ตอนที่ 3 : ดอกไม้กับควันปืน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ม.ค. 58

ดอกไม้ กับ ควันปืน 2
 
 
เฮยเสียจื่อรู้สึกเบื่อ   การแก้เกมของดอกไม้แสนงามดอกนั้นทำให้เขาทำงานยากขึ้นและต้องมารับฟังเสียงบ่นไร้สาระของผู้ว่าจ้างอีกถึงเขาไม่คิดจะใส่ใจมันก็ตาม   
 
 
“น่าเบื่อๆๆ”
 
 
ชายแว่นดำที่กำลังกลิ้งไปมาบนเตียงบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้ง เพราะคุณชายฮัวเหยื่อของเขาเก็บตัวเงียบไม่ยอมออกมาเล่นด้วยหลายวันแล้ว และรอบๆ บริเวณบ้านสกุลเซี่ยล้วนเต็มไปด้วยองครักษ์ของดอกไม้งาม แถมด้วยตำรวจนอกเครื่องแบบอีกราวหนึ่งโหลที่กระจายตัวอยู่ด้านนอก การบุกเข้าคฤหาสน์สกุลเซี่ยคงเป็นเรื่องสุดท้ายที่เขาจะทำถ้ายังรักชีวิตตัวเองอยู่
 
 
ร่างสูงดีดตัวเองลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง ควานหาแล็ปท็อปที่วางไว้ใกล้มือขึ้นมาเปิดและเชื่อมต่อเข้าอินเตอร์เน็ต ตั้งใจจะหาข่าวหาอะไรดูแก้เซ็ง คนในโลกมืดย่อมมีวิธีหาข้อมูลแบบที่คนภายนอกไม่เข้าใจ ใครจะรู้ว่าเว็บไซต์การ์ตูนสำหรับเด็กบางเว็บหรือเว็บอนุรักษ์โลกรักษ์พลังงานกลับซ่อนรหัสใต้ดินไว้อย่างแนบเนียน 
 
 
ดวงตาสีแปลกไล่อ่านถอดความรหัสพวกนั้นไปเรื่อยๆ ทีล่ะเว็บๆ มือปืนอันดับหนึ่งถอนใจ ไม่มีข่าวอะไรที่น่าสนุกและใช้ประโยชน์ได้เลยสักอย่าง เขาเลื่อนปลายนิ้วบนเมาส์แพดเพื่อจะคลิกไปยังหน้าอื่นก็พอดีไปโดนเข้ากับลิงค์คลิปโฆษณาที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ เป็นโฆษณาขนมยี่ห้อดัง มีตัวละครเป็นเด็กชายหญิงหลายคนและลูกหมาตัวกลมขนปุกปุย แน่ละโฆษณาขายสินค้าย่อมไม่มีรหัสอะไรแฝง แต่มันทำให้เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...
 
 
เขานึกออกแล้วว่าจะทำอย่างไรให้คุณชายเก้าออกมาเล่นด้วย!!
 
 
เฮยเสียจื่อลุกพรวดปิดแล็ปท็อปโยนกลับลงบนเตียง รีบแต่งตัวลงมาจากห้องพักซอมซ่อที่ใช้เป็นที่กบดานชั่วคราว ขยับเสื้อหนังสีดำให้กระชับร่างกายยิ่งขึ้น เดินปะปนไปกับผู้คนจนมาหยุดที่เครื่องโทรศัพท์สาธารณะไกลจากที่พักพอสมควร เขาหยอดเหรียญก่อนจะกดเบอร์เบอร์หนึ่ง ยืนรอจนคนปลายทางรับสาย 
 
 
แล้วงูร้ายอย่างเขาก็เริ่มพ่นพิษ
 
 
“ไฮ ฉันมีข่าวๆ หนึ่งมาขายให้นาย  เฮ้ อย่าเพิ่งกดสายทิ้งสิ นี่ข่าวของนายน้อยบ้านสกุลอู๋เชียวนะไม่สนจริงๆ รึ” 
 
 
น้ำเสียงท้ายประโยคของมือปืนตาบอดรื่นเริงอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง  หัวเราะร่วนเมื่อปลายสายยอมตกลงซื้อข่าวชิ้นนี้จากเขา การซื้อขายแลกเปลี่ยนจบลงด้วยดีและตกดึกวันนั้นเขากลับห้องพักเพื่อเก็บข้าวของ พรุ่งนี้เช้าเขาจะออกเดินทางไปยังนอกเขตอิทธิพลของสกุลเซี่ยการเปลี่ยนที่ทำงานน่าจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น 
 
 
**********
 
 
ดวงตาสีน้ำตาลคมมองรายงานข่าวเกี่ยวกับตนเองในโทรทัศน์ เสียงของนักข่าวกำลังรายงานว่าคุณชายเก้าเริ่มกลับมาทำงานใช้ชีวิตตามปกติ แม้จะยังอยู่ในการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ใบหน้างามคมดูได้ทั้งหล่อเหลาและสวยงามดูเหนื่อยอ่อนขณะมองภาพตนเองในจอที่นักข่าวพยายามใช้กล้องซูมให้เห็นชัดจากระยะไกล
 
 
ตั้งแต่ตัวตนของเขาเริ่มกลับมาออกงานอีกครั้งกระสุนลึกลับก็ปลิวว่อน เจ้างูนั่นกัดไม่ปล่อยจริงๆ แต่ก็ดีเพราะเขาจะได้ไปจัดการอะไรๆ ที่อื่นได้โดยไม่ต้องกังวล เขาวางแผนให้ตัวตนของคุณชายเก้ายังอยู่ที่ปักกิ่ง และอาศัยอุโมงค์ลับสายหนึ่งของบ้านเซี่ยพาตัวเองและลูกน้องมือดีไม่กี่คนมายังหางโจวอย่างเป็นความลับที่สุด
 
 
เพราะข่าวที่ได้รับข่าวหนึ่ง...
 
 
นั่นคือการหายตัวไปของ ‘อู๋เสีย’
 
 
ข่าวใต้ดินดังกระฉ่อนว่ามีมือลึกลับลักพาตัวนายน้อยสกุลอู๋ไปเมื่อสามวันก่อน เขาคาดว่าที่อู๋เสียถูกจับคงด้วยนิสัยเชื่อคนง่ายไม่ทันโลกสมฉายาเทียนเจิน ไม่รู้ว่าเกิดมาเป็นนายน้อยของบ้านอู๋หนึ่งในตระกูลทรงอิทธิพลในโลกมืดได้อย่างไร ตระกูลเซี่ยในฐานะพันธมิตรได้แต่ส่งข้อความแสดงความเห็นใจและรับรองว่าหากได้เบาะแสจะรีบแจ้ง ตอนแรกเขาไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ก็อดเป็นห่วงเพื่อนสมัยเด็กไม่ได้จนต้องมาด้วยตนเอง 
 
 
ร่างโปร่งระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนนิ้วเรียวนวดขมับตนเองเบาๆ ขณะใช้ความคิด  เซี่ยอวี่ฮัวรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยเพราะสองสามวันที่ผ่านมาเขาเค้นพลังสมองไปมากเหลือเกินกับการหลบหลีกสายตาของงูร้ายตัวนั้น
 
 
เจ้าบ้านสกุลเซี่ยเรียกลูกน้องมาสั่งงานสองสามคำก่อนจะเตรียมตัวออกไปข้างนอก วันนี้เขาตั้งใจว่าจะลองไปเดินดูใกล้ๆ บริเวณที่อู๋เสียหายตัวไปเผื่อจะยังมีร่องรอยอะไรเหลืออยู่บ้าง จากคำบอกเล่ามีคนเห็นนายน้อยสกุลอู๋ครั้งสุดท้ายอยู่ในตลาดเก่าไม่ไกลจากบ้านสกุลอู๋เท่าไหร่นัก มิน่าทุกคนในบ้านสกุลอู๋ถึงได้เต้นเร่าเพราะมันไม่ต่างจากมีขโมยมือดีไปล้วงเอาลูกหมาออกมาจากรัง
 
 
และเพราะตัวตนของเขายังอยู่ปักกิ่ง เซี่ยอวี่ฮัวจึงหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ เลือกใส่กางเกงยีนส์ธรรมดากับเสื้อยืดเนื้อหนาสวมทับด้วยสเวตเตอร์สีนวลและเสื้อคลุมกันลมมีฮู้ดสีเทา แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือเขายังเลือกใช้สีขาว อากาศที่หนาวเย็นปลายปีของหางโจวทำให้เขาใส่เสื้อผ้าเพื่อการพรางตัวได้ง่ายขึ้น 
 
 
เขาเดินไปเรื่อยๆ คาดหวังว่าจะได้เบาะแสแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี จากตรอกหนึ่งสู่อีกตรอกหนึ่ง เดินผ่านผู้คนที่ยังคงเดินไปมาทำกิจวัตรประจำของตนไปตามปกติ เขาเดินอยู่ค่อนวันไม่ยังไม่ได้เบาะแสอะไรจึงแวะพักที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง สั่งกาแฟร้อนมานั่งจิบ ในหัวของเขายังคงครุ่นคิดถึงการหายตัวไปของเพื่อนตนแบบไร้ร่องรอย คิดถึงความเป็นไปได้ของกลุ่มคนที่เป็นศัตรูกับสกุลอู๋ 
 
 
สายข่าวของเขาบอกว่าเหล่าสุนัขล่าเนื้อของสกุลอู๋ใต้การนำของอู๋ซันเสิ่งวิ่งพล่านไปทั่วตั้งแต่เย็นวันที่อู๋เสียไม่กลับบ้าน การเคลื่อนไหวเข้าออกหางโจวถูกสกุลอู๋มาควบคุมอย่างเข้มงวด เป็นไปได้ว่าอู๋เสียยังไม่โดนเอาตัวออกจากทีนี่ แต่ที่น่าแปลกใจคือจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการติดต่อข้อเรียกร้องอะไรมาทั้งสิ้น 
 
บางทีอาจจะเป็นพวกสมาคมตะขาบร้อยขา...
 
 
พวกนั้นมีฝีมือ รับทำงานใต้ดินงานสกปรกทุกชนิดไม่เลือกวิธีการ
 
 
เซี่ยอวี่ฮัวกำลังคิดว่า เขาควรจะทำอย่างไรดี?
 
 
ตั้งแต่วันที่กระสุนนัดแรกยิงเข้ากระจกบานนั้นจนตอนนี้รวมเวลาแล้วยังไม่ถึงสามสัปดาห์ แต่เรื่องชวนปวดหัวที่ประเดประดังเข้ามาทำให้เขาคิดว่ามันเหมือนผ่านมาสักสามปี ทั้งเรื่องของอู๋เสียที่เพิ่งเกิดขึ้น ไหนจะต้องรับมือกับเจ้างูบ้า ไหนจะสืบเรื่องของผู้ว่าจ้าง ถึงแม้ว่าเขาพอระแคะระคายมาบ้างแล้วว่ามีใครบ้างก็เถอะ แต่ก็ล้วนเป็นพวกปลาซิวปลาสร้อย เพราะมือปืนอสรพิษหรือเจ้างูตาบอดที่รับประกันความสำเร็จของงานร้อยเปอร์เซ็นมีค่าตัวแพงมหาศาล ยิ่งทวีคูณด้วยความยากง่ายของเป้าหมายอย่างเขาด้วยแล้วต่อให้เจ้าพวกนั้นร่วมกันลงขันก็ไม่น่าจะพอ นั่นเท่ากับว่าเขามีศัตรูหน้าใหม่ที่ยังไม่เปิดเผยทำตัวเป็นนายทุนอยู่เบื้องหลังการว่าจ้างครั้งนี้
 
 
“คุณอาๆ คุณอาคะ” เสียงเล็กๆ ร้องเรียกอยู่ข้างตัวเซี่ยอวี่ฮัวทำให้เขาที่กำลังใช้ความคิดต้องหันมอง
 
 
คุณชายเก้าก้มมองเด็กผู้หญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงน่ารักอุ้มช่อดอกไม้ช่อโตสีชมพูที่กำลังยืนอยู่ข้างเก้าอี้ เด็กน้อยดูมีท่าทางเขินอายแก้มยุ้ยๆ นั้นแดงระเรื่อเมื่อเขาคลี่ยิ้มให้ ก่อนจะยื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่นั่นให้กับเขา และบอกว่า
 
 
“มีคุณอาคนนึงฝากมาให้ค่ะ” 
 
 
เด็กน้อยพูดจบยัดเยียดช่อดอกไม้ให้กับเขาแล้ววิ่งหนีจากไปก่อนที่เขาจะได้ทันซักถามอะไร
 
 
คิ้วเรียวขมวดมุ่นกับช่อดอกไม้ในมือตน นึกสงสัยว่าใครกันที่อุตริส่งดอกไม้ช่อนี้มาให้ ดูจากดอกไม้ที่เลือกมาจัดก็ล้วนเป็นดอกไม้ราคาแพง  เขาสังเกตเห็นซองสีชมพูสดเหน็บอยู่ระหว่างก้านดอก มือเรียวหยิบมันขึ้นมาเปิดดูก็พบกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ยิงลูกหนึ่งและการ์ดใบเล็กสีดำสนิทมีรอยประทับนูนเป็นรูปงูเช่นเดียวกับใบแรกที่เขาเคยได้ 
 
 
สมองของคุณชายเก้าประมวลเรื่องราวทั้งหมดแทบจะทันที เขาเพิ่งมาถึงที่นี่แค่เพียงหนึ่งวันเท่านั้น ข่าวจากลูกน้องของเขายังรายงานว่าเมื่อคืนที่ปักกิ่งยังมีการยิงโต้ตอบกันอยู่ด้วยซ้ำ มันรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นี่ หรือว่า….
 
 
บ้าชิบ เซี่ยอวี่ฮัวสบถอยู่ในใจ คำตอบที่เขาคิดได้ตอนนี้มีเพียงคำตอบเดียว
 
 
คนที่ลักพาตัวอู๋เสียไปคือเจ้านั่น!!
 
 
งูตาบอดตัวนั้นคงสืบเรื่องเขามาพอควรถึงได้ใช้วิธีนี้ล่อเขาออกมาจากเขตของตัวเอง เขาพลาดไปจริงๆ เพราะเขาไม่คาดคิดเลยว่ามันจะกล้าทำถึงขนาดนี้นอกจากจะมีเรื่องกับเขาแล้วยังหาเรื่องสกลุอู๋อีก ดูท่าคงไม่อยากตายดี
 
 
มือที่ยังคงถือการ์ดใบน้อยสั่นด้วยแรงอารมณ์ ยิ่งเมื่อเห็นข้อความที่เขียนด้วยปากกาเคมีสีเงินบนนั้นเขายิ่งอยากจับงูมากระทืบให้ตาย
 
 
ลายมือหวัดๆ ที่เขียนว่า  
 
 
‘คิดถึงผมไหม?’
 
 
 
**********
 
 
ถึงจะมองจากระยะไกลแต่ใบหน้าของคุณชายเก้าเวลาโมโหช่างน่ารักจริงๆ เฮยเสียจื่อคิดแบบนั้นตอนเห็นเป้าหมายของเขาขยำการ์ดแหลกคามือตามด้วยโยนช่อดอกไม้สีหวานลงถังขยะก่อนจะเรียกรถและคนของตนมารับ มือปืนอันดับหนึ่งยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีเพราะแผนการล่อคนสวยออกจากบ้านของเขาสำเร็จ ต้องขอบคุณโชคที่ยังเข้าข้างเขาให้บังเอิญได้ยินอะไรเด็ดๆ จากผู้ว่าจ้างปากเปราะ และโฆษณาลูกหมาน้อยนั่นที่ทำให้เขานึกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาได้  
 
 
มือปืนอันดับหนึ่งหัวเราะกับตนเอง ค่าดอกไม้แค่ไม่กี่หยวนกับค่าโทรศัพท์หนึ่งครั้ง เพื่อให้คุณชายเป็นฝ่ายออกมาตามล่าเขาเองแล้วมันคุ้มแสนคุ้ม
 
 
‘นายน้อยบ้านอู๋นับว่าเป็นเหยื่อล่อชั้นเยี่ยม’
 
 
-TBC-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น