คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Tale of Vesalia - 1: The Two Swords

ตอนที่ 8 : เยือนป่าแห่งเอลฟ์


     อัพเดท 30 ส.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สงคราม, เวทย์มนต์, ดาบ, ย้อนยุค
ผู้แต่ง : SCORPIO KID. ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SCORPIO KID.
My.iD: https://my.dek-d.com/asmodeus
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 1,075
13 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 4 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Tale of Vesalia - 1: The Two Swords ตอนที่ 8 : เยือนป่าแห่งเอลฟ์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 84 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


“นี่มันอะไรกัน โจ๊กเกอร์” เมฟิสโตเฟเลสถามโจ๊กเกอร์เมื่อยกทัพกลับมาที่เมืองอิวาเรมซึ่งตอนนี้กลายเป็นเมืองร้างโดยสมบูรณ์เหลือเพียงร่างของปิเอโร่สามสิบตัวนอนกองอยู่ที่พื้นในสภาพยับเยิน

“ไม่จริง... ไอ้มนุษย์นั่นจัดการปิเอโร่ของข้าได้”

“ข้านึกว่าจะกลับมากำจัดมันทิ้งแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา นี่หรือปิเอโร่ที่เจ้าภูมิใจนักหนา แค่คุมตัวมนุษย์คนเดียวยังทำไม่ได้” โจ๊กเกอร์ลอยไปดูสภาพตัวตลกของตน หนึ่งในนั้นโดนสลักอักษรไว้ที่ตัวเป็นข้อความส่งถึงกองทัพปีศาจ

‘ข้ารู้ว่าทันทีที่ชิงผนึกสุดท้ายได้ข้าก็คงจะหมดประโยชน์และต้องโดนกำจัดทิ้งแน่ ท่านไม่ต้องลำบากหรอก ข้าจากไปด้วยตัวเองก็ได้ ขอให้สนุกกับสงครามให้เต็มที่... อันสลา

ปล. ฝากบอกโจ๊กเกอร์ด้วยว่าตัวตลกของเขาแสดงได้ไม่เลวแต่ยังขาดอารมณ์ศิลปินไปหน่อย’

“ฮึ่ม ช่างหยามน้ำหน้ากันนัก” ใบหน้าของโจ๊กเกอร์ที่ยิ้มอยู่ตลอดเปลี่ยนเป็นการกัดฟันด้วยความโกรธ ร่างของปิเอโร่ทั้งหมดถูกเปลี่ยนกลับไปเป็นไพ่ก่อนจะถูกเก็บไปอย่างรวดเร็วราวกับจะซ่อนความอับอายของตน

“อันสลา... ไอ้หมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ พูดถึงหมาแล้ว...” ผู้นำกองทัพจอมเวทย์ปีศาจหันไปมองทางอาณาจักรแซงทัวเรียม

“ป่านนี้ยังไม่ตามมา สงสัยโดนจับ ไม่ก็โดนฆ่าไปแล้ว ฮิๆๆ”

“ช่างหัวมัน... ปราสาทน่าจะปรากฏขึ้นมาบนโลกในไม่ช้า ป่านนี้นอสเฟอราตูคงล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เราเองก็ต้องรีบเอาศิลาไปที่ปราสาท เคลื่อนทัพ” เมฟิสโตเฟเลสสั่งเคลื่อนทัพลงใต้ต่อไปจนถึงเมืองโคฮอกซ์ซึ่งบัดนี้โดนกองทัพของครอสถล่มจนราบเป็นหน้ากลองเพื่อใช้เป็นจุดที่ปราสาทอสูรจะปรากฏขึ้นบนพื้นโลก พื้นดินถูกอาบไปด้วยพลังแห่งความมืดจนเปลี่ยนเป็นสีดำ ปราสาทจากโลกปีศาจค่อยปรากฏออกมาจากพื้นนั้น

 

ที่อาณาจักรอาร์คามาน่า หลังการรบสิ้นสุดลงก็ตกอยู่ในสภาวะที่เลวร้าย จอมเวทย์ชั้นสูงนับหมื่นที่พ่ายแพ้ให้กับกองทัพอันเดดไม่กี่พันนั้นตกอยู่ในสภาพเสียกำลังใจประกอบกับที่สูญเสียพระราชาแล้วเรียกได้ว่าตอนนี้ขวัญกำลังใจของคนทั้งอาณาจักรแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย

“ทุกคนเสียขวัญกันมากไม่ต่างกับที่แซงทัวเรียมเลย” โครวลี่ย์กวาดตามองดูสภาพอาณาจักรของตน

“วาเลเรียก็เคยตกอยู่ในสภาพนี้ โชคดีท่านอาโพลลุกซ์ช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาต้องการคือผู้นำที่จะเป็นหลักให้กับพวกเขา” โครวลี่ย์พยักหน้าเห็นด้วย เขาเดินไปพูดคุยกับนายกองคนหนึ่งเพื่อจัดการเรื่องนี้ก่อนจะเดินกลับมา

“เรื่องของทหารก็ปล่อยให้ในวังจัดการไปก่อน ตอนนี้หน้าที่ของเราคือตามหาเอลฟ์ตนนั้น แยกย้ายกันไปหาข่าวเถอะเพื่อความรวดเร็ว” ทุกคนแยกย้ายกันไป ชนเผ่าเอลฟ์ที่เอาแต่เก็บตัวอยู่ในป่าออกมาเดินกลางเมืองของมนุษย์ย่อมเด่นสะดุดตาเป็นธรรมดา นั่นทำให้การตามหาตัวเขาไม่ยากเย็นอะไรนัก

“ขออภัยที่เสียมารยาท เธอคือชนเผ่าเอลฟ์ใช่หรือเปล่า” โครวลี่ย์เดินไปถามเอลฟ์สตรีนางหนึ่งที่กำลังเลือกดูตำราเวทย์มนต์อยู่ในร้านหนังสือ ดูภายนอกเธอก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์นัก ผิวกายสีน้ำตาลเข้มรับกับผมยาวดำขลับตัดกับนัยน์ตาสีฟ้าอ่อน หากจะมีอะไรที่บ่งบอกถึงความเป็นเอลฟ์ก็คงจะเป็นหูที่แหลมยาวยื่นออกมาพ้นไรผมกับธนูที่สะพายอยู่เท่านั้น

“ใช่ ดูก็น่าจะรู้นี่”

“ข้าชื่อโครวลี่ย์ เซลซัส เป็นอำมาตย์ของอาณาจักรนี้ จะขอรบกวนเวลาสักเล็กน้อยได้หรือเปล่า”

“ข้าชื่อโรเซ่ มีธุระจะคุยกับข้าเหรอ” โครวลี่ย์พยักหน้ารับ

“ยาวหรือเปล่า”

“เรื่องนั้น...”

“งั้นไปคุยกันที่อื่นดีกว่า ตอนนี้ข้าหิวแล้ว หาอะไรกินไปคุยไปก็ได้” โรเซ่ปิดหนังสือที่อยู่ในมือเก็บคืนไว้ที่ชั้น

 

“จะให้ข้านำทางไปยังหมู่บ้านของเอลฟ์เหรอ” โรเซ่เอ่ยถามระหว่างที่กำลังทานอาหารกับทุกคน

“ใช่ พวกเรามีเรื่องจะขอความช่วยเหลือจากท่านผู่อาวุโสของเผ่าเอลฟ์”

“พวกเขาไม่ยินดีต้อนรับหรอก”

“แต่เราต้องไป เรื่องนี้สำคัญมากเพราะมันเกี่ยวกับกองทัพปีศาจ” ไคเซอร์บอกให้อีกฝ่ายรู้

“แล้วไง มันเป็นเรื่องเดือดร้อนของมนุษย์ พวกเอลฟ์ไม่มีทางยื่นมือเข้าช่วยเหลือแน่”

“ทำไมล่ะ ต้องรอให้ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องก่อนเหรอถึงจะตัดสินใจช่วยเหลือคนอื่นได้”

“ก็ไม่เชิง ถ้าเป็นเรื่องของต่างเผ่าพันธุ์ล่ะก็ใช่ พวกเอลฟ์ก็แบบนี้แหละ พวกเขาเชื่อว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้าย ป่าเถื่อน และกระหายสงคราม การยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์จะทำให้พวกเขาต้องเข้าไปพัวพันกับสงครามด้วย... ใจแคบซะไม่มี ว่ามั้ย” ทุกคนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเพราะเคยได้ยินมาว่าเอลฟ์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองสูง

“ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ พวกปีศาจชิงศิลาผนึกไปได้หมดแล้วจะปลดปล่อยวิญญาณของมาลิสออกมาได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราต้องหาวิธีรับมือกับเรื่องนี้โดยเร็วและท่านผู้อาวุโสแห่งเผ่าเอลฟ์น่าจะรู้อะไรบ้าง” ซีล่าให้เหตุผล

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกข้าหรือเปล่าล่ะ ถ้าไม่เกี่ยวต่อให้ไปก็เสียเวลาเปล่า” ไคเซอร์ลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดังลั่น สายตาของเขาจ้องไปที่เอลฟ์สาวผู้ไม่ยอมให้ความร่วมมือซักที

“จะเสียเวลาเปล่าหรือไม่พวกข้าก็ต้องไป ข้าขอแค่ให้เจ้านำทางไปเท่านั้น เรื่องอื่นพวกข้าจะเป็นธุระจัดการเอง” โรเซ่จ้องนัยน์ตาของนักรบหนุ่มตอบเหมือนจะหยั่งความคิดอีกฝ่าย

“ตกลง ถ้าเจ้ายืนกรานอย่างนั้น ข้าเองพอได้เห็นสภาพของอาณาจักรนี้แล้วก็พอจะจินตนาการได้ว่าถ้าพวกปีศาจยกทัพใหญ่มาเพื่อยึดครองโลกเมื่อไหร่ป่าที่ข้าเกิดมาก็คงมีสภาพไม่ต่างกัน ปัญหาคือพวกที่อยู่ในป่าไม่ได้มาเห็นภาพเดียวกับที่ข้าเห็น พวกเขาไม่มีทางคิดว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้นกับพวกเขา พวกเจ้าต้องทำให้พวกเขารู้สึกตัวถึงเรื่องนี้ อ้อ แต่ถ้าพวกเจ้าโดนยิงตายก่อนที่จะทันได้อ้าปากพูดก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน”

 

ที่ปราสาทอสูรซึ่งปรากฏขึ้นมาพร้อมกับกองทัพปีศาจจำนวนมหาศาล ชั้นบนสุดของปราสาท ผู้นำกองทัพปีศาจนามแอกเกรสเซอร์กำลังรอขุนพลทั้งสามของตน

“สำเร็จแล้วสินะ” เขาเอ่ยถามขุนพลทั้งสามทันทีที่เจอหน้า ทั้งสามส่งศิลาผนึกให้ผู้นำของตนนำไปวางบนแท่นพิธีที่เตรียมไว้

“ดาบของมาลิสอยู่ที่ข้าแล้ว เหลือแต่คลายผนึกเพื่อปลดปล่อยวิญญาณของเขาแล้วโลกมนุษย์ก็จะถึงกาลล่มสลาย” แอกเกรสเซอร์ยืนมองศิลาผนึกที่ค่อยๆ ถูกคลายออกทีละนิด

“ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่หรือท่าน” เมฟิสโตเฟเลสถาม

“ไม่ใช่ในเร็ววันนี้ ข้ารู้แค่นั้น ระหว่างนี้พวกมนุษย์ต้องพยายามบุกมาชิงศิลาผนึกไปแน่ พวกเจ้าจงเตรียมกองทัพของตนให้พร้อม ตั้งรับการบุกของพวกมันให้ได้จนกว่าวิญญาณของมาลิสจะได้รับการปลดปล่อย ถึงตอนนั้นเราจะเป็นฝ่ายบุกยึดครองโลกใบนี้” ทั้งสามรับคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไป

“ว่าอย่างไรบ้าง นายท่าน” โจ๊กเกอร์ถามเมฟิสโตเฟเลสเมื่อเขากลับมาที่กองทัพ

“ยังไม่รู้เวลาแน่ชัด ตอนนี้เราต้องตั้งรับไปก่อน”

“บู... น่าเบื่อจะตาย จริงๆ แล้วแค่ข้ากับปิเอโร่ก็สามารถทำลายสามอาณาจักรนั้นได้ไม่ยาก”

“ลืมไปแล้วรึว่าสมุนของเจ้าเคยพ่ายแพ้ให้กับมนุษย์คนเดียวมาแล้ว” โจ๊กเกอร์รู้สึกเจ็บใจขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถูกจี้ใจดำ ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากันปีศาจที่พวกเขาเรียกว่า ‘หมา’ ก็กลับมา

“ทำไมถึงนานนัก” เมฟิสโตเฟเลสถามอีกฝ่ายซึ่งไม่ตอบอะไรกลับมา

“ช่างเถอะ ในการรบกับพวกมนุษย์นั้นเจ้าทำได้ดีมาก พวกข้าสามารถชิงผนึกมาได้อย่างง่ายดายเพราะเจ้าคอยขัดขวางและถ่วงเวลาพวกมันไว้” อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบอยู่เช่นเดิม

“ตอนนี้เราได้ศิลาผนึกมาครบแล้ว... เจ้าก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป รูนัส” พลังเวทย์มนต์รูปกะโหลกสีดำพุ่งเข้าใส่ ‘หมา’ โดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว ร่างของเป้าหมายโดนพลังเวทย์แผดเผาและกัดกร่อนจนเป็นแผลไหม้ไปทั้งตัว

“อึก... อ๊า...” ปีศาจตนนั้นแข็งใจกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่ากระโจนหนีออกไปจากกองทัพ

“โจ๊กเกอร์ เจ้าอยากลงมือมากใช่มั้ย จงไล่ตามมันไปแล้วสังหารมันให้ได้ ในฐานะเพชรฆาตแห่งกองทัพปีศาจเจ้าคงจะไม่ทำพลาดนะ”

“คึๆๆๆๆ ยินดียิ่ง นายท่าน” โจ๊กเกอร์รีบไล่ตามเป้าหมายไปจนทันกันที่ริมแม่น้ำ

“เบลซิส” คาถาไฟถูกร่ายออกมา ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างแม่นยำ มนุษย์หมาป่าถูกไฟคลอกทั้งร่างก่อนจะร่วงตกลงไปในแม่น้ำที่เชี่ยวกราก โชคดีกระแสน้ำช่วยพัดเอาร่างของเขาไปพ้นจากเงื้อมมือเพชรฆาต

“ชิ ดวงแข็งจริง... ไม่เป็นไร จะไล่จับหรือซ่อนหาข้าก็เล่นได้ทั้งนั้น มาดูกันซิว่าแม่น้ำสายนี้จะพาข้าไปถึงที่ไหน หึๆๆๆๆ”

 

ทางด้านของพวกมนุษย์ ทั้งห้าคนเดินทางไปยังป่าที่พวกเอลฟ์อาศัยอยู่ซึ่งเป็นป่าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอาณาจักรแซงทัวเรียม มันเป็นป่าธรรมดาที่คนเข้ามาล่าสัตว์เป็นบางครั้งแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใจกลางป่าลึกเพราะนั่นเป็นเขตของพวกเอลฟ์ ต่อให้อยากเข้าไปคนธรรมดาก็ไม่สามารถผ่านกำแพงเวทย์มนต์เข้าไปได้ โรเซ่นำทางมนุษย์ทั้งสี่คนเข้ามาจนถึงใจกลางป่า

“ที่นี่แหละ”

“อืม... ข้าสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์มนต์ที่ปิดกั้นอยู่ คนธรรมดาคงไม่มีทางเข้าไปได้จริงๆ”

“ไม่หรอก ม่านเขตแดนนี้มีช่องว่างอยู่จุดหนึ่งแต่พวกเราก็ใช้พลังเวทย์พรางตาตรงจุดนั้นทำให้พวกที่หลงเข้ามาสับสนในทิศทางจนไม่สามารถเข้าใกล้หมู่บ้านได้”

“จริงเหรอ ตรงไหน” ไคเซอร์ถาม

“ความลับน่ะ เอาล่ะ ข้าจะเปิดทางให้” โรเซ่ออกไปยืนหน้าทุกคนแล้วร่ายคาถา กำแพงเวทย์มนต์ที่เป็นเหมือนเขตแดนของเผ่าเอลฟ์เปิดออกเป็นช่องให้สามารถผ่านเข้าไปได้

“ข้าขอแนะนำให้สงบเสงี่ยมเอาไว้ อย่าเอามือเข้าใกล้อาวุธถ้าไม่จำเป็น” โรเซ่เดินนำทุกคนเข้าไปเรื่อยๆ จนใกล้ถึงหมู่บ้านทหารเอลฟ์นับสิบก็ปรากฏตัวออกมาบนต้นไม้ล้อมพวกเขาเอาไว้ ธนูในมือพวกเขาเล็งมาที่พวกเขาในสภาพพร้อมจะถูกปล่อยออกจากสายทุกเมื่อ

“เดี๋ยว ใจเย็นก่อน นี่ข้าเอง” โรเซ่ตะโกนบอกกับเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ พวกเอลฟ์เมื่อเห็นเธอก็มองหน้าเชิงปรึกษากันก่อนจะส่งสัญญาณให้ตนหนึ่งไปรายงานที่หมู่บ้าน ไม่นานนักหัวหน้านักรบแห่งเผ่าเอลฟ์ก็มาถึง

“โรเซริน่า เจ้าแอบหนีออกไปยังไม่พอยังพาพวกมนุษย์เข้ามาในป่าของเราอีก เจ้าคิดอะไรของเจ้ากันแน่”

“น่าๆ อิซาค ใจเย็นๆ ก่อน มนุษย์พวกนี้มีเรื่องสำคัญต้องการเข้าพบกับท่านผู้อาวุโส เจ้าช่วยปล่อยไปซักครั้งได้มั้ย”

“ไม่ ไอ้พวกมนุษย์ป่าเถื่อนที่เอะอะก็ทำสงครามไม่คู่ควรที่จะได้พบกับท่านผู้อาวุโส บอกพวกมันให้กลับไปซะตอนที่ยังมีโอกาสอยู่”

“เจ้าจะไม่ถามหน่อยเลยเหรอว่าเรื่องสำคัญที่ว่าคืออะไร”

“เรื่องของพวกมนุษย์ไม่เกี่ยวกับเอลฟ์อยู่แล้ว เหนือสิ่งอื่นใดโรเซริน่า เจ้าเอาสมบัติสำคัญของเผ่าเราที่ขโมยไปมาคืนซะ”

“ข้าไม่ได้เอามันมาด้วย... ก็ข้าไม่ได้คิดจะเอามันมาคืนนี่” โรเซ่ทำท่ากวนประสาทอีกฝ่าย

“เจ้า...”

“ถ้าไม่ให้พวกเขาเข้าไปก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นสมบัตินั่นอีก อิซาค เจ้าจะเอายังไง” หัวหน้านักรบนามอิซาคทำท่าเหมือนอยากเอาชีวิตเอลฟ์สาวที่อยู่ตรงหน้าตนเสียเต็มประดา

“ได้ แต่พวกมันต้องปลดอาวุธออกเสียก่อน” ทุกคนไม่ขัดข้องกับเงื่อนไขนั้น เมื่อส่งอาวุธให้ทหารเอลฟ์แล้วพวกเขาก็ได้เข้าไปยังหมู่บ้านของชนเผ่าเอลฟ์ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านต้นไม้

“รออยู่นี่ ข้าจะเข้าไปรายงานท่านผู้อาวุโสก่อน” อิซาคเดินไปที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้อาวุโส ไม่นานเขาก็กลับออกมาแล้วเรียกให้ทั้งห้าคนเข้าไป

“โรเซริน่า อะไรทำให้คนที่กล้าฝ่าฝืนข้อห้ามแอบหนีออกไปนอกหมู่บ้านอย่างเจ้ายอมกลับมาที่นี่”

“ท่านผู้อาวุโส มนุษย์สี่คนนี้มีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือจากท่าน ได้โปรดรับฟังพวกเขาด้วยเถิด”

“ท่านผู้อาวุโส ข้าชื่อโครวลี่ย์ เซลซัส อำมาตย์แห่งอาณาจักรอาร์คามาน่า ข้ามาขอเข้าพบท่านเพราะเรื่องของสงครามระหว่างมนุษย์กับปีศาจ”

“พอแล้ว อย่าพูดถึงสงครามในที่แห่งนี้ ข้าจะไม่ให้เผ่าเอลฟ์ต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ที่มีแต่เลือดและความสูญเสียอีก”

“แต่ท่านผู้อาวุโส ตอนนี้พวกปีศาจชิงศิลาที่ผนึกวิญญาณของมาลิสไปแล้ว พวกมันจะปลดปล่อยจ้าวปีศาจออกมาได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หากเราไม่เคลื่อนไหวตอนนี้...”

“ศิลาถูกเก็บรักษาอยู่ในดินแดนของมนุษย์และถูกชิงไปจากดินแดนของมนุษย์ พวกมนุษย์ควรจะเป็นผู้แก้ไขเรื่องนี้ด้วยตัวเอง อย่าได้ดึงเราชาวเอลฟ์ไปพัวพันกับสงครามอีก”

“เราไม่มีเวลาแล้ว เมื่อไหร่ที่ผนึกถูกคลายกองทัพปีศาจจะยกทัพเข้าทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกไม่เว้นแม้แต่พวกเอลฟ์ ท่านจะรอให้สายเกินไปก่อนหรือ”

“พวกปีศาจไม่มีทางหาหมู่บ้านนี้เจอได้ แทนที่จะมัวมาเสียเวลากับพวกเราสู้พวกเจ้าเร่งไปเตรียมกองทัพเพื่อทำศึกกับกองทัพปีศาจจะดีกว่า” โครวลี่ย์รู้สึกว่าเรื่องจะห่างไกลจากเหตุผลที่แท้จริงที่พวกเขามาที่นี่ เขาจึงรีบถามเรื่องสำคัญ

“ที่มาวันนี้เราไม่ได้มาชักชวนให้ชาวเอลฟ์เข้าร่วมสงครามกับเราหากแต่เราต้องการคำชี้แนะจากท่าน”

“คำชี้แนะเรื่องอะไร”

“ตอนนี้เราไม่มีผู้กล้าบัลธาซาร์แล้ว หากมาลิสคืนชีพขึ้นมาคงหาผู้ใดที่จะต่อกรกับเขาได้ยาก ข้าจึงอยากขอคำชี้แนะจากท่านว่าเราควรเตรียมการรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร”

“จอมปีศาจมาลิส... พลังที่ร้ายกาจยากจะต่อกรได้ หากจะมีพลังอะไรที่จะทัดเทียมกันก็เห็นจะมีแต่พลังของบัลธาซาร์เท่านั้น ผู้กล้าของมนุษย์ได้เตรียมการเผื่อสถานการณ์นี้เอาไว้แล้ว หลังจากผนึกวิญญาณของมาลิสบัลธาซาร์ได้ทำแบบเดียวกันกับตนเพื่อให้คนรุ่นหลังนำพลังของเขามาใช้ พวกเจ้าจงตามหาสิ่งที่ผนึกวิญญาณของบัลธาซาร์และดาบที่เขาเคยใช้ ปลดปล่อยวิญญาณของเขาออกจากผนึกให้เข้าไปสถิตย์อยู่ในดาบซึ่งจะเป็นสื่อกลางให้เจ้านำพลังของเขามาใช้”

“ดาบของบัลธาซาร์กับภาชนะบรรจุวิญญาณของเขา ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ที่ไหน”

“ข้ารู้แต่ว่าดาบถูกเก็บรักษาอยู่บนยอดเขาเรโทว์ ส่วนสถานที่เก็บรักษาภาชนะบรรจุวิญญาณของเขานั้นเจ้าต้องไปขอดูจากพฤกษาแห่งภูมิปัญญาในป่าของเรา”

“อ๋อ พฤกษาที่รวบรวมบันทึกเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของชนเผ่าเอลฟ์มาตั้งแต่โบราณกาล ข้าจะนำทางพวกเขาไปเอง” โรเซ่อาสาตัว

“เช่นนั้นเราขอรบกวนท่านผู้อาวุโสเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณท่านมาก” อาคันตุกะต่างเผ่าพันธุ์โค้งศีรษะอำลาผู้อาวุโสแห่งเผ่าเอลฟ์เพื่อเตรียมเดินทางไปยังพฤกษาแห่งภูมิปัญญา

“เดี๋ยวก่อน โรเซริน่า” ผู้อาวุโสเรียกเอลฟ์ผู้กลับมาไว้ก่อน

“ธนูเดลเฟียเป็นสมบัติล้ำค่าของชาวเอลฟ์ เจ้ารู้หรือเปล่า”

“ถ้ามันเป็นสมบัติล้ำค่าทำไมไม่มีใครคิดจะออกไปติดตามเลยซักคนล่ะ มัวแต่นั่งรอให้มันกลับมาหาเองในป่าแบบนี้เมื่อไหร่จึงจะได้คืน”

“ป่าแห่งนี้เป็นสถานที่อันสงบสุขสำหรับเอลฟ์ ข้าไม่ต้องการให้พวกเขาออกไปเผชิญกับความวุ่นวายของพวกมนุษย์”

“แม้แต่ตอนที่มีภัยกล้ำกรายก็ยังจะอยู่แต่ในป่าแสนสุขไม่คิดจะออกไปเผชิญกับมัน ข้าไม่แน่ใจว่าเราเป็นเผ่าที่รักสงบหรือขี้ขลาดกันแน่”

“โรเซริน่า! กล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าท่านผู้อาวุโสได้ยังไง” อิซาคตวาด ผู้อาวุโสยกมือปรามเอาไว้ไม่ให้ทั้งสองทะเลาะกัน โรเซ่ขอตัวกลับออกมาเพื่อจะนำทางมนุษย์ไปยังที่หมาย อิซาคก็กลับออกมาเพื่อจะไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ระหว่างนั้นมีทหารเอลฟ์นายหนึ่งเข้ามารายงานอะไรบางอย่างกับเขา

“อะไรนะ จับทหารปีศาจได้ตัวนึงหรือ”



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Tale of Vesalia - 1: The Two Swords ตอนที่ 8 : เยือนป่าแห่งเอลฟ์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 84 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android