[END อีบุ๊ค] HOT LOVE รักร้อน..ซ่อนอันตราย

ตอนที่ 3 : CHAPTER 2 :: WHAT? 100% [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 507
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ธ.ค. 58



2

WHAT?


          TK University

            ตุ้บ!

            “เฮ้ย!

            ฉันเกือบจะหงายหลังล้มลงพื้นไปแล้วถ้าหากไม่มีมือหนาของใครบางคนฉุดรั้งข้อมือเอาไว้

            เธอ..ยัยปากหมา!”

            ไมเนอร์..” ฉันสะบัดข้อมือของตัวเองออกจากการเกาะกุมทันที

            ตุ้บ!

            ตามคาด!

            ไม่ทันคิดเลยจริงๆว่าถ้ามือไม่โดนฉุดรั้งเอาไว้ฉันจะต้องล้มคะมำลงพื้น และตามคาดไง..ตอนนี้ก้นของฉันมันกระแทกกับพื้นปูนแข็งๆไปแล้ว ให้ตายดิ! เจ็บว่ะ!

            “โอย..ก้นกู!” ฉันพยายามจะลุกขึ้นแต่มันก็ลุกไม่ขึ้นจริงๆทำให้ก้นของฉันกระแทกลงอีกครั้ง

            ยื่นมือมาดิโห..อย่างกับพระเอกเลยค่ะมึง!

            “ไม่ต้อง! ฉันลุกเองได้!”

            ตามใจ..” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะหมุนตัวแล้วค่อยๆก้าวเท้าออกไป

            เดี๋ยว..” ฉันเรียกเขาเอาไว้เพราะตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาหยิ่งนี่หว่า.. ก้นก็เจ็บ ลุกก็ไม่ไหว จะยอมทิ้งฟอร์มหนึ่งวันละกัน

            เขาหันหน้ากลับมาก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วยื่นมือมาให้ ซึ่งฉันก็จับนั่นแหละ

            ขอบใจ!” พอลุกขึ้นได้ฉันก็ขอบคุณเขาแล้วก็เตรียมหมุนตัวเดินหนีทันที

            เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนดิวะ!” อะไรกับกูอีกหนอ..

            เขาวิ่งตามมาก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าฉันแล้วจ้องฉันด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ไม่น่าไว้ใจ

            อ่ะ..” เขายื่นวัตถุที่คล้ายกับการ์ดมาให้ มันเป็นใบสีดำๆมันวาว

            อะไร!?”

            “คีย์การ์ดไง..ดูไม่ออก?”

            ดูออก..แล้วยื่นมาให้ฉันทำไม?”

            “ก็ฉันบอกให้เธอไปทำความสะอาดห้องให้วันนี้นี่ ถ้าไม่มีคีย์การ์ดเธอจะเข้าห้องฉันยังไงล่ะ” เออว่ะ ถ้าไม่มีคีย์การ์ดฉันจะเข้าห้องไอ้บ้านี่ได้ยังไงกัน ไม่ทันคิดเลย

            เออ..จริง!”

            ฉันหยิบคีย์การ์ดจากมือของเขาแต่ทว่าพอกำลังจะเอามือออกนี่สิ ดันโดนเขาจับไว้อ่ะ!

            ปล่อย!” ฉันพูดเสียงห้วนจัด

            อะไรกัน แค่จับมือเองแค่ของมึงแต่ไม่ของกูนี่คะ!

            “ปล่อยสิวะ!” ฉันสะบัดมือของตัวเองอย่างแรงแต่ทว่ามันก็ไม่หลุดง่ายๆ

            “เธอนี่ยังไงวะ พูดเสียงห้วนอย่างกับผู้ชายแถมคำพูดคำจายังหยาบคายได้โล่อีก! แบบนี้น่ะ ไม่มีใครเขาอยากได้ไปเป็นแม่ของลูกหรอกนะ!” แล้วไง..ใครสน!

            “แล้วแต่พวกผู้ชายพวกนั้นสิ ฉันอยู่คนเดียวได้ไม่ต้องห่วง!” ฉันพยายามสะบัดมือตัวเองอีกรอบทว่าคราวนี้มันหลุด

            โอเค อย่าลืมล่ะ วันนี้ก็ไปทำงานที่ผับก่อนแล้วค่อยมาที่คอนโดฉันก็ได้เพราะว่าช่วงทุ่มนึงน่ะฉันจะทำธุระที่คอนโดก่อนแล้วจะออกมาให้ทันสองทุ่มละกัน

            “เออ!” ฉันบอกแล้วหมุนตัวเดินหนีทันที เพราะสังเกตเห็นว่าเริ่มจะมีคนมองพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆแล้ว


            เชลซี! ยัยเชลซี! ทางนี้ๆเสียงของยัยนิวเคลียร์เองแหละ

            อ่าๆๆ

            “เมื่อกี้แกคุยกับไมเนอร์หรอ?ยัยนี่ไปรู้จักไอ้หมอนั่นตอนไหนวะเนี่ย

            เออ..เธอรู้จัก?”

            “รู้จักสิ ก็คนนี้ไงที่ฉันแอบชอบอ่ะ ที่โทรไปบอกเธอวันนั้นอ่ะ วันนั้นวันไหนวะ นึกแปบ..

            “ห๊ะ!? คนนี้อ่ะนะ!” ฉันนึกออกก่อนจะถามออกมา ไม่คาดคิดว่าจะเป็นไอ้หมอนี่!

            “เออ..คนนี้แหละ เจอะคนนี้ฟินเลย บ่องตงรักจุงเบย อยากอวดทุกคนเลย ว่าพบเจ้าของหัวใจ^^” ยัยนี่ท่าจะเพี้ยนหนักละ

            ฉันว่าไม่โอว่ะ ไม่เข้าตากรรมการอย่างแรง!” ไม่ใช่กรรมการที่ไหนหรอก มันไม่เข้าตาฉันเองแหละ เอาง่ายๆฉันไม่ค่อยชอบไอ้บ้านี่เท่าไหร่อ่ะนะ

            ก็ฉันชอบหนิ ฉันชอบเขามากเลยน้ะ รักแรกพบเลยยัยนี่ทำตากระพริบปริบๆก่อนจะมองไปทางไมเนอร์

            เลิกเพ้อเจ้อได้ละ! ไปๆๆเรียน!” ฉันดันไหล่เพื่อนตัวเองให้เดินไปด้วยกัน..

            โห่..แกอ่าเป็นอันว่าจบบทสนทนาของวันนี้...

 

          18.00 .

          TK University

          ตึกคณะมนุษศาสตร์

            เจ้ วันนี้เราไปหาแม่กันเหอะนะแล้วค่อยไปMN Clubน้ะเจ้นะยัยแชมเปญเขย่าแขนฉัน

            โอเค เจ้ก็ว่าอยากจะไปพอดี งั้นวันนี้เราไปกัน

            ฉันบอกก่อนจะคล้องคอผู้เป็นน้องสาวแล้วเดินออกจากมหาลัยไปเรียกแท็กซี่หน้ามหาลัยเพื่อไปหาแม่ที่โรงพยาบาล

          V Hospital

          คุณพยาบาลคะ แม่ของพวกเราเป็นยังไงบ้างคะ?เมื่อมาถึงห้องที่แม่นอนพักอยู่ยัยแชมเปญก็ถามพยาบาลประจำของแม่ทันที

            อ๋อ ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นค่ะ ทานอาหารได้มากขึ้น ไม่มีอาการแทรกซ้อนเหมือนเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วค่ะคำตอบของพยาบาลคนสวยทำให้ทั้งฉันและยัยแชมเปญยิ้มออกทันที

            ขอบคุณนะคะ^^” ยัยแชมเปญยิ้มให้พยาบาลก่อนจะหันมาพูดกับฉันต่อ เราเข้าไปข้างในกันเถอะเจ้

            “อือ..ไปดิ”

            “แม่คะ เป็นไงบ้าง?” ยัยแชมเปญเดินเข้าไปหาแม่ก่อนจะสวมกอดท่านอย่างรักใคร่ ทำให้ฉันอดยิ้มไม่ได้กับท่าทางน่ารักของน้องสาวตัวเอง

            ดีขึ้นจ้ะ แล้วนี่พวกเราเพิ่งเลิกเรียนกันหรอ? ทำไมไม่อาบน้ำอาบท่าก่อนจะมาหาแม่ล่ะลูก?ท่านยิ้มแห้งๆกลับมา คำพูดแฝงไปด้วยความห่วงใย

            ไม่เป็นไรหรอกแม่ เดี๋ยวพวกเราก็ต้องไปทำงานกันอีก รออาบตอนเลิกงานทีเดียวเลยดีกว่าฉันพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาแม่แล้วลูบหัวยัยแชมเปญอย่างเอ็นดู

            ลูกต้องลำบากเพราะแม่แท้ๆแม่พูด สีหน้าของท่านซีดลงทันตา

            มันไม่ใช่ความผิดของแม่นะคะ พวกเราเต็มใจทำเพื่อแม่ พวกเราจะหาเงินมารักษาแม่ค่ะยัยแชมเปญพูดก่อนจะเอาหัวไปซบกับอกผู้ที่ได้ชื่อว่าแม่

            ใช่ค่ะ พวกเราเต็มใจฉันบอกแล้วโอบกอดทั้งยัยแชมเปญและแม่ไปด้วย

            ขอบคุณนะลูก ขอบคุณจริงๆแม่บอกแล้วโอบกอดตอบ ความอบอุ่นจากแม่ไม่มีอะไรเทียบได้เลยจริงๆ

          19.00.

          MN Club

            “วันนี้แม่ดูดีขึ้นกว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนจริงๆเนอะเจ้

            “ใช่ อีกไม่นานแม่ก็ต้องหาย เชื่อเจ้สิเปญ”

            “ค่ะ เปญเชื่อเจ้เสมออ่ะแหละ เราไปทำงานกันดีกว่านะคะ จะได้เก็บเงินให้ได้เยอะๆแล้วเอาไปรักษาแม่กัน”

            “โอเค งั้นไปกันเถอะ”

            ฉันบอกก่อนจะเดินนำเข้าไปในMN Club ฉันคงจะได้ทำงานแค่อีกหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นแหละ เพราะว่าฉันคงจะต้องไปทำความสะอาดให้ไมเนอร์ที่R Condoอีก ถามว่าเหนื่อยมั้ยที่ต้องไปทำนั่นทำนี่ตลอด ก็เหนื่อยแหละ..แต่ต้องทน...

          20.30.

          R Condo

            “ตายห่าล่ะ! สายไปครึ่งชั่วโมง หมอนั่นมันต้องว่าฉันแน่เลย” ฉันวิ่งเข้าR Condo พลางยกนาฬิกาจากโทรศัพท์ขึ้นมาดูไปด้วยอย่างเร่งรีบ

            วันนี้มันวันอะไรวะ ที่ผับก็ยุ่งชิบหายเลยฉันกดลิฟท์แล้วก็บ่นๆๆไปเรื่อย

            เมื่อมาถึงชั้นสี่ฉันก็วิ่งเข้าห้องตัวเองไปเปลี่ยนชุดนักศึกษาอย่างรวดเร็ว สายขนาดนี้หมอนั่นมันคงไม่กำลังสวดฉันอยู่หรอกนะ! ให้ตายสิ!

            เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จฉันก็หยิบคีย์การ์ดออกจากกระเป๋าสะพายแล้วตรงไปห้องตรงข้ามทันที

            ฉันเสียบคีย์การ์ดก่อนจะเปิดประตูออก ห้องของไมเนอร์ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเทาดูหม่นๆแต่ทว่าสบายตา ข้าวของสุดหรูราคาแพงถูกวางอย่างเป็นระเบียบ แต่ไอ่ที่มันไม่เป็นระเบียบก็คือ กองเสื้อผ้าที่มันกระจัดกระจายอยู่ทั่วมุมห้อง แถมบ็อกเซอร์ก็วางอยู่หน้าทีวีด้วย ให้ตายดิ! ผู้ชายอะไรวะ สกปรกชิบหาย!

            “อ๊ะ! อ๊า!” เฮ้ย! เสียงไรแว๊?

            “!” ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง

            ฉันเดินเข้าไปเรื่อยๆเพื่อจับทิศทางว่าไอ้เสียงบ้านั่นมันมาจากไหน และก็เจอ..เมื่อฉันอยู่หน้าห้องๆหนึ่งซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นห้องนอนแน่ๆ

            อ๊า! เร็วอีกสิคะไม!” ให้ตายสิวะ! มันเล่นเกมแข่งรถกันหรือไง แต่ทำไมต้องครางแบบนั้นด้วยง่ะ กูขนลุกนะเอ้ย!

            “อ่า..ใกล้แล้วที่รัก!” ใกล้แล้ว..ใกล้เข้าเส้นชัยหรือเปล่า

            ฉันเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ และสังเกตเห็นว่าบานประตูมันไม่ได้ปิดสนิทแต่มันแง้มๆเอาไว้เท่านั้น ฉันจึงค่อยๆผลักบานประตูเข้าไปเงียบๆเพราะคิดว่าถ้าผลักเข้าไปเสียงดังเดี๋ยวหมอนั่นมันเสียบรรยากาศการเล่นเกมแข่งรถกันพอดี

            แต่พอเปิดกว้างได้เท่านั้นแหละ..

            บร๊ะเจ้า! ตาเถรหกตกกระโถนกระเด็นกระดอนกลิ้งลงข้างทาง!

          “กรี๊ดดดดดด!”

          ภาพอุจาดตาด้านหน้าทำให้ฉันกรีดร้องออกมาก่อนจะรู้สึกว่าตนเองล้มฟุบลงไปบนพื้น ม่านตามืดลง ภาพด้านหน้าดับวูบไป..

          MINER TALK ::

            เสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่ดังขึ้นหน้าห้องนอนทำให้กิจกรรมรักของผมหยุดชะงักลง ให้ตายดิ! ใครวะ!? แม่งเสียอารมณ์ชิบหาย!

            ผมลุกจากตัวของดาวคณะนิเทศศาสตร์ในขณะที่เธอยังทำหน้าเสียดาย ก็จะอะไรล่ะ..ที่เสียดายน่ะ เพราะเธอกำลังจะถึงจุดสูงสุดของชีวิตไง พอมีอะไรขัดจังหวะมันก็เลยหยุดชะงักค้างๆคูๆแบบนี้ไง

            ไม..ทำให้เสร็จเลยไม่ได้หรอ?” เธอถามหน้าตาแดงกล่ำ ตาหวานเชื่อมส่งมาให้ผม ถามว่าอยากทำให้เสร็จเลยมั้ย บอกตรงๆว่าอยากดิวะ แต่ไอ่คนที่สลบเหมือบอยู่หน้าห้องนั่นน่ะ ยังไงก็ต้องไปดูก่อนป่ะวะ!

            “เอาไว้วันหลังนะลิลลี่..เดี๋ยวผมจะพาลิลลี่มาสานต่อเรื่องของเราให้เรียบร้อย แต่ตอนนี้ลิลลี่รีบใส่เสื้อผ้าแล้วกลับไปก่อนดีกว่านะ..วันหลังค่อยว่ากัน” ผมหันไปบอกเธอก่อนจะก้าวลงจากเตียงแล้วใส่เสื้อผ้าของตนเองอย่างเร่งรีบ

            เมื่อเดินออกมาหน้าห้องนอนก็พบว่าร่างที่สลบเหมือบอยู่ที่พื้นน่ะ มันคือร่างของยัยบ้าแมนยู เฮ่ย! ลิเวอร์พูล ไม่ใช่ล่ะ! เชลซี คราวนี้คงถูกนะ..

            ผมเดินเข้าไปก่อนจะนั่งยองๆข้างๆแล้วเอานิ้วจิ้มไปที่แก้มเนียนนุ่มอมชมพูระเรื่อของคนที่กำลังสลบไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยอย่างมันเขี้ยว

            งั้นลิลลี่กลับนะคะ..” พอลิลลี่แต่งตัวเสร็จเธอก็ก้าวออกมาจากห้องนอนของผมแล้วเบนสายตามองยัยปากหมาเชลซีทันที

            ใครคะไม?” เธอถามด้วยความสงสัย คิดว่าเธอจะหึงผมมั้ย ไม่หรอก..เพราะว่าเราตกลงกันแล้วว่าเราแค่มาหาความสนุกด้วยกันไม่ได้คิดจริงจังอะไรขนาดนั้น

            อ๋อ..คนใช้น่ะ

            “นั่นเรียนมหาลัยเดียวกับเราด้วยนี่คะ รุ่นน้องหรือเปล่า?”

            “รู้สึกว่ายัยนี่น่าจะอยู่ปีสองน่ะ”

            “อ๋อ..งั้นลิลลี่กลับแล้วนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ” เธอบอกแล้วส่งยิ้มหวานมาให้ก่อนจะก้าวออกจากห้องไป

            พอลิลลี่ออกไปพ้นจากห้องแล้ว ผมก็ช้อนร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมกอดแล้วพาไปยังเตียงนอนภายในห้องนอนของผม อย่าเพิ่งคิดว่าผมจะทำอะไรยัยปากหมานี่นะ ผมก็แค่พามานอนที่ที่มันดีกว่าพื้นก็เท่านั้นแหละ ยอมรับว่าความคิดอยากจะทำอะไรต่อมิอะไรยัยนี่น่ะมันมีมาแว๊บหนึ่ง แต่แค่แว๊บเดียวเท่านั้นแหละน่า..

            อะไรวะ..ไม่เคยเห็นคนเขากำลัง เอากันหรือไง ทำเป็นสลบ!” ผมบอกแล้วจิ้มนิ้วลงไปที่แก้มของเธอแรงๆ

            “.......” ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากคนสลบ

            ทำฉันอารมณ์ค้างนะเธอ สักวันเธอจะต้องรับผิดชอบ!”

            “.......

            “ฉันคุยด้วยยังเงียบอีก เน่! ตื่นดิวะ! ฉันให้มาทำงานไม่ได้ให้มาสลบนะเว่ย!” คิดไปคิดมาผมนี่ชักจะบ้าเข้าไปทุกทีที่คุยกับคนสลบ สงสัยเป็นผลมาจากอารมณ์ที่มันค้างคาอยู่ตะกี้ป่ะวะทำให้ผมเป็นขนาดนี้น่ะ

            เฮ้อ! ยัยบ้าเอ้ย!” ผมสบถอย่างหงุดหงิด

            ไม่รู้ว่าอารมณ์พลุ่งพล่านที่กำลังเริ่มก่อตัวนี่มันมาจากไหน ผมชักจะร้อนๆอยากปลดปล่อยแล้ว ยัยปากหมานี่แต่งตัวแม่งไม่เรียบร้อยเลยว่ะ ใส่มาทำไมวะ! ไอ้กางเกงยีนส์รัดรูปขาสั้นเนี่ย แล้วเสื้อสีขาวตัวบางๆนี่อีก รู้ไหม..ว่ามันทำให้ผมของขึ้น!

            ผมเดินออกมาจากห้องนอนปล่อยให้ยัยนั่นนอนไปก่อน ตอนนี้รู้แค่ว่าต้องไปหาอะไรดับร้อนแล้ว ถ้าเขินปล่อยไว้อีหน่อย ผมได้ปล้ำยัยปากหมานี่ทำเมียแก้ขัดแน่ๆ!!!

            ผมเดินออกมาหาอะไรดื่มที่โซนห้องครัว แดกเบียร์ซักขวดคงช่วยได้!

            Rrrrrrrr!

            เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านหน้าทีวีดังขึ้นทำให้ผมชะงักอีกครั้ง ผมเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านหน้าทีวีอย่างเร่งรีบ เพราะกลัวคนปลายสายจะมีธุระอะไรเร่งด่วน

            ว่าไงผมทักเสียงปลายสาย

            [มึง..กูโดนม๊ากักบริเวณอีกแล้วT^T] เสียงไอ้ออกัสโอดครวญ คราวนี้ทำอะไรอีกล่ะมึง เที่ยวผับ! ติดหญิง! ขาดเรียน! หรืออะไรครับเพื่อนกู

            แล้ว?”

            [กูฝากทำรายงานหน่อยดิ ที่อาจารย์สั่งมาตอนนั้นน่ะ มึงทำยังวะ?]

            เออ..ลืมเลย

            [นั่นแหละ กูฝากทำหน่อย คราวนี้ม๊าแม่งเล่นแรง! กักบริเวณกูสองอาทิตย์เลยมึง อดเที่ยวเลยT^T] หึ! สมน้ำหน้ามัน!

            “คราวนี้..ข้อหาอะไรล่ะมึง”

            [กูพาหญิงไปซั่มที่คอนโดแล้วม๊ากูดันไปหาพอดี พอม๊ากูเจอน้องเจนนี่ ม๊ากูก็ตบน้องเขาตั้งสองที! แถมตบแม่งอย่างแรง!]

            “กูถามจริงๆเถอะเชี่ยกัส มึงเป็นลูกแหง่หรือไงวะ! ทำไมต้องให้ม๊ามาบงการชีวิตมึงไปซะทุกเรื่อง"

            ผมถามออกไปอย่างหงุดหงิด คือจะบอกว่าไงล่ะ ตอนนี้อายุของมันน่ะก็ยี่สิบเอ็ดจะยี่สิบสองแล้วเว้ย โตป่านนี้ยังให้แม่มาบงการชีวิตอยู่ได้

            [มึงมาลองเป็นกูป่ะล่ะไอ้ไม มึงเห็นการ์ดที่ม๊ากูจ้างมาเฝ้ากูยัง? แม่งหุ่นมันอย่างล่ำ! กูเคยเดินชนมันครั้งนึง บอกเลย! กูกระเด็น!] เออว่ะ! อีกอย่างผมลืมไป การ์ดที่บ้านของไอ้กัสน่ะแม่งมีแต่แบบถึกๆน่ากลัวๆ! คิดไปคิดมาก็น่าสงสารมันเหมือนกันเนอะ

            เสียใจด้วยว่ะเพื่อน ครั้งนี้คงเป็นคราวฟาดเคราะห์ของมึงแล้วแหละ”

            [นี่ยังไม่ฟาดเคราะห์หรอก ยังมีอีก..ม๊ากูบอกว่าจะให้กูหมั้น!!!]

            “ห๊ะ!!!? หมั้น!!?” ผมตกใจกับสิ่งที่มันพูดออกมาเมื่อกี้จริงๆ “อย่างมึงเนี่ยนะจะหมั้น”

            [เออดิ แม่งเซ็งชิบหาย! กูไม่อยากหมั้นอ่า.. Y^Y] มันทำน้ำเสียงคล้ายกับว่าจะร้องไห้ [มึงหมั้นแทนกูหน่อยดิ!]

            “บ้านป้ามึงสิ!!” ผมสวนกลับทันควัน

            [ฮือออออ! Y^Y กูร้องไห้แป๊บ..]

            “เออ.. มึงจะกังวลหาไรวะ!? ขนาดไอ่ธันมันมีลูกมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วมันยังอยู่ได้เลย

            [นั่นมันไอ่ธันเดอร์ป่ะวะ แต่กูคือออกัสเว่ย! ออกัสเจ้าเสน่ห์!]

            “ถุย! เจ้าเสน่ห์หรอ? กูว่าเจ้าเสนียดมากกว่ามั้ง”

            [ไอ่ไมมึงแม่ง! ไอ่ธันเดอร์มันมีลูกเมียได้ ข้อดีคือเมียมันยังสาวและยังสวย.. แล้วถ้ากูได้ยัยป้าขาวหมวยตาตี่ อกเล็ก สะโพกย้อยขึ้นมา จะทำไงวะ!]

            “ทำอย่างเดียวเลยมึง..”

            [ทำไรวะ!]

            “ทำใจไง..มึงทำใจไว้แต่เนิ่นๆเลยกัส กูว่าม๊ามึงเอาจริงนะ”

            [อ๊าก! กูทนไม่ได้หรอกนะ ฮืออออ! Y^Y]

            “เออๆ แค่นี้ละกัน กูคุยไร้สาระกับมึงมามากล้ะ”

            [อือ.. T^T กูฝากรายงานกูด้วย]

            “เออ.. เดี๋ยวกูบอกคนอื่นทำให้ กูก็ขี้เกียจทำ..”

            [อือ.. กูขอไปนั่งไว้อาลัยให้กับชีวิตคาสโนว่าแป๊บ]

            “เออ.. โชคดีมึง”

            [อือ.. ขอบใจ]

            ผมกดวางสายไอ้เพื่อนรัก ก่อนจะเดินตรงมาที่ตู้เย็นที่โซนห้องครัวแล้วเปิดตู้เย็นหาอะไรดับความร้อนรุ่มที่กำลังก่อตัว

            พอหาเบียร์กินเสร็จ ผมก็เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อไปดูยัยปากหมาเชลซีว่าเป็นยังไงบ้าง ผมว่ายัยนั่นคงจะตกใจไม่น้อยเลยแหละ แต่ก็นะ..จะเข้ามาก็น่าจะโทรบอกผมก่อนป่ะวะ

            ผมเดินเข้ามาในห้องก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงพลางพินิจพิจารณาใบหน้าสวยที่กำลังหลับตาพริ้ม คือเธอสวยนะ สวยมากด้วย แต่เสียอย่างเดียว..แม่งปากหมา!! ใบหน้าของเธอองค์รวมแล้วสวยมากๆ ตา หู จมูก ปาก โครงหน้า ทุกส่วนถูกรังสรรมาอย่างเพรียบพร้อมเลย

            ผมค่อยๆก้มหน้าลงไปเพื่อมองใบหน้าเธอให้ชัดขึ้น แต่ทว่า!

            “กรี๊ดดดดดด! ไอ้โรคจิตเอ้ย!”

            ผลัวะ!!!

            “โอ๊ย! ดั้งฉัน!!!” ผมกุมจมูกตัวเองอย่างเจ็บแสบ

            ช่วงตอนที่ผมก้มลงไปเพื่อจะมองหน้ายัยปากหมานี่ ยัยนี่ก็ดันลืมตาโพลงขึ้นมา แล้วดันซัดหมัดเข้าเบ้าหน้าผมเต็มๆ!!

            คือเจ็บครับ..เจ็บเหี้ยๆ!!

            “ออกไปเลยนะมึง! อย่าเข้ามาใกล้กูนะ!” ยัยนี่ท่าจะเพี้ยนว่ะ!

            ผมตวัดสายตาเคืองๆกลับไปให้ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว ทำให้ยัยปากหมาเชลซีกระถดกายถอยหนีเช่นเดียวกัน เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาก่อนจะกระชับมันไว้แน่นแล้วกระถดกายถอยหนีผมอีกครั้ง

            จะหนีไปไหน..ไม่พ้นหรอก! หึ! ครั้งแรกทำฉันอารมณ์ค้าง ครั้งที่สองเกือบทำดั้งฉันหักผมแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ คราวนี้เธอตายแน่!!”

            “อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้น!”

            “ไม่งั้นอะไร! อย่างเธอเนี่ยจะทำอะไรฉันได้ฮ๊ะ!”

            “กูทำได้มากกว่าที่มึงคิด!!!” ยัยนี่แม่งหยาบคายมากเลยว่ะ!

            “ขึ้นกูมึงกับรุ่นพี่ไม่ดีเลยนะครับรุ่นน้อง”

            “ใครรุ่นน้องมึง! ออกไป!!” เธอตวาดใส่ผม แต่นึกว่าผมจะกลัวป่ะ บอกเลยว่าไม่! ผมกระถดกายตามเธอไปติดๆก่อนจะคว้าข้อเท้าของเธอเอาไว้

            กรี๊ดดดดด! ปล่อยกูนะ!!” เธอสะบัดข้อเท้าของตนเองอย่างบ้าคลั่ง

            ผมดึงข้อเท้าเธอแรงๆจนทำให้เธอมาอยู่ใต้อาณัติเป็นผลสำเร็จ ผมทาบทับร่างกายของตนเองลงไปอย่างแนบแน่น คราวนี้ขอแกล้งยัยบ้านี่ก่อนละกัน

            ลุกออกไปสิวะ! จะมาทับกูหาสวรรค์วิมานอะไร!!!”

          “หึ! ทับที่ไหนกัน..เธอยังไม่ครางเลย” ผมบอกแล้วค่อยๆก้มหน้าลงไปเรื่อยๆ ถ้าอยากให้ทับจริงๆ จัดให้ได้นะครับรุ่นน้อง




ครบล่ะชาร์ปสอง อิอิ^^ 
ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะก๊ะ^^รีดเดอร์ของเก๊า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น