[END อีบุ๊ค] HOT LOVE รักร้อน..ซ่อนอันตราย

ตอนที่ 4 : CHAPTER 3 :: I DON'T LIKE 100% [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ม.ค. 59




3
I DON'T LIKE


            คำพูดของไมเนอร์ที่เอ่ยออมาเมื่อกี้ทำให้ฉันหน้าร้อนเห่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ส่วนหนึ่งมาจากความอายแต่อีกส่วนหนึ่งมันมาจากโทสะ!

            เพี๊ยะ!

            พลั่ก!

            ฉันตวัดฝ่ามือของตนเองลงบนใบหน้าเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักเขาออกจากกาย ให้ตายเหอะ ไอ้ผู้ชายคนนี้มันช่างอันตรายมากจริงๆ

            “ไม่มีงานให้ฉันทำ งั้นฉันกลับละ!” ฉันบอกเสียงห้วนพร้อมกับหยัดกายลุกออกจากเตียงนอน

            แต่ทว่าพอก้าวไปได้ไม่เท่าไหร่กลับถูกคว้าข้อมือเอาไว้โดยไมเนอร์ แล้วเขาก็กระชากฉันให้หันกลับไปประทะกับอกแข็งๆนั่นจนมันเกิดเป็นเสียงดังตุ้บ มันจุกมาก ไอ้บ้านี่!

            “ถ้าไม่มีอะไรให้ฉันทำ..ฉันกลับ..อื้อ!”

            พระเจ้า!

            มันกล้า..มันกล้าจูบฉัน!

            เหมือนมีหินแข็งๆมาทุบที่ศีรษะจนมันมึนไปหมด สมองขาวโพลน สติสตังลอยคว้าง ฉันไม่รู้ว่ารสจูบมันจะเป็นแบบนี้ มันเป็นแบบนี้หรอ? ฉันระดมทุบที่อกของเขาแรงๆเพื่อหวังจะให้เขาปล่อย แต่ทว่าร่างสูงตรงหน้ากลับบดคลึงริมฝีปากฉันหนักมากขึ้นกว่าเดิม

            ให้ตายสิ! ถึงจะเป็นแค่ปากแตะไม่ได้ลรุกล้ำเข้ามาภายในโพลงปาก แต่ฉันก็ไม่ชอบมันอยู่ดี!!

            เนิ่นนานมากเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนนี้มันเหมือนลมหายใจกำลังจะหมด มือที่ระดมทุบตีเขาก่อนหน้านี้ทำได้เพียงแค่กระชับสาบเสื้อของเขาเอาไว้เพื่อพยุงร่างกายของตนเองไม่ให้ล้มฟุบลงไปบนพื้นเท่านั้น

            อะ..อื้อ

            ฉันเริ่มประท้วงหนักขึ้นเมื่อกระบวนการหายใจเริ่มทำงานผิดจังหวะ ตอนนี้ลมหายใจทั้งหมดมันกำลังจะขาดห้วงลง ทำให้ไมเนอร์ผละออกไป

            เฮือก!

            เกือบตาย!

            เพี๊ยะ!

            ฉันตวัดฝ่ามือใส่ใบหน้าของเขาอีกรอบ จากตอนแรกที่มีรอยแดงเข้มจากการตบไปเมื่อกี้อยู่แล้วพอโดนฉันตบอีกมันจึงขึ้นรอยแดงที่ข้างแก้มของเขาอย่างชัดเจนมากกว่าเดิม

            เป็นบ้าอะไรของนาย! มาจูบฉันเพื่อ!?” ฉันถามออกไปอย่างหงุดหงิดพลางใช้มือถูไถปากของตัวเองไปด้วย

            ก็แค่อยาก!” ตอบได้กวนตีนมากค่ะ!

            “ถ้าอยากมากนักก็ไปหาเศษหาเลยที่อื่น อย่ามาทำระยำกับฉันไอ้สารเลว!!” ฉันด่าเขาด้วยอารมณ์คุกรุ่น คือตอนนี้มันเกินกว่าคำว่าโกรธแล้วอ่ะ

            เอาน่า.. ลืมๆมันไปเถอะเขาบอกด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

            ลืม? นายจูบฉันเนี่ยนะ จะให้ลืมง่ายๆเลยงั้นสิคือไม่มีอะไรมากหรอก ฉันก็อยากจะลืมแหละ แต่ไอ้ที่ลืมไม่ได้คือมันเป็นจูบแรกของฉันไง

            ทำไม? อยากจำหรอครับรุ่นน้อง

            “ใครรุ่นน้องนาย หุบปากไปเลยไป!”

            “เธออยู่ปีสอง ฉันอยู่ปีสาม ถ้าไม่ให้เรียกรุ่นน้องจะให้เรียกอะไร”

            “........ฉันเม้มปากแน่นอย่างระงับอารมณ์

            ป้าหรอ? หึ!” นั่นไง! มันกวนตีน!

            “เลิกพล่าม! สรุปเอาไง ไหนจะให้มาทำความสะอาดห้อง” ฉันถามออกไป ในสมองตอนนี้มีแต่เหตุการณ์ที่ไอ้บ้านี่มันกำลังซั่มกับหญิงเมื่อก่อนหน้านี้เต็มไปหมด ว่าแต่..ฉันจะนึกถึงทำเชี่ยไรวะเนี่ย!

            ก็ทำดิเขาบอกแล้วเดินไปทิ้งตัวนอนลงที่เตียงอย่างสบายอารมณ์ แต่ไอ้ปฏิกิริยาแบบนี้มันกลับทำให้ฉันหงุดหงิด

            ออกไปสิ! จะอยู่ทำส้นตีนไร!?” ฉันบอกพร้อมกับยืนกอดอกมองเขา สาบานเลยว่าถ้ามีมีดวางอยู่สักเล่ม ฉันคงเอามาเฉาะหัวเขาแล้ว

            ก็ทำไปดิ จะมาสนใจทำสากเบือไร!?” อะ..ไอ้นี่มันน่าโดนเผานั่งยางซะให้เข็ดเลยว่ะ!

            “เอาตรงๆม้ะ? นายอยู่มันทำให้ฉันทำงานไม่สะดวก”

            “เป็นแค่คนทำความสะอาด อย่าบ่น!” คำตอบแสนดูถูกกันเต็มทีนั้นทำให้ฉันต้องกัดฟันแน่นระงับโทสะอย่างยากลำบาก ฉันได้แต่ท่องไว้ในใจว่าเงินเพื่อแม่ๆ

            “เออ!” ฉันตอบกลับไปสั้นๆ แล้วก้าวเดินออกมาจากห้องนอนของเขา

            ฉันเดินตรงมาที่ระเบียงด้านนอกก่อนจะคว้าเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดติดมือมาด้วย เริ่มแรกฉันต้องเก็บเสื้อผ้าของเขาที่มันวางกระจัดกระจายไปทั่วมุมห้องซะก่อน เพื่อที่จะได้ทำความสะอาดมุมอื่นๆได้ง่ายขึ้น

 

          22.00 น.

            “แฮ่ก!”

            ฉันฟุบตัวลงนั่งบนโซฟาของห้องนั่งเล่นอย่างเหน็ดเหนื่อย ไม่น่าเชื่อเลยว่าไอ้ห้องแค่นี้มันจะทำให้ฉันเหนื่อยขนาดนี้ ฉันนึกว่าจะได้แค่หยิบๆจับๆถูหน่อยๆเท่านั้น แต่นี่..ฉันทำตั้งแต่สากเบือยันเรือรบเลยอ่ะ

            แม่งอย่างเหนื่อย!

            “อะไรกัน แค่นี้เหนื่อยแล้วหรอ? อ่อนว่ะ!!” เขาดูถูกฉันอีกแล้ว!

            “ลองมาทำเองมั้ยล่ะฉันบอกแล้วตวัดสายตาเคืองๆไปให้ นี่ยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องจูบฉันเลยนะ

            “ฉันจ้างเธอมาเพราะฉะนั้นเธอมีหน้าที่ต้องทำ ไม่ใช่ฉันที่ต้องทำหน้าที่นั้นเขาบอกแล้วตรงมาที่โซฟาตัวที่ฉันนั่งอยู่

            ไมเนอร์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆฉัน ทำให้ฉันขยับหนีทันควัน เพราะไอ้บ้านี่มันทำตัวไม่น่าไว้ใจไง มันทำให้ฉันระแวง!

            “ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกหน่า ระแวงไปได้” แล้วไอ้ที่จูบฉันเมื่อก่อนหน้านี้แม่งคือเชี่ยไรวะ!

            “ฉันไม่ไว้ใจนายหรอก นายมันโรคจิต! ทุเรศ!” ฉันบอกแล้วเบะปากใส่เขาอย่างไม่ยี่หระ

            “พูดแบบนี้เดี๋ยวได้โดนจูบอีก!”

            เพี๊ยะ!

            “เฮ้ย! ไรวะ! เอะอะแม่งตบตลอดเลยไง”

            ฉันตวัดมือลงบนใบหน้าเขาทันทีที่เขาขยับเข้ามาใกล้ทำให้เขาร้องท้วงขึ้นมาเสียงดัง ก็ใครใช้ให้ขยับเข้ามาใกล้ระยะประชิด แถมยังยื่นหน้าเข้ามาอีก ฉันก็ตบให้สิ!

            “ก็จะขยับเข้ามาทำห่าไรล่ะ! อยู่ห่างๆฉันเลยนะ!”

            “ฉันก็แค่ล้อเล่นเอง ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นด้วยวะ!” เขาบอกแล้วหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดทีวีดู สีหน้าของเขาตอนนี้ดูหงุดหงิดมาก

            “งานเสร็จแล้ว..งั้นฉันกลับล่ะ” ฉันบอกแล้วลุกขึ้นจากโซฟาเตรียมตัวเดินออกจากห้องของเขา

            “เดี๋ยว”

            “อะไรอีกล่ะ?” ฉันหันกลับไปพลางขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย งานก็เสร็จเรียบร้อยดีแล้วจะเรียกกูไว้เพื่อ?

            “นี่มันก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว..เธอจะกลับยังไง”

            “ก็..” ฉันลืมไปว่าฉันปิดเรื่องที่ฉันอยู่ห้องตรงข้ามกับไอ้หมอนี่ไว้นี่นา “ฉันก็..อยู่คอนโดนี้ นายลืมไปแล้วหรือไงวะ!”

            “เออใช่! ฉันก็ลืมไป..ว่าแต่..เธออยู่ห้องไหนล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”

            “ไม่ต้อง! ฉันเดินกลับเองได้!”

            “ก็ฉันจะไปส่งนี่ไง”

            “นายจะยุ่งเรื่องฉันทำไมนักหนาวะ! ฉันเป็นลูกน้องนายนะไม่ใช่ลูก!”

            “ก็แค่..เป็นห่วง กลัวโดนลากไปข่มขืนหรอกนะ!” นั่นไง! ปากมันโคตรวอนโดนตีน!

            “หุบปากหมาๆของนายไปเลยไป! ฉันกลับเองได้!”

            “ตามใจ!” เขาบอกแล้วผินหน้ากลับดูทีวีต่ออย่างสบายใจ อือดี! เกิดเป็นคนรวยแม่งดีชิบหาย!

            ฉันเม้มปากแน่นก่อนจะสะบัดหน้าแล้วเดินออกจากห้องของเขา ไอ้บ้านี่แม่งหน้ามึนว่ะ! เพื่อนฉันชอบมันไปได้ไงวะเนี่ย

 

          Rrrrrrrr!

            “เออว่า!?”

            ฉันกดรับทันทีเมื่อยัยนิวเคลียร์โทรมา

            [แก..ฮึก!]

            “เฮ้ย! ร้องไห้ทำไมวะ!” ฉันตกใจเมื่อได้ยินเสียงปลายสายร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา

            [แก..ฉัน..ฉันโดนม๊าด่า] ม๊าด่า! นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ววะ ยัยนี่น่ะโตแล้วนะ แค่โดนม๊าด่าทำไมมันต้องร้องไห้ฟูมฟายขนาดนี้ด้วยเนี่ย

            “แค่เนี้ย!?”

            [มันเรื่องใหญ่นะแก..ปกติม๊าไม่เคยด่าฉันแรงขนาดนี้..ฮึก!]

            “เออๆ ฉันเข้าใจ..ว่าแต่..ด่าเรื่องไรวะ”

            [ก็เทอมที่แล้ว..ฉันทำเกรดได้ไม่ดี ฉันก็เลยไม่ได้ส่งผลการเรียนให้ม๊าดู ม๊าสงสัยก็เลยโทรมาถามอาจารย์ที่มหาลัย พอม๊ารู้..ฮึก! ม๊าก็โทรมาด่าฉันเลย]

            เออๆ ทีหลังก็ทำเกรดให้มันดีๆกว่านี้สิ” ฉันบอกพร้อมกับก้าวเท้าเข้าห้องของตนเอง

            [วันนี้ฉันไปนอนคอนโดแกได้เปล่า?]

            “เออ ได้ๆ มาดิ..” ปกติเวลาที่ยัยนี่มีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็มักจะมานอนที่คอนโดฉันเป็นประจำเลย

            [งั้นเดี๋ยวฉันขอเก็บของก่อน..ฮึก!.. งั้นแค่นี้นะ]

            “เออๆ แล้วก็เลิกร้องไห้ซะนะ แกโตแล้วไม่ใช่เด็กอนุบาล!”

            [อือ.. ขอบใจนะ^^]

            “เออๆ” ฉันบอกแล้วกดวางสาย.. พลางเดินเข้าห้องนำเพื่อไปชำระคราบเหงื่อไคลจากการทำความสะอาดห้องของไอ้ผู้ชายมั่นหน้าอย่างไมเนอร์..


              ติ๊งต่อง!!!

            เสียงออดจากหน้าห้องทำให้ฉันที่กำลังเช็ดผมที่เปียกจากการอาบน้ำเมื่อครู่หันไปมองทันที คงเป็นยัยนิวเคลียร์แน่เลย ฉันเดินเข้าไปที่ประตูด้านหน้าห้องโดยในมือยังถือผ้าแล้วขยี้ผมที่เปียกนั้นไปด้วย

            เข้ามา..” ฉันเปิดประตูออกไปก็พบกับนิวเคลียร์จริงๆ เธอแต่งตัวด้วยชุดนอนเต็มยศเลยแหละ

            นี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหรอ?”

            “อือ..” ฉันตอบกลับไปสั้นๆแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้ากระจกแล้วบรรจงซับน้ำออกจากผมตัวเองต่อ

            นี่มันเกือบห้าทุ่มแล้วนะ ทำไมแกอาบน้ำช้าจังอ่ะยัยนี่เดินเข้ามาแล้วทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆฉันก่อนจะเอียงคอถาม

            ทำงานมาน่ะสิ เหนื่อยชิบ!”

            พอพูดถึงเรื่องการทำงานเมื่อชั่วโมงที่แล้วมันก็ทำให้ฉันอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงหน้าไอ้บ้าไมเนอร์ที่มันหน้าด้านจูบฉัน อีกทั้งยังกระทำไอ้กิจกรรมรักบ้าๆนั่นกับยัยผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้นั่นจนทำให้ฉันเห็นภาพอุบาทว์อีก ยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งโมโห แล้วตอนที่ฉันสลบไปน่ะก็ไม่รู้ว่าไอ้บ้านั่นมันทำอะไรกับร่างกายฉันไปบ้าง

            งานอะไรมันทำให้เพื่อนรักของฉันเหนื่อยขนาดนี้อ่ะ

            “ก็งาน..” ฉันชะงักเสียงลงทันที “งานปกติทั่วไปแหละ”

            ฉันไม่อยากบอกให้ยัยนิวเคลียร์รู้เลยว่าฉันทำงานให้ไอ้บ้าไมเนอร์นั่น เพราะว่ายัยนี่ยิ่งคลั่งๆมันอยู่ด้วยถ้ารู้ว่าฉันทำงานให้เขานะ มีหวัง..ยัยนี่ได้โร่วิ่งตามฉันแน่

            งานปกติทั่วไป? แล้วมันงานอะไรอ่ะ

            “โอ๊ย! เธอเนี่ย..เลิกเซ้าซี้ได้ละ ไหนเจอม๊าด่ามาไง ไปนอนเลยไป”

            “ก็ใช่ เฮ้อ! ถ้าเรียนได้เก่งๆแบบแกก็ดีดิ

            “ฉัน? ฉันเนี่ยนะเก่งฉันชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างงงๆ

            อื้อ.. แกน่ะเก่งจะตายอ๊าย! เขินแปบ..

            เออน่า.. เรียนให้มันได้อย่างฉันสิโหย..ไม่ค่อยจะคุยเลยค่ะกู!

            “เออจ้า.. แกเก่ง แกเพอร์เฟ็ตท์ แกดี โหย.. ยอมเลยค่ะ

            เออๆ ไปนอนได้แล้วไป เดี๋ยวฉันเช็ดผมเสร็จ เดี๋ยวจะตามไป

            “อ่าได้ เร็วๆนะ ฉันคิดถึงงงงง” ยัยนิวเคลียร์ทำเสียงยืดยาวก่อนจะลุกจากเก้าอี้ตรงไปยังห้องนอน

          5 นาทีผ่านไป..

            พอฉันเช็ดผมเสร็จฉันก็เดินไปปิดไฟ แล้วเดินเข้าห้องนอน พอเดินเข้ามาฉันก็เห็นว่ายัยนิวเคลียร์ได้หลับไปแล้ว ขาของเธอพาดมาอีกฝั่งหนึ่งของเตียงจนเต็มเตียง ท่าทางไร้เดียงสาเด็กๆแบบนี้น่ะ ฉันถึงได้ไม่อยากให้ยัยนิวเคลียร์ได้รู้จักกับไอ้หมอนั่นไง ไอ้ผู้ชายมั่นหน้าอย่างไมเนอร์ไงล่ะ..

            ฉันรู้ว่ายัยนี่ค่อนข้างอ่อนต่อโลก ใครว่าอะไรให้ก็มักจะร้องไห้ อีกอย่างน่ะยัยนี่อ่อนไหวง่ายด้วย พูดคำหวานหยอดหน่อยยัยนี่ก็เคลิ้มตามแล้ว ตั้งแต่ฉันคบกับยัยนี่มาแม้มันจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ปี แต่ฉันกลับรู้สึกว่าฉันผูกพันธ์กับยัยนี่มาก ไม่รู้สิ เหมือนมันมีเคมีบางอย่างของฉันที่มันดันไปตรงกับยัยนี่เข้าล่ะมั้ง

            นี่! ขาอ่ะ! เอาพาดคอฉันเลยมั้ยฉันถามพร้อมกับเอามือยกขาเรียวของนิวเคลียร์พาดไปอีกด้านหนึ่งของเตียง เพื่อที่ฉันจะได้มีที่สำหรับนอน

            อือ.. คนจะนอนน่ายัยนี่พึมพำออกมาพร้อมกับเอาเรียวแขนพาดมาแทน

            ช่วยเกรงใจเจ้าของห้องหน่อยมั้ยยัยคุณหนูฉันพูดแล้วก้าวขึ้นไปบนเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างนิวเคลียร์

            “อือ.. เชลซี..”

            “อืม..ว่าไง” ฉันหันหน้าไปหาคนที่เรียกชื่อฉันทันที

            แกเคยมีแฟนมั้ยอ่ะมาอารมณ์ไหนวะเนี่ย!?

            “ถามทำไมล่ะ” ฉันถามกลับ ทันใดนั้นคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาทันที

            ฉันยังไม่เคยมีแฟน ยังไม่เคยชอบผู้ชายคนไหน ไมเนอร์เป็นคนแรก

            ความจริง.. ฉันก็ไม่อยากให้ยัยนี่ชอบไอ้มั่นหน้านั่นเท่าไหร่นะ แต่พอเธอบอกมาแบบนี้มันกลับทำให้ฉันสะเทือนใจแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิ

            อืม.. แล้วไง

            “การมีแฟนมันเป็นยังไงนะ อยากรู้จัง..”

            “การมีแฟนหรอ..?”

            ฉันน่ะ..เห็นห้าวๆแบบนี้ แต่เมื่อก่อนฉันอ่อนหวานกับแฟนมากเลยนะ บอกให้ก็ได้..เมื่อก่อนตอนมัธยมจะเข้ามหาลัย ฉันเจอกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาหล่อมากๆเลยล่ะ น่ารักเป็นกันเองมาก ฉันเดินซื้อของอยู่ในห้างกับยัยแชมเปญ แล้วดันเดินไปชนเขา เขาก็ช่วยเก็บของปกตินั่นแหละ

            แต่..ความไม่ปกติมันอยู่ตรงนี้เอง จู่ๆเขาก็บอกว่า คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ผมขอโทษนะที่เดินชนคุณ ผมผิดเอง.. จะให้ผมรับผิดชอบแบบไหน ผมยินดีครับคือฉันก็อึ้งแหละ จะมีผู้ชายที่ไหนแสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกมาได้ขนาดนี้ หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยกันและสานสัมพันธ์จนได้คบกัน แต่ก็มีอันต้องเลิกราด้วยเหตุผลบางอย่าง..

            มีแฟนก็ดีนะ.. การที่เราได้ทำอะไรเพื่อคนที่เรารักน่ะมันเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลย ดูแลกัน ไปเดทกันบ้าง ดีจะตาย..” ฉันนอนอมยิ้มให้กับภาพความทรงจำเมื่อครั้งที่ฉันคบกันกับ เขาคนนั้น

            “แสดงว่าเธอเคยมีแฟนหรอ?” นิวเคลียร์ดูเริ่มจะสนใจเรื่องของฉันขึ้นมาทันที

            เคย.. แต่ความรักของฉันมันไม่ค่อยจะสมหวังเท่าไหร่หรอกน้ำเสียงของฉันดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

            อืม.. ถ้าไม่สะดวกเล่าก็ไม่ต้องเล่าก็ได้นะ

            “ฉันขอโทษนะนิวเคลียร์ ฉันไม่อยากนึกถึงเรื่องราวอันแสนเจ็บปวดนั้นอีกแล้ว ฉันพยายามที่จะลืมมันอยู่ทุกวัน แต่ฉันก็ลืมมันไม่ลงจริงๆ”

            “.......”

            “มันตอกย้ำความเจ็บปวดของฉันอยู่ทุกวันทุกคืน ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นคนอ่อนแอแบบนี้จริงๆนิวเคลียร์ ฮึก..” ฉันเผลอร้องไห้ออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องราวอันแสนเจ็บปวดระหว่างฉันและ เขา

            “อย่าร้องไห้สิ เธอไม่ใช่คนอ่อนแอนะ เธอเข้มแข็งจะตายยัยนิวเคลียร์รั้งร่างของฉันเข้าไปกอดก่อนจะลูบหัวของฉันอย่างแผ่วเบา

            ใช่สิ ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอนี่นา.. ฉันจะร้องไห้ให้กับเรื่องแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

            “ใช่ๆๆ เอาเชลซีคนเก่งของฉันกลับมาเลยนะ”

            “อืม.. งั้นเรานอนกันเถอะ พรุ่งนี้มีเรียนตอนเก้าโมงด้วย”

            “อ่าใช่ ลืมเลยเนี่ย ฉันต้องตื่นกลับไปเปลี่ยนชุดที่คอนโดด้วยนี่นา

            “งั้น.. ฝันดีนะ”

            “โอเคๆ ฝันดี อย่าลืมนะ.. ยุคนี้มันต้องสตรอง!!”

            พอนิวเคลียร์พูดจบ ฉันก็เผลอระเบิดหัวเราะออกมาเพราะคำว่าสตรองนี่ล่ะ ยุคนี้เขาสตรองกันหมดแล้วใช่ไหม ท่าทีของยัยนี่ตอนพูดคำว่าสตรองน่ะตลกมากจริงๆนะ

            แกอ่า.. จะหัวเราะทำไมเนี่ย

            “ก็มันขำนี่หว่า ฮ่าๆ”

            “เออๆ นอนไปเลยไป”

            “คิกๆ นอนละ” การหัวเราะเมื่อกี้ทำให้ฉันลืมเรื่องเจ็บปวดเมื่อก่อนหน้านี้ลงได้จริงๆแฮะ

            ทันทีที่หันหลังให้ยัยนิวเคลียร์ได้สักพักฉันก็ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนเป็นเพื่อนรัก อะไรกัน! คนอะไรจะหลับเร็วขนาดนี้เนี่ย

            พอเห็นว่ายัยนิวเคลียร์หลับไป ฉันก็หลับตาลงและพยายามลืมเรื่องราวเจ็บปวดทั้งหมดของตัวเอง เพราะฉันไม่อยากจะยึดติดกับเรื่องราวแบบนั้นอีกแล้ว มันทำลายชีวิตของฉันมามากพอแล้ว..

 

          MINER TALK ::

            ผมเดินออกจากห้องน้ำหลังจากที่เข้าไปชำระล้างร่างกาย ก่อนจะเดินตรงมาที่หน้ากระจกบานใหญ่แล้วหยิบผ้ามาเช็ดผมที่เปียกลู่หลังจากนั้นจึงหยิบไดร์มาเป่า พลางคิดเรื่องวันนี้เมื่อตอนหัวค่ำไปด้วย

            นี่ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลยว่ะ ที่ไปจูบยัยปากหมานั่นน่ะ ความจริงยัยนั่นก็สวยแหละ แต่ปากปีจอแบบนั้นผมก็ไม่ชอบนะ! แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องไปจูบยัยนั่นด้วย นี่คิดแล้วปวดหัวขนาดหนักเลยครับ!

            “บ้าชิบ!” ผมสบถออกมาแล้วไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่เกี่ยวกับเรื่องของยัยปากหมาเชลซีออกจากสมอง

            ผมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบชุดออกมาก่อนจะใส่มันอย่างเร่งรีบเพราะตอนนี้มันปาไปห้าทุ่มกว่าๆแล้ว ผมเป็นหนุ่มเจ้าสำราญก็จริง แต่อันที่จริงผมไม่ชอบนอนดึกเพราะมันจะทำให้สุขภาพของผมทรุดโทรมเดี๋ยวก็หมดหล่อกันพอดี

            ผมเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างอย่างเมื่อยล้า สองมือเกยหน้าผากอย่างครุ่นคิด ว่าแต่ผมกำลังครุ่นคิดเรื่องอะไร? เรื่องยัยปากหมาเชลซีหรอ? ไม่เอาล่ะ.. นอนดีกว่า คิดไปแม่งเปลืองพื้นที่สมอง!

 

          เช้าวันรุ่งขึ้น..

          08.30 น.

            ติ้ดๆๆๆ!!

            ผมตื่นขึ้นมาก่อนจะคว้าเอาโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่ส่งเสียงเตือนอยู่โต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดู พอปรับโฟกัสสายตาดูเวลาบนโทรศัพท์ชัดเจนแล้ว..

            ตาเถรเวรละ!!!

            ผมลืมว่าวันนี้ผมมีเรียนตอนเก้าโมง ผมรีบสปริงตัวจากเตียงทันทีก่อนจะรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างไม่รีรอ..

          20 นาทีผ่านไป..

            ผมเดินออกมาจากห้องน้ำพลางเช็ดผมไปด้วยก่อนจะตรงไปไดร์ผมที่หน้ากระจกอย่างเร่งรีบแล้วเดินมาแต่งชุดนักศึกษา

            ผมเดินออกจากห้องของตนเองแต่ก็ต้องปะทะกับ..

            ยัยปากหมาเชลซี!!!

            “เธอ..

            พอเธอหันหน้ากลับมาหลังจากปิดประตูลงเสร็จสรรพ เธอก็ทำหน้าตกใจทันที ว่าแต่..ตกใจเชี่ยไรวะ! ผมไม่ใช่ผีนะเว้ย! ออกจะหล่อบาดตาบาดใจสาวขนาดนี้

            นะ..นาย

            เธออยู่ห้องนี้เองหรอ?” ผมถามแล้วชี้นิ้วไปที่ห้องตรงข้ามกัน

            อะ..อะไร? เปล่าหนิเธออ้ำๆอึ้งๆก่อนจะเบนสายตาหนีสายตาที่จ้องจับผิดของผม

            ก็ฉันเห็นว่าเธอเดินออกมาจากห้องนี้

            “นะ..นี่ห้องเพื่อนฉันเอง แหะๆ”


ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะก๊ะ^^

ว่าแต่..เขาคนนั้นคือใครกันนะ?

ใครกันที่ทำให้เชลซีของไรท์เจ็บปวดแบบเน้T^T!!

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #20 tivawan sangsawang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 07:42
    ออกัสรึเปล่า555
    #20
    0