[END อีบุ๊ค] HOT LOVE รักร้อน..ซ่อนอันตราย

ตอนที่ 2 : CHAPTER 1 :: SEE YOU AGAIN 100% [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ธ.ค. 58




1
SEE YOU AGAIN

            เสียงกร้าวที่ดังขึ้นส่งผลให้ทั้งฉันและยัยแชมเปญต้องหันไปมองที่ต้นเสียงพร้อมกัน และก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ดูสง่า สูง แต่เห็นหน้าไม่ค่อยชัดเพราะเขาดันใส่แว่นตาดำ

            เธอ..อีกแล้ว..”

            ผู้ชายคนนั้นชี้หน้าฉันแล้วค่อยๆถอดแว่นตาออก ชัดเลย!

            ไอ้ผู้ชายมั่นหน้าคนนั้น!

            “นาย..ไอ้ไร้มารยาท!” ฉันชี้หน้าเขากลับเช่นกัน

            ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในผับฉันวะเนี่ย!”

            “พูดให้มันดีๆหน่อยเหอะ เนี่ยน่ะเหรอผับนาย? หึ!” ฉันเบ้ปากใส่เขาก่อนจะหันไปมองหน้าไอ้เหี้ยที่มันลวนลามฉันเมื่อก่อนหน้านี้

            ส่วนนาย..ฉันขอคิดบัญชีหน่อยเหอะ!”

            ไวเท่าความคิด ฉันตวัดมือลงไปบนใบหน้าหยาบกระด้างของไอ้คนหน้าด้านตรงหน้าทันที

            เพี๊ยะ!

            เป็นไปตามคาด ไอ้บ้านั่นหน้าหัน แถมรอยแดงรูปมือก็ปรากฏเด่นชัดที่แก้มด้านซ้าย มันหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วถลึงตาจ้องหน้าฉันอย่างเดือดดาล ก็จะทำไมล่ะ! มึงลวนลามกูก็สมควรโดนแล้ว!

            “แก..มันพูดแค่นั้นแล้วตวัดมือลงบนใบหน้าฉันกลับทันที

            เพี๊ยะ!

            แรงตบอย่างแรงจากผู้ชายส่งผลให้หน้าฉันหันแถมร่างของฉันยังฟุบลงไปบนพื้นอีกด้วย ไอ้บ้านี่มันไปเอาแรงมาจากไหนนักหนาวะ! กูเจ็บนะเว้ย!

            “เจ้! เป็นไงบ้างอ่ะ?

            ยัยแชมเปญที่เงียบมานาน ก้มลงมาช่วยพยุงฉันขึ้น แล้วส่งสายตาห่วงใยมาให้ ก่อนที่ยัยนี่จะวอนขอไอ้คนที่ตบหน้าฉันว่าอย่ามีเรื่องดีกว่า

            เอ่อ..อย่ามีเรื่องกันเลยนะคะ เปญขอโทษแทนเจ้ด้วย เปญรับรองว่าเจ้จะไม่ทำอะไรให้คุณลูกค้าเดือดร้อนอีกแน่นอนค่ะ

            “อย่าไปขอโทษมันนะเปญ! เจ้ไม่ยอมมันหรอก! ยังไงวันนี้มันก็ต้องตายกันไปข้างแหละ!”

            ฉันกระชากแขนยัยแชมเปญที่พนมมือไหว้ไอ้บ้านั่นเพื่อร้องขอว่าอย่าทำอะไรฉัน ทำให้ร่างของยัยแชมเปญเซออกมา ฉันจึงดึงให้ยัยแชมเปญมาหลบข้างหลัง ก่อนจะถลึงตามองคนตรงหน้าอย่างหาเรื่อง

            มึงแน่นักหรอ!”

            สรรพนามที่มันใช้เรียกฉันเต็มไปด้วยความกักขฬะหยาบคายเป็นที่สุด ได้สิ! อยากเห็นฉันกลายร่างนักช้ะ! กูจะจัดให้!

            “เออ! กูแน่! ทำไม! มึงคิดว่าจะต่อยกูหรอ! ไอ้หน้าตัวเมีย!”

            “หึ! งั้นเจอกูตบอีกรอบเป็นไง คราวนี้เอาให้เลือดกบปากอีกสักรอบเลยดีม้ะ!”

            ในจังหวะที่มันง้างมือขึ้นจะตบฉัน จู่ๆก็มีมือของใครอีกคนจับไว้ ก่อนจะผลักไอ้บ้านั่นออกไป ส่งผลให้ไอ้บ้านั่นเซถลาไปด้านหลังเล็กน้อย

            มึงเสือกเหี้ยไรด้วยฮะ! ไอ้หน้าหล่อ

            “ด่าได้ดีนี่! แน่นอนล่ะว่ากูหล่อ! แล้วหน้าเหี้ยๆอย่างมึงเนี่ยคิดว่าควรทำไงกับมึงดี!”

            คนที่กำลังคุยกับไอ้เหี้ยที่ลวนลามฉันน่ะ คือไอ้ผู้ชายมั่นหน้าคนนั้นแหละ แต่มันใช่เรื่องของเขามั้ยวะ! ทำไมต้องเข้ามาแส่หาเรื่องด้วย!

            “งั้นหรอ! กูจะฟ้องเจ้าของผับว่ามึงกับอีเนี่ยหาเรื่องกู!”

            มันชี้หน้าไอ้ผู้ชายมั่นหน้าที่เข้ามาช่วยฉันก่อนจะเบนมือมาชี้หน้าฉันอย่างจาบจ้วงหยาบคาย ไร้ซึ่งความเป็นสุภาพบุรุษชนอย่างสิ้นเชิง

            กูคิดว่าเจ้าของผับน่ะก็ต้องคิดแบบกูเนี่ยแหละ มึงเชื่อกูมั้ล่ะ!?” เขาเลิกคิ้วขึ้นถามไอ้เหี้ยนั่นอย่างกวนๆ

            หึ! งั้นลองดู!”

            “ได้! กูให้เวลามึงสามนาทีไปเรียกคนที่ได้ชื่อว่าเจ้าของผับมา ถ้าเขาเห็นด้วยกับมึงกูพร้อมที่จะให้มึงซัดหน้ากูได้เต็มที่ แต่ถ้าเขาเห็นด้วยกับกูมึงต้องโดนกูซัดหน้าสามครั้ง โอเค้!?”

            เขามั่นใจได้ยังไงว่าเจ้าของผับที่ว่าน่ะจะเข้าข้างเขา เล่นไปเดิมพันแบบนั้น ถ้าเจ้าของผับน่ะเข้าข้างไอ้เหี้ยนั่นจะว่ายังไง

            เฮ้ย! เจ้าของผับเว่ย! ออกมาทีสิวะ!” ไอ้เหี้ยนั่นตะโกนกร้าว

            ว่าไง!”

            คนที่เดินเข้ามาน่ะคือคนที่ยัยแชมเปญคุยด้วยเมื่อตอนไม่กี่นาทีที่ผ่านมาแหละ ฉันคิดว่าเขาคือผู้จัดการ ที่แท้คือเจ้าของผับเองหรอกหรอ?

            “มึงช่วยจัดการไอ้บ้านี่ให้กูหน่อยดิวะ! มันกับอีเนี่ยหาเรื่องกู! ถ้าไม่อยากให้ผับมึงเสียลูกค้าประจำอย่างกูมึงก็รีบจัดการพวกมันซะ!”

            เจ้าของผับหันหน้ามามองไอ้มั่นหน้านั่นก่อนจะหันมามองฉันแล้วเลื่อนสายตาไปมองไอ้มั่นหน้านั่นอีกรอบ ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงว่ารู้แล้วว่าจะจัดการยังไง

            ผลั่วะ!

            เขาซัดหมัดหนักๆเข้าที่เบ้าหน้าของไอ้เหี้ยนั่นอย่างแรง ทำให้ไอ้เหี้ยนั่นล้มฟุบลงไปบนพื้น เหตุการณ์ตอนนี้บานปลาย แต่คนในผับกลับทำอย่างกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น คล้ายกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของผับนี้ไปแล้ว ไม่มีใครหันมาสนใจ จะมีก็แค่ปรายตามองมานิ่งๆแล้วก็หันกลับไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเดิม

            โอ้ย! มึงต่อยกูทำซากอะไรวะ! เจ็บนะโว้ย!”

            มันพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ก็ต้องฟุบลงไปเหมือนเดิม ที่ริมฝีปากมีคราบเลือดติดอยู่ คือจะบอกว่าไงอ่ะ ไอ้หมัดที่โดนเมื่อกี้น่ะ ฉันว่ามันหนักมากเลยนะ

            เอาไงดีครับเฮียไม? จะให้จัดการมันหรือให้ปล่อยมันไปดี!?เขาหันหน้ามาถามไอ้มั่นหน้าที่ยืนมองเหตุการณ์นิ่งๆ

            แต่ที่แปลกใจคือพอไอ้เหี้ยนั่นรู้ชื่อไอ้คนมั่นหน้าที่กำลังมองไปที่มันนิ่งๆนั้น หน้าของมันก็ซีดเผือดคล้ายกับว่ากำลังกลัวอะไรอยู่ มันค่อยๆปรับสีหน้าให้ยิ้ม ก่อนจะคลานเข้าไปหาไอ้คนมั่นหน้าแล้วกอดขาพร้อมกับอ้อนวอน

            อย่า..อย่าทำอะไรผมเลยครับเฮียไม ผมไม่รู้ว่าเป็นเฮียไม ผมเคยได้ยินแค่ชื่อแต่ไม่เคยเห็นหน้า อย่าทำอะไรผมเลยครับ..” มันกอดขาอ้อนวอนคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเฮียมงเฮียไมอะไรนั่นอย่างอ้อนวอน

            ผลั่วะ! ผลั่วะ! ผลั่วะ!

            เขาก้มลงไปกระชากคอเสื้อไอ้เหี้ยนั่นก่อนจะซัดหมัดใส่หน้ามันอย่างแรงสามครั้งเหมืนอที่เขากล่าวเอาเมื่อก่อนนี้ เป็นคนรักษาคำพูดดีนี่นา..

            มึงเอามันไปจัดการซะ! อย่าให้หนักเกินไปล่ะ กูไม่ค่อยอยากทำบาปช่วงนี้!” เขาบอกแล้วหันหน้ามาทางฉัน ส่วนเธอ..”

            “เฮียไมครับ ผมขอโทษ..ปล่อย..ปล่อยผมไปเถอะครับ” มันยังคงดึงดันเกาะขาเขาอยู่แบบนั้นก่อนที่เขาจะสะบัดขาออกแล้วลูกน้องของผับก็มาเอาตัวไป

            พอฉันเบนหน้ากลับมาก็พบกับสายตาวาวโรจน์ที่มองมาอย่างหาเรื่อง อะไรอีกล่ะ จะหาเรื่องกูอีกคนหรือไงคะ!

            “เปญ..เจ้ว่าเราไปกันเถอะ”

            ฉันหันหน้ากลับไปหาแชมเปญก่อนจะคว้าข้อมือบางให้เดินไปด้วยกัน แต่พอหันกลับมาจะก้าวเดินกลับถูกร่างสูงตรงหน้าขวางเอาไว้ก่อนจะกระชากข้อมือฉันออกจากมือของยัยแชมเปญ ส่งผลให้ฉันตวัดสายตาเคืองๆไปให้

            มีอะไร!” ฉันถามกลับไปห้วนๆ

            เธอทำงานที่ผับฉันงั้นสิ? ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้

            ทำไมต้องขอโทษ อ้อ! ถ้าเรื่องที่นายชนฉันที่คอนโดน่ะ บอกเลยว่าไม่!” ฉันสะบัดข้อมือที่ถูกพันธนาการไว้อย่างแรงจนมันหลุด แล้วหันไปคว้าข้อมือของยัยแชมเปญที่เงียบดูเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่เนิ่นนาน

            ถ้าไม่..ฉันจะไล่เธอออก!” คิดว่าเอาเรื่องนี้มาขู่แล้วกูจะยอมหรอคะ! คิดผิดแล้ว!

            “เชิญ! ฉันว่าจะลาออกอยู่พอดี!”

            “เจ้!” ยัยแชมเปญเรียกฉันเสียงดังก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วกระซิบที่ข้างหูฉันเบาๆ

            เจ้.. อย่าลาออกเลยนะ เงินเดือนที่นี่น่ะมันเยอะมากเลยนะเจ้อีกอย่างเราต้องการเงินไปรักษาแม่นะเจ้

            “............”

            “เปญหางานที่อื่นมาแล้วเงินเดือนมันแค่ห้าพันเองนะเจ้ แต่ที่นี่เงินเดือนมันตั้งสองหมื่นแถมทิปที่ลูกค้าให้ทางผับยังไม่เอาคืนด้วย..เจ้ลองคิดดูดีๆนะ

            นั่นสินะ ถ้าฉันลาออกแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปรักษาแม่ล่ะ อีกอย่างตอนนี้น่ะฉันตกอยู่ในสถานะที่มันเลือกงานไม่ได้ด้วย เอาไงวะกู!

            “ฉัน..ฉันจะขอโทษนายก็ได้”

            “หึ!” เขาแสยะยิ้มแล้วจ้องหน้าฉัน สีหน้าแบบนี้ บอกเลยว่ามันเดายากว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่

            “ฉันขอโทษ..” ฉันขอโทษออกไปเพราะคิดว่ามันคงเป็นทางที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้

            ต้องการเงินหรอ?” เขาถามออกมาก่อนจะเบนสายตาไปมองยัยแชมเปญ

            อย่ามองน้องฉันแบบนี้นะ!”

            ฉันรีบขยับตัวบังน้องตัวเองเอาไว้ เพราะสายตาที่ไอ้บ้านี่มันมองน้องฉันน่ะ มันเจ้าเล่ห์แกมไว้ใจไม่ได้ ส่งผลให้เขาเบนสายตากลับมาก่อนจะไล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเลื่อนขึ้นมาจ้องหน้าอกฉัน อะ..ไอ้บ้ากามนี่มัน!

            “มองอะไร!” ฉันยกมือปิดหน้าอกของตัวเองทันที

            ฉันถามว่าพวกเธอสองคนต้องการเงินหรอ?”

            “เออ!” ฉันตอบกลับไปเสียงห้วน

            ไปห้องกับฉันป่ะ!?”

            เพี๊ยะ!

            ทันทีที่ได้ยินคำคำนั้นฉันก็ตวัดฝ่ามือของตนเองใส่หน้าเขาทันที มันคิดว่ามันเป็นใคร เป็นเจ้าของผับ? เป็นคนรวยหรอ? คิดว่าจะข่มเหงคนอื่นได้ง่ายๆงั้นสิ อย่าหวัง!

            ทะลึ่งละมึง!!”

            เขาหน้าหันตามแรงตบอันรุนแรงของฉันก่อนจะเบนหน้ากลับมา เลือดที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากของเขาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีเลยว่าฉันตบเขาแรงมาก เขาไล้ปลายลิ้นสำรวจภายในโพลงปากก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกับคนโรคจิต

            หัวเราะบ้าอะไรของนาย!”

            “หึ! ที่บอกว่าไปห้องกับฉันน่ะ ก็แค่อยากจะให้ไปดูแลห้องให้หน่อย ห้องมันรก ขี้เกียจทำความสะอาด

            “............ฉันเงียบ รู้สึกหน้าแตกจริงๆจังๆก็คราวนี้แหละ

            “คิดอะไรของเธออยู่วะ! อย่างเธอน่ะ ฉันเอาไม่ลงหรอก แต่ถ้าเป็นน้องเธอก็ว่าไปอย่าง

            หยุดความคิดชั่วๆของนายไปได้เลย!” ฉันรีบขยับตัวบังน้องตัวเองไว้อีกรอบ

            ผู้หญิงปากหมาอย่างเธอน่ะ บอเลยว่าเอาไม่ลง! ไม่ใช่สเป็คฉันหรอกอะ..ไอ้บ้านี่มันวอนโดนตีนกระแทกปากว่ะ!

            “เออ..รู้.. ฉันก็ไม่ได้พิสวาสนายหรอก น้ำหน้าอย่างนายฉันก็ชอบไม่ลงเหมือนกันแหละ”

            สรุปไง? จะทำมั้ย?”

            “.....” ฉันเงียบไปอย่างครุ่นคิดก่อนจะมองหน้าเขา แล้วมองหน้ายัยแชมเปญสลับกันไปมา “ทำก็ได้ แต่ให้ฉันทำคนเดียว ให้น้องฉันทำงานที่นี่”

            “อ้าวเจ้! ทำไมไม่ให้เปญไปทำด้วยอ่ะ” ยัยแชมเปญเอียงคอถามฉันพลางทำหน้างงๆ

            เจ้ไม่ให้เธอไปทำหรอก เจ้ไม่ไว้ใจไอ้บ้านี่!”

            “สรุปคือทำ? ฉันจะบอกไว้ก่อนนะว่าห้องฉันน่ะทำแค่สัปดาห์ละครั้งพอ และถ้าไปทำควรไปประมาณตอนสองทุ่มเพราะตอนนั้นฉันจะไม่ค่อยอยู่ห้อง อีกอย่างข้าวของของฉันเธอห้ามทำมันเสียหาย ในแต่ละสัปดาห์เธอจะได้สัปดาห์ละห้าพัน และถ้าเธอมาทำงานที่ผับด้วยทุกวันเงินที่ทำความสะอาดกับเงินที่ทำงานที่ผับฉันจะจ่ายแยกให้” เขาสาธยายยาวเหยียด

            สัปดาห์ละห้าพันเนี่ยมันเยอะไปป่ะ?ฉันถามออกไปอย่างอยากรู้ ถ้าเทียบกันแล้วหนึ่งเดือนมันจะได้สองหมื่นเชียวนะ และอีกอย่างฉันทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง ให้ตั้งห้าพันเนี่ยนะ!

            หรือจะไม่เอา?” เขาเลิกคิ้วถาม

            เอาสิ!” ฉันตอบกลับไปทันควัน

            ก็แค่นี้แหละ..เขาบอกแค่นั้นแล้วก็เดินออกไปจากผับ

            เดี๋ยวเปญทำแผลให้นะเจ้ เราเข้าไปในห้องแต่งตัวกันดีกว่ายัยแชมเปญบอกก่อนจะรั้งข้อมือของฉันให้เดินตามไป

            เราทั้งสองคนเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวแล้ว ยัยแชมเปญกดร่างของฉันลงนั่งเก้าอี้ก่อนจะไปรื้อกระเป๋าของตัวเองหาบางอย่างออกมา

            เปญมีแค่พลาสเตอร์อ่ะ ใช้ไปก่อนละกันเนอะยัยแชมเปญชูพลาสเตอร์ในมือขึ้นให้ฉันดูแล้วเดินตรงมาที่ฉัน

            เฮ้อ.. ไม่น่าไปมีเรื่องแบบนั้นเลยเจ้ เห็นมั้ยเจ็บตัวเลยยัยแชมเปญแกะพลาสเตอร์ออกแล้วบรรจงแปะลงมาที่ข้างปากของฉัน

            แผลที่ยัยแชมเปญกำลังรักษาอยู่นี่น่ะก็คือแผลที่โดนไอ้เหี้ยนั่นตบน่ะแหละ ตบฉันทีเดียวแม่งเลือดกบปากเลย! ก็อย่างว่าล่ะนะ แรงผู้ชายตบนี่หว่า ถ้าไม่เลือดกบปากก็ให้มันรู้ไปดิ!

            “อื้อ.. เจ็บอ่ะ..” ฉันเอนหนีเล็กน้อยเมื่อยัยแชมเปญแปะพลาสเตอร์ลงมา

            ทนๆหน่อยเจ้ อีกนิดเดียว..

            เมื่อทำแผลเสร็จ ยัยแชมเปญก็ขอลางานหนึ่งวันเพราะคิดว่าฉันคงทำไม่ไหว แหงล่ะ! ใครมันจะไปทำไหววะ! ยัยแชมเปญพาฉันมาส่งที่R Condoแล้วเธอก็กลับไปคอนโดของตัวเอง ฉันมานั่งคิดๆดูแล้วนะ ไอ้ทำความสะอาดวันเดียวแล้วได้ตั้งห้าพันเนี่ยมันแปลกๆยังไงชอบกล ไอ้บ้านั่นมันจะหลอกปล้นซิงฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้..แต่คงไม่หรอกมั้ง มันบอกเองนี่นา..ว่าฉันไม่ใช่สเป็ค..

 

          MINER TALK ::

          R Condo

                        ความจริงที่ผมจ้างยัยนั่นให้มาทำความสะอาดแล้วจะจ่ายเธอตั้งห้าพันน่ะ มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก ไอ้ห้องของผมน่ะมันไม่ได้หยิบเช็ดถูนิดเดียวแล้วจะสะอาด แต่ห้องของผมน่ะมันรกรุงรังยิ่งกว่าอะไรอีก เพราะปกติผมอยู่แต่ที่ผับ กินนอนที่นั่น ไม่ค่อยได้กลับมาคอนโดเท่าไหร่ จะกลับมาก็ตอนว่างๆแหละ

            Rrrrrrrr!

            “ว่าไง?” ผมกดรับสายเมื่อไอ้วาเล็นโทรมา

            [ออกมาแดกเป็นเพื่อนกูหน่อย กูกำลังนั่งแดกเหล้าอยู่ที่ผับมึงคนเดียว]

            “ไม่มีอารมณ์! อีกอย่างง่วงแล้ว

            [โห่.. ไรอ่ะ วันนี้แม่งไม่มีใครว่างสักคน ไอ้ธันมันก็ติดเมีย ไอ้กัสมันก็โดนแม่กักบริเวณ ส่วนมึงก็ไม่มีอารมณ์ ตกลงวันนี้จะไม่มีคนมานั่งดื่มกับกูจริงๆหรอวะ!] ก็เออสิครับ! ถ้ากูบอกไม่มีอารมณ์แล้วก็คือไม่มีอารมณ์นั่นแหละ ไม่มีอะไรมาก!

            “วันนี้นั่งแดกเองคนเดียวไปก่อน วันหลังถ้ากูมีอารมณ์เดี๋ยวกูไปนั่งแดกด้วย”

            [เออ.. สรุปก็คือมึงไม่มา?]

            “เออ..” ผมบอกกลับแต่ก่อนจะกดวางผมกลับนึกอะไรขึ้นได้ วาเล็นกูถามไรหน่อย? มึงเคยมีแฟนป่ะ?

            [............] มีเพียงความเงียบที่ได้รับกลับมาทำให้ผมต้องถามมันไปอีกรอบ

            วาเล็น! มึงยังอยู่ป่ะวะ? กูถามว่ามึงเคยมีแฟนมั้ย?ผมยังคงดึงดันที่จะถามมันต่อไป ว่าแต่..ทำไมกูต้องมาสนใจเรื่องนี้ด้วยวะเนี่ย! แต่ไหนๆก็ถามละ เอาเลยละกัน

            [กูเคยมีแฟน..] มันตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

            ทำไมน้ำเสียงมึงเป็นแบบนี้วะ หรือมึงอกหัก?” ผมถามกลับไปอย่างอยากรู้

            [เออ..] มันตอบกลับมาเซ็งๆ

            ใครมันกล้าหักอกเพื่อนกูวะเนี้ย! ฮ่าๆๆผมหัวเราะร่วน ไม่น่าเชื่อนะว่าคนหน้าสวยแต่หล่ออย่างมันจะถูกผู้หญิงหักอก

            [มันไม่ตลกเลยนะมึง! กูซีเรียส!] คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้ผมหุบหัวเราะแทบจะไม่ทัน ปกติมันเป็นแบบนี้ซะที่ไหน นอกจากผู้หญิงคนนั้นจะสำคัญกับมันจริงๆน่ะนะ

            เออ..กูขอโทษ

            [เออ..จะถามแค่นี้?]

            “กูยังไม่เคยมีแฟน..” ผมบอกกลับไป กูเลยอยากรู้ว่าการมีแฟนมันเป็นยังไง..แต่กูไม่ถามมึงก็ได้..

            [ความรู้สึกของการมีแฟนหรอ? ก็ดี..เอาใจใส่ดูแลกันและกัน มีเรื่องอะไรก็ช่วยเหลือกัน]

            “แล้วตอนเลิกกันล่ะวะ?

            [รักมาก..ก็เจ็บมาก รักน้อย..ก็เจ็บน้อย] มันตอบกลับมาเนือยๆ [อย่างกูอ่ะรักมาก..เจ็บมาก]

            “เฮ้ย! เพื่อนกูทำไมอ่อนแองี้วะ เอาน่า..อย่าไปซีเรียสเลยมึง ผู้หญิงมันยังมีอีกเยอะ”

            [เออ.. แต่เรื่องนี้มันผ่านมานานละ กูไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่]

            “เออๆ งั้นเชิญมึงแดกเหล้าต่อเหอะ กู..ไม่กวนมึงละ บายเว่ย!”

            [เออ..]

            พอได้ฟังเรื่องของไอ้วาเล็นทำให้ผมไปไม่เป็นเหมือนกัน ความจริงผมก็เคยคิดอยากจะมีแฟนนะ แต่ถ้ารักมากมันก็เจ็บมากป่ะวะ เพราะฉะนั้นอยู่เป็นโสดหล่อๆแบบนี้ดีกว่า อีกอย่างจะฟันผู้หญิงทั้งทีจะได้ไม่ต้องมาระแวงว่าแฟนจะมาเห็นหรือว่าโกรธหรือเปล่าด้วย ดีออก..

          MINER END TALK ::

 

          ฉันทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำที่ผ่านมา ตอนนี้ฉันเตรียมจะเข้านอนแล้วล่ะ เพราะคิดว่าถ้ามัวแต่กังวลกับเหตุการณ์บ้าๆนั่น มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา เผลอๆอาจจะทำลายระบบชีวิตประจำวันของฉันอีกด้วยซ้ำไป

            Rrrrrrrr!

            ในจังหวะที่ตากำลังจะปิดลง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

            ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครโทรมา แต่มันกลับไม่ปรากฏชื่อ ฉันเลื่อนสายตาไปมองเวลาบ่งบอกว่าตอนนี้มันหกทุ่มแล้ว ใครมันบ้าโทรมาดึกขนาดนี้วะเนี่ย!

            “ฮัลโหล!” มันเป็นสไตล์การรับสายของฉันเองแหละ ฉันมักจะส่งเสียงห้วนๆให้ปลายสายอยู่ประจำ ถ้าใครรู้จักฉันดีจะรู้ว่าฉันมักจะเป็นแบบนี้

            [สวัสดี!] เสียงปลายสายเอ่ยทัก แต่มันคุ้นๆนะ

            เออ! ใคร?” ฉันถาม

            [จำไม่ได้ซะละ อะไรวะ..ความจำสั้นอ่ะ แต่รักเธอยาวป่ะ?] เพ้อไรของมันวะ!

            “เพ้อไรของมึง! ถ้าไม่มีอะไรก็วางไปเลย กูจะนอน!” รู้ว่ามันหยาบคายแต่มันเป็นสไตล์กูค่ะ!

            [หยาบคายได้โล่! พรุ่งนี้ตอนเย็นอย่าลืมมาทำความสะอาดห้องให้ฉันด้วย โอเค้?] พอพูดถึงเรื่องทำความสะอาดห้องฉันก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคือใคร ไอ้มั่นหน้าคนนั้นแหละ รู้สึกจะชื่อเฮียไมเพราะคนในผับมันเรียกกันงั้น

            เออ..แค่นี้?” ในจังหวะจะกดวางแต่ปลายสายกลับท้วงขึ้นมาอีก

            [อย่าเพิ่งวาง..]

            “อะไรอีก

            [ฉันชื่อไมเนอร์ เธอชื่ออะไร?] มันจะอยากรู้ไปทำซากอะไรวะ

            อยากรู้ไปทำเหี้ยไร!”

            [จะได้เรียกง่ายๆ]

            “เชลซี..” ฉันตอบกลับไปด้วยความง่วงเต็มที ตาจะปิดแหล่มิปิดแหล่อยู่แล้ว เมื่อไหร่มันจะวางซักทีวะ!

            [เฮ้ย! บังเอิญฉันชอบแมนยู งั้นฉันเรียกเธอแมนยูนะง่ายดี]

            “แล้วแต่..

            [เคๆไม่กวนละ] ในจังหวะที่มันจะวางสาย แต่ฉันดันนึกอะไรขึ้นได้

            นาย..เอาเบอร์ฉันมาจากไหนนั่นสิ มันเอาเบอร์กูมาได้ยังไง!

            [เธอสมัครงานที่ไหนฉันก็เอามาจากที่นั่นแหละ] สรุปง่ายๆคือกูสมัครงานที่ผับมัน มันคงจะเอามาจากผับอื่นแหละ! ให้ตายสิพับผ่า!

            “เออ..พรุ่งนี้สองทุ่มเดี๋ยวไป ขอที่อยู่ด้วย” ฉันเด้งตัวขึ้นจากที่นอนแล้วหากระดาษเตรียมจดที่อยู่

            [R Condo ชั้นสี่ ห้อง430] ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจในทันที คอนโดเดียวกับฉันนี่หว่า อีกอย่างห้องตรงข้ามกับกูค่ะ! เอาไงทีนี้..

            “............”

            [อ่าว! ใบ้แดก!]

            เออๆเดี๋ยวไป

            [อืม..แค่นี้?]

            “เออ!” ฉันบอกกลับไปก่อนจะกดวางสาย แล้วฟุบตัวลงนอนบนเตียงอย่างครุ่นคิด ห้องตรงข้ามกันด้วย คราวนี้ฉันก็ต้องหลบๆซ่อนๆอะดิ ถ้าไอ้บ้านั่นมันรู้ขึ้นมาว่าฉันอยู่ห้องตรงข้ามมัน จะทำไงดี!

            เอาไงดี...!?

TALK WITH ME :: 

เค้าลงชาร์ปแรกให้ล้าวน้า^^ ขอคอมเม้นหน่อยนะคะ โหวตให้เค้าด้วยกะดี 5555 นี่เป็นครั้งแรกที่มาโลดแล่นอยู่บนเว็บเด็กดี หลังจากมีประสบการณ์โชกโชนบนเว็บธัญวลัยมาแล้ว อิอิ 100เปอร์แล้วค้ะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #28 Jatamat Mongchat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 00:30
    ชอบค่ะโหดๆดี
    #28
    0