[SetBEAST] || Beast Of Nightmare || ปีศาจยั่วรัก {ลามิอา}

ตอนที่ 12 : BEAST OF NIGHTMARE :: EPISODE 08 100% {อัพครบ}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    11 ม.ค. 61


EPISODE 08

                ลามิอาทำหน้ามุ่ยแล้วสะบัดแขนออกจากพันธนาการของผม เธอหันไปยิ้มให้ไอ้หน้าหล่อตรงหน้าโดยที่ไม่ได้สนใจผมอีก ทำราวกับผมไม่ได้ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ ผมขมวดคิ้วแล้วเดินเข้าไปยืนซ้อนที่ด้านหลังเธอ

                ฉันไม่เป็นไรหรอก นายล่ะเป็นอะไรไหม?คำถามที่ออกจากปากเธอดูเป็นห่วงเป็นใยไอ้บ้านี่เหลือเกิน

                ไม่ได้อิจฉาหรอกนะ ก็แค่ไม่อิน..

                ไม่ๆ ฉันไม่เป็นไรผมเหลือบสายตาตัวเองลงมองแขนที่ขึ้นรอยแดงที่ข้อศอกของเธอ จากนั้นก็ทำได้แค่แค่นยิ้มให้ลามิอา บอกไม่เป็นไรทั้งๆที่แขนแดงจนถลอกแบบนี้เนี่ยนะ

                งั้นฉันขอเบอร์เธอไว้เลยได้ไหม? เผื่อฉันจะได้โทรถามอาการแบบนี้แม่งหลอกขอเบอร์ชัดๆเลยป่ะวะ ถ้ายัยบ้านี่โง่ให้ก็ควายเต็มทนแล้ว

                เอามือถือมาดิหว่างคิ้วผมยิ่งขมวดกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคของลามิอา

                ผมก้มหน้าลงกระซิบที่ข้างหูเธอเบาๆ คันขนาดนั้น?

                ชั่ววินาทีต่อมาผมถึงได้ยินเสียงคล้ายเสียงกัดฟันที่ดังออกมาจากปากเธอ พร้อมกับเสียงกระซิบตอบกลับมาว่า เออ

                ผมเงยหน้าขึ้นและมองไปยังไอ้ผู้ชายที่กำลังหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วยื่นส่งให้ลามิอา ผมจ้องมัน แน่นอนว่าสายตาบ่งบอกชัดเจนว่าอยากมีเรื่อง มันก็จ้องผมตอบเหมือนกัน ไม่กลัวผมเหมือนกันด้วย

                ลามิอากดเบอร์ลงไปบนแป้นพิมพ์ในโทรศัพท์มือถือของไอ้หมอนั่นแล้วยื่นส่งคืนให้มัน พอมันรับกลับไป มันถึงส่งยิ้มกลับมาให้ลามิอา ซึ่งลามิอาก็ยิ้มตอบเหมือนกัน ผมมองรอยยิ้มนั้นอย่างไม่ชอบใจนัก รำคาญ! ขัดหูขัดตา!

                พอไอ้บ้านั่นขับออกไป ผมถึงพูดขึ้นว่า แจกยิ้มเรี่ยราด ระวังพลาดท้องขึ้นมา

                และได้ผล เธอหันขวับมามองผมตาขวาง ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวออกไปจากตรงนี้

                ผมแค่นยิ้มให้กับแผ่นหลังตั้งตรงที่กำลังเดินออกไป เธอพยศเก่ง ผมรู้

                และผมยังรู้อีกด้วยว่าพวกพยศเก่งๆแบบนี้มันปราบได้ไม่ยาก

 

                {Lamiah Part}

                เฮ้อ..

                เสียงถอนหายใจยืดยาวดังมาจากโซฟาตัวตรงข้ามฉัน ฉันลดแก้วน้ำดื่มในมือลงวางบนโต๊ะ ก่อนจะเปล่งเสียงถามคนตรงหน้าออกไปอย่างใคร่รู้สงสัย

                เป็นอะไร? ทำไมต้องถอนหายใจขนาดนั้นด้วยฉันมองชมพูที่นั่งเอามือท้าวคาง มืออีกข้างกำลังจิ้มช้อนส้อมลงบนขนมปังในจานจนมันพรุนไปหมดแล้ว

                เดี๋ยวนี้เฮียเธอมีงานบ่อยจังเลยนะลามิอา ฉันอ๋อทันทีเมื่อได้ยินเธอพูด อาการแบบนี้เขาเรียกคิดถึงสามีแหงๆ

                ปกติฉันตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่อีกฟากของโต๊ะขึ้นมาอ่านเมื่อก่อนยุ่งกว่านี้อีกนะ แทบไม่ได้ไปเรียนเลยล่ะ

                ฉันอยากไปด้วยก็ไม่ให้ไป เฮียเธอคงไม่ได้แอบไปมีหญิงอื่นหรอกนะลามิอาจังหวะที่ฉันเงยหน้าขึ้นก็เจอสายตาเชิงกดดันจากชมพูทันที แถมยัยนี่ยังหรี่ตามองฉันราวกับกำลังจับผิดด้วย

                นี่ฉันไม่ได้สามีนางนะเว้ย! จ้องฉันแบบนี้หมายความว่าไง

                ไม่รู้สิฉันตอบเลี่ยงดราม่า

                ปกติเวลาไปคุยงานหรือติดต่องานที่ต่างประเทศ มักจะเจอลูกค้ามากหน้าหลายตา แต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป บางคนก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฮียฉัน บางคนก็อายุมากกว่า บางคนเป็นผู้หญิง บางคนเป็นผู้ชาย ยิ่งถ้าเจอลูกค้าประเภทผู้หญิงนี่เฮียฉันยิ่งต้องตามใจ มันก็เป็นปกตินั่นแหละเวลาที่เราต้องการจะเอาใจลูกค้า เพราะนี่คือกลยุทธ์ทางการตลาดไง

                ใครบ้างจะไม่รู้..

                ฮึก.. ฮือ.. เธอพูดแบบนี้ได้ไงฉันรีบวางหนังสือพิมพ์ที่อ่านอยู่ลงแทบไม่ทันเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นแหลมเล็กจากคนตรงหน้า

                เฮ้ย.. จะ..ใจเย็นก่อน ฉันแค่ล้อเล่นชมพูนั่งร้องไห้น้ำตาซึม ฉันตกใจจนแทบจะกระโดดข้ามฟากไปหาเธอ ขืนเฮียฉันรู้ว่าฉันทำเมียเขาร้องไห้ล่ะก็ ฉันโดนเฮียแวมพ์สวดยับแน่

                ฮึก.. ฮือ.. ไม่ต้องเลย เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าเฮียเธอไปหาผู้หญิงอ่ะ เธอเลยไม่อยากให้ฉันไปกับเขาด้วยไปกันใหญ่แล้วเว้ย ทำไงดีวะ

                ฉันลุกจากโซฟาแล้วเดินอ้อมโต๊ะไปฝั่งเธอ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆชมพู จากนั้นจึงรั้งร่างของเธอเข้ามาในอ้อมกอดของตัวเอง ฉันลูบแผ่นหลังบางนั่นเบาๆ ปลอบประโลมเธอด้วยคำพูดที่ทำให้สบายใจขึ้น

                ใจเย็นๆ เธอก็รู้ว่าเฮียฉันรักเธอมากแค่ไหน เธออยู่กับเขามาขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้นิสัยเฮียฉันอีกหรอชมพู?และทันทีที่ฉันพูดจบ ชมพูก็ช้อนตาขึ้นมองฉันแทบจะทันที

                ดวงตากลมโตที่ประดับไปด้วยหยาดน้ำใสๆที่คลอภายในหน่วยตายิ่งบีบให้ยัยนี่ดูตัวเล็กน่าทนุถนอมไปหมดทั่วทุกส่วน ขนาดฉันมองแล้วยังรู้สึกเลยว่าชมพูเป็นผู้หญิงที่ยิ่งดูยิ่งสวยจริงๆ มิน่าล่ะทำไมเฮียฉันมันถึงได้หลงรักหัวปักหัวปำขนาดนั้น ถอนตัวให้ตายยังไงก็ไม่มีทางหลุดพ้น ก็เพราะยัยนี่เป็นแบบนี้นี่เอง

                ไม่หยาบกระด้างเหมือนผู้หญิงทั่วๆไป..

                เธอพูดจริงนะน้ำเสียงสั่นเทิ้มของชมพูทำให้ฉันแทบหลุดขำ

                คือเข้าใจฟีลไหม มันเหมือนเด็กขี้แงไม่มีผิด

                จริงดิฉันพยักหน้าให้ชมพูสองทีพร้อมกับส่งยิ้มให้

                โอเค ฉันเชื่อเธอ ฉันสบายใจละ เดี๋ยวฉันไปนอนแล้วดีกว่า พรุ่งนี้มีควิซตอนเช้าชมพูดันตัวออกจากอ้อมกอดของฉัน เธอปาดน้ำตาที่ซึมอยู่ตรงขอบตาออกลวกๆก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง

                ทำเอาฉันงุนงงและปรับตัวตามสถานการณ์ไม่ถูกเลย อยากร้องไห้ก็ร้องออกมา พออยากจะหยุดก็หยุดเอาดื้อๆแบบนี้เลยหรือไง นี่ยัยนี่ไม่ได้ถูกเฮียฉันทำร้ายจนเป็นไบโพล่าใช่มั้ยเนี่ย

                อ่า.. โอเค ฝันดีนะชมพูยิ้มให้ฉันแล้วรีบเดินออกไป

                ฉันถอนหายใจแล้วเอนตัวลงนอนบนโซฟา พลิกหน้าของตัวเองเข้าหาพนักพิงของโซฟาแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นลูบหน้าของตัวเอง เหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ฉันตั้งใจหลบหน้าฟองเบียร์ ฉันตั้งใจทำแบบนั้น และตอนที่ฉันโดนรถเฉี่ยว ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องเดินเข้ามาในสถานการณ์แบบนั้นแถมยังพูดว่าเขาเป็นสามีฉันด้วย

                ทั้งๆที่ฟองเบียร์ก็แสดงออกชัดเจนว่ากำลังประกาศตัวเป็นศัตรูกับฉัน แต่เขาก็ชอบทำให้ฉันสับสนอยู่ร่ำไป

            นายเป็นใครกันแน่นะฟองเบียร์ฉันหลับตาลงพร้อมกับประโยคสงสัยของตัวเองที่ดังก้องอยู่ในสมอง

 

                {Fongbia Part}

                สองเท้าของผมหยุดลงตรงหน้าคลับแห่งหนึ่ง ป้ายไฟLEDด้านหน้าเขียนว่า ‘BEAST CLUB’ ผมแค่นยิ้มที่มุมปากพลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆบริเวณ คลับนี้มีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ไม่แปลกใจเลยที่ธุรกิจด้านนี้ของไอ้แวมไพร์มันไปได้ดีเกินคาด

                ผมก้าวเท้าเข้าไปในคลับด้วยความใจเย็น ฟลอร์แดนซ์ที่มีนักเต้นยั่วยวนอารมณ์สามารถเรียกบรรดานักท่องราตรีผู้ชายให้เดินหลงไหลเข้าไปราวกับต้องมนต์สะกดได้ไม่ยาก บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกถึงเวลากลางคืนทุกเมื่อที่มองผ่าน การตกแต่งหรืออะไรต่างๆก็ล้วนแล้วแต่มีความสวยงามผสมกับความดุดัน

                ถึงว่า.. ทำไมไอ้ฟาโรห์มันถึงอยากให้ผมมาเหยียบที่นี่นัก

                ผมเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะที่คาดว่าน่าจะเป็นของโซนวีไอพี มือข้างหนึ่งยกขึ้นแล้วกระดิกนิ้วเรียกเด็กเสิร์ฟที่ยืนอยู่ตรงมุมคลับให้เข้ามา ผมกระซิบลงที่ข้างหูของมันแล้วโบกมือไล่มันออกไป

                หลังจากนี้เรื่องน่าสนุกคงจะได้เกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

                สักพักเด็กเสิร์ฟคนเดิมก็เดินกลับมาพร้อมกับถาดที่มีบรรดาแก้วที่บรรจุน้ำหลากสีสันอยู่ในนั้น ผมปรายตามองมันก่อนจะเหยียดยิ้ม มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบแก้วจากหนึ่งในนั้นมา ผมจรดมันลงที่ริมฝีปากตัวเอง สูดดมกลิ่นแอลกอฮอล์ในนั้นเข้าจมูก แค่ดมดูก็รู้ว่าเป็นแอลกอฮอล์ชั้นดีซะด้วย มิน่าล่ะ ทำไมคนถึงเข้าคลับไอ้แวมไพร์เยอะ

                ผมเลิกคิ้วมองเด็กเสิร์ฟหนุ่มที่ยืนทำท่าเก้ๆกังๆอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ได้แต่กล่าวคำขอโทษในใจ วันนี้มันอาจต้องซวยเพราะผม แต่ถ้ามันซวยจริงๆ ผมยินดีรับมันเข้าทำงานที่คลับตัวเอง

                แค่กๆ!” ผมไอออกมาทันทีที่แอลกอฮอล์สัมผัสลิ้นตัวเอง

                ปะ..เป็นอะไรครับ?เด็กเสิร์ฟที่ยืนอยู่ค้อมตัวลงถาม

                ผมปรายตามองมันแล้วขมวดคิ้ว ก่อนจะขว้างแก้วในมือลงพื้นด้วยความแรงระดับหนึ่ง

                เพล้ง!

                เสียงแก้วที่ตกกระทบลงพื้นแตกดังเพล้ง เศษแก้วแตกออกเป็นเสี่ยงๆ น้ำที่ถูกบรรจุอยู่ในนั้นไหลออกมาเปรอะเปื้อนพื้น สายตาที่อยู่บริเวณรอบๆเริ่มหันมาให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                คะ..คุณครับ!” น้ำเสียงสั่นๆของเด็กเสิร์ฟทำให้ผมตวัดสายตาไปมอง

                รสชาติอย่างนี้ยังกล้าเอามาเสิร์ฟ ไปเรียกเจ้าของร้านมาพบฉัน!” ผมตวาดเสียงกร้าว

                คะ..คือ เฮียแวมพ์ไปต่างประเทศครับ ที่นี่ไม่มีใครอยู่คุมเลยครับคุณ เฮียเซนกับเฮียไซก็ไม่อยู่ คุณจะ..ใจเย็นๆก่อนนะครับ

                มีใครอยู่ก็ไปเรียกมา!” ผมขมวดคิ้ว แสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนว่าต้องการเอาเรื่อง

                คะ..คือว่าผมจ้องมองเด็กเสิร์ฟที่เอาแต่ยืนตัวสั่นงันงกไม่กล้าก้าวเท้าไปไหน

                เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นในลำคอผม ถ้าผมเสียงดังเอะอะโวยวายหนักกว่านี้ เชื่อเถอะว่าลามิอาต้องไม่นิ่งดูดายหรอก เธอเป็นน้องสาวของไอ้แวมไพร์ ยังไงซะเธอก็ต้องช่วยดูแลกิจการของพี่ชายอยู่แล้ว

                ไปเรียกมาสิวะ!” ผมตวาดลั่นอีกครั้ง

                คะ..ครับๆ ผมจะไปเรียกเดี๋ยวนี้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนมุมปากผมเมื่อเด็กเสิร์ฟทำท่าลุกลี้ลุกลนหมุนตัวเดินจากไป

                แต่ยังไม่ทันที่มันจะก้าวเท้าพ้นไปจากโต๊ะผม สายตาผมก็ประสานเข้ากับสายตาเย่อหยิ่งของใครบางคนเข้า คิ้วเรียวยาวที่ขมวดมุ่น ใบหน้าที่ยับย่นราวกับไม่พอใจผม ผมยกยิ้มอย่างสะใจ

                ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวออกมา..

                มีอะไร?ลามิอาปรายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเบนสายตาไปมองลูกน้องของตัวเอง

                เจ้มิอา.. ผะ..ผมๆ ผมขอโทษนะครับ ลูกค้าคนนี้เขาสั่งพวกแอลกอฮอล์มา เขาบอกว่าอะไรเด็ดก็จัดมาให้เขา ผมไม่รู้ว่าเขาชอบอะไรเลยยกมาให้เขาดื่มหมดเลย แต่พอเขาดื่มไปเขาก็ไม่พอใจ ปะ..ปาแก้วลงพื้น ผมขอโทษครับเจ้ ผมขอโทษที่ทำให้เจ้เสียลูกค้า

                “นายไปได้ลามิอาไล่เด็กเสิร์ฟตรงหน้าไป มันมองเธอนิ่งๆ สายตาบ่งบอกชัดเจนว่ารู้สึกผิดมากมายขนาดไหน ไม่เป็นไร นายไปได้แล้วลามิอาย้ำอีกรอบ เด็กหนุ่มคนนั้นถึงได้เดินคอตกออกไป

                ฉันเดาว่าถ้าเป็นไอ้แวมพ์ มันคงไม่ปล่อยให้ลูกน้องที่ทำงานพลาดเดินจากไปง่ายๆแบบนั้นแน่ผมยกมือขึ้นออกอกแล้วเงยหน้ามองเธออย่างท้าทาย

                ฉันไม่ใช่เฮียแวมพ์ลามิอาขมวดคิ้วจ้องผม ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มจะขยับเพื่อเอ่ยต่อ นายมาทำไม?

                “มาหาเมียผมตอบหน้ามึน

                เมียนายไม่ได้อยู่ที่นี่ เชิญไปควานหาที่อื่นน้ำเสียงราบเรียบที่ตอบกลับมาพร้อมใบหน้าเรียบเฉย ทำให้ผมยิ่งสนุกเหมือนกับอ่านมังงะเรื่องโปรด

                เธออาจจะจำไม่ได้ เพราะความจำเธอมันสั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วไงลามิอาผมตอบกลับอย่างท้าทาย

                ออกไปจากคลับฉันผมยกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงที่ลอดไรฟันของเธอ

                เริ่มโกรธแล้ว.. ดีสิแบบนี้ เรื่องมันจะได้สนุก

                ไล่ลูกค้าแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับคุณลามิอา

                สายตาที่จับจ้องใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอในตอนแรกเคลื่อนต่ำลง ผมมองหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงของลามิอา เสียงหอบหายใจที่แม้ในคลับจะดังกระหึ่มเต็มไปด้วยเสียงเพลงบีตหนัก แต่ผมก็ยังได้ยินเสียงลมหายใจกระฟัดกระเฟียดของเธอ

                นายต้องการอะไรกันแน่ฟองเบียร์?น้ำเสียงที่ติดออกไปโทนสูงเอ่ยถาม

                ก็ไม่ต้องการอะไร เพราะสิ่งที่ฉันต้องการ เธอคงให้ไม่ได้ผมปรายตามองเหยียดเธออย่างโจ่งแจ้งชัดเจน

                คนในคลับที่หันมาให้ความสนใจก็เริ่มหันกลับไปหมดแล้ว เพราะพวกเขาคงคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เพราะมีลามิอามาเคลียร์กับผมให้แล้ว

                งั้นนายลองบอกฉันมาสิฟองเบียร์ สิ่งที่นายต้องการแล้วฉันให้นายไม่ได้คืออะไร?น้ำเสียงเคร่งเครียดของเธอเอ่ยถามท่ามกลางเสียงเพลง

                ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเบียดตัวไปซ้ายทีขวาทีเพื่อคลายความขี้เกียจ ผมจ้องหน้าลามิอา ก่อนที่มืออีกข้างจะฉวยคว้าข้อมือเธอไว้แล้วลากออกเธอมาหลังคลับ

                ปึก!

                ผมเหวี่ยงร่างของลามิอาเข้ากับผนังปูนซีเมนต์ด้วยแรงทั้งหมดที่มี และผมไม่สนด้วยว่าเธอจะเจ็บหรือแสบแผ่นหลังมากน้อยแค่ไหน เพราะนั่นมันคงเทียบไม่ได้กับบางสิ่งบางอย่างที่ผมเจอมา

                “…….” ลามิอาเงียบ

                ตอนที่ผมเหวี่ยงเธอ ผมได้ยินเสียงสูดปากจากคนตัวเล็กกว่า ผมได้ยินมัน แต่ดูสายตาของเธอตอนนี้สิ หยิ่งผยองจองหองมาก เธอไม่กลัวผมเหมือนวันนั้น วันที่ผมพาเธอขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า และผมได้เห็นความอ่อนแอของเธอ

                ชีวิตผมเอ่ยสั้นๆและหรี่ตารอดูปฏิกิริยาโต้ตอบของเธอ

                “…….” ไร้เสียงตอบกลับมา

                สายตาของเธอบ่งบอกได้อย่างดีว่ากำลังไม่เข้าใจกับคำที่ผมจะสื่อ

                ชีวิตเธอไง ให้ฉันได้ไหมลามิอา?ผมวางมือลงบนไหล่มน ออกแรงบีบมันจนรอยแดงปรากฏขึ้น

                หึ..เสียงหัวเราะพร้อมกับรอยยิ้มที่ยกขึ้นบนมุมปากทำให้ผมชะงัก ก็มาเอาสิฟองเบียร์

                “…….”

                “มีปัญญาไหมล่ะ?รอยยิ้มของเธอทำให้ผมออกแรงบีบที่ต้นแขนเรียวแรงขึ้น เธอนิ่วหน้าเล็กน้อย แต่ยังคงไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาให้ผมเห็น

                เธอต่อต้าน.. รุนแรงด้วย

                ฉันมีปัญญาทำให้ชีวิตเธอเป็นของฉันโดยที่ไม่ต้องฆ่าเธอด้วยซ้ำ

                และผมคิดว่าผมทำได้อย่างที่พูดกับเธอ


                {Lamiah Part}

                หน้าฉันชาราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส่ อาการเจ็บที่หัวไหล่ยังไม่เท่ากับอาการเจ็บจุกในหัวใจเลยสักนิด คนตรงหน้าฉัน.. เขาคือใคร ฟองเบียร์เป็นใคร ฉันคุ้นหน้าคุ้นตาเขาในความทรงจำ แต่ฉันกลับจำไม่ได้ว่าเจ้าของนัยน์ตาดำขลับแสนหยิ่งเย็นชาตรงหน้านี้เป็นใคร

                ฟองเบียร์หรี่ตามองฉันราวกับกำลังประเมินว่าฉันจะพูดตอกกลับเขากลับยังไงให้เจ็บแสบ หลายครั้งที่เขาทำฉันโมโห และฉันก็เหมือนหมากตัวหนึ่งที่เดินตามเกมอารมณ์ของเขา ยิ่งเขายั่วยุฉันมากเท่าไหร่ ฉันยิ่งเป็นอย่างที่เขาต้องการมากขึ้นเท่านั้น และฉันไม่ต้องการเป็นหมากให้เขาเดินเกมอยู่ฝ่ายเดียวแน่

                ถ้าฉันเป็นหมาก เขาก็ต้องเป็นหมากเหมือนกับฉันด้วย!

                “ยังไงหรอฟองเบียร์?ฉันยิ้มหวานก่อนจะสะบัดไหล่ให้หลุดจากอุ้งมือของเขา สองแขนของตัวเองยกขึ้นโอบรอบลำคอหนาของฟองเบียร์ ก่อนจะโน้มตัวเองขึ้นไปกระซิบที่ข้างหูเขาอย่างใจเย็น ถ้าไม่มีปัญญามากพอ ไม่ต้องสะเออะทำนะ

                พอกระซิบเสร็จฉันก็โน้มตัวเองกลับมายังจุดเดิม ฉันเหยียดยิ้มเมื่อเห็นหน้าที่เรียบตึงของฟองเบียร์ รู้สึกขึ้นมาบ้างแล้วล่ะสิ เวลาถูกยั่วโมโหมันเหมือนจะเป็นโรคประสาทเลยใช่ไหมล่ะ

                “…….” พอเห็นเขาเงียบ ฉันจึงปล่อยวงแขนของตัวเองออกมา ก่อนที่นิ้วชี้จะจิ้มลงตรงตำแหน่งอกข้างซ้ายของเขาสองสามที

                นายคิดว่าตัวเองมองจุดอ่อนของคนอื่นเป็นอย่างเดียวงั้นสิฟองเบียร์ฉันปรายตามองหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็งนั่น

                “…….”

                นายคิดว่านายเดินเกมนี้คนเดียวได้ แต่อย่าลืมสิฟอง ฉันเป็นน้องเฮียแวมพ์ เป็นน้องสาวของเจ้าพ่อเงินกู้นอกระบบ ถ้านายทำฉันเจ็บ นายต้องกรีดเลือดจากหัวใจตัวเองมาสังเวยความเจ็บให้ฉันฉันเปลี่ยนตำแหน่งของนิ้วตัวเองไปชี้ที่ตรงขมับเขา ก่อนจะจิ้มลงไปอีกสองสามที มีสมองก็หัดใช้ซะนะ

                ปึก!

                ฉันชะงักเมื่อข้อมือของตัวเองถูกปัดออกด้วยแรงมหาศาล ฉันตวัดสายตาขึ้นมองฟองเบียร์ด้วยท่าทางเอาเรื่อง

                งั้นมาลองดูกันว่าฉันกับพี่ชายเธอ ใครมันจะตายเร็วกว่าใครฟองเบียร์ปรายตามองฉันเล็กน้อยก่อนจะสะบัดตัวเดินออกไป

                หัวคิ้วฉันขมวดเข้าหากัน โดยที่สายตายังคงจับจ้องแผ่นหลังกว้างที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ชุดศึกษาของฟองเบียร์ ฉันถอนหายใจยาว ลมหายใจที่ถูกปิดกั้นไว้มาเนิ่นนานถูกผ่อนออก อาการเหนื่อยล้าครอบงำจนทำให้ฉันเซไปด้านหลังเล็กน้อย รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นของผนังแล้ว

                ฉันยกมือขึ้นนวดคลึงขมับของตัวเองวนอีกสองสามรอบ ก่อนจะพาร่างกายที่ประทะอารมณ์กับฟองเบียร์จนทำให้เหนื่อยอ่อนนี้กลับเข้าคลับ พลังงานที่ใช้สู้กับฟองเบียร์ถูกนำมาต่อกรกับเขาจนหมด

                และฉันคิดว่า.. พรุ่งนี้ฉันอาจไม่มีแรงไปเรียนถ้าฉันไม่ได้พักผ่อนสมองเดี๋ยวนี้

 

{Vampire Part}

ทำไมพวกมึงถึงได้เละเทะกันขนาดนี้วะ!?” ผมตวาดเสียงอันแข็งกร้าวของตัวเองใส่หน้าลูกน้องสี่ห้ารายที่ยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ด้านหน้า

มันเงยหน้าขึ้นสบตากับผม หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ใบหน้าของมันปูดโปนแถมมีรอยห้อเลือดไม่ต่างจากไอ้สี่คนที่ยืนอยู่ ผะ..ผมไม่รู้ว่ามันเป็นใครครับเฮีย พวกผมกำลังจะกลับคอนโดกัน แล้วจู่ๆรถก็ถูกยิงล้อจนเสียหลักลงข้างทาง พวกผมกำลังจะลงจากรถ แต่ก็ไม่ทัน.. พวกกลุ่มคนชุดดำมันก็วิ่งเข้ามาซ้อมพวกผมทันที พวกผมไม่มีใครมองเห็นหน้าพวกมันเลยครับเฮีย

“…….” ผมนิ่งเงียบ ใช้สมองคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกน้องของตัวเอง

ไอ้พวกนี้เป็นลูกน้องที่ช่วยคุมคลับที่ลาสเวกัส ซึ่งคลับที่นี่เป็นแค่คลับเล็กๆ แต่ก็สามารถทำเงินให้ผมได้มหาศาลเช่นเดียวกัน แต่ผมก็ไม่ได้ไปมีปัญหากับหมาตัวไหน หรือถ้ามีหมาตัวไหนมันกล้ามามีปัญหากับผม มันก็คงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีลอบกัดให้เสียหมาแบบนี้หรอก เพราะถ้ามาต่อหน้า ผมไม่มีทางหนีแน่

เฮียคิดว่าพวกมันเป็นใครครับ?ผมเงยหน้ามองลูกน้องคนที่เอ่ยถามก่อนจะหยิบปืนแล้วจ่อไปที่หัวของมันฮะ..เฮีย

ถ้ากูรู้..กูจัดการพวกมันไปแล้ว!” ผมตวาดลั่นจนคนตรงหน้าสะดุ้งโหยง

ผะ..ผมขอโทษครับเฮีย ผมแค่อยากรู้ว่าเฮียสงสัยใครคิ้วเข้มในแบบฉบับชายฉกรรจ์ขมวดเข้าหากันแน่น นั่นทำให้ผมต้องลดปืนลง

ทุกอย่างที่ผมแสดงออกก็เพื่อให้ลูกน้องเกรงกลัวไม่กล้าหือเท่านั้นเอง ผมไม่คิดจะฆ่าพวกมันทิ้งเปล่าๆแน่ นอกซะจากว่ามันจะหักหลังผม เพราะการเลี้ยงงูเห่ามีกฎตายตัวอยู่แล้วหนึ่งข้อ ถ้างูเห่ามันร้ายกาจมากๆ คนคุมงูต้องร้ายและเหี้ยมกว่าไอ้พวกงูเห่าพวกนั้น และถ้ามีงูตัวไหนเป็นปัญหา ทางเดียวที่ต้องทำก็คือกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก!

เดี๋ยวกูจะส่งคนไปสืบ ช่วงนี้พวกมึงก็ทำงานกันปกติ อย่าแสดงท่าทีอะไรผมบอก

ได้ครับเฮียทุกคนพยักหน้าพร้อมกับตอบรับขึ้นพร้อมกัน จากนั้นก็เดินเรียงแถวออกไป

Rrrr!

เสียงริงโทนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ผมหยิบมันขึ้นมาก่อนจะเพ่งมองชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ผมยิ้มร่า ปลายนิ้วตวัดไปด้านขวาเพื่อกดรับสาย ก่อนจะกรอกเสียงอันนุ่มนวลของตัวเองลงไป

ว่าไงชมพู?ชมพูคือคนที่ผมรักและเทิดทูนยิ่งกว่าอะไร

เขาว่ากันว่ามีเมียก็เหมือนมีแม่ รักเมียก็ต้องรักและเทิดทูนเหมือนแม่ ซึ่งผมก็ถือคติแบบนั้น

ไม่ได้กลัวเมียนะ แค่เกรงใจเท่านั้นเอง

[เมื่อไหร่เฮียจะกลับมาสักที? ปล่อยลามิอาดูคลับคนเดียวแบบนี้ได้ไง!] เสียงแหลมแกมตำหนิดังออกมาจากโทรศัพท์ทำให้ผมต้องผละออกมาอย่างลืมตัว

เดี๋ยวเฮียกลับไปนะ ตอนนี้เฮียอยู่ลาสเวกัสอยู่เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้เฮียจะรีบบินกลับไปหาชมพูเลย โอเคไหมครับ?รักเมียต้องเกรงใจเมียนะครับ เข้าใจตรงกันเนาะ

[ถ้าพรุ่งนี้เฮียยังกลับไม่ถึงคลับนะ นอนนอกห้องเลย!] ผมสะดุ้งกับคำขู่จนเกือบทำโทรศัพท์หล่นมือ

เมียใครวะ.. ดุอย่างกับแมว

อ่า.. โอเคครับผมตอบรับ

[อืม.. ไปนอนละ ฝันดีนะคะ] ผมยิ้มออกอีกครั้งกับน้ำเสียงหวานหูของชมพู

ครับผม..ผมตอบรับพร้อมกับเสียงตัดสัญญาณที่ขาดหายไป

ผมยิ้มให้กับปลายสายราวกับคนบ้า ตั้งแต่มีชมพูเข้ามา ทุกอย่างในชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปเพียงเพราะผู้หญิงเพียงคนนี้คนเดียว ไม่ว่าเธอจะบอกอะไร ผมเชื่อฟังเธอทุกอย่าง เชื่องอย่างกับสัตว์เลี้ยงของเธอด้วยซ้ำ น่าขำนะ ทั้งๆที่เมื่อก่อนผมเป็นคนขู่บังคับเธอทุกอย่าง ทำร้ายเธอจนต้องเสียน้ำตาอยู่หลายครั้ง

แต่พอมาตอนนี้ ผมกลับรู้สึกไม่อยากเสียผู้หญิงคนนี้ไปแม้แต่วินาทีเดียว

นี่สินะที่เขาเรียกว่า รักเมียหลงเมีย

 

{Lamiah Part}

สองสามวันมานี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวเท่าไหร่ แถมยังนอนไม่ค่อยหลับด้วย พอหลับไปได้สักพักก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีก วันนี้ฉันมามหาวิทยาลัยด้วยอาการเพลียสุดขีด แสงแดดที่ส่องเข้ามาที่ใบหน้าร้อนยิ่งกว่าทุกวัน นี่หรือประเทศไทย

ฉันหอบกองหนังสือตรงมายังโต๊ะม้าหินอ่อนข้างกับตึกคณะของตัวเองก่อนจะวางมันลงจนเกิดเสียงดัง ตุ้บเบาๆขึ้น ฉันปรายตามองไปรอบๆมหาวิทยาลัย ก่อนที่สายตาจะสะดุดลงตรงร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงรถยี่ห้อหรูคันหนึ่งอยู่ บนใบหน้าของเขามีแว่นตากันแดดสีดำถูกสวมอยู่ ฉันหันกลับมาจดจ่อกับหนังสือตรงหน้าต่อ เพราะไม่อยากจะมองให้เสียสายตา

ฟองเบียร์.. ตามหลอกหลอนฉันอยู่ได้ทุกวัน

ฉันถอนหายใจก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากกองแล้วเปิดอ่านในหน้าที่อ่านค้างไว้เมื่อคืน

ไง!” แต่ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งกับเสียงเรียกสดใสร่าเริงของผู้ชายคนหนึ่งที่ดังขึ้นทางด้านหลัง

นะ..นายฉันเบิกตาทันทีที่ได้เห็นหน้าผู้มาเยือน

ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็เป็นคนเดียวกันกับที่ขับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ชนฉันเมื่อวันก่อนไง ฉันไม่นึกว่าจะเจอกับเขาได้อีกนะเนี่ย โลกกลมหรือมหาวิทยาลัยฉันมันแคบกันแน่นะ

จำฉันได้ด้วย แขนเธอเป็นไงบ้าง?เขาเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตัวตรงข้าม ก่อนจะยื่นแก้วน้ำมาตรงหน้า ทำให้ฉันเหลือบตามองเขาอย่างไม่เข้าใจ น้ำไง ฉันซื้อมาเกิน ให้เธอคงไม่เสียหายนะ

มะ..ไม่ ไม่เป็นไรหรอก นายเอากลับไปเถอะฉันดันแก้วน้ำส่งคืนให้เขา

รับไว้เถอะน่า.. ฉันซื้อมาเกินแล้ว เสียดายตังค์เขาว่ายิ้มๆก่อนจะก้มดูดน้ำจากหลอดในแก้วตัวเองบ้าง เธอชื่อไรนะ? ลามิอาใช่ไหม?

รู้ชื่อฉันด้วยหรอ?ฉันปิดหนังสือลงแล้วชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง คิ้วถูกเลิกสูงขึ้น

ใครจะไม่รู้จักเธอล่ะถามหน่อย น้องสาวเจ้าพ่อเงินกู้นอกระบบคนหล่อคำตอบของคนตรงหน้าทำฉันหลุดยิ้มกะทันหัน เจ้าพ่อเงินกู้นอกระบบคนหล่องั้นหรอ เข้าใจคิดนะ

คิก.. ถ้าพี่ชายฉันมาได้ยินนายพูดแบบนี้ มีหวังนายโดนพี่ฉันต่อยน่วมแน่ฉันหัวเราะก่อนจะส่ายหัวให้กับคนตรงหน้า จากนั้นคำถามบางคำถามก็ผุดขึ้นในสมองฉันก่อนที่จะถูกถามออกไปโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองอะไรมากมาย ว่าแต่.. นายชื่ออะไร?

อ้อ.. โทษที ฉันชื่อวาด ชื่อจริงชื่อภาพวาด อยากรู้นามสกุลด้วยป่ะ?วาดยักคิ้วอีกสองทีส่งให้ฉัน

ฉันยกมือขึ้นปรามก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงติดหัวเราะของตัวเอง พอเลยๆ ฉันถามแค่ชื่อเล่น

อ้าวหรอ? นึกว่าอยากรู้ชื่อจริงกับนามสกุลฉันด้วยฉันส่ายหน้าเบาๆด้วยความระอา ขอโทษนะที่ฉันไม่ได้โทรถามอาการเธอเลย ฉันค่อนข้าง..ยุ่งนิดหน่อย

ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย แค่ถลอกนิดเดียวเอง ตอนนี้ก็..ฉันพลิกดูแขนตัวเองในตำแหน่งที่มีแผลถลอก เริ่มหายแล้วล่ะ

เย็นนี้เธอพอจะว่างไหม? ให้ฉันเลี้ยงข้าวได้ป่ะ?ฉันเลิกคิ้วเมื่อได้ยินวาดบอก อยากเลี้ยงขอโทษไง ไปกับฉันเถอะนะ รับรองไม่วางยาปลุกเซ็กส์เธอแล้วลากเข้าม่านรูดหรอกฉันชะงักไปเมื่อได้ยินวาดบอก

นายพูดแบบนี้ยิ่งทำฉันระแวงนะฉันหน้ามุ่ยขึ้นทันที

ฉันล้อเล่นน่า.. สรุปไปป่ะ?เมื่อเห็นท่าทีรบเร้าพร้อมกับใบหน้าลุ้นของวาด ฉันก็พยักหน้าให้เขาอีกสองทีแทนคำตอบ เยส!” วาดพูดพร้อมกับทำท่าทางราวกับชนะรางวัลใหญ่ ทำให้ฉันระเบิดหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า

ทำไมเพียงแค่เวลาสั้นๆฉันถึงได้รู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่กับวาดกันนะ ทำไมกัน...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

293 ความคิดเห็น

  1. #227 dsnfdskjfpodsl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 11:12
    รออยู่นะคะไรท์
    #227
    0
  2. #226 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 01:49
    ฟองแกพลาดละ555
    #226
    0
  3. #225 Sirintra2560 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 20:41
    อ้าวว วาดมาแรงแซงฟองว่ะ5555
    #225
    0
  4. #224 I_WaNabee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 13:10
    วาดนี่มาดิใช่มั้ย ฟองมีคู่แข่งแล้วววววววว
    #224
    0
  5. #223 suchada15 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 02:29
    เหตุการณ์ที่ทำให้ลามิอาความจำเสื่อมนี่ อาจจะทำให้คนในครอบครัวหรือคนสำคัญของฟองตายก็ได้นะ เดาเอา ถถถ
    #223
    0
  6. #222 I_WaNabee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 11:35
    ลามิอาความจำเสื่อม แล้วนางเคยทำไรไว้ล่ะ
    #222
    0
  7. #221 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 08:53
    ฟองแค้นไรมีอา?
    #221
    0
  8. #220 panglovepm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 12:23
    รอ e -book ต่อไปคร่า
    #220
    0
  9. #219 ` TKook (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 10:28
    หมั่นไส้ฟองมาก งื้อออออ
    #219
    0
  10. #218 I_WaNabee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 09:28
    ความจำสั้นหรอ! มีไรพูดมาเลยฟอง อย่ามาเยอะ
    #218
    0
  11. #217 JINREVIL (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 05:13
    หืมมม ความจำสั้น? เรื่งนีต้องมีเงื่นงำ
    #217
    0
  12. #216 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 02:09
    ฟองมันร้ายยยยย
    #216
    0
  13. #215 panglovepm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 21:10
    รอe book คร้าาาา
    #215
    0
  14. #214 I_WaNabee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 20:54
    ฟองไปทำไม จะไปกวนลามิอาอีกล่ะสิ
    #214
    0
  15. #212 I_WaNabee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 15:09
    ฟองหึงลามิอาใช่มั้ยๆ! ไหนบอกไม่ได้คิดไรไง 
    #212
    0