คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน

ตอนที่ 15 : Extra Stage: สามเทพแห่งขุนเขากับการกำเนิดใหม่ของศาลเจ้าฮาคุเรย์


     อัพเดท 2 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิคอื่นๆ
Tags: โทโฮ, Touhou
ผู้แต่ง : SCORPIO KID. ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SCORPIO KID.
My.iD: https://my.dek-d.com/asmodeus
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 17 Overall : 1,965
41 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 22 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน ตอนที่ 15 : Extra Stage: สามเทพแห่งขุนเขากับการกำเนิดใหม่ของศาลเจ้าฮาคุเรย์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 327 , โพส : 1 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


*หมายเหตุ – เนื้อเรื่องจากตอนนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงตอนจบเพื่อให้เชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องในการ์ตูนโดจิน” Miko Miko Suika” ซึ่งแต่งโดย ‘Haniwa’ นะครับ โดยส่วนตัวผู้แต่งแนะนำให้แฟนๆ โทวโฮลองหาอ่านดู ภาพสวย เนื้อเรื่องตลก (มุก wiki**dia ของเบียคุเรน ผู้แต่งก็เอามาจากการ์ตูนเรื่องนี้) ในที่นี้ผู้แต่งจะขอลงภาพบางส่วนจากการ์ตูนประกอบเนื้อเรื่องไปด้วยครับ*

 

“อีกนิดเดียว... อีกแค่นิดเดียว...”

‘ตูม

“เหวอ!!!”

‘ตูม

“อ๊า!!!”

“ผู้เข้าแข่งขันซุยกะใช้กำลังของโอนิชกจนพื้นดินสะเทือนทำให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นตกจากบันไดลงมาค่ะ” อายะรายงานการแข่งขันไปที่เรือนนิรันด์

“หนอย ใครจะไปยอมให้โดนขโมยชัยชนะไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้เล่า” มุราสะที่ใช้สมอเกาะกับขั้นบันไดเอาไว้ทำให้เธอไม่ตกลงไปไกลนัก กัปตันเรือผีรีบลุกขึ้นวิ่งตามซุยกะขึ้นไป เมื่อเห็นว่าโอนิร่างยักษ์ใกล้จะถึงกล่องบริจาคแล้วมุราสะก็รีบใช้ยันต์คาถาเพื่อหยุดยั้งเอาไว้

“Phantom Ship Harbour (อ่าวเรือผี)” สมอเวทย์มนต์หกอันพุ่งตรงไปที่ซุยกะแล้วตวัดพันข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอด้วยโซ่สีน้ำทะเล

“อ๊า!!!”

‘โครม

“อายะยะยะยะยะ ศะ... ศาลเจ้าฮาคุเรย์...” น้ำเสียงตื่นตระหนกกับประโยคที่ไม่สมบูรณ์ของอายะทำให้เรย์มุเกิดลางสังหรณ์ที่เลวร้ายขึ้นมา

“ศาลเจ้า? ศาลเจ้าทำไม” มิโกะขาวแดงรีบตะกายบันไดคลานขึ้นมา ฝุ่นควานที่ฟุ้งตลบนั้นบ่งบอกถึงลางร้าย ซุยกะยังคงนอนหมอบอยู่กับพื้น ใต้ร่างของเธอนั้นคืออดีตศาลเจ้าฮาคุเรย์ที่ถูกล้มทับจนกลายเป็นเศษไม้

“มะ... ม่าย!!! ศาลเจ้าของช้าน!!!”

“เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ผู้เข้าแข่งขันซุยกะหกล้มลงไปทับศาลเจ้าฮาคุเรย์จนพังพินาศหมด แบบนี้แล้วจะเป็นยังไงคะท่านยามะ” อายะถามไปทางเรือนนิรันด์ซึ่งก็ได้คำตอบจากเอย์กิกลับมาว่า

“ซุยกะเป็นผู้ชนะ”

“หา!!!” เรย์มุแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

“จะยังไงซุยกะก็เป็นคนแรกที่แตะกล่องบริจาคได้ ดังนั้นเธอจึงเป็นผู้ชนะ”

“ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาสนใจการแข่งขันนะ ยัยยามะ ดูศาลเจ้าสิ ศาลเจ้าของฉัน”

“ทำไมล่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ศาลเจ้านี้พังไม่ใช่รึ ของที่พังไปก็แค่สร้างขึ้นมาใหม่เท่านั้นเอง” เอย์กิมองออกไปที่โคมาจิ

“เอาเป็นว่าเราได้ข้อสรุปแล้วนะคะ ถ้าอย่างนั้นผู้เข้าแข่งขันซุยกะจะขอรางวัลอะไรจาผู้แพ้คะ”

“เหล้ากับงานเลี้ยง~”

“จะบ้าเหรอ! ขอให้ทุกคนมาช่วยสร้างศาลเจ้าขึ้นมาใหม่สิ” เรย์มุคว้าคอเสื้อซุยกะเขย่าไปมาอย่างแรง โชคดีที่ซุยกะเมาเหล้าอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วเธอจึงไม่เกิดอาการเวียนหัว

“ขอแล้วห้ามเปลี่ยนแปลงนะจ๊ะ” ยูคาริโผล่ออกมาจากช่องว่างของมิติเพื่อขัดคอ

“ว่าไงนะ”

“น่าๆ เรย์มุ ศาลเจ้าน่ะเดี๋ยวฉันสร้างใหม่ให้เอง” ซุยกะตบไหล่ปลอบใจมิโกะขาว-แดงที่ทรุดนั่งร้องไห้อยู่หน้าซากศาลเจ้าของตน

 

วันรุ่งขึ้น หลังจากงานเลี้ยงเลิกราไปแล้ว เรย์มุต้องไปอาศัยพักอยู่กับเคย์เนะเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลเจ้าจะสร้างเสร็จ ทิ้งภาระให้ซุยกะตัวต้นเหตุจัดการ

‘นี่ก็ครั้งที่สามแล้วที่ศาลเจ้านี้ถูกทำลาย’ ซุยกะนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เทนชิใช้แก่นศิลาสะกดพิภพสร้างแผ่นดินไหวจนศาลเจ้าถล่มลงมาเพื่อเรียกให้เรย์มุขึ้นไปสู้กับตนบนสวรรค์ หลังจากพ่ายแพ้เธอก็เกณฑ์เหล่าเทวดามาช่วยสร้างศาลเจ้าให้ใหม่โดยมีจุดประสงค์แอบแฝงนั่นคือจะใช้ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นบ้านพักตากอากาศบนโลก แผนการนี้ถูกยูคาริมองออกและโผล่มาถล่มศาลเจ้าที่เพิ่งสร้างเสร็จจนราบไปเป็นครั้งที่สอง

‘ถ้าไม่สร้างขึ้นมาให้แข็งแรงกว่าเดิมเดี๋ยวมันก็โดนถล่มพังอีก อืม... งานนี้ตัวคนเดียวคงยากแฮะ’ ซุยกะเกาหัวแกรกๆ ‘สงสัยต้องไปขอยืม ‘แรง’ มาช่วยซะแล้ว’ คิดดังนั้น ซุยกะก็รีบเหาะตรงไปยังปากทางลงสู่ใต้พิภพซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับบ่อน้ำพุร้อน ที่หมายที่เธอจะไปคือนครโบราณซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของนรกแต่ตอนนี้ได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของโอนิไปแล้ว

“อ้าว นั่นรู้สึกจะเป็น... ซุยกะใช่มั้ย” เสียงทักทายดังมาจากมุมมืดไม่ไกลจากปากทางเข้านัก ‘คุโรดานิ ยามาเมะ’ โยวไคแมงมุมดินผมทองในชุดสีน้ำตาลเข้มค่อยๆ ไต่มาตามผนังโพรง

“โอ้ ยามาเมะนี่เอง สบายดีเหรอ”

“อือ แล้วนี่มีธุระอะไรล่ะถึงกลับลงมา”

“ว่าจะไปหา ‘ยูกิ’ หน่อยน่ะ” ซุยกะพูดถึง ‘โฮชิกุมะ ยูกิ’ โอนิจอมพลังที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอ

“ยูกิ? ยูกิตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่เมืองโบราณแล้ว” คำตอบนั้นสร้างความงุนงงให้แก่ซุยกะ ยูกิเป็นโอนิผู้ปกป้องนครโบราณจากคนนอกและยังเป็นผู้คอยป้องกันไม่ให้วิญญาณอาฆาตจากนรกหลุดขึ้นไปบนพื้นโลกด้วย การที่ยูกิจะทิ้งเมืองโบราณไปแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องปกติ

“เกิดอะไรขึ้น”

“ยูกิแพ้การประลอง ก็เลยถูกพาตัวไปตามที่เดิมพันกัน”

“แพ้? แพ้ใคร”

“รู้สึกจะเป็นเทพเจ้าที่มอบพลังให้โอคุนะ” ยามาเมะจำได้คลับคล้ายคลับคลาแต่ซุยกะที่อยู่บนพื้นดินนั้นจำได้แม่นยำ เทพที่ยามาเมะพูดถึงคงเป็นคนอื่นไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘ยาซากะ คานาโกะ’ เทพเจ้าแห่งขุนเขาและทะเลสาป ซุยกะมองเห็นเป้าหมายที่เธอจะต้องไปต่อจากนี้แล้ว

 

ที่ศาลเจ้าโมริยะ ศาลเจ้าแห่งที่สองในเกนโซเคียวตั้งอยู่บริเวณใกล้ยอดเขาโยวไค สถานที่ประทับของเทพเจ้าแห่งขุนเขาและทะเลสาปยาซากะ คานาโกะ และเทพเจ้าแห่งผืนดิน ‘โมริยะ สุวาโกะ’ โดยมี ‘โคจิยะ ซานาเอะ’ หญิงสาวผมเขียวยาวถึงกลางหลังเป็นมิโกะแห่งสายลมประจำอยูที่นั่น

“ยูกิ” ซุยกะเอ่ยทักทายโอนิเขาเดียวที่นั่งซดเหล้าอยู่บนโทริอิของศาลเจ้า

“โอ้ ซุยกะ มาทำอะไรที่นี่ล่ะ”

“ฉันต่างหากต้องเป็นฝ่ายถาม ทำไมยูกิถึงมาอยู่ที่ศาลเจ้านี้ได้”

“ฉันเป็นคนพามาเอง” หญิงสาวสวมเสื้อแขนยาวสีแดงกับกระโปรงยาวสีดำเหาะลงมาจากหลังคาศาลเจ้า มองดูภายนอกเธออาจเป็นเพียงหญิงผมสั้นที่มีฟางฟั่นเป็นเกลียวเหมือนเชือกประดับอยู่บนศีรษะและคล้องกระจกกลมบานเล็กต่างสร้อย หากแต่ตัวตนของเธอคือเทพงูคานาโกะนั่นเอง

“ศาลเจ้าโมริยะจะอยากได้โอนิไปทำไมกัน”

“ฉันสังเกตเห็นว่าเธอชอบไปเล่นอยู่ที่ศาลเจ้าฮาคุเรย์ ก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่ศาลเจ้าโมริยะยังขาดอยู่ก็คือผู้พิทักษ์ศาลเจ้านี่เอง” คานาโกะคิดตามหลักที่ว่าสถานที่ทางศาสนามักจะมียักษ์หรืออสูรคอยเป็นนายทวารขับไล่มารที่ชั่วร้าย

“แล้วเธอก็ยอมมากับเขา” ซุยกะหันไปถามยูกิ

“ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ฉันประลองแพ้เขา”

“อ้าว ซุยกะซัง มีธุระอะไรที่ศาลเจ้าโมริยะเหรอคะ” ซานาเอะเดินออกมาต้อนรับโดยมีเทพกบสุวาโกะกระโดดเหยงๆ ตามมา

“ว่าจะมาขอตัวยูกิไปช่วยฉันสร้างศาลเจ้าหน่อยน่ะ” ซุยกะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าวๆ

“เข้าใจแล้ว แต่ว่าทางเราจะให้ยืมตัวไปเปล่าๆ คงไม่ได้หรอกนะ” คานาโกะคิดแผนการขึ้นมา “เรามาประลองกัน ถ้าเธอชนะฉันจะให้ยืมตัวยูกิไปแต่ถ้าเธอแพ้ต้องยกพื้นที่ศาลเจ้าฮาคุเรย์ให้ฉัน”

‘ข้อเสนอเอาเปรียบกันขนาดนั้นใครมันจะไปรับคะ ท่านคานาโกะ’ ซานาเอะนึกค้านในใจ แต่ว่า…

“ประลองกำลังเหรอ ก็ดีนะ พวกเราโอนิถนัดเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว” ซุยกะหมุนไหล่เตรียมพร้อม “อีกอย่างฉันอยากรู้ด้วยว่าพลังของผู้ที่โค่นยูกิได้จะแข็งแกร่งแค่ไหน”

“หึ งั้นก็ดี” คานาโกะออกมายืนเผชิญหน้ากับซุยกะ โอนิร่างเล็กเปิดฉากบุกก่อนด้วยการกระโดดต่อยเข้าใส่ เทพงูเหาะหลบออกไปพร้อมกับเรียกเสาอนบาชิระ (เสาบูชาเทพเจ้าแห่งสุวะ) ลงมาใส่ ซุยกะรีบกระโดดถอยฉากออกมา

“โทษทีนะแต่การสู้ระยะประชิดมันไม่ใช่ของถนัดของฉัน” คานาโกะลอยตัวอยู่กลางอากาศ

“ก็คงงั้น” ซุยกะพอจะเดาออก คานาโกะได้เห็นฝีมือของซุยกะก็รู้แล้วว่าหากไม่เอาจริงตนคงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เทพแห่งขุนเขาเปลี่ยนท่าเป็นนั่งไขว่ห้าง เข็มขัดฟางของเธอค่อยๆ ยืดออกฟั่นเป็นเกลียวกลายเป็นบ่วงขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง เสาอนบาชิระสี่ต้นปรากฏออกมาติดประกบเข้าจนดูราวกับเป็นรัศมี

 

“แต่งเต็มยศแบบนั้นท่าทางจะเคลื่อนไหวลำบากน่าดูนะ”

“พูดเรื่องอะไรกัน ผู้ที่มีฝีมือน่ะเมื่อปักหลักได้ก็ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวมากมายอะไร มีแต่พวกกระจอกเท่านั้นแหละที่จะกระโดดด๊องแด๊งเป็นกบน่ารำคาญ”

“@3*x-&%$#/=&@!%$”

“ทะ... ท่านสุวาโกะใจเย็นๆ ก่อนค่ะ” ซานาเอะพยายามห้ามสุวาโกะที่ตะโกนด่าคานาโกะไฟแลบ คานาโกะไม่ได้สนใจคำด่าเหล่านั้นนักเพราะตอนนี้เธอต้องตั้งสมาธิอยู่กับการต่อสู้ เสาอนบาชิระต้นแล้วต้นเล่าที่เธอซัดเข้าใส่ถูกซุยกะต่อยจนแหลกหมด

‘ถึงจะตัวเล็กแต่ก็ยังมีพลังของโอนิอยู่ เป็นแบบนี้ต่อไปคงจะแย่’ คานาโกะตัดสินใจกรีดนิ้วไปตามอากาศสร้างสายลมแผ่วขึ้นที่ข้างหูของซานาเอะ มันเป็นสายลมที่นำข้อความของเทพเจ้าไปยังมิโกะผู้เป็นตัวแทนของตน

“เอ๊ะ เอาจริงเหรอคะท่านคานาโกะ” ซานาเอะถามกลับและก็ได้รับคำตอบยืนยัน เธอยกไม้ซึ่งติดยันต์เอาไว้ที่ปลายข้างหนึ่งขึ้นมา

“Yasaka’s Divine Wind (สายลมศักดิ์สิทธิ์แห่งยาซากะ)” สายลมรุนแรงพัดตรงไปยังซุยกะจนเธอต้องใช้แขนป้องหน้า การรุกของซุยกะหยุดชะงักไป

“ถึงกับต้องขอความช่วยเหลือจากมิโกะของตนเชียวเหรอ ท่านเทพเจ้า”

“ฮื่อ ไม่เห็นแปลกนี่” คานาโกะรับหน้าตาเฉย

“หา?”

“นี่ไม่ใช่สองรุมหนึ่งนะเพราะซานาเอะน่ะเป็นเหมือนภูติรับใช้ของฉัน อย่างโยวไคแห่งเขตแดนยังใช้ภูติของตนออกมาช่วยสู้ได้เลย”

“จะบ้าเหรอ มันเหมือนกันซะที่ไหน” แต่คานาโกะก็ไม่รับฟัง ตอนนี้เธอเป็นฝ่ายได้เปรียบแล้วก็ควรจะเดินหน้าต่อไปเพราะหากชนะได้ศาลเจ้าฮาคุเรย์ก็จะกลายเป็นสาขาของศาลเจ้าโมริยะ แน่นอนว่าการต่อสู้แบบสองต่อหนึ่งนี้ต่อให้เก่งยังไงซุยกะก็ไม่สามารถบุกเข้าไปได้ดั่งใจนึกด้วยสายลมของซานาเอะที่คอยสกัดการเคลื่อนไหวกับเสาอนบาชิระของคานาโกะที่คอยจู่โจม

“หึๆๆ สู้กับคู่ต่อสู้ตัวเล็กอย่างเธอแล้วมันชวนให้คิดถึงสมัยก่อนจริงๆ”

“ใช่ ฉันก็คิดถึงตอนนั้นเหมือนกัน” สุวาโกะแทรกขึ้นมา “ตอนนั้นเธอเองก็พูดดูถูกคนอื่นแล้วก็เล่นไม่ซื่อแบบนี้”

‘เวรกรรม ดันเป็นภัยกับตัวเองซะได้’ คานาโกะสัมผัสถึงจิตสังหารอันรุนแรงของสุวาโกะจนเย็นสันหลังวาบ

“ต้องรีบจบการต่อสู้นี้ก่อนที่สุวาโกะจะแปรพักตร์ ซานาเอะ!”

“ค่ะ” ซานาเอะตั้งสมาธิสร้างสายลมหมุนรุนแรงขึ้นมาจนเหมือนเชือกล่องหนมัดตัวซุยกะเอาไว้

‘อึก สายลมมันหยุดการเคลื่อนไหวของเรา’ เบื้องหน้าของซุยกะนั้น คานาโกะยกกระจกที่ห้อยคอตนอยู่ขึ้นมาแล้วเริ่มร่ายเวทย์

 

“Mirror of Clarity (กระจกแห่งความกระจ่างแจ้ง)” ลำแสงเจิดจ้าส่องสว่างออกมาจากกระจกเทวะ ขนาดและพลังของมันนั้นไม่ได้ย่อหย่อนไปกว่า Master Spark ของมาริสะเลย อาจจะทรงพลังกว่าด้วยซ้ำเพราะคานาโกะมีเวลาร่ายเวทย์นานพอสมควร

‘ถ้าโดนเข้าไปมีหวังเสร็จแน่’ ซุยกะพยายามจะขยับหลบแต่สายลมของซานาเอะพันธนาการร่างของเธออยู่

‘ตูม!!!’ ลำแสงทำลายล้างแตกออกปะทะเข้ากับสิ่งที่ขวางหน้าจนแตกออกเป็นสายเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวที่ซัดเข้าใส่โขดหิน คานาโกะรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง และเมื่อหมอกควันจางลงทุกสายตาก็ได้รับรู้ว่าการโจมตีของเทพแห่งขุนเขาปะทะเข้ากับอะไร

 

“ยูกิ!” โอนิผมทองยาวรูปร่างสูงใหญ่ยืนอยู่หน้าซุยกะ มือข้างหนึ่งยื่นออกมาด้านหน้าทำหน้าที่ป้องกันการโจมตี

“เดี๋ยวสิ เธอทำอะไรของเธอ” คานาโกะตวาดใส่โอนิที่ควรจะเป็นผู้พิทักษ์ของศาลเจ้าของตน

“การต่อสู้มันส์ๆ แบบนี้จะให้นั่งดูเฉยๆ ได้ยังไงกัน” ยูกิยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มของผู้ที่ได้พบกับเรื่องน่าสนุก นอกจากสุราแล้วก็มีการวิวาทนี่แหละที่เหล่าโอนิโปรดปรานนัก “ไหนๆ เธอก็ให้คนนอกมาช่วยแล้วนี่นนา สองต่อสองแบบนี้ก็ไม่มีใครได้เปรียบใครแล้วล่ะนะ”

“นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้ต่อสู้ร่วมกันอย่างนี้” ซุยกะเดินมายืนข้างยูกิ

“เธออย่ามาถ่วงแขนถ่วงขาฉันก็แล้วกัน”

“หนอย ถ้าอย่างนั้นล่ะก็สุวาโกะ” คานาโกะหันไปหาเทพเจ้าแห่งสุวะอีกองค์

“...” เทพกบแห่งผืนดินและสายน้ำในร่างเด็กสาวชุดม่วง-ขาวเบือนหน้าหนีพลางผิวปากแบบไม่สนใจอะไร มันคือปฏิกิริยาการเมินอย่างสมบูรณ์แบบ

“อึ้ก... นี่ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ”

“ฮึ!”

“ถ้าอย่างนั้นซานาเอะ เธอเองก็เข้ามาร่วมด้วย ไม่ต้องสู้ตามที่ฉันสั่งแล้ว”

“เอ๊ะ! แต่ว่า”

“ไม่มีแต่ เราต้องแสดงพลังของเทพเจ้าแห่งขุนเขาให้พวกโอนิได้ประจักษ์”

“เทพเจ้าแห่งขุนเขางั้นเหรอ หึ~” ยูกิพับแขนเสื้อขึ้นเพื่อความสะดวกในการออกแรง ซุยกะเข้าใจว่าทำไมยูกิถึงหัวเราะออกมา เธอช่วยเสริมคำพูดส่วนที่ขาดไปให้

“นั่นควรจะเป็นสมญานามของทางนี้ต่างหาก รู้หรือเปล่าว่าเราสองคนคือสองในสี่จตุรเทพแห่งขุนเขานะ” ซุยกะเปิดฉากด้วยการถอนขนของตัวเองออกมาเสกเป็นซุยกะจิ๋วหลายสิบตน เป้าหมายแรกที่จะจัดการก็คือซานาเอะ

“ว้าย! ยะ หยุดนะ ฮะๆๆ ฮิๆๆ มะ... มันจั๊กจี๋ ฮะๆๆ” แน่นอนว่าในสภาพนั้นมุโกะแห่งสายลมไม่สามารถต่อสู้ได้ การต่อสู้จึงกลายเป็นสองต่อหนึ่ง แม้แต่เทพเจ้าอย่างคานาโกะเองก็ยังตกที่นั่งลำบากและในที่สุดเธอก็พลาดท่า

“Great Wheel of Pain (กงล้อยักษ์แห่งความเจ็บปวด)” ยูกิปล่อยพลังรูปวงแหวนสีขาวตรงไปที่คานาโกะ มันล้อมรอบร่างของเธอเอาไว้แล้วรัดตัวคานาโกะเข้า ซุยกะมองเห็นช่องว่างก็ลอยตัวขึ้นพร้อมกับหมุนแขนของตนดึงเอาก้อนหินที่อยู่บริเวณรอบๆ มารวมกันที่มือของเธอจนกลายเป็นก้อนใหญ่

“Throwing Mt.Togasuchi (ทุ่มภูเขาโทกาสึจิ)” ก้อนหินที่ใหญ่พอๆ กับร่างของซุยกะถูกขว้างตรงไปที่คานาโกะ ความเร็วของมันไม่ได้มากมายอะไรนักแต่เพราะโดนพันธนาการอยู่เทพงูจึงไม่สามารถหลบไปไหนได้ สุดท้ายก็จำต้องโดนอัดจนร่วงลงมา

“หึๆ เราสองคนชนะแล้ว ตามสัญญาฉันขอยืมตัวยูกิไปล่ะนะ”

“อือ เอาไปเถอะ ผู้พิทักษ์ที่หันมาเล่นงานเทพของตัวเองแบบนั้น”

 

“แต่ว่านะซุยกะ ที่จะให้ฉันไปช่วยสร้างนี่ออกแบบไว้แล้วหรือไง” ยูกิถามมาตามทางที่ลงจากเขา

“เรื่องออกแบบน่ะคงต้องไปขอให้กัปปะช่วย เราสองคนก็แค่ใช้แรงก็พอ”

“แค่สร้างศาลเจ้าแค่นี้เธอคนเดียวก็น่าจะทำได้นี่”

“ไม่หรอก ฉันอยากได้ศาลเจ้าที่ทนทานกว่าเดิมขนาดที่จะไม่พังเพราะโดนใครๆ มาถล่มเอาอีก” โอนิทั้งสองลงมาจนถึงแม่น้ำที่เชิงเขา ซุยกะกลายร่างเป็นหมอกกระจายออกไปเพื่อตามหา ‘คาวาชิโระ นิโตริ’ สุดยอดกัปปะวิศวกรแห่งเกนโซเคียว

“อ๋อ ได้สิ แต่เราต้องได้ความช่วยเหลือจากเทพแห่งขุนเขาด้วยนะ” นั่นทำให้ซุยกะต้องกลับไปพาตัวคานาโกะมาช่วยอีกแรง แล้วการก่อสร้างก็ดำเนินการไปตามที่นิโตริวาแปลนเอาไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างคืบหน้าไปได้ราบรื่นจนกระทั่งแล้วเสร็จซุยกะจึงไปเชิญเจ้าของศาลเจ้ากลับมา ด้วยความช่วยเหลือด้านการออกแบบของนิโตริทำเอาเรย์มุถึงกับจำศาลเจ้าของตนเองไม่ได้

 

“นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!” เรย์มุแหกปากลั่น ศาลเจ้าของเธอตอนนี้มีหลังคาเป็นแบบพีระมิดกลับหัวโดยมีพีระมิดอันเล็กอีกอันตั้งอยู่ด้านบน บนหลังคาซ้ายขวามีเสาอนบาชิระที่ถูกดัดแปลงเป็นปืนใหญ่ติดตั้งอยู่

“ฉันเห็นศาลเจ้าของเรย์มุโดนพังไปสามครั้งแล้วก็เลยคิดว่าน่าจะสร้างให้มันทนทานกว่าเดิมหน่อย”

“ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตัวศาลเจ้าเฟ้ย มันอยู่ที่พวกที่มาถล่มมันต่างหาก”

“น่าๆ ไหนๆ ก็สร้างเสร็จแล้ว ลองเข้าไปอยู่ซักพักเดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ”

“ชินบ้าอะไรเล่า นี่มันศาลเจ้าโลกไหนของเธอห๊า~” เรย์มุโวยวายไม่หยุดแต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะของมันสร้างเสร็จไปแล้ว



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน ตอนที่ 15 : Extra Stage: สามเทพแห่งขุนเขากับการกำเนิดใหม่ของศาลเจ้าฮาคุเรย์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 327 , โพส : 1 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 24
ศาลเจ้าใหม่ ชอบไหมจ้ะ (โดนตามยิง)
PS.  KIG starter ผมคือแฮกเกอร์ที่จะรับทุกข้อมูลแห่งความคิดและแพร่จินตนาการให้ระบาดไปทั่วเน็ตเวิร์ก
Name : bbsaver < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bbsaver [ IP : 125.26.238.247 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2555 / 15:38

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android