[END อีบุ๊ค] HOT LOVE รักร้อน..ซ่อนอันตราย

ตอนที่ 1 : PROLOGUE 100% [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ธ.ค. 58


PROLOGUE

            MN CLUB

          MINER TALK ::

            “เป็นไงบ้างวะเหี้ยธันเมียมึง?”

            ผมถามออกไปอย่างอยากรู้ ตอนนี้ทุกคนอาจจะยังไม่รู้จักชื่อของผม ผมชื่อว่า ไมเนอร์ สุดหล่อที่สุดในกลุ่ม ส่วนไอ้คนที่ผมเรียกเมื่อกี้น่ะ คือ ธันเดอร์ มันมีเมียแล้วล่ะ ชื่อ ดรีม แล้วตอนนี้เมียมันก็คลอดลูกแล้วด้วย ลูกของมันเป็นผู้ชายชื่อว่า ‘ธีม’ อ้อ! ผมลืมบอกไปว่าเมียมันน่ะตอนนี้อายุแค่สิบเก้าเอง เพราะไอ้ธันเดอร์มันทำยัยนั่นท้องตอนยัยนั่นอายุสิบแปดน่ะ เป็นไงล่ะเพื่อนกู! ไวไฟใช้ได้!

            “ก็ดีขึ้นแล้ว..อีกไม่นานกูก็ต้องส่งลูกกูไปให้แม่ของดรีมที่LA ให้พยาบาลที่นู่นดูแลให้”

            มันบอกพร้อมกับก้มหน้าก้มตาเขียนรายงานส่งอาจารย์ ตั้งแต่ที่มันแต่งงานไปน่ะ ไอ้นี่มันดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นจากตอนแรกมากเลย จากคนที่เคยเหลวไหลมากๆ แต่พอมีลูกมีเมียแล้วแม่งเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยไง

            เฮ้อ! กูคงคิดถึงหลาน

            ส่วนนี่เป็นเสียงของ วาเล็น สหายคนที่สองของผม มันมีหน้าตาที่สวยและน่ารัก แต่ถ้าไม่ติดที่นิสัยกวนตีนชาวบ้านชาวช่องเป็นอาจิณกับการแต่งหน้าแบบดาร์กๆของมัน! หลายคนคงคิดว่ามันเป็นตุ๊ดแน่ๆ!

            “กูก็ด้วย.. แต่ถ้าจะให้กูแต่งงานนะ กูไม่เอาด้วยหรอก เหมือนผูกมัดกันเกินไปว่ะ”

            ส่วนนี่ก็ ‘ออกัส’ สหายคนที่สามที่สุดแสนจะกะล่อน ความจริงไอ้ความกะล่อนของมันน่ะ ติดตัวมันมาตั้งแต่เกิดแล้วมั้งผมว่านะ! แต่ไอ้ความกะล่อนนี่ดิวะ นำพาผู้หญิงให้มาติดกับมันหลายรายแล้ว

            นี่พวกเราก็จะขึ้นปีสามแล้ว.. เห็นว่ามีนักศึกษาเข้ามาใหม่ แล้วพวกเราได้เป็นพี่เลี้ยงของกลุ่มนักศึกษานั่นด้วยนะมึง

            ผมบอกพร้อมกับยกแก้วค็อกเทลขึ้นซด ผมว่าผมน่ะหล่อนะ แถมรวยและเพอร์เฟ็คท์ด้วย แต่ทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบเข้าหาผมเหมือนไอ้ออกัสมั่งก็ไม่รู้ ผมว่านะ พวกผู้หญิงพวกนั้นน่ะตาไม่ถึงชัดๆเลยว่ะ!

            “แล้ว?

            ไอ้ธันเดอร์ละสายตาจากรายงานตรงหน้าแล้วปรายตามองผมเรียบๆ บางทีผมก็นึกนะว่าถ้าผมมีเมียเป็นตัวเป็นตนแบบมันน่ะ ผมจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า ผมจะตั้งใจเรียน ดูแลลูกเมียแบบมันไหม แต่ก็นะ.. บอกเลยว่ากูไม่อยากมีเมียครับ! อิสรภาพแม่งหดหาย!

            “ก็ไม่แล้วไง.. กูแค่บอก”

            ผมบอกกลับไปพร้อมกับปรายตามองไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเรียบๆไม่ได้สวยอะไรมากมาย แต่เธอคนนั้นแม่งสะดุดตาชิบหายวายวอดเลย!

            “เดี๋ยวกูกลับล่ะนะ จะไปหาเมีย.. คิดถึงนมสดๆจากเต้าเมียจะแย่แล้ว!”

            สาบานเหอะว่านี่เพื่อนกู! นี่มันไม่ได้กำลังทำให้ผมอิจฉามันใช่ป่ะวะ เห็นกูเป็นแบบนี้บอกเลยว่าผู้หญิงของกูน่ะ.. คิดว่าเพียบงั้นหรอ หึ! บอกเลยว่า..ตอนนี้ไม่มีสักคน! ให้ตายดิวะ!

            “มึงรีบๆไปไกลๆตีนกูเลย..ผมบอกพร้อมกับถลึงตาใส่มัน

            เฮ้ย! เดี๋ยวกูกลับละ พรุ่งนี้เจอกัน..”

            ไอ้ธันเดอร์เก็บรายงานตรงหน้าก่อนจะลุกขึ้นแล้วบอกกับเพื่อนๆอีกสองตัวที่สายตาของพวกมันกำลังจับจ้องผู้หญิงอยู่ที่ฟลอร์แดนซ์ด้านหน้าผับ

            สนใจกูมั่งก็ได้มั้ง

            มันบอกทำให้ไอ้วาเล็นและออกัสที่กำลังสนใจผู้หญิงอยู่นั้นหันกลับมา พร้อมกับส่งยิ้มแหยๆไปให้มัน

            เออ.. แล้วเจอกันมึงไอ้ออกัสบอก

            เออๆ รีบๆกลับไปได้ละ ขัดเวลาดูนมของกู!” ไอ้วาเล็นบอกพร้อมกับเบือนหน้าไปมองผู้หญิงที่ฟลอร์แดนซ์ดังเดิม

            เออ.. กูกลับล่ะ

            ไอ้ธันเดอร์บอกก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าผับของผม เพราะว่ารถปอร์เช่คันโปรดของมันจอดไว้ที่หน้าผับ

            เฮ้ย! กูว่ากูก็จะกลับละ แม่งเบื่อๆว่ะ”

            ทันทีที่ไอ้ธันเดอร์ออกไปได้ไม่นาน ผมก็เอ่ยขึ้นเพราะอยากกลับคอนโดแล้วเหมือนกัน ผมพักอยู่คอนโดเดียวกับไอ้เหี้ยธัน แต่ตอนนี้เหี้ยธันมันกลับไปอยู่บ้านแล้ว เพราะเมียมันก็อยู่ที่บ้านของมัน เลยกลายเป็นว่าทั้งคอนโดผมสิงสถิตอยู่ที่นั่นเหมือนกับอยู่ตัวคนเดียวเลย

            เออ.. เรื่องนี้กูจะไม่ยุ่ง

            ไอ้วาเล็นหันมาบอกผมแว๊บหนึ่งก่อนที่มันจะผินหน้ากลับไปมองผู้หญิงที่ฟลอร์แดนซ์อย่างรวดเร็ว เจริญเถอะครับมึง! นี่กูเพื่อนมันป่ะวะ!? สนใจผู้หญิงมากกว่าเพื่อนแบบกูอีกครับ!

            “เออ..”

            ส่วนไอ้นี่หนักกว่าไอ้วาเล็นอีก ไอ้ออกัสมันไม่แม้แต่จะหันมามองผม แถมคำตอบของมันแม่งก็สั้นกระทัดรัดจับใจความได้แม่นยำอีก เออคำเดียว สยบทุกความเคลื่อนไหวครับ!

            บางทีผมก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ อะไรวะ! ทำไมช่วงนี้ไม่ค่อยมีใครสนใจผมมั่งเลย

            นี่กูจะกลับทั้งที พวกมึงไม่คิดจะหันมาร่ำลากูเลยหรือไงวะ!” ผมบอกออกไปอย่างหงุดหงิด

            ทำไมต้องร่ำลาเป็นพิธีรีตองอะไรขนาดนั้นวะ! รีบๆกลับไปได้แล้วมึงน่ะ กูสองคนจะได้ดูนมกันต่อไอ้วาเล็นหันมาบอกก่อนจะเบือนหน้าหนีผมไปอีกรอบ

            ผมกัดกรามแน่นอย่างระงับอารมณ์ ดีครับดี! มีเพื่อนสามคน คนแรกหลงเมีย คนที่สองกับสามหลงผู้หญิง หงุดหงิดเว้ย!

            ผมวางแก้วค็อกเทลลงอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาโซนวีไอพีแล้วตรงดิ่งมายังลานจอดรถหน้าผับตัวเองทันที ในเมื่อไม่สนใจกูดีนัก กูกลับก็ได้ เชอะ!

           

          R Condo

            ผมขับรถมาถึงคอนโดแล้ว คอนโดนี้มีผม ไอ้ธันเดอร์ แล้วก็นิวเยียร์ที่อยู่ด้วย แต่ตอนนี้ไอ้เหี้ยธันเดอร์มันย้ายออกไปอยู่บ้านตัวเองเพราะต้องดูแลเมีย ส่วนนิวเยียร์เธอย้ายไปเรียนต่อที่ลอนดอน เลยกลายเป็นว่าผมอยู่ที่นี่คนเดียว

            ตุ้บ!

            ขณะคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ จู่ๆผมก็ชนเข้ากับร่างเล็กอ้อนแอ้นของใครบางคน เธอล้มลงโดยที่แก้วน้ำที่เธอถือมานั้นมันหล่นลงไปด้วย แถมมันยังหกรดเสื้อผ้าของเธอจนเปียกอีกด้วย

            เดินยังไงของนายวะ!”

            เธอเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นด้วย ใบหน้าสวยๆนั่นขมวดคิ้วเข้าหากัน ใบหน้าแดงกล่ำด้วยโทสะ อะไรวะ! ผมว่าผมไม่ได้เดินชนเธอนะ เธอเดินมาชนเองไม่ใช่หรือไง!?

            “อะไรของเธอ”

            ผมก็ขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วจ้องหน้าเธอกลับเช่นเดียวกัน คิดว่าจะกลัวหรอวะ! ตัวเล็กเท่าคนแคระแบบนี้น่ะ!

            “อะไรล่ะ.. นายชนฉันไม่แหกตาดูเหรอ!”

            ผู้หญิงอะไรวะ หน้าตาก็ดีแต่คำพูดคำจาแม่งวอนตีนชิบหาย!

            “ฉันเดินของฉันมาดีๆ เธอน่ะสิเดินมาชนฉันเอง แล้วจะปรักปรำกันเหรอ!?”

            หึ! แค่บอกขอโทษมาเรื่องมันก็จบแล้ว ทำไมต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่วะ ถามจริง..ต้องการอะไรจากสังคมหรอ?อ่าว! ยัยนี่แม่งปากหมาว่ะ!

            “น่ารำคาญชิบหายเลยว่ะเธอเนี่ย เดินมาชนฉันเองแล้วมาโทษกันแบบนี้ คิดว่าแฟร์แล้วช้ะ?

            แฟร์ไม่แฟร์ฉันไม่รู้ แต่ที่รู้ๆนายต้องขอโทษฉัน!”

            ดูปากฉันให้ดีๆนะ ฉัน..ไม่..ขอ..โทษ..” ผมชี้ที่ปากของตนเองแล้วบอกออกไปอย่างชัดเจน ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าผ่านร่างเล็กตรงหน้าไปอย่างไม่ยี่หระ

            คือจะบอกว่าไงล่ะ คือกูไม่ผิดครับ! แล้วให้กูขอโทษมันใช่ที่หรอครับ!

            MINER END TALK ::

 

            หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้ทำให้ฉันทั้งอึ้งและตกใจ ผู้ชายห่าไรวะ! แม่งมั่นหน้ามาก! คือมึงเดินชนกูค่ะ! กูเดินมาของกูดีๆ เดินดูดน้ำมาด้วยนะ และที่สำคัญคือตอนนี้ชุดกูเปียกค่ะ! คำขอโทษจากปากไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นก็ไม่มีซักคำ ให้ตายเหอะ!

            “แม่งซวยชะมัดเลย!”

            ฉันชื่อ ‘เชลซี’ ชื่อนี้แม่ของฉันเป็นคนตั้งให้เองแหละ ครอบครัวของฉันตอนนี้น่ะมีกันอยู่สามคน ประกอบด้วยฉัน น้องสาวของฉัน แชมเปญ และแม่ของฉันเอง ครอบครัวของฉันล้มละลาย ตั้งแต่พ่อเสีย แม่ของฉันก็ล้มป่วย กิจการทั้งหมดถูกยุบตัวลง พ่อของฉันเสียไปด้วยโรคมะเร็ง ส่วนแม่ของฉันป่วยโรคลิ้นหัวใจ

            ตอนนี้ฉันกำลังหางานทำอยู่เพราะต้องการเงินไปรักษาแม่ แต่มันก็ไม่มีงานอะไรให้ฉันทำเลย ตอนนี้ฉันเรียนปีสองคณะมนุษย์ศาสตร์ TK University ฉันอายุยี่สิบแล้วล่ะตอนนี้น่ะ ฉันต้องเป็นเสาหลักของครอบครัวด้วย เพราะแม่ของฉันท่านต้องให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด เงินที่พ่อเอาใส่ธนาคารไว้ก็ค่อยๆร่อยหรอลงทุกทีแล้วด้วย ฉันพยายามทำทุกอย่างไม่ว่าจะต้องทำงานอะไรฉันก็ทำ จากชีวิตคุณหนูในตอนแรก ยอมรับเลยว่าตอนนี้ฉันตกที่นั่งลำบากมาก ไม่เคยต้องมาหางานทำแบบนี้ แต่ตอนนี้ฉันต้องวิ่งหางาน เพราะฉันต้องการเงิน!

            น้องสาวของฉันก็เหมือนกัน เธอยังอยู่แค่มหาลัยปีหนึ่ง แต่ตอนนี้ต้องระเห็จออกจากบ้านไปหางานทำเหมือนๆกับฉัน เพราะเธอบอกฉันว่าไม่อยากให้ฉันเหนื่อยคนเดียว ก็นะ! มีน้องสาวนิสัยดีก็งี้ล่ะ แต่ถ้าเทียบกับนิสัยของฉันกับน้องนะ น้องฉันน่ะดีมากกว่าหลายเท่า พูดจาก็เพราะ แถมหน้าตาก็สวย เอาเป็นว่าเธอน่ะอย่างกับแองเจิล ส่วนฉันน่ะเดวิลเลย!

 

            Rrrrrrrrr!

            “ว่า?”

            ฉันกดรับสายเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วปรากฏชื่อ ‘นิวเคลียร์ ยัยนิวเคลียร์เป็นเพื่อนสนิทของฉันเอง ยัยนี่น่ะเป็นเด็กบ้านนอกที่เพิ่งเข้ากรุงเทพมา ไม่ใช่สิ! ยัยนี่เข้ากรุงเทพมานานมากแล้วล่ะ เธอมาเรียนมหาลัยเดียวกับฉัน

            ซึ่งตอนนี้ทั้งฉันแล้วก็ยัยนิวเคลียร์น่ะ เราทั้งสองคนเรียนคณะมนุษย์ศาสตร์กัน ที่ยัยนี่เป็นเด็กบ้านนอกน่ะ ใช่ว่าจะไม่รวยนะ พ่อของยัยนี่น่ะเป็นเจ้าของสวนปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของจังหวัดเลยล่ะ

            [ก็ไม่ว่าไง..ทำไรอยู่?]

            คือโทรมาหาฉันจะถามแค่เนี้ย!

            “เดินแช่งหมาอยู่!”

            ฉันบอกกลับไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่มันก่อตัวขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ และตอนนี้มันก็ยังไม่หายไปด้วย ตอนนี้ฉันกำลังขึ้นลิฟท์เพื่อไปห้องของตัวเองอยู่น่ะ อ้อ! ฉันก็ลืมบอกไปว่าฉันเพิ่งย้ายมาอยู่คอนโดนี้ เพราะเห็นว่ามันใกล้โรงพยาบาล เวลาไปหาแม่จะได้สะดวก อีกอย่างน้องสาวของฉันก็อยู่คอนโดใกล้ๆนี่แหละ อย่าถามนะว่าทำไมไม่อยู่ด้วยกัน ก็อย่างที่บอกไปน่ะแหละ ยัยนั่นน่ะดีเกินไป ไม่อยากมารบกวนฉันน่ะ

            [แล้วหมามันผิดอะไรทำไมต้องไปแช่งมันด้วยอ่ะ]

            คือจะบอกไงดีล่ะ หมามันไม่ผิดอะไรหรอก แต่ที่ผิดน่ะคือไอ้ผู้ชายมั่นหน้าคนตะกี้นี้ต่างหาก คือมันมั่นใจว่าตัวเองถูกไง แต่ความจริงน่ะ มันเป็นคนเดินเข้ามาชนฉันเองแท้ๆ

            เออๆช่างเหอะ แล้วนี่ทำไรอยู่ โทรมามีเรื่องอะไรหรือเปล่า]

            [เปล่าหรอก จะบอกว่าฉันแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอยู่น่ะ] ยัยนี่เนี่ยนะแอบชอบผู้ชาย!

            ตั้งแต่ฉันคบกับยัยบ้านี่มาสองปีคือฉันไม่เห็นยัยนี่จะชอบหรือถูกใจใครเลย แต่วันนี้กลับมาบอกว่าแอบชอบผู้ชายเนี่ยนะ

            ใครวะคนที่เธอชอบอ่ะ

            [เขาเรียนอยู่คณะบริหารอ่ะ รู้สึกจะชื่อไมเนอร์ ไมเดอร์ อะไรซักอย่างนี่แหละ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน]

            “............

            [เขาหล่อมากเลยนะ ฉันชอบเขาอ่ะ ชอบมากเลย ~~เจอะคนเนี้ยฟินเลย บ่องตงรักจุงเบย อยากอวดทุกคนเลย ว่าพบเจ้าของหัวใจ~~]

            นั่นไง! แม่งมาเป็นเพลงเลย!

            “คนไหนวะ ฉันเคยเห็นหน้าป่ะ”

            [น่าจะเคยนะ เพราะรู้สึกว่าเขาจะอยู่R Condo คอนโดเดียวกับเธอเลยอ่ะ]

            อยู่คอนโดเดียวกับฉันด้วย หล่อขนาดสะดุดตาเพื่อนกูเลยหรือไงนะ

            เออ แค่นี้ช้ะ?”

            ฉันอยากจะวางสายจากยัยนี่เต็มทนแล้วล่ะ คือไม่ได้รำคาญหรืออะไรหรอกนะ แต่ฉันต้องไปทำรายงานส่งอาจารย์ไง อีกอย่างที่ยัยนี่กำลังสนทนากับฉันน่ะเรื่องผู้ชายค่ะ ไม่ใช่เรื่องเรียน!

            [รีบไล่จังเลยนะคุณเพื่อน แหมๆ จะรีบไปไหนอ่ะ]

            “รายงานที่อาจารย์สั่ง ทำแล้วหรือไง”

            [อึ๊ย! ลืมซะสนิทเลยอ่ะ ส่งวันไหนๆ] นั่นไงคะเพื่อนกู!

            อาทิตย์หน้า..

            [อ๊า! ยังทันๆ งั้นแค่นี้แหละนะ บ๊ายบาย จุ๊บๆ คืนนี้ฝันดีนะจ๊ะ]

            ติ๊ด!

            ยัยนิวเคลียร์บอกก่อนจะกดวางสายไปทันที ฉันจึงมุ่งหน้าสู่ห้องของตัวเอง...

 

            Rrrrrrrr!

            พอก้าวเข้าห้องมาได้ไม่ถึงสองก้าว เสียงโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นอีก ทำไมวันนี้มันมีแต่คนโทรมาหากูจังคะ! มันมีเรื่องอะไรนักหนาวะเนี่ย!

            ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ปรากฏชื่อยัยแชมเปญ น้องสาวของฉันเอง แล้วโทรมาแบบนี้มีอะไรหรือเปล่านะ ฉันปัดปุ่มโทรศัพท์ระบบสัมผัสของตัวเองเพื่อรับสายก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นกรอกหู

            ฮัลโหล ยัยจอมดื้อ!” ปกติฉันเรียกน้องสาวของฉันแบบนี้ตลอดแหละ ยัยน้องสาวคนนี้ของฉันน่ะ ดีนะแต่ดื้อก็ไม่แพ้ความดีเลย

            [โหย! เจ้อ่ะ เปญจะโทรมาบอกว่าเปญได้งานแล้วค่ะ เขารับสองคนเลย เงินดีด้วยนะเจ้]

            “งาน..? ที่ไหนฉันขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย ปัจจุบันนี้น่ะ งานมันหายากจะตายไป ยิ่งผลตอบแทนเยอะฉันยิ่งไม่มั่นใจว่ามันเป็นงานดีสุจริตหรือเปล่าน่ะสิ

            [ รู้สึกว่าจะเป็น MN Club ค่ะ ที่นี่ได้เงินดีมากๆเลยค่ะ]

            “แล้วมันเป็นงานแบบไหน ถ้าไปเปิดเนื้อหนังมังสาให้ไอ้พวกผู้ชายดูน่ะ เจ้ไม่ทำและเจ้ก็ไม่ให้เธอทำด้วย!”

            [ไม่ใช่ค่ะเจ้ มันเป็นงานเสิร์ฟอ่ะ เสิร์ฟพวกเครื่องดื่มให้คนในผับค่ะ ชุดก็ไม่โป๊นะ เป็นชุดเอี๊ยมน่ารักๆสีดำค่ะ] ขอให้มันจริงอย่างที่ยัยนี่พูดเถอะ!

            “แล้วเริ่มงานวันไหน

            [พรุ่งนี้เลยค่ะ เขาบอกให้เราเตรียมตัวไว้ ถ้าเจ้ไม่ไหวเดี๋ยวเปญทำเองก็ได้ค่ะ] อย่างฉันเนี่ยนะจะไม่ไหว ฉันเนี่ยถึกยิ่งกว่าโคกระบืออีกนะยัยแชมเปญ!

            “โอเค เดี๋ยวเรียนเสร็จเจ้ไปรับที่คณะ จะได้ไปพร้อมกัน” ฉันบอกพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนไปด้วย

            [ได้ค่ะ งั้นเปญไม่รบกวนเจ้แล้วค่ะ ฝันดีนะคะพี่สาวสุดสวย]

            “ฝันดีจ้ะ อย่าลืมทำงานที่อาจารย์สั่งให้ครบถ้วนด้วยนะ”

            ฉันเป็นของฉันแบบนี้ประจำแหละ ฉันห่วงเรื่องเรียนไม่ว่าจะเป็นของตัวเองหรือของน้องสาวเพราะพอพ่อเสียไป ฉันคิดว่าฉันจะต้องตั้งใจเรียนและทำงานหาเงินมาเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องให้ได้

            [ค้า.. เปญไม่ลืมหรอกน่า แค่นี้นะคะ บาย~]

            “จ้า..”

            ฉันบอกกลับไปพร้อมกับกดตัดสาย แล้วทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนหนานุ่ม เอะ! ลืมไป ชุดนี้มันเปียกน้ำนี่นา อีกอย่างฉันก็ยังไม่ได้อาบน้ำด้วย ฉันว่าฉันไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะ...

 

          MINER TALK ::

            ผมเดินเข้าห้องมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด ยัยบ้านั่นน่ะ เธอเดินชนผมเองจริงๆนะ หรือ..ผมเดินชนเธอ ไม่ใช่หรอกน่า! ผมเดินของผมมาดีๆ เธอนั่นแหละเดินมาชนผมเอง หน้าตาของเธอก็สวยอยู่หรอกนะ แต่ไอ้คำพูดคำจาสุดแสนกวนตีนบวกกับปากหมาๆของเธอน่ะ! บอกเลย! อารมณ์ชื่นชมมันมีน้อยกว่าอารมณ์ที่ไม่ชอบเป็นเท่าตัว ผู้หญิงห่าไรวะ! ปากแม่งวอนตีนชิบหาย! ถ้าไม่ติดว่าสวยนะ ผมเอาตีนเสยปากยัยนั่นไปละ!

            “ยัยบ้าเอ้ย! ยัยปากเสีย! อยู่คอนโดเดียวกันแต่ทำไมฉันถึงเพิ่งเจอเธอนะ อย่าให้รู้นะว่าอยู่ห้องไหน ถ้ารู้ล่ะก็พ่อจะจับปล้ำทำเมียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”

            ผมบ่นพร้อมกับทิ้งตัวลงบนโซฟากลางโซนรับแขกก่อนจะหยิบรีโมทขึ้นมากดดูทีวีอย่างสบายอารมณ์ ลืมเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้ไปก่อน ไว้เจอยัยนั่นค่อยคิดบัญชีทีเดียว!

 

          20 : 00 น.

          MN CLUB

            “เฮียไมครับ เมื่อวานมีผู้หญิงมาขอสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟน่ะครับ ผมเห็นว่าคนว่างก็เลยรับมา แต่เธอบอกว่าของานให้พี่สาวของเธอด้วย ผมก็เลยรับไว้ทั้งสองโดยที่ผมยังไม่ได้แจ้งให้เฮียทราบ เฮียจะว่าไงครับ”

            ไอ้คนที่กำลังพูดอยู่กับผมนี่น่ะมันเป็นลูกน้องที่ผับผมเอง ผมให้มันเป็นคนจัดการเรื่องในผับทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือยอร์ชเลย คือจะบอกว่าไงวะ คือมีอะไรผมก็ให้มันตัดสินใจอ่ะนะ

            รับมาก็แล้วแต่มึงสิ อย่าลืมให้ยัยสองคนนั้นน่ะทำงานให้สมกับค่าแรงด้วยนะ ถ้าขี้เกียจสันหลังยาวล่ะก็ ตัดออกไปได้เลย!”

            “ครับๆ” มันบอกแล้วเดินจากไป..

            วันนี้คนในผับดูคึกคักเป็นพิเศษ ผมว่าผับของผมน่ะเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆจากที่มันมีความนิยมอยู่แล้วอ่ะนะ ไม่อยากจะคุยหรอกว่าที่ผับนี้ได้รับความนิยมน่ะ มันเป็นเพราะมีเจ้าของผับสุดหล่อแบบนี้ไง หยุดเลยๆ! อย่าเพิ่งอ้วกครับ!

            ผมเดินลัดเลาะมาทางโซฟาโซนวีไอพีซึ่งเป็นโซนประจำของผมกับไอ้เพื่อนๆอีกสามตัว พอไปถึงผมก็หันแค่ไอ้ออกัสที่มันนั่งเสร่ออยู่คนเดียวที่โซฟา

            อ่าวมึง แล้วไอ้เหี้ยธันกับไอ้วาล่ะวะผมถามออกไปเมื่อเห็นมันนั่งแดกเหล้าอยู่คนเดียว

            ไอ้ธันโทรมาบอกว่ามันจะอยู่กับเมีย ส่วนไอ้วามึงคงรู้นะว่าทำไมมันยังไม่มา

            ไอ้ออกัสหันมาบอกผมก่อนจะก้มลงไปแดกเหล้าดังเดิม ไอ้ธันน่ะผมพอเข้าใจว่ามันหลงเมีย แต่ไอ้เหี้ยวาดิวะ! แม่งสายตลอดเลยไง! อะไรของมันนักหนา! สงสัยคงกำลังยุ่งอยู่กับบ่อนใต้ดินผิดกฎหมายของมันอยู่ล่ะมั้ง

            เออๆ”

            ผมเออออตามมันไปก่อนจะทรุดตัวนั่งบนโซฟาตรงข้ามกับมันแล้วรินเหล้าก่อนจะกระดกซดเข้าปาก..

          MINER END TALK ::

 

            “ถึงแล้วค่ะเจ้ ที่นี่แหละ

            เสียงใสดังขึ้นและหยุดหลังจากที่ลากฉันมาตลอดทางตรงหน้าผับแห่งหนึ่งซึ่งมันใหญ่มาก ผับบ้าอะไรวะ! จะอลังการงานสร้างขนาดนี้ ไอ้เจ้าของผับมันคงรวยน่าดูอ่ะ

            ที่นี่อ่ะนะ มันใหญ่เกินผับละเปญ ผับอะไรอ่ะใหญ่โคตร!” ฉันบอกออกไปแล้วหันไปมองหน้าผู้เป็นน้องสาว เธอหันมายิ้มให้ฉันก่อนจะดึงฉันให้เข้าไปในผับด้วยกัน

            หลังจากที่เราเข้าผับมาแล้ว แชมเปญก็ลากฉันมายังห้องๆหนึ่งซึ่งฉันคิดว่าน่าจะเป็นห้องแต่งตัว เพราะมันมีเสื้อผ้าแขวนอยู่กับราวและมีผู้หญิงหลายคนกำลังแต่งตัวอยู่ ชุดที่พวกเธอสวมใส่แน่นอนว่ามันไม่โป๊ แต่ว่ามันก็สั้นอยู่ดี!

            “เจ้ว่าเราไปหางานที่อื่นดีกว่านะเปญ ชุดมันไม่โป๊ก็จริง แต่มันสั้นว่ะ!”

            “โหย! ไม่เอาอ่ะเจ้ เอาที่นี่แหละ เงินดีกว่าที่อื่นๆอีก ไหนๆก็มาแล้ว น่านะเจ้นะๆ”

            ยัยน้องสาวจอมดื้อบอกพร้อมกับรั้งแขนของฉันแล้วเขย่าเบาๆเป็นเชิงอ้อน แล้วไอ้ฉันมันก็ดันเห็นคนอ้อนไม่ได้นี่สิ เป็นต้องยอมทุกทีเลย

            ก็ได้ๆ งั้นไปแต่งตัวกัน

            พอฉันบอกก็ได้เท่านั้นแหละ ยัยแชมเปญก็ลากฉันมาแต่งตัวทันที แต่งนู่นใส่นี่เติมนั่นอยู่นานหลายนาที และตอนนี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย..

            โห.. เจ้สวยอ่ะ

            เสียงใสๆนั่นเอ่ยออกมาหลังจากทำผลงานเสร็จ ฉันว่าฉันสวยก็วันนี้แหละ ฉันมองตัวเองในกระจกอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่ฉันหรอ..ฉันจริงๆใช่มั้ยเนี่ย

            เธอรีบไปแต่งตัวได้แล้ว ฉันบอกแชมเปญก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะภายในห้อง ซึ่งตอนนี้ยัยแชมเปญก็กำลังรังสรรค์ตัวเองอยู่

            ในที่สุดเราทั้งสองคนก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย..

            ยัยแชมเปญพาฉันเดินเข้ามาภายในตัวผับ เสียงสีเสียงบอกเลยว่าอลังมาก! แถมผู้คนในผับก็พลุกพล่านมากด้วย เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มเรียกนักแดนซ์เท้าไฟทั้งหลายให้โยกย้ายส่ายสะโพกกันไปตามจังหวะ ฉันล่ะอยากเห็นหน้าเจ้าของผับซะจริงๆ คือจะบอกว่าไงล่ะ คือทั้งหมดของผับอ่ะ มันอลังมากไง!

            “สวัสดีค่ะ ฉันแชมเปญที่มาสมัครงานเมื่อวานน่ะค่ะ”

            ยัยแชมเปญลากฉันมาจนถึงเคาน์เตอร์แล้วพูดกับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้จัดการมากกว่าจะเป็นเจ้าของผับเพราะคนนี้น่ะดูเด็กมากๆเลยน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันมากกว่า เพราะฉันคิดว่าเจ้าของผับน่ะน่าจะแก่จนรุ่นลุงฉันเลยมั้ง เพราะถ้าเด็กๆแบบนี้ไม่มีทางเป็นเจ้าของผับได้หรอก

            อ้อ! เธอนั่นเอง ไหนล่ะพี่สาวเธอที่บอกน่ะ

            “นี่พี่เชลซี พี่สาวของเปญเองค่ะ” เธอดึงฉันเข้าไปใกล้ก่อนจะแนะนำฉันให้ผู้ชายตรงหน้าได้รู้จัก

            โอเคๆ ไปหยิบถาดเสิร์ฟได้เลยตรงนั้นนะ จากนั้นก็เดินให้ทั่วผับล่ะ อีกอย่างนะ ดูแลตัวเองดีๆด้วยถ้าเจอคนมาเที่ยวเฉยๆเธอก็ดีไป แต่ถ้าเจอไอ้แก่ตัณหากลับแล้วมันทำอะไรเธอน่ะอย่าเพิ่งทำอะไรมันกลับนะ ให้มาบอกฉันเดี๋ยวฉันจะไปบอกเจ้าของผับให้

            หลังจากแนะนำอะไรเสร็จสรรพ เขาก็บอกให้พวกเรามาหยิบถาดเสิร์ฟที่เคาน์เตอร์อีกด้านหนึ่ง ซึ่งก็มีพนักงานหลายคนกำลังหยิบอยู่ด้วย

            ฉันหยิบถาดแล้วเดินเสิร์ฟจนทั่วจนมาหยุดอยู่ที่โต๊ะๆหนึ่ง ภายในโต๊ะนี้น่ะไม่มีคนแก่หรอกมีแต่หนุ่มๆทั้งนั้นแหละ แต่ไอ้สายตาที่กำลังโลมเลียฉันอย่างจาบจ้วงเนี่ยมันวอน!

            “รับอะไรมั้ยคะ” ฉันกัดฟันพูดออกไปตามมารยาท ซึ่งภายในใจตอนนี้มันท่องไว้อย่างเดียวคือเงิน! ฉันกำลังต้องการเงินไปรักษาแม่!

            “รับน้องได้มั้ยล่ะครับ กิ้วๆ” มันเอ่ยแซวฉันแล้วทำสายตาแพรวพราว

            ขอโทษนะคะ ถ้าไม่รับอะไรฉันจะไปบริการโต๊ะอื่น

            ฉันบอกพร้อมตั้งท่าจะเดินจากไปแต่ทว่าก็โดนรั้งข้อมือเอาไว้โดยใครบางคนก่อนที่จะกระชากข้อมือของฉันอย่างแรงจนฉันถลาลงไปนั่งบนตักไอ้ผู้ชายตัณหากลับนั่น ฉันกัดกรามแน่นระงับอารมณ์อย่างสุดขีดเมื่อมันพยายามดันแกนกายกลางลำตัวนั่นเข้าหาสะโพกของฉัน!

            ฉันพยายามลุกขึ้นอย่างสุดจะทน ถ้ามันไม่ปล่อยให้ฉันลุกล่ะก็ อีกไม่นานฉันคงระเบิดแน่ๆ!

            “ปล่อย! ค่ะ!”

            ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงห้วนจัด ไม่อยากจะต่อท้ายด้วยค่ะให้มันเลย แต่มันก็ต้องทำ ยังไงฉันก็จะเอาเรื่องนี้ไปบอกผู้จัดการแน่นอน เพราะฉันไม่ปล่อยไอ้เวรนี่ไว้แน่!

            “ไม่เอาน่า..เรามาสนุกกันดีกว่านะครับคนสวย”

            มันยังคงจับเอวของฉันแล้วกดสะโพกของฉันเข้าหาแกนกายของมันอย่างหยาบคาย บอกเลยว่าตอนนี้กูไม่ทนแล้ว!

            เพี๊ยะ!

            ฉันวางถาดลงแล้วขืนตัวเองลุกขึ้นก่อนจะตวัดมือลงบนใบหน้าซีกซ้ายของมันอย่างแรง ถ้าให้ฉันทนแล้วเอาไปบอกผู้จัดการ ฉันว่าฉันทนไม่ไหวหรอก เคยได้ยินหรือเปล่า คนเรามีขีดจำกัดน่ะ

            “แกกล้าตบฉันหรอวะ!”

            มันถลึงตามองฉันด้วยอารมณ์เดือดดาล ฉันก็มองกลับไปด้วยเช่นเดียวกัน

            เออ! จะทำมากกว่านี้ด้วยไอ้เหี้ย!” ไม่อยากจะด่าหรอกนะแต่มันทนไม่ไหว

            มีอะไรหรือเปล่าเจ้

            หลังจากที่ปะทะฝีปากกับไอ้เหี้ยตรงหน้าเพียงนิดเดียวจู่ๆแชมเปญก็เดินเข้ามาก่อนจะมาหลบอยู่ข้างหลังฉันแล้วกระซิบถาม

            เจ้ไม่ไหวแล้วเปญ ไอ้บ้านี่มันทำรุ่มร่ามกับเจ้!”

            ฉันบอกออกไปอย่างเดือดดาลไม่แพ้กัน ถ้ามันยอมปล่อยฉันฉันก็จะไม่ตบมันแบบนี้หรอก

            มีอะไรกันวะ!”

            ท่ามกลางการปะทะของฉันกับไอ้บ้านี่จู่ก็มีเสียงอันทรงพลังเสียงหนึ่งตัดขึ้น!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น