ตอนที่ 3 : สายสัมพันธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    2 ส.ค. 54

การเป็นครอบครัวนี่เขาเป็นกันยังไงนะ ความเป็นพ่อแม่ลูกมันเป็นยังไง สายสัมพันธ์ในครอบครัวหน้าตาเป็นยังไงกัน หญิงสาวคนหนึ่งนอนคิดเรื่องเหล่านี้บนโซฟาในบ้านของตน วันพรุ่งนี้มีสอบเก็บคะแนนแท้ๆแต่เธอกลับไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านหนังสือเลย พ่อกับแม่เธอออกไปทำงานแต่เช้าเหมือนทุกวัน ไม่พูดคุยหรือมองหน้ากัน ทำเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตน ครอบครัวเธอมีสมาชิกสามคนอยู่ร่วมกันในรูปแบบที่ไม่เหมือนครอบครัวแม้แต่น้อย มันเหมือนคนแปลกหน้าสามคนที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกันมากกว่า ไม่มีการพูดคุยกัน ทักทาย ถามไถ่หรือแม้แต่ทะเลาะกัน มีอะไรผิดปกติในครอบครัวเธอนะ เธอเคยถามพ่อกับแม่เธอแล้วแต่ก็ไม่ได้คำตอบ หญิงสาวนอนพลิกตัวไปมาสายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกเวลาห้าโมงเย็น เธอตัดสินใจออกไปหาอะไรทานนอกบ้าน ร้านก๋วยเตี๋ยวที่หน้าปากซอยน่าจะเปิดแล้ว เธอล็อคประตูบ้านแล้วเดินไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน สายตาเธอมองทอดไปยังสวนสาธารณะซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ปกติวันหยุดแบบนี้เธอมักจะไปเดินห้างหรือไม่ก็ตลาดนัดเพื่อให้หายฟุ้งซ่านแต่วันนี้เธอลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินเล่นในสวนสาธารณะดูบ้างดีกว่า เมื่อทานก๋วยเตี๋ยวเสร็จเธอเดินข้ามถนนมาที่สวนสาธารณะ เธอเดินเล่นไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดมุ่งหมายต่างกับคนอื่นๆที่มาออกกำลังกายหรือมาพักผ่อน เมื่อเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆจนมาถึงส่วนที่ค่อนข้างเปลี่ยวเธอก็สังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งซึ่งแต่งตัวแปลกๆกำลังก้มหาอะไรบางอย่างอยู่ที่ม้านั่ง

ทำอะไร หญิงสาวถามห้วนๆ

เผอิญผมทำกุญแจบ้านตกน่ะครับชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นตอบก่อนจะก้มลงหาต่อ ปกติเธอไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นแต่สงสัยเพราะอารมณ์อยากเปลี่ยนบรรยากาศของเธอทำให้เธอตัดสินใจช่วยเขาหา

นี่ใช่มั้ย เธอส่งกุญแจที่เก็บได้ให้เขา

ใช่ครับ ขอบคุณมากครับ ถ้าหาไม่เจอนี่ผมคงต้องนอนนอกบ้านแน่ๆ ชายคนนั้นยิ้มอย่างยินดี ขอบคุณมากจริงๆครับ เพื่อเป็นการตอบแทน ผมจะให้คุณใช้บริการผมฟรีหนึ่งครั้งเลยครับ

บริการอะไร คงไม่ใช่เรื่องอย่างว่านะ หญิงสาวอดคิดไปแบบนั้นไม่ได้ เล่นบอกว่าจะให้บริการในจุดที่ค่อนข้างเปลี่ยวในสวนสาธารณะแบบนี้

รู้สึกว่าคุณจะเข้าใจอะไรผิดนะครับ ให้ผมแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน ผมชื่อเศรษฐ์ครับ เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ที่โรงเรียนใกล้ๆนี้แต่นั่นเป็นแค่อาชีพเสริมครับ อาชีพหลักของผมคือเป็นคนขายข้อมูล เศรษฐ์ตอบพร้อมกับชวนให้หญิงสาวนั่งที่ม้านั่ง

คนขายข่าว อ๋อ พวกที่ชอบเอาเรื่องลับภาพหลุดไปขายให้นิตยาสารหรือหนังสือพิมพ์น่ะเหรอ

เปล่าครับ งานของผมคือการรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆมาแล้วก็ขายให้กับคนที่มาขอซื้อครับหรือที่เรียกกันว่าอินฟอร์แมนท์ (Informant) ครับ

งั้นเหรอ ขายข้อมูลเกี่ยวกับอะไรมั่งล่ะ

ทุกอย่างครับ ทั้งความลับทางการค้า ข้อสอบต่างๆ ข้อมูลลับทางการทหาร แม้แต่กำหนดการต่างๆของบุคคลสำคัญก็มี ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังเกิดขึ้น ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน พวกนั้นนับเป็นข้อมูลที่เป็นสินค้าของผมทั้งนั้นครับเศรษฐ์แจกแจง ตอนนี้ผมมีลูกค้าประจำสองคนแล้วนะครับ คนแรกเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่มาซื้อแผนการตลาดของคู่แข่งจากผมประจำ เขาถึงสามารถล่วงหน้าคู่แข่งหนึ่งก้าวตลอดครับ อีกคนเป็นนักศึกษา เขามาซื้อข้อสอบกับผมตั้งแต่เอนทรานซ์จนเรียนจบเลยทีเดียว เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง 4.00 เชียวนะครับ ทั้งสองคนตอนแรกก็ไม่เชื่อที่ผมพูดหรอกครับแต่พอลองใช้บริการของผมแล้วได้ดิบได้ดีก็เลยกลายเป็นขาประจำไป

ไปเอามาจากไหนล่ะ ข้อมูลพวกนั้นน่ะ

ผมบอกไม่ได้ครับ เป็นความลับทางการค้า

ถ้ามันดีอย่างที่โม้มาจริงทำไมมีลูกค้าแค่สองคนล่ะ

อาชีพผมทำเปิดเผยไม่ได้ครับเพื่อสวัสดิภาพของตัวผมเอง เรื่องลูกค้านี่ผมก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตานะครับ คนที่เข้ามาปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าอย่างผมๆก็จะเสนอบริการให้เหมือนอย่างคุณนี่แหละครับ ว่าไงครับ คุณมีข่าวหรือข้อมูลอะไรที่อยากรู้หรือเปล่าครับ

หญิงสาวยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง อาชีพอะไรไม่เคยได้ยินมาก่อนน่ากลัวจะเป็นพวกต้มตุ๋นสายพันธุ์ใหม่แต่บอกว่าฟรีหนึ่งครั้งนี่ลองดูหน่อยก็แล้วกัน

ขอข้อสอบของวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

ข้อสอบเก็บคะแนนวิชาภาษาอังกฤษชั้นม.5/4 โรงเรียน....นะครับ ได้ครับเศรษฐ์ล้วงเอากระดาษ A4 กับปากกาออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วเริ่มเขียนข้อสอบลงไป

'คนบ้าอะไรพกกระดาษ A4 ไว้ในกระเป๋าเสื้อ' หญิงสาวมัวแต่สังเกตเรื่องนี้จึงไม่รู้สึกตัวว่าเศรษฐ์รู้ได้อย่างไรว่าเธอมีสอบวิชาอะไร เรียนอยู่ชั้นไหน โรงเรียนอะไร

นี่ครับ เศรษฐ์ยื่นกระดาษให้เธอ ผมวงคำตอบให้หมดแล้วนะครับ ถ้าคุณจำได้หมดล่ะก็สอบพรุ่งนี้ฉลุยแน่ครับ

ถ้ามันไม่ออกตามนี้ล่ะ

ออกแน่ครับ ข้อมูลที่ผมให้กับลูกค้านั้นเป็นความจริงเสมอ อาชีพผมอยู่ได้ด้วยความเชื่อถือของลูกค้าครับ ถ้าผมแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินก็จะไม่มีใครมาใช้บริการผมอีกหรือร้ายกว่านั้นผมอาจได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ครับ

ก็ได้ ฉันจะลองเชื่อดูหญิงสาวตอบแล้วเก็บกระดาษเข้ากระเป๋าเธอ

ขอบคุณครับ ต่อไปนี้ถ้าจะติดต่อกับผมล่ะก็ ผมอยู่ที่ม้านั่งตัวนี้ทุกวันห้าโมงเย็นถึงสองทุ่มนะครับ

หญิงสาวเดินกลับมาที่บ้านของเธอ อย่างน้อยการเปลี่ยนไปเดินเล่นในสวนสาธารณะวันนี้ก็สมประสงค์ การเจอกับคนพิลึกที่ทำอาชีพแปลกๆช่วยให้เธอลืมเรื่องของครอบครัวไปได้บ้าง เกือบหนึ่งทุ่มแล้วพ่อกับแม่ยังไม่กลับมา คงเหมือนทุกวันนั่นแหละไม่ห้าทุ่มก็เที่ยงคืน เธอนั่งเตรียมตัวสอบจนสี่ทุ่มครึ่งก็เข้านอน

 

วันรุ่งขึ้น ชั่วโมงภาษาอังกฤษ อาจารย์เดินแจกข้อสอบให้นักเรียนทุกคน เมื่อเห็นข้อสอบเธอก็ต้องตะลึง มันตรงกับที่เธอได้รับมาทุกอย่างแม้แต่การเรียงลำดับตัวเลือกราวกับถ่ายเอกสารมาจากต้นฉบับ หรือว่าเรื่องที่เศรษฐ์พูดจะเป็นความจริง เธอทำข้อสอบเสร็จอย่างรวดเร็วจนอาจารย์เองยังแปลกใจ ระหว่างนั่งรอเรียนวิชาต่อไปหญิงสาวก็คิด 'ถ้าอย่างนั้นเขาอาจจะรู้เรื่องของครอบครัวเรา เย็นนี้ต้องรีบไปถามดู' สี่โมงเย็นเป็นเวลาเลิกเรียน เธอรีบมาขึ้นรถกลับบ้านโดยไม่สนใจสิ่งอื่นๆเพื่อมานั่งรอเศรษฐ์ที่ม้านั่งตัวเดิมอย่างใจจดใจจ่อ

มันตลกดีนะครับ ลูกค้าของผมทุกคนที่ได้ลองใช้บริการของผมจะมานั่งรอผมเหมือนคุณทุกคนเลยเศรษฐ์ทักทายพร้อมรอยยิ้ม ผมเลยต้องบอกกับพวกเขาด้วยประโยคเดียวกันว่า คุณไม่จำเป็นต้องรีบก็ได้ครับ มีเวลาตั้งสามชั่วโมงและผมเองก็ใช่ว่าจะยุ่งมากมายอะไร อันที่จริงผมมีเวลาว่างมากกว่าเวลางานเสียอีก อ้อ สอบวันนี้ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ คุณได้คะแนนเต็มแน่ๆ แต่เล่นส่งข้อสอบเร็วขนาดนั้นไม่กลัวอาจารย์หมั่นไส้เอาหรือครับ

รู้ได้ยังไง

อาชีพผมคือขายข้อมูลข่าวสาร มันเป็นงานของผมที่จะต้องรู้ความเป็นไปของสิ่งต่างๆ ไม่งั้นผมจะเอาอะไรมาขายล่ะครับ ว่าแต่วันนี้คุณจะซื้ออะไรจากผมหรือครับ

ฉันอยากรู้เรื่องของพ่อแม่ฉัน

พ่อแม่คุณหรือครับ เอ ผมว่าการที่คนในครอบครัวเดียวกันต้องมาซื้อข้อมูลของกันและกันเองนี่เป็นเรื่องที่น่าอดสูมากเลยนะครับ

ช่างฉันเถอะน่า ฉันอยากรู้ว่าทำไมพ่อกับแม่ฉันถึงเย็นชาต่อกันนัก ทำเหมือนกับว่าอีกฝ่ายไม่มีตัวตนอยู่อย่างนั้น

คุณจะรู้ไปทำไมหรือครับ ถ้าคิดจะแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหาล่ะก็ไม่สำเร็จหรอกครับ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นขึ้นเมื่อนานมาแล้วและคุณก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก

ฉันอยากรู้สาเหตุของเรื่องแค่นั้นแหละ อย่างน้อยในฐานะที่เป็นสมาชิกของครอบครัวฉันก็มีสิทธิ์ที่จะรู้

คุณแค่อยากรู้หรือครับ ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้อย่าซื้อจากผมจะดีกว่า ผมทำอาชีพนี้มาหลายปีแล้วและผมบอกได้เลยครับว่าข่าวที่ซื้อไปเพราะความอยากรู้อยากเห็นน่ะไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปหรอกครับเพราะมันไม่ใช่การซื้อเพื่อลงทุนเป็นแค่การสนองความอยากของตัวเองเท่านั้น ซ้ำร้ายความอยากนั้นมันมักจะหวนมาทำร้ายเราด้วย

ถ้าไม่ซื้อจากนายแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ ถามพ่อกับแม่ก็ไม่มีใครบอก

ทุกความลับย่อมมีเหตุผลที่ทำให้มันไม่อาจเปิดเผยได้ครับ การที่คุณพยายามจะรู้ในสิ่งที่พวกท่านไม่อยากให้รู้เพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นนั่นเป็นการก้าวล้ำขอบเขตที่ไม่สมควรนะครับ

แต่จะให้ฉันอยู่ในบรรยากาศเย็นชานั้นโดยไม่รู้อะไรเลยน่ะ ฉันทนไม่ไหวหรอกนะ ยังไงฉันก็ต้องรู้ให้ได้ นายเป็นคนขายข่าวนายก็ต้องรู้เรื่องนี้แน่ๆ บอกฉันมาเถอะ ราคาเท่าไหร่ฉันก็จะซื้อ

ถ้าคุณยืนยันอย่างนั้นก็ได้ ผมขอห้าพันบาทครับ

ห้าพันบาท มันแพงขนาดนั้นเลยเหรอ

นี่เป็นราคาต่ำที่สุดแล้วครับสำหรับทุกข้อมูลที่ผมจะขาย

บอกมาก่อนได้มั้ย เดี๋ยวฉันมาจ่ายให้ทีหลัง

ไม่ได้ครับ ข่าวที่ผมให้ไปแล้วมันเอาคืนไม่ได้ครับ ถ้าคุณเบี้ยวผมก็แย่สิครับ ผมไม่เคยโกงลูกค้านะครับและผมก็ไม่ชอบให้ลูกค้าโกงผมด้วย

แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก

เอาไว้มีแล้วค่อยมาซื้อก็ได้นี่ครับ ไม่จำเป็นต้องรีบ หรือยิ่งคุณล้มเลิกความตั้งใจไปเลยยิ่งดี เชื่อผมสิครับ
         

หญิงสาวเดินกลับมาที่บ้าน เธอพยายามคิดวิธีหาเงินห้าพันบาท เด็กม.ปลายอย่างเธอจะไปหามาจากไหน จะทำงานพิเศษก็ทำได้แค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ ค่าจ้างที่จะได้รวมกับเงินเก็บรายวันของเธอก็ยังต้องใช้เวลาอีกเกือบเดือน เธอรอนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอก หญิงสาวทอดตัวลงนอนบนโซฟามองไปรอบๆบ้าน ฝุ่นเริ่มเยอะแล้วเพราะบ้านเธอไม่ค่อยมีใครอยู่เลยไม่มีใครทำความสะอาด

'เอาไว้วันหลังละกัน วันนี้ยังไม่มีอารมณ์'

สองวันต่อมาเป็นวันหยุดราชการ เธอไม่ต้องไปโรงเรียนส่วนพ่อกับแม่เธอก็ทำงานครึ่งวัน เย็นๆจึงจะกลับถึงบ้าน ตอนกลางวันเธอจึงอยู่บ้านคนเดียว หญิงสาวนอนดูทีวีอยู่จนบ่ายจึงเริ่มทำความสะอาด ฝุ่นจับหนามากทำให้เธอต้องใช้เวลาทำนาน เธอทำความสะอาดไล่ไปจนถึงห้องนอนของพ่อกับแม่ ข้าวของในห้องแยกเป็นสองฝั่งอย่างเห็นได้ชัด กล่องเก็บเครื่องสำอางค์ของแม่วางอยู่บนโต๊ะส่วนกองหนังสือกีฬาของพ่อก็วางอยู่บนพื้น เธอลองเปิดดูกล่องเครื่องสำอางค์ของแม่ดู ข้างในมีกล่องตลับแป้ง ลิปสติก แปรงปัดขนตา ดินสอเขียนคิ้ว ครีมกันแดด รองพื้น ฯลฯ แต่แปลกที่เครื่องสำอางทุกอย่างถูกเก็บอยู่ในกล่องของมัน

'จะเก็บไว้ในกล่องทำไมให้ยุ่งยากนะ' เธอลองเปิดกล่องดูเครื่องสำอางค์ที่แม่เธอใช้แล้วเธอก็ต้องตกใจ ในกล่องนั้นมีเงินซ่อนอยู่ทุกกล่องทั้งแบงค์ร้อย แบงค์ห้าร้อย

'แม่แอบเม้มเงินพ่อเหรอแล้วพ่อล่ะ' เธอลองเปิดดูหนังสือกีฬาของพ่อ ใช่จริงๆหน้ากลางของทุกเล่มมีเงินซ่อนอยู่ เธอรวบรวมเงินทั้งหมดมาประมาณดูน่าจะหลายพันอยู่

'ทำไมพ่อกับแม่ต้องเม้มเงินกันด้วยนะ' หญิงสาวจ้องมองเงินกองนั้นแล้วความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสมอง เงินจำนวนนี้น่าจะมากพอให้เธอซื้อข้อมูลจากเศรษฐ์ได้ เงินนี้เป็นเงินที่พ่อกับแม่แอบเม้มไว้ใช้ส่วนตัว ถ้าเธอจะเอาไปก็คงไม่ผิดบาปนัก เธอรวบเงินทั้งหมดใส่ถุงพลาสติกและเก็บข้าวของในห้องให้เข้าที่เหมือนเดิม บ่ายสี่โมงกว่าแล้วใกล้เวลาที่พ่อกับแม่เธอจะกลับมา เธอต้องรีบไปก่อนที่ความจะแตก หญิงสาวล็อกประตูบ้านแล้วรีบตรงไปที่สวนสาธารณะทันที

สายัณห์สวัสดิ์ครับ เศรษฐ์ทักทาย

เอ้า หญิงสาวโยนถุงเงินให้เศรษฐ์ ทีนี้บอกเรื่องที่ฉันอยากรู้มาได้แล้ว

ผมรู้นะครับว่าคุณไปเอาเงินนี่มาจากไหน คุณเอากลับไปคืนที่เดิมเถอะครับเพื่อประโยชน์ของคุณเอง เงินก้อนนี้จะไม่ทำให้คุณได้อะไรแต่คุณจะเสียสิ่งที่มีอยู่แล้วด้วย

หมายถึงอะไร

ผมบอกไม่ได้ครับ

งั้นก็รีบเล่ามา อย่าลีลาได้มั้ย หญิงสาวเริ่มหัวเสีย

ก็ได้ครับ แต่ผมเตือนแล้วนะครับเศรษฐ์แกะถุงพลาสติกออกล้วงเอาเงินออกมาจัดเพื่อความสะดวกในการนับพลางเริ่มเล่าเรื่อง

เรื่องมันเกิดขึ้นนานมากแล้วครับ ก่อนที่คุณจะเกิดซะอีก สมัยที่พ่อกับแม่คุณยังอายุยี่สิบปีอยู่เลยตอนนั้นแม่คุณทำงานเป็น... เอ่อ... เป็นโสเภณีครับ แม่คุณเป็นดาวของซ่องเชียวนะครับ ค่าตัวสูงมากทีเดียว ส่วนพ่อคุณก็เป็นคนคุมซ่องที่แม่คุณทำงานอยู่นั่นแหละครับ วันนึงพ่อคุณเมามากแล้วไปปล้ำแม่คุณเข้าทำให้แม่คุณตั้งท้อง เจ้าของซ่องรู้เข้าสั่งคนรุมกระทืบพ่อคุณปางตายเลยนะครับ ส่วนแม่คุณก็ทำงานต่อไม่ได้แล้วประกอบกับที่ซ่องมีดาวดวงใหม่พอดีก็เลยโดนไล่ออกจากซ่องไป ครั้นจะไปทำแท้งก็ไม่มีเงินเลยจำต้องอุ้มท้องคุณจนคลอด พ่อคุณก็ถูกแม่คุณบังคับให้จดทะเบียนสมรสไม่งั้นจะแจ้งความข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา พวกท่านก็ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกกฎหมายและมีภาระต้องเลี้ยงดูกันตามแต่ฐานานุรูปครับเศรษฐ์หยุดพักนิดหนึ่งเพื่อให้หญิงสาวเรียบเรียงเรื่องราวก่อนจะเล่าต่อ

เข้าใจหรือยังครับ ครอบครัวคุณไม่ได้เกิดจากความรักครับ สายสัมพันธ์ของคนในครอบครัวน่ะไม่มีมาตั้งแต่ต้นแล้วครับ สิ่งที่เชื่อมโยงพวกคุณไว้ด้วยกันไม่ใช่ความรักแต่เป็นภาระที่ต้องเลี้ยงดูกันและกัน แม่คุณแต่ก่อนเป็นเด็กใจแตกนะครับ ชอบเรื่องอย่างว่าอยู่แล้ว การทำงานเป็นโสเภณีจึงเป็นการได้ทำสิ่งที่ชอบแถมได้เงินตอบแทนด้วยแต่ความสนุกนั้นก็ต้องจบลงเพราะตั้งท้อง ไหนจะต้องทนอุ้มท้องอยู่เก้าเดือน ไหนจะต้องทรมานเวลาคลอดอีก ส่วนพ่อคุณตอนที่ยังทำงานคุมซ่องอยู่ก็เป็นงานสบายนะครับ นั่งดื่มเบียร์จัดคิวเก็บเงินไม่ต้องทำอะไรมากแต่พอแม่คุณตั้งท้องชีวิตสุขสบายก็ต้องจบลงแถมโดนกระทืบปางตายอีกต่างหาก พอพ่อแม่คุณมองเห็นกันและกันก็พาให้นึกถึงเรื่องอันน่าขมขื่นเหล่านั้นครับและพอมองเห็นคุณก็พาให้เจ็บปวดว่าเป็นมารหัวขนที่เกิดมาทำลายความสุขและเป็นภาระให้ต้องดูแลอีก พวกท่านจึงพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยปฏิสัมพันธ์กันเพราะไม่อยากไปสะกิดแผลของตัวเองให้เจ็บใจอีกไงครับ

ไม่จริง... แกโกหก หญิงสาวยอมรับความจริงที่ได้รับรู้ไม่ได้

ผมบอกแล้วไงครับว่าข่าวที่ผมขายให้ลูกค้าเป็นเรื่องจริงเสมอ ผมไม่เคยโกงลูกค้าครับ

 

หญิงสาวกลับบ้านในสภาพเหม่อลอย ในหัวของเธอขาวโพลนไปหมด เธอเดินข้ามถนนมาได้ยังไงก็ไม่รู้ เมื่อมาถึงหน้าบ้านเสียงดังโครมครามจากในบ้านก็ปลุกเธอจากภวังค์ เธอรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที ภาพที่เห็นคือพ่อของเธอกำลังทำร้ายแม่อยู่

บอกมานะอีดอก มึงขโมยเงินกูไปใช่มั้ยผู้เป็นพ่อตะคอกถามภรรยาของตน

กูไม่ได้เอาไป มึงนั่นแหละขโมยเงินในกล่องเครื่องสำอางค์ของกู แม่เธอเถียง

อ๋อ นี่มึงแอบเม้มเงินเหรอ อีสัตว์นี่ มึงแอบเอาไปเลี้ยงชู้มึงใช่มั้ย มีลูกอายุสิบกว่าปีแล้วยังร่านผู้ชายไม่เปลี่ยน พอขายไม่ออกก็หันมาซื้อแทนงั้นเหรอ

มึงนั่นแหละ แอบเอาเงินไปเลี้ยงอีเมียน้อยของมึง แล้วก็ไม่ใช่เพราะมึงปล้ำกูเหรอกูถึงท้องจนต้องออกมาอยู่อย่างนี้

แล้วมึงเสือกท้องทำไมล่ะ กูเลยต้องถูกกระทืบแล้วยังต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงพวกมึงอีก

หัวข้อการทะเลาะเริ่มย้อนกลับไปในอดีต สิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดจนหมดและในที่สุด ผู้เป็นพ่อก็คว้าเอาแจกันที่อยู่ใกล้มือฟาดไปที่ศีรษะของฝ่ายหญิง ร่างของเธอล้มลงสิ้นใจไปอย่างรวดเร็ว

แม่!!! หญิงสาวร้องออกมา ขณะที่พ่อของเธอยืนตะลึงกับการกระทำของตนเอง

มึงเพราะมึง... อีลูกเวร ถ้ามึงไม่เสือกเกิดมาล่ะก็ กูคงไม่ต้องอยู่ในสภาพนี้ อีมารหัวขน อีตัวกาลี พ่อของเธอเดินตรงเข้ามา เธอรู้ได้ทันทีว่าไม่ปลอดภัยแน่ หญิงสาววิ่งหนีพ่ออย่างรวดเร็ว จะหนีออกทางประตูคงไม่ได้เพราะพ่อเธออยู่ใกล้กว่า เธอจึงต้องวิ่งหนีเข้าไปในบ้านแทน

มึงจะหนีไปไหน วันนี้กูต้องฆ่าอีตัวอัปรีย์ ตัวกาลกิณีของชีวิตกูให้ได้ผู้เป็นพ่อวิ่งตามไปทันในครัว มือของเขาคว้าเข้าที่ลำคอของลูกสาวและบีบเค้นอย่างแรง หญิงสาวดิ้นทุรนทุรายมือป่ายไปคว้าได้มีดปลายแหลมเล่มหนึ่ง เธอแทงสวนไปที่ซอกคอของพ่อเธอทันที

อึก ค่อกผู้เป็นพ่อผงะไปด้วยความเจ็บปวดแต่ถึงกระนั้นมือของเขาก็ยังคงบีบเกร็งอยู่ไม่ปล่อย สติของเด็กสาวเริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆและก่อนที่จะสิ้นลม คำพูดของเศรษฐ์ก็ดังแว่วขึ้นมาในสมองของเธอ

เงินก้อนนี้จะไม่ทำให้คุณได้อะไรแต่คุณจะเสียสิ่งที่มีอยู่แล้วด้วย

 

ก๊อกๆๆ แอ๊ด... เสียงเคาะและเสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นหลังเหตุการณ์ต่างๆจบลง ผู้มาเยือนยามวิกาลนั้นคือเศรษฐ์นั่นเอง

ขอโทษที่รบกวนครับคุณนาย ผมมาหาลูกสาวคุณน่ะครับเศรษฐ์พูดกับศพของหญิงสาวเจ้าของบ้านก่อนจะเดินเข้าไปในครัว เขาหยิบเอาแบงค์ร้อยออกมาจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือของหญิงสาว

คุณจ่ายเงินผมเกินมาหนึ่งร้อยบาทนะครับ ผมเลยเอามาคืน บอกแล้วไงครับว่าผมไม่โกงลูกค้าหรอก เศรษฐ์ลุกขึ้นยืนมองสภาพภายในครัว ผมเตือนคุณแล้วนะครับ เตือนหลายครั้งด้วยทั้งเรื่องที่คุณไม่ควรซื้อข่าวนี้จากผม ทั้งเรื่องความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่มีขอบเขตน่ะมักจะนำหายนะมาสู่ตัวเรา โดยเฉพาะครั้งสุดท้ายที่ผมเตือนว่าให้คุณเอาเงินกลับไปคืนที่เดิม ถ้าคุณฟังคำเตือนผมซักเรื่องล่ะก็คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นหรอกครับ มนุษย์เราควรให้ความสำคัญกับคำเตือนให้มากกว่านี้นะครับเพราะมันมีไว้เพื่อประโยชน์ของตัวเราเองทั้งนั้นพูดจบเศรษฐ์ก็เดินไปที่ประตูบ้าน

ถ้างั้นผมรบกวนเท่านี้แล้วกันนะครับ เชิญคุณตายต่อตามสบาย ขอบคุณที่ใช้บริการนะครับคุณ... เอ่อ... ผมจะเรียกคุณว่าอะไรดีเพราะก่อนตายพ่อคุณตั้งชื่อใหม่ให้คุณไว้หลากหลายมากเลยทีเดียวช่างเถอะครับ ผมไม่สนใจจะจำชื่อคุณอยู่แล้ว ผมถือว่าคนที่ตายเพราะไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองจนเพิกเฉยต่อคำเตือนนั้นเป็นคนที่โง่เขลาจนไม่ควรค่าแก่การจดจำชื่อ อ้อ แล้วอย่าโทษผมนะครับที่ไม่ยอมบอกคุณว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณซื้อข้อมูลจากผมไป อย่างที่ผมบอกครับ ข้อมูลคือสิ่งที่เป็นอดีตหรือปัจจุบันแต่อนาคตนั้นไม่ใช่ข้อมูลครับ มันเป็นการคาดเดาและนั่นไม่ใช่สินค้าที่ผมจะนำมาขายหรือยกให้ใครได้เศรษฐ์เปิดประตูบ้านออกไปพร้อมกล่าวคำอำลา

ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณอะไรก็ตาม
                    

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #706 ฮะคิม (@SinCruzz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 12:31
    อ่านจบแล้วก็ 'น่อววว' คำพูดจิกกัดได้ใจจริง ชอบๆ 
    #706
    0
  2. #698 Serenezz (@serenezz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 23:59
    'เชิญคุณตายต่อตามสบาย' โอ้ว คิดได้ไง
    #698
    0
  3. #692 เจ้าชายสโนว์ (@Mookrada) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 14:17
    สมน้ำหน้าจริงๆ
    #692
    0
  4. #492 Σʍρeror_ɔr (@055440769) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 12:17
    เศรษฐ์นี่สอนทุกวิชาเลยปะ 555555555 แต่สุดยอดมาก อยากเจอคนแบบนี้อะ ;_;
    #492
    0
  5. #454 EternalBlizzard (@EternalBlizzard) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 19:55
    555555555555ขำเศรษฐ์อ่ะจิกกัดแบบกวนๆ55555555555
    #454
    0
  6. #448 Mikatsuki★Yoko… (@-akari-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 19:34
    "เชิญตายต่อตามสบาย..."
    = =^
    #448
    0
  7. #447 Mikatsuki★Yoko… (@-akari-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 19:34
    "เชิญตายต่อตามสบาย..."
    = =^
    #447
    0
  8. #300 ♕ I'm Run Devil Run ♕ (@mailoveladygaga) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 16:29
    โธ่ น่าสงสาร แต่อยากรู้ว่าทำไมเศรษฐ์ถึงรู้ได้ฟ่ะ คือตอนนี้หยาบได้ใจอะ 
    #300
    0
  9. #296 ♕ I'm Run Devil Run ♕ (@mailoveladygaga) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 21:22
    เศรษฐ์ โรคจิตเหรอ
    #296
    0
  10. #295 ♕ I'm Run Devil Run ♕ (@mailoveladygaga) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 21:21
    สงสารอ่าา
    #295
    0
  11. #250 หนอน(หมวกแดง) (@wormoftank) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 12:46
    ยิ้มที่มุมปากเลยครับ หึ หึ หึ


    และรู้สึกเหมือนผมกำลังดูผลงานต้นฉบับที่ยังไม่ได้ผ่านกรองของสำนักพิมพ์ยัฝไงอย่างงั้น หยาบได้ใจมากครับ
    #250
    0
  12. #245 My.iD reem (@rareem) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 17:18
    พ่อนิสัยไม่ดีเลย
    #245
    0
  13. #35 ` C R A X I L .-´ (@fortunez) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 11:00
    โอ้ววว ตอนนี้สุดยอดด ( O_O )b

    #35
    0
  14. #34 -`Vanilla,. (@mytimez) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 08:06
    โห เยี่ยมยอด สนุกกกกกก >O<!! ไรเตอร์แต่งเก่งมากค่ะ
    #34
    0
  15. #33 ปลายฟ้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2554 / 21:24
    แหวกแนวดีจัง น่าติดตาม
    #33
    0
  16. #32 oishisunbite (@oishisunbite) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 14:28
    แต่ว่าเรื่องในครอบครัวน่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ พ่อแม่ก็น่าจะบอกลูกนะ จะได้ไม่ต้องรู้เองแบบนี้ไง
    ความอยากรู้อยากเห็นอันตรายจริงๆ
    #32
    0
  17. #31 MANA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 11:44
    สนุกมากเลยค่ะ ไรเตอร์สู้ๆนะค่ะ :D
    #31
    0
  18. #30 princess_naruk (@jajanaruk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กันยายน 2554 / 20:19
    กรี๊ดดดดดดดดด
    #30
    0