คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน

ตอนที่ 14 : ผู้ชนะที่ไม่มีใครคาดคิด


     อัพเดท 30 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิคอื่นๆ
Tags: โทโฮ, Touhou
ผู้แต่ง : SCORPIO KID. ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SCORPIO KID.
My.iD: https://my.dek-d.com/asmodeus
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 17 Overall : 1,965
41 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 22 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน ตอนที่ 14 : ผู้ชนะที่ไม่มีใครคาดคิด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 304 , โพส : 2 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


การวิ่งผ่านหมู่บ้านมนุษย์เป็นไปอย่างเรียบร้อยและสงบสุขดีตามที่ยามะประกาศห้ามเอาไว้ แน่นอนว่ามีแต่คนโง่สุดกู่เท่านั้นที่จะกล้าฝ่าฝืนคำสั่งแล้วเป็นศัตรูกับเอย์กิและเคย์เนะพร้อมกัน

“ตอนนี้ทุกคนพ้นจากเขตหมู่บ้านมนุษย์แล้วค่ะ” อายะและเหล่าเทนกุตากล้องพากันเกาะติดสถานการณ์อย่างไม่คลาดสายตา กล้องทุกตัวจับอยู่ที่กลุ่มผู้เข้าแข่งขันฉายภาพไปยังเรือนนิรันด์โดยมีเหล่าผู้ชมคอยลุ้นตาม ผู้เข้าแข่งขันที่เกาะกลุ่มกันในตอนนี้มีอยู่หนึ่งคนที่แยกตัวออกมา

“อ๊ะ ผู้เข้าแข่งขันรินจู่ๆ ก็เร่งฝีเท้าขึ้นมาค่ะ”

“จะบ้าหรือไง เดี๋ยวก็ไปหมดแรงข้าวต้มตรงบันไดทางขึ้นศาลเจ้าพอดี” มาริสะพูดกับเรย์มุและอลิส โอรินยังคงเร่งฝีเท้าเพื่อทิ้งห่างขึ้นมา เธอไม่ได้ต้องการจะไปถึงเส้นชัยด้วยการเร่งความเร็ว โอรินเองก็รู้ดีว่าถ้าทำแบบนั้นเธอต้องหมดแรงก่อนคนอื่นแน่ๆ เป้าหมายของเธอคือการขึ้นนำคนอื่นไปให้ได้ระยะทางหนึ่งเพื่อใช้ยันต์คาถา

“Needle Moutain of Former Hell (ภูเขาหนามแห่งอดีตนรก)” แท่งหนามแหลมห่อหุ้มด้วยเพลิงนรกแทงทะลุขึ้นมาจากพื้นดินนับไม่ถ้วนจนแทบไม่มีที่ให้วางเท้า คนที่วิ่งตามหลังมาต่างต้องพากันหยุดชะงักก่อนที่จะเจ็บตัว

“โอ้! ผู้เข้าแข่งขันรินใช้หนามขวางผูเข้าแข่งขันคนอื่นเอาไว้ค่ะ แบบนี้กว่ายันต์จะหมดพลังโอรินก็คงวิ่งล่วงหน้าไปไกลแล้ว คนอื่นๆ จะแก้ไขความเสียเปรียบนี้ยังไงคะ” ใช่ นี่คือสิ่งที่โอรินเล็งเอาไว้ ขอเพียงหยุดคนอื่นได้เธอก็สามารถทิ้งห่างไปโดยไม่จำเป็นต้องเร่งฝีเท้าอีก โยวไคกงล้อเพลิงยิ้มยินดีกับชัยชนะของตน อายะพูดถูกที่ว่าเธอสามารถล่วงหน้าไปได้ไกลกว่าที่ยันต์จะหมดพลัง แต่อายะก็พูดถูกอีกเหมือนกันในเรื่องของคู่ปรับฟ้าประทานของเธอ

“Draging Anchor (สมอลากรั้ง)” มุราสะขว้างสมอข้ามทุ่งหนามนรกไปที่โอริน ส่วนโค้งของมันทำหน้าที่เหมือนตะขอยักษ์ที่ล็อคเอวของโอรินไว้ มุราสะดึงโซ่เวทย์ที่ติดอยู่กับสมอสุดกำลังเพื่อไม่ให้โอรินหนีไปได้

“ปละ... ปล่อยนะ”

“ไม่มีทางหรอก” ทั้งคู่ชักเย่อกันไปมา คนอื่นๆ เข้ามาช่วยมุราสะดึงจนสามารถกระชากโอรินลงมายังทุ่งหนามของตัวเองได้

“เหวอ! ปละ... ปลดพลัง” โอรินปลดพลังยันต์ของตนได้เส้นยาแดงผ่าแปด ไม่เช่นนั้นเธอคงโดนเสียบพรุนเป็นรังผึ้งแน่ๆ

“หนามหายไปแล้ว รีบไปกันเร็ว” อลิสวิ่งนำคนอื่นๆ ไป โอรินเองก็รีบลุกขึ้นแล้วออกวิ่งอีกครั้ง แต่แล้วทุกคนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นก้อนน้ำแข็งจำนวนมากถูกยิงขึ้นฟ้าในทิศทางของศาลเจ้าฮาคุเรย์

“น้ำแข็งนั่น หรือว่า!” โดยไม่รีรอ อายะรีบพุ่งตรงไปที่ศาลเจ้าพร้อมตากล้อง สิ่งที่ได้เห็นก็คือแฟรี่น้ำแข็งตัวจ้อยยืนเท้าสะเอวหัวเราะร่าอยู่ที่กล่องบริจาค

“ฮ่าๆๆ เค้ามาถึงเป็นคนแรก เค้าชนะแล้ว”

“ผู้เข้าแข่งขันชิลโน่มาถึงเส้นชัยแล้วค่ะ แบบนี้หมายความว่าการแข่งขันจบลงแล้วหรือเปล่าคะ”

“จะบ้าเหรอ แฟรี่นั่นไม่ได้กลับไปที่เรือนนิรันด์ในตอนพักยกพร้อมกับคนอื่นแต่วิ่งต่อไม่หยุดแบบนี้มันขี้โกงกันนี่นา” มาริสะโวยวาย

“ท่านเอย์กิว่าไงคะ”

“ที่เราให้หยุดการแข่งขันรอบแรกเอาไว้เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่มีใครสามารถออกจากป่าไผ่ไปได้แต่ในเมื่อมีผู้ที่สามารถวิ่งออกมาได้สำเร็จก็ต้องนับว่าการแข่งขันรอบแรกยังไม่จบ การวิ่งของชิลโน่ไม่เป็นโมฆะ”

“ฮะๆๆ เค้าชนะ ทีนี้เค้าจะให้ทุกคนไปหากบมาให้เค้าแช่แข็งเล่นทุกวันเลย”

“แต่ว่านะ ชิลโน่” เอย์กิยังตัดสินไม่จบ “เจ้าวิ่งมาจากเส้นทางไหน”

“เอ๊ะ? เค้าก็วิ่งออกจากป่าไผ่ไปเจอทะเลสาป ต่อจากนั้นก็วิ่งมาเรื่อยๆ ตามที่แฟรี่บอกจนมาถึงที่นี่”

“เรากำหนดเส้นทางเอาไว้แล้วว่าให้วิ่งจากป่าไผ่แห่งการหลงทางไปที่หมู่บ้านมนุษย์แล้วจึงไปตามเส้นทางโยวไคจนถึงศาลเจ้าฮาคุเรย์ ใครที่วิ่งออกนอกเส้นทางจะต้องถูกปรับแพ้”

“หา?”

“ชิลโน่ เจ้าถูกปรับแพ้”

“อะไรนะ!”

“เจ้าถูกปรับแพ้”

“ได้ไงอ้ะ บากะๆๆๆๆๆๆ” ชิลโน่แหกปากลั่น

“จะปล่อยให้ชิลโน่ด่าเธออย่างนี้เหรอ” ยูคาริถามเอย์กิ

“ช่างเถอะ แค่เสียงโวยวายของผู้ที่ไม่ยอมรับคำตัดสิน เราเจอมาเยอะแล้ว ของแค่นี้เราไม่เอามาเป็นอารมณ์หรอก” คำพูดนี้ดูจะไม่น่าเชื่อถือเท่าใดนักเมื่อทุกคนนึกถึงกรณีของเทนชิและสามแฟรี่ขี้แกล้ง

“หมายความว่าการแข่งขันยังไม่จบนะคะ ทุกคนจะยืนเฉยอยู่ทำไมล่ะคะ” อายะบินกลับมาตามติดการแข่งขัน พวกที่ได้สติก็พากันก้าวเท้าต่อไป อายะจ้องมองกลุ่มผู้เข้าแข่งขันด้วยสีหน้าสงสัย ในป่าไผ่กับหมู่บ้านมนุษย์นั้นมีอุปสรรคบดบังทัศนวิสัยเธอจึงไม่ทันสังเกต จนกระทั่งออกมาที่โล่งก่อนถึงเส้นทางโยวไคนี่แหละเธอจึงสามารถมองเห็นผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดได้

‘เอ... เหมือนจะขาดไปคนนึงนะ’ อายะนับจำนวนดู ถึงจะหักชิลโน่, นาซริน, เชน, และอีกสามคนที่หมดสภาพอยู่ในป่าไผ่ออกไปแล้วเธอก็ยังรู้สึกว่ามีผู้เข้าแข่งขันหายไปคนนึงอยู่ดี

“เอ่อ ขอโทษนะคะแต่มีใครหายไประหว่างทางรึเปล่า”

“ทำไมเหรอ” เรย์มุถามกลับไป

“ฉันรู้สึกเหมือนจะขาดไปคนนึงน่ะ” พอได้ยินแบบนี้ทุกคนก็มองดูรอบๆ หน้าที่เห็นก็มีแต่ที่คุ้นๆ ทั้งนั้น แม้แต่คนที่นั่งดูอยู่ในเรือนนิรันด์ก็ไม่รู้สึกว่ามีใครหายไป ทุกคนที่เคยลงแข่งในรอบแรกก็ยังอยู่ทุกคน

“ไม่มีนี่ เธอคิดไปเองมั้ง”

“เหรอคะ” อายะเหาะกลับขึ้นไปบนฟ้า ถึงเรย์มุจะพูดอย่างนั้นแต่เธอก็ยังรู้สึกถึงความผิดปกติอยู่ดี

‘อืม... แปลก... ก็จริงอยู่ว่าทุกคนที่ลงแข่งในรอบที่แล้วต่างก็อยู่ที่นี่แต่ว่า... มันขาดไปคนนึงจริงๆ’ แล้วเรื่องค้างคาใจของเธอก็ได้คำตอบเมื่อคนๆ นั้นแสดงตัว

“Great Oni: Missing Purple Power”

“อายะยะยะยะยะ ใช่แล้วค่ะ ผู้เข้าแข่งขันที่หายไป อิบุกิ ซุยกะค่ะ” เหตุผลที่ไม่มีใครรู้สึกตัวเพราะซุยกะเป็นคนเดียวที่ยังไม่เคยออกวิ่งเลยซักก้าว คนอื่นๆ จึงจดจำได้แต่คนที่เคยต่อสู้ขัดขวางกันเท่านั้น และบัดนี้โอนิตัวจิ๋วก็รู้สึกว่าเธอ ‘ต่อให้’ คนอื่นมากพอแล้ว ด้วยพลังของ Missing Purple Power ทำให้ร่างกายของเธอขยายใหญ่โตขึ้นเท่าภูเขา ป่าไผ่แห่งการหลงทางที่เคยสร้างความลำบากให้คนอื่นๆ สำหรับเธอในตอนนี้แล้วไม่ต่างอะไรกับกอหญ้าที่ไม่สามารถบดบังสายตาเธอได้เลยแม้แต่น้อย

‘ตึง! ตึง! ตึง ทุกย่างก้าวของซุยกะส่งเสียงดังสนั่นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือน ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตขนาดนั้นทำให้ระยะทางหนึ่งช่วงก้าวของเธอมากกว่าคนอื่นนับสิบเท่า เพียงไม่กี่ก้าวซุยกะก็มาถึงหมู่บ้านมนุษย์แล้ว

“เหวอ!!! นะ... นั่นมัน!”

“ชะ... ชูเทนโดจิ” ร่างที่ใหญ่ราวขุนเขาถือน้ำเต้านั้นปลุกความทรงจำเกี่ยวกับโอนิผู้น่าสะพรึงกลัวแห่งขุนเขาขึ้นมาในใจของมนุษย์ ต่างคนต่างพากันหลบอยู่ในมุมมืดในสภาพตัวสั่นเพราะความหวาดกลัว

“ระ... เร็วมากเลยค่ะ แค่แป๊บเดียวผู้เข้าแข่งขันซุยกะก็มาถึงหมู่บ้านมนุษย์แล้ว”

“บ้าน่า มันเร็วเกินไปแล้ว”

“แบบนี้พวกเราแพ้หมดแน่ ซุยกะวิ่งก้าวนึงก็ไปได้ตั้งไกล”

“ใครมันจะไปยอมเล่า อุตส่าห์กัดฟันวิ่งมาจนถึงนี่แล้ว”

ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างเร่งสปีดแบบไม่คิดชีวิต ตอนนี้ไม่มีใครสนใจจะสู้กันอีกแล้ว ทุกคนคิดเหมือนกันหมดว่าต้องไปให้ถึงเส้นชัยก่อนโอนิจิ๋วขี้เมาให้ได้ อันที่จริงความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องแปลกในการแข่งขันแต่การแพ้คนที่ต่อให้เกือบครึ่งทางแบบนี้เหล่าประชากรชาวเกนโซเคียวไม่มีใครยอมรับได้แน่

“โอ้โห ตอนนี้ทุกคนเร่งฝีเท้ากันใหญ่เลยค่ะ คงเห็นว่าสู้กันไปก็เอาชนะไม่ได้ง่ายๆ เลยจะชนะด้วยความเร็วสินะคะ มาดูกันว่าชัยชนะจะหันไปยิ้มให้ใคร”

ถ้าจะพูดว่าการแข่งขันเกนโซเคียวมินิมาราธอนเพิ่งจะเริ่มขึ้น ณ จุดนี้ก็คงจะไม่ผิดนักเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนตัดสินกันด้วยความเร็วของฝีเท้าจริงๆ ในตอนที่ซุยกะวิ่งมาถึงเส้นทางโยวไคนั้นคนอื่นๆ ก็เริ่มวิ่งขึ้นบันไดศาลเจ้าไปแล้ว

“แฮ่ก... แฮ่ก... เรย์มุ... ทำไม... ต้องสร้างบันได... หลายขั้นแบบนี้...”

“อย่าพูดมาก... ขยับขาไป... อย่าขยับปาก... แฮ่ก...”

“ริน... เธอเป็นบ้าหรือไง... เข็นรถ... วิ่งขึ้นมา...” รันหันไปพูดกับโอรินที่เข็นรถเข็นของตนขึ้นบันไดตามมา

“มันคือ... เอกลักษณ์... ของฉัน... ตัวตน... ของฉัน...” น้ำเสียงของทุกคนติดขัด ปากต้องคอยทำหน้าที่สูดเอาอากาศเข้าปอดไปแทนจมูกเพื่อให้เพียงพอต่อการนำไปขยับร่างกาย เส้นทางขึ้นบันไดนับร้อยขั้นนั้นบั่นทอนกำลังไปมากกว่าจุดใดๆ ในการแข่งแต่ก็ไม่มีใครยอมลดความเร็วลง มาถึงขั้นนี้แล้วต้องชนะเท่านั้น ต่อให้ต้องไปนอนสลบหรือขยับตัวไม่ได้กี่วันก็ตามที

“อีกนิดเดียว...” ความหวังของทุกคนเริ่มเฉิดฉายขึ้น โทริอิที่เป็นจุดสิ้นสุดของบันไดอยู่ห่างออกไปไม่มากแล้ว ถัดจากจุดนั้นไปเส้นชัยก็อยู่ตรงหน้า ซุยกะเองตอนนี้ก็ยังอยู่แค่ตีนบันได ต่อให้วิ่งตามขึ้นมาด้วยก้าวยาวๆ ของเธอก็ยังแค่ห้าสิบ-ห้าสิบว่าจะชนะได้

“ใกล้แล้วค่ะ ใกล้เส้นชัยแล้ว เรากำลังจะได้ผู้ชนะแล้ว จะเป็นใครกัน! จะเป็นใครกัน!”

“อุดงเกะ!”

“มุราสะ!”

“รัน!” เหล่านายหญิงต่างส่งเสียงเชียร์บริวารของตน เหลือระยะทางอีกเพียงสิบขั้นบันไดก็จะเข้าสู่ทางลาดสุดท้าย ทุกคนล้วงเอายันต์คาถาออกมาพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย ทันทีที่พ้นจากบันไดการโจมตีที่โค้งสุดท้ายจะเป็นตัวตัดสินทุกสิ่งทุกอย่าง

‘ตูม มีคำกล่าวว่าชิงลงมือก่อนได้เปรียบ ขณะที่ทุกคนตั้งใจว่าจะเปิดฉากเมื่อขึ้นไปถึงบันไดขั้นบนสุดนั้น ซุยกะก็ชกกำปั้นเข้าใส่พื้นใกล้ๆ บันไดอย่างแรงจนพื้นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหวย่อมๆ

‘ตูม หมัดที่สองตามมาติดๆ แรงสั่นสะเทือนที่มากขึ้นส่งผลให้ทุกคนล้มกลิ้งตกจากบันไดลงมา ปล่อยให้โอนิขี้เมาวิ่งข้ามขึ้นไปและ...

‘แปะ’ ปลายนิ้วยักษ์ใหญ่ของซุยกะแตะเข้าที่กล่องบริจาค พร้อมๆ กับคำตัดสินของท่านยามะ

“อิบุกิ ซุยกะเป็นผู้ชนะ”

“...” ทั่วทั้งเกนโซเคียวตกอยู่ในความเงียบ ผู้คนยังคงตกตะลึงกับคำประกาศนั้น หลายคนอยากแย้งแต่ก็ไม่รู้จะแย้งเรื่องอะไร การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเรื่องรูปร่างเอาไว้ ซุยกะก็ไม่ได้ใช้การเคลื่อนไหวที่นอกเหนือจากการวิ่ง และเส้นทางที่เธอใช้ก็ถูกต้องตามกำหนด... เธอชนะการแข่งนี้จริงๆ... แม้จะยอมรับได้ยากอยู่ก็ตาม

“ดะ... ได้ผู้ชนะแล้วค่ะ! อิบุกิ ซุยกะ โอนิที่มาทีหลังแต่สามารถเอาชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่นได้ทั้งหมด ม้ามืดตัวจริงของงานนี้”

“ไม่จริง...” เหล่าผู้แพ้ต่างพากันร่ำไห้ออกมาถ้วนหน้า ส่วนผู้ชนะก็นั่งซดเหล้าจากน้ำเต้าอย่างสบายใจ

“บอกแล้วไง~ โอนิไม่มีทางแพ้ในการประลองกำลังหรอก~”

“ผู้เข้าแข่งขันซุยกะจะเรียกเอารางวัลอะไรจากผู้แพ้คะ” อายะถามเข้าประเด็นสำคัญ โอนิยิ้มกว้างออกมา

“ทุกคนกลับไปเอาเหล้าที่ดีที่สุดมาที่นี่ คืนนี้เราจะจัดงานเลี้ยงกันให้เต็มที่ไปเลย”

 

คืนนั้น ที่ศาลเจ้าซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกสุดของดินแดนเกนโซเคียวได้มีงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่ เหล่ามนุษย์และโยวไคต่างพากันพากันมาร่วมดื่มกินกันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการแข่งขันหรือไม่ก็สามารถเข้าร่วมด้วยได้ เหล้าและงานเลี้ยงที่ครื้นเครงเป็นสิ่งโปรดปรานของโอนิอยู่แล้ว

“โยวมุจัง~ ซาชิมิได้หรือยังเหล้าจะหมดขวดแล้วนะ”

“ค่ะ ท่านยูยูโกะ จะเอาไปให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ”

“ซาคุยะ อาหารยังไม่เสร็จอีกหรือไง”

“มาแล้วค่ะ นายหญิง”

โทษของคนรับใช้ที่ไม่อาจนำชัยชนะมามอบให้กับเจ้านายของตนได้คือการทำอาหารมาเป็นกับแกล้มตลอดงานเลี้ยง ไม่เว้นแม้แต่โยวไคกระต่ายจันทราที่โดนสั่งให้ตำโมจิสำหรับคางุยะและเอย์ริน

“ได้แล้วค่ะ ท่านอาจารย์ องค์หญิง” อุดงเกอินส่งโมจิที่ตำเสร็จใหม่ๆ ให้กับนายทั้งสอง คางุยะรับมาทานไปได้คำเดียวก็ต้องรีบคายทิ้ง

“ทำไมมันเค็มอย่างนี้ล่ะ” เอย์รินได้ยินดังนั้นก็ลองชิมดูบ้าง แล้วเธอก็ต้องรีบคายออกมา

“นี่มันอะไรกันอุดงเกะ ทำไมโมจิถึงได้เค็มแบบนี้”

“เอ๊ะ เป็นไปได้ยังไงกันคะ” อุดงเกอินลองชิมดูบ้างแล้วเธอก็พบว่ามันเค็มมากจริงๆ

“แหวะ โมจิอะไรเค็มปี๋เลย แย่มาก เอาน้ำเกลือมาตำโมจิแบบนี้ได้ยังไง” เทอิโวย

“เดี๋ยวก่อน เทอิ เธอรู้ได้ยังไงว่ามันเค็มเพราะน้ำเกลือ”

“เอ่อ... นั่นสิ ทำไมกันน้า~”

“ฝีมือเธอใช่มั้ย”

“อ่า... แหะๆ ความแตกแล้วเหรอ”

แล้วคนในงานเลี้ยงก็ได้เห็นโยวไคกระต่ายจันทราเอาค้อนตำโมจิไล่ทุบโยวไคกระต่ายโลกไปรอบๆ งาน

“เฮ้อ~ อุตส่าห์กัดฟันวิ่งแทบตาย กลับแพ้ยัยโอนิเปี๊ยกนั่นได้ แล้วนี่มาจัดงานเลี้ยงที่ศาลเจ้าแบบนี้ลำบากฉันเป็นคนเก็บกวาดอีก” เรย์มุบ่นไปพลางกรอกเหล้าลงคอ

‘กริ๊ง’ เสียงโลหะเล็กๆ กระทบกันแผ่วเบาจนแทบจางหายไปกับเสียงเฮฮาแต่ไม่อาจหลุดรอดหูของเรย์มุไปได้ เธอรู้ทันทีว่ามันคือเสียงเหรียญเงินตกกระทบกันที่กล่องรับบริจาค ถ้าแค่นี้ยังฟังไม่ออกเธอก็ไม่ใช่ฮาคุเรย์ เรย์มุแล้ว

“อา... ท่านเทพเจ้าผู้สูงส่งเจ้าขา ได้โปรดประทานมิโกะซักคนมาช่วยฉันซ่อมเรือด้วยเถิด ไม่งั้นฉันคงไม่ได้ดื่มกินอะไรกับเขาแน่ ถ้าท่านตอบรับคำอธิษฐานนี้ฉันจะบริจาคเพิ่มจนเต็มกล่องเลย” โคมาจิภาวนาเสียงดังเหมือนต้องการให้ใครบางคนได้ยิน ที่เธอพูดว่าจะบริจาคให้เต็มกล่องนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเพราะโคมาจิเป็นผู้ที่มีเงิน (ปากผี) มากขนาดเอามาใช้เป็นห่ากระสุนได้

‘โป๊กๆๆ’ ดูเหมือนว่าเทพเจ้าที่ประทับอยู่ที่ศาลเจ้าฮาคุเรย์จะมีเมตตาเอาเสียมากๆ ยังไม่ทันที่โคมาจิจะตบมือสามครั้งเสียงค้อนไม้ตอกตะปูก็ดังขึ้นถี่ยิบ และผู้ที่กำลังทำงานอยู่นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น ฮาคุเรย์ เรย์มุนั่นเอง

‘โป๊ก เสียงที่ดังกว่าปกติและต่างไปจากเสียงตอกไม้นี้คือเสียงของคทาสำนึกผิดที่ถูกฟากลงกลางกบาลของเรย์มุจนฟุบลงกับพื้น

“โค~ มา~ จี่~”

“อะ... อ๊า! กลัวแล้วค่ะท่านชิกิ อ๊า!!!”

“’โป๊ก!”

“ว่าแต่เธอจัดการแข่งขันบ้าๆ บอๆ นี้ขึ้นมาทำไมกัน” มาริสะอดถามยูคาริไม่ได้

“ถ้าคิดว่าบ้าๆ บอๆ แสดงว่าเธอไม่ได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้เลย” ยูคาริยกจอกเหล้าขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะอธิบาย “จากการแข่งขันครั้งนี้เธอรู้สึกอะไรมั่ง เหล่าโยวไคที่เธอเคยเอาชนะได้ง่ายดายมาตอนนี้กลับเล่นเอาเธอหืดขึ้นคอ คิดว่าเพราะอะไรกัน”

“ระ... เรื่องนั้น...”

“บนฟ้าน่ะมีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวได้อิสระ การหลบหลีกการโจมตีเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับเธอกับเรย์มุ แต่ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเธอบินไม่ได้ขึ้นมา คิดว่าจะสามารถเอาชนะเหล่าโยวไคทั้งหลายได้อีกหรือเปล่า”

“อึก...”

“สมมติว่ามีโยวไคที่สามารถควบคุมแรงดึงดูดจนทำให้พวกเธอบินไม่ขึ้นปรากฏตัวออกมาจะเป็นยังไง” ยูคาริยิ้มเล็กๆ “พวกเธอพึ่งพาความสามารถในการบินมากเกินไป การใช้ความสะดวกสบายมันก็ไม่ผิดหรอกนะแต่ถ้ามันกลายเป็นการพึ่งพาแบบขาดไม่ได้ ยามใดที่ขาดมันไปก็ถึงกับสูญเสียประสิทธิภาพไปพร้อมกับมัน นั่นคือพิษภัยที่แฝงมากับสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย ฉันอยากเตือนให้พวกเธอรู้สึกถึงเรื่องนี้ไง”

“แน่ใจเหรอว่าแค่นั้นจริงๆ”

“ครึ่งนึง อีกครึ่งที่เหลือก็แค่อยากหาอะไรสนุกๆ ให้ทุกคนได้ทำร่วมกันเท่านั้นเอง”

“สนุกตายล่ะ เธอรู้หรือเปล่าว่ามันอันตรายแค่ไหน ตอนที่เหม่ยหลิง โยวมุ กับเทอิโดนซุยกะเหยียบจมดินนั่นกว่าจะงัดขึ้นมาได้เล่นเอาลิ้นห้อยกันไปเป็นแถว”

“น่าๆ ที่นี่คือเกนโซเคียว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจนเป็นปกติแล้ว” ยูคาริยิ้มร่า

“จะว่าไปก็ใช่” มาริสะซดเหล้าที่ถืออยู่บ้าง “แต่ก็ยังดีที่ซุยกะเป็นผู้ชนะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องทำตามความปรารถนาพิลึกๆ ล่ะนะ ถึงจะเสียดายนิดๆ ที่รางวัลใหญ่กลับถูกเอามาจัดงานเลี้ยงแบบนี้ก็เถอะ”

“แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนา” ยูคาริดื่มเหล้าอีกจอกหนึ่ง “ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล มาสนุกกันให้เต็มที่เถอะ”

“... ยูคาริ”

“หือ?”

“ถ้าภูติรับใช้ของเธอเป็นฝ่ายชนะ เธอจะขออะไร”

โยวไคแห่งเขตแดนไม่ตอบคำถามนั้น มีเพียงแต่รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เธออาจจะขออะไรที่พลิกประวัติศาสตร์เกนโซเคียว หรืออาจจะไม่ขออะไรเลยก็ได้ ไม่มีใครล่วงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในใจของยูคาริได้

“มาดื่มกันเถอะ แด่ความสำเร็จของการแข่งขันครั้งนี้”



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน ตอนที่ 14 : ผู้ชนะที่ไม่มีใครคาดคิด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 304 , โพส : 2 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 41
ซุยกะฮูเร่ชนะแล้วเรย์มุคือผู้โชคร้ายคนที่ 7
PS.  ก่อนทำคิดก่อนทำ จงนำใจเขาใส่ใจเรา
Name : AnimeLovers < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AnimeLovers [ IP : 110.168.196.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กรกฎาคม 2556 / 13:11
# 1 : ความคิดเห็นที่ 22
อยากรู้จังว่ายูคาริอยากขออะไร (หรือไม่ขอ?)
PS.  KIG starter ผมคือแฮกเกอร์ที่จะรับทุกข้อมูลแห่งความคิดและแพร่จินตนาการให้ระบาดไปทั่วเน็ตเวิร์ก
Name : bbsaver < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bbsaver [ IP : 125.26.242.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤษภาคม 2555 / 16:35

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android