คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

From the Other Side

ตอนที่ 2 : โลกที่ไม่รู้จัก


     อัพเดท 25 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ระทึกขวัญ / ผี
Tags: พิศวง
ผู้แต่ง : SCORPIO KID. ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SCORPIO KID.
My.iD: https://my.dek-d.com/asmodeus
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 597
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
From the Other Side ตอนที่ 2 : โลกที่ไม่รู้จัก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 145 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


            “ภา… คุณ... เป็นไปได้ยังไง ก็คุณ...”

            “ตายแล้ว ใช่ค่ะ ฉันตายไปแล้ว” เธอพูดเสียงราบเรียบราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ผมนั่งงงอยู่กับที่ พยายามใช้สมองที่ปวดจนแทบระเบิดคิดหาคำตอบออกมา จริงๆ ผมมีคำตอบหนึ่งอยู่ในใจแล้วแต่ผมไม่อยากยอมรับมัน ผมจึงต้องพยายามหาคำตอบอื่นมาแทนที่

            “...” ภานั่งมองผมด้วยท่าทางสงบนิ่ง เหมือนเธอรู้ว่าผมพยายามจะทำอะไรและเธอกำลังรอให้ผมทำมันจะเสร็จ ดวงตาสีดำกลมรวมกับใบหน้าเรียบเฉยทำให้ผมรู้สึกอึดอัด

            “ผม... ตายแล้วเหรอ...” ในที่สุดผมก็ยอมแพ้ ผมนึกคำตอบอื่นที่จะสามารถอธิบายสิ่งที่เกิดกับผมตอนนี้ไม่ได้แล้ว

            “ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณค่ะ”

            “คุณหมายความว่ายังไง นี่ผมยังไม่ตายเหรอ”

            “ไม่รู้ค่ะ ฉันตอบอะไรคุณไม่ได้ หน้าที่ของฉันคือการนำทางเท่านั้น”

            “นำทาง? ไปไหน?”

            “ไปในโลกนี้ค่ะ ฉันถูกกำหนดมาให้ทำแบบนั้น” ภาจรดนิ้วลงบนโต๊ะแล้วลากมันไปมาเป็นทาง เส้นสีดำปรากฏขึ้นตามรอยนิ้วกลายเป็นเหมือนแผนที่เล็กๆ มันเป็นแผนที่ที่หยาบมาก ไม่มีรายละเอียดใดๆ มีแค่รูปสี่เหลี่ยมที่น่าจะแทนอาคารเรียงกันและมีเส้นเดี่ยวๆ ลากไปตามถนนเหมือนจะเป็นตัวนำทาง จุดเริ่มต้นอยู่ฝั่งที่ผมนั่งและไปสิ้นสุดที่อาคารใหญ่หลังหนึ่ง

            “ตรงนั้นมันอะไร”

            “โลกอีกใบค่ะ” ภาตอบเสียงเรียบ

            “โลกอีกใบ? คุณหมายถึงโลกที่ผมมาเหรอ”

            “ไม่ค่ะ โลกอีกใบ”

            “โลกไหนอีก คุณไม่ได้จะพาผมออกไปที่นี่เหรอ”

            “ไม่ใช่ค่ะ หน้าที่ของฉันคือการนำทางคุณในโลกใบนี้เท่านั้น”

            “ทำไม? ที่นี่มันมีอะไรหรือไง” ผมเริ่มอารมณ์เสีย อาการปวดหัวที่คอยรังควานไม่หยุดก็เรื่องหนึ่งแล้ว ภายังพูดจาอะไรไม่รู้เรื่องอีก

            “ฉันทำได้แค่นี้ค่ะ หน้าที่ของฉันมีเท่านั้น” ภาลุกขึ้นเดินไปที่ประตูหน้าบ้าน ท่าทางของเธอนับตั้งแต่ที่ผมนั่งคุยด้วยจนถึงตอนนี้ดูไร้ชีวิตชีวาราวกับเป็นหุ่นกระบอก

            “ภา เดี๋ยว โอ๊ย!” ผมลุกขึ้นจะตามไปแต่ศีรษะของผมกลับเจ็บแปลบเหมือนมีคนเอาตะปูตอกทะลุกะโหลกไปถึงสมอง ผมล้มลงกับพื้น มือกุมศีรษะข้างซ้ายแน่นจนแทบจะจิกผมตัวเองหลุด ทำได้แค่ใช้สายตาที่พร่าเลือนมองตามหลังภาซึ่งเปิดประตูออกไปเงียบๆ

            “ภา!” ผมอยากไล่ตามไปแต่ก็ไม่สามารถเอาชนะอาการเจ็บปวดได้ ผมจำต้องนอนนิ่งรอให้อาการปวดหัวทุเลาลงก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมา ตอนนี้ผมเป็นเหมือนเด็กหลงทาง ไม่รู้จะไปไหนหรือทำอะไร ไม่รู้จักอะไรสักอย่าง สิ่งเดียวที่เป็นเบาะแสให้ผมคือแผนที่ที่ภาวาดไว้บนโต๊ะ ผมเดินวนกลับไปนั่งที่เดิม

            ‘ถ้าจุดเริ่มต้นคือที่บ้านก็ต้องออกไปแล้วเลี้ยว...’ ผมพยายามจดจำภาพที่อยู่ตรงหน้า จำว่าต้องไปตรงไหนเลี้ยวอย่างไร ระหว่างนั้นคำถามหนึ่งก็ไม่ยอมหายไปจากหัว

            ‘ทำไมต้องไปที่นั่น มันมีอะไรหรือไง’

 

            หลังจากที่จำแผนที่ได้ในระดับหนึ่งแล้วผมก็ตัดสินใจไปยังสถานที่ที่ภาบอก ทันทีที่เปิดประตูบ้านสายลมเย็นยะเยือกก็พัดวูบเข้าปะทะกับร่างกาย ความหนาวเย็นเสียดแทงทะลุรูขุมขนเข้าไปจนร่างกายผมสั่นสะท้าน โลกนี้มันอะไรกัน ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาจนบรรยากาศมืดครึ้ม และสิ่งที่สะดุดตาผมมากที่สุดคือส่วนที่ควรจะเป็นถนนบัดนี้กลับกลายเป็นคูขนาดใหญ่ที่ลึกเกือบสองเมตร ผมค่อยๆ เปิดประตูรั้วออกมา เบื้องล่างนั้นมีสิ่งมีชีวิตประหลาดเดินเพ่นพ่านไปมา ทั้งม้าที่เหลือแต่โครงกระดูก วัวยักษ์ที่มีตาและขานับสิบงอกออกมาจากข้างลำตัว

            ‘อะไรวะเนี่ย’ ผมยืนขาสั่นอยู่ตรงขอบคู ไม่รู้ว่าพวกมันคืออะไรแต่ผมรู้สึกว่าถ้าตกลงไปคงไม่เกิดเรื่องดีแน่

            ‘ต้องไปทางขวาก่อน’ ผมเริ่มนึกภาพแผนที่แล้วค่อยๆ ออกเดินตามทางไป สองฟากของคูเป็นเหมือนห้องขังของเรือนจำ ที่ด้านหลังลูกกรงเหล็กมีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายคนถูกขังอยู่ พวกมันไม่มีใบหน้า หู หรือเส้นผม มีเพียงปากเท่านั้น พวกมันบางตัวก็นั่งอยู่บนเก้าอี้จ้องมองผนังอย่างหมดอาลัยตายอยาก บ้างก็เกาะลูกกรง บ้างก็เหมือนนั่งสวดมนต์อะไรสักอย่าง ผมพยายามเดินเลี่ยงห่างจากลูกกรงแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเลี่ยงไม่ให้เข้าใกล้คูด้วย ทางเดินที่ดูเหมือนกว้างกลับแคบลงเพราะความหวาดระแวง

            ‘กึ้งความเงียบรอบตัวถูกทำลายลงด้วยเสียงโลหะที่ขาดสะบั้น สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งหลุดออกมาจากห้องขัง มันเดินเซไปเซมาอย่างไร้ทิศทาง ผมรีบถอยหลบออกมา การเอาตัวออกห่างจากสิ่งที่ยังไม่รู้จักดีเป็นสัญชาตญาณพื้นฐาน ตัวประหลาดนั้นเดินโซซัดโซเซได้นิดหนึ่งก็พลัดตกลงไปในคู แล้วภาพที่ผมเห็นต่อจากนั้นก็ทำเอาผมเกือบอ้วกออกมา ร่างของตัวประหลาดถูกเขาของวัวยักษ์เสียบทะลุ พวกม้าโครงกระดูกก็กรูกันเข้าไปกัดลากเอาร่างของมันออกจากเขาวัว ไส้สีเขียวคล้ำที่ยังเกี่ยวอยู่ยืดยาวออกจากช่องท้อง แล้วสัตว์ต่างๆ ก็รุมกัด ทึ้ง ฉีกร่างของตัวประหลาดเคราะห์ร้ายออกกินเป็นอาหาร พวกที่อยู่ในห้องขังต่างออกมาเกาะลูกกรงพร้อมกับเริ่มส่งเสียงร้องระงม ผมรีบลุกขึ้นวิ่งหนีไปจากจุดนั้นสุดฝีเท้า ความไม่รู้ก่อให้เกิดความกลัวและผมไม่ทนอยู่กับมันแน่ ผมพาตัวเองวิ่งมาไกลจากจุดนั้นจนไม่ได้ยินเสียงร้องแล้วจึงหยุดพักหอบหายใจพลางมองไปรอบๆ ว่าจะไปทางไหนต่อ

            ‘จำได้ว่าต้องเลี้ยวซ้าย’ ผมมองไปเห็นสะพานข้ามคูอยู่เบื้องหน้า สะพานเหล็กเก่าๆ ที่มีแต่สนิมเกาะเกือบหมด ถ้าจะไปต่อผมต้องข้ามคูสัตว์ประหลาดไปและสะพานบุโรทั่งนั่นดูจะเป็นหนทางเดียว เมื่อเริ่มหายเหนื่อยผมก็ค่อยๆ เดินตรงไปที่สะพานนั้น อาการปวดหัวที่ทุเลาไปแล้วกลับกำเริบขึ้นมาอีกแม้ครั้งนี้จะไม่รุนแรงเท่าตอนที่อยู่ที่บ้านแต่มันก็มากพอจะทำให้ผมต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะ สะพานเก่าคร่ำคร่าลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว ผมต้องค่อยๆ วางเท้าลงไปอย่างระมัดระวัง ถ้ามันทรุดพังลงไปนั่นหมายถึงชีวิตผมก็คงจะจบลงเช่นเดียวกับตัวประหลาดนั้น

            ‘ตาย... เราตายแล้วเหรอ... หรือว่ายังไม่ตาย เพียงแค่หลงเข้ามาในโลกแปลกๆ นี้... หรือนี่เป็นแค่ความฝัน ถ้าเราตายที่นี่ก็จะไปสะดุ้งตื่นที่บ้าน ที่โลกใบเดิม’ ผมได้แต่สงสัยแต่ไม่กล้าพิสูจน์ กลัวว่าถ้าเกิดผมตายที่นี่แล้วไม่มีโอกาสได้ฟื้นขึ้นมาอีก ถึงตอนนั้นบอยจะอยู่ยังไง

            ‘บอย... ใช่ ตอนนี้บอยอยู่ไหน’ ผมไม่มีโอกาสได้คิดนานนัก สะพานที่ผมยืนอยู่เริ่มทรุดตัวลงเป็นสัญญาณร้าย ขาของผมก้าวออกไปสุดฝีเท้าโดยไม่ต้องคิด สะพานเหล็กยุบตัวเป็นจังหวะตามย่างก้าวและทุกครั้งดูเหมือนว่ามันจะต่ำลงเรื่อยๆ และในที่สุดมันก็พังร่วงลงไปข้างล่าง โชคดีที่ผมมาถึงอีกฟากได้ก่อน ซากเหล็กขึ้นสนิมโดนเหยียบจนแหลกเป็นผง

            ‘แล้วจะกลับยังไงวะทีนี้’ ผมนึกถึงลูกอีกครั้ง ถ้าหากตอนนี้แกยังอยู่ที่บ้าน อยู่ในห้องของแกแล้วผมจะกลับไปหาลูกได้ยังไง บอยจะปลอดภัยหรือเปล่า แต่ตอนนี้ทางกลับผมถูกตัดขาดไปแล้ว ที่สำคัญในห้องรับแขกยังมีแผ่นหินปริศนาขวางเอาไว้อีก ผมไม่มีทางขึ้นไปชั้นบนได้เลย

            ‘คงมีแต่ต้องไปตามที่ภาบอกเท่านั้น’ ผมตัดสินใจออกเดินต่อ ในใจเฝ้าภาวนาขอให้ในบ้านปลอดภัย ไม่มีไอ้ตัวพวกนี้เข้าไปทำอันตรายลูกของผม ไม่อย่างนั้น ถ้าแกเป็นอะไรไปผมก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว

            “คุณคะ” เสียงของภาเรียกผมดังมาจากเส้นทางด้านหน้า เธอยืนอยู่หน้าตรอกเล็กๆ ซึ่งมีเหล่าตัวประหลาดยืนรายล้อมอยู่แถวๆ นั้น เธอพยักหน้าให้ผมนิดหนึ่งก่อนจะเดินหายเข้าไป

            “ภา เดี๋ยว” ผมจะวิ่งตามไปแต่ดูเหมือนเสียงของผมจะดึงความสนใจของเหล่าตัวประหลาดให้หันมา ผมหยุดฝีเท้ายืนมองพวกมันที่น่าจะกำลังจ้องมองผมอยู่เช่นกัน พวกมันไม่มีทีท่าจะคุกคามหรือขยับเขยื้อน เพียงแต่จ้องมองผมอยู่เฉยๆ ท่าทางของภาที่เหมือนชวนผมเข้าไปแสดงว่าในตรอกนั้นต้องมีอะไรซักอย่างแต่การที่ผมจะไปถึงที่นั่นได้ผมต้องเดินผ่านเหล่าตัวประหลาดนับสิบ ผมยืนชั่งใจอยู่นาน มันไม่มีทางอื่นให้อ้อมไปได้อีกแล้ว สุดท้ายก็เหลือแต่ต้องรวบรวมความกล้าค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้พวกมันช้าๆ เหล่าตัวประหลาดมองตามผมไม่คลาดสายตา ท่ามกลางวงล้อมของสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักทำให้ผมเกิดอาการอึดอัด หายใจลำบากเพราะความเครียด กลัว และหวาดระแวง ใจผมอยากวิ่งผ่านพวกมันไปให้เร็วที่สุดแต่ผมก็ต้องพยายามหักห้ามความคิดนั้นด้วยกลัวว่าอาจไปทำให้พวกมันแตกตื่นและหันมาทำร้ายผมได้

            “แฮ่ก... แฮ่ก...” สองรูจมูกเริ่มไม่เพียงพอสำหรับการนำอากาศเข้าไปในปอด ผมต้องใช้การหายใจทางปากช่วย ผมไม่เคยต้องต่อสู้กับความกลัวอย่างยาวนานขนาดนี้ ระยะทางแค่ไม่ถึงร้อยเมตรแต่ผมรู้สึกว่ามันช่างยาวไกลและยากลำบาก ผมพยายามเดินฝ่าพวกมันมาช้าๆ โดยไม่ยอมสัมผัสตัวพวกมันและพยายามไม่สนใจที่พวกมันจ้องมองด้วย เมื่อมาถึงที่ตรอกเล็กๆ นั้น ผมรีบหลบเข้าไปพร้อมกับอาการหอบหายใจถี่

            “ภา...” ผมเดินลากขาอันสั่นเทาตรงเข้าไปในตรอก ด้านในนั้นเป็นลานกว้างที่มีกำแพงกั้นเป็นสามล็อค แซนด์วิชกับน้ำอัดลมวางอยู่ที่พื้นตรงล็อคกลางเหมือนเป็นของเซ่นไหว้ ผมลองเดินสำรวจดูรอบๆ บริเวณก็พบแต่ความว่างเปล่ากับอาหารชุดเดียวนี้

            ‘ภาจะให้เรากินไอ้นี่เหรอ’ นอกจากเหตุผลนี้ผมก็นึกไม่ออกแล้วว่าภาจะเรียกผมมาดูอาหารนี้ทำไมอีก ตอนนี้ผมยังไม่หิวแต่ถ้าได้ดื่มน้ำซักหน่อยก็อาจจะช่วยให้ผมมีกำลังขึ้นมาบ้าง แต่ก็นั่นแหละ อาหารที่วางอยู่ในโลกพิลึกนี่ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันสามารถกินได้อย่างปลอดภัย

            ‘จะกินดีหรือเปล่านะ ของๆ โลกใบนี้... แต่ภาเป็นคนเรียกเรามา ภาคงไม่หลอกเรา’ ผมรักและเชื่อใจภรรยาของผมตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องเลิกเชื่อใจเธอเพียงเพราะเธอตายไปแล้ว ผมก้มลงหยิบกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาเขย่าดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เมื่อแน่ใจว่าภายในนั้นมีน้ำอยู่จริงผมก็รอจนกระทั่งคิดว่าน้ำอัดลมไม่น่าจะพุ่งฟู่ออกมาแล้วจึงเปิดออก กระนั้นผมก็ยังพยายามส่องดูว่ามีตัวอะไรอยู่ในน้ำหรือไม่ก่อนจะดื่ม

            “ฮ่า! ค่อยยังชั่ว” ถ้าจะบ่นว่ามันไม่เย็น ดื่มไม่อร่อยก็คงจะผิดกาลเทศะไปมากเพราะเพียงแค่ของเหลวรสหวานนี้ก็ช่วยเติมแรงให้ผมได้พอสมควร ครั้งนี้ผมต้องขอบคุณภาจริงๆ

            “กรร!” ในระหว่างที่กำลังผ่อนคลายอยู่ที่เสมือนโอเอซิสผมก็ได้ยินเสียงขู่ของอะไรบางอย่างดังมาจากทางเข้าตรอก ตัวประหลาดตัวหนึ่งยืนจ้องผมพร้อมกับแยกเขี้ยวเรียวแหลมเหมือนตะปูตัวใหญ่เรียงกัน ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็ไม่ได้มาอย่างมิตรแน่

            ‘หรือว่า... น้ำนี่ของมันวะ’ ซวยแล้ว ผมไปกินของๆ ตัวประหลาดเข้า และท่าทางมันจะไม่ยินดีกับการกระทำของผมเลยด้วย

            “โฮก!!!” ตัวประหลาดวิ่งตรงมาที่ผม แขนสองข้างชูออกมาข้างหน้าพยายามจะคว้าตัวผมให้ได้ ผมรีบวิ่งหลบเข้าไปข้างใน อาศัยกำแพงเป็นสิ่งกำบังหลบหลีกไม่ให้มันเข้าถึงตัว ผมหลบไปหลบมาจนสบช่องก็รีบวิ่งหนีออกมาจากตรอกตรงไปตามทางโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับไปมองอีกเลย



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
From the Other Side ตอนที่ 2 : โลกที่ไม่รู้จัก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 145 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android