คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Tale of Vesalia - 1: The Two Swords

ตอนที่ 16 : การรบที่เมืองเซอรานอส


     อัพเดท 3 ต.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สงคราม, เวทย์มนต์, ดาบ, ย้อนยุค
ผู้แต่ง : SCORPIO KID. ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SCORPIO KID.
My.iD: https://my.dek-d.com/asmodeus
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 1,075
13 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 4 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Tale of Vesalia - 1: The Two Swords ตอนที่ 16 : การรบที่เมืองเซอรานอส , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 61 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เหล่านักปราชญ์ราชครูของแต่ละอาณาจักรต่างเดินทางกลับบ้านเมืองของตนโดยทุกคน การรวมตัวกันเพื่อค้นหาความลับจากดาบของผู้กล้าบัลธาซาร์นี้จบลงด้วยการคว้าน้ำเหลว ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่มีเวลามาหยุดอยู่แค่นี้ โพลลุกซ์ไหว้วานให้เหล่าผู้รู้แจ้งกำหนดการนัดประชุมผู้นำกองทัพที่วาเลเรียเพื่อเตรียมการสำหรับทำสงคราม

“ไคเซอร์ สิ่งที่ยากที่สุดในตอนนี้คือการโน้มน้าวให้สามอาณาจักรรวมใจเป็นหนึ่ง ถ้าทำไม่สำเร็จพวกเราก็จะไม่มีกำลังมากพอสำหรับการทำสงคราม เจ้าคงเข้าใจนะ” โพลลุกซ์ย้ำเตือนอัศวินหนุ่มผู้จะต้องเป็นผู้นำกองกำลังพันธมิตร ไคเซอร์พยักหน้ารับรู้ เขาเองก็พอจะนึกภาพความขัดแย้งออกและในความเป็นจริงมันก็ไม่ได้ต่างไปจากที่เขาคิดแม้แต่น้อย ในวันที่ผู้นำสามอาณาจักรกับอิซาคหัวหน้านักรบเผ่าเอลฟ์มารวมตัวกันเพื่อทราบเรื่องการรวมทัพพวกเขาก็ออกอาการไม่พอใจ

“จะให้ร่วมรบกับพวกที่หลงไหลในมนต์ดำได้ยังไง มันขัดกับหลักคำสอนของสมเด็จท่าน” เกเบรียลแม่ทัพแห่งกองทัพพาลาดินพูดถึงอาณาจักรอาร์คามาน่า

“ศาสนจักรเขาสอนให้พูดจาว่าร้ายคนอื่นแบบนี้หรือ พวกที่หลงใหลอยู่แต่กับโลกอุดมคติสวยหรู ฝันถึงแต่ความสงบสุขจนไม่มองความเป็นจริง ไม่ใช่เพราะเหตุนี้หรือพวกท่านถึงพ่ายแพ้ให้กับพวกนักเวทย์ปีศาจ” พาแลกเซียส หัวหน้ากองทัพจอมเวทย์ตอบโต้

“กล้าดียังไง! ไอ้พวกที่คิดแต่จะใช้เวทย์มนต์ทำร้ายผู้อื่นมันก็ไม่ต่างอะไรกับปีศาจร้ายที่ป่าเถื่อน เพราะมีพวกท่านอยู่นั่นแหละโลกจึงมีแต่ความวุ่นวาย”

“ท่านกล่าวเช่นนั้นรวมถึงพวกเราด้วยนะ พวกเราชาวเอลฟ์เองก็ใช้เวทย์มนต์ในการต่อสู้แต่พวกเราก็เป็นเผ่าที่รักสงบ ไม่เหมือนพวกมนุษย์ที่เอาแต่รบราฆ่าฟันกัน” อิซาคกล่าวถึงมนุษย์ทั้งหมดจนผู้นำทั้งสองหันมามอง

“หึ รักสงบหรือ ไอ้พวกที่เห็นคนเดินเข้าไปในป่าก็ยิงธนูใส่โดยไม่ถามไถ่อะไร ทำอย่างกับป่าเป็นของตนเองพวกเดียว ไม่เรียกว่าป่าเถื่อนกว่าหรือ” บรรยากาศของห้องประชุมภายในพระราชวังวาเลเรียเริ่มตึงเครียด ผู้นำกองทัพที่นั่งอยู่รอบโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมเหลือบสายตามองกันอย่างไม่เป็นมิตร

“เอาไงล่ะไคเซอร์ แบบนี้ยากกว่าที่คิดนะ” ซีล่าหันไปมองเพื่อนอัศวินด้วยสีหน้ากังวล ไคเซอร์ก้าวไปยืนข้างๆ โพลลุกซ์ เขาสูดหายใจลึกก่อนจะเริ่มกล่าวกับผู้นำกองทัพทั้งสี่

“ทุกท่าน ข้าชื่อไคเซอร์ เทโอเรียส บุตรชายของอดีตแม่ทัพคาสเตอร์ เทโอเรียส ข้ายังไม่รู้หรอกนะว่าพวกท่านเคยมีความบาดหมางอะไรกันมาแต่อดีต ตัวข้าก็ไม่เก่งเรื่องประวัติศาสตร์ด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ข้ารู้คือตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่พวกเราจะมาทะเลาะกันเอง เรามีศัตรูที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวจ้องจะทำลายพวกเราทั้งหมดโดยไม่สนว่าเป็นมนุษย์หรือเอลฟ์ ไม่สนว่าจะเป็นวาเลเรีย อาร์คามาน่า หรือแซงทัวเรียม ศัตรูของพวกเราทุกคนคือกองทัพปีศาจที่ตอนนี้กำลังหาทางปลดผนึกของบัลธาซาร์เพื่อปลดปล่อยจอมปีศาจมาลิส หากพวกมันทำสำเร็จดินแดนเวสซาเลียก็จะพบกับจุดจบ พวกท่านจะรอให้สายเกินไปเสียก่อนจึงจะคิดร่วมมือกันหรือ”

“ปากเก่งเหลือเกินนะ เด็กน้อยอัศวินวาเลเรีย ถ้าจำไม่ผิดพวกเจ้าเป็นอาณาจักรแรกที่พ่ายแพ้ต่อพวกปีศาจไม่ใช่หรือ” พาแลกเซียสเย้ยหยัน

“ใช่ พวกข้าเป็นอาณาจักรแรกที่พ่ายแพ้ให้กับพวกปีศาจ ตามมาด้วยอาร์คามาน่าและแซงทัวเรียม ข้าไม่คิดว่าพ่ายแพ้ก่อนหรือหลังเป็นสาระสำคัญแต่สิ่งที่ควรจะพิจารณาคือสาเหตุที่พวกเราพ่ายแพ้ หากมีแม้เพียงอาณาจักรเดียวที่สามารถรักษาศิลาผนึกได้ก็เท่ากับชัยชนะเป็นของพวกเรา ถึงกระนั้นพวกเราก็ทำไม่สำเร็จทั้งๆ ที่พวกเราก็เตรียมตัวรับมือกับเรื่องนี้มาตลอด พวกท่านคิดว่าทำไมกัน” ไคเซอร์มองหน้าผู้นำทั้งสามที่ไม่ยอมตอบอะไร

“เพราะพวกเราไม่ยอมร่วมมือกันตั้งแต่แรก ตอนที่ท่านพ่อส่งสาสน์ไปขอให้สองอาณาจักรรวมกองทัพกันบุกพวกท่านก็ปฏิเสธกลับมา แล้วผลเป็นอย่างไร พวกปีศาจใช้กองทัพอันเดดบุกอาณาจักรอาร์คามาน่าและใช้กองทัพนักเวทย์บุกแซงทัวเรียม พวกมันใช้กองทัพที่พวกเราแพ้ทางในการบุกจึงสามารถชิงศิลาผนึกไปได้แม้จะมีกำลังพลน้อยกว่า พวกท่านคิดหรือเปล่าว่าหากเรารวมกองทัพกันตั้งแต่แรกจะสามารถปิดจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกันได้”

“เจ้าจะหาว่าที่เสียศิลาผนึกไปเป็นความผิดของพวกเราหรือไง”

“ใช่ เป็นความผิดของพวกเราทั้งหมดรวมถึงวาเลเรียด้วย แล้วพวกท่านจะทำความผิดซ้ำสองโดยการปฏิเสธที่จะร่วมมือกันอีกหรือ” ไคเซอร์ชักดาบของบัลธาซาร์ออกมาวางไว้บนโต๊ะต่อหน้าทุกคน

“ตอนที่ข้าได้ดาบนี้มา ข้อความที่บัลธาซาร์ทิ้งไว้ให้คือ ‘บัลธาซาร์ไม่ได้ชนะสงครามได้โดยลำพังกำลังของตนแต่เพราะเขารวบรวมผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกันจึงสามารถยืนหยัดต่อสู้กับกองทัพปีศาจได้’ ข้าไม่รู้ว่าพวกท่านบาดหมางกันเรื่องอะไรแต่ข้าขอร้อง ขอร้องจากใจจริง ขอให้พวกท่านพักเรื่องบาดหมางเอาไว้ก่อนแล้วได้โปรดรวมใจกันเป็นหนึ่งภายใต้ดาบของบัลธาซาร์ โปรดให้ข้ายืมพลังของพวกท่านและกองทัพในการรบกับพวกปีศาจอย่างที่บัลธาซาร์เคยทำด้วยเถิด” ไคเซอร์ก้มศีรษะขอร้อง ผู้นำทัพอาวุโสมองหน้ากันด้วยความละอายใจที่ต้องให้คนที่อายุน้อยกว่าสอนเรื่องความร่วมมือ

“วาเลเรียพร้อมจะร่วมมือกับพวกท่านทุกเมื่อ” โพลลุกซ์กล่าวกับทั้งสาม

“ท่านผู้อาวุโสรับปากแล้วว่าจะให้ชาวเอลฟ์เข้าร่วมการรบครั้งนี้ด้วย ขอเพียงพวกท่านบัญชาการ เราพร้อมจะเคลื่อนพลทุกเมื่อ”

“นั่นสินะ เจ้าหนุ่มนี่พูดถูก ตอนนี้ควรพักศึกในไปรบศึกนอกก่อน ตกลง อาร์คามาน่าพร้อมร่วมมือด้วย” พาแลกเซียสรับปาก

“พวกปีศาจเป็นศัตรูต่อความสงบสุขและพระผู้เป็นเจ้า พวกเราจะเพิกเฉยไม่ได้ พาลาดินแห่งแซงทัวเรียมพร้อมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกท่าน” คำพูดของผู้นำทัพทั้งสี่สร้างรอยยิ้มแห่งความปีติยินดีให้แก่ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุม หากแต่ยังมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง

“แต่ข้ายังข้องใจ เราจะไว้ใจปีศาจตนนั้นได้มากแค่ไหน” พาแลกเซียสชี้ไปทางโซอา

“ข้าขอรับรองด้วยเกียรติของข้าและท่านพ่อ เขาเป็นพวกเดียวกับเรา” ไคเซอร์รับรอง

“อย่าโมเมเอาเองสิ ไอ้มนุษย์ ข้าไม่เคยเป็นพวกเดียวกับเจ้า เราแค่มีศัตรูคนเดียวกันจึงใช้ประโยชน์จากกันและกันก็เท่านั้น”

“นั่นไง จะให้ข้าร่วมรบกับมันได้อย่างสนิทใจได้อย่างไร”

“ไม่เป็นไรหรอกท่าน เขาแค่ปากแข็งไปหน่อยเท่านั้นแต่ไม่เป็นอันตรายกับพวกเราหรอกเพราะความพ่ายแพ้ของเราเป็นผลเสียแก่เขา” โรเซ่รีบพูดแก้สถานการณ์

“ถ้าทุกท่านตกลงใจกันได้แล้วก็มาว่าเรื่องแผนการกัน” โพลลุกซ์สั่งให้ทหารนายหนึ่งนำแผนที่มากาง

“ข้าคิดว่าเราควรใช้เมืองอิวาเรมเป็นค่ายสำหรับพักเสบียงที่จะลำเลียงลงใต้ไปยังแนวหน้า กองทัพพันธมิตรจะรวมตัวกันที่เมืองอิวาเรมแล้วยกทัพลงไป คาดว่าสามวันน่าจะเข้าใกล้กองทัพศัตรู” โพลลุกซ์ชี้ไปที่เมืองหนึ่งซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองอิวาเรม

“ตรงนี้คือเมือเซอรานอส ตอนนี้โดนพวกปีศาจยึดเป็นฐานอยู่”

“ถ้าจะยกทัพลงใต้ เมืองนั้นจะเป็นเหมือนปากทาง ไม่อย่างนั้นก็ต้องอ้อมภูเขาไปไกลเกินไปและอาจโดนพวกมันตลบหลังเอาได้” พาแลกเซียสวิเคราะห์

“ถูกต้อง ถ้าจะบุกลงใต้ยังไงก็ต้องยึดเมืองนี้ไว้เป็นฐานให้ได้ก่อน”

“สรุปก็คือเมืองนี้เป็นเป้าหมายแรกของพวกเรา” โพลลุกซ์พยักหน้าแทนคำตอบให้กับเกเบรียล

“เอาตามนั้น ยึดเมืองเซอรานอสให้ได้ก่อนแล้วค่อยคิดอ่านกันต่อไป ถ้าเช่นนั้นพวกข้าจะรีบกลับไปจัดเตรียมกองทัพ อีกสามวันพบกันที่เมืองอิวาเรม” พาแลกเซียสนัดแนะกับทุกคนก่อนจะรีบเดินทางกลับ

 

สามวันให้หลัง ที่เมืองอิวาเรม พันธมิตรสี่กองทัพได้รวมกันเป็นหนึ่ง กำลังพลโดยรวมทั้งหมดกว่าแสนนายทัดเทียมกับกองทัพปีศาจ โพลลุกซ์, พาแลกเซียส, เกเบรียล และอิซาคยืนอยู่บนลานยกพื้นเคียงกับพวกไคเซอร์ อัศวินหนุ่มก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อกล่าวคำพูดปลุกใจกองทหารก่อนการรบ

“ทหารหาญทุกท่าน อัศวิน จอมเวทย์ พาลาดิน เอลฟ์ ข้าขอขอบคุณทุกท่านจากใจจริงที่รวมใจกันเป็นหนึ่งในการรบครั้งสำคัญ ที่ผ่านมาพวกเราเสียทีให้กับพวกมัน เราเสียศิลาผนึก สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของเรา ข้ารู้ว่าพวกท่านบางคนอาจกำลังเสียขวัญ เสียกำลังใจ นึกถึงความน่ากลัวของพวกปีศาจที่บุกเข้าจู่โจมพวกเรา ข้าขอย้ำเตือนพวกท่านว่าหากไม่รวบรวมความกล้าลุกขึ้นสู้ เราจะสูญเสียมากกว่านี้มากจนอาจไม่เหลืออะไรอีกเลย ท่านจะมัวขดตัวอยู่ในเงาของความหวาดกลัวหรือจะสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่พวกท่านรัก สู้เพื่อกู้ชื่อเสียงที่เคยเสียไปคืนมา” นักรบทั้งหลายที่ยืนฟังต่างชูมือโห่ร้องด้วยความฮึกเหิม ไคเซอร์เห็นนายทหารมีกำลังใจจะสู้ก็ชูดาบของบัลธาซาร์ขึ้น

“ในอดีตผู้กล้าบัลธาซาร์เคยนำกองทัพพันธมิตรขับไล่พวกปีศาจไปได้ พวกเราก็จะแสดงให้เห็นว่าไม่ว่ายุคไหน สมัยไหน พวกมนุษย์ก็จะไม่มีวันพ่ายแพ้พวกปีศาจ เราจะไม่ยอมให้พวกมันช่วงชิงดินแดนเวสซาเลียไปได้” เสียงโห่ร้องดังกระหึ่มจนพื้นดินสะเทือน ทุกคนต่างพร้อมที่จะทำสงครามขับไล่ผู้รุกรานต่างเผ่าพันธุ์ไปให้พ้นจากแผ่นดินของตน

“เราจะแบ่งกำลังเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจะยกทัพไปตีเมืองเซอรานอสเพื่อใช้เป็นฐานในการบุกต่อไปยังปราสาทของพวกมันที่เมืองโคฮอกซ์ อีกส่วนให้รักษาเมืองอิวาเรมไว้คอยส่งเสบียงและอาวุธ อัศวินวาเลเรียจงยกไปเป็นทัพหน้า ข้ากับไคเซอร์จะเป็นผู้ควบคุมกองทัพ” โพลลุกซ์ออกคำสั่งแล้วลงมาคุมกองทัพส่วนหนึ่งออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน แม่ทัพแห่งวาเลเรียไม่ลืมที่จะกำชับซีล่าให้คอยคุ้มกันไคเซอร์ที่ครอบครองดาบของบัลธาซาร์ให้ดี

“พาลาดินแห่งแซงทัวเรียมให้เป็นทัพกลางคอยสนับสนุนด้านการรบและการรักษา”

“จอมเวทย์แห่งอาร์คามาน่ากับนักรบเผ่าเอลฟ์เป็นทัพหลัง คอยสนับสนุนจากระยะไกล” กองทัพพันธมิตรแห่งเวสซาเลียเคลื่อนพลไปตามที่ผู้นำของตนนัดแนะ พวกเขาใช้เวลาเดินทางสี่วันจึงเข้าใกล้เมืองเซอรานอส หลังจัดการเรื่องตั้งค่ายสำหรับการบุกแล้วทุกคนก็มาประชุมแผนการรบกัน

“ใครเป็นผู้ดูแลเมืองนั้น” โพลลุกซ์ถามพลสอดแนม

“ไม่มีครับ มีแต่พวกทหารกับจอมเวทย์อยู่เฝ้าเมือง”

“ดี ถ้ามีแค่ทหารพวกเราก็สามารถสู้ได้ไม่ยาก”

“ท่านอามีแผนอะไรหรือยัง” ไคเซอร์ถาม

“ให้วาเลเรียเป็นทัพหน้าบุก พวกมันคงไม่ส่งจอมเวทย์มาเป็นทัพหน้าแน่”

“ข้าว่าเอาอย่างนี้เป็นยังไง...” โครวลี่ย์เสนอแผนการ โพลลุกซ์ได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วย

“เอาตามนี้ รีบไปเตรียมการกันเลย พร้อมเมื่อไหร่จะได้รีบลงมือ เราต้องแข่งกับเวลา” ทุกคนได้ฟังแผนการแล้วก็แยกย้ายกันไปเตรียมการ ฝ่ายพวกปีศาจที่เฝ้าเมืองเซอรานอสเองก็กำลังเตรียมตัวรับการบุกของกองทัพมนุษย์นับหมื่น

“เอาล่ะ กำลังจะเริ่มแล้วสินะ ขอข้าดูหน่อยซิว่าจะเล่นกันยังไง” อันสลาคอยติดตามดูการรบครั้งสำคัญไม่ยอมห่าง ในวันที่กองทัพมนุษย์จะบุกเขาก็ยืนม้ามองดูจากยอดเนินทางตะวันตก

“หืม... รูปแบบเหมือนสามเหลี่ยม... อัศวินเป็นทัพหน้า พาลาดินแยกเป็นสองกองซ้ายขวาตั้งรออยู่ทางด้านหลัง... ตรงกลางเป็นเอลฟ์กับจอมเวทย์... แล้วพื้นที่อยู่ระหว่างทัพหน้ากับทัพหลังมีลวดลายแปลกๆ... อ้า... ข้าเข้าใจแล้ว หึๆๆ เป็นแผนที่น่ารักเสียจริง”

“แสดงให้พวกมันเห็นถึงพลังของมนุษย์ บุก!” ไคเซอร์ให้สัญญาณ กองทัพอัศวินห้าพันนายควบม้าบุกเข้าหากองทัพปีศาจที่วิ่งเข้าใส่พวกตนเช่นกัน

“อ๊า...” เสียงร้องข่มขวัญศัตรูดังมาจากทั้งสองกองทัพตามมาด้วยเสียงโลหะอาวุธและชุดเกราะกระทบกันดังลั่นไปทั่วสนามรบ กองทัพมนุษย์อาจมากแต่พวกปีศาจมีกำลังกายที่เหนือกว่าเป็นทุนทำให้การรบไม่รู้ผลกันง่ายๆ สองกองทัพปะทะกันได้เกือบชั่วโมงไคเซอร์ก็สั่งให้ตีกลองสัญญาณถอยทัพ

“ถอยก่อน! ถอย!”

“ฮ่า พวกมนุษย์ปอดแหกวิ่งหนีพวกเราหางจุกตูดแล้ว ตามไปฆ่าพวกมันให้หมด” กองทัพปีศาจเริ่มไล่ตามซึ่งนั่นก็เข้าแผนของพวกมนุษย์พอดี พวกเขาแยกกองทัพออกซ้ายขวาหลบฉากออกไป กองทัพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าพวกปีศาจตอนนี้คือกองทัพเอลฟ์กับกองทัพจอมเวทย์

“โจมตี!” โครวลี่ย์ให้สัญญาณ เวทย์มนต์ดำแทบทุกบทที่มีอยู่ในโลกถูกกระหน่ำยิงออกมาเป็นพายุใส่กองทัพปีศาจ

“อย่าไปกลัวพวกจอมเวทย์อ่อนแอ เข้าประชิดพวกมันให้ได้แล้วฆ่าให้หมด” พวกปีศาจยังคงดื้อดึงบุกต่อไป

“เอ้า ยกม่านสิ” อันสลาเดาการกระทำต่อไป

“ตอนนี้แหละ! เอ้า!” โรเซ่ตะโกนให้สัญญาณ กองทัพเอลฟ์ร่ายคาถาเรียกกำแพงเถาวัลย์ขึ้นมาขวางพวกปีศาจไว้โดยเปิดช่องให้กระสุนเวทย์ลอดผ่านไปได้

“บ้าที่สุด!” พวกปีศาจที่บุกเข้ามาจนเกือบถึงต้องมาถูกหยุดอยู่ตรงหน้ากองทัพจอมเวทย์เพียงไม่กี่ก้าว นั่นทำให้พวกมันโดนเวทย์มนต์หนักขึ้นกว่าเดิม พวกปีศาจเริ่มล้มตายกันเป็นใบไม้ร่วง

“ถอย! กระจายตัวกันออกไป!

“ไม่ทันแล้ว คิดเหรอว่าพวกมนุษย์จะยอมให้พวกเจ้ากระจายกำลังได้ง่ายๆ” อันสลามองไปยังกองทัพพาลาดินที่ตีกระหนาบเข้ามาจากทางซ้ายและทางขวาบีบให้พวกปีศาจรวมตัวกันอยู่หน้าม่านเถาวัลย์เวทย์มนต์ เมื่อกระจายตัวไม่ได้พวกมันก็ตกเป็นเหยื่อของเวทย์มนต์ที่มีพลังทำลายเป็นพื้นที่ กองทัพของพวกปีศาจเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ

“ถอย! ถอย!” ปีศาจตนหนึ่งร้องออกมาพร้อมกับวิ่งหนีกลับไปที่เมืองเซอรานอส

“ตามไป! อย่าให้มันกลับเข้าเมืองได้!” กองทัพอัศวินที่ถอยทัพล่อพวกปีศาจเมื่อสักครู่รวมพลกันย้อนกลับไปรุกไล่อีกครั้งโดยมีกองทัพพาลาดินคอยเสริม

“ปิดประตู!” พวกปีศาจที่กลับเข้าไปในเมืองสั่งปิดประตูทิ้งพรรคพวกที่ตามไม่ทันไว้ข้างนอกให้เป็นเหยื่อคมอาวุธของมนุษย์

“กระจายกำลังออกไป” ไคเซอร์สั่งให้กองทัพของตนกระจายออกปิดล้อมประตูเมืองทางเหนือ ตะวันตกและตะวันออก

“ไม่ยอมบุกเข้าตี... อ้อ... ปล่อยเข้าไปแล้วสินะ หึๆๆ ช่างคิดเหลือเกิน” อันสลาอดชื่นชมกับแผนการนี้ไม่ได้ พวกมนุษย์ไม่จำเป็นต้องบุกเข้าตี พวกเขาเพียงแค่รอให้ประตูเปิดออกเองเท่านั้นเพราะในบรรดาพวกปีศาจที่หนีกลับเข้าไปในเมืองนั้นมีกำลังพลของตนปะปนเข้าไปด้วย

“ปิดประตูให้แน่นหนาเอาไว้! ให้จอมเวทย์ประจำอยู่บนกำแพง พวกมันไม่มีทางพังเข้ามาได้แน่ อึ้ก” ร่างของผู้ออกคำสั่งถูกแทงทะลุด้วยใบมีดกระดูกที่แขน มือสังหารผู้สวมเกราะอำพรางหน้าตากลายร่างเป็นแวร์วูล์ฟเข้าเล่นงานทหารคนอื่นจนกองทัพปีศาจตกอยู่ในความโกลาหล

“นั่นมัน... โซอา!”

“เรเบส” โซอาล้วงเอาม้วนคาถาออกมาแล้วร่ายคาถาปลดผนึกที่โครวลี่ย์สอน ม้วนกระดาษที่เขียนอักขระเวทย์ไว้กลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ โซอาซัดลูกไฟนั้นใส่ค่ายของพวกปีศาจก่อนจะกระโจนหนีเข้าไปวางเพลิงเผาเมือง

“ฆ่ามัน! ก่อนที่มันจะเผาเมืองนี้วอดวายหมด”

“ดับไฟก่อน! ดับไฟ!” กองทัพปีศาจแตกตื่นอย่างหนักไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง เปลวเพลิงลุกขึ้นเป็นจุดๆ ตามที่โซอาไปถึง ร่างของแวร์วูล์ฟช่วยให้เขาเคลื่อนที่ได้เร็วจนไม่มีใครตามทัน โซอาไล่วางเพลิงมาจนถึงประตูตะวันออกแล้วก็กลายร่างเป็นบาลอร์ดึงเอาท่อนไม้ที่เป็นดาลขัดประตูออกมาเป็นอาวุธ

“หา! ยะ... ยักษ์... อ๊า...” ร่างของปีศาจสามนายถูกหวดกระเด็นเข้าไปเป็นเชื้อเพลิง โซอาดึงประตูเมืองเปิดออกให้กองทัพที่อยู่ข้างนอกบุกเข้ามาได้

“ประตูเปิดแล้ว! บุก!” อาเรียนำทัพบุกเข้าไปในเมือง โซอารีบเปิดประตูอีกสองด้านให้ไคเซอร์กับโพลลุกซ์นำทัพเข้าไปได้

“มะ... ไม่ไหวแล้ว หนีเร็ว!” เมื่อเห็นว่าไม่สามารถป้องกันเมืองได้อีกต่อไปพวกปีศาจก็พากันทิ้งเมืองหนีเอาตัวรอด กองทัพมนุษย์เห็นเช่นนั้นก็พากันโห่ร้องยินดีกับชัยชนะครั้งแรกของพวกตน

“ยอดเยี่ยมมาก ยินดีด้วยกับชัยชนะ แต่ว่านะถ้ากับแค่พวกทหารเลวยังเอาชนะไม่ได้ข้าก็ไม่รู้ว่าพวกเจ้าจะเตรียมตัวกันมาตั้งนมนานเพื่ออะไร ความสนุกมันอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก” อันสลาปรบมือให้กับชัยชนะของพวกมนุษย์พลางมองไปทางปราสาทอสูร

“เอ้า เจ้าจะทำยังไงต่อล่ะ เมฟิสท์ จะส่งใครมาดีล่ะ”

 

“อะไรนะ รบแพ้พวกมนุษย์” เมฟิสโตเฟเลสถามทหารปีศาจที่รอดชีวิตกลับไปเสียงเครียด

“กะอีแค่กองทัพมดปลวกยังเอาชนะไม่ได้ พวกเจ้าเป็นทหารประสาอะไรกัน”

“พะ... พวกมันทำอะไรก็ไม่รู้... เดี๋ยวก็มาจากด้านหน้า เดี๋ยวก็ด้านข้าง แล้วจู่ๆ ไฟก็ลุกไปทั่วเมือง” ทหารปีศาจพยายามเล่าเรื่องราวที่ไม่ปะติดปะต่อนัก

“พอแล้ว ข้าไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว” นอสเฟอราตูรู้ว่าเมฟิสโตเฟเลสต้องการอะไร เขาพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ลากตัวทหารแพ้ศึกทั้งหมดไปเปลี่ยนเป็นอันเดด

“เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่? ใช่ที่เขาเรียกว่าแผนการอะไรนั่นหรือเปล่า” นอสเฟอราตูถามเมฟิสโตเฟเลส

“น่าจะใช่ คงเหมือนที่อันสลาเคยใช้ ล่อหลอกศัตรูแล้วเอาชนะด้วยกำลังที่น้อยกว่า”

“เฮอะ ไร้สาระ” นอสเฟอราตูสยายปีกออก

“เจ้าจะไปไหน”

“ถัดจากเมืองเซอรานอสเป็นเมืองที่กองทัพอันเดดของข้ายึดครองอยู่ ข้าจะแสดงให้พวกมันเห็นว่าแผนการน่ารำคาญนั่นมันไม่มีความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าพละกำลังมหาศาลกับร่างกายที่คงกระพัน พวกมันมาได้แค่นั้นแหละ” นอสเฟอราตูบินตรงไปยังเมืองเพลเซียเพื่อเตรียมรับมือการบุกของกองทัพมนุษย์ต่อไป



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Tale of Vesalia - 1: The Two Swords ตอนที่ 16 : การรบที่เมืองเซอรานอส , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 61 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android