[END อีบุ๊ค] HOT LOVE รักร้อน..ซ่อนอันตราย

ตอนที่ 15 : CHAPTER 14 :: Why I Cry? 100% [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 เม.ย. 59


14
Why I Cry?

            ฉันพยายามดิ้นอย่างสุดแรงเกิด เพราะไอ้บ้าไมเนอร์มันกอดเอวฉันเอาไว้แล้วบังคับให้นั่งลงบนตักของเขา ตอนนี้ไมเนอร์กำลังคุยโทรศัพท์กับหมวยอยู่ คุยกับคนสำคัญอยู่แล้วจะมารั้งฉันไว้ทำบ้าอะไร!

            “ปล่อยฉันลงนะเว้ย!”

            “โอเคๆ เดี๋ยวเฮียรีบไป” ไมเนอร์ไม่สนใจที่ฉันพูดเลยสักนิด

            ใช่สิ! ฉันมันไม่ใช่คนสำคัญของเขานี่นา.. เขาคงฟังฉันหรอก

            ติ๊ด!

            วางสายไปแล้ว..

            ปล่อยฉันลงได้แล้ว!” ฉันพูดออกไปเสียงห้วน พร้อมกับตวัดสายตาเคืองๆไปให้

            ไปมหาลัยกับฉันนี่คือคำสั่งสินะ

            ไปทำไม? แล้วทำไมฉันต้องไป! ปล่อยฉันลง!”

            มีหน้าที่ทำตามที่ฉันบอกก็ทำไปเถอะ อย่ามาดื้อด้าน!” ดื้อด้านหรอ? ใครกันแน่วะที่ดื้อด้านน่ะ!

            “ไม่! ฉันไม่ไป! นายอยากจะไป ก็ไปคนเดียวเส้! จะลากฉันไปทำหอกอะไรวะ!” ฉันยังคงพยายามดิ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ไอ้บ้านี่คนป่ะวะ! รู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่ได้ตัวเบาๆแต่ก็ยอมให้นั่งตักอยู่ได้

            ไม่ได้! เธอต้องไปด้วย!” ไมเนอร์รวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้ก่อนจะเอ่ยต่อ ถ้าเธอไม่ไป..ฉันจะถือว่าเธอให้ฉันปล้ำได้ทุกคืน!” อะ..ไอ้! โอ๊ย! อะไรกับชีวิตกูนักหนาคะ ให้ตายเถอะ!

            “ไอ้บ้า! ใครบอกนายวะ! ปล่อยนะ!”

            “ก็ให้มันรู้ไปสิ..ว่าคนอย่างฉัน..จะทำอะไรเธอตามที่ปากบอกไว้ไม่ได้

            “เออ! ก็ได้! ไปสิ! มัวแต่กอดอยู่นั่นแหละ แล้วมันจะไปถึงมหาลัยเมื่อไหร่!” ฉันขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ชอบใจนัก เอะอะบังคับ จะบ้าตาย!

           

          MINER TALK ::

            ผมขับรถพายัยปากหมานี่มาที่มหาลัย เพราะไอ่หมวยน้อย..โทรเรียกผมมา ผมเลี้ยวเข้ามาที่หน้าตึกคณะมนุษศาสตร์ก่อนจะเจอกับหมวยที่ตอนนี้สีหน้าของเธอเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

            หมวย! ขึ้นรถเลย.. เดี๋ยวเฮียไปส่งสนามบิน

            “ฮึก.. เฮีย..”

            “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว.. รีบขึ้นรถเถอะน่า..

            หมวยร้องไห้.. ทุกครั้งที่ยัยนี่ร้องไห้ หัวใจของผมก็กระตุกวูบ มันสั่นไหวไปหมด ห่วงและรักเธอมาก เพราะยัยนี่น่ะอ่อนแอ.. น่าสงสารมาก

            ขอบคุณนะเฮีย..”

            ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงแค่ส่งยิ้มละมุนให้เธอแทน เธอขึ้นมานั่งตรงเบาะข้างคนขับ เธอเหลือบสายตาไปมองด้านหลังที่ยัยปากหมาเชลซีนั่งอยู่เล็กน้อยก่อนจะหันมามองผมงงๆ ผมจึงยักคิ้วให้เธอหนึ่งที เธอเลยไม่ได้ถามอะไรต่อ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า..ยัยปากหมาเชลซีนั่งที่ไหน ก็ยัยนั่นนั่งหน้าบึ้งอยู่ทางด้านเบาะหลังไงล่ะ  เพราะยัยนั่นไม่อยากมากับผมตั้งแต่แรกแล้ว ก็เลยนั่งหน้าบูดเป็นตูดหมึกอยู่นั่น!

            ตลอดทางก็บ่นๆๆผมตลอด แต่พอมาถึงมหาลัยแล้วกลับนั่งนิ่ง สงบเงียบอย่างกับป่าช้า สายตาเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างรถซะงั้น หูของยัยนี่ก็เสียบสายหูฟังเอาไว้ด้วย สงสัยไม่อยากได้ยินเสียงผมมั้ง?

            แล้วไอ่ธันล่ะ..? มันอยู่ไหน? ทำไมไม่มารับเธอ?

            “ฮึก.. ธันเดอร์ไปรอที่สนามบินแล้วล่ะค่ะ เฮีย.. ฉันเป็นห่วงลูกมากเลยอ่ะ

            “ว่าแต่ลูกหมวยเป็นอะไร? ทำไมถึงได้รีบร้อนกลับขนาดนี้?

            ฮึก.. ลูกของฉันไข้ขึ้นสูง ยังไม่ลดเลยเฮีย นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว.. ไข้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย ฉันเป็นห่วงลูกมากจริงๆ

            ทุกคนไม่ต้องสงสัยอะไรหรอกนะ ยัยหมวยนี่น่ะเป็นเมียไอ้ธันเดอร์ เพื่อนสนิทของผมเอง ยัยนี่ชื่อดรีม แต่ผมชอบเรียกเธอว่าหมวย มันติดปากจนเลิกเรียกไม่ได้ ก็อย่างที่บอกไป ยัยนี่น่ะ..เป็นเมียไอ้ธัน  แล้วก็มีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคน แต่ต้องส่งลูกไปให้แม่ของยัยหมวยนี่เลี้ยงที่LA เพราะทั้งยัยหมวยแล้วก็ไอ้ธันเดอร์น่ะ ทั้งคู่ยังเรียนไม่จบมหาลัยเลยด้วยซ้ำ

           

          สนามบินสุวรรณภูมิ..

          อ้าว.. ไอ้เหี้ยธัน! มึงมารับเมียมึงเร็วๆเข้าดิวะ!” ทันทีที่ก้าวลงจากรถผมก็เรียกไอ้เพื่อนตัวดีทันที

            มึงได้ทำอะไรเมียกูป่ะเนี่ย? มาช้าชิบ!” มันบอกด้วยท่าทางทีเล่นทีจริง

            มะ..เมียหรอ?” นี่เป็นเสียงของยัยปากหมาเชลซีเองแหละ เธอเพิ่งถอดสายหูฟังออก แล้วก็ดันมาได้ยินประโยคเด็ดเข้า

            ธันเดอร์! ฉันไม่ตลกนะ! รีบๆไปขึ้นเครื่องได้แล้ว ฉันจะรีบไปหาลูกยัยหมวยเดินหน้าหงิกงอเข้าไปหาก่อนจะตีไปที่อกไอ้เพื่อนตัวดีของผมหนึ่งที

            โอ๋ๆๆ ไม่เอาน่า.. ลูกเราไม่เป็นอะไรหรอก ดูอย่างฉันสิ แข็งแรงฟิตปั๋งขนาดนี้ไอ้ธันเดอร์บอกก่อนจะคล้องคอยัยหมวยแล้วรั้งเข้าไปหา มีแรงทำลูกได้อีกเยอะ หึ!”

            “ทะลึ่ง!” ยัยหมวยเริ่มหน้าแดงขึ้นมาแล้ว

            เพลาๆมั่งก็ได้มึงน่ะ กูสงสารหมวยน้อยของกู

            “หมวยน้อยของมึงที่ไหน นี่มันเมียกู!”

            “เออครับ! ไม่เถียง รีบๆไปขึ้นเครื่องได้แล้ว

            “ขอบคุณเฮียมากนะ ขอบคุณพี่เชลซีด้วยนะคะเธอบอกพร้อมกับส่งยิ้มเล็กๆมาให้ก่อนจะเดินเข้าไปภายในฮอล์ของสนามบินเตรียมไปขึ้นเครื่องพร้อมกับไอ้ธันเดอร์

            ฝ่ายยัยปากหมาเชลซีก็ได้แต่ยืนนิ่งอ้าปากค้างจนแมลงวันจะบินเข้าไปไข่ได้อยู่แล้ว ผมจึงสะกิดเธอเบาๆ ทำให้ยัยนี่สะดุ้งน้อยๆก่อนจะหันมามองผมงงๆ

            มะ..หมายความว่าไง?” เธอถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก บนใบหน้าสวยมีเครื่องหมายคำถามแปะไว้เต็มไปหมดแล้วมั้ง

            เรื่องมันยาวน่ะ เดี๋ยวเล่าให้ฟังทีหลังผมบอกพร้อมกับจับข้อมือเธอก่อนจะดึงเธอไปนั่งบนรถ ซึ่งยัยนี่ก็ยังงงกับสถานการณ์อยู่

            “อะไรกัน? นายกับหมวย? แล้วผู้ชายคนนั้นกับหมวย?

            “ก็.. ไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี้น่ะ ชื่อไอ้ธันเดอร์ ส่วนที่เธอเรียกว่าหมวยน่ะ จริงๆแล้วเธอชื่อดรีม ที่ฉันเรียกหมวยก็เพราะฉันติดเรียกแบบนั้นมาตั้งนานแล้ว ดรีมกับไอ้ธันเดอร์แต่งงานกันแล้วและก็มีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคน ทำไม? คิดว่ายัยนั่นเป็นแฟนฉันหรือไง?

            “.......”

            “หึงฉันหรอ?”

            “มั่วละ! ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายสักหน่อย จะไปหึงทำไมล่ะ!” เธอบอกพร้อมกับเบือนหน้าหนีสายตาของผม

            หึ! ก็แล้วไป นึกว่าหึงฉันซะอีก

            “หลงตัวเองชิบ!”

            “เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ!ผมถามออกไป เพราะเมื่อกี้ยัยนี่พูดไม่ค่อยได้ยินเลย

            เปล๊า! ไม่มีอะไรสักหน่อย ขับรถไปเถอะน่า..”

            พอสิ้นสุดบทสนทนาระหว่างผมกับเธอ เราทั้งสองคนต่างก็นั่งเงียบ ทำเพียงแค่แอบลอบมองกันไปมาเท่านั้น ผมมองเธอเพราะจะดูปฏิกิริยาของยัยปาหมานี่ แต่ที่เธอมองผม ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ายัยปากหมานี่มองด้วยจุดประสงค์ไหน

          MINER END TALK ::

 

          R Condo

          ตอนนี้เราทั้งสองคนมาถึงคอนโดแล้ว ฉันยังคงอึ้งกับสถานการณ์เมื่อตอนนั้นยังไม่หาย จากหมวยก็กลายเป็นดรีม แถมมีลูกมีสามีแล้วด้วย คือมันเกิดขึ้นเร็วมาก.. ฉันยังคงงงกับมัน ตอนแรกฉันคิดว่าไมเนอร์เป็นคนรักของหมวยซะอีก ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าจะเป็นเมียของเพื่อน ก็ไอ้บ้าไมเนอร์เล่นทำตัวสนิทสนมอย่างกับเป็นแฟนกันซะขนาดนั้นนี่นา...

            เชลซี!” เสียงเรียกทำให้ความคิดของฉันเป็นอันหยุดชะงักลง

            นะ..นิวเคลียร์..” ฉันเอ่ยชื่อเพื่อนของตัวเองเสียงแผ่ว

            อ้าว.. รุ่นพี่ไมเนอร์ สวัสดีค่ะเธอมองเลยผ่านฉันไปก่อนจะเจอกับมเนอร์

            เอ่อ.. สวัสดีครับไมเนอร์ก็เอ่ยทักเธอเช่นเดียวกัน

            ไปไหนกันมาหรอคะ?” คำถามของยัยนิวเคลียร์ทำให้ฉันสะอึก ไปไม่เป็นเลย

            อ๋อ.. คือพี่บังเอิญเจอกับเชลซีน่ะครับ เห็นเธอกำลังทำธุระอยู่ แล้วเธอไม่มีรถกลับคอนโด พี่เห็นว่าอยู่คอนโดเดียวกัน ก็เลยรับเธอกลับมาด้วยน่ะครับไมเนอร์บอก

            ตอนนี้ฉันรู้สึกหายใจไม่ออกยังไงก็ไม่รู้ มันแน่นหน้าอกจนจุกไปหมด หัวใจของตัวเองระดมเต้นระทึกราวกับมีคนกำลังตีกลองอยู่ในนั้น ทั้งตัวชาไปหมด นี่ฉันกำลังเป็นอะไร? ฉันเป็นอะไรกันแน่..

            อ๋อ.. อย่างนี้นี่เอง

            “อะ..เอ่อ เธอคงอยากคุยกับไมเนอร์สินะ งั้นฉันไปรอบนห้องนะฉันบอกออกไปแล้วเดินเลี่ยงออกมา ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ

            เดี๋ยวก่อนสิเชลซี.. แกจะรีบไปไหนเนี่ย?แต่ยังก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงเรียกของนิวเคลียร์ทำให้ฝีเท้าของฉันหยุดชะงักลง

            ก็.. ฉันจะไปรอเธอบนห้องไงฉันบอกแล้วหันกลับไปส่งยิ้มแหยๆให้เธอ

            อยู่คุยกันข้างล่างก่อนสิ.. จะได้คุยกับรุ่นพี่ด้วยไงเธอบอกแล้วหันไปยิ้มหวานให้กับไมเนอร์ แววตาที่เธอมองไมเนอร์มันเต็มไปด้วยความรักอย่างเห็นได้ชัด

            แต่ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ ขอตัวนะ..” บอกเพียงเท่านั้น ฉันก็เดินเลี่ยงออกมาก่อนจะตรงไปยังตัวลิฟท์ทันที

            พอลิฟท์เปิดออกฉันก็รีบเดินเข้าไป ก่อนจะซบหน้าลงกับตัวลิฟท์ด้านใน น้ำใสๆไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ฉันกำลังร้องไห้.. แล้วฉัน..ร้องไห้ทำไมกัน?

          ฮึก.. ฉันร้องไห้ทำไม?”

          ฉันได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง มือข้างขวากุมตรงกลางหน้าอกเอาไว้ ในใจมันเต้นแปลกจนผิดจังหวะการเต้นของหัวใจไป ความรู้สึกจุกจนแทบหายใจไม่ออกนี่มันคืออะไรกันแน่ ทำไมเวลาฉันเห็นไมเนอร์สนิทกับผู้หญิงคนไหน..ทำไมฉันถึงเกิดอาการบ้าๆนี่ขึ้นมาทุกครั้งเลย

            ติ๊ง!

            ทันทีที่ลิฟท์เปิดออกเมื่อมาถึงชั้นที่ฉันอยู่ ฉันก็สะบัดหน้าตัวเองเบาๆเพื่อไล่ความคิดทั้งหมดออกไป ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ใช่แล้ว... ฉันต้องเป็นบ้าอยู่ ฉันบ้าที่ไปรู้สึกหวงไมเนอร์ ฉันมันบ้าจริงๆ

            ปึก!

            “วา!”

            “อ้าว.. มาแล้วหรอซี? วามาถามเรื่องงานน่ะ

            ฉันเดินชนอกเขาไปเมื่อกี้ พอเงยหน้ามองก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก วาเล็นเองแหละ พูดถึงเรื่องงาน.. ฉันยังไม่ได้โทรปรึกษากับยัยแชมเปญเลยแหะ เพราะช่วงนี้ไมเนอร์ตามติดฉันแจเลย ฉันก็ไม่รู้นะว่าเพราะอะไร แต่ก็คงเป็นเพราะฉันเป็นเครื่องระบายอารมณ์ของเขาล่ะมั้ง!

            เอ่อ.. ขอโทษนะวา ซีลืมโทรปรึกษากับยัยแชมเปญน่ะ เดี๋ยวเอาไว้..วันนี้ตอนดึกๆซีโทรไปบอกนะฉันบอกยิ้มๆ

            อื้ม.. ได้สิ วารอซีได้เสมอเขาก็ตอบกลับมายิ้มๆเช่นเดียวกัน ตอนวาเล็นยิ้มเขาดูน่ารักมากๆเลยล่ะ ใครได้ไปเป็นแฟนคงโชคดีน่าดูเลย

            แล้วนี่.. กำลังจะไปเรียนหรอ?ฉันถามเพราะเห็นเขาอยู่ในชุดนักศึกษาต่างสถาบัน

            อ๋อ.. ใช่ ซีมีอะไรหรอ?”

            “อ๋อเปล่า.. คือซีก็แค่ถามน่ะ จะว่าไปซีก็อยากเห็นมหาลัยของวาเหมือนกันนะ ยังไม่เคยเห็นเลยอ่ะ”

            “งั้นเอาไว้วันหลังเดี๋ยววาพาเที่ยวละกัน”

            “อุ้ย! ไม่เป็นไรหรอกวา.. ซีก็แค่อยากเห็นน่ะ วาแค่ถ่ายรูปส่งมาให้ซีทางแชทก็ได้ ไม่เห็นต้องลำบากพาไปเลยฉันบอกด้วยความเกรงใจ ถึงจะเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่ก็อดเกรงใจไม่ได้ทุกที

            ไม่เห็นลำบากเลย สำหรับซี.. วาเต็มใจที่สุดเลยนะ

            “เอ่อ.. งั้นวาไปเรียนเถอะ เดี๋ยวสายนะ ซีจะเข้าห้องละ”

            “โอเค งั้นวาไปนะ แล้วเจอกันวันหลังนะซี”

            “จ้ะ^^”

           

          MINER TALK ::

            ตอนที่เดินเข้ามาพร้อมกับเชลซี ผมก็ตกใจเหมือนกันนะที่เห็นเพื่อนยัยปากหมานั่งรออยู่ ความจริงผมอยากจะให้ยัยนั่นนั่งด้วย แต่ยัยนั่นกลับบอกว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ผมก็เลยปล่อยเธอไปพัก เพราะผมรังแกยัยนั่นมากอยู่เหมือนกัน แต่แล้วไง ไม่สนว่ะ..พูดเลย

            ตอนรุ่นพี่เดินมาพร้อมกับเชลซี ฉันตกใจมากเลยล่ะค่ะนิวเคลียร์บอกแล้วส่งยิ้มหวานละมุนมาให้ผม

            เอ่อ.. ครับ

            “ฉันนึกว่ารุ่นพี่กับเชลซีเป็นอะไรกันซะอีก ที่แท้..รุ่นพี่ก็ให้เชลซีติดรถมาด้วยนี่เอง

            “เอ่อ.. คือช่วงนั้นมันไม่มีรถผ่านไปเลยน่ะ พี่เห็นว่าเธออยู่คอนโดเดียวกับพี่ พี่ก็เลยให้ติดรถมาด้วย

            “รุ่นพี่คะ..เธอพูดโดยที่สีหน้าเล่นๆก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปเป็นจริงจังเสียแล้ว ทำหน้าเครียดแบบนี้มีอะไรหรือเปล่านะ

            ครับ..”

            “ฉันไม่รู้ว่ารุ่นพี่ดูฉันออกมั้ย ไม่รู้ว่ารุ่นพี่จะรู้หรือเปล่าว่าฉันรู้สึยังไงกับรุ่นพี่ ฉันแสดงออกให้รุ่นพี่เห็นหรือเปล่า..

            “รู้สึก? อะไรครับ?”

            คือความจริงผมก็ค่อนข้างดูออกนะว่าเธอคิดยังไงกับผม สายตาที่มองผมอย่างชื่นชม ยิ้มหวานที่ส่งมาให้ทุกครั้งที่เจอผม คำพูดคำจาอ่อนหวาน เธอคงชอบผมเข้าแหละ แต่ถามว่าผมชอบมั้ย ก็ชอบนะ.. แต่.. ไม่รู้ว่ะ อธิบายไม่ถูก

            ฉัน.. ชอบรุ่นพี่นะคะเธอหลับตาปี๋แล้วบอกออกมาเร็วๆ

            “.......”

            “ฉันยังไม่เคยชอบใคร ยังไม่เคยมีแฟน เพราะฉันขี้อาย แต่พอฉันมาเจอรุ่นพี่.. ฉันชอบรุ่นพี่มากจริงๆค่ะ

            “.......”

            “แล้ว.. รุ่นพี่ล่ะคะ?” เธอถามพร้อมกับสายตาคาดหวัง

            เอ่อ.. คือว่า

            “อ้าว.. ไอ้เหี้ยไม!” ยังไม่ทันที่ผมจะตอบกลับไป จู่ๆเสียงเรียกชื่อผมทำให้ผมต้องหันไปมองทันที

            ไอ้วา.. มึงมาทำอะไรที่นี่?” ผมถามแล้วจ้องมันตาเขม็ง

            ทำไมต้องจ้องกูตาเขม็งแบบนั้นด้วยวะ?” มันถามด้วยความสงสัย นั่นสิ ผมก็งงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องไปจ้องมันตาเขม็งแบบนั้นด้วย

            เออ.. ช่างแม่งเหอะ! ว่าแต่มึงมาทำไม?”

            “เอ๊า! ไอ่นี่! กูก็มีธุระของกูสิวะ”

            “ธุระอะไร!?!

            “ธุระเรื่องงานกับเชลซีนิดหน่อย แล้วผู้หญิงคนนี้คือ..?”

            “เพื่อนยัยนั่น!” ผมตะคอกเสียงใส่มันอย่างหงุดหงิด

            มึงไปแดกรังแตนมาจากไหนวะ? ทำไมถึงดูหงุดหงิดขนาดนี้

            “.......”

            “กูว่า..มันเว้นช่วงเอาไว้ก่อนจะเดินเข้ามาหาผมใกล้ๆ แล้วกระซิบที่หูผมเบาๆ “มึงไม่ได้ซั่มสาวล่ะสิ”

            “ไม่ใช่เรื่องของมึง!”

            “อะไรวะ! อุตส่าห์จะหาสาวให้แท้ๆ”

            “มึงรีบไปเรียนเลยไป! ก่อนที่กูจะซัดหน้าหล่อๆสุดแสนจะร้องเรียกหาตีนของมึง!”

            “ฮ่าๆๆๆ กูรู้น่าว่ามึงต้องการจริงๆ ไม่จำเป็นต้องหงุดหงิดกลบเกลื่อนหรอก มันบอกพร้อมกับเหลือบมองนิวเคลียร์

            ไม่ใช่อย่างที่มึงคิด!”

            “เอ้าหรอ? งั้นโทษที กูไปละมึง หึ! ไปก่อนนะจ๊ะคนสวย

            มันบอกอย่างกวนอารมณ์ก่อนจะหันไปยิ้มหวานๆให้นิวเคลียร์ ตอนนี้มันกวนอารมณ์ผม แต่สำหรับผมตอนนี้อารมณ์มันขุ่นจนเตรียมจะประทุได้อยู่แล้ว ในใจมันร้อนรุ่มแปลกๆ มันอยากจะ... ซัดหน้าคน!!!

            “เอ่อ.. นั่นเพื่อนรุ่นพี่หรอคะ?” ทันทีที่ลับร่างของไอ้วาเล็น นิวเคลียร์ก็ถามขึ้น

            ใช่ เพื่อนพี่เอง.. แล้วนี่เธอจะนอนกับยัยนั่นที่นี่หรอ?” ผมเหลือบไปเห็นกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่วางอยู่

            อ๋อ.. ใช่ค่ะ คือว่าฉันอยากมานอนที่นี่เพราะไม่ได้มานานแล้วเหมือนกัน รู้สึกคิดถึงยัยเชลซีน่ะค่ะ^^” ถ้านิวเคลียร์มานอนที่นี่ ผมก็..อดเลยดิ!

            “เสียดายว่ะ!”

            “เสียดายอะไรคะ?” เธอถามขึ้นทันที ให้ตายสิ! นี่กูพูดห่าอะไรออกไป
           
เปล่าๆ แล้วจะไปตอนไหนล่ะ เดี๋ยวพี่ช่วยถือกระเป๋าขึ้นไปให้

            “งั้นไปเลยก็ได้ค่ะ”

            พอเธอบอกจบผมก็ยกกระเป๋าเป้ที่อยู่ข้างๆตัวเธอขึ้นก่อนจะถือมันแล้วเดินตรงไปยังลิฟท์

          MINER END TALK ::

 

            [ฮัลโหลเจ้] เสียงปลายสายทักขึ้น

            เปญ.. คือเจ้จะโทรมาถามน่ะว่าเราจะเริ่มทำงานกับวาเมื่อไหร่

            [ตามใจเจ้เลย.. เปญ.. ไม่ขอออกความเห็นนะ] เอาอีกแล้ว น้ำเสียงเศร้าติดเป็นกังวลแบบนี้ทุกที หมู่นี้น้องสาวฉันเป็นอะไรกันแน่เนี่ย

            ถ้าตามใจเจ้ เจ้ว่าพรุ่งนี้เลยมั้ย? เพราะว่าถ้าเราทำงานเร็ว เราก็จะเอาเงินไปรักษาแม่ได้เร็วขึ้นด้วย

            [ก็โอนะเจ้ แล้วแต่เจ้อ่ะ] อะไรก็ตามใจฉันตลอดเลย ยัยแชมเปญเนี่ย..

            อื้ม.. แล้วเป็นไงบ้าง? เจ้ไม่ได้ไปหาเลยอ่ะ

            [สบายดีค่ะ แล้วเจ้ล่ะเป็นไงบ้าง?]

            “เจ้ก็โอเค ตอนเจ้ไปเยี่ยมแม่ผ่านมาได้ไม่กี่วัน แม่บอกเจ้ว่าให้ชวนเปญไปเที่ยวด้วยนะ เพราะเจ้เล่าให้แม่ฟังว่าเปญซึมๆน่ะ

            [เปญก็แค่เครียดเรื่องเรียนน่ะเจ้ เจ้กับแม่อย่าคิดมากเลย]

            “จะไม่ให้คิดได้ยังไงล่ะ เปญเป็นน้องสาวเจ้นะ”

            [ค่ะ เปญรักเจ้ที่สุดเลย]

            “จ้า เจ้ก็รักเปญนะ ว่าแต่..”

            ติ๊งต่อง!

            ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรกับน้องสาวต่อ จู่ๆออดที่หน้าประตูก็ดังขึ้น ทำให้ฉันชะงักไปทันที

            เปญ.. แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวเจ้โทรหาหม่

            ติ๊ด!

            ฉันกดวางสายน้องสาวแล้วตรงไปยังประตูทันที ฉันส่องตาแมวดูก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขา.. ไมเนอร์.. แต่มีผู้หญิงตัวเล็กผิวขาวอยู่ข้างๆด้วย ยัยนิวเคลียร์ไง

            ฉันจึงเปิดประตูออกไป..

            ซี.. ทำไมแกมาเปิดช้าจังเนี่ย? รุ่นพี่ไมเนอร์ถือกระเป๋ามาให้ฉันคงเหนื่อยแล้วก็หนักมากแน่ๆเธอกำลังบอกฉันแต่สายตากลับโฟกัสอยู่ที่หน้าของไมเนอร์แทน

            “เอ่อ.. คือฉันคุยกับเปญอยู่น่ะ เข้ามาสิ” ฉันเปิดประตูให้กว้างขึ้น

            รุ่นพี่ไมเนอร์เข้าไปดื่มน้ำก่อนสิคะเธอเอ่ยชวนไมเนอร์ แต่ลืมอะไรไปหรือเปล่า นี่มันห้องฉันนะยัยนิวเคลียร์!

            “สงสัยเจ้าของห้องเขาคงไม่อยากให้พี่เข้าไปเท่าไหร่มั้งครับ เอาเป็นว่าพี่ส่งแค่นี้ละกัน”

            “งั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะรุ่นพี่ ไว้เจอกันนะคะ”

            “ครับ พี่ไปแล้วนะ ไปก่อนนะ.. เชลซี..ทะ..ทำไมต้องมาพูดกับฉัน

            ทันทีที่ลับร่างของเขาฉันก็ปิดประตูลงทันที

            ไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว คิดถึงบรรยากาศที่นี่ชะมัดเลยยัยนิวเคลียร์บอกพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา

            .......

            “โอ๊ย! นี่มันอะไรเนี่ย?” ยัยนิวเคลียร์ร้องขึ้นเมื่อตัวเองเผลอไปนั่งทับอะไรเข้า เธอจึงหยิบมันขึ้นมาดู นาฬิกา!”

            นะ..นาฬิกา? 





ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ^^ 

เม้นเป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยน้าT^T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #26 211032380 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 01:05
    อิไมผู้ร้ายปากผี ผีเจาะปาก
    #26
    0
  2. #25 HaraHamoney (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 10:41
    นากาอิไมชัวร์
    #25
    0
  3. #24 HaraHamoney (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 23:55
    นั้นสิ จะร้องทำไมถ้าไม่ได้รักเขาเข้าเเล้ว
    #24
    0