[SetBEAST] || Beast Of Nightmare || ปีศาจยั่วรัก {ลามิอา}

ตอนที่ 14 : BEAST OF NIGHTMARE :: EPISODE 10 100% Loading... อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    28 ม.ค. 61


EPISODE 10

ฮึก.. ฮือ.. เสียงร้องไห้ของชมพูยังดังตามมาติดๆ

ฉันนั่งอยู่ข้างเธอ พลางกอดปลอบประโลมเธอไปด้วย ถึงแม้ชมพูจะอายุเท่าฉัน แต่ระดับความเข้มแข็งในจิตใจของเธอนับว่าต่ำกว่าฉันมาก

ตอนนี้เรานั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมือง เฮียแวมพ์ถูกยิงในระหว่างที่กำลังขับรถไปสนามบิน ตอนนั้นมีลูกน้องเป็นคนขับให้หนึ่งคน แต่รู้สึกว่าลูกน้องคนนั้นจะถูกยิงตายไปแล้ว เฮียฉันโทรหาพี่ชายของชมพูให้ไปช่วยหลังจากถูกถล่มยิง ก่อนหน้านั้นเขายังไม่หมดสติ

ขอบคุณมากนะพี่พอร์ชฉันบอกกับคนที่ยืนเท้าเอวอยู่ตรงหน้า

ไม่เป็นไรพี่พอร์ชบอกเสียงเรียบ ใครมันกล้าขนาดนี้วะ

“…….” ฉันนิ่งเงียบ โดยที่ตอนนี้ก็สงสัยไม่ต่างไปจากพี่พอร์ชเหมือนกัน ชมพู.. เธออยู่ที่นี่คนเดียวได้ไหม?ฉันหันไปถามชมพูที่เอาแต่นั่งร้องห่มร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน

ดะ..ได้ ฮึก.. แล้วธะ..เธอจะไปไหน?ฉันขมวดคิ้วทันทีเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา ดวงตากลมโตนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสๆ จมูกเล็กๆของเธอแดงจนน่ากลัว

ฉันจะให้พี่ชายเธอพาไปดูรถที่เฮียฉันโดนถล่มยิงหน่อยฉันมองไปที่พี่พอร์ช พอเขารู้เจตนาที่ฉันจะสื่อถึงได้พยักหน้าตอบกลับมา

ฮึก.. ใครมันชั่วขนาดนี้นะ! ฮึก.. ฉันเกลียดมัน!” ฉันถอนหายใจเมื่อได้ยินประโยคที่ชมพูเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ฉันก็แค้นไม่ต่างจากเธอ

ใจเย็นๆก่อนชมพู ตั้งสติฉันเอื้อมมือไปคว้ามืออันเย็นเฉียบของเธอมากุมไว้ พยายามแกะมือเล็กที่กุมกันแน่นออก

ฮึก.. ฮือ.. กลับมาเร็วๆนะลามิอาชมพูโผเข้าหาฉัน

ฉันลูบแผ่นหลังบางนั่นเบาๆ พลางพูดปลอบโยนเธอ เฮียฉันต้องไม่เป็นอะไร เฮียฉันมันหนังเหนียว ไม่ตายง่ายๆหรอกนะ เธออย่ากังวลไปเลย

ฮึก.. ฮึก.. รีบกลับมานะลามิอา รีบมาหาฉันนะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวฉันผละออกจากร่างของเธอ ก่อนที่มือทั้งสองจะเคลื่อนไปวางแหมะอยู่ที่ไหล่มนทั้งสองข้างของชมพู

แล้วฉันจะรีบกลับมาฉันบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคงหนักแน่น ไปกันเถอะพี่พอร์ชก่อนจะหันไปหาพี่พอร์ชพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

ฉันต้องไปดูให้แน่ใจว่าวิถีกระสุนที่เฮียฉันโดน มันเจตนาฆ่าเฮียฉันหรือต้องการฆ่าแค่ลูกน้องของเฮียฉันกันแน่!

 

ตึกร้างที่ตั้งเรียงรายกันมากมายนับสิบตึก บนตึกถูกฉาบด้วยสีขาว มีรอยสเปรย์ที่ฉีดบนผนังด้วยฝีมือของพวกนักวาดอิสระที่ต้องการรังสรรผลงานลงบนที่แห่งนี้ บรรยากาศวังเวงในขณะที่ตอนนี้เป็นตอนกลางวันแสกๆ ทำให้ฉันอดที่จะยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไม่ได้ ดูเหมือนว่าเฮียฉันจะขับรถเข้ามาหลบอยู่ที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากพี่พอร์ชหลังจากที่ลูกน้องของตัวเองถูกยิงเสียชีวิต

สัตว์โลกย่อมรักชีวิตตัวเองเสมอ เฮียฉันก็เหมือนกัน..

ตอนฉันเข้ามารับไอ้แวมพ์ สภาพรถดูแทบไม่ได้ฉันได้ยินเสียงพี่พอร์ชพึมพำตามหลังมา

ฉันแค่อยากมาดูวิถีกระสุนให้แน่ใจฉันบอก

รถอยู่ฟากตึกฝั่งโน้นฉันหันกลับไปมองพี่พอร์ชที่ชี้นิ้วไปยังตึกอีกฟากหนึ่ง

สองเท้าเร่งจ้ำอ้าวเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ รถยนต์คันสีดำ หมายเลขทะเบียนที่บ่งบอกว่าเป็นรถของเฮียฉันอย่างแน่นอนจอดนิ่งสนิทอยู่ใต้ตึกร้างสีขาว ฉันเดินไปที่หน้ารถ มองผ่านกระจกที่มีรอยพรุนนับสิบรอยเข้าไป ตรงเบาะคนขับมีรอยเลือดสีแดงเป็นวงกว้าง ถัดไปเป็นเบาะด้านหลังก็ถูกฉาบไปด้วยเลือดเช่นเดียวกัน

ฉันมองกระจกหน้าอย่างพินิจพิจารณาพลางย่างเท้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อที่จะได้สังเกตอะไรต่อมิอะไรให้ชัดเจนขึ้น วิถีกระสุนที่ถูกสาดเข้ามายังตัวรถไม่ได้เจาะจงว่าต้องการฆ่าใครคนใดคนหนึ่งหรือต้องการที่จะจงใจให้ใครบางคนเสียชีวิต แต่นี่คือการกราดยิง และมันเดาได้ไม่ยากเลยว่า..มีคนต้องการที่จะล้มเฮียฉัน!

ดูจากกระสุนที่ถูกยิงเข้าไปทางด้านหน้ารถทั้งซ้ายและขวาแล้ว เหมือนกับว่าคนยิงต้องการให้คนในรถไม่ว่าจะนั่งอยู่ในตำแหน่งไหนของรถได้รับบาดเจ็บ แต่การสาดกระสุนยิงแบบไม่ยั้งขนาดนี้คงไม่ได้หวังแค่ให้บาดเจ็บอย่างเดียวแน่นอน ฉันคิดว่าคนยิงหมายหัวเฮียฉันด้วย

นี่มันกราดยิงฉันพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปแตะฝากระโปรงรถด้านหน้า

ใช่พี่พอร์ชยืนยันอีกเสียง ฉันว่าตอนนี้มีคนตั้งใจจะเอาชีวิตพี่ชายเธอที่เป็นน้องเขยฉัน

คิ้วฉันขมวดเข้าหากัน สมองทุกส่วนถูกระดมความคิดอย่างหนัก แต่เฮียฉันก็ไม่ได้มีปัญหากับลูกค้าคนไหน

ทำไมไม่คิดว่าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของพี่ชายเธอล่ะ?” ฉันหันขวับไปจ้องพี่พอร์ชทันที

แต่ตลอดที่ผ่านมา พวกนั้นไม่เคยกล้าทำอะไรเปิดเผย พวกนั้นไม่เคยทำอะไรอุกอาจกับเฮียฉันแบบนี้

มันไม่ใช่อดีตแล้วนะลามิอาฝ่ามือของพี่พอร์ชแตะลงบนไหล่ข้างขวาฉันก่อนจะออกแรงบีบนิดๆ ทุกคนต่างก็ต้องขยายอำนาจ ยิ่งเฮียเธอโค่นยากเท่าไหร่ ไอ้พวกนั้นมันก็ยิ่งอยากล้มเฮียเธอมากเท่านั้น

แต่ว่า..ฉันไม่อยากยอมรับมันเลยจริงๆ แต่ที่พี่พอร์ชพูดมามันก็ถูก ฉันเถียงอะไรไม่ได้

ฉันจะช่วยสืบอีกแรง ไอ้แวมพ์มันเป็นน้องเขยฉัน เป็นแฟนกับน้องฉันก็เท่ากับว่าเป็นน้องฉันนั่นแหละฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่พอร์ช

แล้วต่อไป.. เฮียฉันก็ตกอยู่ในอันตรายงั้นหรอ?ฉันบังคับเสียงสั่นเครือของตัวเองที่เอ่ยออกไปให้เป็นปกติไม่ได้เลย

ฉันไม่ได้อยากโกหกเธอหรอกนะ แต่เธอต้องยอมรับความจริงเรื่องนี้ฉันหลุบตาลงมองพื้น ม่านตาเริ่มพร่ามัว

แล้วทำไมต้องเป็นเฮียฉัน!? ฮึก..ในที่สุดความเข้มแข็งที่สะสมมาตลอดชีวิตของฉันก็พังทลายลงต่อหน้าต่อตาคนเป็นพี่ชายของชมพู ฉันไม่ได้ต้องการชีวิตแบบนี้!”

ตั้งสติก่อนลามิอา ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ แต่ที่พี่ชายเธอทำทั้งหมดมันก็เพื่อเธอเพื่อน้องๆไม่ใช่หรือไง มันก็ใช่ไง

แต่นี่มันไม่ใช่ชีวิตที่ฉันต้องการ ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครมาก้มหัวให้ฉันแบบที่เฮียทำ..

ฮึก.. แล้วมันคุ้มตรงไหน!? ต้องมาโดนยิง โดนแทง โดนทำร้ายปางตายแบบนี้ ตอบสิพี่พอร์ช! มันคุ้มมากไหมที่ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงแบบนี้!?”

ปึก!

ประโยคสุดท้ายฉันตวาดออกไปเท่าที่เสียงตัวเองจะมีพร้อมกับกำปั้นที่ถูกใช้ทุบลงบนอกแกร่งของพี่พอร์ชไปอีกหนึ่งที น้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่ไหลพรากลงอาบแก้ม ฉันไม่สนว่าใครจะมาเห็นความอ่อนแอไหม แต่ตอนนี้ฉันจะเข้มแข็งไปเพื่อใคร ในเมื่อพี่ชายคนโตก็เข้าไปนอนอยู่ในห้องฉุกเฉิน ถูกยิงอาการสาหัส แล้วพี่คนรองทั้งสองคนล่ะ จะถูกตามฆ่าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้!

ใจเย็นๆสิวะเสียงของพี่พอร์ชไม่ได้ตวาด เขาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงปกติ แต่มันกลับแผ่วเบา

ฮึก.. ฉันจะถูกตามฆ่าเมื่อไหร่ยังไม่รู้เลย!” ฉันระบายคำพูดทั้งหมดออกมาพร้อมกับซบหน้าลงบนอกของพี่พอร์ช

เธอไม่ถูกฆ่าง่ายขนาดนั้นหรอกน่าฉันแค่นเสียงในลำคอเมื่อได้ยินที่พี่พอร์ชพูด

หึ..

การมีชีวิตอยู่มีอยู่สองจำพวก..

พวกแรกคือพวกที่มีชีวิตอยู่บนโลกด้วยความสุข มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆแม้จะไม่มีทางรู้เลยว่าชีวิตจะต้องเจอกับอะไรบ้างในอนาคต

ส่วนพวกที่สองคือพวกที่จำใจมีชีวิตอยู่บนโลก ไม่มีกำลังใจพอที่จะทำให้ชีวิตตัวเองดำเนินไปได้

และสุดท้าย.. ชีวิตของคนจำพวกที่สองอาจลงเอยด้วยการจบชีวิตลงอย่างอนาถ

 

{Fongbia Part}

ปึก!

อะไรอีกวะ!?”

เสียงหงุดหงิดของไอ้ฟาห์ดังขึ้นหลังจากที่ผมเขวี้ยงหมอนไปใส่มันด้วยแรงทั้งหมดที่มี โทรศัพท์ที่มันใช้คุยกับใครบางคนก่อนหน้านี้หล่นตกลงพื้นจนหน้าจอดับไป มันหันมาจ้องผมเขม็ง

มึงทำนอกเหนือจากที่กูสั่ง!” ผมบอกเสียงเครียด หางคิ้วกระตุกเป็นพักๆเนื่องจากอาการโมโห

มึงเป็นน้องกู ไม่มีสิทธิ์มาสั่งกูมันบอกพร้อมกับก้มลงเก็บโทรศัพท์มือถือบนพื้น

กูจะฟ้องป๊าเรื่องนี้!” ผมขู่

คิดว่าทำได้ก็ลองมันเหยียดยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงนอนที่โซฟา

กูไม่ได้ต้องการให้มึงสั่งคนไปยิงมันแบบนั้น!” ผมตวาดลั่นจนเสียงดังก้องห้อง

มึงแค้นมันไม่ใช่หรือไง?ไอ้ฟาโรห์เลิกคิ้วขึ้นมองผม

แต่กูไม่ได้ต้องการให้มันตาย!” เสียงหอบหายใจของผมรุนแรงมากขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มเหยียดที่มุมปากของฟาโรห์พี่ชายแท้ๆของตัวเอง กูแค่อยากสั่งสอนมัน ไม่ได้อยากให้มันตาย อีกอย่าง.. ที่มึงทำแบบนี้ พ่อของไอ้เกอร์จะถูกเพ่งเล็ง!”

ถูกเพ่งเล็งแล้วไงวะ? กูก็ช่วยอยู่ดีไอ้ฟาโรห์บอกอย่างไม่ทุกข์ร้อน

เรื่องนี้มึงไม่ต้องยุ่งแล้ว ปล่อยให้กูจัดการ

หลังจากที่ผมได้ข่าวจากลูกน้องของไอ้เกอร์ว่ารถของไอ้แวมไพร์ถูกถล่มยิง ผมก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของใคร คนที่ได้ประโยชน์ทางตรงก็คือไอ้ฟาโรห์ มันต้องการแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มันอยากให้ไอ้แวมไพร์ล้มมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทำไมผมจะเดาไม่ออกว่าเป็นฝีมือของพี่ชายตัวดีคนนี้

มึงกำลังใจอ่อนนะฟองเบียร์ไอ้ฟาโรห์หรี่ตามองผม

ผมขมวดคิ้ว ยังไง!?”

วันนั้นที่มึงพายัยนั่นมา มึงไม่ได้ทำอะไรยัยนั่นใช่ไหม?ผมกัดฟันแน่นพร้อมกับกำมือเข้าหากัน

เรื่องของกู มึงไม่ต้องเสือกผมว่าก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องของมัน

แต่ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขาแม้แต่ก้าวเดียวก็ถูกรั้งไว้ด้วยคำพูดของไอ้ฟาโรห์

มึงกำลังใจอ่อนให้กับผู้หญิงคนนั้นผมหมุนตัวหันกลับไปจ้องหน้ามันทันที

ไอ้ฟาโรห์จ้องผมด้วยสายตาราบเรียบ มันหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาก่อนจะชูขึ้น ผมเพ่งมองรูปใบนั้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว ผู้หญิงในรูปทำให้หัวใจของผมแทบจะสลายลงตรงนี้

มึงเอามาจากไหน!?” ผมถามมันเสียงสั่น

มึงอยู่คอนโดเดียวกับกูนะฟองเบียร์ อย่าลืมไอ้ฟาโรห์ตอบ

“…….” ผมเงียบ ทั้งร่างสั่นไปหมดจนยากจะควบคุม

แถมกูยังรู้ด้วยว่ามึงกับผู้หญิงในรูปนี้คบกันมาสามปีแล้วคำว่าสามปีที่ไอ้ฟาโรห์บอกเปรียบเสมือนดาบคมกริบที่บาดลึกเข้ามาในใจผม

เอารูปนั้นไปเผาไฟทิ้งซะ!” ผมกัดฟันกรอดพร้อมกับตวาดลั่น

กูรู้ว่ามึงไม่ได้อยากเผามันทิ้งหรอกฟองเบียร์ มึงรักผู้หญิงคนนี้มาก และเขาสำคัญกับมึงแค่ไหน มึงรู้ตัวเองดี

.ใช่.. ผู้หญิงในรูปสำคัญกับผมมาก

เพราะเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของผม ผมกับเธอคบกันมาแล้วสามปี ผมรักเธอ และยังรู้ด้วยว่าเธอก็รักผมเหมือนกัน

กะ..กูจะไปแล้ว ฝากมึงเอารูปนั้นเก็บไว้ที่เดิมด้วยผมหมุนตัวหันกลับไปยังประตูแล้วหลุบตาลง

น้ำตาหยดแรกจากหางตาไหลออกมา...

มึงรักเขามาก เพราะฉะนั้นงานนี้อย่าใจอ่อนนะฟอง กูเตือนแค่นี้เสียงไอ้ฟาโรห์ยังคงดังตามหลังมาเมื่อผมก้าวเท้าแรกออกจากประตูไป

ได้.. กูจะไม่ใจอ่อนผมบอกเสียงหนักแน่น

ต่อจากนี้.. ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

 

{Lamiah Part}

ฮึก.. ฮือ..เสียงร้องไห้ของชมพูยังคงดังออกมาจากร่างบางที่นั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง

ฉันหันไปมองพี่พอร์ชที่ยืนอยู่ด้านข้าง พี่พอร์ชถอนหายใจแล้วยักไหล่อย่างไม่รู้จะทำยังไงดี ฉันก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจเหมือนกัน ถามว่าอยากร้องไห้ไหม ฉันร้องมันออกไปหมดแล้วตอนอยู่ที่ตึกร้าง และถ้าตอนนี้ฉันร้องไห้อีก ใครจะเป็นคนอยู่ปลอบชมพู

ฉันเดินเข้าไปทรุดตัวนั่งลงข้างชมพู มือข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะไหล่เธอพลางออกแรงบีบมันเบาๆเพื่อให้กำลังใจ ฉันเข้าใจชมพูมาโดยตลอด ฉันเคยเห็นน้ำตาแห่งความอ่อนแอของชมพูมามากจนรู้ว่าเธอรู้สึกแย่แค่ไหนที่ร้องไห้ออกมา

ไม่เป็นไรนะฉันปลอบเสียงเบา

ฮึก.. ฮึก..ตัวชมพูสั่นสะท้านจนในใจฉันวูบไหว

กึก!

ชมพูโผเข้ากอดฉันอย่างรวดเร็ว เธอซบใบหน้าลงตรงคอฉัน ผิวฉันสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอุ่นๆของของเหลว น้ำตาของเธอ.. ฉันวางมือทั้งสองข้างของตัวเองลงบนแผ่นหลังบอบบางนั่นเบาๆพลางลูบขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่ง

เฮียฉันต้องไม่เป็นไรฉันปลอบเธอ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันก็แอบปลอบใจตัวเองเหมือนกัน

ถ้าฉันรู้ว่าใครเป็นคนทำ รับรองว่าทุกอย่างจะต้องกลับไปหามันแบบที่เฮียฉันโดนมากกว่าอีกเท่าตัว

 

ฉันกลับมาที่BEAST CLUBพร้อมกับพี่พอร์ช วันนี้พี่พอร์ชอาสามาช่วยคุมคลับให้ เพราะกลัวจะมีคนกล้าเข้ามาระรานถึงคลับอีก ส่วนชมพูก็ให้อยู่เฝ้าเฮียแวมพ์ที่โรงพยาบาล เพราะเธอไม่ยอมกลับ เธอบอกว่าเธอจะไม่กลับจนกว่าเฮียฉันจะฟื้นขึ้นมา

ฉันบอกใจตัวเองให้นิ่งและสงบลง พยายามใช้สมองมากกว่าขาดสติ คิดทุกอย่างให้รอบคอบ ฉันตัดสินใจโทรบอกเรื่องนี้กับเฮียเซนและเฮียไซ พวกเขารับรู้เป็นที่เรียบร้อย และกำลังเดินทางมาที่ไทยเพื่อมาเยี่ยมเฮียแวมพ์ และมาคุยเรื่องที่เฮียแวมพ์โดนลอบทำร้ายกับฉัน

ขอบคุณนะพี่พอร์ชฉันหมุนตัวกลับไปหาพี่พอร์ชพร้อมกับส่งยิ้มที่แห้งเหี่ยวของตัวเองไปให้

ไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันคุมที่นี่ให้พี่พอร์ชพยักหน้า ฝ่ามือหยาบใหญ่เอื้อมมาลูบผมฉันเบาๆ เธอก็เหมือนน้องสาวฉัน ขอบคุณที่ดูแลน้องฉันมาตลอดนะลามิอา

“…….” ฉันพยักหน้ารับ นัยย์ตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ

มันปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าคนเราอ่อนแอกันทุกคน หรือใครจะเถียงว่ามีบางคนที่เข้มแข็งได้ตลอดเวลา

ฉันรู้ว่าเธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีหัวใจ รับรู้ได้ทั้งความเจ็บปวดและดีใจ ไม่เป็นไรนะ อ่อนแอบ้างก็ไม่เป็นไรฉันช้อนตาขึ้นมองพี่พอร์ช

น้ำตาหนึ่งหยดจากดวงตาข้างขวาไหลลงที่ข้างแก้ม..

ฮึก..

กึก!

ฉันโผเข้ากอดพี่พอร์ชเต็มแรงจนร่างแกร่งของเขาเซไปด้านหลังเล็กน้อย เขาเหมือนเฮียแวมพ์มาก ทั้งนิสัยและการพูดจา แผ่นหลังที่เรียบตึงของฉันสะท้านเบาๆเมื่อสัมผัสได้ถึงวงแขนแข็งแรงที่โอบรอบตัวเอง ฉันกระชับกอดพี่พอร์ชให้แน่นขึ้น

ไม่เป็นไร ไปนอนเถอะพี่พอร์ชบอกพร้อมทั้งลูบแผ่นหลังฉันไปมาคล้ายกับกำลังปลอบโยนกัน

ชั่วจังหวะหนึ่ง.. ฉันผละออกมาก่อนจะยิ้มให้พี่พอร์ชแล้วหมุนตัวเองเดินกลับไปยังห้องนอน

ทันทีที่เข้ามาในห้อง ฉันตรงไปที่โต๊ะข้างเตียง กรอบรูปที่ด้านในบรรจุรูปของพวกเราสี่พี่น้องเอาไว้ ฉันหยิบมันขึ้นมากำไว้แน่นแล้วซบหน้าลงบนนั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลพรั่งพรูออกมาจนมันหยดลงกับกรอบรูป ฉันสะอื้นจนได้ยินเสียงตัวเองอีกหนึ่งที

Rrrr!

เสียงริงโทนของมือถือที่ดังออกมาจากกระเป๋าสะพายด้านข้างลำตัวทำให้ฉันชะงัก ฉันวางกรอบรูปกลับเข้าที่เดิมแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา วาดนิ้วไปที่ด้านข้างเพื่อกดรับสาย ในขณะที่อีกมือยกขึ้นปาดน้ำตาตัวเองออกลวกๆ

ว่าไงวาด?ฉันทักปลายสายด้วยเสียงอันแผ่วเบา

[ทำไมเสียงเธอเป็นแบบนี้อ่ะ? เป็นหวัดหรอ?] ภาพวาดถามกลับมาเมื่อได้ยินเสียงฉัน

“…….” ฉันเงียบไป ก่อนจะตัดสินใจตอบวาดไปว่า อื้อ..

ความจริงแล้วฉันอยากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ภาพวาดได้ฟัง แต่เขาเป็นคนนอก เฮียฉันจะบาดเจ็บมากมายขนาดไหนก็ไม่ควรให้เขาต้องมารับรู้ด้วย มันเป็นเรื่องในครอบครัวของฉัน เพราะฉะนั้นอย่าบอกให้ภาพวาดรู้เลยจะดีกว่า

[เธอโอเคไหม? กินยายัง?] วาดถามฉัน

กินแล้วฉันตอบพลางทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง

ฉันหลับตาลง.. ปีนี้เป็นปีชงของฉันหรือไงกัน ทำไมเรื่องแย่ๆต้องเข้ามาพร้อมกับอะไรดีๆ

[ลามิอา] ภาพวาดเรียกชื่อฉัน

หืม..ฉันครางรับ เมื่อยล้าไปทั้งร่างกายเลยตอนนี้

[เธอมีอะไรไม่สบายใจ เล่าให้ฉันฟังได้] ฉันถอนหายใจยาวเมื่อได้ยินสิ่งที่วาดพูด

ถ้านายรับรู้แล้วจะช่วยอะไรฉันได้ล่ะวาด

ไม่เป็นไร ฉันโอเคฉันตัดสินใจตอบวาดไป

[เธออาจจะยังระแวงฉัน หรืออาจจะยังไม่เชื่อใจฉัน แต่เชื่อเถอะว่าฉันไม่มีวันคิดร้ายกับเธอ ฉันสาบาน…]

“…….”

[……..] เราทั้งสองคนต่างก็นิ่งเงียบ

มีเพียงเสียงลมหายใจอันแผ่วเบาของเราทั้งคู่เท่านั้นที่เล็ดลอดเข้ามาในสายจนได้ยินมันเป็นจังหวะ น้ำตาฉันคลอที่ดวงตาก่อนจะกลิ้งหลุนๆไปตามหางตาแล้วหยดลงบนที่นอน เสียงสะอื้นของฉันดังขึ้นหลังจากนั้น

โดยที่ฉันกับวาดไม่ได้คุยอะไรกันอีก..

เพียงแค่เรา.. นอนฟังเสียงลมหายใจอันแผ่วเบาของกันและกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

293 ความคิดเห็น

  1. #285 Flamingo_i (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 19:25
    ปมเยอะเวอร์5555 เราชอบมากอ่ะเนื้อเรื่องแบบไม่ได้มีฉากsexตลอดเวลาแต่มีฉากที่พระเอดขู่นางเอกตอนอยู่ดาดฟ้าออะ คือดีมากให้ฟิวความรู้สึกแรงๆ รอเด้ออออ
    #285
    0
  2. #283 yui-oi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 17:35
    ภาพวาดคู่กับคีตะนิ ไรต์เปิดเรื่องyไว้
    #283
    0
  3. #281 beam-chida (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 19:46
    หายไปไหนอ่ะ รออยู่นะตัวเทอ~~~
    #281
    0
  4. #279 maeyemind (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 21:18
    ปมเยอะไปไหนนน
    #279
    0
  5. #278 numerous2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 19:03
    รออ่านจ้า
    #278
    0
  6. #276 WareeyaThiangram (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:39
    เฮียแวมไพน์อย่าเป็นอะไรนะ
    #276
    0
  7. #275 dsnfdskjfpodsl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:13
    รออออออค่ะรอออออ
    #275
    0
  8. #274 I_WaNabee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:59
    ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นลามิอานั่นแหล่ะ​ คิดว่างั้นนะ! ลามิอาความจำเสื่อมแน่ๆ
    #274
    0
  9. #273 CosecA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 21:54
    สงสารลามิอา ฮือๆ ฟองเบียร์นายมันโหดร้ายยยยย
    #273
    0
  10. #272 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 20:49
    มีอาน่าสงสารจังววง
    #272
    0
  11. #271 dsnfdskjfpodsl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 00:47
    โอ้ยยยยยรอนะคะๆ
    #271
    0
  12. #270 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 23:37
    ใครอะ ผญ.คนนั้น
    #270
    0
  13. #269 gor_iforgifto (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 23:29
    ปมเยอะปมแยะ
    #269
    0
  14. #268 I_WaNabee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 22:33
    ผู้หญิงคนนั้นคือใคร!!
    #268
    0
  15. #267 ช็อกโกแลตร้อน/Hot chocolates (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:32
    ผู้หญิงในรูปคือใครรรรรรรรรรร
    #267
    0
  16. #265 Mini_MiniHeart (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 06:28
    ฟองเบียร์สั่งทำหรือป่าวว??
    #265
    0
  17. #264 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 01:49
    ใครทำเฮียแวม
    #264
    0
  18. #262 Kaewkanya1414 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 22:25
    รอออออ
    #262
    0
  19. #261 I_WaNabee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 22:07
    ทำไมต้องฆ่าด้วยล่ะ หวังว่าฟองจะไม่ทำอะไรแบบนั้นกับเฮียแวมนะ อย่างน้อยก็พี่ชายเมีย!!
    #261
    0
  20. #259 I_WaNabee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 08:24
    รอออออ
    #259
    0
  21. #258 annjaijai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 07:01
    รอออออออ
    #258
    0
  22. #256 Benzabens (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 01:23
    เจิมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #256
    0
  23. #254 Frongkanokpan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 23:19
    เจิมๆๆๆๆ รออออ
    #254
    0
  24. #253 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 23:19
    เจิมมมม
    #253
    0
  25. #252 beam-chida (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 23:19
    เจิมมมมมมม
    #252
    0