[SetBEAST] || Beast Of Nightmare || ปีศาจยั่วรัก {ลามิอา}

ตอนที่ 10 : BEAST OF NIGHTMARE :: EPISODE 07 100% {อัพครบ}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    1 ม.ค. 61


EPISODE 07

            {Lamiah Part}

                นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวของนิสัยฉันเท่านั้น เพราะฉะนั้น..อย่าไว้ใจฉันเกินความจำเป็น

            “นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวของนิสัยฉันเท่านั้น เพราะฉะนั้น..อย่าไว้ใจฉันเกินความจำเป็น

                นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวของนิสัยฉันเท่านั้น เพราะฉะนั้น..อย่าไว้ใจฉันเกินความจำเป็น

                “ลามิอา!”

                กึก!

                “ห๊ะ!” ฉันสะดุ้งพร้อมกับแก้วน้ำในมือที่หล่นลงจนเกิดเสียงดัง กึก

                “เป็นอะไร? ทำไมเหม่อจังชมพูขมวดคิ้วถามฉัน ในขณะที่มือเธอกำลังหยิบกระดาษทิชชู่จากกระเป๋าออกมาเช็ดน้ำที่ฉันทำหกราดโต๊ะเมื่อกี้

                ปะ..เปล่า ไม่มีอะไรฉันตอบเสียงเรียบทั้งๆที่ในหัวสมองยังวนคิดเรื่องประโยคที่ฟองเบียร์พูดกับฉัน

                ความจริงฉันไม่จำเป็นต้องเก็บเรื่องของหมอนั่นมาคิดก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไม ฉันถึงได้คิดจนหัวสมองแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆเอาให้ได้แบบนี้ก็ไม่รู้ หลังจากประโยคที่ฟองเบียร์บอกกับฉันในห้อง ฉันก็ไม่ได้พูดหรือโต้ตอบอะไรกับเขาอีก จนกระทั่งเขามาส่งฉันที่มหาวิทยาลัยเสร็จ เขาก็ออกไปเลยโดยที่ไม่ได้พูดคุยกับฉัน

                บางอย่างมันแปลก.. มันแปลกจริงๆในความรู้สึกที่สับสนวกวนของฉัน

                สีหน้าเธอไม่ค่อยดีเลยนะ ไปหาหมอไหม?ชมพูเอื้อมมือมาอังหน้าผากฉัน ตัวเธอร้อนด้วยนะ

                “ฉะ..ฉันไม่เป็นไรหรอก แล้วนี่เธอต้องเข้าเรียนตอนไหนเนี่ย?ฉันยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาดูเวลา พบว่าตอนนี้เที่ยงกว่าแล้ว

                อีกสักพักแหละ เดี๋ยวฉันไปซื้อน้ำก่อนนะ น้ำหมดพอดีเลยฉันมองดูชมพูเมื่อเธอลุกออกไป

                หว่างคิ้วฉันขมวดเข้าหากันอีกรอบเมื่อนึกถึงประโยคสุดท้ายของฟองเบียร์ ที่หมอนั่นพูดฉันไม่อาจตีความได้เลยว่ามันหมายถึงอะไร ฉันไม่ได้ไว้ใจฟองเบียร์ แต่ก็ไม่นึกว่าเขาจะเลวร้ายอะไร เขาก็แค่ผู้ชายที่ทำตัวมึนไปวันๆ ไม่ใช่หรือไง

                ลามิอา..ฉันเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงชมพู แต่สายตาก็สะดุดลงที่ร่างของผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอ นี่เพื่อนฉันเอง ชื่อฟองเบียร์

                “…….” ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ฉันจ้องฟองเบียร์ที่ทำท่าเมินใส่ฉัน

                ยินดีที่ได้รู้จักนะลามิอาก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาแล้วส่งยิ้มพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าฉัน

                ตึกตัก...

                ก้อนเนื้อในอกฉันกระหน่ำรัวไม่หยุดเมื่อได้ยินการทักทายของฟองเบียร์ ทำไมหมอนี่ถึงได้รู้จักชมพู แล้วชมพูไปรู้จักหมอนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ คำถามมากมายตีวนในสมองฉันจนไม่รู้จะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวยังไง

                แล้วท่าทางที่ฟองเบียร์ทำเหมือนไม่รู้จักฉันมันคืออะไร...

                ยะ..ยินดีที่ได้รู้จักฉันตอบกลับไปแล้วลดสายตามองมือของฟองเบียร์ที่ยังนิ่งค้างไว้

                ในจังหวะที่ฉันกำลังจะยื่นมือไปจับ แต่ฟองเบียร์กลับหดมือของตัวเองกลับไปก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สงสัยเพื่อนชมพูคงไม่อยากทำความรู้จักเราเท่าไหร่นะ ฮ่าๆๆฉันจึงทำได้แค่หดมือของตัวเองกลับมาไว้ที่เดิม

                พูดอะไรอย่างนั้นอ่ะฟอง ลามิอานิสัยดีนะชมพูหันมายิ้มให้ฉัน ฉันจึงยิ้มตอบเธอไปแบบเจื่อนๆ

                หรอ?ฉันตวัดสายตาไปมองฟองเบียร์ในจังหวะที่หมอนี่พูดขึ้น

                อะ..อื้ม ทำไมถามแบบนั้นล่ะ?เป็นชมพูเองที่เริ่มจะหน้าซีดขึ้นมาเมื่อเธอหันมามองฉัน

                ฉันแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าเริ่มไม่ชอบใจฟองเบียร์สักเท่าไหร่ อย่างที่ฉันเคยบอกไป ถ้าไม่ชอบอะไรฉันก็จะแสดงออกมาทันที และในเวลานี้ ฉันไม่ชอบฟองเบียร์!

                “ฮ่าๆๆ เปล่าๆ เดี๋ยวเราไปเรียนก่อนนะชมพู ไว้ค่อยเจอกันนะว่าจบฟองเบียร์ก็เดินออกไปเลย

                ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างไม่เข้าใจนัก ก่อนที่จะเหลือบไปมองชมพูที่ยืนมองฟองเบียร์อยู่ ฉันขมวดคิ้วมองปฏิกิริยาระหว่างสองคนนี้

                ชมพู..ฉันเรียกชมพู เธอหันมาแล้วเลิกคิ้วให้ฉัน ฉันถามไรหน่อยสิ

                “ถามมาเลยๆเธอวางแก้วน้ำลงแล้วทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับฉัน

                เธอรู้จักกับผู้ชายคนเมื่อกี้หรอ?ฉันพยักพเยิดหน้าไปทางฟองเบียร์

                อ๋อ เป็นเพื่อนสมัยเรียนน่ะ ทำไมหรอ?

                เปล่าหรอก ไม่มีอะไร ฉันตอบกลับไปแล้วหยิบขนมขึ้นมากิน

                หรือฉันเองจะเป็นแบบที่ฟองเบียร์บอก.. ฉันรู้จักเขาแค่เพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น

                หลังจากที่ฉันนั่งใจลอยคิดเรื่องฟองเบียร์อยู่ตั้งนานสองนาน ฉันก็เหลือบมองเวลาในโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ตอนนี้ก็ใกล้เวลาเรียนคาบบ่ายของฉันแล้ว ฉันเหลือบตาไปมองชมพูที่เอาแต่นั่งยิ้มไปแชทไป สงสัยคุยกับเฮียฉันอยู่แน่ๆ หมั่นไส้คนมีความรักจริง..

                ชมพู..เธอเงยหน้าจากจอมือถือขึ้นมองฉัน

                หืม..เสียงหวานครางรับ ว่าไงลามิอา?

                “ฉันต้องไปเรียนแล้วนะ เธอจะนั่งอยู่นี่หรอ?ฉันเก็บของที่จำเป็นใส่กระเป๋าสะพายของตัวเอง

                ฉันมีเรียนตอนบ่ายสองครึ่ง เดี๋ยวฉันนั่งเล่นอยู่แถวนี้แหละ เธอไปเถอะ

                แน่ใจนะว่าไม่กลัว?ฉันเลิกคิ้วเพื่อรอดูปฏิกิริยาของเธอ

                มีอะไรน่ากลัว? ฮ่าๆๆ เธออ่ะชอบคิดมากชมพูส่ายหน้าก่อนจะก้มลงแชทต่อ เธอก็รู้ว่าฉันกับเฮียเธอมีสถานะอะไร คนในมหาวิทยาลัยนี้กลัวเฮียเธอจนหัวหดแล้วมั้ง

                อืม.. ก็จริง งั้นก็ระวังตัวด้วยนะฉันบอกแล้วเม้มริมฝีปากแน่น

                คือก่อนหน้านี้ที่ฟองเบียร์เข้ามาทักทายฉันโดยที่เขาไม่ได้บอกชมพูว่ารู้จักกับฉันมาก่อนนั่นแหละ ฉันกลัวว่าฟองเบียร์จะเข้ามาตีสนิทกับชมพู และฉันก็เริ่มที่จะกลัวหมอนั่นขึ้นมาบ้างแล้ว ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ฟองเบียร์คิดจะทำอะไร ฉันอ่านเกมเขาไม่ออก การที่เขาเข้าหาชมพูแบบนี้ บางทีเขาอาจต้องการทำลายเฮียฉัน หรืออาจต้องการทำลายชมพูก็เป็นได้

                เธอไปเถอะ ฉันอยู่ได้ คิก!” ในแชทมันมีอะไรสนุกขนาดนั้นนะ ถึงได้หัวเราะคิกคักอย่างนี้

                คุยกับใครอ่ะ?ฉันอดถามไม่ได้ก่อนจะชะโงกคอไปดู แต่มันก็ยังเห็นไม่ชัดอยู่ดี

                คุยกับเฮียเธอน่ะสิ ฮ่าๆๆ เธอดูนี่สิชมพูหัวเราะร่วนก่อนจะเป็นฝ่ายพลิกหน้าจอมาทางฉันเพื่อให้ฉันดูบางอย่างที่ปรากฏอยู่ในนั้น

                เอิ่ม..ฉันไม่รู้จะพูดอะไรออกไปเลย

                รู้ไหมว่าทำไม.. เฮียแวมพ์มันถ่ายคลิปมาเว้ย แล้วก็บอกประมาณว่าตัวเองป่วยหนัก แถมทำท่าไอค่อกๆแค่กๆ แล้วตอนท้ายก่อนที่คลิปจะจบดันพ่วงมาด้วยประโยคบอกรักชวนสะอิดสะเอียนที่ว่า เมื่อไหร่ชมพูจะกลับ เฮียคิดถึงจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วว๊อท!? คืออะไรวะ? นี่ถ้าฉันไม่เห็นด้วยตาตัวเองคงคิดว่านี่เป็นความฝันแน่ๆ

                พี่ชายที่สุดแสนจะโหดเหี้ยมของกูอยู่ที่ไหนเนี่ย!?

                “อะ..เอากลับไปเลยไป ยึ้ย! ขนลุกฉันสะบัดตัวเองแรงๆเพื่อไล่อาการขนลุกขนพองอย่างกับเจอผีออกไป

                ฮ่าๆๆ ตลกอ่ะชมพูส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มกริ่ม เธอพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปพร้อมกับจูจุ๊บลงบนหน้าจอโทรศัพท์ด้วย

                พอฉันเห็นแบบนั้นเลยได้แต่เบะปากให้อย่างไม่รู้จะทำยังไง คือเข้าใจฟีคพวกอินเลิฟป่ะ ทำอะไรมันก็จะดูหวานแหววไปหมดอ่ะ ซึ่งฉันเห็นแล้วโคตรจะรับไม่ได้ โดยเฉพาะกับพี่ใหญ่ของฉันอย่างเฮียแวมพ์เนี่ย ปกติเคยเห็นมันง๊องแง๊งอ้อนเมียแบบนี้ซะที่ไหน มีแต่จับปืนไล่ยิงคน

                เออๆ ฉันไปละนะฉันยิ้มให้กับท่าทางของชมพูแล้วรีบคว้ากระเป๋าสะพายเดินออกมาอย่างรวดเร็ว

                ในระหว่างทางฉันก็คิดเรื่องของฟองเบียร์ไปด้วย แล้วถ้าฉันจำไม่ผิดหรือไม่ได้ตาฝาดไปเอง ตอนที่ฟองเบียร์เดินเข้ามาทักทายฉันกับชมพู หมอนั่นสวมชุดนักศึกษาด้วย ตราที่ประดับอยู่ตรงเนคไทด์ก็เป็นตราของมหาวิทยาลัยนี้อีกเหมือนกัน

                เป็นไปไม่ได้หรอก..ฉันพึมพำกับตัวเองในขณะที่นิ้วกำลังจะเอื้อมไปแตะปุ่มลิฟท์

                ติ๊ง!

                พอลิฟท์เปิดออก ผู้คนที่อยู่ด้านในก็พากันกรูออกมาจนเกือบจะชนฉันบ้างก็มี ฉันเดินเข้าไป ประตูลิฟท์ปิดตัวลงในระหว่างที่ฉันเงยหน้าขึ้นมองกระจกภายในลิฟท์ ภาพผู้ชายตัวสูงที่ยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังทำเอาฉันแทบลมจับ ฉันรีบเอื้อมมือไปเพื่อหวังจะเปิดลิฟท์ออก แต่ไม่ทันแล้ว ลิฟท์เคลื่อนตัวขึ้นเรียบร้อยแล้ว

                จะรีบไปไหนของเธอ?เสียงเย็นที่ทักขึ้นจากทางด้านหลังพร้อมกับฝ่ามือหยาบที่แตะลงบนหน้าท้องฉัน ทำให้หว่างคิ้วฉันขมวดเข้าหากันแน่น

                ปล่อย!” ฉันกัดฟันพูดออกไป

                ดุจังเขาแค่นยิ้ม ชั่ววูบ.. ฉันได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำจากลำคอเขา ทีตอนอยู่ต่อหน้าชมพูกับฉันไม่เห็นดุแบบนี้เลย

                “ไอ้ฟองเบียร์!!!” ฉันถลึงตามองเขาผ่านกระจกด้านใน ปล่อยมือสกปรกๆของนายออกจากเอวฉัน!”

                “จุ๊ๆๆ ไม่ดุสิยาหยีเขายกนิ้วชี้ของมืออีกข้างขึ้นจรดที่ริมฝีปาก

                กึก!

                ฉันสะบัดตัวเองอย่างแรง แต่ก็ยังไม่หลุดอยู่ดี ฉันจ้องฟองเบียร์ผ่านทางกระจกและทำหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดให้เขาดู ฟองเบียร์ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ในขณะที่ฝ่ามือร้อนผ่าวที่แตะผิวฉันผ่านเนื้อผ้าตรงหน้าท้องขยุ้มเข้ามา ฉันนิ่วหน้าพร้อมกับคิ้วที่ขมวดขึ้นมากกว่าเดิม

                ปล่อยฉัน!” ฉันกัดฟันพูดออกไปอีกครั้ง มือทั้งสองข้างที่ว่างอยู่รีบจับหมับเข้าที่ท่อนแขนแข็งแกร่งก่อนจะจิกเล็บลงไปจนสุดความยาว

                ซี๊ด~เสียงสูดปากของฟองเบียร์ทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนหน้าฉัน รุนแรงจัง.. แต่ขอโทษทีว่ะวินาทีนั้นฟองเบียร์ก้มลงขบริมฝีปากลงทบนใบหูฉัน

                อ๊ะ!” ฉันสะดุ้งพร้อมกับเอียงคอหนี ในขณะที่ขนทั้งร่างพร้อมใจกันลุกชันเมื่อโดนสัมผัสชวนขนลุกจากฟองเบียร์

                ไม่เห็นเจ็บก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าของฟองเบียร์ที่ดังอยู่ข้างหูฉัน

                ฉันจงใจจ้องเขาผ่านทางกระจกอย่างหาเรื่อง ก่อนจะเคลื่อนสายตาลงมองที่ชุดนักศึกษาของเขา เออดี มีฉันคนเดียวที่เป็นควาย เขาเรียนอยู่ที่เดียวกับฉัน เขารู้เรื่องทุกอย่าง ยกเว้นฉันคนเดียวที่โง่งมไม่รู้ห่าอะไรเลย

                ฟองเบียร์.. ปล่อยฉัน!” เสียงหอบหายใจของฉันดังเล็ดลอดออกมาผสมกับเสียงพูด

                โกรธจนหอบ...

                หอบเชียว..” เขามองตาฉันผ่านกระจก ฉันยังไม่ได้ ทำอะไรเลย

                “ถ้านายกล้า..ก็ลองดู!” ฉันออกแรงจิกเพิ่มลงไปอีกครั้ง

                ฉันกล้าได้มากกว่าที่เธอคิดอีกนะลามิอา

                “…….” ฉันสะอึกเมื่อจ้องกับดวงตาดำขลับของฟองเบียร์

                ดวงตาที่เหมือนจะมีคำตำหนิมากมายอยู่ในนั้น ราวกับฟองเบียร์กำลังก่นด่าฉันทางสายตา และฉันรับรู้คำด่าทั้งหมดนั้นได้ผ่านทางสายตาเขา ถ้ามันกลายร่างเป็นคำพูด ฉันสาบานได้ว่ามันหยาบพอสมควรเลย ฉันสูดลมหายใจลึกเมื่อเหลือบตาจ้องมองเลขบอกชั้นของลิฟท์

                มันเลยชั้นที่ฉันจะเข้าเรียนมาแล้ว...

                ฟองเบียร์! มันเลยชั้นเรียนฉันมาแล้ว!” ฉันเริ่มจะหงุดหงิดแล้ว..

                รู้.. ไม่ได้ตาบอดเขาตอบได้หน้าตาเฉยมากๆ แถมยังไม่ยอมปล่อยฉันอีกด้วย

                นายจะพาฉันไปไหน!?” ฉันถามอย่างตื่นตระหนกเมื่อลิฟท์มันเลื่อนขึ้นช้าๆจนเกือบจะมาสุดชั้นของตึกนี้แล้ว

                เธอว่าตึกนี้สูงไหม?เสียงกระซิบเยือกเย็นดังขึ้นที่ข้างหูฉัน

                ฉันเบิกตากว้างเมื่อลิฟท์เปิดออกที่ชั้นดาดฟ้า ฟองเบียร์อุ้มฉันออกจากลิฟท์ด้วยท่อนแขนข้างเดียว

                นะ..นายคิดจะทำอะไรฟองเบียร์!?” ฉันถามเสียงดังในขณะที่เท้าตัวเองที่แตะไม่ถึงพื้นสะบัดไปมาอย่างร้อนรน

                ตึกตัก...

                เสียงหัวใจฉันกระหน่ำเต้นอย่างรัวเร็วเมื่อถูกฟองเบียร์อุ้มมาหยุดอยู่ที่พื้นดาดฟ้า น้ำตาฉันเริ่มคลอที่หน่วยตา ความรู้สึกกลัวและสับสนตีวนในความรู้สึกทั้งหมด ร่างทั้งร่างของฉันสั่นจนเริ่มเกร็ง ฉันหลุบตามองด้านล่างที่มีผู้คนเดินพลุกพล่านไปมา

                จะมีใครรู้ไหมว่าฉันอยู่บนนี้..

                จะมีใครรู้ไหมว่าฉันกำลังยืนอยู่ที่ตรงนี้..

                เธอกลัวไหมลามิอา?ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่อถูกคนด้านหลังถาม เธอคิดว่าถ้าเธอตกลงไป ร่างกายของเธอมันจะเป็นแบบไหน?

                “ฮึก.. ฮือ.. ปล่อยฉัน..เสียงฉันสั่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้าง

                ยิ่งมองที่พื้นด้านล่างในระดับความสูงนี้ ฉันก็ยิ่งกลัวเป็นเท่าทวี..

                แขนหัก? ขาหัก? หรือว่า..ฟองเบียร์แนบใบหน้าลงที่ข้างแก้มฉันก่อนที่เขาจะหันเข้ามาจนริมฝีปากแตะเข้าที่ใบหูฉันเบาๆ เสียงกระซิบอันเยียบเย็นดังเข้ามาในหูฉัน คอหัก?”

                “ฮึก.. ปะ..ปล่อยฉันฉันหลับตาลง ไม่อยากมองข้างล่างแล้ว มันน่ากลัวเกินไป ฉันไม่ชอบเลย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”

                “เป็นถึงน้องสาวของแวมไพร์เจ้าพ่อเงินกู้นอกระบบ ฉันไม่นึกว่าเธอจะขี้ขลาดขนาดนี้นะลามิอา คำพูดของฟองเบียร์ทำให้ฉันลืมตาขึ้นโดยอัตโนมัติ

                เขารู้.. รู้จักเฮียฉัน

                ฮึก.. นาย.. นายรู้จักพี่ชายฉันได้ยังไง!?” เสียงที่เปล่งออกไปสั่นมากจนแทบจะไม่เป็นประโยค

                คนอย่างมัน มีใครไม่รู้จักวะถามจริง?ฟองเบียร์กระซิบเสียงเย็นที่ข้างหูฉัน

                “…….” ฉันเงียบ

                นี่แสดงว่า.. ก่อนหน้านี้ฟองเบียร์รู้จักเฮียฉันมาก่อน แถมยังรู้จักกับชมพูด้วย ส่วนฉันคือคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยงั้นหรอ? ตลกร้ายเกินไปแล้วนะชีวิต

                ลองทายหน่อยสิ ถ้าเธอตกลงไปแล้ว ตายขึ้นมา เธอคิดว่าคนข้างล่างจะคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นเหตุฆาตกรรม?” คำถามของฟองเบียร์บีบให้ฉันต้องมองลงไปยังพื้นเบื้องล่างอีกครั้ง

                ฉันสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วพยายามให้กำลังใจตัวเองในใจว่า ฟองเบียร์ไม่กล้าทำหรอก

                “พี่ฉันต้องไม่ปล่อยนายแน่ ถ้านายทำอะไรฉันแม้แต่นิดเดียว!” ฉันแค่นเสียงขู่กลับไป พยายามซ่อนความสั่นในน้ำเสียงเอาไว้ให้ลึกที่สุด

                พี่เธอเก่ง ฉันรู้ในน้ำเสียงเมื่อครู่เหมือนแฝงความประชดประชันอยู่ในนั้น

                งั้นนายก็ควรจะรู้ด้วยว่านายจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดแน่ ถ้าฉันเป็นอะไรไป!” ฉันกัดฟันไว้

            ทนหน่อยๆ ทนอีกนิดลามิอา

            มั่นใจมาก..ฟองเบียร์กระซิบลงที่ข้างหูฉัน ระวังตอนตกลงมามันจะเจ็บนะ

                ปล่อยฉัน!”

                กึก!

                ฉันสะบัดตัวเองอีกรอบ แต่ยิ่งสะบัดก็ดูเหมือนว่าความกลัวที่มีมากอยู่แล้วยิ่งมากเข้าไปใหญ่ เนื่องจากการทรงตัวที่ไม่คงที่ของฉันอาจจะนำพาความซวยมาให้ตัวเองก็ได้ ฉันอาจจะตกลงไปด้านล่าง อาจจะตาย ทำให้เรื่องนี้มันสมใจฟองเบียร์ก็ได้ เพราะฉะนั้น..ไม่มีวันที่ฟองเบียร์จะทำได้สมใจแน่

                สะบัดมาก ถ้าตกลงไปฉันไม่ช่วยนะบอกก่อนฉันก็ไม่เคยหวังกับความช่วยเหลือของฟองเบียร์อยู่แล้ว

                เหอะ! น้ำหน้าอย่างนายเคยช่วยใครด้วยหรอฟองเบียร์?ฉันปรายตามองไปที่ด้านข้าง มองเสี้ยวหน้าของฟองเบียร์ คงไม่เคย

                “…….” แต่สิ่งที่ได้รับกลับมากลับมีเพียงความเงียบเท่านั้น เขาไม่ตอบโต้ฉันอย่างที่ควรจะเป็น

                ร่างฉันลอยหวือขึ้นจนเท้าแตะไม่ถึงพื้นอีกครั้ง มือทั้งสองข้างของฉันแตะลงบนท่อนแขนของฟองเบียร์ เขาอุ้มฉันออกมาจากจุดเสี่ยงตรงนั้น เราเข้ามาในลิฟท์อีกครั้ง ก่อนที่ร่างฉันจะถูกบดอัดเข้ากับผนังลิฟท์จนแผ่นหลังรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา

                ฟองเบียร์จ้องฉันเขม็ง ในขณะที่ฉันก็ไม่หลบตาเขาเหมือนกัน ฉันบอกแล้วว่าไม่ชอบถูกท้าทาย ถ้าเขาทำมา ฉันก็ทำกลับ ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว

                ติ๊ง!

                จนกระทั่งลิฟท์เปิดออกที่ชั้นห้า ฟองเบียร์คว้าร่างฉันไว้แล้วผลักฉันออกมาจากลิฟท์ ฉันเกือบจะล้มลงที่หน้าลิฟท์หากทรงตัวไม่มั่นคงจริงๆ ฉันมองประตูลิฟท์ที่กำลังปิดตัวลง มองฟองเบียร์ที่ส่งสายตาว่างเปล่ามาให้ ความสับสนทำให้ฉันปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้เลย

                สุดท้ายฉันถึงได้เลือกที่จะถอนหายใจให้กับเหตุการณ์เมื่อครู่ ก่อนจะเดินไปยังห้องเรียน พับเก็บเรื่องของฟองเบียร์ไว้และลืมมันไปชั่วคราว..

 

                วันถัดมา..

                ฉันนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่โต๊ะอาหารตัวประจำของโรงอาหารในมหาวิทยาลัย ในใจยังคงตัดเรื่องฟองเบียร์ไม่ขาด ฉันมองชมพูที่นั่งกินขนมอยู่เก้าอี้ตัวตรงข้าม เธอหันมาสบตากับฉันพอดี ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่า มองอะไร?

                “เธอ.. รู้จักกับผู้ชายคนเมื่อวานนานแล้วหรอชมพู?ฉันถาม

                เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนน่ะ เอ้อ.. จริงสิ ฉันเห็นเธอดูตกใจมากเลยตอนที่เห็นฟองเบียร์ มีอะไรหรือเปล่า? จะว่ายัยนี่ซื่อบื้อก็ไม่ถูกซะทีเดียวนะ ช่างสังเกตเป็นบ้า

                เขาเป็นคนดีหรอชมพู?ฉันกำแก้วน้ำไว้ในมือแน่นในขณะที่คำถามถูกถามออกไปแล้ว

                ฟองเบียร์น่ะหรอ? ก็โอเคนะชมพูหยิบขนมขึ้นกินต่อ

                ฉันถอนหายใจยืดยาวอีกครั้ง คนดีบ้าอะไรวะ เหตุการณ์ที่เขาเกือบจะฆ่าฉันเมื่อวานยังติดอยู่ในความทรงจำฉันอยู่เลย คนดีที่ไหนเขาเที่ยวมาไล่ขู่ฆ่าคนอื่นแบบนั้น ฉันขมวดคิ้ว

                แล้วนี่เฮียฉันไม่มาเรียนอีกแล้วหรอ?

                วันนี้เขาไปดูงานที่ต่างประเทศ ฉันอยากไปด้วยนะ แต่พี่ชายเธอห้ามไว้ พี่พอร์ชก็ห้ามฉันเหมือนกัน บอกว่ามันอันตรายรู้จักห่วงเมียก็เป็นว่ะ

                มันอันตรายจริงอย่างที่เฮียฉันกับพี่เธอบอกนั่นแหละ เธออยู่นี่อ่ะดีแล้วฉันมองพวงแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อของชมพูนิ่ง

                อยู่ๆก็แก้มแดงขึ้นมา ในประโยคที่ฉันพูดไปเมื่อกี้มีอะไรน่าเขินวะ?

                คิดถึงเขาจังฉันเบือนหน้าหนีอย่างเอือมระอา ห่างกันวาสองวาไม่ได้เชียวแหละ

                ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหมชมพู? เธอโดนลูกดอกอาบความหลงจากเฮียฉันไปเท่าไหร่เนี่ย ทำไมถึงได้ทั้งหลงทั้งรักเฮียฉันหัวปักหัวปำขนาดนั้นฉันเลิกคิ้วและยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม

                เธอจะบ้าหรอ~ฉันยิ้มเจื่อนอีกครั้งเมื่อพบกับปฏิกิริยาบิดตัวไปมาของชมพู

                แต่ยังไม่ทันจะได้แซวหรืออะไรไปมากกว่านี้ สายตาเจ้ากรรมของฉันดันเหลือบไปเห็นฟองเบียร์ที่กำลังเดินตรงมาทางนี้เข้าพอดี ฉันเบิกตากว้างก่อนที่มืออีกข้างจะคว้ากระเป๋าสะพายด้านข้างไว้ แล้วรีบเอ่ยบอกชมพูอย่างว่องไว

                ฉันไปก่อนนะ มีธุระต้องทำฉันบอกทิ้งท้ายไว้แล้วรีบวิ่งออกมาเลย


                {Fongbia Part}

                ผมแค่นหัวเราะเมื่อเห็นลามิอาคว้ากระเป๋าสะพายแล้วรีบวิ่งออกไป นึกไว้แล้วว่าถ้าเธอเห็นผมแล้วต้องเผ่นแนบไป ผมเดินเข้าไปหาชมพูที่นั่งทำหน้าเหวออยู่คนเดียว

                ชมพู..ผมเรียกชื่อเธอก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดียวกับที่ลามิอานั่งก่อนหน้านี้

                อ้าวฟอง.. มาพอดีเลย มาอยู่เป็นเพื่อนเราหน่อย ลามิอาทิ้งเราไว้คนเดียวเนี่ย ไม่รู้จะรีบไปไหนของเขาชมพูหยิบขนมเข้าปากแล้วทำหน้างอ

                ผมยิ้มให้เธอก่อนจะเอ่ยต่อว่า เพื่อนชมพูกลัวเรามั้ง

                “บ้าหรอ ฟองมีอะไรน่ากลัวชมพูพูดติดตลก

                ทุกคนมักจะคิดในแบบเดียวกับที่ชมพูคิดคือผมมีอะไรน่ากลัว ถ้ามองเพียงผิวเผินก็คงเป็นผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งผมก็ไม่ได้พิเศษไปกว่าใครหรอก เพียงแค่คิดว่า.. ทุกคนประเมินผมจากแค่ที่เห็นเท่านั้น

                แล้วนี่ชมพูเป็นยังไงบ้าง?

                เราสบายดี แล้วฟองล่ะ?เธอถามกลับ

                ผมยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า เราก็สบายดีก่อนจะโยงเข้าประเด็นของตัวเอง ช่วงนี้เราไม่ค่อยเห็นชมพูตัวติดกับไอ้แวมไพร์เลยนะ

                ชมพูเลิกคิ้วขึ้นมองผม เขาไปทำงานน่ะเธอตอบ

                งานอะไรหรอ?ผมถาม

                อยากจะลองหยั่งเชิงชมพูดูเหมือนกันว่าเธอจะเลือกปกป้องไอ้แวมไพร์หรือเปล่า ถึงแม้ในใจจะรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องเลือกไอ้แวมไพร์แน่ แต่ผมก็แค่อยากรู้ว่าชมพูเพื่อผมคนนี้ที่ไม่เคยโกหก ไม่เคยทำผิดมาก่อน จะเลือกที่จะโกหกผมเพื่อปกป้องคนเลวๆอย่างไอ้แวมไพร์ไหม

                งานทั่วๆไปแหละฟอง ฟองไม่มีเรียนหรอ?เธอเลือกที่จะหลีกเลี่ยงตอบคำถามผมจริงๆ แถมยังแสร้งเปลี่ยนประเด็นด้วย

                ไอ้แวมไพร์คงจะมีความหมายกับเธอจริงๆ ความจริงในใจผมก็รู้สึกผิดที่ต้องมาเป็นศัตรูกับสามีเพื่อนของตัวเอง แต่มันเลือกไม่ได้ ในเมื่อไอ้แวมไพร์มันทำผมก่อน

                เราไม่มีเรียนแล้ว เดี๋ยวเราไปก่อนนะชมพู มีธุระต้องทำน่ะผมยิ้มให้เธอแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้

                โอเค บ๊ายบายฟองชมพูยกมือขึ้นโบกลา ผมยิ้มให้เธอแล้วเดินเลี่ยงออกมา

                ผมเดินมาที่รถของตัวเอง ก้าวเท้าขึ้นไปนั่งที่เบาะคนขับก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาไอ้เกอร์

                เกอร์..ทันทีที่มันรับสาย ผมก็กรอกเสียงอันหงุดหงิดของตัวเองลงไปทันที

                [อือ.. ว่า?] มันตอบเสียงงัวเงียกลับมา

                มึงทำอะไรอยู่?ผมถามพร้อมกับหางตาที่เหลือบไปเห็นร่างของใครบางคนเข้าโดยบังเอิญ

                [นอน..] มันตอบสั้นๆก่อนจะเงียบไป แล้วตอบกลับมาอีกครั้ง [กับกานต์]

                “กูมีงานให้มึงทำ ช่วยกูหน่อยผมจ้องคนที่ปรากฏอยู่ในสายตาตอนนี้นิ่ง

                [งานอะไร?] มันถามพร้อมกับเสียงขยับตัวดัง สวบ

                “มึงช่วยสืบให้กูหน่อยว่าตอนนี้ไอ้แวมไพร์มันอยู่ที่ไหน

                [แวมไพร์?] เสียงไอ้เกอร์คล้ายกับกำลังแปลกใจที่ได้ยินชื่อนี้ [ชื่อคุ้นๆ]

                “เจ้าพ่อเงินกู้นอกระบบ มึงไม่คุ้นก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว คู่แข่งกับป๊ามึงไง

                ไอ้เกอร์มันธรรมดาซะที่ไหน พ่อมันก็เป็นคนปล่อยเงินกู้นอกระบบเหมือนกันกับไอ้แวมไพร์ อิทธิพลก็พอๆกับไอ้แวมไพร์นั่นแหละ แถมยังเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของไอ้แวมไพร์ด้วย เลวๆอย่างมันต่อให้มีคู่แข่งเป็นพันผมก็ไม่สงสัยเลย ก็แม่งทำตัวเองล้วนๆป่ะวะ

                [ถึงว่า.. ทำไมกูคุ้นนัก นิ่งๆได้ไหมกานต์!] ผมขมวดคิ้วเมื่อได้ยินประโยคแปลกๆของมันที่ดังเล็ดลอดออกมาจากสาย [จะดิ้นทำไมนักหนา!?] สงสัยดุเด็กอีกแน่

                ดุทำไมนัก? เด็กนั่นกลัวมึงจะตายห่าแล้วมั้งผมพูดติดตลก มือกำพวงมาลัยแน่นขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

                [เสือก!] มันบอกกลับมาเสียงดัง และผมมั่นใจเลยว่ามันไม่ได้ด่ากานต์แน่ แต่มันด่าผม [สรุปมีเรื่องให้กูช่วยแค่นี้?]

                “อืม..ผมครางรับ

                [วางไป กูจะนอน] หลังจากได้ยินมันพูดตอบกลับมา เสียงดัง ตุบก็ดังตามหลังมา และถ้าให้ผมเดา มันคงโยนโทรศัพท์ไปจากตัวแล้ว

                แม่ง!” ผมสบถเสียงดังพร้อมมือที่ทุบลงบนพวงมาลัย

                ผมถอนหายใจแล้วก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าตรงไปยังเหตุการณ์ชุลมุนที่อยู่ด้านหน้ารถของตัวเอง

                มะ..ไม่เป็นไร ฉันโอเคผมได้ยินเสียงลามิอา

                เธอไม่โอเคแน่ๆ ฉันขับชนเธอแถมยังได้ยินเสียงกรามของตัวเองที่บดเข้าหากันด้วย

                ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ยัยบ้าลามิอานั่นเดินเหม่อจนไม่มองทาง รถมอเตอร์ไซค์ของไอ้ที่พยายามจะเข้ามาพยุงเธอตอนนี้ก็เลยชนเข้าให้ ที่ข้อศอกมีแผลถลอกนิดหน่อย มันติดกับสีผิวขาวๆของเธอจนขึ้นรอยแดงอย่างชัดเจน ผมเคลื่อนสายตาลงมองที่ตำแหน่งแขนของเธอที่มีไอ้หน้าหล่อจับอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปคว้าแขนลามิอากลับคืนมา

                ยัยนี่บอกไม่เป็นไร ฉันว่านายอย่าเสือกดีกว่าผมจ้องหน้า มันอย่างท้าทาย

                นายเป็นใคร?มันถามผม

                ผัวยัยนี่ มีปัญหาอะไรเคลียร์!?”

                ปึก!

                อาการเจ็บจุกเกิดขึ้นที่หน้าท้องหลังจากพูดจบ ผมก้มลงมองคนตัวเล็กกว่า เห็นลามิอาขมวดคิ้วพร้อมกับจ้องผมเขม็งราวกับกำลังจะหาเรื่องกัน ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั่นจะขยับคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างออกมา

                ใครเมียมึง!?”



ปิดพรีแล้วนะคะ เดี๋ยวถ้ารูปเล่มเสร็จจะมาอัพเดตทางหน้านิยายเด้อ อีบุ๊คมีหลังจากส่งหนังสือทั้งหมดเรียบร้อยแล้วนะคะ <3 ให้เดาปมรอเลย 5555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

293 ความคิดเห็น

  1. #289 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 19:30
    ฟองน่ากลัววว
    #289
    0
  2. #211 I_WaNabee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:03
    ไงล้ะ ใครเมีย-!! ฟองทำร้ายเค้าไว้เยอะ โดนแค่นี้คงไม่จุกหรอกเนอะ!!
    #211
    0
  3. #210 chalisabts (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 21:31
    ไรท์อัพแย้วววว
    #210
    0
  4. #209 dsnfdskjfpodsl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 23:44
    รออออออนะคะไรท์
    #209
    0
  5. #208 I_WaNabee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 22:46
    ลามิอาต้องแกร่งนะ มีผัวแบบนี้ 
    #208
    0
  6. #207 Sirintra2560 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 22:26
    อยากให้มีฉากฟองเบียร์หึงลามิอาบ้างอ่าไรท์~
    #207
    0
  7. #206 Belive729 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 21:13
    สงสารลามิอาอะ
    #206
    0
  8. #205 jin_monbebe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 21:01
    ตั้งใจหลบหน้าชัดๆ
    #205
    0
  9. #204 panglovepm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 20:58
    ไรท์หายไปไหนมาอะคะ จะมีทำเป็น e-book ไหมอะคะ งือออออคือตู้เราไม่พอใส่หนังสือละอ่าาาาาาาอันนี้ความในใจ5555
    #204
    0
  10. #203 ส้มชื้น (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 21:08
    ต่อเร็วๆๆๆๆๆ
    #203
    0
  11. #201 kkk---lovely (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 22:49
    จะฆ่าปะเนี่ยน่ากลัวจุง
    #201
    0
  12. #200 kkk---lovely (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 22:48
    จะฆ่าปะเนี่ยน่ากลัวจุง
    #200
    0
  13. #199 kkk---lovely (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 22:48
    จะฆ่าปะเนี่ยน่ากลัวจุง
    #199
    0
  14. #198 Kaewkanya1414 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 22:23
    มาต่ออออค่ะมาต่อออออออสนุกมากเป็นกำลังใจให้
    #198
    0
  15. #197 Jipaporn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 12:13
    อิฟองแก่แม้งเ-้ยว่ะ #ขอโทษที่ใช้คำหยาบนะค่ะ.อินจัดอะ
    #197
    0
  16. #196 I_WaNabee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 09:28
    สงสารลามิอาอ่ะ ฟองทำไมแกใจร้ายจัง แค้นอะไรหนักขนาดนั้นเลยหรอออ
    #196
    0
  17. #195 lana..dex (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 08:53
    งือออลามิอาาาา
    #195
    0
  18. #194 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 01:40
    ทำไมฟองโหดดดด สงสารมิอา
    #194
    0
  19. #193 19122544 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 22:32
    ฟองเบียร์ชอบชมพู่หรือเป็นแฟนเก่าที่โดนพี่นางเองแย่งไปอะ งงงง
    #193
    0
  20. #192 มุกมันเดย์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 09:57
    แก้แค้นให้ชมพูมะรึยังไง งง แฟนเก่างี้ เอองง
    #192
    0
  21. #191 Belive729 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 06:01
    คิดถึงแวมพ์กับชมพูจังเลย
    #191
    0
  22. #188 Tay Za (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 15:08
    เอ้ยยังไม่เคยอ่านเรื่องอื่นๆนะ แต่ชมพูนี้ดีไหมอะหรือว่าเป็นคนที่บอกว่าชอบฟองตั้งแต่อยู่ฝรั่งเศสให้ทำงานอะไรก็ทำอะ มโนไปแล้วจ้าาาา สงสารลามิอาสุดๆ ถึงบนมาม่าขอแบบสุดๆนะไรท์ขอให้ฟองมันเจ็บหนักๆ
    #188
    0
  23. #187 I_WaNabee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 07:37
    รีดสงสารลามิอาจัง แทบจะไม่รู้อะไรเลยแบบนี้ ฟองมันร้ายจังงง
    #187
    0
  24. #186 HVKDS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 01:25
    จำได้แล้ว!!!!! ฟองเบียร์คือเพื่อนที่แอบรักชมพูแล้วคอยช่วยเหลือชมพูทุกอย่างตอนนางถูกเฮียแวมพ์ราวีใช่มั้ย!!! เหมือนจะจำได้รางๆจากที่เคยอ่านเรื่องของชมพูนะ เอ๊ะ?!!55555555555
    #186
    0
  25. #185 panglovepm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:42
    ฟองมันมีแผนอะไร
    #185
    0