นางโจรซ่อนใจ (พริก+นนท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 245,653 Views

  • 1,366 Comments

  • 3,114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    68

    Overall
    245,653

ตอนที่ 5 : แค่แก้ว...หรือใจฉันที่มันแตก 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    29 ก.ย. 61

5

แค่แก้ว หรือใจฉันที่มันแตก


 

“พริก...”

น้าโชคเรียกฉันเมื่อเวลาผ่านไปจนงานใกล้เลิกและแขกส่วนหนึ่งก็ทยอยกันกลับ เหลือบางตาแค่ไม่กี่คน ในจำนวนนี้มีกลุ่มเสี่ยที่ลวนลามฉันเมื่อครู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดน่าจะจัดอยู่ในกลุ่มคอทองแดง

“โต๊ะน้าอยากได้ไวน์เพิ่ม”

เขาเข้ามาบอกฉันที่อยู่ตรงบาร์เครื่องดื่มพอดี

“โต๊ะนั้นดื่มเหล้าไม่ใช่เหรอ ทำไมอยากได้ไวน์ล่ะคะ ตรงนี้หมดแล้วด้วย” ฉันมองไปถังไม้เปล่าๆ อย่างเบื่อหน่าย

“คงต้องไปเอาในห้องเล็ก”

ห้องเล็กที่ว่าคือห้องเก็บไวน์ด้านหลังบ้าน เพราะนนท์เป็นคนชอบดื่มไวน์ ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศเขาเป็นต้องซื้อติดมือกลับมาด้วยทุกครั้ง จนต้องทำห้องเล็กไว้เก็บเครื่องดื่มจำพวกนี้โดยเฉพาะ ฉันชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะอาสาเมื่อเห็นว่าตัวเองดูจะว่างที่สุด ฉันไม่ได้กลัวเหมียวถากถางว่าเอาเปรียบ แค่ไม่ชอบและรำคาญหูจึงอาสาเสนอตัว

“งั้นพริกเข้าไปเอาให้ก็ได้ค่ะ แต่ว่าน้าโชคไม่บอกคุณนนท์ก่อนเหรอคะ เขา...หวงน่าดู” เพราะฉันรู้นิสัยของนนท์ดี เขาค่อนข้างเป็นคนหวงของ

“พริกไปเอาก่อนเถอะ เดี๋ยวน้าจะบอกให้ทีหลัง เลือกที่ราคาเบาๆ นะ”

ที่จริงฉันไม่ได้กลัวหรอก ก็แค่ไม่อยากมีปัญหาทีหลัง

ห้องเล็กอยู่อีกด้านหนึ่งของสถานที่จัดงานเลี้ยงริมสระน้ำ ฉันจึงเลือกที่จะเดินอ้อมออกไปทางหน้าบ้านซึ่งใกล้กว่าอ้อมไปด้านหลัง และพบว่าเป็นการตัดสินใจผิดพลาดเมื่อเจอกับกลุ่มของบุษราคัมที่กำลังจะกลับโดยมีนนท์ยืนส่งอยู่หน้าบ้าน ใกล้ๆ กันคือรถสีดำคันใหญ่ของเขาที่คิดว่าน่าจะเตรียมออกไปส่งบุษราคัมด้วยตัวเอง ฉันมองเห็นแค่นั้นก็ไม่มองอีกและรีบเดินผ่านเพื่อจะได้ไม่เห็นไม่ได้ยิน

ฟากนั้นค่อนข้างมืดทีเดียว เพราะฉันลัดไปจากสวนหน้าบ้าน โชคดีที่หน้าห้องเปิดไฟดวงเล็กไว้สองดวง ฉันเดินลงบันไดไปยังห้องเก็บไวน์ด้านล่าง ห้องนี้ล็อกไว้ตลอดเวลาและมีกุญแจอยู่ที่นนท์กับน้าโชคคนละดอก ฉันใช้กุญแจที่น้าโชคให้มาไขเข้าไป ภายในห้องเย็นจัดทีเดียว นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้ามา จึงอดตื่นตาไม่ได้

ห้องเล็กสีไม้สว่างด้วยไฟสีส้มนวลตา ผนังสองด้านเรียงรายไปด้วยขวดไวน์มากกว่าร้อยขวด ข้างประตูสองด้านประดับแผ่นไม้แกะสลักเป็นรูปหญิงสาวเปลือยท่อนบนไม่ได้ลามกอุจาดตาแต่ออกแนวศิลปะมากกว่า ฉันไล่สายตาต่อไปอย่างลืมตัว สุดปลายห้องคือชั้นบาร์ไม้แขวนแก้วไวน์หันหลังชนหน้าต่างกระจกครึ่งวงกลมแกะลายด้วยภาพเถากุหลาบเล่นสีชมพูส้มเขียว มันคือความขัดกันที่ฉันมองว่าลงตัว

ฉันหมุนตัวอยู่ชั่วครู่ก็พบปัญหา ความจริงคือฉันไม่รู้ว่าราคาเบาๆ อยู่ตรงไหน ฉันสุ่มไล่นิ้วไปตามฉลากจนได้ไวน์ที่คิดว่าราคาน่าจะไม่สูงนักในมือ เพราะมัวแต่เพลินกับการชมไวน์ จึงไม่รู้ตัวเลยว่าไม่ได้อยู่ตามลำพัง จนกระทั่งมีเสียงปิดประตูดังกริ๊กเบาๆ

มันเป็นความประมาทของฉันเอง วินาทีนี้เลยได้แต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก และตระหนกสุดขีดเมื่อรับรู้ถึงภัยคุกคาม

คนคนนั้นที่ฉันไม่รู้จักชื่อเขาตามฉันมา!

เสี่ยคนที่ลวนลามฉันคนนั้น

“คุณเข้ามาทำไม!” ฉันรู้ว่ามันเป็นคำถามที่โง่เง่าสิ้นดี เพราะฉันรับรู้ถึงอันตรายและไม่ได้ต้องการคำตอบสักนิด ฉันแค่เว้นเวลาให้ตัวเองได้คิด สองเท้าถอยช้าๆ ไม่ให้คนที่เพิ่งเข้ามาทันเอะใจ

“พี่มาเพราะหนู”

พี่งั้นเหรอ

ฉันข่มใจนับหนึ่งช้าๆ เพื่อลดระดับอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วรัวให้ช้าลง เพราะรู้ดีว่ายิ่งใจฉันเต้นเร็วมากเท่าไร สมองก็จะยิ่งทำงานช้าลงเท่านั้น

ห้องนี้เก็บเสียง ทางรอดถูกตัดไปหนึ่ง ฉันไล่สายตาไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองสบตาที่วาววามและใบหน้าอวบอูมที่ส่งยิ้มมาให้ ชายวัยห้าสิบต้นๆ ตรงหน้าคงจะดูแลตัวเองดีพอควรจึงยังไม่ยอมแก่ตามวัย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ฉันควรจะสนใจ

“คุณไม่ควรเข้ามา ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของบ้าน ถ้าคุณหญิงแขไขทราบคงไม่พอใจ” ฉันพยายามพูดถึงคุณหญิงแขไข อย่างน้อยก็เพื่อให้เขานึกเกรงเธอบ้าง แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้สนใจคำพูดของฉันเลยสักนิด

“ยิ่งดูใกล้ๆ ยิ่งสวย”

สายตาน่ากลัวเข้ามาพร้อมร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ ฉันจึงรีบถอยหลังกรูด

“คุณ!”

ฉันเรียกเพื่อเตือนสติแม้ว่าเสียงจะสั่น พอเขาหยุดชะงัก ฉันก็ยกคุณหญิงแขไขมาอ้างหวังว่าเขาจะยังมีสติพอจะนึกได้ว่าฉันเป็นคนของบ้านนันทนาพิพัฒน์

“ฉันกำลังจะเอาไวน์ไปให้คุณหญิง คงไม่ดีแน่ ถ้าเธอเห็นหายไปนาน ช่วยกรุณาหลีกทางให้ด้วยค่ะ”

ฉันได้แต่ภาวนาให้เขานึกไม่อยากมีปัญหากับคุณหญิงแขไขจนคิดวางมือจากฉัน แต่เปล่าเลย...เสียงหัวเราะเบาๆ กับการย่างสามขุมเข้าใกล้ทำให้ฉันรู้ว่าเปล่าประโยชน์

“กล้าหาญ เด็ดขาด ไม่ปวกเปียกแบบนี้พี่ชอบ หนูเองก็เคยทำงานแบบนี้มาก่อน เราคงตกลงกันได้ง่ายๆ พี่ไม่เอาเปรียบหรอกน่าไม่ต้องกลัว ได้หนูแล้วให้รับเลี้ยงดูตลอดชีวิตยังไหว ได้แต่งตัวสวยๆ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ไม่ต้องมาทำงานตากแดดให้มือด้านหน้าดำแบบนี้”

คนคนนี้คงพูดไม่รู้เรื่อง ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทั้งที่มือชื้นเหงื่อ ใจกลับมาเต้นรัว นัยน์ตาของฉันเบิกกว้างเมื่อดวงตาของมันเต้นระริกฉายประกายปรารถนาจวนเจียนจะระเบิด ไอความต้องการรุนแรงน่ากลัวเกิดขึ้นในตอนที่มันกระโดดเข้าปะทะขณะที่ฉันกระโจนหนีไปอีกด้านอย่างรุนแรง มันตะครุบร่างฉันกดกับผนังว่างๆ ด้านหนึ่งจนขวดไวน์ในมือหล่นแตกเป็นเสี่ยง

“อุ๊บ...”

ฉันถูกปิดปากแน่นขณะกำลังจะกรีดร้องและดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งตามสัญชาตญาณ

“ตอนนี้พี่อยากได้หนู ให้พี่นะ เป็นเมียพี่แล้วพี่จะดูแลอย่างดี”

เสียงกระเส่าของมันกระซิบชิดใบหู ฝ่ามือมันปิดปากฉันจนเจ็บ ฉันได้แต่ส่ายหัวไปมา กลิ่นเหล้าเอียนๆ ทำให้ฉันอยากอาเจียน ในหัวอื้ออึงด้วยเสียงร้องโหยหวน

“เอาเถอะ...ตอนนี้ดื้อไม่เป็นไร แต่หลังจากเป็นเมียพี่คืนนี้แล้วจะดื้อไม่ได้นะ...จะจับปราบพยศที่เตียงให้ครางหงิงๆ เลยคอยดู”

มันพูดเองเออเองแล้วหัวเราะอย่างน่ากลัว ทั้งร่างฉันเย็นเยียบเพราะความกลัว แล้วกลายเป็นร้อน...ด้วยความโกรธ เหตุการณ์บางอย่างซ้อนทับเข้ามาในหัว คลื่นความสะอิดสะเอียนตีตื้นเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำลายเปียกๆ ที่หลังหู

ฉันกลัว...ร่างที่กดทับแทบจมหายไปกับผนัง ฉันขยะแขยงลมหายใจที่เป่ารดซอกคอกับมือที่พยายามแตะต้องร่างกายฉัน ทันทีที่มือมันแตะต้องกายฉัน ในหัวก็ขาวโพลน ดวงตาของฉันแข็งค้าง ร่างกายที่ขัดขืนเมื่อครู่อ่อนปวกเปียกลงโดยพลัน

คนคนนั้นหยุดชะงักเมื่อรับรู้ถึงปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของฉัน ก่อนจะหัวเราะ

“ว่าง่ายๆ อย่างนี้สิดี จะได้ไม่เจ็บตัว”

แควก!

ฉันสะดุ้งเมื่อเสื้อช่วงบนถูกกระชากจนกระดุมร่วง จากนั้นมันก็ผละมือจากปากฉันเพื่อก้มลงจูบ พอฉันส่ายหน้าหนี มันก็ตรึงคางฉันไว้ ฉันเจ็บแปลบในหัวใจ

ฉันปล่อยให้มันสัมผัสกายกับปาก ขณะที่ด้านมืดในกายกรีดร้องคำราม ฉันจงใจกระโจนมาตรงนี้เมื่อรู้ว่าประตูไม่ใช่ทางออกของฉันอีกแล้ว

ขณะที่มันคิดว่าฉันตัวอ่อนเพราะหมดหนทาง มือของฉันก็ค่อยๆ สัมผัสผิวเย็นเยียบของขวดไวน์ขนาดเหมาะมือ เมื่อไร้ทางออกฉันก็ต้องหาอาวุธ ฉันจงใจกระโจนมาตรงนี้เพราะฉันสามารถทำมันโดยง่าย

ฉันกลัว...ใช่ แต่ฉันเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว ฉันบอกย้ำกับตัวเองว่า...สุดท้ายแล้วสิ่งที่มันทำก็เพื่อหมายมาดสิ่งเดียวกัน คือ...ได้ฉัน! มันไม่ต่างกัน ไม่ได้เลวร้ายไปกว่ากัน และฉันต้องรอดเหมือนกัน ไม่มีใครปกป้องฉันอีกแล้ว ฉันต้องปกป้องตัวเอง...

ฉันต้องรอด!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

0 ความคิดเห็น