คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน

ตอนที่ 11 : เริ่มต้นใหม่ และ เหล่าโยวไคจากเรือเหาะ


     อัพเดท 8 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิคอื่นๆ
Tags: โทโฮ, Touhou
ผู้แต่ง : SCORPIO KID. ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SCORPIO KID.
My.iD: https://my.dek-d.com/asmodeus
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 17 Overall : 1,965
41 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 22 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน ตอนที่ 11 : เริ่มต้นใหม่ และ เหล่าโยวไคจากเรือเหาะ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 249 , โพส : 3 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


รันกับเชนที่ฟื้นตัวขึ้นมารีบไล่กวดตามหลังโอรินซึ่งวิ่งหนีแบบไม่เหลียวหลัง เมื่อได้อยู่ใกล้นายของตนทำให้เชนมีพลังมากขึ้นกว่าเดิม พอรันพยักหน้าให้สัญญาณเชนก็เรียกยันต์คาถาของตนออกมา

“Flight of Idaten” เชนเปลี่ยนลงไปวิ่งสี่ขา ความเร็วของเธอเพิ่มขึ้นมากจนสามารถไล่ตามรินทัน โยวไคกงล้อเพลิงโยกตัวหลบให้เชนพุ่งผ่านไปทำให้ตัวเธอถูกขนาบหน้าหลังโดยรันและเชน

“เธอกล้าทำร้ายเชนต่อหน้าฉัน อย่าคิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ ล่ะ”

“ใช่ ฉันจะเอาคืนเมื่อกี้ให้คุ้มเลย”

“คะ... ใครจะไปยอม” รินเข็นรถตรงเข้าใส่เชน เนโกะมาตะล้วงเอายันต์คาถาอีกใบออกมา

“Kimontonko” มันคือยันต์ที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับเชน บวกกับที่เธออยู่ใกล้รันทำให้ภูติรับใช้มีพลังมากขึ้น ครั้งนี้เชนสามารถหยุดรถของรินไว้ได้

“ปล่อยนะ” รินพยายามกระชากสุดแรงแต่เชนก็ดึงเอาไว้ เบื้องหลังของโอรินตอนนี้ รันกำลังรวบรวมพลังเวทย์อยู่ สายตาของเธอจับจ้องมาที่โอรินไม่วาง แต่ก่อนที่รันจะได้โจมตี คู่กรณีเก่าของเธอก็วิ่งกลับมาขัดขวางไว้เสียก่อน ดาบของโมมิจิเฉียดปลายผมด้านหน้าของรันไปแบบหวุดหวิดแต่โล่ที่แขนซ้ายนั้นฟาดเข้าใส่ใบหน้าของจิ้งจอกเก้าหางจนเซกลับไปด้านหลัง

“แสบมากนะยัยจิ้งจอก คิดจะหลอกให้ฉันวิ่งไปทางอื่นงั้นเหรอ ก็ตงิดๆ อยู่แล้วว่าทำไมศาลเจ้าฮาคุเรย์ถึงตั้งอยู่บนยอดเขา ที่แท้นั่นมันเป็นศาลเจ้าของเทพยาซากะต่างหาก”

“เชอะ ดูออกแล้วเหรอ”

“แน่นอน ศาลเจ้านั่นตั้งอยู่ใกล้ยอดเขาโยวไคที่ฉันคอยลาดตระเวนอยู่ตลอด ทำไมฉันจะดูไม่ออก”

“ถ้าอย่างนั้นเธอก็น่าจะดูออกตั้งแต่แรกแล้วสิ ทำไมถึงยังวิ่งไปทางนั้นอีกล่ะ” คำถามของรันแทงใจดำของโมมิจิจนน่าเสีย

“กะ... ก็ฉันไม่เคยออกจากภูเขาซักครั้งแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าภูเขาโยวไคเวลามองจากข้างนอกเป็นยังไง”

“แน่ใจเหรอว่าเป็นเพราะแบบนั้น”

“หนวกหู” โมมิจิตรงเข้าเล่นงานรัน นั่นทำให้เชนต้องเผชิญหน้ากับโอรินโดยลำพังอีกครั้ง

“เอ้า ว่าไงล่ะ ยันต์คาถาใกล้หมดพลังแล้วสินะ” รินยิ้มเยาะ เธอค่อยๆ ดันร่างของเชนถอยหลังไปทีละนิดๆ จนพื้นดินเป็นรอยจากการถูกเท้าของเชนลากไป

“คราวนี้ฉันไม่ยอมปล่อยเธอไปแน่” โมมิจิวาดดาบไปมาใส่รันที่ได้แต่ถอยหนี ก่อนที่การต่อสู้ที่เคยยุติไปกลับมาเริ่มยกที่สองอีกครั้ง แต่ก่อนที่ทั้งสองคู่จะรู้ผลกันก็มีฝ่ายที่สามสอดเข้ามาแทรก

“Master Spark!!!” ลำแสงเวทย์มนต์ขนาดมหึมาพุ่งตรงมายังโยวไคทั้งสี่ รินรีบยกรถเข็นขึ้นป้องกันโดยมีเชนแอบมาหลบอยู่ด้วย ส่วนรันกับโมมิจิก็ใช้พลังเวทย์กับโล่ของตนขึ้นป้องกัน

“ชิ นึกว่าจะเก็บทีเดียวหมดได้เสียอีก” ร่างของจอมเวทย์ขาวดำปรากฏออกมาจากเงาของป่าไผ่ ในมือของเธอถือเตาแปดวิถีย่อส่วนที่ยังคงปล่อยควันคลุ้งออกมาหลังจากเพิ่งผ่านการใช้งานมาหมาดๆ

“คิริซาเมะ มาริสะ รันเอ่ยชื่อของผู้ที่เล่นงานเธอเมื่อครู่

“บอกแล้วไงว่าถ้าจะลอบโจมตีล่ะก็ใช้ตุ๊กตาของฉันดีกว่า” อลิสเดินตามหลังมาคู่กับเรย์มุ

“จะว่าไป พวกที่ยังวิ่งได้อยู่ก็เหลือแค่เจ็ดคนนี้เท่านั้นสินะ”

“ใช่ และถ้ากำจัดโยวไคสี่ตัวข้างหน้านี้ได้ก็จะเหลือแต่พวกเราสามคนเท่านั้น” มาริสะพูดออกมาแบบไม่ปิดบัง

“มันก็จริง แต่ในทางกลับกันพวกฉันก็ใช้วิธีเดียวกันได้ โมมิจิ โอริน พวกเราสงบศึกกันชั่วคราวก่อน ตอนนี้เราร่วมมือกันจัดการสามคนนี้”

“เอางั้นก็ได้ เมื่อกี้ยัยขาวดำก็เล็งฉันด้วย ก็ถือว่าประกาศสงครามไปเลยละกัน” โมมิจิเดินมายืนข้างรันกับเชน

“เธอล่ะ โอริน”

“อืม... สี่ต่อสามเหรอ”

“เฮอะ ต่อให้มีมากกว่าแล้วไง พวกเธอเคยแพ้ฉันมาหมดแล้ว จำไม่ได้เหรอ” เรย์มุล้วงเอายันต์คาถาออกมาพร้อมกับยกไม้ปัดรังควานขึ้นตั้งท่า

“แต่ตอนนี้มันต่างกัน ครั้งนี้พวกเธอบินไม่ได้ เคลื่อนที่ชั่วพริบตาก็ไม่ได้ คิดว่าจะชนะได้อีกหรือไง ว่าไงโอริน” รันถามหาคำตอบจากริน

“นั่นสินะ ถ้าสี่ต่อสามพวกเราโยวไคคงชนะได้ไม่ยาก แต่ถ้าเกิดเป็นสามต่อสามคงสู้กันยืดเยื้อแน่”

“ก็ใช่ ฉันถึงขอให้เธอมาช่วยไงล่ะ”

“อืม... ไม่ล่ะ สู้กันแฟร์ๆ ดีกว่า ไปล่ะ” รินแกล้งเนียนเข็นรถจากไป แผนของเธอคือการหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว ปล่อยให้ทั้งหกคนสู้กันไปเรื่อยๆ แต่ทว่า...

“ใครมันจะไปหลงกลหล่อนยะ”

“กรี๊ด!!!” คราวนี้รินได้เข็นรถหนีของจริงแล้ว การที่เธอแยกตัวออกมาแทนที่จะทำให้การต่อสู้เป็นสามต่อสาม กลับกลายเป็นหกต่อหนึ่ง... และแน่นอนว่าเธออยู่ข้างที่มีหนึ่งคน

“มุโซ ฟูอิน”

“Earth Light Ray”

“Fox-Tanuki Youkai Laser”

“Pheonix Spread Wings”

“ทะ... ทีละอย่างซิ... กรี๊ด!!!” รินวิ่งหนีตายสุดฝีเท้า เธอวิ่งแบบไม่สนใจว่าจะมีอะไรอยู่ข้างหน้า ในตอนนี้ไม่มีอะไรหยุดเธอได้อีกแล้ว... ยกเว้นเพียงอย่างเดียวนั้นที่ไม่ได้หยุดแค่โอรินแต่หยุดทั้งหกคนที่ไล่ตามมาด้วย

“บะ... บ้าน่า...”

“ไม่จริง...”

“นี่มัน...”

ทุกคนต่างหยุดตะลึงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า อาคารทรงโบราณกลางป่าไผ่ล้อมรอบด้วยรั้วไม้ ด้านในมียมทูตผมแดงกำลังต่อเรือทั้งน้ำตาอยู่ในสวน มันจะเป็นที่อื่นไปไม่ได้นอกจาก...

“เรือนนิรันด์” เรย์มุเอ่ยชื่อสถานที่นั้นออกมา

“ทำไม... ก็พวกเราวิ่งไปตั้งไกลแล้วนี่นา” อลิสทำท่าเหมือนจะหมดแรง

“อายะยะยะยะยะ เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย ทำไมทุกคนถึงวิ่งกลับมาที่เรือนนิรันด์กันหมดเลยคะ”

“เรื่องนี้อธิบายได้ง่ายๆ” เอย์รินขอยืมไมโครโฟนจากเอย์กิเพื่อเฉลยเรื่องราว “สถานที่แข่งขันคือป่าไผ่แห่งการหลงทาง ลำพังแค่เดินธรรมดาก็สามารถหลงทิศได้ง่ายๆ อยู่แล้ว นี่พวกเธอเล่นวิ่งไปสู้กันไป ไม่แปลกที่จะหลงทางจนกลับมาที่เดิมนี่”

“ไม่จริง” ทั้งเจ็ดคนทรุดลงไปกองกับพื้น การวิ่งนั้นบั่นทอนกำลังกายส่วนผลลัพธ์ที่ว่ายังคงกลับมาท่เดิมนั้นบั่นทอนกำลังใจ นั่นทำให้ทั้งหมดต่างไร้ซึ่งพลังจะหยัดยืนไหว

“เอ๋ แบบนี้แปลว่าจะไม่มีใครไปถึงเส้นชัยได้เหรอคะ” อายะบินมาสัมภาษณ์เอย์ริน

“ถ้าตอนนี้ล่ะก็ใช่ แต่อีกซักพักก็ไม่แน่” เอย์รินพูดแบบมีเลศนัย “ป่านนี้น่าจะขยับตัวไหวแล้วมั้ง”

“ขยับตัวไหว?”

“หึ ยานั่นไม่ได้ทำให้บาดเจ็บสาหัสอะไร แค่หมดแรงไปชั่วคราวเท่านั้น”

“อ๊ะ หรือว่าจะหมายถึงผู้เข้าแข่งขันอุดงเกอิน” การคาดเดาของอายะถูกต้อง ตอนนี้บนจอฉายภาพที่อุดงเกอินค่อยๆ ลุกขึ้นมาอย่างยากเย็น เธอค่อยๆ เกาะต้นไผ่พยุงตัวขึ้นมาจนทรงตัวได้แล้วจึงออกเดินโซซัดโซเซไปตามเส้นทาง

“นั่นแหละ อุดงเกะรู้เส้นทางในป่านี้ดีย่อมไม่มีวันหลงทางแน่ แถมตอนนี้ไม่มีใครขวางแล้วด้วย ชัยชนะเป็นของเราแน่ๆ” อัจฉริยะชาวจันทรายิ้มย่อง ตอนนี้สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่จอภาพเพื่อลุ้นว่าอุดงเกอินจะเป็นผู้ชนะจริงหรือไม่

“แฮ่ก... แฮ่ก... ต้อง... ไป... ทางนี้...”

‘ผลุบ

“ว้าย

“อุดงเกะ ดูเหมือนว่ากับดักของกระต่ายจอมแสบจะอยู่เหนือความคาดหมายของเอย์ริน อุดงเกอินร่วงลงไปอยู่ก้นหลุมพรางที่เทอิขุดเอาไว้ ความที่เรี่ยวแรงยังไม่กลับมาเต็มที่นักทำให้ตอนนี้เธอไม่สามารถกลับขึ้นมาได้อีกแล้ว

“อ๊ารา~ เท่านี้ก็จบสิ้นกันแล้ว” ยูยูโกะใช้พัดปิดปากเพื่อซ่อนอาการหัวเราะของตน

“แบบนี้ก็แข่งกันไม่จบซักทีสิ ไม่เอาแล้ว เลิกๆๆ” เรย์มุโวยวาย

“ไม่ได้ เมื่อเริ่มต้นแล้วก็ต้องทำต่อไปจนจบ” เอย์กิประกาศลั่นเรือน

“แล้วจะให้ทำยังไง ขืนวิ่งไปอีกมีหวังหลงทางกลับมาที่เดิมจนได้”

“...” เอย์กิหลับตานิ่งเพื่อใช้ความคิด พักหนึ่งเธอก็ประกาศออกมา “ให้ทุกคนกลับมาที่นี่ เราให้เวลาพักจนกว่าจะเริ่มแข่งขันใหม่ ใครที่ประสงค์จะแข่งต่อให้กลับมาให้ทันเวลา คนที่ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้วอนุญาตให้กลับเข้าร่วมอีกครั้งได้”

“หา?”

“เทนกุ มาหาเราซิ” เอย์กิเรียกอายะมากระซิบสั่งการ อายะพยักหน้ารับแล้วเหินขึ้นไปบนท้องฟ้า

“เดี๋ยวสิ จะให้แข่งแบบเดิมอีกเหรอ เดี๋ยวก็พากันหลงทางกันอีก” มาริสะโต้แย้ง

“ไม่หรอก ครั้งนี้เราจะให้มีสิ่งนำทาง”

“โอ้ ท่านยามะมีความคิดอะไรดีๆ หรือ” ยูคาริเอ่ยถาม

“ยูคาริ เจ้าเคยใช้พลังแบ่งเขตแดนระหว่างกลางวันกลางคืน ทำให้สถานที่หนึ่งมีทั้งสองเวลาใช่มั้ย”

“อ๋อ ตอนงานเลี้ยงนั่นสินะ” ยูคาริจำได้ว่าเธอเคยทำแบบนั้นโดยตัดแบ่งเขตแดนที่ศาลเจ้าฮาคุเรย์ทำให้ครึ่งซีกซ้ายอยู่ในเวลากลางวันส่วนครึ่งซีกขวาอยู่ในเวลากลางคืน

“ใช่ เจ้าทำแบบนั้นอีกได้หรือเปล่า ครั้งนี้ให้บริเวณป่าไผ่ทั้งหมดไปจนถึงเขตหมู่บ้านมนุษย์เป็นกลางคืน”

“ก็ได้อยู่หรอก แต่ท่านจะทำอะไรกับมัน”

“เราจะใช้แสงสว่างเป็นเครื่องนำทาง” เอย์กิเผยความคิดของตน

“แสง?” เรย์มุทำหน้างง เรื่องใช้ความคิดนี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่เธอไม่ถนัดนัก

“ถูกต้อง แสงสว่างจะพุ่งเป็นเส้นตรงเสมอไม่ว่าภูมิประเทศจะเป็นอย่างไร หากเราใช้แสงส่องจากเรือนนิรันด์ไปยังหมู่บ้านมนุษย์แล้วพวกเจ้าวิ่งตามแสงไปก็จะไม่หลงทางอีก”

“มันก็จริง แต่จะใช้อะไรเป็นตัวส่องแสง” อลิสนึกถึงอุปกรณ์ที่จะมาทำหน้าที่นี้ไม่ออก

“เดี๋ยวก็รู้ ระหว่างที่รอก็พักผ่อนเสีย” เอย์กิตัดบทเท่านั้น ทั้งเจ็ดคนไม่มีทางเลือกนอกจากกลับไปนั่งดื่มชาคลายเหนื่อยในเรือน คนที่บาดเจ็บต่างก็พากันลากสังขารกลับมา เวลาผ่านไปพักหนึ่งเรือนนิรันด์ก็ถูกบดบังด้วยเงาขนาดใหญ่

“อะไรกันยูคาริ ลงมือแล้วเหรอ” เรย์มุมองออกไปข้างนอก

“เปล่านะ ไม่ใช่ฝีมือฉัน”

“อ้าว? ถ้าอย่างนั้น... หรือว่า...” เธอสังเกตว่าเงานั้นเคลื่อนผ่านไปทางด้านหลัง เหตุการณ์นี้ทำให้เรย์มุรู้สึกคุ้นๆ ขึ้นมา แล้วมันก็เป็นจริงเมื่อเรือลำมหึมาค่อยๆ ลอยลงมาเรื่อยๆ ร่างของโยวไคทั้งสี่เหาะลงมาจากเรือนั้น

“ใช่จริงๆ เซย์เรนเซน”

“สวัสดีจ้ะทุกคน” นักบวชชุดดำยาวผู้มีผมสีม่วง – ทองเอ่ยทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ เธอคือ ‘ฮิจิริ เบียคุเรน’ นักบวชหญิงผู้ศรัทธาในศาสนาพุทธและใฝ่ฝันถึงโลกแห่งสันติที่เหล่ามนุษย์และโยวไคอยู่ร่วมกันได้

“เธอคือนักบวชที่ถูกผนึกไว้ในมาไค (โลกมาร) ไม่ใช่เหรอ มาที่นี่ทำไม”

“แหม อย่าตัดรอนกันอย่างนั้นสิ” ฮิจิริยิ้มให้กับเรย์มุ “ฉันได้ยินเรื่องจากเทนกุแล้ว ท่านยามะขอให้ฉันมาช่วยในการแข่งขันครั้งนี้น่ะ”

“ช่วย? ยังไง?”

“ถ้าใช้เจดีย์แห่งเวสสุวรรณของ ‘โทร่ามารุ โชว’ ก็สามารถส่องแสงนำทางได้” เอย์กิเฉลย

“อ๋อ”

“ท่านยามะ พวกเราลงแข่งด้วยได้หรือเปล่า” หญิงสาวในชุดกะลาสีขาสั้นสีขาว สะพายสมอเรือไว้ที่หลังก้าวเข้ามาถามเอย์กิ

“ได้ รอบนี้เราถือว่าเริ่มต้นใหม่หมด คนที่มาใหม่เราอนุญาตให้เข้าร่วมได้”

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะลงแข่งด้วย”

“มุราสะ!” ฮิจิริทำหน้าประหลาดใจกับคำพูดนั้น

“ของรางวัลคือการสั่งให้ผู้แพ้ทำอะไรก็ได้ ถ้าชนะเราจะยกรางวัลนั้นให้ท่าน แบบนั้นโลกในอุดมคติของท่านน่าจะเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น” ‘มินามิทสึ มุราสะ’ กัปตันเรือเซย์เรนเซนแจ้งความประสงค์ของตน

“อ๊ะ ถ้าอย่างนั้นฉันลงแข่งด้วย” โยวไคหนู ‘นาซริน’ เสนอตัว

“โห เธอทำยังไงพวกนี้ถึงยอมทำเพื่อเธอด้วยความเต็มใจแบบนี้” ยูคาริถามพลางชายตามองรัน

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่เคยช่วยเหลือพวกเขามาก่อนและยอมรับพวกเขามากกว่ามนุษย์คนอื่นเท่านั้นเอง”

“ใช่ และนั่นก็ทำให้เธอโดนจับไปขังในมาไค” เรย์มุขัดคอ “ยังไงฉันก็ยังยืนยันคำเดิมนะว่ามนุษย์กับโยวไคไมมีทางอยู่ร่วมกันได้เพราะโยวไคเป็นพวกที่เห็นมนุษย์เป็นเหยื่อ”

“ไม่หรอก แม้จะเกิดมาเป็นโยวไคแต่หากมีใจฝักใฝ่ในพระธรรมแล้วก็สามารถบรรลุมรรคผลได้ ถ้าขจัดอคติออกไปจากใจเสียเราจะสามารถมองดูโลกด้วยใจเป็นธรรมได้นะ” ฮิจิริเอ่ยคำสอน “สิ่งนี้มีกล่าวไว้ในคำสอนของพระพุทธองค์ เธอจะลองศึกษาดูหรือเปล่า”

“หึ อย่าเสียเวลาเลย สายเลือดของฉันทำให้ฉันมองโยวไคด้วยอคติแบบนี้”

“อย่ายอมแพ้ต่อชาติกำเนิดสิ พระพุทธองค์เคยสอนไว้ แม้จะเลือกเกิดไม่ได้แต่สามารถเลือกเป็นได้”

“ช่างเหอะ” เรย์มุเดินหนีไปอีกทาง

“เอย์ริน เราอยากขึ้นไปดูบนเรือลำนั้น” คางุยะกล่าวกับคนสนิทของตน

“เรื่องนั้นคงต้องขอเจ้าของที่ก่อนล่ะเพคะ” เอย์รินเดินไปหาฮิจิริ “องค์หญิงอยากจะขอขึ้นไปชมบนเรือเหาะของเธอหน่อย”

“ได้สิ เชิญเลย ‘วัด’ ของเราต้อนรับทั้งมนุษย์และโยวไคนั่นแหละ” ฮิจิริเหาะนำทุกคนขึ้นไปที่เรือซึ่งลอยอยู่เหนือเรือนนิรันด์ เหล่าผู้ชมที่กำลังรอการแข่งรอบต่อไปก็เหาะตามขึ้นไปด้วย แม้แต่เรมิเลียก็ยังลงทุนกางร่มขึ้นไป เมื่อขึ้นมาถึงที่หมายทุกคนก็เข้าใจว่าทำไมเบียคุเรนจึงใช้คำว่า ‘วัด’

“ว้าว มีวัดตั้งอยู่บนเรือด้วย” คางุยะทำหน้าตื่นเต้น

“วัดเมียวเรนน่ะจ้ะ ตั้งชื่อตามน้องชายของฉันที่เป็นนักบวช”

“มีระฆังใบใหญ่ด้วย เอาไว้ทำอะไรกัน”

“อ๋อ นั่นเราเอาไว้ตีในวันปีใหม่ ในวันสุดท้ายของปีเราจะตีหนึ่งร้อยเจ็ดครั้งแล้วตีครั้งที่หนึ่งร้อยแปดในวันขึ้นปีใหม่”

“ทำไมต้องร้อยแปดครั้ง หนวกหูจะตายชัก” เรมิเลียถาม

“เพื่อให้ครอบคลุมถึงกิเลสร้อยแปดประการไง”

“เหรอ มีอะไรบ้าง” คราวนี้เธอแกล้งลองภูมิ

“รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และจิตใจ หกประการนี้แบ่งออกเป็นดี ชั่ว และกลาง รวมเป็นสิบแปด สิบแปดประการนั้นยังมีบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์รวมเป็นสามสิบหก และยังแบ่งเป็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ทั้งหมดจึงเป็นร้อยแปดประการ”

“โห นี่ก็เอามาจากคำสอนงั้นเหรอ”

“อันนี้เอามาจาก wiki**dia จ้ะ” ฮิจิริยิ้มแบบไร้เดียงสา ปล่อยให้คนอื่นยืนงุนงงกับคำตอบนั้น

“บันทึกอะไรชื่อประหลาด”

“เราขอเข้าไปดูข้างในได้หรือเปล่า”

“เอาสิ ตามสบายเลย” แล้วทุกคนก็พากันเดินสำรวจรอบวัดจนกระทั่งอายะมาตาม

“จะได้เวลาแข่งแล้วนะ”

“เอาล่ะ การแข่งขันรอบที่สองจะเริ่มขึ้นแล้ว ใครที่อยากแข่งให้ไปประจำที่หน้าเรือนนิรันด์เหมือนเดิม”

“เอ่อ ท่านชิกิขา” โคมาจิเดินเข้ามาหานายของตน “ที่ว่าคนที่ที่ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้วก็ลงแข่งได้นี่...”

“อ้าว โคมาจินี่เอง ซ่อมเรือเสร็จแล้วเหรอ หรือเปลี่ยนใจอยากจะว่ายน้ำแล้ว” หลังจากนั้นเสียงค้อนตอกกับไม้ก็ดังขึ้นปนกับเสียงร้องไห้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนเสียงร้องไห้จะดังกว่าเดิมมาก

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ลงมือล่ะนะ” ยูคาริเดินออกไปนอกเรือนแล้วใช้พลังของตนสร้างเขตแดนแห่งราตรีขึ้นมาครอบคลุมป่าไผ่ไปจนถึงหมู่บ้านมนุษย์

“ว้าว พระจันทร์เต็มดวงสวยจังเลย โยวมุจัง ขอเหล้ากับขนมดังโกะหน่อยสิ”

“ท่านยูยูโกะคะ ฉันต้องลงแข่งแล้วนะคะ”

“แหม

“โชว ฝากด้วยนะ” ฮิจิริหันไปหาลูกศิษย์ของตน โยวไคเสือ ‘โทร่ามารุ โชว’

“จะดีเหรอคะท่านอาจารย์ เอาเจดีย์วิเศษมาเล่นแบบนี้” หญิงสาวในชุดนักบวชสีส้มคลุมด้วยผ้าพันเอวลายเสือถามกลับมา

“ดีสิจ๊ะ ดูสิ ตอนนี้มนุษย์กับโยวไคกำลังร่วมกันแข่งขัน ไม่คิดว่ามันเป็นก้าวแรกของการนำไปสู่การอยู่ร่วมกันได้เหรอ”

‘ไม่มีทางค่ะ เผลอๆ มันจะได้ผลตรงกันข้ามด้วยซ้ำ’ แต่โยวไคผู้เคยไปฝึกฝนกับเทพบิชามอนเทนก็ได้แต่เก็บความคิดของตนเอาไว้ เธอเหาะขึ้นไปยืนอยู่บนหลังคาเรือนนิรันด์แล้วชูเจดีย์ขนาดเล็กที่อยู่ในมือขวาขึ้น

“เจดีย์แห่งท้าวเวสสุวรรณซึ่งสาดแสงแห่งธรรมะเอ๋ย จงส่องนำทางในความมืดมิดนี้” ลำแสงสีเหลืองทองพุ่งออกจากเจดีย์ตรงไปยังหมู่บ้านมนุษย์ เหล่าผู้เข้าแข่งขันต่างจ้องมองลำแสงที่เป็นเหมือนป้ายบอกทางนี่

“ถ้าอย่างนั้นจะเริ่มกันแล้วนะคะ อ้าว ผู้เข้าแข่งขันนาซรินเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ท่าทางไม่ดีเลย”

“ไม่รู้สิ เสียวสันหลังวูบแปลกๆ”

“ไหวนะคะ”

“อืม”

“ถ้าอย่างนั้นก็...” อายะพยักหน้ากับอุทสึโฮะ

“เตรียมตัว... ระวัง... ไป

“แง้ว

“กรี๊ด!!!”

“เชน! เชน! กลับมานี่นะ” น่าเสียดายที่เสียงเรียกของรันไปไม่ถึง ตอนนี้เชนไล่กวดนาซรินหายลับไปในความมืดของป่าไผ่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้โยวไคหนูเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าอาการขนลุกซู่ในตอนเริ่มนั้นเกิดจากอะไร

“ก็เป็นหนูกับแมวนี่นะ” คนอื่นพากันส่ายหน้าหน่ายๆ ก่อนจะออกวิ่งอีกครั้ง



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน ตอนที่ 11 : เริ่มต้นใหม่ และ เหล่าโยวไคจากเรือเหาะ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 249 , โพส : 3 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 38
ซุยกะล่ะแล้วซิลโน่ล่ะ
PS.  ก่อนทำคิดก่อนทำ จงนำใจเขาใส่ใจเรา
Name : AnimeLovers < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AnimeLovers [ IP : 110.168.196.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กรกฎาคม 2556 / 12:54
# 2 : ความคิดเห็นที่ 16
 ฮิจิริ - อันนี้เอามาจากวิกิพีเดียจ้า
คนอื่น - บันทึกอะไรชื่อประหลาดชะมัด

ฮ่ากลิ้ง มันคือสารานุกรมเสรีบนโลกอินเตอร์เน็ตของโลกภายนอกไงจ้ะ ฮ่าๆๆๆ (โดนมาสเตอร์สปาร์คเต็มๆ)

PS.  KIG starter ผมคือแฮกเกอร์ที่จะรับทุกข้อมูลแห่งความคิดและแพร่จินตนาการให้ระบาดไปทั่วเน็ตเวิร์ก
Name : bbsaver < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bbsaver [ IP : 125.26.234.44 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2555 / 19:51
# 1 : ความคิดเห็นที่ 9
แข่งกันแทบตาย สุดท้ายก็กลับมาเริ่มใหม่
แต่ถึงจะได้เริ่มใหม่ก็รู้สึกว่าโคมาจิยังคงต้องซ่อม(หรือสร้าง?)เรือต่อไป....

ปล.หนูกับแมว.........
PS.  ...หากไร้ซึ่งความทุกข์คนเราจะรับรู้ถึงความสุขได้อย่างไร...
Name : kaisajang < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kaisajang [ IP : 1.4.152.139 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2555 / 21:33
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android