คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

From the Other Side

ตอนที่ 1 : คำทักทายจากคนตาย


     อัพเดท 15 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ระทึกขวัญ / ผี
Tags: พิศวง
ผู้แต่ง : SCORPIO KID. ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SCORPIO KID.
My.iD: https://my.dek-d.com/asmodeus
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 597
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2 คน ]

[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
From the Other Side ตอนที่ 1 : คำทักทายจากคนตาย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 163 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


            ผมเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง คนที่ไม่มีอะไรพิเศษเหนือกว่าคนอื่น เป็นแค่คนวัยทำงานที่พบเห็นได้ทั่วไป เรียกว่าถ้าคุณหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วขว้างไปโดนหัวใครก็ใช่ผมทั้งนั้น ชีวิตประจำวันของผมคือการเดินทางจากบ้านไปที่ทำงานและกลับมาที่บ้าน เป็นแบบนี้ทุกวันจนกระทั่งโชคชะตาหรือน่าจะเรียกว่าผลกรรมได้นำผมไปยังโลกที่แตกต่างออกไป...

            ผมชื่อ ‘สุชาติ’คนต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนต่อและหางานทำในกรุงเทพฯ ได้แต่งงานกับภรรยาที่ชื่อ ‘วิภา’ และมีลูกชายด้วยกัน ผมเคยเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งและครอบครัวเราเคยมีกันอยู่สามคน ใช่ครับ... ‘เคย’ ทั้งสองอย่างนั้นกลายเป็นรูปอดีตไปเพราะเหตุการณ์หนึ่งนั่นคือความตายของภา เธอเป็นมะเร็งที่ลำไส้ โรคที่ไม่สามารถรักษาได้ ไม่ใช่เพราะวิทยาการไม่พร้อมหรืออาการหนักเกินเยียวยา แต่เพราะผมไม่มี ‘เงิน’ จ่ายค่าผ่าตัดรักษา ผมพยายามมองหาช่องทางกู้ยืมเพื่อให้ได้เงินก้อนโตนี้มาในเวลาอันสั้นแต่ผมก็ไม่ได้โชคดีไปกว่ามนุษย์เงินเดือนคนอื่น ความตายของเธอนำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจอย่างที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ ภาพของลูกชายที่ร้องไห้ไม่หยุดในงานศพยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดในใจผมเป็นเท่าทวี

            ‘ถ้าแค่เรามีเงินมากพอ ภาก็คงไม่ต้องตาย’ ผมเฝ้าแต่โทษตัวเองตั้งแต่วันที่ภาสิ้นลมจนถึงวันที่ทำพิธีฌาปนกิจ ลูกชายยืนแหงนหน้ามองควันไฟที่เกิดจากร่างของมารดาตนเองเป็นเชื้อเพลิง น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างไม่ขาดสาย ผมยืนกอดแกแน่น สายตาจ้องมองไปที่ควันไฟซึ่งพวยพุ่งสู่ท้องฟ้าเหมือนจะนำพาวิญญาณผู้ตายไปสู่สวรรค์นั้น ผมสูญเสียคนที่รักไปหนึ่งคนแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ลูกชายเพียงคนเดียว ผมจะต้องปกป้องแกให้ได้ ผมจะไม่ยอมให้ลูกต้องเป็นเหมือนภา

            ‘เราต้องมีเงิน... มากพอที่จะนำมาใช้ได้ทันทีที่ต้องการโดยไม่ต้องไปวิ่งหา มากพอที่จะสามารถจัดการกับปัญหาทุกอย่างได้ในทันที’

            คำปฏิญาณที่ผมกำหนดขึ้นในใจต่อหน้าเมรุเผาศพนั้นคือจุดเริ่มต้น ผมลาออกจากบริษัทเดิมแล้วนำเงินประกันชีวิตของภาไปลงทุนเปิดบริษัทของตัวเอง เปลี่ยนจากลูกจ้างมาเป็นเจ้าของ เปลี่ยนจากลูกน้องมาเป็นเจ้านาย โชคดีตอนที่อยู่บริษัทเก่าทำให้ผมได้เรียนรู้กลไกการทำธุรกิจประกอบกับช่วยให้ผมได้รู้จักคนค่อนข้างกว้างขวาง กิจการของผมจึงไปได้สวยและทำกำไรให้ผมอย่างที่รายได้ในอดีตเทียบไม่ติด... แต่มันก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่าง...

 

            “สวัสดีครับพ่อ”

            “อืม” ผมตอบรับคำทักทายของลูกโดยไม่หันไปมอง สายตาของผมจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะกลางห้องรับแขก ผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาแม้จะเป็นไปตามเป้าแต่ตลาดตอนนี้ก็เริ่มมีการแข่งขันกันสูงขึ้นจนน่าวิตก ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้สูญเสียฐานลูกค้าจนถึงขั้นถูกชิงตลาดไปได้ และข้อมูลที่อยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้จะเป็นเสมือนคำบอกใบ้ว่าควรจะก้าวไปอย่างไร

            “พ่อทำอะไรอยู่เหรอครับ”

            “ทำงานอยู่ ข้าวเย็นอยู่ในตู้กับข้าว ไปอุ่นกินเองนะ”

            “ครับ” ‘บอย’ รับคำสั้นๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว ผมไม่ได้มองตามไป สายตาของผมยังคงจับจ้องอยู่ที่เดิมขณะที่มือก็บังคับเมาส์และแป้นคีย์บอร์ดให้ทำงานตามที่ต้องการ เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงผมก็ได้ยินเสียงล้างถ้วยชาม

            “พ่อครับ” บอยเดินมาหาผม เขาเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งกับปากกามาตรงหน้า ผมชำเลืองตาไปมอง ตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียนติดอยู่ที่หัวมุมกระดาษบ่งบอกว่าเป็นเอกสารจากที่ไหน “อีกสองอาทิตย์จะมีประชุมผู้ปกครอง ครูให้เอามาให้พ่อเซ็นครับ”

            ‘ครืด~ แกร็ก ผมลากปากกาทำเครื่องหมายตรงช่อง ‘ไม่สะดวกเข้าร่วม’ พร้อมลงลายมือชื่อตรงช่องว่างอย่างรวดเร็วก่อนจะหันกลับมาที่จอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ผมไม่ได้สนใจเนื้อหาหรือวัตถุประสงค์ที่กระดาษแผ่นนั้นแจ้งมาเลย สิ่งที่ผมดูคือวันและเวลาซึ่งมันเป็นช่วงที่ผมติดธุระพอดี

            “พ่อไม่ไปเหรอครับ”

            “พ่อไม่ว่าง”

            “ปีที่แล้วพ่อก็ไม่ได้ไปจนเพื่อนเขาล้อว่าผมเป็นลูกไม่มีพ่อ ปีนี้พ่อไปให้ผมหน่อยสิครับ”

            “พ่อไม่ว่าง นัดลูกค้าเอาไว้แล้ว ไอ้เรื่องที่คนล้อนั่นก็อย่าไปใส่ใจมัน เรื่องไม่จริงล้อยังไงมันก็ไม่เป็นความจริง เป็นผู้ชายมันต้องเข้มแข็ง โดนนิดโดนหน่อยต้องไม่หวั่นไหว โตไปจะได้เป็นเสาหลักของครอบครัว”

            “... ครับ” บอยทำเสียงอ่อยๆ

            “เออ แล้วเรื่องที่พ่อให้ไปทำน่ะ เรียบร้อยมั้ย”

            “ครับ แวะซื้อช่อดอกไม้ไปเยี่ยมคุณลุงองอาจที่โรงพยาบาล”

            “อืม เดี๋ยวพ่อจะหาเวลาไปเยี่ยมเขาด้วยตัวเองซักวันเหมือนกัน” ผมหมายถึงคุณองอาจที่เป็นลูกค้ารายใหญ่คนหนึ่งของบริษัทซึ่งตอนนี้กำลังนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แน่นอนว่าผมต้องแสดงน้ำใจกับเขาเพื่อดึงลูกค้าเอาไว้ ผมเลือกให้ลูกไปแทนที่จะเป็นเลขาเพราะเห็นว่าการให้คนในครอบครัวไปดูจะจริงใจกว่าใช้ลูกน้อง แน่นอนว่าในอีกสองสามวันนี้ผมต้องหาเวลาไปด้วยตัวเองเพื่อให้ดูจริงใจยิ่งขึ้น

            ‘ป.3 แล้วสินะ ถ้างั้นนี่ก็ครั้งที่ห้าแล้ว’ ผมคิดกับตัวเอง โรงเรียนที่บอยเรียนอยู่นั้นจะจัดงานประชุมผู้ปกครองสำหรับนักเรียนป.1 หนึ่งครั้ง ส่วนชั้นป.2 ขึ้นมาจะจัดเทอมละครั้ง ทุกครั้งที่มีหนังสือเชิญมาผมมักจะปฏิเสธกลับไปทุกครั้ง... ผมไม่ว่าง... อันที่จริงคือผมไม่เคยว่าง ค่าตอบแทนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นคือเวลาที่ผมต้องทุ่มเทให้กับงานมากกว่าเดิมเป็นเงาตามตัว ชีวิตผมเก้าสิบเปอร์เซนต์อยู่กับงานเพราะผมมักจะนำมันกลับมาทำที่บ้านด้วย และผมมักจะใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์จนดึกดื่น แม้แต่ตอนที่คุยกับบอยเมื่อกี้นี้ตาผมยังจ้องอยู่ที่หน้าจออยู่เลย

            ‘จะทำแบรนด์ขึ้นมาเป็นของตัวเองดีหรือเปล่านะ หรือจะลองขยายฐานออกไปก่อน’ หัวสมองของผมกลับมาคิดเกี่ยวกับเรื่องงานอีกครั้ง อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอน ใครจะไปรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดบอยเป็นอะไรที่ต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้นมาจะทำยังไง คิดได้ดังนี้มือผมก็ขยับต่อไปไม่หยุด เสียงดนตรีจากเกมที่บอยเล่นดังมาจากชั้นบน เขาเล่นมันทุกวันหลังจากทำการบ้านเสร็จ

            ‘อืม... ถ้าลองปรับสัดส่วนตรงนี้...’ ผมยังคงทำงานไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจเวลา ผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วไม่ทราบแต่เสียงเกมจากห้องของบอยที่เงียบไปก็พอจะบอกได้ว่าเลยสามทุ่มแล้ว ผมยังคงนั่งอยู่ที่เดิม รู้สึกได้ว่าคิ้วสองข้างขมวดเข้าหากัน ผมรู้สึกว่ากำลังจะนึกวิธีการที่สามารถตอบโจทย์ที่อยู่ตรงหน้าได้แล้ว ผมลองปรับเปลี่ยนวิธีคิด, มุมมอง, ลองหาข้อมูลใหม่ๆ จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถให้คำตอบที่กระจ่างชัดกับตัวเองได้เสียที เวลายังคงเดินผ่านไปเรื่อยๆ สภาพร่างกายของผมก็เปลี่ยนไปตามมัน หนังตาเริ่มหนัก หัวสมองเริ่มมึนงงนิดหน่อย

            ‘โอย ง่วง’ ผมลุกขึ้นยืนบิดตัวไล่ความเมื่อยขบก่อนจะเดินไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตา ไม่ใช่เพื่อเตรียมเข้านอนแต่เพื่อไล่ความง่วงให้สามารถกลับมาทำงานต่อได้อีก ให้นอนตอนนี้ผมก็คงไม่หลับ ก็มันยังค้างคาใจกับงานอยู่นี่ครับ

            ‘เอาล่ะ เมื่อกี้ถึงไหนแล้วนะ’ ผมกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้งในท่วงท่าเดิมกับหน้าจอที่ขึ้นภาพเดิม ความเย็นของน้ำจากฝักบัวช่วยให้ตาสว่างได้พอสมควรแต่ก็ไม่นานนัก ผ่านไปชั่วโมงเศษผมก็เริ่มง่วงอีกครั้ง คราวนี้ผมตัดสินใจเปิดน้ำอัดลมโคล่าจากในตู้เย็นมานั่งดื่ม ผมนั่งทำงานไปพลางจิบโคล่ากระป๋องไปพลาง พอหมดก็เดินไปเปิดกระป๋องใหม่

            ‘ซ่า... ซ่า...’ เสียงสายน้ำกระทบกับพื้นดังมาจากชั้นสอง บอยคงตื่นแล้วและกำลังอาบน้ำเตรียมตัวไปโรงเรียน ผมละสายตาจากตารางตัวเลขไปที่นาฬิกา หกโมงเช้า ได้เวลาไปทำงานแล้ว ผมปิดคอมพิวเตอร์แล้วลุกขึ้นจะไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกเดินทาง... ใช่... ออกเดินทาง...

 

            “อึก... อือ...” ผมลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก มือขวาพยุงกับโต๊ะยันตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรงขณะที่มือซ้ายกุมอยู่ที่ศีรษะ มันเจ็บ เจ็บเหมือนโดนใครเอาไม้ตี รู้สึกได้ว่าในกะโหลกมันปวดตุบๆ

            ‘อูย... เป็นอะไรวะ... แล้วที่นี่... ที่ไหน...’ ผมพยายามมองไปรอบๆ เพื่อดูว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จำได้ว่ากำลังจะไปทำงาน... แล้วทำไมผมถึงตื่นขึ้นมาอีก เกิดอะไรขึ้น สายตาของผมเริ่มปรับโฟกัสทีละนิดๆ ภาพที่ปรากฏค่อยๆ ชัดขึ้นจนในที่สุดผมก็สามารถบอกได้ว่าที่นี่คือที่ไหน

            ‘ที่นี่มัน... ห้องรับแขกในบ้านเรา’ แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ก็มีบางอย่างที่แปลกออกไป ผนังห้องและเครื่องเรือนต่างๆ กลายเป็นหินสีเทาอ่อน สัมผัสที่ส่งมายังร่างกายของผมคือความเย็นเยียบ มันไม่ได้เย็นเหมือนน้ำแข็งแต่เป็นความเย็นของหินที่ไม่เคยโดนแสงแดด ความเย็นของสิ่งที่ไม่มีชีวิต

            ‘อะไรวะเนี่ย’ สายตาที่มองไปรอบห้องสะดุดเข้ากับสิ่งแปลกปลอมอีกอย่างที่โดดเด่นกว่าสิ่งใด แผ่นหินขนาดใหญ่ที่ตั้งปิดทางเดินสำหรับเข้าไปในตัวบ้าน มันแยกห้องรับแขกออกจากส่วนอื่นของบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            “บอย บอย!” ผมตะโกนเรียกชื่อลูกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา ผมออกแรงดันแผ่นหินนั้นสุดกำลัง มันไม่มีทางสำเร็จตั้งแต่แรกแล้ว แค่มองดูก็รู้ แผ่นหินหนาเป็นคืบสูงถึงเพดานสองเมตรกว่ามันน่าจะหนักแค่ไหน

            “ตื่นแล้วเหรอคะ” เสียงของผู้หญิงดังมาจากทางด้านหลัง ผมสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ผมแน่ใจว่าในห้องนั้นไม่มีใครอยู่ด้วยตอนที่ผมฟื้นขึ้นมา แล้วเมื่อผมหันไปมองความตกใจก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนขนลุกเกรียวทั้งร่าง

            “ภา!” ผมตาไม่ฝาด ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้นั่นคือภรรยาของผมแน่ๆ ภรรยาที่ตายไปสองปีที่แล้ว ผิวกายที่ขาวซีดตัดกับชุดกระโปรงสีดำ เธอดูเหมือนกับตอนที่เธอนอนอยู่ในโลงศพไม่มีผิด

            “สวัสดีค่ะ” เธอกล่าวทักทายผม ริมฝีปากแห้งผากขาวซีดเผยอยิ้มน้อยๆ ออกมา



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
From the Other Side ตอนที่ 1 : คำทักทายจากคนตาย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 163 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android