คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Tale of Vesalia - 1: The Two Swords

ตอนที่ 15 : ดาบของบัลธาซาร์


     อัพเดท 27 ก.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สงคราม, เวทย์มนต์, ดาบ, ย้อนยุค
ผู้แต่ง : SCORPIO KID. ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SCORPIO KID.
My.iD: https://my.dek-d.com/asmodeus
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 1,075
13 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 4 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Tale of Vesalia - 1: The Two Swords ตอนที่ 15 : ดาบของบัลธาซาร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 75 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ในเวลาเดียวกัน ที่บนท้องฟ้าเหนือยอดเขาเรโทว์ ร็อคพาทั้งห้าคนเหาะเข้าไปใกล้ยอดเขาเรื่อยๆ สิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือมังกรสองขาที่มีเกล็ดสีเงิน นัยน์ตาสีน้ำเงินจ้องมองมายังวิหคยักษ์คอยจับตาดูว่าจะเข้ามาใกล้หรือไม่ เมื่อเห็นวิหคสีขาวค่อยๆ เข้ามาใกล้เรื่อยๆ ไวเวิร์นก็ลุกขึ้นตั้งท่าขู่ ปีกสองข้างกางสยายออก กระดูกที่เหมือนกรงเล็บปักลงกับพื้นต่างขาหน้า สายฟ้าเล็ดลอดออกมาจากปากของมันเตรียมจะโจมตีใส่ผู้บุกรุก

“เดี๋ยวก่อน พวกเราเป็นนักรบจากสามอาณาจักรที่ทำหน้าที่ดูแลศิลาผนึก เรามีเหตุจำเป็นต้องไปที่ยอดเขา นี่คือหลักฐาน” ไคเซอร์ออกมายืนหน้ากลุ่มเพื่อให้ไวเวิร์นเห็นชุดเกราะโอริฮาลคอน โครวลี่ย์กับอาเรียก็ชูสมบัติประจำอาณาจักร มังกรสีเงินมองเห็นหลักฐานแล้วก็หยุด ปล่อยให้ร็อคเข้ามาที่ยอดเขาได้

“ขอบคุณท่านมาก” ไคเซอร์ก้มหัวคำนับขอบคุณ ทั้งห้าคนแยกย้ายกันเพื่อหาดาบของบัลธาซาร์ บนยอดเขาซึ่งเป็นที่ราบวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางราวหนึ่งกิโลเมตรนั้นไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งใดๆ ที่ดูเหมือนดาบหรืออาวุธ

“เจอมั้ย” โครวลี่ย์ถามหลังจากที่ทุกคนกลับมารวมตัวกัน

“ไม่” ทุกคนส่ายหัว

“หรือว่ามันไม่มีอยู่แต่แรกอยู่แล้ว” อาเรียออกความเห็น

“ไม่หรอก ท่านผู้อาวุโสเป็นคนบอกกับพวกเราเอง” โรเซ่เถียง

“แต่นี่พวกเราก็เดินหาจนทั่วแล้วนะ” ซีล่ากวาดสายตามอง ไคเซอร์ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ตัดสินใจลองถามผู้ที่อยู่มาก่อน

“ท่านมังกรไวเวิร์น พวกข้ากำลังตามหาดาบของบัลธาซาร์เพื่อใช้เป็นอาวุธต่อกรกับมาลิส ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าผู้กล้าบัลธาซาร์ซ่อนดาบไว้ที่ไหน”

“หึๆ พวกเจ้าน่าจะถามข้าตั้งแต่ทีแรก หรือเพราะเห็นข้าเป็นสัตว์เดรัจฉานไม่น่าจะมีสติปัญญาพอจะสื่อสารกับพวกเจ้าได้” มังกรเงินสื่อสารกับทั้งห้าคนทางกระแสจิต

“ท่านรู้หรือว่าบัลธาซาร์เก็บดาบไว้ที่ไหน”

“เก็บไว้กับข้านี่แหละ”

“ท่านจะมอบให้พวกเราได้หรือไม่” ไคเซอร์ขอร้อง

“ขอปฏิเสธ หน้าที่ของข้าคือการรักษาดาบไม่ให้ใครมาเอามันไปได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่พวกเจ้าร้องขอ”

“แต่เรามีความจำเป็นต้องใช้ดาบเล่มนั้น หาไม่ผู้คนจะต้องล้มตายไปเป็นจำนวนไม่น้อย”

“นั่นเป็นเรื่องของพวกเจ้า” ไวเวิร์นนั่งลงกับพื้นทำท่าไม่สนใจพวกไคเซอร์

“ได้โปรดเถิด จะให้พวกข้าทำอย่างไรท่านจึจะยอมมอบดาบของบัลธาซาร์ให้กับพวกเรา” ซีล่าช่วยขอร้องอีกคน ไวเวิร์นหันมามองนักรบสาว มันลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมกับยื่นเงื่อนไข

“เอาชนะข้าให้ได้สิ ถ้าทำได้ข้าจะมอบดาบของบัลธาซาร์ให้” ไวเวิร์นสยายปีกออกกระพือจนบังเกิดเป็นลมแรง ร่างของมันลอยขึ้นเหนือพื้นยอดเขา

“พิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าพวกเจ้ามีคุณสมบัติที่จะครอบครองดาบของบัลธาซาร์ได้” ไวเวิร์นบินสูงขึ้นไป ทั้งห้าคนก็เตรียมพร้อมรับมือกับการต่อสู้ที่ไม่คาดคิดมาก่อน วิหคยักษ์ร็อคบินหลบฉากออกไปเพื่อความปลอดภัยของตน มังกรเงินเปิดฉากด้วยการพ่นสายฟ้าโจมตีลงมา

“เชเอล” อาเรียร่ายคาถาสร้างม่านเวทย์มนต์ขึ้นมาป้องกันสายฟ้านั้น โดมแสงสีขาวดูดซับการโจมตีของไวเวิร์นไว้ไม่ให้ทำอันตรายพวกไคเซอร์

“มันบินอยู่แบบนี้ดาบพวกเราโจมตีไม่ได้ ทำให้มันกลับลงมาได้หรือเปล่า” ไคเซอร์ถามพรรคพวก

“ข้าจะลองดู เทอรา” โครวลี่ย์ร่ายคาถาสร้างก้อนหินขนาดใหญ่ขึ้นมาสี่ก้อนยิงใส่ไวเวิร์น มังกรเงินบินหลบไปมาอย่างง่ายดายพร้อมกับโจมตีสวนคืนด้วยพลังสายฟ้าที่รุนแรงกว่าเดิม

“อึก... เชเอล่า” อาเรียยกระดับคาถาของตนตามความรุนแรงของการโจมตี ซึ่งแน่นอนว่ามันเปลืองพลังเวทย์ของเธอมากขึ้นด้วย

“ไหวมั้ย อาเรีย” ซีล่าถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่รู้ว่าจะทนได้นานแค่ไหน เร็วหน่อยก็ดี” สีหน้าอาเรียเริ่มแย่ลง

“ข้าเอง” โรเซ่เล็งธนูเดลเฟียไปที่ไวเวิร์นแล้วขึ้นสาย

“เดี๋ยว โรเซ่ ธนูนั่นไม่มีลูกศรไม่ใช่เหรอ”

“ไม่จำเป็นหรอก” โรเซ่ปล่อยสายธนู อากาศถูกเปลี่ยนเป็นสายลมที่หมุนเป็นเกลียวพุ่งตรงไปที่ไวเวิร์น

‘กึ้ง’ กระสุนลมอัดเข้าใส่ลำตัวของมังกรเงิน เสียงมันเหมือนกับเสียงโลหะถูกกระแทก มังกรเงินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแม้ร่างกายจะไม่มีบาดแผลก็ตาม

“ธนูเดลเฟียเป็นสมบัติล้ำค่าของเผ่าเอลฟ์ มันเป็นธนูที่ไม่ต้องใช้ลูกศรเพราะมันสามารถเปลี่ยนอากาศให้เป็นลูกศรแห่งสายลมได้ นอกจากนั้น...” โรเซ่ยิงธนูออกไปอีกครั้ง ไวเวิร์นสะบัดปีกดึงตัวหลบแต่กระสุนลมก็ม้วนตัวไล่ตามมันและอัดเข้าใส่ต้นขาซ้าย

“ข้าสามารถบังคับรูปแบบของลูกศรได้ตามใจนึก”

“เยี่ยมเลย ถ้างั้นให้โครวลี่ย์กับโรเซ่คอยโจมตี ทำให้มันร่วงลงมาแล้วพวกข้าจะช่วย” ไคเซอร์ลืมตัวสั่งการออกไป ไวเวิร์นเมื่อเห็นว่าตนเองโดนเล่นงานก็เริ่มโจมตีหนักขึ้นหมายเผด็จศึกให้ได้โดยเร็ว มันพ่นสายฟ้าออกมาเป็นสาย

“อ๊า” อาเรียที่ใช้คาถาคุ้มกันรู้สึกเหมือนโดนหินก้อนใหญ่ทับกดร่างของตนและน้ำหนักของหินนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มทานพลังของไวเวิร์นไม่อยู่แล้ว

“อาเรีย!” ซีล่าตกใจเมื่อเห็นอาเรียทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น

“ข้าช่วยเอง” โรเซ่ยิงธนูลงไปที่พื้นรอบๆ พลันเถาวัลย์ขนาดใหญ่ก็แทงขึ้นมาแล้วเลื้อยพันกันปกคลุมทั้งห้าคนช่วยปกป้องพวกเขาจากสายฟ้า ไวเวิร์นเห็นดังนั้นก็ยิ่งเร่งพลังของตนให้แรงขึ้น และเพราะมันมุ่งความสนใจอยู่แต่กับการโจมตีทำให้ไม่ทันระวังกระสุนก้อนหินที่โครวลี่ย์ยิงกระหนาบมาจากด้านข้าง จอมเวทย์เฒ่าไม่ปล่อยให้มังกรเงินตั้งตัว เขาซัดกระสุนก้อนหินใส่อีกชุด ไวเวิร์นตอบโต้ด้วยการพ่นสายฟ้าทำลายก้อนหินเหล่านั้นแต่แล้วมันก็ต้องตะลึง สิ่งที่พุ่งตามหลังก้อนหินเหล่านั้นมาคือลูกธนูสายลมห้าดอกตรงเข้าอัดที่ปีกของมัน

‘ก๊าซซซซ’ ไวเวิร์นที่ได้รับบาดเจ็บที่ปีกทำให้ไม่สามารถบินได้ถนัด ตัวมันค่อยๆ ตกกลับลงมาที่พื้นดินเรื่อยๆ ถึงกระนั้นมันก็ยังพยายามประคองตัวเองให้อยู่กลางอากาศ

“ฟอลเลท” สิ้นเสียงร่ายเวทย์ก้อนหินขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเหนือร่างของไวเวิร์น มันพยายามบินหลบแต่ก็พบว่าขาของตนถูกเถาวัลย์ขนาดใหญ่พันธนาการไว้ ก่อนที่มันจะสะบัดหลุดไวเวิร์นก็ถูกก้อนหินยักษ์นั้นทุบจนร่วงลงมาที่ยอดเขา

“ตอนนี้ล่ะ” ไคเซอร์ ซีล่า กับอาเรียวิ่งตรงเข้าไปหามังกรเงิน มันรีบลุกขึ้นกระชากเถาวัลย์จนขาด เสียงคำรามดังลั่นแผดออกมาจากในลำคอของมัน ผู้กล้าทั้งห้าหาได้เกรงกลัวไม่ พวกเขากลับมองเห็นโอกาสที่มากขึ้น กระสุนสายฟ้าถูกพ่นออกมาใส่เหล่ามนุษย์แต่ก็ถูกป้องกันได้โดยม่านพลังของอาเรียกับเวทย์กระสุนดินของโครวลี่ย์ โรเซ่เองก็ช่วยยิงธนูสนับสนุนจากระยะไกลคอยก่อกวน ซีล่าเข้าไปถึงตัวของไวเวิร์นก่อนเล็งเล่นงานไปที่ขาของไวเวิร์น มังกรเงินกระโดดหลบการโจมตีพร้อมกับเล็งจะกระทืบร่างของซีล่าด้วย นักรบสาวกลิ้งตัวหลบออกได้อย่างฉิวเฉียดแต่กลับถูกหางของไวเวิร์นฟาดจนกระเด็นไปที่ขอบของยอดเขา

“ซีล่า!” ไคเซอร์ใจหายวาบ สภาพอย่างนั้นหากโดนไวเวิร์นพ่นสายฟ้าใส่เพื่อนของเขาไม่มีทางรอดแน่เพราะร่างของเธออยู่ด้านตรงข้ามกับพวกอาเรียและโครวลี่ย์ เวทย์มนต์ของทั้งสองย่อมไม่อาจช่วยเหลือเธอได้ อัศวินหนุ่มเร่งฝีเท้าของตนให้เร็วขึ้น ในใจภาวนาให้สามารถเล่นงานไวเวิร์นได้ก่อนที่มันจะโจมตีซีล่า

“ฮู่ม” ไวเวิร์นหันกลับมาตบกรงเล็บที่ปีกใส่ไคเซอร์ เขายกดาบขึ้นกันพร้อมกับฟันสวนไป ปีกของไวเวิร์นเพียงแต่ถลอกไปตามแรงเท่านั้น

‘แข็งชะมัด’ ไคเซอร์คิดพลางพยายามมองหาช่องว่าง ระหว่างที่ต่อสู้กันอยู่นั้นเขารู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวลดลงจนหายใจเป็นไอ

“ไคเซอร์! ถอยออกมา!” โครวลี่ย์ตะโกนบอก อัศวินหนุ่มรีบทำตามโดยไม่รอช้า พอออกมาพ้นระยะได้โครวลี่ย์ก็ร่ายคาถาน้ำแข็ง

“ฟรีเซียส” ก้อนน้ำแข็งขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นรอบตัวไวเวิร์นแล้วพุ่งเข้าไปจับกับร่างของมัน ก้อนน้ำแข็งค่อยๆ ผนึกรวมตัวเข้าด้วยกันแล้วแช่แข็งมังกรเงินเพื่อผนึกการเคลื่อนไหวของมันเอาไว้

“เล็งที่คอ! จุดอ่อนของพวกมังกรอยู่ที่คอ!” โรเซ่ตะโกนบอก

“เอ็มพาวเวอร์” อาเรียร่ายคาถาเสริมพลังให้กับไคเซอร์ นักรบหนุ่มเหยียบขึ้นไปบนร่างของไวเวิร์นแล้วกระโดดสูงขึ้นไป มังกรเงินเห็นเช่นนั้นก็รวบรวมกำลังทั้งหมดสะบัดน้ำแข็งที่เกาะร่างของตนจนแตกออกเพื่อให้สามารถขยับร่างกายตอบโต้การโจมตีของไคเซอร์

“ไม่ให้หรอก” โรเซ่ยิงธนูใส่ไวเวิร์น ลูกศรลมแตกออกเป็นสิบดอกพุ่งโค้งเข้าใส่เป้าหมาย ไวเวิร์นสะบัดปีกปัดลูกดอกทั้งหมดออกในคราวเดียว นั่นเป็นสิ่งที่โรเซ่คาดการณ์ไว้แล้ว เธอบังคับให้ลูกศรเหล่านั้นพุ่งลงพื้นเพื่อให้กำเนิดเถาวัลย์ขึ้นมาพันธนาการร่างของไวเวิร์นไว้อีกครั้ง

“ย้า~” ร่างของอัศวินแห่งวาเลเรียพุ่งตรงลงมาที่คอของไวเวิร์นราวกับใบมีดกิโยติน ดาบใหญ่ในมือเขาถูกฟันลงสุดแรงเกิดจนพื้นดินแตกเป็นรอย เสียงดังลั่นไปทั่วราวกับเสียงฟ้าร้องตามมาด้วยฝุ่นควันที่ตลบไปทั่วบริเวณ เมื่อฝุ่นจางภาพที่ทุกคนเห็นก็คือร่างของไวเวิร์นที่ยังคงมีร่างกายครบทุกส่วน ไม่ได้ถูกตัดศีรษะขาด ข้างๆ กันเป็นไคเซอร์ที่ยืนถือดาบมั่นอยู่ตรงหน้ารอยแตกขนาดใหญ่บนพื้น

“เจ้าจงใจฟันพลาดไป ทำไมจึงไม่สังหารข้า” มังกรเงินถาม

“การต่อสู้นี้ข้าต้องการแค่ชัยชนะ ไม่ได้ต้องการชีวิตของเจ้า” นักรบหนุ่มเก็บดาบของตน

“ข้าอาจตลบหลังเล่นงานพวกเจ้าก็ได้”

“บัลธาซาร์คงไม่วางใจให้ผู้ที่เจ้าเล่ห์อย่างนั้นดูแลดาบของเขาหรอก อีกอย่างท่านไม่เล่นงานซีล่าให้ตกลงไปทั้งๆ ที่มีโอกาส แสดงว่าท่านก็ไม่ได้หวังชีวิตพวกเราเช่นกัน” ไคเซอร์เดินเข้าไปใกล้โดยปราศจากท่าทางหวาดระแวงใดๆ ก่อนจะทวงสัญญา

“เอ้า พวกข้าชนะแล้ว มอบดาบของบัลธาซาร์มาให้พวกข้าสิ”

“หึๆๆ ยอดเยี่ยมมาก ถ้าเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังที่ตนต้องการแล้วสามารถเอาชีวิตผู้อื่นได้โดยไม่ลังเลพวกเจ้าก็จะไม่ต่างอะไรจากพวกปีศาจ หากเจ้าฟันข้าจนตายเจ้าก็จะไม่มีวันได้ดาบของบัลธาซาร์ไป พวกเจ้าเป็นผู้ที่คู่ควรจะครอบครองดาบของบัลธาซาร์จริงๆ ทั้งในด้านฝีมือและจิตใจ” ไวเวิร์นเอ่ยชมทั้งห้าคน

“สิ่งที่ข้าอยากเห็นคือความร่วมมือร่วมใจของพวกเจ้า บัลธาซาร์ไม่ได้ชนะสงครามได้โดยลำพังกำลังของตนแต่เพราะเขารวบรวมผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกันจึงสามารถยืนหยัดต่อสู้กับกองทัพปีศาจได้ พวกเจ้าผู้จะได้ครอบครองดาบของเขา ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะทำได้เฉกเช่นเดียวกันนะ รับไปสิ” ไวเวิร์นหลับตาลง ร่างของมันค่อยๆ หดเล็กลงเรื่อยๆ และเปลี่ยนรูปร่างจนกลายเป็นดาบสีเงินขาวเป็นประกายราวกับเรืองแสงได้

“ที่แท้ไวเวิร์นคือดาบของบัลธาซาร์หรอกเหรอ” โครวลี่ย์อดประหลาดใจไม่ได้ โรเซ่รีบวิ่งไปช่วยซีล่าขึ้นมาจากขอบผา

“สำเร็จแล้วซีล่า ดูสิ ดาบของบัลธาซาร์” ไคเซอร์บอกซีล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“อือ ใช่” ซีล่าเดินเข้าไปใกล้แล้วยกขาขึ้นเหยียบลงไปที่เท้าของไคเซอร์

“โอ๊ย ทำอะไรของเจ้าน่ะ” ไคเซอร์กระโดดเหยงๆ ขาเดียว

“นี่สำหรับที่ไม่ยอมไปช่วยข้าขึ้นมา” คนที่เหลือพากันหัวเราะขบขัน

“ได้ดาบของบัลธาซาร์มาแล้วพวกเราก็มีหวังจะเอาชนะพวกกองทัพปีศาจได้ รีบกลับลงไปกันเถอะ อย่าให้โซอารอนาน” โครวลี่ย์กล่าวกับทุกคน

 

“ข้าต้องขอชมเจ้านะไคเซอร์ เจ้าวิเคราะห์สถานการณ์ได้ไม่เลวเลย เป็นเจ้าเมื่อก่อนเจ้าคงตัดคอไวเวิร์นไปแล้ว” โครวลี่ย์เอ่ยชมไคเซอร์ระหว่างที่กลับลงมาจากยอดเขา

“ข้ารำคาญคำว่า ‘ใจเย็นไว้’ ของใครบางคนน่ะ” ไคเซอร์แกล้งกระเซ้าซึ่งเขาก็โดนไม้เท้าเคาะศีรษะให้เป็นสิ่งตอบแทน

“สมมติว่าถ้าไวเวิร์นเป็นพวกเจ้าเล่ห์ลอบกัดจริง เจ้าจะทำยังไง” อาเรียถาม

“พวกเราเอาชนะมันได้ครั้งหนึ่งแล้วนี่ เอาชนะให้ได้อีกครั้งไม่น่าจะเป็นปัญหา”

“อย่าได้ประมาทไปไคเซอร์ ถ้าครั้งที่สองเราแพ้อาจไม่มีครั้งที่สามอีก” โครวลี่ย์เตือน ไคเซอร์พยักหน้ารับ

“ทุกคน รู้สึกว่าร็อคมีอาการแปลกๆ ไปมั้ย” โรเซ่ถาม คนอื่นๆ มองดูแล้วก็เริ่มสังเกตเห็น ร็อคบินกระตุกๆ เหมือนบาดเจ็บสาหัส ขนปีกและหางค่อยๆ หลุดร่วงไปเรื่อยๆ

“เฮ้ นี่มันท่าไม่ดีแล้วนะ เกิดอะไรขึ้นน่ะอาเรีย”

“ข้า... ข้าก็ไม่รู้...” อาเรียเองก็ตื่นตระหนกไม่แพ้คนอื่นๆ ร่างกายของร็อคค่อยๆ กร่อนสลายไปทีละนิดๆ เนื่องจากคาถาชุบชีวิตเริ่มหมดพลัง จนกระทั่งที่ความสูงสองร้อยเมตรจากพื้นดินร็อคก็กลับไปเป็นซากโครงกระดูกอีกครั้ง

“เฮ้ย! เหวอ! ว้าย!” เสียงร้องต่างรูปแบบดังออกมาพร้อมกันเมื่อทั้งห้าร่วงลงสู่พื้น โครวลี่ย์รีบตั้งสติร่ายเวทย์ลมพยุงทุกคน

“ซิลฟาย” พายุหมุนปรากฏขึ้นรองรับทุกคนไม่ให้ตกกระแทกกับพื้นรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตราย ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังจุกจนแทบลุกไม่ขึ้น

“...เกิดอะไรขึ้น” โซอายืนมองสภาพของสี่มนุษย์กับหนึ่งเอลฟ์ที่ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

“อูย... ไม่รู้สิ อยู่ดีๆ วิหคสวรรค์ก็หายไปเฉยๆ” โรเซ่คลำสะโพกตัวเองไล่ความเจ็บปวด

“ร็อคคงต้องกลับไปที่สวรรค์แล้วมั้ง” อาเรียยืนกุมท้องขาสั่นอยู่

“โธ่ ก็น่าจะส่งเราให้ถึงพื้นก่อนก็ได้นี่” โรเซ่บ่นอุบ

“ได้มาหรือเปล่า ดาบของบัลธาซาร์” โซอาถามเรื่องสำคัญ

“ได้มาแล้ว นี่” ไคเซอร์ชูดาบที่ตีจากโอริฮาลคอนบริสุทธิ์ให้โซอาดู

“ข้าไม่เห็นมันจะต่างจากดาบธรรมดาตรงไหน”

“อึก... พูดไปแล้วก็จริงแฮะ” ซีล่าจ้องมองดาบนั้นอย่างพิจารณา

“จำเป็นต้องมีวิญญาณของบัลธาซาร์ด้วยจึงจะสามารถใช้พลังของเขาได้ น่าเสียดายที่พฤกษาแห่งภูมิปัญญาถูกทำลายไปแล้วพวกเราจึงไม่รู้ว่าภาชนะที่เก็บดวงวิญญาณของบัลธาซาร์อยู่ที่ไหน ดาบเล่มนี้จะมีคำใบ้อะไรหรือเปล่านะ” โครวลี่ย์ตรวจดูดาบของบัลธาซาร์โดยละเอียด

“เป็นยังไงบ้าง” ไคเซอร์ถาม โครวลี่ย์ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา

“ไม่มีอะไรเลย ไม่มีร่องรอยอะไรที่พอจะเป็นข้อความหรือคำใบ้ เพื่อความแน่ใจเราควรนำกลับไปให้บรรดานักปราชญ์จากทั้งสามอาณาจักรช่วยกันตรวจสอบด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็กลับไปแจ้งทางอาณาจักรของตัวเองให้ไปปรึกษากันที่อาร์คามาน่า โครวลี่ย์กับโซอาล่วงหน้าเอาดาบไปที่อาณาจักรนั้นก่อน” ซีล่านัดแนะด้วยเห็นว่าอาร์คามาน่าอยู่ใกล้ที่สุด

“ข้าจะกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อรายงานให้ท่านผู้อาวุโสทราบ” โรเซ่บอกกับทุกคนก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไป

 

ที่อาร์คามาน่า เหล่าอำมาตย์ราชครูถูกเรียกตัวมาระดมสมองค้นหาเบาะแสที่อาจจะมีอยู่บนดาบของบัลธาซาร์ โซอาถูกกันออกไปอยู่อีกห้องต่างหากเนื่องจากพวกมนุษย์กลัวว่าเขาอาจหักหลังขโมยดาบหนีกลับไปที่กองทัพปีศาจ โซอาไม่ได้เดือดร้อนอะไรนัก เขาเองก็ต้องการสถานที่สงบๆ นั่งคิดอะไรคนเดียวอยู่แล้ว

‘ยังไม่เพียงพอที่จะปลดปล่อยผู้นั้นได้สินะ ใบ้ให้เอามั้ย สร้อยของเจ้าไง’

‘สร้อยที่พ่อมอบให้กับข้าพร้อมกับสั่งนักหนาว่าให้สวมติดตัวไว้ตลอด มันมีความลับอะไรกันแน่’ โซอาจ้องมองสร้อยคอโลหะสีทองแดงที่หล่อเป็นรูปหัวสุนัข ตรงกลางหน้าผากประดับด้วยอัญมณีสีดำ เขารู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่สร้อยธรรมดาหากแต่เขาไม่สันทัดด้านศาสตร์มนตราขนาดที่จะดูออกว่ามันคืออะไร เสียงเอะอะดังมาจากทางเดินเรียกความสนใจเขาไปที่นั่น เหล่าผู้รู้จากวาเลเรีย แซงทัวเรียม และหมู่บ้านเอลฟ์เดินทางมาถึงแล้ว

“นี่รึ ดาบของผู้กล้าในอดีต งดงามจริงๆ” ราชครูโฟคาลอร์อดชื่นชมความงามของมันไม่ได้

“สำคัญคือเราต้องหาว่ามีเบาะแสใดเชื่อมโยงไปถึงภาชนะกักเก็บวิญญาณของบัลธาซาร์หรือไม่ หากปราศจากวิญญาณของเขาดาบนี่ก็เป็นได้เพียงอาวุธธรรมดา” โครวลี่ย์ชี้แจง บรรดานักปราชญ์รับรู้แล้วก็ช่วยกันลงมือตรวจสอบ บ้างก็ปรึกษาหรือตีความกันด้วยตรรกะต่างๆ ที่ตนนึกออก ทั้งในแง่พลังเวทย์ ประวัติศาสตร์ แม้แต่ผู้ที่ตีมันขึ้นมา เวลาล่วงผ่านไปครึ่งวันยังไม่มีใครได้คำตอบจนทุกคนเริ่มถอดใจ

“มานึกดูดีๆ แล้ว วิญญาณของบัลธาซาร์ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ตัวดาบ เขาคงไม่ทิ้งเบาะแสให้หาเจอง่ายๆ” นักปราชญ์จากแซงทัวเรียมกล่าวออกมา

“ถ้าอย่างนั้นที่พวกเขาเพียรพยายามฝ่าอันตรายขึ้นไปที่ยอดเขาก็ไม่ได้อะไรมากไปกว่าดาบที่แข็งกว่าดาบธรรมดาเลยหรือ” โฟคาลอร์โต้ตอบ

“ข้าก็ไม่อยากจะคิดอย่างนั้นแต่พวกเราช่วยกันคิดหาทุกวิธีแล้วยังไม่ได้อะไร”

“ไม่หรอก ดาบเล่มนี้เป็นมากกว่าดาบโอริฮาลคอนธรรมดา” โพลลุกซ์กล่าวกับทุกคนที่อยู่ในห้อง เขาสั่งให้ทหารติดตามไปเรียกพวกไคเซอร์เข้ามา

“ท่านหมายความว่ายังไง”

“ดาบเล่มนี้เป็นเสมือนตัวแทนของบัลธาซาร์ ผู้กล้าที่นำกองทัพมนุษย์เอาชนะกองทัพปีศาจเมื่อห้าพันปีที่แล้ว ในตอนนี้ที่พวกปีศาจยกทัพขึ้นมาอีกครั้ง ผู้ที่ถือดาบเล่มนี้จะเป็นเสมือนตัวแทนของบัลธาซาร์ เป็นศูนย์กลางของกองทัพมนุษย์ที่จะรบกับกองทัพปีศาจ” โพลลุกซ์หยุดนิดหนึ่งเมื่อหนุ่มสาวสี่คนเข้ามาในห้อง

“เข้าใจแล้ว เมื่อมีผู้นำกองทัพก็จะมีกำลังใจมากขึ้น ขอแค่พวกเขารู้เราว่ามีดาบแห่งบัลธาซาร์พวกเขาก็มั่นใจแล้วว่ามีโอกาสชนะ” โครวลี่ย์คิดตาม

“ใช่ แม้ไม่มีพลังอย่างในอดีตแต่ก็ไม่ถึงกับไร้ประโยชน์ใดๆ เลย”

“แล้วใครล่ะจะเป็นผู้ถือดาบนั่นเพื่อนำกองทัพสามอาณาจักร” ราชครูแห่งอาร์คามาน่าคนหนึ่งถาม

“เรื่องนั้นคำตอบมันแน่ชัดอยู่แล้ว” โพลลุกซ์มองไปที่ไคเซอร์

“อะ... อะไร... ท่านคงไม่ได้หมายถึงข้าหรอกนะ” ไคเซอร์ทำหน้าเลิ่กลั่ก

“อาวุธเป็นดาบใหญ่จะมีใครเหมาะที่จะใช้มันมากไปกว่าอัศวิน และอัศวินคนไหนเหมาะที่จะนำทัพหากไม่ใช่บุตรชายของแม่ทัพใหญ่ผู้องอาจ”

“เดี๋ยวก่อน ข้า... จะให้ข้าเป็นผู้นำกองทัพเหรอ ไม่ไหวหรอก ความสามารถของข้ายังไม่ถึงขั้น ท่านแม่ทัพต่างหากคู่ควรกว่าข้าเป็นไหนๆ” โพลลุกซ์ส่ายหน้าปฏิเสธ

“ข้าถนัดใช้ขวานด้ามยาวมากกว่า อีกอย่างข้าก็อายุมากแล้วไม่แข็งแรงเหมือนคนหนุ่มอย่างเจ้า พวกปีศาจต้องจ้องจะชิงเอาดาบเล่มนี้ไปจากพวกเราและถึงตอนนั้น ข้าอาจรับมือไม่ไหว”

“ข้าจะคุ้มกันท่านเอง ท่านเหนือกว่าข้าทั้งด้านความคิดและประสบการณ์ ท่านควรเป็นผู้นำทัพ” ไคเซอร์ยังคงยืนกรานปฏิเสธ

“ไคเซอร์ โครวลี่ย์เล่าเรื่องที่พวกเจ้าไปเอาดาบให้ข้าฟังแล้ว ดาบเล่มนี้ยอมรับในตัวเจ้า เจ้าคือผู้ที่ผ่านการทดสอบไม่ใช่ข้า นั่นคือเหตุผลที่เจ้าต้องเป็นผู้ถือดาบเล่มนี้” นักรบหนุ่มยังคงยืนนิ่งไม่กล้าแบกรับความรับผิดชอบใหญ่หลวงนี้

“ไคเซอร์ ที่ผ่านมาเจ้าไม่เคยถอย ใจเจ้าคิดแต่ว่าต้องลุยเท่านั้น ความเร่าร้อนนั่นหายไปไหนแล้ว” โพลลุกซ์เดินไปตบไหล่บุตรชายของสหายรัก

“พ่อของเจ้าเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติ จงพิสูจน์ว่าบุตรชายของเขาก็ทำได้ไม่แพ้กัน จงทำให้พ่อของเจ้าภาคภูมิใจ”

ไคเซอร์ครุ่นคิดอยู่สักพักเขาก็ตัดสินใจก้าวไปหยิบเอาดาบที่วางอยู่บนโต๊ะ มันหนักกว่าตอนที่เขาเอาลงมาจากยอดเขาเรโทว์ราวกับเป็นดาบคนละเล่ม มือที่จับด้ามดาบสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่เป็นไร ไคเซอร์ ข้าก็อยู่กับเจ้าด้วย” ซีล่าเดินเข้ามาตบไหล่ปลอบ

“ใช่ ข้าก็จะคอยช่วยเหลือเจ้าเช่นกัน” อาเรียเดินมาตบไหล่อีกข้าง

“พวกเรามาด้วยกันถึงขั้นนี้แล้วไคเซอร์ ข้าไม่ยอมให้เจ้าปอดแหกถอยไปตอนนี้หรอก” โรเซ่กล่าวขึ้นมา

“บัลธาซาร์ไม่ได้รบเพียงลำพัง เจ้าก็เช่นกัน พวกเราทุกคนจะคอยให้ความช่วยเหลือเจ้าอย่างสุดความสามารถ” โครวลี่ย์ช่วยเสริม ไคเซอร์ที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นรู้สึกว่าดาบที่ตนถืออยู่เบาลงเหมือนมีคนมาช่วยถือ เขาจ้องมองดาบของบัลธาซาร์พร้อมกับตั้งปณิธานว่าจะต้องไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เขาจะต้องได้รับชัยชนะในการรบครั้งนี้เหมือนที่ผู้กล้าบัลธาซาร์เคยทำเป็นแบบอย่างในอดีต ดาบของบัลธาซาร์ดูเหมือนจะส่องประกายยิ่งกว่าเดิมชั่ววูบหนึ่งราวกับตอบรับความตั้งใจของอัศวินหนุ่มผู้นี้แล้ว



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Tale of Vesalia - 1: The Two Swords ตอนที่ 15 : ดาบของบัลธาซาร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 75 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android