คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน

ตอนที่ 1 : ปากเป็นเหตุ


     อัพเดท 11 มี.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิคอื่นๆ
Tags: โทโฮ, Touhou
ผู้แต่ง : SCORPIO KID. ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SCORPIO KID.
My.iD: https://my.dek-d.com/asmodeus
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 17 Overall : 1,965
41 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 22 คน ]

[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน ตอนที่ 1 : ปากเป็นเหตุ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 372 , โพส : 3 , Rating : 0% / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


‘เกนโซเคียว’ ดินแดนที่ถูกแยกจากโลกภายนอกไปอยู่อีกมิติหนึ่งโดยมหาเขตแดน มนุษย์ที่อาศัยอยู่นอกเกนโซเคียวไม่อาจเดินทางมายังที่แห่งนี้ได้เฉกเช่นเดียวกับที่เหล่าผู้อยู่อาศัยในเกนโซเคียวเองก็มิอาจข้ามออกไปได้เช่นกัน ในดินแดนลี้ลับที่เสมือนกับแดนเทพนิยายแห่งนี้มีศาลเจ้าแบบชินโตแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่สุดเขตแดนฝั่งตะวันออก ศาลเจ้าฮาคุเรย์ซึ่งเป็นที่อยู่ของมิโกะนามว่า ‘ฮาคุเรย์ เรย์มุ’ ในฐานะผู้สืบทอดสายเลือดแห่งตระกูลฮาคุเรย์เธอจึงเป็นผู้รับสืบทอดหน้าที่ในการดูแลความสงบและสมดุลของเกนโซเคียวรวมไปถึงต้องคอยดูแลมหาเขตแดนไม่ให้พังทลายด้วย

“เฮ้อ~ กวาดแล้วก็ร่วงลงมาอีก แล้วเมื่อไหร่จะกวาดหมดซักทีล่ะเนี่ย” มิโกะผมดำสั้นผูกริบบิ้นผ้าสีแดงยืนทอดหายใจอยู่หน้ากองใบไม้ร่วงที่ถูกกวาดมารวมกัน แขนเสื้อสีขาวยาวถึงข้อมือถูกใช้เช็ดเหงื่อต่างผ้าเช็ดหน้า ตอนนี้เรย์มุกำลังทำหน้าที่หลักของเธอคือการกวาดใบไม้รอบๆ ศาลเจ้า ส่วนเรื่องการจัดการกับเหตุวิบัตินั้นเป็นเพียงแค่งานอดิเรกน่าเบื่อหน่ายเท่านั้นเอง

“พอแล้ว รอให้มันร่วงให้หมดแล้วค่อยกวาดทีเดียวดีกว่า” มิโกะชุดแดงถือไม้กวาดเดินกลับไปเก็บที่ศาลเจ้าก่อนจะออกมานั่งทอดหุ่ยอยู่ด้านนอกพร้อมกับน้ำชาร้อนๆ หนึ่งถ้วย นี่ก็เป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของนักบวชหญิงที่เธอต้องทำอยู่ทุกวันไม่ขาดเช่นกัน

“โย่! เรย์มุ ทำไมมานั่งทำหน้าซังกะตายแบบนั้น” เสียงทักทายจากท้องฟ้านั้นเรียกให้เรย์มุแหงนหน้าขึ้นไปดู แม่มดสาวในชุดกระโปรงยาวสีดำคลุมทับด้วยผ้ากันเปื้อนแบบคาดเอวสีขาวบังคับไม้กวาดของตนให้ร่อนลงตรงหน้าเรย์มุอย่างชำนาญ

“ไง มาริสะ วันนี้จะมารบกวนอะไรฉันอีกล่ะ”

“อะไรกัน พูดอย่างกับว่าฉันเป็นตัวน่ารำคาญอย่างนั้น” ‘คิริซาเมะ มาริสะ’ เดินไปนั่งข้างเรย์มุ “ขอชาซักถ้วยสิ”

“เอ้า” มิโกะขาวแดงรินออกมาให้แบบไม่เต็มใจนัก

“ไม่มีของว่างกินกับน้ำชาเลยเหรอ”

“ไม่มี”

“อะไรกัน น่าเบื่อชะมัด” ถึงจะบ่นแต่จอมเวทย์ขาวดำก็ยังยกถ้วยชาขึ้นซด “อ้อ มื้อเย็นนี้เธอมีอะไรกินบ้าง”

“นี่เธอยังจะบอกว่าไม่ได้มารบกวนอีกเหรอ”

“น่าๆ ที่นี่เป็นศาลเจ้านะแล้วเธอก็เป็นมิโกะ มันเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องช่วยเหลือผู้อื่นไม่ใช่หรือไง”

“ฉันช่วยมาตั้งกี่ครั้งๆ แล้ว ทั้งตอนที่ยัยแวมไพร์นั่นสร้างหมอกแดงขึ้นปกคลุมทั่วท้องฟ้า ทั้งตอนที่ราชินีแห่งปรโลกขโมยเอาฤดูใบไม้ผลิไป หรือตอนที่พวกชาวจันทราทำให้เกนโซเคียวตกอยู่ในความมืดตลอดเวลาอีก เฮ้อ เรย์มุถอนหายใจพลางหันไปมองกล่องใส่เงินบริจาคที่ไม่เคยมีเหรียญอยู่ในนั้นซักครั้ง “ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้างนะ”

“หมายถึงเงินเหรอ คนเป็นมิโกะไม่น่าพูดแบบนั้นนา”

“ก็ไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไรหรอกแต่มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอที่ศาลเจ้าไม่มีใครมาบริจาคเงินเลย”

“สงสัยพวกเขาคงลืมเธอไปแล้วมั้ง วันๆ เล่นเอาแต่นั่งขี้เกียจอยู่ที่ศาลเจ้านี่... โว่ๆๆ อย่าชี้เข็มพิฆาตมารมาทางนี้สิ” มาริสะโบกไม้โบกมือกลัวว่าเรย์มุจะใช้เข็มนั้นแทงใส่เธอจริงๆ ดูจากอาการตาเขียวของเจ้าของศาลเจ้าแล้วบ่งบอกได้ว่าเธอจะเอาจริง

“ทั้งหมดเป็นความผิดของพวกโยวไค (ภูติหรือตัวตนของสิ่งลี้ลับ) นั่น” เรย์มุเก็บเข็มพิฆาตมารเข้าไปในแขนเสื้อของตน “เพราะพวกนั้นชอบดักเล่นงานชาวบ้านระหว่างทางที่จะมาที่ศาลเจ้า เลยไม่มีใครกล้ามา ฮึ่ม

“คงงั้น จะว่าไปแล้ว” มาริสะจ้องเรย์มุเขม็ง “ฉันว่าเธอเป็นครเดียวในเกนโซเคียวเลยนะที่กังวลกับเรื่องเงิน”

“อ๋อ~ เหรอ~ แย่จังเลยนะที่ฉันไม่ใช่พวกที่บุกเข้าไปขโมยของชาวบ้านเขาหน้าด้านๆ เหมือนใครแถวนี้”

“ไม่ได้ขโมย! แค่ยืมต่างหาก เอาไว้ฉันตายเมื่อไหร่ค่อยมาเอาคืนไปสิ”

“มาริสะ เสียงหญิงสาวร้องเรียกชื่อจอมเวทย์ขาวดำดังขัดจังหวะขึ้นพร้อมๆ กับที่เจ้าของเสียงเดินขึ้นมาตามบันไดหน้าศาลเจ้า ผิวขาวนวลในชุดกระโปรงยาวถึงข้อเท้าสีฟ้าพันด้วยเข็มขัดผ้าระบายสีแดง แขนเสื้อสีขาวสั้นคลุมด้วยผ้าคลุมไหล่สีเดียวกันซึ่งตัดกับผ้าพันคอซึ่งเป็นผ้าระบายสีแดงจนดูโดดเด่นขึ้นมา ผมสั้นแค่คอสีทองคาดด้วยที่คาดผมสีแดง หากคนที่ไม่รู้จักเธอมองไกลๆ อาจนึกว่าเธอเป็นตุ๊กตาหญิงสาวขนาดเท่าคนจริงกำลังเคลื่อนไหวอยู่เป็นแน่ แต่อันที่จริงแล้วเธอเป็นจอมเวทย์ จอมเวทย์เจ็ดสีผู้ควบคุมตุ๊กตา ‘อลิส มากาทรอยด์’

“ไงอลิส ลมอะไรหอบมาถึงนี่ล่ะ”

“พอดีตอนที่กลับมาจากห้องสมุดเผอิญไปเจอสองพี่น้องเทพเจ้าแห่งฤดูใบไม้ร่วงเข้า พวกเขาให้วัตถุดิบทำอาหารกับฉันมาเยอะแยะเลยว่าจะเอาไปให้เธอที่บ้านแต่ไม่เจอ”

“แน่นอน ยัยนี่ไม่เคยกินข้าวในบ้านตัวเองซักครั้งหรอก” เรย์มุหาเรื่องกัดมาริสะ

“ช่างเถอะน่า ว่าแต่ได้อะไรมาบ้างล่ะ”

“ก็มีเกาลัด เห็ดชิตาเกะ แล้วก็หัวมัน” อลิสส่งห่อผ้าที่บรรจุของเหล่านั้นให้เรย์มุ “เอ้า ฉันกะจะแบ่งส่วนหนึ่งมาให้เธอเหมือนกันแต่ไหนๆ ก็อยู่ที่นี่ทั้งคู่แล้วก็ให้รวมกันไปเลยดีกว่า”

“โอ้!!! ข้าวอบเกาลัด ซุปเห็ดชิตาเกะ หัวมันหวาน” เรย์มุเริ่มคิดเมนูทันที

“เฮ้ยๆ เรย์มุ น้ำลายจะหยดใส่เห็ดแล้ว

“ว่าแต่แบ่งมาเยอะขนาดนี้แล้วส่วนของเธอล่ะ”

“อ่า... เอ่อคือ... ของฉันไม่เป็นไรหรอก” อลิสตอบอ้อมแอ้ม เรย์มุสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆ นั้นก็จ้องอลิสเขม็ง

“อย่าบอกนะว่าเธอ... อ้วนขึ้น” คำคาดเดาที่แม่นยำเหลือเชื่อนั้นเล่นเอาอลิสสะดุ้งโหยงแต่ก็ยังพยายามกลบเกลื่อน

“ไม่ๆๆ ไม่ใช่นะ... ฉันแค่เห็นว่าน่าจะให้เธอได้กินอะไรอร่อยๆ บ้างเท่านั้นเอง ก็ศาลเจ้าของเธอไม่ค่อยมีคนมาบริจาคเงินนี่นา”

“ช่าย มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของเกนโซเคียว แว้ก มาริสะร้องลั่นออกมาเมื่อเห็นเรย์มุปาเข็มเล่มโตยาวเกือบศอกมาใส่ โชคดีที่เธอเป็นคนว่องไวจึงกลิ้งตัวหลบได้เฉียดฉิว

“ไม่ใช่มั้ง ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเธอเอาอะไรมาฝากฉันซักครั้ง แล้วทำไมงวดนี้ถึงเอามาให้” เรย์มุยิ้มเยาะ “แต่ก็อย่างว่าล่ะน๊า วันๆ เอาแต่นั่งอ่านหนังสือไม่ก็เย็บปักถักร้อย งานบ้านก็ให้ตุ๊กตาจัดการแทนหมด จะอ้วนขึ้นก็ไม่แปลกหรอก”

“เสียมารยาท! ใครมันจะไปเหมือนเธอล่ะ วันๆ ไม่มีอะไรจะกินจมผอมแห้งเป็นซากแบบนี้”

“ใครบอกว่าฉันไม่มีอะไร อย่างน้อยก็มีข้าวให้กินทุกวันล่ะน่า”

“มีแต่ข้าวให้กินทุกวันน่ะสิ” มาริสะแก้ให้ถูก เรย์มุหันไปมองผู้มาเยือนปากเสียคนนี้ มือของเธอล้วงเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้งแต่คราวนี้สิ่งที่ถูกนำออกมาคือยันต์คาถา

“มุโซ ฟูอิน (ผนึกมายา)” สิ้นเสียงของเรย์มุ ยันต์คาถาก็กลายเป็นกระสุนเวทย์หลากสีพุ่งโค้งเข้าใส่มาริสะที่วิ่งหนีแทบเอาชีวิตไม่รอด

“คนเขาอุตส่าห์เอาของมาให้เธอกลับพูดแบบนี้ใส่ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกินแล้ว” อลิสคว้าห่อผ้าจากมือเรย์มุแต่มิโกะขาวแดงดึงเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“เรื่องสิ ให้แล้วยังมีหน้ามาเอาคืนอีก”

“ปล่อยนะ ยัยมิโกะยาจก”

“ไม่ปล่อย”

‘แชะ’ เสียงกล้องถ่ายรูปที่ดังมาจากหน้าศาลเจ้าทำให้ทั้งสองคนต้องหยุดมือ เรย์มุและอลิสหันไปที่จุดเดียวกันแม้ว่าไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร ผู้ที่กำลังถือกล้องถ่ายรูปเก็บภาพทั้งสองคนอยู่นั้นคือเทนกุอีกาที่ชื่อ ‘ชาเมย์มารุ อายะ’ ผู้ชอบนำเอาเรื่องราวต่างๆ ไปเขียนเป็นข่าวลงในหนังสือพิมพ์ ‘บุนบุนมารุ’ ของตน

“โอ๊ะ มิโกะแห่งศาลเจ้าฮาคุเรย์กับจอมเวทย์เจ็ดสีแห่งป่าเวทย์มนต์กำลังยื้อแย่งอะไรกันอยู่” อายะปล่อยกล้องห้อยคอลงมา เธอบินเข้าไปประชิดทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองดึงเอาปากกากับสมุดพกออกมาเตรียมจด “ห่อผ้านี่มันคืออะไรกัน หรือว่าจะเป็นสมบัติลับ อุปกรณ์เวทย์มนต์ อ๊ะหรือว่า...”

“พล่ามอะไรของเธออยู่น่ะเทนกุ พวกนี้ก็แค่วัตถุดิบสำหรับทำอาหารเท่านั้นเอง” เรย์มุแง้มห่อผ้าให้อายะดู

“เอ๋ แล้วทำไมทั้งสองคนถึงแย่งกันจริงจังขนาดนี้ล่ะ หรือว่าเกนโซเคียวกำลังจะตกอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก

“พอเลย ไม่ต้องเอาไปใส่สีตีไข่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก ไปไกลๆ ซะไป”

“ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไงเดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง” มาริสะที่สามารถถ่อสังขารกลับมาได้กวักมือเรียกอายะไปหา

“อ๋อ ทั้งสองคนกำลังเถียงกันว่าระหว่างมีกินจนอ้วนกับอดอยากจนผอมอะไรดีกว่ากันสินะ”

“เมื่อกี้เธอพูดว่าไงนะ” เรย์มุกับอลิสเริ่มแผ่รังสีอาฆาตออกมา

“อายะยะยะยะยะ ใจเย็นๆ ก่อน อ๊ะ จริงสิ” อายะทำท่าเหมือนนึกอะไรออก “ฉันเคยเห็นพวกเด็กๆ ที่หมู่บ้านมนุษย์วิ่งแข่งกันอยู่บ่อยๆ ทำไมทั้งคู่ไม่ลองใช้วิธีนี้ตัดสินล่ะ”

“วิ่งแข่ง?”

“ใช่ เริ่มจากบันไดหน้าศาลเจ้าลงไปที่เส้นทางโยวไคแล้วกลับมาที่นี่อีกครั้ง ใครมาถึงศาลเจ้าฮาคุเรย์ก่อนเป็นผู้ชนะ”

“เอางั้นก็ได้ ฉันจะแสดงให้ดูว่าคนที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาน่ะแข็งแรงแค่ไหน”

“เฮอะ มันต้องคนที่กินอิ่มทุกมื้อต่างหากถึงจะแข็งแรงกว่า ได้ฉันรับคำท้า” อลิสตอบรับ

“เฮ้อ เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยวนี่นะ งั้นขอนั่งจิบชารออยู่ที่นี่แหละ” มาริสะเดินเข้าไปในศาลเจ้าฮาคุเรย์แต่ถูกเรย์มุกับอลิสดึงตัวเอาไว้

“เธอก็ต้องมาแข่งด้วย”

“ใช่ ฉันอยากรู้ว่าคนที่ปากเก่งอย่างเธอเวลาไม่มีไม้กวาดแล้วจะเก่งซักแค่ไหน”

“ฮะ... เฮ้! เดี๋ยว แม้ว่าจะพยายามดิ้นรนแค่ไหนแต่สุดท้ายมาริสะก็โดนลากตัวไปจนได้

“เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็... ไปได้” อายะทำหน้าที่ให้สัญญาณพร้อมกับตามถ่ายรูปไปด้วย ทั้งสามคนวิ่งแข่งกันลงมาตามมขั้นบันไดหลายสิบขั้นจนมาถึงเส้นทางที่เชื่อมไปถึงหมู่บ้านมนุษย์และป่าเวทย์มนต์ได้ อายะบินไปยืนข้างหน้าห่างจากทั้งสามไปเกือบสิบก้าวพร้อมกับชูมือไปข้างหน้า ทุกคนรู้ทันทีว่านั่นหมายถึงอะไร

‘แปะ’

‘แปะ’

‘แปะ’

ทั้งสามแตะมือกับอายะแล้วรีบหมุนตัวกลับไปตามทางเดิม ขามานั้นอาจไม่ยากเท่าไหร่นักเพราะเป็นการวิ่งลงมาแต่ขากลับนี่สิ การต้องวิ่งขึ้นบันไดแบบสุดฝีเท้านั้นเป็นอะไรที่เหนื่อยและทรมานมากโดยเฉพาะกับสาวๆ ที่ชินกับการเหาะมากกว่า

“แฮ่กๆๆ”

“ใครแตะกล่องบริจาคได้ก่อนเป็นผู้ชนะ” อายะจะโกนบอกมาจากบนท้องฟ้า เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสามก็มุ่งไปที่กล่องบริจาคซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าศาลเจ้าเป็นจุดเดียวกัน

‘แปะ’

เมื่อมือสัมผัสกับกล่องไม้ใบโตที่ว่างเปล่าได้ เรย์มุ มาริสะ และอลิสก็ร่วงลงไปกองกับพื้นเพราะความเหนื่อยล้า

“ตกลง... ใคร... ชนะ...” เรย์มุหอบหายใจแข่งกับคำพูด

“อืม... ต้องดูจากรูปที่ถ่ายเอาไว้ เดี๋ยวฉันมานะ” พูดจบอายะก็บินหายไปทางภูเขาโยวไคชั่วพริบตาและยังไม่ทันที่ทั้งสามคนจะหายเหนื่อยเธอก็กลับมาพร้อมกับรูปถ่ายหลายใบ

“มาแล้ว หึ เครื่องจักรที่พวกกัปปะสร้างขึ้นมานี่เยี่ยมจริงๆ แป๊บเดียวก็ได้รูปภาพออกมาแล้ว ไหนๆๆ อืม...”

“ว่าไง”

“รู้สึกจะ... เสมอกันนะ”

“อะไรนะ” เรย์มุกับอลิสรีบแย่งรูปมาจากมือของอายะ ภาพที่เห็นเป็นดังที่เทนกุอีกาบอก มือของทั้งสามคนแตะที่กล่องบริจาคพร้อมกันจริงๆ

“โอย... ไม่จริง”

“เอาน่า ก็ถือว่าแข็งแรงดีทุกคนก็แล้วกัน” มาริสะรีบสรุป “เฮ้อ เหนื่อยเป็นบ้า เรย์มุ ข้าวเย็นฉันขอซุปเต้าเจี้ยวเพิ่มด้วยนะ”

“ไปทำเอาเองไป” เรย์มุยังคงนั่งหายใจถี่อยู่ “นี่ อลิส”

“มีอะไร”

“ของที่เธอเอามาให้น่ะ ยังไงก็ไม่คืนให้หรอกนะ”

“เอาไปเถอะ ยัยมิโกะอดอยาก” อลิสไม่วายกัดเรย์มุส่งท้ายก่อนที่เธอจะกลับไปยังบ้านที่ตั้งอยู่ในป่าเวทย์มนต์

 

บนท้องฟ้าเหนือเส้นทางโยวไค อายะกำลังเขียนข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ศาลเจ้าฮาคุเรย์ลงในสมุดบันทึกประจำตัว

“การแข่งขันความเร็วที่ศาลเจ้าฮาคุเรย์... ในช่วงเย็นของวันที่ xx เดือน yy ปี zz ได้มีการแข่งขันวิ่งไป - กลับจากศาลเจ้าฮาคุเรย์...”

“เทนกุอีกาตนนั้นน่ะ ขอรบกวนเวลาซักนิดนึงได้รึเปล่าเสียงพูดที่ฟังดูคล้ายการร้องเพลงเรียกให้อายะต้องหยุดเขียน เธอมองไปรอบๆ ตัวแต่ก็ไม่พบใคร มีแต่ท้องฟ้าที่ว่างเปล่าเท่านั้น แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดรอยแตกขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าอายะเปิดออกให้เธอเห็นภายในห้วงมิติที่มีลูกตานับไม่ถ้วน ร่างสูงโปร่งผมบลอนด์ยาวผูกปลายด้วยโบว์สีแดงเป็นสี่ส่วนคลุมทับด้วยหมวกผ้าสีขาวปรากฏออกมาจากรอยแตกนั้น

“อายะยะยะยะยะ ยูคาริซัง จู่ๆ อย่าโผล่ออกมาตรงหน้ากันแบบนี้สิ ตกใจหมด ฟู่...” อายะต่อว่า ‘ยาคุโมะ ยูคาริ’ โยวไคแห่งเขตแดนผู้มีชีวิตอยู่มานานที่สุดในเกนโซเคียว เธอหัวเราะคิกคักพลางเท้าแขนลงกับรอยแยกของมิติ

“เห็นกำลังตั้งอกตั้งใจเขียนอะไรอยู่ก็อดแกล้งไม่ได้น่ะ แล้ววันนี้มีข่าวอะไรบ้างล่ะ”

“ยังไม่มีอะไรมากนะ ทีแต่เรื่องที่เรย์มุ มาริสะ กับอลิสวิ่งแข่งกันเท่านั้น” สิ่งที่อายะเล่าดูเหมือนจะเรียกความสนใจจากยูคาริได้ไม่น้อย

“ขอฟังรายละเอียดหน่อยซิ” อายะพยักหน้ารับแล้วเริ่มเล่าเรื่องราวพร้อมกับส่งรูปถ่ายให้ยูคาริดู โยวไคแห่งเขตแดนหรี่ตามองภาพเหล่านั้นอย่างครุ่นคิด เธอก้าวออกมาจากห้วงมิติจนอายะสามารถมองเห็นชุดกระโปรงยาวสีขาวที่ส่วนหน้าตั้งแต่คอไปจนถึงชายกระโปรงเป็นสีม่วงมีลายสัญลักษณ์หยิน-หยางอยู่บริเวณใกล้ๆ ชายกระโปรงได้ตลอด ยูคาริสอดสายตาไปรอบๆ เหมือนกำลังสำรวจดูดินแดนนี้

“วิ่งแข่งเหรอ” รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ แม้จะใช้พัดบังเอาไว้แต่ก็ไม่เร็วไปกว่าสายตาของอายะ สำหรับคนที่รู้จักยูคาริแล้วย่อมรู้ดีว่ารอยยิ้มของโยวไคตนนี้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนถึงเรื่องวุ่นวายน่าปวดหัวที่จะตามมาภายหลัง “นี่อายะ เธออยากได้ข่าวใหญ่ขนาดที่เป็นที่สนใจของทุกคนในเกนโซเคียวหรือเปล่า”

“ข่าวอะไรเหรอ”

“เอาหูมาใกล้ๆ สิ” ยูคาริกระซิบบอกแผนการที่อยู่ในใจเธอให้อายะฟัง เทนกุอีการตาโตขึ้นทันทีที่ได้ยิน

“อะ... เอาจริงเหรอ”

“แน่นอน งานนี้ต้องสนุกแน่ๆ เอาล่ะฝากเรื่องกระจายข่าวด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะไปที่โลกภายนอก เราคงต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่าง อ้อ วานเธอขอให้พวกกัปปะช่วยมาดูอุปกรณ์ที่ฉันจะเอามาด้วยนะ” ยูคาริมองไปรอบๆ อีกครั้ง “หึๆๆ การแข่งขันวิ่งมาราธอนข้ามเกนโซเคียว แค่คิดก็สนุกแล้ว”



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Touhou fanfic: เกนโซเคียวมินิมาราธอน ตอนที่ 1 : ปากเป็นเหตุ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 372 , โพส : 3 , Rating : 0% / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 30
ยิ้มประหาร
PS.  ก่อนทำคิดก่อนทำ จงนำใจเขาใส่ใจเรา
Name : AnimeLovers < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AnimeLovers [ IP : 110.168.196.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กรกฎาคม 2556 / 11:57
# 2 : ความคิดเห็นที่ 10
 ซวย... เรื่องยุ่งๆจะบังเกิดอีกแล้ว
PS.  KIG starter ผมคือแฮกเกอร์ที่จะรับทุกข้อมูลแห่งความคิดและแพร่จินตนาการให้ระบาดไปทั่วเน็ตเวิร์ก
Name : bbsaver < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bbsaver [ IP : 125.26.218.229 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 เมษายน 2555 / 21:07
# 1 : ความคิดเห็นที่ 2
 สนุกหรอ =w=;; วุ่นวายน่ะสิฮะ!!
PS.  ลองเข้ามาคุยกับผมสิฮะ :D
Name : Belphegol < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Belphegol [ IP : 110.169.255.247 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2555 / 00:18
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android