[END อีบุ๊ค] HOT LOVE รักร้อน..ซ่อนอันตราย

ตอนที่ 12 : CHAPTER 11 :: You make me hurt 100% [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 มี.ค. 59



11
You make me hurt

             แสงแดดที่ลอดส่องผ่านผ้าม่านของห้องนอนตัวเอง ทำให้ฉันค่อยลืมตาขึ้นมาก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น ฉันขยับตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้า แต่ทว่า..

            โอ๊ย!”

            พอขยับเพียงนิดเดียวความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามาเล่นงาน ฉันเอามือกุมที่ท้องน้อยของตัวเองแทบจะทันที ความรู้สึกเจ็บแปลบทั่วท้องน้อยตอกย้ำเหตุการณ์เมื่อคืนได้เป็นอย่างดี เหตุการณ์ที่ไอ้สารเลวคนนั้นมันทำระยำกับฉัน!

            ฉันค่อยๆพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่งก็พบว่าเขายังไม่ไปไหน ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกเลยว่าเขากำลังหลับ แถมหลับลึกด้วย เขาสวมแค่เสื้อกล้ามสีขาวสะอาดตา ส่วนฉันน่ะเหรอ..

            ฉันรีบก้มลงดูที่ตัวเองแทบจะทันที ก็พบกับเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่สวมอยู่ มันเป็นเสื้อนักศึกษาชาย ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่ของใครที่ไหน แต่เป็นของเขา.. เป็นของไอ้ไมเนอร์ที่มันข่มขืนฉัน!

            ฉันส่งสายตาเคียดแค้นไปให้ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างยากลำบาก ทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้นเย็นๆฉันก็ต้องสะดุ้งเฮือกอีกครั้ง มือกุมที่ท้องน้อยเอาไว้อย่างห้ามไม่อยู่ น้ำตาหยดเล็กๆก่อตัวขึ้น ให้ตายเถอะ! มันเจ็บมาก!

            ฉันพยายามที่จะลุก แต่ทว่า..

            ตุ้บ!!!

            “โอ๊ย!”

            ร่างของฉันทรุดฮวบลงไปบนพื้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย แรงที่จะยืนแทบไม่มี

            เธอ!!!”

            เขาตื่นขึ้นมา ก่อนจะรีบลงจากเตียงแล้วเดินมานั่งลงข้างๆฉัน ฉันเบือนหน้าหนีไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้ว ทนเห็นหน้าเขาไม่ไหวจริงๆ ถามว่าเสียใจมั้ย.. แน่นอน.. ฉันเสียใจมาก แต่จะทำยังไงได้วะ! มันไม่มีทางย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว นอกจากต่างคนต่างอยู่ ลืมเรื่องนี้ไปให้หมด แค่นั้น!

            “เป็นไงบ้างวะ?เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

            “.......” ฉันไม่ตอบพลางพยายามที่จะลุกขึ้นเองให้ได้ แต่ทว่ามันกลับยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ

            ฉันสังเกตเห็นรอยแดงที่ข้อมือ แน่นอนว่าฉันโดนเขามัดมือเอาไว้ด้วยเข็มขัดตอนที่เรากำลัง.. ช่างแม่งเหอะ! แต่ตอนนี้เข็มขัดบ้าๆนั่นมันไม่อยู่แล้ว คงจะแก้ให้ฉันแล้วล่ะสิ

            มา.. ฉันช่วย..” เขาเอื้อมมือมาจะพยุงฉัน

            เพี๊ยะ!!!

            ฉันปัดมือของเขาออกก่อนจะตวัดฝ่ามือของตัวเองใส่ใบหน้าหล่อเหลาของไมเนอร์อย่างแรงจนเขาหน้าหันตามแรงตบ เมื่อคืนทำระยำอะไรไว้เขาลืมแล้วหรือไง

            อย่ามายุ่งกับฉัน! กลับห้องของนายไปซะไอ้สารเลว!” ฉันตวาดใส่เขาอย่างสุดจะทน

            จะเล่นตัวทำห่าอะไรนักหนาวะ! ได้ฉันเป็นผัวแล้วยังจะมาสะดีดสะดิ้งเล่นตัวอยู่ได้!” เขาหันกลับมาก่อนจะตวาดเสียงแข็งๆใส่ฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งจนตัวโยน น้ำตาเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกระลอก

            ฉันนิ่งเงียบ ทำให้เขาค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามามากขึ้นก่อนจะช้อนตัวฉันขึ้นแล้วอุ้มไว้ในอ้อมกอดแล้วพาฉันตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ ฉันหลับตาแน่นซบหน้าของตัวเองลงบนแผ่นอกของเขาอย่างเหนื่อยล้า ต่อจากนี้อะไรมันก็จะไม่เหมือนเดิมแล้วสินะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม..

            เมื่อเราทั้งสองคนมาถึงห้องน้ำแล้ว เขาก็วางฉันลงในอ่างอาบน้ำก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตออกให้ ตอนนี้ฉันเหมือนคนที่ไม่มีชีวิต เหมือนคนที่ไม่มีความรู้สึก ปล่อยให้เขาทำอะไรได้ตามใจชอบ ไม่รู้สิ! ชีวิตของฉันทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยวะ!

            “อาบน้ำซะ! ทั้งเนื้อทั้งตัวเธอมีแต่รอยที่ฉันทำไว้เต็มไปหมด!” เขาบอกเบาๆก่อนจะค่อยๆถอยตัวออกไปแล้วปล่อยให้ฉันนั่งแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ

            ฉันกดเปิดน้ำอุ่นแล้วแช่ตัวเองอยู่ในนั้น ปล่อยให้น้ำชำระรอยโสมมที่เขาทำไว้กับฉันออกให้หมด แล้วนับต่อจากนี้เขากับฉัน เราไม่เคยรู้จักกัน!!!

 

          MINER TALK ::

            ผมเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น ยิ่งเห็นสายตาที่ยัยปากหมาเชลซีส่งมาให้มันทำให้สิดต่อมรู้สึกผิดของผมจริงๆ จะบอกว่าอารมณ์พาไปก็ไม่ใช่ เพราะเมื่อคืนผมข่มขืนเธอโดยที่เธอไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ แต่แล้วไง ไม่สนเว้ย!

            Rrrrrrr!

            เสียงริงโทนที่ดังจากโทรศัพท์มือถือจากเครื่องของเชลซีทำให้ผมหยุดชะงัก ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของเธอแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างถือวิสาสะ

            Valen!!!

            เป็นห่วงกันดีจังเลยนะ โทรมาตั้งแต่เช้าแบบนี้ เห็นแล้วแม่งหงุดหงิด!

            “แม่งเอ๊ย!!!”

            ผมสบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะปาโทรศัพท์มือถือของยัยปากหมาเชลซีไปที่เตียงอย่างแรง อารมณ์แม่งเสียแต่เช้าเลยไงกู

            ผมเดินวนไปรอบๆห้องก่อนจะเอาโทรศพท์มือถือของตนเองมาดูเวลา นี่ยัยนั่นใช้เวลาอาบน้ำนานเกินไปป่ะวะ นี่มันเกือบจะหนึ่งชั่วโมงเต็มๆแล้วนะ ยังไม่ออกมาอีก

            หวังว่าคงไม่.. คิดสั้นนะ!

            พอคิดได้ดังนั้น ตาผมก็เบิกกว้างเท่าไข่ห่านก่อนจะรีบวิ่งไปยังห้องน้ำ แล้วถีบประตูเข้าไปอย่างไม่ลังเล

            ปัง!!!

            ผมรีบตรงไปยังอ่างอาบน้ำทันที และก็ต้องตะลึงกับภาพตรงหน้า

            “ทำบ้าอะไรของเธอวะ!!!”

            ผมรีบเข้าไปดึงตัวเธอขึ้นจากน้ำทันทีที่ร่างบางนั้นกำลังจมลงสู่น้ำในอ่าง ให้ตาย! ยัยนี่มันน่านัก!

            “แค่กๆๆ!!” เธอสำลักน้ำก่อนจะระดมทุบที่อกของผมรัว

            “เป็นบ้าอะไรวะ! อยากตายหรือไง!”

            “อย่ามายุ่ง! ปล่อยฉันสักทีไอ้บ้า!” เธอตวาดกลับมาเสียงดัง น้ำตาไหลอาบแก้มจนเห็นได้ชัด ตาแดงกล่ำคล้ายกับคนร้องไห้มานานร่วมชั่วโมง

            “ฉันปล่อยเธอไปแน่! แต่ไม่ใช่ให้เธอมาทำอะไรบ้าๆแบบนี้นะโว้ย!”

            “แล้วไง? มันก็สมใจนายแล้วนิ นายได้มันไปหมดแล้ว ยังต้องการอะไรอีกล่ะ

            “ยังหรอกเชลซี มันยังไม่จบเท่านี้หรอก ไป! ไปแต่งตัวได้แล้ว! ฉันจะไปส่งที่มหาลัย!”

            “ไม่ต้อง! ฉันไปเองได้!” เธอบอกก่อนจะลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำทันทีโดยที่ไม่สนใจเลยว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้สวมใส่อะไรไว้เลย ผิวขาวเนียนของเธอทำให้ผมต้องลอบกลืนน้ำลายของตัวเองลงคออึกใหญ่

            ยัยนี่ยั่วผมทางอ้อมป่ะวะ!

            เธอเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนจะปิดประตูอย่างแรงจนเสียงดังปัง

 

            หลายนาทีผ่านไป..

            ผมนั่งรอเธอโดยที่ตัวเองไม่ได้กลับห้องไปแต่งตัวอาบน้ำหรืออะไร เพราะว่าวันนี้ผมไม่มีเรียน ทำให้สบายไปหนึ่งวันเต็มๆ อีกอย่างที่ผมไม่ยอมกลับไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะกลัวยัยนี่จะคิดสั้นทำร้ายตัวเองอีก

            เชลซีเปิดประตูออกมาพร้อมกับชุดนักศึกษาเต็มยศ รอยแดงจ้ำๆที่ต้นคอยังคงเห็นชัดเจน เธอไม่ได้คิดจะปกปิดเลยแม้แต่น้อย เธอเดินออกมาหน้าเศร้าๆก่อนจะคว้าเอากองหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะด้านข้างทีวีแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจผมเลย

            “รอด้วยดิวะ!” ผมบอกก่อนจะรีบวิ่งตามเธอไป

            ผมตามเธอมาติดๆ เธอหันมามองเป็นระยะๆก่อนจะตีหน้าตึงใส่ผม ซึ่งพอผมเห็นแล้ว บอกตรงๆเลยว่าไม่ปลื้ม ไม่ชอบอย่างแรง เธอเดินไปที่หน้าคอนโดก่อนจะโบกมือเรียกแท็กซี่ ทำให้ผมรีบวิ่งเข้าไปคว้าแขนของเธอแล้วบีบแน่น

            ทำไมยัยนี่ดื้อด้านนักวะ!

            “ก็ฉันบอกว่าจะไปส่งไง ฟังภาษาคนรู้เรื่องบ้างป่ะวะ!”

            “ฉัน-ไป-เอง-ได้!” เธอบอกแล้วโบกมืออีกข้างเรียกแท็กซี่ก่อนจะปรายตามามองมือของผมที่จับแขนอีกข้างของเธอเอาไว้ ปล่อย!”

            ในเมื่อบอกไม่ฟัง.. มันก็ต้องใช้ไม้แข็งแล้วล่ะ!

            ผมปล่อยมือออกจากแขนของเธอแล้วย่อตัวลงอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด

            “จะทำบ้าอะไร! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!” เธอบอกเสียงสูงก่อนจะส่งสายตาอาฆาตแค้นมาให้

            “หายเจ็บแล้วหรือไง? ตรงนั้นน่ะ

            “อะ..ไอ้!”

            “ด่าฉันจูบนะ! ตรงนี้เลยด้วย!” ผมขู่เธอ ทำให้ยัยปากหมาเชลซีเงียบเสียงลงแล้วดิ้นขลุกขลักภายในอ้อมกอดของผม

            “นิ่งๆหน่อยได้ป่ะวะ ตัวก็ไม่ใช่เบาๆ”

            เธอเงยหน้ามองผมตาเขียวปั๊ด ซึ่งพอเห็นผมไม่ได้กลัวเลยนะ แต่กลับตลกด้วยซ้ำ ยัยนี่จะโหดไปไหนวะ

            ผมพาเธอมาถึงรถสปอร์ตคันคู่ใจก่อนจะวางเธอลงบนเบาะเบาๆ แล้วปรับเบาะเอนๆให้เพราะกลัวยัยนี่จะช้ำในตายซะก่อนน่ะสิ ผมปิดประตูรถเสร็จสรรพ จากนั้นก็พาตัวเองมานั่งฝั่งคนขับแล้วสตาร์ตรถขับออกไป

            “กินไรก่อนป่ะ?”

            “.......

            “เจ็บมากมั้ย?”

            “.......”

            “ไปซื้อยาป่ะ? เดี๋ยวฉันพาไป”

            “.......”

            “ถามไรก็ตอบมั่งดิวะ! เอาแต่เงียบอยู่ได้ แล้วฉันจะตรัสรู้ไหมวะว่าเธอจะเอาอะไร!”

            ยัยนี่แม่งทำผมอารมณ์เสีย!!!

            “ถ้าส่งฉันที่มหาลัยแล้ว.. ต่อจากนี้เราสองคนไม่รู้จักกัน!!!”

            คำพูดนิ่งๆเมื่อกี้จุดประกายไฟโทสะของผมให้ลุกฮือ! ยัยบ้านี่ประสาทเสียป่ะวะ ไม่คิดจะเสียดายซิงของตัวเองมั่งเลยหรือไง ทำไมถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนี้ออกมา

            นี่เธอว่าไงนะ!?”

            “.......” เชลซีนิ่งเงียบแล้วเบือนหน้าหนีเลี่ยงสบตากับผม

            ซิงเธอที่เสียมาให้ฉัน.. จะให้ฉันเอาฟรีๆเลยงั้นสิ!”

            “อย่ามาพูดพล่อยๆ!” เธอหันหน้ามาทันทีทำให้ผมที่กำลังขับรถอยู่ต้องเลี้ยวเข้าข้างทางเพื่อเคลียร์กับยัยปากหมานี่

            ทำไม!? หรืออยากให้ฉันเอาฟรีๆ!!!”

            เพี๊ยะ!!!

            ฝ่ามือบางตวัดลงบนแก้มซีกซ้ายของผมอย่างแรงจนทำให้ผมหน้าหัน ตัวก็นิดเดียว ทำไมแรงเยอะนักวะ ผมดันกระพุ้งแก้มของตนเองเพื่อสำรวจแผลด้านในก่อนจะรู้สึกถึงคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว ให้ตาย! เลือดออกจริงด้วย!

            “ถ้านายยังเข้ามายุ่งกับฉันอีก ฉันจะแจ้งตำรวจจับนาย!” จับผม? ข้อหาไรล่ะครับ?

            จับฉัน? ข้อหาอะไรมิทราบ!?”

            “นายข่มขืนฉัน!!!” เธอบอก ผมสังเกตเห็นน้ำใสๆภายในดวงตากลมโตนั่นด้วย

            ไหนล่ะหลักฐาน?”

            “.......”

            “เมื่อคืนมีแค่เธอกับฉันที่อยู่ด้วยกัน ใครจะเป็นพยานหลักฐานให้เธอ? ห๊ะ!? หมาตัวไหนมันจะเป็นพยานหลักฐานให้เธอ!!!”

            ไอ้สารเลว! เลิกยุ่งกับฉันสักที! ต่อไปนี้เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว นายฟังภาษาคนเข้าใจมั้ย!?

            “.......” ผมนิ่งเงียบ ยัยปากหมาเชลซีตวาดเสียงใส่ผมเสียงดังจนมันก้องไปทั่วทั้งตัวรถจนทำให้ผมอึ้ง นี่คงไม่ได้เก็บกดนะ

            เลิกยุ่งกับฉันสักที! แค่นี้ชีวิตฉันมันก็ซวยมากพออยู่แล้ว จะให้ฉันทำยังไงนายถึงจะพอใจ!”

            “.......”

            “ให้ฉันตายเลยมั้ย? นายถึงจะพอใจกับเรื่องนี้ จะได้เลิกตามราวีฉัน! ฉันไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้นายตอนไหน ทำไมนายถึงต้องมาทำแบบนี้กับฉันด้วย!!!”

            “คือฉัน..” เอาสิครับ ใบ้แดกเลยกู!

            “ฉันขอร้องนะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันยังมีแม่มีน้องที่ต้องดูแล นายอยากได้อะไร? เงิน? ฉันไม่มีให้นายหรอกนะ ลำพังตอนนี้ฉันก็แทบจะกัดก้อนเกลือกินอยู่แล้ว

            “ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นแหละ!”

            “งั้นนายก็ปล่อยฉันไป.. ฉันขอร้องนะ

            “ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้หรอกนะเชลซี ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ผมรู้แค่ว่าผมปล่อยเธอไปไม่ได้

            “นายมันก็เห็นแก่ตัวอยู่วันยันค่ำ! นายไม่เคยนึกถึงจิตใจของคนอื่นเลย นายมันก็ดีแต่ใช้กำลังบังคับข่มขู่!” เธอพูดทั้งน้ำตา ทั้งที่เมื่อก่อนยัยนี่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นที่ไหน

            “เลิกพล่ามได้แล้วเชลซี! ยังไงเธอก็ไปจากฉันไม่ได้

            “นายนี่มัน..”

            “ในเมื่อไม่อยากกินอะไร ฉันก็จะไปส่งเธอที่มหาลัย

            พอพูดจบผมก็ขับรถต่อไปทันที โดยที่ไม่ได้หันไปสนใจยัยปากหมาเชลซีอีก เธอจึงเอนหัวซบลงกับเบาะก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลออมาอีก ที่บ้านยัยนี่ผลิตต่อมน้ำตาหรือไงวะถึงได้ร้องไห้เยอะแบบนี้

            เห็นแล้วหงุดหงิดโว้ย!!!

          MINER END TALK ::

 

          TK University

            “เชลซี.. เชลซี! เธอได้ฟังที่ฉันพูดมั่งไหมเนี่ย!” ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อยัยนิวเคลียร์เรียกชื่อฉันเสียงดัง

            อะ..เอ่อ เธอว่าไงนะ

            “ฉันบอกว่า..ตั้งแต่วันที่แกตะคอกเสียงใส่ฉันตอนนั้น แล้วฉันก็ไม่ค่อยได้คุยกับแกน่ะ ความจริงฉันมานั่งคิดๆดูแล้ว ฉันมันก็น่ารำคาญจริงๆนั่นแหละ ฉันไม่น่าไปถามแกมากเลย ทั้งที่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของแกอ่ะ

            “เอ่อ.. ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็ผิดเหมือนกันที่ตวาดเธอไปแบบนั้น ฉันก็ต้องขอโทษด้วยนะ

            “อืม.. งั้นวันนี้ไปฉลองกันที่ผับรุ่นพี่ไมเนอร์ดีป่ะ?” พอได้ยินชื่อเขาเท่านั้นแหละ ฉันก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที

            ฉันไม่ไปหรอก เธอไปเถอะ

            “ไม่ได้นะ เราต้องไปด้วยกันสิ เราเป็นเพื่อนกันนะเชลซี” ยัยนิวเคลียร์ขยับเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นก่อนจะเขย่าแขนฉันเบาๆ

            แต่วันนี้ฉันจะไปหาแม่ที่โรงพยาบาล เธอไปเถอะ

            “จริงดิ? งั้นฉันไม่ไปแล้วก็ได้ เดี๋ยวค่อยชวนแกไปวันหลังละกัน” ยัยนิวเคลียร์บอกยิ้มๆ

            อืม..”

            “ช่วงนี้แกเป็นอะไรไปอ่ะเชลซี ดูหน้าหมองๆนะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

            “เอ่อ.. ไม่มีหรอก ฉันคงนอนน้อยน่ะ” ฉันบอกก่อนจะเลี่ยงสายตาของเธอ พลางเอามือกุมที่ท้องน้อยของตัวเองไปด้วย ความเจ็บร้าวระบมที่ท้องน้อยกับส่วนนั้นยังคงมีอยู่ ไม่อยากจะบอกเลยว่ามันเจ็บไปหมดจริงๆ

            เอ๊ะ! ที่คอแกไปโดนอะไรมาเชลซี?” ทันทีที่ยัยนิวเคลียร์ถามฉันก็เอามือไปจับที่คอของตัวเองทันที

            อะ..อะไร? ไม่เห็นมีอะไรหนิฉันบอกปัดๆ

            จะไม่มีได้ยังไง ก็รอยแดงจ้ำๆที่คอของแกมัน..”

            “นักศึกษา!!! อาจารย์เห็นพวกเธอสองคนคุยกันนานแล้วนะ รีบจดงานบนไวท์บอร์ดเดี๋ยวนี้เลย!”

            “ค่ะอาจารย์”

            โชคดีจริงๆที่อาจารย์ทักขึ้นมาซะก่อน ไม่งั้นยัยนี่ได้สงสัยไปถึงไหนต่อไหนแล้วแน่ๆ ฉันก็ลืมปกปิดมันเอาไว้ ความจริงฉันจะออกมาซื้อผ้าพันคอข้างนอก แต่ไอ้บ้าไมเนอร์ดึงดันจะมาส่งฉัน ฉันก็เลยไม่ได้ซื้อเลย เพราะเขาคนเดียว.. ที่ทำให้เรื่องมันเลวร้ายแบบนี้!!!

           

            ตกเย็น..

            เดี๋ยวฉันไปหาแม่ที่โรงพยาบาลก่อนนะ กลับคอนโดดีๆล่ะเธออ่ะฉันบอกยัยนิวเคลียร์

            “โอเค มีอะไรก็โทรมานะ”

            “อืม.. ไปละ”

            ตั้งแต่ตอนนั้นยัยนิวเคลียร์ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรฉันอีก ฉันคิดว่ายัยนั่นคงลืมไปแล้ว และมันก็เป็นโชคดีของฉันที่ยัยนั่นไม่ได้ซักถามอะไร เพราะถ้ายัยนั่นซักฉันอีก ฉันคงเก็บความลับนั้นเอาไว้ไม่อยู่แน่ๆ

            ฉันโบกมือหาแท็กซี่แล้วบอกให้พาไปที่โรงพยาบาลทันที เพราะตั้งแต่วันนั้นฉันก็ไม่ได้ไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลอีกเลย ไม่รู้ว่าป่านนี้แม่จะเป็นยังไงบ้าง

           

          V Hospital    

          แม่คะ ซีไม่รู้จะทำยังไงต่อไปแล้วค่ะแม่ ซีเหนื่อยจริงๆ ฮึก..” ฉันนั่งกุมมือแม่ของตัวเองที่กำลังนอนอยู่บนเตียงก่อนจะร้องไห้ออกมา ฉันรู้สึกว่าฉันเริ่มที่จะไม่ไหวแล้ว ฉันเข้มแข็งต่อไปไม่ไหวจริงๆ

            “.......”

            “แม่คะ ซีต้องทำยังไงคะ ซีต้องทำยังไง ซีไม่ไหวแล้วจริงๆ

            “ซี.. ซีหรอลูก..?”

            แม่ของฉันตื่นขึ้นมาแล้ว ฉันรีบเช็ดไล่น้ำตาที่ร้องไห้ออกไปก่อนหน้านี้ออกให้หมด เพราะถ้าแม่รู้ว่าฉันร้องไห้ แม่ฉันจะต้องคิดมากแน่ๆ และฉันไม่ต้องการที่จะให้แม่ฉันคิดมากแบบนั้น

            แม่ตื่นแล้วหรอคะ?” ฉันถามก่อนจะยิ้มแห้งๆส่งไปให้ผู้เป็นมารดา

            ซีร้องไห้หรอลูก?แม่ถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวลเมื่อท่านเห็นฉัน

            “ปะ..เปล่าค่ะแม่ แอร์มันเย็นน่ะค่ะ น้ำตามันเลยไหลออกมาฉันโกหกออกไป แต่มันก็ไม่แนบเนียนเอาซะเลย

            ไม่ต้องมาโกหกแม่เลยนะเชลซี แม่เลี้ยงเรามาตั้งแต่เราเด็กๆ ทำไมแม่จะไม่รู้ว่านิสัยของลูกแม่คนนี้น่ะเป็นยังไง มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

            “แม่คะ.. ซีรักแม่นะคะ” ฉันบอกก่อนจะโอบกอดท่าน

            แม่รู้.. แล้วมีเรื่องอะไรที่ทำให้ลูกสาวคนเก่งของแม่ต้องเสียน้ำตาแบบนี้เนี่ย

            “ซีแค่รู้สึกท้อแท้น่ะค่ะแม่ ซีรู้สึกเหนื่อยกับเรื่องต่างๆ ซีไม่รู้ว่าซีจะต้องทำยังไงต่อไปแล้วค่ะแม่”

            “เหนื่อยก็พักบ้างเถอะลูก เรื่องเงิน..ไม่ต้องไปซีเรียสกับมันมากก็ได้ แค่นี้แม่ก็เป็นภาระของลูกมากแล้วนะ

            “แม่ไม่เคยเป็นภาระของซีกับน้องเลยนะคะ ซีกับน้องเต็มใจที่จะทำเพื่อแม่ค่ะ ซีไม่ได้เหนื่อยเรื่องเงินหรอกค่ะแม่ แต่ซี..เหนื่อยเรื่องอื่น..ฉันบอกเอื่อยๆ

            เรื่องอะไรหรอลูก? ะบายมาให้แม่ฟังก็ได้นะ แม่ยินดีรับฟังปัญหาของซีนะ

            “เฮ้อ~ ช่างมันเถอะค่ะแม่ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปละ แม่พักผ่อนเถอะค่ะ

            “เป็นแบบนี้ตลอดเลยลูกสาวคนนี้ แม่จะบอกอะไรให้นะเชลซี แม่เลี้ยงลูกทุกคนมาด้วยความรักความเอาใจใส่ มีเรื่องทุกข์ใจอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียวเลยลูก ระบายมันออกมาบ้าง ถ้าไม่ระบายกับแม่ ระบายลงกระดาษหรืออะไรก็ได้ลูก อย่าเก็บมันไว้เลย

            “.......”

            “คนเราเกิดมา ไม่ควรที่จะเก็บเรื่องทุกข์ใจไว้กับตัวนะลูก เพราะมันมีแต่จะบั่นทอนกำลังใจเรา ระบายมันออกมาเพื่อที่จะได้มีชีวิตอย่างมีความสุขไงจ๊ะ”

            “ขอบคุณนะคะแม่ฉันก็อยากทำแบบนั้นนะ แต่ฉันทำไม่ได้ “ซีรักแม่นะคะ”

            “จ้ะ แม่ก็รักซีนะ”

            “งั้นแม่พักผ่อนเถอะค่ะ ซีจะกลับคอนโดแล้วล่ะค่ะ พรุ่งนี้ซีมีเรียนตอนเก้าโมงเช้า”

            “ตั้งใจเรียนนะ ครั้งหน้าถ้ามาหาแม่พาน้องมาด้วยนะ รายนั้นน่าจะเรียนหนักเหมือนกันนะ แม่ว่าพาน้องไปเที่ยวสูดอากาศบริสุทธิ์ด้วยกันก็ดีนะ แม่อยากเห็นลูกทั้งสองคนมีความสุข

            “ค่ะแม่ แม่พักผ่อนเถอะนะคะ

            ฉันบอกท่านก่อนจะรั้งผ้าห่มขึ้นห่มให้ท่าน แล้วนั่งลงกุมมือท่านสักพัก

           

          R Condo

            เมื่อเห็นว่าแม่หลับไปแล้ว ฉันก็กลับมาที่คอนโดของตัวเอง ฉันตรงเข้าไปยังห้องนอนโดยที่ตัวเองยังคงสวมชุดนักศึกษาอยู่ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหนานุ่มเบาๆ พลางหลับตาลงเพื่อผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด ฉันไม่อยากเก็บเรื่องอะไรมาคิดอีกแล้ว แค่นี้ชีวิตฉันมันก็บัดซบเกินไปแล้ว ฉันไม่อยากเครียด ฉันอยากปล่อยวาง..

            ก่อนจะหลับเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์ต่อไป..




ขอให้อ่านอย่างมีความสุขน้าา<3



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #15 PJ_20446 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 23:47
    ไมเนอร์....เลวเนอะ ( _*_ )
    #15
    0
  2. #14 211032380 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 20:47
    มาม่าต้มเคล้าน้ำตา ความเค็มลอยมาเเต่ปางใด
    ดราม่าสะเทือนใจ
    #14
    0