไม่ออกนะ!” ฉันบ่นอุบด้วยอารมณ์หงุดหงิดสุดๆ

            ต้องใช้คีย์การ์ดฉันหันขวับไปมองเขาตาขวาง เขาเลิกคิ้วขึ้นเหมือนจะจงใจกวนอารมณ์ฉันให้โมโห มือข้างขวาชูคีย์การ์ดใบสีดำขึ้นมา

            “เอามา!” ฉันตะคอกเสียงดัง

            เบาๆหน่อย คนจะหลับจะนอนแต่แล้วเสียงที่ตอบกลับมากลับไม่ใช่ฟองเบียร์ แต่ดันเป็นเสียงของฟาห์โรแทน

            เสือก!” ฉันรู้ว่ามันเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม แต่การที่น้องชายของฟาห์โรข่มขืนฉันมันก็เป็นการกระทำไม่เหมาะสมเหมือนกัน เพราะฉะนั้นฉันไม่มีทางที่จะประพฤติตัวดีๆใส่สองพี่น้องนี้แน่!

            “ไม่เสือกก็ได้วะ แต่ขออย่างเดียว.. ถ้าจะฆ่ากันก็เชิญด้านนอก อย่ามาฆ่ากันในนี้ ขี้เกียจหามศพนั่นปากหรอนั่นน่ะ น่าโดนลูกปืนเป่าให้หายปากหมาชะมัด!

            “เอามาสักที! ฉันจะกลับคลับแบมือไปทางฟองเบียร์ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่

            “เดี๋ยวไปส่งแล้วคำพูดแสนเรียบเฉยแต่กวนประสาทของฟองเบียร์ก็ทำอารมณ์ฉันพุ่งขึ้นสูง

            ไม่ต้อง! ฉันจะกลับเอง นายฟังฉันเข้าใจไหมวะ!” และก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ฉันอารมณ์เสียทีไร น้ำตาแม่งจะไหลทุกที

            เข้าใจ แต่จะไปส่ง

            “…….” ฉันเงียบ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอารมณ์โกรธที่กำลังจะประทุของตัวเอง

            เธอกลับเอง..อะไรของเขาอีก เดี๋ยวจะไปส่งฉัน แต่ตอนนี้ก็บอกให้กลับเอง ตามไม่ทันแล้วนะไอ้บ้า! “มีหวังโดนฉุด!”

            แต่คำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้ฉันเข้าใจ ฉันกัดฟันกรอด มือกำแน่น มองหน้าเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว ขอร้องเถอะ ต่อจากนี้อย่าได้เจอะได้เจอไอ้บ้านี่อีกเลย

            เออ! อยากไปก็ไป ถ้านายโดนพี่ชายฉันยิงตายก็อย่าแจ้งตำรวจมาจับก็แล้วกัน!”

            “ตายแล้วแจ้งได้?เขาทำเสียงสูง คล้ายว่าจะถาม อมตะเกินไป

            “กวนตีน!” ฉันตอบกลับไปแรงๆก่อนจะกอดอกแล้วทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์

            เขาเดินมาใกล้ประตูก่อนจะหยิบคีย์การ์ดแล้วสแกนลงไป สักพักเขาก็เปิดประตูออก ผายมือให้ฉันคล้ายกับเจ้าชายที่เชิญเจ้าหญิงให้เขาไปในห้อง แต่นี่มันไม่ใช่ ไอ้บ้าตรงนี้มันเป็นคนบ้า ประสาทด้วย!

            ฉันเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่คิดจะหันมอง รีบจ้ำอ้าวโดยที่ไม่รอเขาเลย จนกระทั่งตัวเองมาถึงหน้าลิฟท์ ฉันรีบกดลิฟท์รัวๆ พอลิฟท์เปิดฉันก็รีบวิ่งเข้าไป เหลียวไปมองฟองเบียร์ด้วยว่าเขาเดินถึงไหนแล้ว ปรากฏว่าหมอนั่นยังเดินชิลล์ๆเอามือล้วงกระเป๋าอยู่เลย

            เสร็จฉันล่ะไอ้โรคจิต..

            ฉันรีบกดปิดลิฟท์รัวๆ และแน่ใจว่าฟองเบียร์ยังเดินมาไม่ถึงหน้าลิฟท์แน่นอน ฉันยิ้มกว้างออกมาก่อนจะกดที่ชั้นหนึ่ง คิดว่าหมอนั่นคงเดินลงบันไดไม่ทันแน่ๆ เพราะยังไงซะลิฟท์ก็เร็วกว่าบันไดแน่นอน

            ติ๊ง!

            พอลิฟท์เปิดออกฉันก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกมา สายตาก็สอดส่ายหาแท็กซี่ไปด้วย..

            หมับ!

            “เฮ้ย!” ฉันร้องออกมาเมื่อมีมือปริศนาจับที่หัวไหล่ รีบหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็วและง้างหมัดขึ้นเตรียมจะต่อย

            ถ้าต่อยมีเจ็บ!” ฟะ..ฟองเบียร์

            หมัดฉันค้างอยู่แบบนั้น หน้าของเขามีเหงื่อออกนิดๆด้วย ลมหายใจของเขาหอบแรงราวกับทำอะไรหนักๆมา คิ้วเข้มขมวดมองฉัน ตัวเขาสูงกว่าฉันมากด้วย

            นะ..นายฉันลดหมัดลงและจ้องหน้าเขาด้วยความสงสัย

            ลงมายังไง? วิ่งลงมาหรอ ไอ้บ้านี่เป็นคนหรือเปล่านะ ทำไมถึงได้วิ่งเร็วขนาดนั้น บันไดเป็นสิบๆชั้นเลยนะ ไปเอาพละกำลังมากจากไหนกัน

            รีบกดลิฟท์ปิดหนีฉัน คิดว่าฉันตามไม่ทันงั้นสิ?ก็เออสิ ถามมาได้

            เปล่าสักหน่อย ก็นายเดินช้าเองหนิฉันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินต่อ

            ทางนั้น..แล้วจู่ๆเขาก็พูดขึ้นมา ฉันหันไปมองตามนิ้วที่ชี้ไปที่ไหนสักที่ที่เขาบอก

            อะไร?

            รถอยู่ทางนั้นรถหรอ?

            ฉันมองไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับคอนโดนี้ เป็นคอนโดอีกคอนโดหนึ่งที่ดูหรูหราและสูง คุณภาพของมันก็ไม่ต่างจากคอนโดนี้เลย แต่ว่า..

            รถของเขาอยู่อีกฟากของถนนเนี่ยนะ!?

            “นายจะบ้ารึไง? คอนโดนายอยู่นี่ แล้วรถนายจะอยู่คอนโดนั้นได้ไง

            “ก็นอนสองที่ ที่นี่กับที่นั่นเขาบุ้ยปากไปยังอีกฟากของถนนที่มีคอนโดหรูตั้งตระหง่านอยู่ เมื่อคืนเมา.. เรียกแท็กซี่นั่งมาคอนโดนี้

            “…….” ฉันกัดฟันแน่นเมื่อได้ฟังเรื่องปวดประสาทจากเขา

          จำได้ว่าหิ้วผู้หญิงมาเลยจะมานอนคอนโดนี้ เพราะคิดว่าไอ้ฟาห์นอนคอนโดนั้น แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะโผล่มาคอนโดนี้ ก็นึกว่ามันจะนอนคอนโดนั้น ฉันก็เลยพามาคอนโดนี้

            โอ๊ย! ฉันปวดประสาทกับคำพูดของเขาจริงๆนะ ใครก็ได้มาเอาไอ้บ้านี่ไปเก็บที!!!

            “พอ!!!” ฉันยกมือขึ้นห้ามเขาพร้อมกับตะโกนออกไป

            อืม..เขาครางรับก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ฉันมากยิ่งขึ้น ฉันขมวดคิ้วมุ่น สงสัยว่าเขากำลังจะทำอะไรกันแน่

            เดินเข้ามาทำไม?ฉันถามพลางก้าวถอยหลังอย่างชั่งใจ

            ไปที่นั่นเขาตอบกับมาด้วยประโยคสั้นๆพร้อมกับพยักหน้าไปทางคอนโดที่อยู่ตรงกันข้าม ฉันมองตามแล้วส่ายหน้ารัว

            ไม่!” ฉันไม่ยอมไปกับเขาแน่ๆ ถ้าอยากไปส่งก็เรียกแท็กซี่มาเองสิ ฉันไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินไปกับเขาเพื่อเอารถที่จอดอยู่ฝั่งนู้นหรอกนะ ฉันไม่เดินไปแน่!”

            “ใครบอก..ก็นายไงไอ้บ้าเอ้ย! “จะให้เดิน

            วะ..ว่าไงนะ?

            ก็ถ้าไม่เดินแล้วนายจะ.. เฮ้ย!”

            ฉันอุทานออกมาเสียงดังในจังหวะที่รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองเริ่มห่างออกจากแรงโน้มถ่วงของโลก บั้นท้ายสัมผัสได้ถึงวงแขนที่ตวัดเอาไว้ มือทั้งสองข้างรีบฉุดรั้งต้นคอแข็งแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว

            จะอุ้มไปเขาตอบหน้าตาย ชนิดที่ตายมากๆ ยังมีชีวิตอยู่หรอไอ้ผู้ชายคนนี้

            ไม่ให้อุ้มเว้ย! ฉันใส่เดรส หัดแหกตาดูบ้าง!” ฉันแหว พอรู้สึกมั่นคงแล้วถึงได้ปล่อยมือออกจากลำคอของเขาแล้วเอื้อมลงไปปิดเดรสที่มันเลิกขึ้นแทน

            ตาไม่มีให้แหกเขาตอบเสียงเรียบ ก้มหน้ามองฉันไปด้วย แต่อย่างอื่นมีให้แหก

            “!!!” ฉันตะลึงเมื่อเขากวาดสายตามองไปทั่วเรือนร่างของฉันด้วยสายตาที่เมินเฉย ราบเรียบ และเย็นชาได้โล่

            อย่างเช่น.. ห...

            เพี๊ยะ!

            ฉันรีบยกมือขึ้นตวัดลงไปบนหน้าของเขาอย่างแรง จนร่างสูงเกิดอาการเซนิดๆฉันถึงได้ยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอของเขาอีกครั้ง

            ตบแล้วกอดเขาหันหน้ากลับมา ใบหน้าซีกซ้ายมีรอยแดงจากการที่โดนฝ่ามือกระแทกแรงๆอย่างเห็นได้ชัด ที่ไหนมี?

            ฉันเกลียดการที่หมอนี่พูดไม่จบประโยคภายในรอบเดียวจริงๆนะ มันดูกวนบาทายังไงก็ไม่รู้ น่าตบให้หายมึน กระทืบให้หายอึน แล้วฆ่าให้ตายชะมัด!

            “กอดบ้านนายเขาทำท่านี้กันหรอ?ฉันส่งสายตาดุไปให้เขา

            เขาต้องทำท่าไหน?เขาเลิกคิ้วขึ้นสูง หน้าตาไม่ได้บ่งบอกเลยว่ากำลังสงสัย เหมือนกับว่าถามไปงั้น

            ไม่รู้!” ฉันบอกปัดๆ ไม่อยากเสวนาด้วยแล้ว ยิ่งคุยกับเขายิ่งเหมือนตัวเองกำลังเป็นโรคประสาท

            ต้องอ้าขา เอาขาเกี่ยวเอว ซุกหน้าลงบนซอกคอ แล้วก็..

            “พอ!!!” ฉันหน้าร้อนเห่อเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันเพียงเพราะเขาเมา

            แล้วสรุปกอดแบบไหน?

            พาฉันกลับคลับ!”

          “นึกว่าจะสอนเขาพึมพำแต่ฉันดันได้ยิน เสียดาย...

            “…….” ฉันกัดริมฝีปากของตัวเองอย่างแรง ในใจพยายามท่องอยู่เสมอว่า ตอนนี้อย่าไปทำอะไรให้เขาโมโหเพราะฉันตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่

            เขาไม่พูดอะไรต่อจากนั้น แต่กลับอุ้มฉันพาเดินข้ามสะพานลอยไปอย่างหน้าตาเฉย คนที่เดินผ่านไปมามองฉันด้วยสีหน้าแปลกๆทุกคน ฉันทำได้แค่ซุกใบหน้าที่เห่อร้อนของตัวเองลงกับแผ่นอกกรุ่นร้อนของเขา

            รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังสัมผัสกับเบาะนุ่มๆแล้ว ฉันลืมตาขึ้นมองก็พบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งอยู่ในรถ ฟองเบียร์มองฉันแว๊บหนึ่งก่อนจะถอยออกไปแล้ววิ่งไปนั่งฝั่งคนขับ

            ไปไหน?เขาถามสั้นๆเมื่อสตาร์ตรถแล้วขับออกมาได้เพียงไม่กี่เมตร

            กลับคลับฉันตอบเสียงห้วน สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถ

            คลับไหน?เขายังคงถาม

            “Beast Club!”

            “…….” จากนั้นเขาก็เงียบไปเลย

            บนรถมีแต่ความอึดอัดเต็มไปหมด มีเพียงเสียงถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำอีกจากฉันเท่านั้น ขอบตาฉันเริ่มร้อนผ่าวเมื่อสังเกตเห็นรอยจ้ำแดงๆที่ต้นแขนของตัวเอง สมองประมวลผลเหตุการณ์เมื่อคืนได้เป็นฉากๆ

            ตอนที่เขาจูบฉัน กอดฉัน และตอนที่กำลัง...

            ฉันสะบัดหน้าหนี พยายามจะลืมมันให้ได้ พอกลับไปถึงคลับฉันจะบอกเฮียยังไง ฉันจะปั้นหน้าโกหกเฮียได้ยังไง ไหนจะชมพูอีก ยัยนั่นยิ่งขี้สงสัยอยู่ด้วย

            สะบัดทำไม?ฉันสะดุ้งเพราะตกใจเสียงเขาที่ถามแทรกความเงียบขึ้น ไม่เวียนหัว?

            “ไม่!” ฉันตอบเสียงห้วน สบตากับเขาผ่านกระจกมองหลัง

            เสียใจว่างั้น?เขาเลิกคิ้วขึ้น ซึ่งฉันมองแล้วมันโคตรจะกวนประสาทชะมัด

            เสียซิงบ้านนายไม่เคยเสียใจหรอ!?” ยิ่งพูดเรื่องนี้ฉันก็ยิ่งอยากจะร้องไห้

            ก็ไม่..เขาส่ายหัวนิดๆ ฉันเสียซิงตอน14ขวบ ไม่เห็นจะเสียใจตรงไหน

            “…….” ฉันเม้มปากแน่น สองมือกำเข้าหากันอย่างระงับอารมณ์

            ตรงกันข้ามเขาว่าต่อ ได้ความฟินมาเต็มๆ

            “หยุดพูด!” ฉันตวาดกลับไปอย่างโมโห รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วกรอบหน้า ไม่ใช่ว่าอายหรอกนะ แต่มันคืออารมณ์โมโหต่างหากล่ะ

            เธอ..เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาถามขึ้นแล้วฉันดันหันไปสบกับนัยน์ตาดำขลับที่มองผ่านกระจกมองหลังพอดี ไม่ฟิน?

            “ฟินบ้าบอคอแตก! เซ็กส์อย่างนายฉันหาที่ไหนก็ได้เถอะ!”

            แต่อยากจะบอกไว้เลยว่าความรู้สึกฉันตรงกันข้ามกับคำพูดโดยสิ้นเชิง ในหัวสมองของฉันไม่เคยคิดเรื่องความรักหรือเซ็กส์เลย ฉันคิดแค่ว่าฉันจะกินอะไร จะอยู่ยังไง จะช่วยกิจการของครอบครัวยังไงมากกว่า

            อืม..เขาครางเสียงต่ำ ก็จริง

            “…….”

            “ผู้หญิงอย่างเธอ.. ฉันหาที่ไหนก็เจอเหมือนกัน

            “นี่นาย!” คำพูดแต่ละคำของเขามันโคตรจะกวนบาทาเลย สาบานว่าถ้าฉันมีอะไรที่ทำร้ายเขาได้ ฉันไม่เอาหมอนี่บาดเจ็บแน่ แต่จะเอาถึงตาย!

            “หยุดแผดเสียงแหลมๆนั่นด้วยนะ ฟังแล้วหนวกหู

            “ไอ้บ้าเอ๊ย! จอดรถเดี๋ยวนี้!”

            ยังไม่ถึง..นอกจากจะไม่จอดรถให้ฉันลงแล้ว เขายังทำหน้ามึนไม่รู้ไม่ชี้อีกด้วย

            ฉันจะลง!” พยายามส่งสายตาดุๆไปให้เขา แต่ฟองเบียร์กลับจ้องกลับมาด้วยสายตาเสมอราบเรียบ ตรงนี้ด้วย!”

            “เดินไหว?

            ไหว!!!” ฉันยืนยันมั่นคง ไม่ไหวก็ต้องไหว ถึงแม้อาการปวดร้าวระบมที่ท้องน้อยจะยังเล่นงานฉันอยู่ก็ตามที

            เธอโกหก!” เขาไม่จอดให้ฉันลงจริงๆสินะ หมอนี่จะบ้าบอไปถึงไหน!

            ฉันไม่ได้โกหก!”

          “ตอนอยู่บนคอนโดทำไมไม่เก่งแบบนี้?เขาบอกพลางยกยิ้มเหยียดที่มุมปากราวกับกำลังสมเพชฉัน ทีงี้ทำเก่ง!” 

            “เก่งไม่เก่งก็เรื่องของฉัน! จอด!” ฉันกำมือกับเดรสของตัวเองแน่น สายตาจับจ้องใบหน้าของฟองเบียร์ที่นั่งหน้ามึนทำไม่รู้อิโหน่อิเหน่ตรงหน้า

            เอี๊ยด!

            ปึก!

            ร่างของฉันกระเด็นมาด้านหน้าจนหัวของตัวเองโขกเข้ากับเบาะหน้า มันไม่เจ็บ แต่มึนได้ที่เลย ฉันจับหัวของตัวเองไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาเคืองๆพร้อมกับคำด่าที่พ่นออกไป

            นี่นายจะบ้ารึไงห๊ะ! ถ้าตายขึ้นมาจะทำไงวะ! มีสมองก็หัดคิดบ้าง!”

            “ลงไปสิเขาว่า ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองถนน ตอนนี้เราอยู่กันข้างถนน เขาจอดให้ฉันลงจริงๆ แต่ประเด็นคือมันเป็นถนนโล่งๆ แล้วตรงนี้ก็ไม่มีใครเลย

            เออ!” ด้วยความโมโหที่มันไวกว่าทุกสิ่ง ฉันเลยตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วลงมาทันที

            บาย~เขาโบกมือขึ้นทำท่าบ๊ายบายฉัน ฉันกัดฟันแน่นมองท่าทางของเขา จากนั้นเขาก็ขับออกไปเลย

            โธ่เว้ย!”

            ฉันสบถออกมาก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมของตัวเองแรงๆ สายตามองออกไปยังท้องถนนที่ไกลสุดลูกหูลูกตา แถวนี้รถก็ไม่ค่อยผ่านด้วยไงประเด็น แล้วบ้านเรือนหรือร้านอาหารริมทางก็ไม่มีด้วย ฉันควรทำไง?

            โทรศัพท์.. ใช่ โทรศัพท์ฉันไง

            เมื่อนึกได้จึงล้วงกระเป๋าชุดเดรสเพื่อหาโทรศัพท์ของตัวเอง แต่ทว่ามันกลับไม่มี จริงสิ ฉันใส่โทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าสะพายของตัวเองนี่นา แล้วกระเป๋าฉันล่ะ

            อย่าบอกนะว่า.. อยู่กับไอ้บ้าประสาทกลับนั่น!

            “โอ๊ย! ให้ตายสิ!”

            เมื่อยืนคิดอยู่นานว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ประจวบกับแดดในยามสายที่ทำท่าจะแผดเผาฉันให้ไหม้เกรียมอยู่ตรงนี้ ทำให้ตัวเองเริ่มเดินมาตามทางเรื่อยๆ แท็กซี่ก็ไม่ผ่านมาสักคัน โชคร้ายกว่านี้มีอีกไหมนะ

            แล้วฉันก็ต้องฉีกยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นรถคันหนึ่งวิ่งมา รถแท็กซี่น่ะ..

            ฉันรีบโบกมือทันที เมื่อแท็กซี่จอด ฉันก็เดินเข้าไปเปิดประตูรถแล้วขึ้นนั่งโดยไม่ลังเล

            ไปไหนครับ?

            “Beast Club” ฉันบอกจุดหมายปลายทางแก่คนขับก่อนจะฉีกยิ้มอย่างผู้มีชัย

            สภาพแบบนี้โดนอะไรมาหรอครับ? คนสวยยับเยินไปหมดเลยฉันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อโดนถามด้วยประโยคแปลกๆ

            ไม่มีอะไรค่ะฉันตอบเสียงราบเรียบ พยายามไม่สนใจ

            แต่มันก็ต้องสนใจแล้วล่ะเมื่อคนขับแท็กซี่คนนั้นเดินลงจากรถ ฉันมองตามเขาด้วยจิตใจที่เริ่มว้าวุ่น ประตูด้านข้างของฉันถูกเปิดออก จากนั้นเขาก็เข้ามานั่งข้างๆฉันด้วย

            จะทำอะไร!?” เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าเริ่มไม่น่าไว้วางใจฉันจึงขยับออกห่างและมือคว้าประตูรถเตรียมที่จะเปิดออกไป

            มึงเป็นอะไรกับไอ้เหี้ยแวมไพร์!?” คำถามหยาบคายถูกตะคอกออกมาจนฉันสะดุ้งโหยง เขาใส่หมวกเอาไว้ทำให้ฉันมองหน้าไม่ชัดเลย

            ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น!” ฉันไม่ยอมบอกหรอกว่าตัวเองเป็นน้อง ต่อให้ตกอยู่ในอันตรายแค่ไหนก็ตาม

            มึงโกหก!”

            “ฉันไม่ได้โกหก! ฉันไม่ได้เป็น.. อ๊ะ!” ฉันร้องลั่นเมื่อมือหยาบใหญ่คว้าลำคอฉันเอาไว้ก่อนจะออกแรงบีบหนักๆ แค่กๆ! ปล่อยฉันนะ!”

            “มึงเป็น! มึงเป็นเมียมันใช่มั้ย!?”

            “มะ..ไม่ใช่ อื้อ!” ฉันหลับตาปี๋เมื่อโดนแรงที่กระหน่ำบีบอีกรอบ ลมหายใจจุกอยู่ที่ลำคอ

            อีเหี้ยเอ๊ย! ผัวมึงมันไล่กูออก เพราะแค่กูทำงานพลาดให้มันแค่ครั้งเดียว ก็แค่ครั้งเดียว แต่ผัวมึงมันบ้าอำนาจ มันทำร้ายกู!!!” ฉันเบิกตากว้างเมื่อเขาถอดหมวกออก

            ใบหน้าของเขามีแต่รอยฟกช้ำเต็มไปหมด ข้างแก้มเหมือนจะมีรอยมีดบาดด้วย ขอบตาฉันเริ่มร้อนผ่าวเมื่อมองเห็นใบหน้าที่ดุร้ายแข็งกร้าวของคนตรงหน้า

            จะ..ใจเย็นๆก่อนนะ เขาคงไม่ได้ตั้งใจทำร้ายนายฉันพยายามพูดหว่านล้อมเขา แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพูดเหมือนยิ่งไปสะกิดต่อมโทสะของคนตรงหน้าให้ลุกฮือ

            ใจเย็นบ้านแม่มึงสิอีเหี้ย! เพราะมึงมันได้ผัวรวย มึงทำแค่อ้าขาให้มันเอา มึงก็ได้เงินใช้จากมันละ แต่มึงดูกูนี่ ทำงานเหนื่อยแค่ไหนก็ยังโดนมันซ้อม!!”

            “ฮึก.. ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นนะ!”

            น้ำใสๆอุ่นๆไหลออกมาจากหางตาเมื่อนึกภาพเหตุการณ์ต่างๆที่ฉันโดนฟองเบียร์ข่มขืน มันเหมือนกับที่ชมพูโดยเฮียฉันข่มขืนนั่นแหละ น่าจะอารมณ์เดียวกัน อารมณ์ที่ไม่สมยอม อารมณ์ที่สมเพชตัวเอง

            มันไม่ได้มีความฟินบ้าบอคอแตกอะไรนั่นเลย ตรงกันข้ามมีแค่ความอดสูและสมเพชตัวเองเท่านั้น

            โกหก! อีตอแหล! มึงสมควรตายซะ! มึงต้องตาย!”

            “อื้อ! แค่กๆ!” ฉันไอออกมาเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจที่ติดขัดมากยิ่งขึ้น มันหายใจไม่ออก รู้สึกทรมานจนร่างกายดิ้นพล่านไปหมด

            มึงต้องตาย! มึงมันกะหรี่!”

            “อื้อ! แค่กๆ! ปะ..ปล่อย

            มือไม้ของตัวเริ่มชาขึ้นเรื่อยๆจนมันเหมือนไม่มีแรง ร่างกายที่ดิ้นพล่านด้วยความทรมานก็เริ่มดิ้นขัดขืนน้อยลงกว่าเดิม สายตาเริ่มพร่ามัวเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ลมหายใจเริ่มขาดเป็นช่วงๆ สติสัมปชัญญะของฉันค่อยๆเริ่มลางเลือนลงทีละนิด

            ตุบ!

            “อ๊ะ!” ฉันร้องออกมาเมื่อร่างใหญ่ของชายตรงหน้าล้มฟุบลงบนตัก

            อาการโล่งทำให้ฉันรีบสูดอากาศเข้าปอดแรงๆ หัวใจระดมเต้นไม่เป็นจังหวะ มันทั้งตกใจ ทั้งกลัว มันผสมปนเปกันไปหมดเลย

            ไง?เสียงทุ้มเอ่ยทักด้วยท่าทางเดิมๆ ใบหน้ามึนๆ กับเสียงราบเรียบในแบบฉบับของ..

            ฟองเบียร์...

            ฮึก.. ไอ้บ้าเอ๊ย!” ฉันร้องไห้โฮ ก้มหน้าลงซุกกับมือทั้งสองข้างของตัวเอง

            ร้องไห้ทำไม?

            ฮึก.. ฮือ..

            “ลงมาได้แล้วเขาพูดแบบนั้นทำให้ฉันผลักร่างที่สลบเหมือบอยู่บนตักออก จากนั้นจึงเปิดประตูแล้วก้าวเท้าออกมา แต่อาการแข้งขาอ่อนกลับเล่นงานฉัน

            พรึ่บ!

            ตุบ!

            “ฮึก.. ฮือ..ร่างของฉันร่วงลงสู่พื้นถนนที่ร้อนไปด้วยไอแดด ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย ตอนนี้รู้สึกอยากจะตายมากกว่าอีก

            ลุกขึ้นได้แล้วเขาเดินเข้ามาเพราะฉันสังเกตเห็นปลายเท้า ร้องไห้เป็นเด็กไปได้

            “ฮึก.. ฮึก..เขาพยุงฉันขึ้น

            พอทรงตัวได้ฉันก็ระดมกำปั้นของตัวเองทุบลงไปยังอกแกร่งของเขาไม่ยั้งแรง ระบายความอัดอั้นตันใจออกไปให้หมดเลย ถ้าเขามาไม่ทันป่านนี้ฉันคงได้ตายไปแล้วแน่ๆ

            ทุบทำไม?

            ฮึก.. ไอ้บ้า! นายคิดจะทิ้งฉันไว้นายก็ทิ้ง นายคิดจะปล่อยฉันไว้นายก็ปล่อย จิตใจนายทำด้วยอะไรวะ! นายยังมีหัวจิตหัวใจอยู่ไหม!?” ฉันทุบกำปั้นลงบนอกซ้ายของเขาแรงๆ พยายามทุบให้มันอยู่ในจุดที่หัวใจของเขาเต้นอยู่

          หัวใจมันมี แต่หัวจิตคืออะไร?





เดี๋ยวนะ! เมียแกกำลังดราม่านะฟอง แกใจเย็นๆก่อนนะ แกอย่าเพิ่งไปกวนเมีย 5555

#


#


#


** Talk with me **

แอ๊ะแอ๋ มาแว้วววว แฮร่ๆ หลังจากดองมานาน ก็ได้เวลาอัพให้สักที กร๊ากกกก

ฝากเฮียฟองด้วยนะเคอะ อิอิ 

อย่าลืมแท็ก #ฟองมุดนมเมีย นะ กร๊ากกก>//<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

293 ความคิดเห็น

  1. #286 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 14:55
    ทำไมมันกวนมากกกกกก
    #286
    0
  2. #146 I_WaNabee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 10:23
    555 พระเอกทำไมกวนตรีนนนอย่างนี้ ชอบๆ
    #146
    0
  3. #52 kaew_00 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 09:11
    ชอบที่เมจเป็นจินbtsอะ น่ากวนบาทามาก5555
    #52
    0
  4. #51 ่JYG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 23:46
    รู้สึกอยากถีบอิฟองมาก55555555-นะ- กำลังอินฮาแตกเลยอ่ะ555+
    #51
    0
  5. #50 ซาตาน จำเป็น (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 17:42
    โอ้ย อิฟองจะมึนดูอารมณ์เมียด้วยยย
    #50
    0
  6. วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 17:29
    ฟอง แกช่วยดูอารมณ์เมียแกด้วยนะ บ้า 555555
    #49
    0
  7. #48 gor_iforgifto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 17:29
    มีความกวน
    #48
    0
  8. #46 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:56
    ปากเฮียฟอง โคตรกวนteen 555 ชอบๆ เหมาะกะลามิอาดี
    #46
    0
  9. #45 panglovepm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:54
    อิฟองงงงงงงงงงงงงงง55555556
    #45
    0
  10. #44 gor_iforgifto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 11:35
    อยากให้มาอัพเรื่อยๆเลยย
    #44
    0
  11. #43 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 20:51
    มีความอวด เรื่องเสียซิง แบบนี้ก็ได้เรอะ อิฟอง 555
    #43
    0
  12. #42 KittiyaSansanoh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 20:01
    ต่อๆค่ะ
    #42
    0
  13. #41 Itsmint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 16:22
    เหอะๆๆๆๆ
    #41
    0
  14. #40 bomos (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 16:15
    รออออออจ้าา
    #40
    0
  15. #39 panglovepm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 06:46
    ไม่อยากจะคิดตอนอิฟองมันรู้ว่าเป็นน้องสาวของคู่ปรับนี่คงฮา5555
    #39
    0
  16. วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 22:24
    555 มีความกวนteen สุด ๆ ลามิอาคงปวดหัวแย่
    #38
    0
  17. #37 0624302586 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 18:09
    น่าร้ากกก รอมาอัพน้าาา
    #37
    0
  18. #36 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 14:27
    ฟองนี่กวนโอ๊ยมาก 555 เดี๋ยวโดนเมียตบหน้าแหก
    #36
    0
  19. #35 ่JYG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 11:38
    มีความกวนอ่ะสองพี่น้องนี่555555 อยากให้มีเรื่องเฺฮียฟาห์จังอิอิ
    #35
    0
  20. #34 DalyZii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 09:21
    เต้าขอเฮียฟาห์น้ะไรท์55555
    #34
    0
  21. #33 som4242 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 08:40
    อิ๊บ้าาาาาาา!!!!!....เขิลลลลแทนมวลท้องน้อยหมดเรยอะ55
    #33
    0
  22. #31 ซาตาน จำเป็น (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 09:20
    -จริ๊งงง
    #31
    0
  23. #30 ซาตาน จำเป็น (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 09:20
    เหมือนจะพูดกันไม่รู้เรื่อง555+
    #30
    0
  24. #29 littletoeyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 19:58
    โอ้ยย ปวดหัวแทนลามิอา
    #29
    0
  25. #28 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 13:59
    ชอบคู่นี้ มีความกรียน ด้วยกันทั้งคู่555
    #28
    0