ดอกไม้กับควันปืน

ตอนที่ 5 : ดอกไม้กับควันปืน 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ม.ค. 58

ดอกไม้กับควันปืน 4

 

 

สิ่งที่เซี่ยอวี่ฮัวได้รับฟังจากอู๋เสียทางโทรศัพท์ ทำให้เขารู้สึกโง่เขลาขึ้นมากระทันหัน นายน้อยบ้านอู๋ฟ้องฉอดๆ ว่ากิเลนดำได้ข่าวมาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่ามีคนจ้องจะลักพาตัวเอง เจ้าหมอนั่นเลยจัดการลักพาตัวตัดหน้าด้วยการไปดักเจอและชวนไปกินข้าว สุดท้ายจับขังไว้ในบ้านใหญ่ของสกุลจางไม่ยอมให้กลับบ้าน การลักพาตัวจึงเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบอย่างไร้ร่องรอย ไร้เบาะแส และไม่มีใครสังเกตเห็น

 

แม้จะไม่พอใจ แต่ลึกๆ แล้วคุณชายเก้าเข้าใจการกระทำเช่นนี้ของจางฉี่หลิง

 

เพื่อนสมัยเด็กของเขาบางครั้งก็เป็นคนประเภทยิ่งพูดด้วยยิ่งมากความ ในสถานการณ์ที่ต้องการความรวดเร็วฉับไวมัวแต่อธิบายจะไม่ทันการแบบนี้ลงมือทำแล้วค่อยให้เหตุผลตามหลังดีที่สุด ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่เขามองข้ามและพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเอง บ้านสกุลอู๋และตัวเขาออกตามหาสืบข่าวอู๋เสียกันเป็นบ้าเป็นหลัง แต่เขากลับไม่เอะใจสักนิดที่บ้านจางกลับเงียบสนิททั้งๆ ที่ควรจะออกอาละวาดเป็นกิเลนคลั่ง เซี่ยอวี่ฮัวกำลังคิดว่าอาจเป็นเพราะเขาพุ่งเป้าความสนใจไปที่เจ้างูบ้าตัวนั้นมากเกินไปจึงเลอะเลือนมองข้ามความจริงข้อนี้

 

พอนึกถึงงู เจ้าบ้านสกุลเซี่ยก็ระบายลมหายใจยาว ยกมือขึ้นนวดขมับ

 

จากคำบอกเล่าของอู๋เสีย ตอนที่เจ้าตัวรู้ว่าแหล่งข่าวของจางฉี่หลิงคือมือปืนที่ตามฆ่าเขาอยู่ นายน้อยบ้านอู๋เปิดศึกอาละวาดใส่กิเลนทันทีพร้อมยัดเยียดข้อหาร่วมมือกันกับมือปืนล่อตัวเขาออกมาจากปักกิ่ง กิเลนปากหนักถึงได้ยอมเปิดปากบอกความจริงและอธิบายว่าทำไมถึงต้องลักพาเจ้าตัวไปไว้ที่บ้าน

 

จากนั้นเพื่อนสมัยเด็กของเขาปิดท้ายเรื่องราวก่อนวางสายด้วยการปลอบเขาว่าไม่ต้องกังวลเรื่องมือปืน เพราะจางฉี่หลิงยืนยันหนักแน่นกับตนว่ามือปืนอสรพิษไม่มีวันทำร้ายเขา

 

เซี่ยอวี่ฮัวรู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดที่ได้ยินหาความสมเหตุสมผลไม่ได้เลยสักนิด ถ้าบอกว่าจางฉี่หลิงยอมขายเขาให้งูแลกกับความปลอดภัยของอู๋เสียยังจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะสำหรับเจ้านั่นแล้วอู๋เสียสำคัญที่สุด

 

แต่คนแบบจางฉี่หลิงก็ไม่เคยโกหก…

 

คุณชายเก้าพยายามปะติดปะต่อข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับเข้าด้วยกัน สิ่งที่เขารู้ตอนนี้คือมาเฟียข้ามชาติฉิวเต๋อเข่าต้องการขยายอิทธิพลเข้ามาหาผลประโยชน์ในประเทศจีนแต่ติดขัดที่เจ้าของพื้นที่เดิมอย่างพวกเขาประกอบกับไม่ต้องการแหวกหญ้าให้งูตื่นจึงให้ทุนและจ้างคนในท้องถิ่นจัดการเรื่องต่างๆ แทนตัวเอง

 

การซื้อขายในตลาดมืดของบ้านจางถูกป่วนทั้งจากตำรวจและคู่แข่งการค้า.…

 

ส่วนบ้านอู๋ หากการลักพาตัวอู๋เสียทำสำเร็จ เป็นไปได้ว่าต้องเกิดการต่อรองหาผลประโยชน์เพื่อแลกกับชีวิตของหลานชายคนเดียวของบ้าน ดีไม่ดีอาจใช้ชีวิตอู๋เสียบังคับให้บ้านอู๋ชนกับอีกสองสกุล...

 

ส่วนเขาผู้เป็นเจ้าบ้านเซี่ย ฉิวเต๋อเข่าคงรู้ดีว่าไม่สามารถเล่นแผนระยะยาวกับเขาได้ การให้เงินกลุ่มศัตรูของเขาไปว่าจ้างมือสังหารคงดีที่สุด แต่ด้วยความสามารถของพวกปลาซิวปลาสร้อยไม่น่าจะรู้วิธีติดต่อจ้างงานมือปืนชั้นสูง เป็นไปได้ว่าฉิวเต๋อเข่าเป็นคนให้คำแนะนำทุกอย่าง และมือปืนอสรพิษหรือเฮยเสียจื่อซึ่งน่าจะรู้ดีว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างก็ตกลงรับงานฆ่าเขา

 

แต่…. จางฉี่หลิงกลับบอกว่างูบ้าตัวนี้ไม่มีวันทำร้ายเขา

 

แล้วมันจะรับงานฆ่าเขาเพื่อ ??!!!!!

 

ยิ่งคิดเซี่ยอวี่ฮัวก็ยิ่งไม่เข้าใจ...

 

 

**********

 

อีกด้านหนึ่งไม่ไกลจากคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย เฮยเสียจื่อกำลังคิดหนักหลังเหตุการณ์ที่หางโจว เขารู้มาว่าพวกมาเฟียท้องถิ่นจ้างซ้อนมือปืนต่ำชั้นราวสองสามคน ซึ่งมือปืนสวะพวกนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา แต่สิ่งที่กำลังทำให้เขาหนักใจอยู่ตอนนี้คือดูเหมือนฉิวเต๋อเข่าจะรู้ตัวแล้วว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจรับงานสังหารคุณชายเก้า

 

เจ้าแก่นั่นจ้างมือสังหารเก๋าเกมอีกหนึ่งคน จุดประสงค์เพื่อกำจัดเขาและคุณชายไปพร้อมกัน เขารู้จักมันดี เจ้านั่นเป็นชาวต่างชาติและต้องการมาแทนที่ตำแหน่งอันดับหนึ่งของเขา

 

ยังดีที่คุณชายเก้าใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังนั่นทำให้เขาวางใจได้ในระดับหนึ่งว่าเหยื่อของเขาจะไม่โดนใครตัดหน้าไปก่อน

 

แต่เขาก็ประมาทไม่ได้ กระแสเรื่องแอนตี้แฟนจอมปลอมที่เริ่มซาทำให้กลุ่มแฟนคลับและตำรวจนอกเครื่องแบบที่เปรียบเสมือนโล่มนุษย์ชั้นดีหายไปจากบริเวณหน้าคฤหาสน์และออฟฟิสกลางกรุง ทำให้ความเงียบสงบปลอดคนที่แสนจะเหมาะสำหรับการลอบสังหารกลับมาอีกครั้ง

 

เฮยเสียจื่อตามเฝ้ามองเป้าหมายของเขาแบบไม่ให้คลาดสายตา แน่ล่ะว่ามือปืนคู่แข่งของเขาก็คงตามติดการเคลื่อนไหวของคุณชายเซี่ยเช่นกัน

 

มันเป็นเกมของความเงียบและความอดทน ผลลัพธ์ของมันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าบ้านสกุลเซี่ยจะเผลอเมื่อไหร่และมือปืนคนไหนจะเผยตัวก่อนกัน

 

 

**********

 

 

ดวงตาสีน้ำตาลคมกวาดมองตามตึกสูงต่างๆ บริเวณข้างเคียง นี่ก็ล่วงเลยมาจนใกล้วันถึงวันคริสต์มาสแล้ว ท้องถนนและร้านรวงต่างๆ พากันประดับไฟสวยงาม บรรยากาศในปักกิ่งเต็มไปด้วยความรื่นเริงสนุกสนานที่ซุกซ่อนคลื่นน้ำลูกใหญ่ของโลกมืดเอาไว้

 

“มีข่าวมือสังหารบ้างไหม?”

 

“ไม่มีครับ หลังจากเรื่องที่หางโจวก็เงียบหายไปเลย” ลูกน้องของเขาตอบ

 

“ก็ดี”

 

เขาพูดเช่นนั้นแต่ในใจกลับไม่รู้สึกอย่างที่พูดสักนิด

 

เซี่ยอวี่ฮัวพยายามปัดเรื่องของมือปืนคู่อริออกจากสมอง ก่อนจมอยู่กับกองเอกสารตรงหน้า นอกจากจะเคลียร์เอกสารธุรกิจด้านสว่างที่คั่งค้างแล้วเขายังต้องประมวลข้อมูลเกี่ยวกับฉิวเต๋อเข่าที่ได้รับมาทั้งหมดเพื่อวางแผนจัดการต่อไป

 

จากสายจรดค่ำ เจ้าบ้านสกุลเซี่ยยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเพียงลำพัง หลังจากจัดการงานทั้งหมดเสร็จสิ้น คุณชายเก้ามองแฟ้มข้อมูลของมือปืนคู่อริที่ผ่านการอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนโต๊ะทำงาน มือเรียวหยิบการ์ดสีดำใบเล็กขึ้นมาถือไว้ไล้สัมผัสบนรอยปั๊มนูนรูปงู เขาพอจะเดาได้แล้วว่าเพราะอะไรงูบ้าถึงรับงานนี้ เงื่อนไขในการว่าจ้างและข้อมูลส่วนตัวของเฮยเสียจื่อซ่อนเหตุผลทั้งหมดเอาไว้ โดยมีคีเวิร์ดคือคำพูดของจางฉี่หลิงที่ว่า เฮยเสียจื่อไม่มีวันทำร้ายเขา

 

เซี่ยอวี่ฮัวถอนใจยาว รู้ตัวอีกทีก็เอาตัวเองมายืนอยู่บนลานกว้างหน้าตึกเสียแล้ว การออกมายังที่โล่งของเขาครั้งนี้ไม่มีบอดี้การ์ดแม้เพียงครึ่งคน มีเพียงผู้คนที่เดินผ่านไปมามากมายแทนที่กำบัง คนพวกนั้นล้วนแล้วแต่มีสีหน้าเปี่ยมสุขจากบรรยากาศของเทศกาล เสียงเพลงจิงเกิ้ลเบลดังไปทั่วบริเวณ ดวงตาสีน้ำตาลมองต้นคริสต์มาสที่ประดับไฟต้นใหญ่คล้ายชื่นชมความงามของมันยามค่ำคืนราวอยู่ในภวังค์ แต่แท้จริงแล้วประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขาเปิดพร้อม เขารู้ดีว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่เขา สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ตัวเขาเองยังคิดว่าตัวเองสติฟั่นเฟือนแล้วหรือไรที่เอาชีวิตออกมาเสี่ยง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากพิสูจน์เหตุผลของใครบางคนอีกซักครั้ง...

 

 

**********

 

 

‘คุณชายฮัวบ้าไปแล้ว!!!?’

 

เฮยเสียจื่ออยากตะโกนออกมาดังๆ เมื่อเห็นดอกไม้งามเป้าหมายของตนเดินออกมายังลานด้านหน้าตึก ดวงตาคมใต้แว่นสีดำกวาดวูบไปทุกชั้นของตึกสูงในบริเวณใกล้เคียง ยิ่งมืดงูอย่างเขายิ่งเห็นชัด มือปืนโนเนมพวกนั้นพอเห็นเป้าหมายก็รีบร้อนเตรียมเล็งไม่ค่อยระมัดระวังเงาสะท้อนจากกล้องและลำปืน

 

เขาเปลี่ยนทิศของปากกระบอกไรเฟิลแล้วลั่นไกทันที สลัดปลอกกระสุน กระชากลูกเลื่อนขึ้นกระสุนใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า หนึ่งนัดหมายถึงหนึ่งชีวิต

 

 

คนที่ 1..

 

 

คนที่ 2...

 

 

คนที่ 3...

 

 

‘นี่เหยื่อของเขา เขาไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งไปทั้งนั้น’

 

เบื้องล่างทุกคนยังดูสนุกสนานจากแสงสีและเสียงเพลงไม่มีใครสังเกตถึงสงครามของมือปืนที่เกิดขึ้นด้านบน

 

เฮยเสียจื่อตัดสินใจยิงโคมไฟที่อยู่ใกล้เหยื่อของเขามากที่สุด จากกล้องเล็งกำลังสูงเขาเห็นคุณชายเก้าเดินเบียดไปกับฝูงชนที่กำลังตกใจเข้าสู่มุมอับสายตา

 

มือปืนอันดับหนึ่งรู้สึกโล่งอก ละสายตาจากศูนย์กล้อง ชั่วแวบหนึ่งเขาเห็นเงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่างของตึกฝั่งตรงข้าม ภาพสะท้อนของตึกที่เขาอยู่ชั้นล่างจากเขาสี่ชั้น เฮยเสียจื่อละจากไรเฟิลสไนเปอร์คู่มือ ก้าวออกมานอกห้องรีบเร่ง เขามีโอกาสเดียว

 

 

**********

 

 

ความวุ่นวายและเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจเกิดขึ้นแค่เพียงครู่หนึ่ง เซี่ยอวี่ฮัวใช้โอกาสนี้อาศัยผู้คนเป็นโล่กำบังเดินหลบกลับเข้าในตึก เขาเห็นเจ้าหน้าที่รปภ. เข้าไปสำรวจโคมไฟที่แตกก้มๆเงยๆอยู่ครู่หนึ่งก็แยกย้ายกันไป ดูเหมือนพวกนั้นจะไม่พบหัวกระสุนคงเข้าใจว่าโคมไฟเปิดติดต่อกันจนร้อนจัดจึงแตก

 

เจ้าบ้านสกุลเซี่ยรู้ดีว่ากระสุนนัดนั้นจงใจยิงโคมไฟ ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาด

 

จงใจยิง...เพื่อบอกให้เขาหลบ…

 

จงใจยิง...เพื่อบอกให้เขารู้ว่าอันตราย…

 

และมากไปกว่านั้น กระสุนนัดนี้คือจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของปริศนาที่คาใจเขาอยู่ว่าทำไมเฮยเสียจื่อจึงรับงานฆ่าเขา

 

เซี่ยอวี่ฮัวเผลอยิ้มให้กับตัวเองเพราะไม่มีอะไรที่เขาต้องคาใจอีก จากนี้ก็เหลือแค่เรื่องของฉิวเต๋อเข่า

 

..

 

..

 

..

 

..

 

 

วันรุ่งขึ้นผู้นำตระกูลมาเฟียทั้งสามสกุลแอบลอบพบกันอย่างเป็นความลับที่สุดเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจากกลุ่มมาเฟียข้ามชาติ ตอนที่เห็นอู๋ซันเสิ่งและจางฉี่หลิงเผชิญหน้ากัน เขานึกว่าจะได้เห็นอู๋ซันเสิ่งเอาปืนไล่ยิงกิเลนตรงหน้าเสียอีกค่าที่ลักพาตัวอู๋เสียไป แต่ผิดคาดเถ้าแก่สามกลับสงบกว่าที่เขาคิดไว้ จนอดถามไม่ได้

 

“เถ้าแก่สามรู้อยู่แล้วหรือว่าอู๋เสียอยู่กับจางฉี่หลิง”

 

อู๋ซันเสิ่งแค่นเสียงหัวเราะน่าเกลียดใส่เขา

 

“รู้กับผี ฉันก็เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วัน คนที่เดาเรื่องได้แต่แรกคือเจ้ารองแต่มันกลับหุบปากเงียบไม่บอกอะไรสักคำ ปล่อยให้ฉันกับลูกน้องวิ่งไปทั่ว ถ้าไม่ติดที่งานใหญ่ต้องมาก่อน ฉันจับเจ้าใบ้จางไปทิ้งอ่าวแน่”

 

เถ้าแก่สามสบถพึมพำอยู่อีกหลายคำก่อนเริ่มการประชุม ลิสท์รายชื่อพวกที่สนับสนุนฉิวเต๋อเข่ายาวเป็นหางว่าวถูกวางลงบนโต๊ะ พวกเขาสามสกุลตกลงกันแล้วว่าจะจัดการปิดบัญชีหนังหมานี่ให้จบเร็วที่สุด โดยทั้งเขา จางฉี่หลิงและอู๋ซันเสิ่งได้ข่าวตรงกันมาอย่างหนึ่งจากสายของตน นั่นคือศัตรูของพวกเขานัดพบกับตัวการใหญ่ในคืนพรุ่งนี้ที่โกดังริมน้ำแห่งหนึ่ง

 

 

..

 

..

 

..

 

 

ณ โกดังจุดนัดหมาย

 

งานฉลองเลือดในคืนคริสต์มาสเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงปืนจากฝั่งอู๋ซันเสิ่ง ศัตรูของพวกเขาตื่นตระหนกเหมือนผึ้งแตกรัง พอตั้งสติได้ก็โต้กลับ กลิ่นดินปืนและคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เสียงปืน และเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลปะปนกับเสียงโห่ร้องปลุกใจถูกกลบไว้ด้วยเสียงพลุไฟของงานรื่นเริง

 

ร่างโปร่งหากแข็งแรงของเจ้าบ้านสกุลเซี่ยพริ้วไหวรวดเร็วอยู่ในกลุ่มคนราวกับชิงอีผู้งดงามกำลังร่ายรำ หลายชีวิตหลุดลอยไปเฝ้ายมบาลด้วยฝีมือของเขา เขาฟาดพลองคู่มือเข้าที่หลังคอของศัตรูคนหนึ่งที่วิ่งเข้าใส่ ได้ยินเสียงกระดูกคอที่หักดังกร๊อบ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวซัดร่างไร้ชีวิตร่างนี้เข้ากระแทกเป้าหมายต่อไปที่กำลังยกปืนเล็งมาทางเขา ในชั่วพริบตานั้นคุณชายเซี่ยสละมือข้างหนึ่งจากไม้พลองเปลี่ยนไปเป็นปืนสั้นออโตเมติกสีดำและเป็นฝ่ายส่งกระสุนเข้าแสกหน้าอีกฝ่ายแทน

 

เลือดสีสดของเหยื่อเคราะห์ร้ายสาดกระเซ็นแต่งแต้มลงบนเสื้อเชิร์ตสีชมพูตัวโปรดราวลวดลายดอกเหมย ดวงตาสีน้ำตาลคมขุ่นมัวไปด้วยแรงอารมณ์กวาดมองหาเหยื่อรายต่อไป

 

เซี่ยอวี่ฮัวกำลังยิ้ม…

 

รอยยิ้มงดงามเหมือนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน

 

เขากำลังสนุกกับการฆ่า ปลดปล่อยความเครียดและความหงุดหงิดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา


-TBC-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น