ความอยากรู้อยากเห็น

  • 100% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 28,490 Views

  • 749 Comments

  • 661 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    48

    Overall
    28,490

ตอนที่ 4 : การ์ดเชิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    2 ส.ค. 54

            ผ่านมาครึ่งเทอมแล้วพวกเธอคงจะสังเกตเห็นแล้วว่าตัวเองยังอ่อนวิชาไหนบ้าง ขอให้เร่งปรับปรุงตัวเองเสียตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าลืมว่าสิ่งที่พวกเธอได้เรียนไปนี้ไม่ใช่แค่ใช้สอบปลายภาคแล้วก็จบแต่ต้องนำไปใช้ต่อจนถึงระดับอุดมศึกษา อย่ามัวแต่ชะล่าใจว่ายังมีเวลาหรือไม่เป็นไร เวลาไม่คอยท่า เอ้า แยกย้ายกันกลับห้องได้ นักเรียนทุกคนกล่าวขอบคุณครูใหญ่หลังจากท่านพูดหน้าเสาธงจบก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นห้องเรียนโดยมีอาจารย์ประจำชั้นคอยควบคุม เศรษฐ์เดินนำนักเรียนชั้นม.5/3กลับไปที่ห้องเช่นทุกวัน

            อย่างที่ครูใหญ่ได้บอกไปนะครับ ขอให้พวกคุณเร่งพิจารณาตัวเองได้แล้วว่าวิชาไหนเป็นยังไง ใครเก่งก็ช่วยติวให้เพื่อนด้วยนะครับ ถือเป็นการทบทวนความรู้ไปในตัว อ้อ คุณอนันตชัยกับคุณคุณากร วันนี้ถ้ามีเวลาว่างขอเชิญที่ห้องพักครูด้วย โดยเฉพาะคุณอนันตชัยอย่างไรก็ขอความกรุณามาให้ได้นะครับ เศรษฐ์มองไปทางนักเรียนทั้งสองคน

            ครับ คุณากรขานรับ ส่วนอนันตชัยนั้นนั่งนิ่งเฉย

            เอาล่ะ วันนี้เรามีเรียนกันตอนคาบสองใช่มั้ยครับ หมดคาบแรกแล้วผมขอนักเรียนสองคนไปยกสมุดมาจากโต๊ะของผมด้วยนะครับ สวัสดีครับ เศรษฐ์สั่งงานนักเรียนเสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องไป

            อาจารย์เรียกแกไปทำอะไรวะ เด็กสาวหัวหน้าห้องถามคุณากรด้วยความสงสัย

            ไม่รู้สิ

            แล้วแกล่ะอนันต์ ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก เด็กสาวหันไปถามเพื่อนอีกคนซึ่งน่าจะเป็นนักเลงมากกว่านักเรียน

            ไม่รู้เว้ย ขี้เกียจจำ เจ้าตัวตอบพร้อมกับยกเท้าขึ้นมาวางบนโต๊ะหันเท้าไปทางหัวหน้าห้อง เด็กสาวถึงกับตาเขียวลุกขึ้นจะด่าหัวโจกประจำห้องแต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดเพราะอาจารย์สอนคาบแรกเดินเข้ามาพอดี

 

            หมดคาบแรก หัวหน้าห้องสาวกับเพื่อนของเธอพากันไปที่ห้องพักครูเพื่อยกสมุดแบบฝึกหัดตามที่เศรษฐ์สั่ง

            มาเอาสมุดค่ะ

            อ้อ ครับ สองกองนี้ครับ เศรษฐ์ชี้มือไปที่กองสมุด

            การ์ดอะไรคะอาจารย์ เด็กสาวชี้ไปที่การ์ดเชิญสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะของเศรษฐ์

            ไม่รู้สิครับ

            อะไรคะ การ์ดของตัวเองแท้ๆยังไม่รู้อีกว่าการ์ดอะไร ฮั่นแน่ อย่าบอกนะคะว่าเป็นการ์ดแต่งงานของอาจารย์เอง

            จริงๆนะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นการ์ดอะไร ไปกันได้แล้วครับ เศรษฐ์เดินนำเด็กทั้งสองไปที่ห้องเรียน เด็กสาวกับเพื่อนช่วยกันยกสมุดกลับมาและก็ไม่วายที่จะหยิบเอาการ์ดนั้นติดมือมาด้วย เธอซ่อนมันไว้ในกระเป๋าเรียนของเธอจนถึงเวลาพักเที่ยงเธอก็หยิบออกมาดูกับเพื่อนๆ

            เฮ้ย แกไปหยิบของอาจารย์มาได้ยังไง

            น่า ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวค่อยเอาไปคืน อยากรู้เฉยๆว่าการ์ดอะไร เผื่อเป็นการ์ดแต่งงานของอาจารย์จริงจะได้เอาไปป่าวประกาศ ฮิๆ เด็กสาวค่อยๆแกะซองพลาสติกแล้วนำการ์ดที่อยู่ภายในออกมาเปิดดู

            ขอเชิญร่วมงานมงคลสมรสระหว่าง นายอภิชาต ศรเรืองไกร กับ นางสาวพรพิมล พิสุทธ์บริภัทร สถานที่จัดงาน...

            เด็กสาวปาการ์ดนั้นทิ้งทันทีที่อ่านเห็นข้อความข้างใน สีหน้าของเธอตอนนี้เหมือนกับพวกดาราที่เจอรายการแกล้งกันแล้วมารู้ความจริงทีหลัง ชื่อเจ้าสาวในการ์ดนั้นคือชื่อเธอเอง ส่วนชื่อเจ้าบ่าวก็คือคนที่ขี้เหร่และน่าเกลียดที่สุดในโรงเรียนก็ว่าได้

            โห อาจารย์ เหนือเมฆมากเลยนะเนี่ย อ่านขาดเลยนะว่าหนูต้องแอบหยิบออกมาด้วยแน่ๆ เดี๋ยวงานนี้ต้องมีเอาคืน

            งานจะเริ่มวันเสาร์นี้แล้วนี่นะ นี่ฉันยังหาชุดจะใส่ไปร่วมงานของแกไม่ได้เลย เพื่อนสาวคนหนึ่งพูด

            เออ เอาเข้าไป พวกแกก็บ้าจี้ไปกับอาจารย์ด้วย พอๆๆ เอาการ์ดไปคืนไว้ที่โต๊ะอาจารย์กับฉันดีกว่า

            บ้าจี้อะไร ก็พวกแกจะแต่งงานกันจริงๆไม่ใช่เหรอ นั่นไง ว่าที่เจ้าบ่าวมาโน่นแล้ว เพื่อนของเธอชี้ไปทางชายหนุ่มร่างอ้วนท้วม ผิวดำ ผมหยิก ฟันเหยิน ใบหน้าเป็นรอยตะปุ่มตะป่ำเหมือนคางคกที่เดินมากับเพื่อนผู้ชายสามสี่คน

            ว่าไง ว่าที่เจ้าสาว ยินดีด้วยนะ ได้เป็นฝั่งเป็นฝากับเขาแล้ว เด็กผู้ชายคนหนึ่งกล่าวแสดงความยินดี เออ ถ้าจัดเป็นโต๊ะจีนล่ะก็ขอเป็ดปักกิ่งให้ซักชุดสิ อยากลองกินดูบ้าง

            เอ้า บ้ากันเข้าไป เฮ้ย เดี๋ยว พวกแกรู้เรื่องในการ์ดได้ยังไง

            การ์ดอะไร เขารู้เรื่องนี้กันทั้งโรงเรียนแล้ว ก็พ่อแม่แกเป็นคนมาเชิญครูใหญ่เอง

            จะบ้าเหรอ เด็กสาวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ขณะที่เธอยังจับต้นชนปลายไม่ถูกนั้นโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น

            ฮัลโหล ค่ะแม่ เย็นนี้ให้รีบกลับ ทำไมคะ... ไปลองชุดแต่งงาน แต่งงานอะไรกันคะแม่หนูไม่เห็นรู้เรื่องเลย... ไม่เอา หนูไม่แต่งนะคะ หนูยังเรียนไม่จบเลยจะให้หนูแต่งได้ยังไง... หา แต่งตามพิธีการไปก่อน พออายุถึงแล้วค่อยไปจดทะเบียน ไม่ค่ะ หนูไม่แต่ง ยังไงหนูก็ไม่แต่ง เด็กสาวพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายเธอก็หมดทางเลือกเมื่อแม่ของเธอยื่นคำขาดว่าถ้าไม่แต่งก็ตัดแม่ตัดลูกกัน เธอได้แต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ตรงนั้นอย่างไม่อายใคร

 

            ที่ห้องพักครู เวลาพักกลางวัน เศรษฐ์กำลังค้นโต๊ะของตนเพื่อหาการ์ดสีขาวใบนั้นอยู่ เมื่อเขาเปิดลิ้นชักบานที่สองออกดูเขาก็เจอสิ่งที่กำลังค้นหา

            อ้าว อยู่นี่เอง หายไปไหนมาครับเนี่ย เศรษฐ์หยิบการ์ดใบนั้นออกมาจากลิ้นชัก

            หืม กลิ่นนี้มัน... กลิ่นแป้งหอม... อ้อ งานแต่งงานสินะครับ

            อาจารย์ อนันตชัยเรียกเศรษฐ์เมื่อเขามาที่ห้องตามที่อาจารย์เรียก เศรษฐ์วางการ์ดไว้บนโต๊ะแล้วหันมาสนใจกับนักเรียนนักเลงคนนี้

            เชิญนั่งครับ คุณคงรู้แล้วนะครับว่าผมเรียกคุณมาเรื่องอะไร เศรษฐ์ถาม

            ผมรู้ครับว่าบางครั้งอะไรบางอย่างมันก็ไม่ถูกใจเรา แต่คุณจะใช้กำลังจัดการกับทุกเรื่องไม่ได้นะครับ

            ทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย จะเล่นบาสกลางสายฝนมันก็เรื่องของผม อาจารย์จิตราภาเขามาต่อว่าผมทำไม

            แต่คุณก็ไม่ควรจะไปต่อยท่านนะครับ คุณไม่เคารพท่านเป็นอาจารย์ก็น่าจะให้เห็นแก่ว่าท่านเป็นผู้หญิงบ้างสิครับ

            พวกอาจารย์ก็อย่ามายุ่งกับผมสิ เด็กหนุ่มต่อปากต่อคำ เศรษฐ์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

            ถ้าใช้แต่กำลังกับทุกปัญหาที่คุณเจอแบบนี้คุณอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้หรอกครับ การใช้กำลังไม่เคยแก้ปัญหาอะไรได้หรอก มันมีแต่จะสร้างปัญหามากขึ้น ผมเป็นครู งานของผมไม่ใช่แค่สอนหนังสือให้ความรู้ตามตำราแล้วก็จบ การอบรมบ่มนิสัยให้ลูกศิษย์เป็นคนดีก็เป็นส่วนหนึ่งของผมภาระหน้าที่ในการงานของผม เศรษฐ์สอนแต่เด็กหนุ่มทำท่าทางไม่สนใจอะไร

            อาจารย์เศรษฐ์คะ แบบประเมินค่ะ อาจารย์สอนภาษาไทยเรียกให้เศรษฐ์ไปรับแบบประเมินที่โต๊ะเธอ เมื่อเศรษฐ์ลุกออกจากโต๊ะไปเด็กหนุ่มก็คว้าการ์ดสีขาวที่อยู่บนโต๊ะใส่กระเป๋านักเรียนเพื่อแกล้งเศรษฐ์ด้วยความหมั่นไส้

            เอาเป็นว่า ต่อไปนี้คุณก็หัดระงับอารมณ์ของตัวเองบ้างนะครับ ปล่อยเอาไว้แบบนี้มันจะติดตัวไปได้ เชิญครับ เศรษฐ์บอกให้เด็กหนุ่มไปเข้าห้องเรียนแล้วก้มลงอ่านแบบประเมินจนลืมสนใจการ์ดที่ตนวางไว้ เด็กหนุ่มโดดเรียนแอบไปนั่งสูบบุหรี่อยู่หลังห้องน้ำด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง เขาล้วงเอาการ์ดสีขาวออกมาจากกระเป๋าเรียนของตน

            ป่านนี้คงหาชิบหายแล้วมั้ง การ์ดเหี้ยอะไรวะ เด็กหนุ่มแกะซองออกอ่านด้วยความอยากรู้

            ขอเชิญผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมงานอุปสมบทนายอนันตชัย เพียบพร้อม ณ วัดป่า...

            เด็กหนุ่มจ้องมองข้อความในการ์ดนั้นด้วยความฉงน ทำไมถึงเป็นการ์ดงานบวชของเขา เขาพับการ์ดใบนั้นยัดลงกระเป๋าของตนเหมือนเดิม ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

            ฮัลโหล มีอะไรเหรอพ่อ

            เอ็งซื้อตั๋วหรือยังวะ

            ตั๋วอะไร เด็กหนุ่มถามงงๆ

            ก็ตั๋วรถกลับมาบ้านไง

            กลับไปทำไม

            พ่อจะให้เอ็งบวช

            เฮ้ย ไม่เอา ผมไม่บวช พ่อจะให้ผมบวชทำไม

            ก็ที่เอ็งไปก่อเรื่องไว้น่ะ ทางโรงเรียนเขาจะพักการเรียนเอ็งปีนึง พ่อก็เลยจะถือโอกาสนั้นขัดเกลาสันดานเอ็งซะเลย เด็กหนุ่มนึกถึงข้อความในการ์ด วัดที่ระบุอยู่ในนั้นขึ้นชื่อว่าเคร่งที่สุดก็ว่าได้ สำหรับคนรักอิสระอย่างเขาแล้วการบวชไม่ต่างอะไรกับการเข้าค่ายฝึกทหาร

            ไม่ผมไม่บวช เด็กหนุ่มปฎิเสธเสียงแข็ง

            ถ้าไม่บวชพ่อจะไม่ส่งเงินให้เอ็งอีก แล้วไอ้กีตงกีต้าร์ที่เอ็งอยากได้นั่นก็ไปหาเงินซื้อเอาเองเลย ถ้าเอ็งอยากให้พ่อเลี้ยงเอ็งก็ต้องทำตัวดีๆเหมือนคนอื่น ถ้ากลับตัวไม่ได้พ่อก็ต้องตัดหางปล่อยวัดเอ็งล่ะ ผู้เป็นพ่อยื่นคำขาด ประกาศิตของผู้เป็นพ่อทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับหมดเรี่ยวแรง โทรศัพท์หลุดจากมือตกลงพื้นพร้อมกับร่างเขาเจ้าของที่ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น

 

            ที่ห้องพักครู เวลาเลิกเรียน เศรษฐ์ยังคงค้นโต๊ะของเขาเพื่อหาการ์ดใบสำคัญ แล้วเขาก็พบมันวางอยู่ใต้กองหนังสือเรียนในลิ้นชักล่างสุด

            อ้าว อยู่นี่เอง หายไปไหนมาครับเนี่ย เศรษฐ์หยิบการ์ดขึ้นมาจากลิ้นชัก

            หืม... กลิ่นนี้มัน... กลิ่นควันเทียน... คงเป็นงานบวชสินะครับ เศรษฐ์เสียบการ์ดใบนั้นแทรกไว้ในหน้าหนังสือที่กางอยู่บนโต๊ะก่อนจะปิดหนังสือเล่มนั้นแล้วเอาเก็บไว้ในลิ้นชัก

            อาจารย์ครับ คุณากรเรียกเศรษฐ์เมื่อเขามาถึงที่โต๊ะ เศรษฐ์เงยหน้าขึ้นมาดู

            อ้อ เชิญนั่งครับ ทราบมั้ยครับว่าผมเรียกคุณมาทำไม

            ไม่ทราบครับ

            เรื่องผลการสอบครับ สอบกลางภาคที่ผ่านมาคุณทำคะแนนได้ต่ำกว่าเกณฑ์มากในวิชาของผมและผมคงจะมองข้ามมันไปไม่ได้ คุณมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการเรียนวิชานี้หรือเปล่าครับ

            ผมไม่ค่อยถนัดวิชาฟิสิกส์ครับ

            กลับไปบ้านคุณได้ทบทวนบทเรียนหรือเปล่าครับ

            ไม่ครับ ที่บ้านผมฐานะไม่ค่อยดีผมเลยต้องช่วยงานพ่อกับแม่หนัก

            งานอะไรครับ

            พ่อผมเป็นพ่อค้าผักที่ตลาดครับ ตอนเช้าผมต้องไปช่วยพ่อขนผักจากสวนไปที่ตลาด ตอนเลิกเรียนก็ต้องไปคอยขนผักส่งให้ลูกค้าอีก

            เข้าใจแล้วครับ แต่คุณก็ต้องแบ่งเวลาให้เป็นนะครับ คุณเลือกที่จะก้าวเข้ามาเป็นนักเรียนแล้วคุณก็ต้องมีเวลาให้กับเรื่องเรียนด้วย ไม่ใช่ปล่อยมันทิ้งไปอย่างนั้นมันเท่ากับละเลยหน้าที่ อีกอย่างถ้าคุณทำผลการเรียนได้ดีคุณอาจได้ทุนการศึกษาซึ่งนั่นจะช่วยแบ่งเบาภาระของทางบ้านได้พอสมควรเลย เห็นมั้ยครับ การตั้งใจเรียนคือคำตอบของปัญหา

            ครับ เด็กหนุ่มรับคำสั้นๆ

            กลางภาคผ่านไปแล้วเราก็ทำอะไรกับมันไม่ได้ ถ้าอย่างไรก็พยายามให้มากสำหรับการสอบปลายภาคนะครับ เดี๋ยวผมจะให้คุณยืมหนังสือของผมไปอ่าน สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาหนังสือเล่มนี้ช่วยได้มากครับ เศรษฐ์ก้มลงค้นลิ้นชักตัวเอง

            อาจารย์ครับ จะปิดห้องแล้วนะครับ ภารโรงร้องบอกเศรษฐ์

            ครับ สักครู่ครับ เศรษฐ์เร่งค้นโต๊ะของตัวเองเพื่อไม่ให้ภารโรงต้องรอนาน ในที่สุดเขาก็เจอหนังสือที่ว่า

            นี่ครับ ถ้าอ่านจบแล้วหรือจบภาคการศึกษา รบกวนเอามาคืนด้วยนะครับ เศรษฐ์ยื่นหนังสือให้ เด็กหนุ่มไหว้ขอบคุณก่อนจะรับมันมา

            ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ เด็กหนุ่มไหว้ลาเศรษฐ์แล้วรีบออกจากห้องพักครู เขาตรงไปที่ร้านขายอาหารหน้าโรงเรียนเพื่อหาอะไรทานเป็นอาหารเย็นเพราะเมื่อกลับไปถึงบ้านเขาต้องทำงานจนแทบไม่มีเวลากิน ระหว่างนั่งรออาหารอยู่เขาก็หยิบหนังสือนั้นขึ้นมาพลิกดู

            การ์ดอะไร เด็กหนุ่มหยิบเอาการ์ดที่เสียบอยู่ในหนังสือออกมาดู

            ของอาจารย์เศรษฐ์หรือเปล่า พรุ่งนี้ค่อยเอาไปคืนก็แล้วกัน ว่าแต่การ์ดอะไรวะ เด็กหนุ่มแกะเอาการ์ดสีขาวออกมาจากซองแล้วเปิดดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            ขอเชิญร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพนายสุชาติ อัตโรกุล ที่ศาลา 4 วัด... เด็กหนุ่มอ่านข้อความนั้นแล้วถึงกับตัวเย็นวาบทันที ชื่อบนการ์ดนั้นคือชื่อของพ่อเขา หมายความว่ายังไง ก่อนที่สมองของเขาจะคิดอะไรมากไปกว่านี้โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

            สวัสดีครับ ป้าพรเหรอครับ

            เฮ้ย ไอ้กร ทำใจดีๆไว้นะ... พ่อเอ็งรถคว่ำตาย

            อะไรนะครับเด็กหนุ่มร้องเสียงหลง

            พ่อเอ็งเสียแล้ว มูลนิธิเขาเพิ่งมารับศพไปนี่เอง เด็กหนุ่มนั่งตัวชาเมื่อได้ยินข่าวร้ายจากทางบ้าน เขาก้มลงมองการ์ดใบนั้นแล้วก็ต้องขนลุกซู่ บนการ์ดใบนั้นมีตัวหนังสือค่อยๆปรากฏเพิ่มขึ้นมาอีกบรรทัด

            ขอเชิญร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพนายสุชาติ อัตโรกุล นางสายชล อัตโรกุลที่ศาลา 4 วัด...

            ชื่อที่เพิ่มขึ้นมาบนการ์ดใบนั้นคือชื่อของแม่เขา หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่อีก ไม่เกินอึดใจชายหนุ่มก็ได้คำตอบเมื่อเขาได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาตามโทรศัพท์ที่ยังไม่วางสาย

            เฮ้ย แม่เอ็งช็อคจนหัวใจกำเริบแล้ว เฮ้ย รีบตามหมอเร็วสิวะ เสียงป้าของเขาตะโกนสั่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงร้อนรนบ่งบอกให้รู้ว่าแม่ของเขากำลังอยู่ในอันตราย สายตาของเขาจับจ้องไปที่การ์ดสีขาวนั้น มีข้อความปรากฏขึ้นมาอีกบรรทัดแล้ว ข้อความที่ทำให้ความกลัวของเขาพุ่งถึงขีดสุดจนหัวใจแทบหยุดเต้น

            ขอเชิญร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพนายสุชาติ อัตโรกุล นางสายชล อัตโรกุล นายคุณากร อัตโรกุลที่ศาลา 4 วัด... ชื่อของเขาถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อเจ้าของงาน ทันใดนั้น ชุดหลอดไฟรางคู่ติดเพดานของร้านก็หลุดและเหวี่ยงลงมาฟาดเข้ากับศีรษะของเด็กหนุ่มเหมือนลูกตุ้ม เศษหลอดไฟที่แตกบาดเข้ากับใบหน้าของเขาจนเลือดไหลไม่หยุด สายไฟที่ห้อยลงมาพันเข้ากับคอของเขาพร้อมกับทำหน้าที่เป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าให้ไหลผ่านศีรษะ เด็กหนุ่มชักกระตุกอยู่สักพักก็สิ้นใจ

 

            ที่ห้องพักครู เช้าวันต่อมา เศรษฐ์กำลังค้นโต๊ะของตนเพื่อหาการ์ดสีขาวนั้น เขาพบมันเมื่อเขาเปิดลิ้นชักบานกลางของโต๊ะเพื่อหาดู

            อ้าว อยู่นี่เอง หายไปไหนมาครับ เศรษฐ์หยิบมันขึ้นมาดู

            หืม... กลิ่นนี้มัน... กลิ่นธูป... กับกลิ่นคาวเลือด... อ้อ งานศพสินะครับ

            อาจารย์คะ เอางานมาส่งค่ะ เสียงเด็กนักเรียนพูดกับเขาเรียกให้เขาหันไปสนใจ

            วางไว้เลยครับ ขอบคุณมาก

            การ์ดอะไรคะ เด็กสาวถาม

            ไม่ทราบสิครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

            อะไรคะ การ์ดของตัวเองยังไม่รู้อีก อาจารย์เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ เด็กสาวแซวก่อนจะขอตัวกลับไปที่ห้องเรียน

            ผมพูดจริงนะครับ เศรษฐ์มองการ์ดใบนั้น รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นที่มุมปาก

ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นการ์ดอะไรอีก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #707 ฮะคิม (@SinCruzz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 13:32
    ชอบคาแรกเตอร์เศรษฐ์อะ ดูลึกลับ น่าค้นหา มีความจิตนิดๆ ประโยคสุดท้ายนี่มาพร้อมรอยยิ้มแบบตัวร้ายมาก ฮึ ฮึ ฮึ

    #707
    0
  2. #693 เจ้าชายสโนว์ (@Mookrada) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 14:32
    โอ๊ยยยยยยยยยยย มันไม่ยุติธรรมกับคุณากรเลย ทำไมคนดีต้องตายวะ แล้วไอคนที่เกเรกลับได้โอกาสกลับตัว
    แต่เป็นตอนที่เเบบเฮ้ย! คิดได้ไง นักเขียนคิดได้ไง 

    เดาเอานะว่าอาจารย์เศรษฐ์เนี่ย น่าจะเป็นบุคคลลึกลับที่พอเกิดเรื่องกับโรงเรียนไหนสักที่จนเด็กตัวเองตาย เขาจะเปลี่ยนสถานที่สอนไปเรื่อยๆ ดูจากที่ประจำชั้นไม่เคยซ้ำห้องกัน และสอนวิชาไม่ซ้ำกันด้วย และไม่ว่าจะอยู่แต่ละโรงเรียนนานแค่ไหน จะสอนเป็นเดือนหรือครึ่งเทอม พอเริ่มเรื่องใหม่ อาจารย์แกก็จะอายุ 26-27 เท่าเดิม 


    #693
    0
  3. #658 Onceinmemorie (@pententhmiele) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 02:38
    ตอนตบเจ๋งมากเลยค่า
    #658
    0
  4. #657 Onceinmemorie (@pententhmiele) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 02:37
    ตอนจบเฟี้ยวมากเลยค่า
    #657
    0
  5. #493 Σʍρeror_ɔr (@055440769) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 12:27
    เห้ย เท่ชะมัด
    #493
    0
  6. #424 klovebank (@k-bank) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 08:10
    ว้าวๆๆอาจารเป็นตัวเชื่อไรเนี้ย
    #424
    0
  7. #301 ♕ I'm Run Devil Run ♕ (@mailoveladygaga) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 16:30
    อยากได้บ้างจังเบยยย ถ้าเราได้คงได้ลงนรก =='''
    #301
    0
  8. #297 ♕ I'm Run Devil Run ♕ (@mailoveladygaga) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 21:23
    อ้าววววววว
    #297
    0
  9. #288 kiume (@kiume) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 18:06
    ทำเป็นสอนนู่นสอนนี่แต่จริงๆคือโรคจิต ใช่มั้ยยยยยยยย
    #288
    0
  10. #246 My.iD reem (@rareem) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 17:29
    อันสุดท้ายโครตช้อค =[]=
    #246
    0
  11. #183 Dead END (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2555 / 19:30
    เรื่องนี้ถ้าเอาไปทำเป็นหนังสั้น น่าจะสนุกดีแฺฮะ

    แต่แอบสงสารคนดีๆคนสุดท้่าย ที่ได้ตั๋วเชิญไปงานศพของ..
    #183
    0
  12. #39 อัญยา (@annya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:15
     บังเอิญเป็นคนขี้สงสัย

    ตอนนี้เลยต้องเพลาๆ ลงเสียหน่อย
    #39
    0
  13. #38 -`Vanilla,. (@mytimez) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 08:15
    ฮึก.. ชักกลัวความอยากรู้อยากเห็นแล้วนะเนี่ย =[]=..''
    #38
    0
  14. #37 The~sunset (@evil_in_angle) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 18:01
    อ้าว อันสุดท้ายมันซวยนี่หว่า
    #37
    0
  15. #36 oishisunbite (@oishisunbite) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 14:46
    สยองอ่ะ น่ากลัว ขนาดเด็กดีช่วยพ่อแม่อย่างกรยังต้องตายเพราะแค่อยากรู้ว่าการ์ดอะไร
    #36
    0