ตอนที่ 2 : เธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61





   ตั้งแต่แม่ตายในชีวิตของไข่หวานก็มีแค่ยาย
    ชีวิตในวัยเด็กก็เหมือนเด็กยากไร้อีกหลายๆคน บ้านของเธอแทบจะไม่เรียกว่าบ้าน กระดานอัดแผ่นหยาบมุงด้วยสังกะสีเก่าๆ อยู่เบียดเสียดกันในชุมชนแออัด ทุกวันเธอจะใส่เสื้อผ้าตัวเก่าประจำวันที่ซักเวียนไปมาจนสีซีด ยายของเธอจะมีรถเข็นสำหรับขายข้าวเหนียวหมูปิ้งสูตรตัวเองแบบควันขโมง ตามแต่แรงที่สองยายหลานจะทำได้ 
   เรื่องราวเหล่านั้นได้ผ่านมานานมากแล้ว นานพอๆกับที่ยายของเธอได้จากไป  นานชีวิตของเธอไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เธอไม่สามารถขายหมูปิ้งได้อีก ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้อีก ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตดังเดิมได้อีก เมื่อชีวิตนี้ไม่มียายอีกต่อไป

 และผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตของเธอในตอนที่ลำบากที่สุด 
   ความจริงแล้วไข่หวานกับยายได้รู้จักคุณเม่นมาก่อนหน้าด้วยความบังเอิญ ตอนนั้นเธออายุสิบสองปี จากการช่วยเหลือเมื่อครั้งยายเป็นลม แต่เขาใจดีเกินกว่าจะปล่อยมันผ่านไปแค่เพียงช่วยเหลือครั้งเดียว ความสงสารทำให้เขากลับมาเยี่ยมเยียนยายอีกหลายต่อหลายครั้ง นั่นทำให้เธอพบว่าคนรวยๆไม่ได้เลวร้ายเสมอไป ในวัตถุสิ่งของที่เขาหยิบยื่นให้มีความดีในเนื้อแท้ของเขาซ่อนอยู่ 
   หลายต่อหลายครั้งเธอกับยายไม่อาจรับสิ่งของมีค่าที่เขาให้มาเพราะบางทีมันก็มากเกินไป แต่ทุกครั้งพวกเธอจะรับน้ำใจจากเขาเข้ามาในหัวใจจนกลายเป็นความชื่นชม 
   เธอไม่คิดเลย พลังความคิดชื่นชมในเชิงบวกจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองกลายเป็นความรู้สึกเชิงอย่างอื่นที่มันมากกว่าได้ และรุนแรงจนน่ากลัว

  ยายไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม เมื่อผู้ปกครองตายไปไข่หวานก็ต้องดิ้นรนเติบโตให้ได้ในโลกภายนอกเพียงลำพัง 
   คุณเม่นยื่นมาเข้าจัดการงานศพให้ยายทุกอย่าง วันสุดท้ายที่เผายายหลังจากเก็บอัฐิยาย คุณเม่นมาส่งเธอที่บ้าน 
   เมื่อเข้าไปในบ้านคนเดียวไข่หวานก็ก็ยืนคว้าง ในความรู้ตอนนั้นเหมือนกับว่าอยู่คนเดียวในโลก 
   เพราะเมื่อยายตายแล้วต่อไปคุณเม่นก็คงจะไม่มาอีก เธอจะอยู่คนเดียวได้ยังไง 
   ความมืดน่ากลัว คนที่ย้ายมาใหม่ข้างบ้านก็น่ากลัว เสียงคนเมาร้องเพลงสลับกับเสียงเคาะแก้วดังเล็ดลอดเข้ามา ชวนให้ไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
                  ไข่หวานอยู่กับคำถามเหล่านี้ขณะกอดเข่าซุกกายในมุมหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วคุณเม่นก็เป็นเหมือนแสงสว่าง และดวงตะวันอันสดใสในชีวิตของเธอ
    ในขณะที่เธอกลัวอย่างที่สุด ความกลัวของเธอก็ถูกกระแทกด้วยเสียงทุบประตูหน้าบ้าน 
   "ไข่หวาน"
    เสียงคุณเม่นดังขึ้นในความเงียบ พร้อมกับน้ำตาของเธอชื้นที่ตา ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนมีมือมือหนึ่งดึงเธอขึ้นมาจากทะเลความกลัว ไข่หวานรนรานเปิดประตู 
  ภาพที่เด็กหญิงเห็นคือ คุณเม่นยืนกระสับกระส่ายสีหน้าไม่สู้ดีอยู่ด้านนอก 
   "เป็นห่วงเลยย้อนกลับมา พอเรียกไม่ได้ยินนึกว่าเป็นอะไรเลยตกใจ"
   ไข่หวานคิดว่าคุณเม่นมาแล้วก็คงไปเช่นทุกครั้ง ใบหน้าเด็กสาวหม่นลงเมื่อคิดถึงตรงนั้น ความยินดีที่พบเขาค่อยๆเลือนไป แต่คุณเม่นทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนด้วยการยื่นคำถาม
   "ไปอยู่ด้วยกันไหม"


     ไข่หวานย้ายไปอยู่กับคุณเม่นในบ้านของเขา 
   เธอได้เรียนหนังสือในโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่จากเดิมมาก เอกสารสำคัญของเธอกับยายที่เก็บไว้อย่างดี คุณเม่นให้เธอเอาออกมาและจัดการทุกอย่างให้ทั้งหมด จนมีชื่อวิวันดา มาสุขดี ปรากฏอยู่ในทะเบียนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนแห่งนั้น 
    ไข่หวานย้ายมาอยู่กับคุณเม่นตอนอายุสิบสี่ปีชีวิตใหม่ในคอนโดของคุณเม่นได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับที่เธอต้องปรับตัวอย่างมากทีเดียว มันไม่เหมือนกับที่ไข่หวานเคยอยู่กับยาย เธอต้องตื่นแต่เช้าเพื่อรีบขึ้นรถเมล์ไปให้ทันโรงเรียน เด็กสาวกำลังเติบโต อาหารเช้าคือสิ่งสำคัญ แต่คุณเม่นคงลืมคิดถึงข้อนั้นไป และเขาคงไม่ชินกับการที่อยู่ๆก็มีใครอีกคนมาร่วมอาศัยด้วย ซ้ำเป็นด็กสาว เขาใช้ชีวิตคนเดียวมานานนับแต่ย้ายจากครอบครัวที่ทำธุรกิจอยู่อเมริกาเพื่อมาดูแลโรงแรมของเขาเองในเมืองไทย 
    เขาตื่นเช้าแล้วเปิดประตูออกมาด้วยบ็อกเซอร์ตัวเดียวในสภาพหัวยุ่งอย่างคนที่ยังตื่นไม่เต็มที่ แล้วต้องเบิกตากว้างมากที่สุดเท่าที่เคยทำ เมื่อเด็กสาวในชุดนักเรียนม.ต้นคนหนึ่งยืนคาบขนมปังคาปากอยู่ตรงหน้า
   ไข่หวานหวัดดีคุณเม่นชนิดความเร็วแสง เขารับไหว้แบบงงๆ เมื่อได้สติจะร้องทักไข่หวานก็วิ่งผลุบพ้นประตูเสียแล้ว 
    ขณะนั้นไข่หวานกำลังเข้าสู่วัยรุ่น เมื่อได้เห็นภาพผู้ชายเปลือยอกแบบใกล้ๆ เด็กสาวรู้สึกอายจนใบหน้าแดงซ่าน 
   ถ้าเป็นคนอื่นเธอคงไม่รู้สึกอะไร แต่นี่คือคุณเม่น 
   คุณเม่นของเธอ

    วันถัดมาคุณเม่นเพราะเขาตื่นเช้าในชุดที่ดูดีกว่าเมื่อวาน นั่นคือชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกางเกงสีดำแบบเรียบๆไม่ต่างจากชุดทำงานทั่วไป เพียงแต่สวมผ้ากันเปื้อนทับด้านนอก พร้อมกับถือจานข้าวผัดง่ายๆโปะไข่เจียวสองจาน 
   ความรู้สึกยามได้เห็นเขาทำอย่างนั้น วิวันดายังจำไดจนทุกวันนี้
  ภาพผู้ชายผิวขาวตัวสูงโปร่งในชุดกันเปื้อนสีน้ำเงินลายทวิตตี้ เป็นภาพเดียวที่แนบสนิทในความทรงจำของเธอ และไข่หวานบอกตัวเองว่าชั่วชีวิตนี้ เธอจะไม่มีวันลืมวันนั้น
    เขาพยักหน้าไปที่เก้าอี้บอกกลายๆให้เธอนั่งลง
    เธอกับเขา เด็กหญิงวิวันดากับนายจักราวธนั่งกินข้าวด้วยกันครั้งแรก 
    "ไข่หวานได้เงินจากไหนไปโรงเรียน" 
    นี่คือคำถามแรกของวันในฐานะผู้ปกครองของเด็กหญิงวิวันดา มาสุขดี
      สาเหตุที่คุณเม่นถามอย่างนั้น เพราะเธอไปโรงเรียนได้สามวันแล้วแต่ไม่เคยขอเงินจากเขา
    "เงินเก็บค่ะ ไข่หวานหยอดกระปุกไว้" เธอบอกที่มาอย่างหงอยๆ 
    ตอนนั้นความเศร้าจากการสูญเสียยายยังเกาะกรังในใจไม่หลุดหายไปไหน
     "ต่อไปหยิบในลิ้นชักข้างชั้นหนังสือนะ พี่จะเก็บแบงค์ย่อยไว้ให้"
     "ขอบคุณค่ะ"
     เธอไหว้เขาช้าๆ แต่ในใจคิดว่าถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงเธอจะใช้เงินตัวเองให้ได้มากที่สุด
    ไข่หวานยังวางแผนไว้ด้วยว่าถ้าอายุมากกว่านี้เธอจะทำงานพิเศษไปด้วยเรียนไปด้วย อย่างน้อยก็พอลดภาระให้คุณเม่นในเรื่องค่าใช้จ่าย จะได้ไม่ต้องรบกวนคุณเม่นมากเกินไป
   แต่เธอก็ได้แค่คิด เพราะเมื่อคุณเม่นรู้เขาห้ามเธอทันทีด้วยเสียงดุๆ ทั้งๆที่ปกติคุณเม่นไม่ใช่คนดุเลย คุณเม่นอารมณ์ดี ยิ้มง่าย อบอุ่น แต่ตอนนั้นคุณเม่นคงคิดว่าสวมบทพี่ชายจอมเนี้ยบอยู่ จึงทำท่าขึงขังและบอกว่า
   "ซักผ้า รีดผ้า ไข่หวานทำเป็นไหม ถ้าทำได้ก็ทำให้พี่ ไม่ต้องออกไปข้างนอก กวาดบ้านถูบ้านเก็บของ ถือเป็นงานพิเศษ พี่จะได้ไม่ต้องจ้างแม่บ้าน"
    จากนั้นไข่หวานก็มีหน้าที่ดูแลบ้านทุกอย่าง ตอนแรกคุณเม่นยังคงจ้างแม่บ้านต่อไปเพราะคิดว่าเด็กผู้หญิงอย่างเธอถึงทำทั้งหมดที่ว่ามาก็คงทำได้แต่คงไม่ดีเท่าใดนัก จนกระทั่งได้เห็นฝีมือการทำงานบ้านของไข่หวาน 
  เย็นนั้นคุณเม่นกลับจากโรงแรมเช่นปกติ แต่สิ่งที่ผิดแปลกไปเมื่อเขาเปิดประตูเข้าห้อง คือภาพเด็กสาวคนหนึ่งก้มหน้าก้มตาดูดฝุ่นไปทั่วห้องอย่างทะมัดทะแมง ยิ่งกว่านั้นคือข่าวของในห้องถูกจัดใหม่อย่างเป็นระเบียบ
   คุณเม่นยืนอึ้งมองพื้นวาววับอย่างไม่แน่ใจว่าควรเข้าไปไหม จนกระทั่งเธอหันมายิ้ม และออกตัวกับเขาว่า 
   "ห้องทำงานคุณเม่นไข่หวานทำความสะอาดแล้วนะคะ แต่ไม่ได้จัดให้ใหม่ ไข่หวานกลัวทำเอกสารสำคัญคุณเม่นหาย"
    และสิ่งที่คุณเม่นตอบกลับมาคือ
   "จัดเถอะ ไม่มีอะไรสำคัญให้ต้องกลัวว่าจะหาย หรือถ้าหาไม่เจอพี่จะให้ไข่หวานช่วยหาก็ได้ "
   คุณเม่นเคยบอกให้ไข่หวานเรียกเขาว่าพี่ แต่เรื่องนี้มีเพียงไข่หวานที่รู้ดี เธอจะไม่เรียกคุณเม่นแบบนั้นเพราะอะไร บุญคุณที่คุณเม่นมีให้ ความเมตตาอาทรทั้งหมด ไข่หวานถือว่ามันมากจนเธอไม่อาจทำตัวเสมอเขาแใม้แต่ด้วยการเรียกเขาว่า 'พ'ี่ 
    เรื่องทำกับข้าวนั้น แรกๆคุณเม่นทำให้เธอกิน เขาทำได้และทำเก่งมากเสียด้วย แต่มาอาศัยเขาแล้วจะให้เขาทำให้กินอีกก็เกินไป ไข่หวานจึงรับหน้าที่นั้นมาในที่สุด
   
   ไข่หวานผ่านช่วงเวลาแห่งการปรับตัวได้และมีผู้ปกครองชื่อเม่น จักราวุธ 

    จนกระทั่งในวันหนึ่งของฤดูฝน ไข่หวานนั่งในชั้นเรียน มีครูที่ปรึกษายืนหน้ากระดาน ชั่วโมงโฮมรูม ครูศรีประไพเข้ามาพบนักเรียนเพื่อแจ้งข่าวสารของทางโรงเรียนตามปกติ
   "นักเรียนคะ 12 สิงหาโรงเรียนของเราจะจัดงานวันแม่ ขอให้นักเรียนนำหนังสือเชิญผู้ปกครองนี้ไปให้แม่หรือผู้ปกครองของพวกเธอด้วย"
   ไข่หวานรับกระดาษเอ4แผ่นนั้นมาจากครูศรีประไพ ด้วยใจที่อื้ออึง
  "วิวันดา อย่าลืมส่งหนังสือให้ผู้ปกครองของหนูด้วยนะ มีใครที่พอจะมาได้ไหม "
   เพราะวิวันดา มาสุขดี เป็นนักเรียนใหม่ที่ความประพฤติเรียบร้อยและมีประวัติเป็นกำพร้า ครูศรีประไพเลยใส่ใจไถ่ถามเธอมากกว่าใคร
   พอเห็นเธอเงียบไป ครูศรีประไพก็โอนอ่อนให้อย่างใจดี
    "ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวครูจะเป็นแม่ให้หนูเอง ถึงอย่างไรครูก็เหมือนแม่คนที่สองของพวกหนู"
   "ขอบคุณค่ะ" ไข่หวานประนมมือไหว้ขอบคุณเสียงแผ่วเบา แม้จะพูดกันว่าครูคือแม่คนที่สอง แต่ก็ไม่ใช่คนที่เธอจะนึกถึงในเวลาที่ได้ยินคำนั้น
    แม่...
   คำนี้ทำให้เธอคิดถึงยาย
   ยายเลี้ยงเธอด้วยความลำบาก ยายอาจไม่มีเงินแต่ยายทำทุกอย่างเพื่อให้เธอได้รับรู้ถึงความรัก รักของยาย

    ฝนรินเบาๆ
   แผ่นกระดาษในมือส่วนปลายเปียกชื้นละอองน้ำ หัวใจของไข่หวานก็เปียกปอนไปด้วยน้ำตา
    "ไข่หวาน ครูประกาศให้เข้าห้องประชุมแล้ว"
    เพื่อนคนหนึ่งร้องเรียกมาจากถนนฝั่งตรงข้าม ขณะที่เธอยืนอยู่ใต้อาคารเรียน 
    "เดี๋ยวเราไป"
    เธอเก็บกระดาษที่ไม่ถึงมือผู้ปกครองซุกไว้ในกระเป๋า ถอนหายใจ แล้วก้าวออกไปกลางสายฝนพรำ
    แต่ว่า...ภาพที่ผู้ชายตัวโตคนหนึ่ง กำลังถามหาอาคารจัดงานกับนักเรียนกลุ่มหนึ่งด้วยใบหน้าเร่งรีบ
   ไข่หวานเดาว่าถามหาอาคารจัดงานเพราะเห็นรุ่นพี่กลุ่มนั้นชี้ไปทางศูนย์ประชุม 
   เธอหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดู ก่อนจะพบว่ามีสายเรียกเข้าจากคุณเม่นสี่สาย
  เธอก้าวสลับวิ่งไปหาเขาอย่างคนที่ลืมทุกอย่างในขณะนั้น พร้อมๆกับที่ใครบางคนกางร่มตามหลังคุณเม่นมา
   "พี่พริก"
    ไข่หวานร้องเรียกผู้หญิงคนนั้นแทนที่จะเรียกเขา 
    "ไข่หวานอยู่นั่นค่ะคุณเม่น"
     เสียงพี่พริกบอกถึงความยินดี ขณะที่ไข่หวานรู้สึกดีเช่นกัน
    คนที่เธอรักทั้งสองคน คุณเม่นกับพี่พริก
    คุณเม่นผละจากน้ายาม หันมาทิศที่ไข่หวานกำลังวิ่งฝ่าฝนมาหาเขา เธอเห็นว่าริมฝีปากแดงเรื่อของเขาเม้มแน่น แววตาเหมือนโกรธ
   "ยัยเด็กคนนี้"
    คุณเม่นเรียกเธออย่างหัวเสีย ก่อนบ่น
   "มีอะไรก็ไม่บอก โทรศัพท์ก็ไม่รับ นี่ถ้าครูศรีประไพไม่โทรมาพี่จะรู้ไหมว่าโรงเรียนเรามีงาน"
   คุณเม่นยืนตากฝนอยู่ตรงกลางระหว่างไข่หวานกับพริก เมื่อได้มองตากัน เธอเห็นแค่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่แฝงร้อนรนปนตำหนิของเขา
    วันนั้นไข่หวานถึงได้รู้ คงามจริงแล้วครูศรีประไพเป็นห่วงความรู้สึกของเธอมาก ครูโทรหาคุณเม่นในฐานะผู้ปกครอง คุณเม่นเองจึงโทรหาพี่พริกของไข่หวาน เพื่อขอร้องให้มาเป็นตัวแทนยายแม้นในงานวันแม่นั้นเอง

    

   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น