ตอนที่ 72 : ความลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 เม.ย. 60

“... เธอเก็บความลับได้หรือเปล่า?”

 

            นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในบริษัทแห่งหนึ่ง บริษัทขนาดไม่ใหญ่มากที่มีพนักงานอยู่สิบกว่าคน ด้วยความที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับคู่แข่งในแวดวงธุรกิจจำนวนมากทำให้พนักงานทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยกว่าใครทำตำแหน่งอะไร ตนทำตำแหน่งอะไร ทุกคนต่างพร้อมจะให้ความช่วยเหลือกันและกันตลอด

            “พรุ่งนี้ต้องไปเซ็นสัญญากับลูกค้า”

            “โทรเรียกรถให้มั้ย?”

            “ได้แล้วพี่”

            “สัญญาล่ะ?”

            “เตรียมไว้แล้วครับ”

            “จองร้านอาหารไว้ยัง?”

            “ยังไม่ได้เลยพี่”

            “มา เดี๋ยวพี่จองให้”

            “ขอบคุณครับ”

ข้อความสนทนาข้างต้นประกอบด้วยพนักงานฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชีและฝ่ายสารสนเทศ ที่นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศเดียวกัน ความสำเร็จของคนหนึ่งมีค่าเท่ากับความสำเร็จของหน่วยงานและความกลมเกลียวนี้เองที่เป็นจุดแข็งของทีมนี้

 

            มีคำกล่าวว่า ใดๆ ในโลกล้วน อนิจจัง ทุกสิ่งย่อมต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะโดยปัจจัยภายในหรือภายนอกก็ตาม บรรยากาศในที่ทำงานแห่งนี้เองก็มิอาจหนีพ้นกฎข้อนี้ไปได้

            “อ้า นี่ ผมพาพนักงานใหม่มาแนะนำตัว” เจ้าของบริษัทเดินเข้ามาในออฟฟิศพร้อมชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีกรมท่า กางเกงยีนขายาวสีน้ำเงินเข้มตัดกับรองเท้าผ้าใบสีขาว หมวกปีกกว้างสีดำกับกระเป๋าเดินทางใบโต คำแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของทุกคนคือคำว่า โคบาล เขากวาดสายตามองทุกคนพลางผุดยิ้มเล็กๆ “แนะนำตัวสิ”

            “เม้มครับ”

            “... ชื่อจริงล่ะ?” พร พนักงานที่อาวุโสที่สุดเอ่ยถาม

            “เม้มครับ”

            “นั่นชื่อจริงแล้วเหรอ?” ปอง พนักงานชายฝ่ายการตลาดถามบ้าง

            “เอาแค่ชื่อที่จะใช้เรียกก็พอแล้วนี่ครับ พวกคุณไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อจริงของผมหรอก ผมต่างหากต้องเป็นฝ่ายรู้ชื่อจริงของพวกคุณ”

            “?”

            “เม้มเขาจะมาทำเป็นฝ่ายบุคคลน่ะ” เจ้าของบริษัทแจ้งกับทุกคนที่พากันทำหน้างง คำตอบนั้นทำเอาสีหน้าทุกคนตื่นตะลึง ความกังวลเข้าเกาะกุมจิตใจของทุกคน คนที่จะเข้ามาทำหน้าที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของทุกคนกลับแสดงท่าทางไม่เป็นมิตรตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว

            “ฝ่ายบุคคลนี่คือ...”

            “คนที่จะจัดระเบียบการทำงานของพวกคุณให้เข้าที่เข้าทางและมีประสิทธิภาพ และจะไม่ยอมให้มีการทับซ้อนของหน้าที่หรือการอู้งาน” เม้มเดินเอากระเป๋าไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของตนซึ่งอยู่ด้านหลังสุดก่อนจะประกาศให้ได้ยินทั่วห้อง“ผมขอทราบภาระงานของทุกคน ภายในเช้านี้เลยนะครับ”

 

            หลังจากเม้มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่ทำงาน บรรยากาศก็เปลี่ยนไปเป็นตึงเครียดจนเหมือนไม่ใช่บริษัทเดิม ทันทีที่มีใครทำท่าจะเข้าไปช่วยงานคนอื่นก็จะโดนเม้มสกัดด้วยคำว่า ทำหน้าที่ของตัวเองก่อน ไม่ต้องไปยุ่งงานชาวบ้าน ผมไม่ประเมินคะแนนน้ำใจนะ ทันที ด้วยสาเหตุนี้ทำให้หลายคนต้องทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะปองที่ทั้งต้องวิ่งรอกพบลูกค้าทั้งต้องทำงานเอกสาร ไหนจะโดนประเมินยอดอีกต่างหาก เขาพยายามต่อรองกับเม้มเกี่ยวกับภาระงานของตนแต่ก็ไม่เกิดมรรคผลใด กลับกันเหมือนกับว่าเขาจะโดนจับผิดหนักข้อกว่าเดิม ความไม่พอใจของปองสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเม้มก็ไม่มาทำงาน ทุกคนต่างทำหน้าประหลาดใจต่างจากปองที่นั่งเครียดตัวสั่นอยู่ที่โต๊ะของตน สามวันผ่านไปเม้มก็ยังคงไม่มาทำงาน ส่วนปองก็ยังคงนั่งเครียดอยู่เหมือนเดิม แยม พนักงานสาวร่างเล็กฝ่ายบัญชีเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น เธอรอจนกระทั่งถึงช่วงพักเที่ยงที่ทุกคนออกไปทานข้าวกันหมดเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้

            “พี่ปอง เป็นอะไรหรือเปล่า?”

            “...”

            “โอเคมั้ย?”

            “...”

            “มีอะไรบอกหนูได้นะพี่”

            “...”

            “มีอะไรให้ช่วยเปล่า?”

            “...”

            “พี่?”

            “แยม” ปองเปิดปากพูดหลังจากเงียบมานาน “แยม... เก็บความลับได้หรือเปล่า?”

            “ความลับ? ความลับอะไร?”

            “พี่... มีเรื่องกลุ้มใจ แต่... มันไม่น่าเล่าให้ใครฟัง”

            “เรื่องอะไรพี่?” แยมขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้กว่าเดิม โน้มศีรษะเข้ามาเพื่อให้ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดชัดๆ ปองจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง สีหน้าเคร่งเครียดไม่เปลี่ยน ที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลื่อเก้าอี้เข้าไปใกล้ โน้มศีรษะลงจนคางเกือบเกยไหล่อีกฝ่าย ปากจ่ออยู่ใกล้หูเพื่อจะถ่ายทอดข้อความให้ได้ชัดเจนที่สุดด้วยระดับเสียงที่ต่ำที่สุด

            “พี่... พี่ฆ่าคนตาย”

            “ฮ้า!” แยมอุทานออกมาเบาๆ เธอมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเชื่อนักแต่สีหน้าและแววตาของเขากลับช่วยยืนยันคำให้การนั้น “ใครเหรอพี่?”

            “ฝ่ายบุคคล”

            “เม้มน่ะเหรอ?”

            “อืม...” ปองถอยตัวกลับมานั่งพิงพนัก “พี่... พี่ทนมันไม่ไหว... แต่ก่อนพี่แฮปปี้กับงานที่นี่มากนะ ถึงคนจะน้อยแต่ก็ช่วยกันหมด ทุกคนทำงานเหมือนคนในครอบครัว แต่พอมันมาทุกอย่างก็พังหมด มันสั่งตัดขาดทุกคนออกจากกัน เพิ่มงานให้ทุกคนจนแทบไม่มีเวลากระดิก ส่วนตัวมันเอาแต่นั่งจับผิดคนอื่นไปวันๆ ดูพี่พรสิ แกแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำตั้งกี่ครั้ง”

            “แต่... พี่ไปฆ่าเขาอย่างนั้นมันก็...”

            “แล้วจะให้พี่ทำยังไง? จะให้ทนอยู่อย่างนี้ต่อไปหรือจะให้ลาออก? อายุปูนนี้แล้วที่ไหนเขาจะรับ?” พูดมาถึงตรงนี้ ปองเอามือปิดหน้าเหมือนต้องการปิดกั้นตัวเองและเก็บซ่อนความทุกข์ของตนเอาไว้ น้ำเสียงของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธระคนกับความเครียด “ทำไม? ทำไมมันต้องมาทำลายสถานที่ทำงานของพวกเราด้วย?”

            “พี่...”

            “แยม!” ปองเอื้อมมือมาคว้าไหล่อีกฝ่าย มือของเขากุมแน่นเหมือนจะบีบให้แหลก นั่นเป็นครั้งแรกนับแต่ร่วมงานกันมาที่ปองแตะเนื้อต้องตัวเพื่อนร่วมงานต่างเพศ สายตาจ้องมองอีกฝ่ายจนแยมเผลอเอี้ยวตัวถอย “อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะ”

            “อะ อื้อ”

            “...”

            “...”

            “...”

            “พะ พี่...”

            “ขอโทษ” ปองปล่อยมือจากอีกฝ่ายกลับมาอยู่ในสภาพนั่งคอตกเช่นเดิม แยมรีบถอยเก้าอี้ออกห่างทันที เธอรู้สึกว่าสายตาที่ปองมองจ้องเธอเมื่อสักครู่นี้มีแววคุกคามอันตรายอย่างที่ไม่เคยเจอ

            “หนู หนูไปกินข้าวก่อนนะพี่”

            “แยม” ปองเรียกไล่หลังจนอีกฝ่ายต้องชะงักฝีเท้า “ขอบใจนะ เก็บความลับมันอัดอั้นจริงๆ”

 

            หลังจากวันนั้น แยมก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองถูกปองจับตามองอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไร เวลาที่เธอจะคุยอะไรกับเพื่อนร่วมงานปองก็มักจะทำเป็นเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้เพื่อแอบฟัง เธอเดาว่าปองพยายามจะยืนยันให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้หลุดปากเล่าเรื่องการก่อคดีของตนให้คนอื่นฟัง เธอพยายามมองข้ามไปแต่หลังๆ มาฝ่ายชายก็เริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ หลังเลิกงานแยมรู้สึกว่าอีกฝ่ายคอยตามสะกดรอยระหว่างที่เธอเดินทางกลับบ้านและหลายครั้งเธอรู้สึกว่ามีเงาคนหลบซุ่มอยู่บริเวณบ้านเธอ แม้ไม่เห็นหน้าชัดแต่เธอมั่นใจได้ว่าเป็นใคร แน่นอนว่าเธอไม่ชอบและรู้สึกอึดอัดอย่างมากเพราะชีวิตส่วนตัวของเธอกำลังถูกจับตามองตลอดเวลา แล้วในที่สุด เมื่อความอดทนหมดลง...

            “พี่ปอง! พี่จะตามหนูไปถึงไหน? หนูชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ!” แยมตวาดใส่ปองหลังจากที่เธอลงจากเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา โชคดีที่เป็นเวลากลางคืนแล้วและเธอก็เลือกเดินมาในที่ที่ไม่ค่อยมีผู้คน มิเช่นนั้นทั้งคู่คงได้ไปปรากฏในโซเชียลเนทเวิร์คเป็นแน่

            “แยม...” ปองเดินออกมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย สีหน้าเขาดูโทรมและหมองคล้ำ แววตาดูหวาดระแวงและทุกข์ทรมาน “พี่... พี่ขอโทษ”

            “หนูบอกแล้วไงว่าไม่เล่าให้ใครฟังแน่ๆ พี่ไม่เชื่อใจหนูเหรอ!

            “พี่ขอโทษ พี่... พี่...” ปองทรุดลงนั่งกับพื้นแบบไม่กลัวเปื้อน มือทั้งสองกุมศีรษะของตนแน่น หลังพิงขอบปูนที่กั้นตามริมแม่น้ำ ศีรษะก้มลงจ้องมองพื้น “พี่... พี่ไม่น่าเล่าให้เราฟังเลย พี่ขอโทษ”

            “หนูไม่เล่าหรอก! เล่าไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา! พี่เชื่อหนูสิ เลิกตามหนูได้แล้ว!

            “พี่ขอโทษ... แต่พี่รู้... การต้องเก็บความลับมันอึดอัดทรมานแค่ไหน มันอยากเล่า... อยากระบาย... เราคงทรมานมาก” มือของปองเลื่อนลงมาปิดใบหน้าของตน คำพูดของเขาอู้อี้แต่ก็ยังพอฟังออกว่าพูดอะไร “ถ้าพี่ไม่เล่าให้เราฟัง เราก็คงไม่ต้องทรมาน... พี่ขอโทษ พี่ไม่น่าทำเลย”

            “โอ๊ย! หนูไม่ได้ทุกข์ทรมานอะไรขนาดนั้นหรอก พี่ก็เวอร์ไปแล้ว อย่าคิดมากพี่” แยมพยายามปลอบเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ที่ตอนนี้นั่งนิ่งอยู่ เขาลดมือลง พยายามประคองตัวเองลุกขึ้น สายตาเหมือนคนจะร้องไห้ตลอดเวลาจนน่ากลัวว่าเขาจะกระโดดน้ำตายไปเสียให้ได้

 

แต่ชายหนุ่มกลับทำตรงกันข้าม!

 

เขาพุ่งตัวเข้าประชิดฝ่ายหญิง เร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว มือซ้ายจิกเข้าที่ผมของแยม มือขวาล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วดึงเอามีดคัตเตอร์ขนาดใหญ่ออกมา นิ้วหัวแม่มือรูดเปิดใบมีดอย่างชำนาญและเกือบจะในเวลาเดียวกันเขาก็แทงของมีคมนั้นเข้าใส่คอหอยของหญิงสาว นัยน์ตาของเธอเบิกโพลงด้วยความตกใจและเจ็บปวด ปากอ้าค้าง พยายามส่งเสียงร้องแต่สภาพลำคอก็ไม่เอื้อให้ทำแบบนั้น แขนทั้งสองข้างป่ายไปมาไม่นานก็ห้อยลงข้างลำตัว

 

            “ขอโทษนะ แต่ทีนี้เราก็ไม่ต้องอึดอัดเก็บความลับให้พี่อีกแล้ว” ปองเหวี่ยงร่างเล็กบางของแยมข้ามขอบปูนลงไปในแม่น้ำ ช่างเหมือนตลกร้าย จุดที่เขายืนอยู่นั้นเป็นจุดเดียวกันกับที่เขาฆ่าเม้มและเอาศพโยนลงแม่น้ำ ต่างกันคือครั้งนี้เขาฆ่าคนที่ไม่เคยมีปัญหาหรือความแค้นกันมาก่อน มันทำให้เขาเจ็บปวดและยิ่งทุกข์ทรมานหนักกว่าเดิมหลายเท่าจนเขาอยากร้องตะโกนออกมา ปองรีบวิ่งหนีไปจากตรงนั้น หนีจากความผิด... หนีจากความรู้สึกผิด...

            “เริ่มงานแรกก็โดนฆ่าทิ้งแม่น้ำเสียแล้ว เป็นสัญญาณที่ดีนะครับ” เม้มพูดกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีระหว่างที่ยืนรออยู่ปลายน้ำ มือของเขายังคงถือกระเป๋าเดินทางใบโปรดและใส่เสื้อผ้าชุดเก่งอยู่ดังเดิม ศพของแยมไหลมาตามแม่น้ำจนมาถึงจุดที่เขาอยู่ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบกระชากเอาศีรษะของศพให้ขาดจากลำตัวแล้วใส่มันลงไปในกระเป๋า คอลเลคชั่นหัวกะโหลกของเขาเพิ่มขึ้นอีกชิ้นแล้วและเขาก็ยินดีมาก นับเป็นการเริ่มต้นงานที่ไม่เลวเสียทีเดียว

 

            วันรุ่งขึ้น ปองมาทำงานในสภาพเหมือนไร้วิญญาณ ตายซาก ดวงตาลึกโหล สีหน้าหมองคล้ำ แววตาด้านชาเลื่อนลอย ความเครียดจากงานและความรู้สึกผิดที่ฆ่าเพื่อนร่วมงานแสนดีผู้คอยให้ความช่วยเหลือเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอดสร้างภาระหนักอึ้งให้กับจิตใจของเขาซึ่งนั่นก็ส่งผลกระทบมาถึงร่างกายเขาด้วย วันนี้แยมไม่มาทำงานและนั่นก็ทำให้ทุกคนต้องทำงานหนักขึ้นจนแทบไม่มีเวลาไปสนใจอย่างอื่น เว้นเสียแต่พรซึ่งสังเกตเห็นอาการของปอง เธอเป็นเสมือนพี่สาวคนโตในออฟฟิศนี้และนั่นทำให้เธอไม่อาจมองข้ามความผิดปกติของเพื่อนร่วมงานไปได้ หลังเลิกงานเธอรีบตรงไปหาปองเพื่อสอบถามอาการทันที

            “ปอง เป็นอะไรหรือเปล่า?”

            “...”

            “ลำบากอะไรที่พี่พอจะช่วยได้มั้ย?”

            “...”

            “มีอะไรก็เล่าให้พี่ฟังได้นะ”

            “... พี่พร...” ชายหนุ่มพูดเสียงค่อยจนแทบจะเป็นการบ่นพึมพำ

            “ฮึ?”

            “พี่... เก็บความลับได้หรือเปล่าครับ?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #731 นักอ่านขาจร (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 20:03
    ทำไมไม่เปิดให้อ่าน4ที่แล้วอ่ะคับ
    #731
    0
  2. วันที่ 6 เมษายน 2560 / 17:05
    รอมาตั้งงนานนน คิดถึงงมากก
    #730
    0
  3. #729 ballaz2 (@Ballaz) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 00:11
    แทคติค ยังไม่ค่อยแพรวพราวน่าจดจำเหมือนกับของอาจารย์แหะ
    #729
    0
  4. #728 Tance (@king_kisskiss) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 23:25
    เริ่มงานเต็มตัวแล้วสินะ ศิษย์อาจารย์เศรษฐ์ หลอนไม่แพ้กัน
    ////คิดถึงอาจารย์จัง????
    #728
    0