THE GUARDIAN I ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 เรื่องวุ่นวายระหว่างมื้อเย็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    25 มิ.ย. 60

THE GUARDIAN I  ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก
ตอนที่ 8 เรื่องวุ่นวายระหว่างมื้อเย็น



          เวลาได้ล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับดวงอาทิตย์ค่อยๆลาลับขอบฟ้า เปลี่ยนให้ท้องฟ้าสีแสดยามเย็นกลายเป็นท้องฟ้าอันมืดมิด ดาวฤกษ์นับพันนับหมื่นเปล่งประกายเหนือน่านฟ้าเคียงคู่กับดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวขนาดเล็กจิ๋ว

          ดวงไฟจากคริสตัลเวทมนต์ และตะเกียงไฟภายในเมืองฟรานซิสเริ่มส่องสว่างขึ้นทีละดวง จนกระทั่งทั้งเมืองได้ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีส้มยามค่ำคืนไปทั่วทั้งเมือง ณ ตอนนี้เป็นเวลา 10 ดอร์นตรง อันเป็นช่วงเวลาเหมาะแก่การออกหาอาหารเย็นทานกัน เหล่าผู้คนในเมือง และนักเดินทาง เริ่มออกจากที่พักเพื่อทานมื้อเย็นตามร้านอาหาร

           ภายในกลุ่มฝูงชนได้มีร่างของสองหนุ่มสาวกำลังเดินไหลไปตามผู้คนบนถนน คนแรกเป็นชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา มีรอยยิ้มขี้เล่นประดับบนใบหน้า สวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีเขียวไม่ติดกระดุม สวมกางเกงวอร์มสีดำ และรองเท้าแตะสีขาว ซึ่งมันโคตรจะไม่เข้ากันเลยแม้แต่น้อย

           คนที่สองเป็นหญิงสาวใบหน้าสวยเย็นชา สวมชุดรัดรูปสีดำ ดูภายนอกเธออาจจะดูเหมือนสาวสวยสุดคูลธรรมดา แต่ทว่าสิ่งของที่ซ่อนอยู่ในชุดรัดรูปนั้นกลับเต็มไปด้วยอาวุธสังหารมากมายที่พร้อมจะปลิดชีพเป้าหมายได้ทุกเมื่อ แต่เผอิญมันดันใช้ไม่ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตที่เดินชิวตามหลังเธอมาเนี่ยสิ

           "เป็นเมืองที่คึกคักดีจังนะ" เอิร์ธเปิดปากชวนคุยพลางมองไปรอบๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา บางคนก็เดินไปซื้ออาหารที่รถเข็นขายเนื้อเสียบไม้บ้าง หรือเดินเข้าร้านอาหารบ้าง ถือว่าเป็นภาพความสงบสุขที่กาเดี้ยนหนุ่มค่อนข้างชอบไม่น้อย

           คานาโกะทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจคำพูดของคนข้างหลัง เห็นดังนั้นเอิร์ธจึงยักคิ้วขึ้น "จะว่าไปแล้ว... เรากำลังจะไปที่ไหนเหรอ?" เมื่อคุยเรื่องเรื่อยเปื่อยไม่ได้ ชายหนุ่มจึงถามสถานที่เป้าหมายของหญิงสาวผมแดงแทน คนข้างหน้าเงียบไปซักพักก่อนจะหันหน้ามาตอบ

          "ร้านอาหารขึ้นชื่อของเมืองนี้" 

          "โว้ว~ น่าสนใจแฮะ"

          คำตอบของคานาโกะทำให้เอิร์ธต้องร้องออกมาพลางแกล้งทำท่าทางตื่นตาตื่นใจ แต่ดูเหมือนสาวเจ้าจะไม่เล่นด้วย คานาโกะหันกลับไปเดินต่อเงียบๆ ปล่อยให้ชายหนุ่มต้องยืนกร่อยยิ้มเก้ออยู่ข้างหลัง ทันใดนั้นก็ได้มีคุณลุงคนหนึ่งเดินมาตบไหล่เขาเบาๆ

          "แฟนท่าจะงอลหนักนะ"

          "ไม่ใช่แล้วลุง..."

          เอิร์ธรีบจ้ำอ้าวตามหลังเพื่อนร่วมเดินทางที่เดินนำหน้าไปไกลโข คานาโกะนั้นแทบไม่ได้ให้ความสนใจเขาเลยซักนิดว่าจะพัดหลงกันหรือไม่ พอมาถึงทางแยกหญิงสาวก็เดินเลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าภัตราคารขนาดใหญ่เด่นเป็นสง่ากลางเมือง

          "ที่นี่เหรอ... อ้าวเห้ย! รอด้วยสิ" เอิร์ธเดินตามมาพลางพึมพำออกมาเบาๆ ยังไม่ทันไรคานาโกะก็เดินลิ่วเข้าไปข้างไหนซะแล้ว ส่งให้ชายหนุ่มต้องรีบจ้ำเท้าเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้

          เมื่อเข้ามาข้างในก็เผยให้เห็นห้องโถงกว้างผนังถูกทาเป็นสีแดง และมีลวดลายของมังกรประดับอยู่ตามผนัง บนพื้นถูกปูด้วยผ้าสีแดงอย่างดี พร้อมกับโต๊ะกลมวางเรียงยาวที่มีลูกค้าดูมีฐานะกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ ทางด้านคานาโกะก็เดินไปที่หน้าเคาเตอร์ด้านข้างประตู

          "มากี่ท่านเหรอครับ" พนักงานหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะลอบมองพิจารณาหญิงสาวผู้งดงามตรงหน้า และชายหนุ่มสวมชุดแปลกๆที่เดินตามหลังมา 

          "มา 2 คน ขอห้องพรีเมี่ยมด้วย"

          "ต้องขออภัยด้วยนะครับท่านลูกค้า ห้องพรีเมี่ยมในขณะนี้เต็มทุกห้องแล้วครับ แต่บนชั้นสามของภัตราคารยังไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก ค่อนข้างเป็นส่วนตัวพอสมควรนะครับ" พนักงานหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับเสนอทางเลือกให้แก่หญิงสาวผมแดงตรงหน้าอย่างช่ำชอง ได้ยินดังนั้นคานาโกะจึงมีสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะตอบตกลง

          คานาโกะคุยกับพนักงานหน้าเคาเตอร์ซักพักก่อนจะปลีกตัวออกมาตรงไปที่บันไดโดยมีชายหนุ่มสวมชุดแปลกตาเดินตามมาด้วย "บริการดีใช้ได้เลยนะเนี่ย" เอิร์ธว่าพลางเอามือจกกระเป๋าเดินขึ้นบันไดตามหลังหญิงสาว สายตาลอบเหล่มองสะโพกภายใต้กางเกงรัดรูปสีดำแน่นเปรี๊ยะด้วยความทะเล้นส่วนตัว

          ทั้งสองเดินผ่านชั้นสองที่เริ่มมีผู้คนบางตาลงต่างจากชั้นแรก ถึงอย่างนั้นในสายตาของเอิร์ธแล้วมันก็ยังเยอะอยู่ดี ส่วนคานาโกะก็เดินเลี้ยวขึ้นบันไดไปอีกจนขึ้นมาถึงชั้นสามที่มีลูกค้าบางตาพอสมควร

           คานาโกะเลือกโต๊ะมุมหนึ่งติดหน้าต่างที่ค่อนข้างห่างจากลูกค้าคนอื่น ตามมาด้วยเอิร์ธเดินมานั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งตรงข้ามกับหญิงสาว ก่อนจะมีพนักงานหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามายื่นเมนูแก่ทั้งสอง ชายหนุ่มรับเมนูมาดู แต่หญิงสาวนั้นกลับปัดเมนูออกไปแล้วเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย

          "ขออาหารในเมนูทั้งหมด"

          เพียงคำเดียวของนักฆ่าสาวส่งให้ทั้งเอิร์ธ และพนักงานหนุ่มถึงกับหน้าเหวอ พนักงานหนุ่มถามอีกรอบเพื่อความแน่ใจ แต่เมื่อได้ยินคำยืนยันด้วยใบหน้าตายด้านจากคานาโกะแล้ว ทำให้เขาต้องจำใจเดินลงบันไดไปอย่างช่วยไม่ได้

          "เฮ้... เอาจริงเหรอ" เอิร์ธเหล่มองพนักงานรับออเดอร์เดินจากไปก็ถามขึ้นมา คานาโกะไม่ได้ตอบทันที เธอเอาศอกพาดหน้าต่างมองออกไป ก่อนจะตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย

          "นายก็น่าจะเห็นปริมาณอาหารที่ฉันกินในปราสาทแล้วนี่ แถมนายเองก็กินเยอะไม่แพ้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"

          "อ่า... มันก็จริงน่ะนะ"

          หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก จนกระทั่งพนักงานเริ่มเดินขึ้นมาทีละคนพร้อมกับจานอาหารในมือคนละสองจาน พวกเขาเดินมายังโต๊ะที่คานาโกะ และเอิร์ธกำลังนั่งมองเมืองฟรานซิสนอกหน้าต่างอยู่ จานอาหารค่อยๆถูกลำเลียงวางลงบนโต๊ะทีละอย่างพร้อมกับใบหน้าของพนักงานแต่ละคนเต็มไปด้วยความลำบากใจ และลอบเสียดายอาหาร ซึ่งพวกเขาคาดว่าจะต้องเหลือเยอะมากเป็นแน่

          คานาโกะไม่ได้แตะอาหารทันที เธอยังคงกอดอกมองจานอาหารที่ถูกลำเลียงมาวางไว้บนโต๊ะทีละอย่างด้วยความใจเย็น เอิร์ธเห็นดังนั้นก็อดทนมองอาหารที่ถูกลำเลียงมาวางไว้บนโต๊ะด้วยเช่นกัน ในความคิดของเขาการจะมากินอาหารตัดหน้าก่อนเจ้ามื้อมันออกจะดูไม่ค่อยงามซักเท่าไหร่หรอกนะ

          ในขณะนี้บนโต๊ะของทั้งสองเต็มไปด้วยจานอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ เรียกความสนใจจากลูกค้าคนอื่นๆบนชั้นนี้ได้ไม่น้อย ถึงกระนั้นคานาโกะก็มิได้ให้ความสนใจ เธอหยิบช้อนส้อมที่วางอยู่บนจานเปล่าตรงหน้าขึ้นมา ก่อนจะโซ้ยแหลกอย่างรวดเร็ว ต่างจากภาพลักษณ์ของหญิงสาวแสนสวยสุดคูลลิบลับ

          เอิร์ธเองก็รีบโซ้ยอาหารตรงหน้าด้วยความเร็วไม่ต่างกัน ตอนแรกชายหนุ่มคิดว่าจะลองละเมียดละไมกับรสชาติของอาหารในภัตราคารนี้อย่างช้าๆอยู่หรอกนะ แต่ด้วยความเร็วในการกินของคานาโกะคงจะกินตามด้วยความเร็วปกติไม่ทันแหงๆ

          อาหารค่อยๆหมดไปทีละจาน ขนาดที่ว่าทั้งสองถึงกับหยิบจานอาหารขึ้นมาจ่อหน้ากินกันเลยทีเดียว กองจานอันว่างเปล่าเริ่มกองพะเนินมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาอึ้งของพนักงาน และลูกค้าทุกคนในชั้นนี้

          "อร่อยพอๆกับอาหารในพระราชวังเลยแฮะ! พี่ชายครับขออาหารทั้งหมดอีกชุดนึง!"

          "อ... เอ๊ะ!? ครับ!"

          เสียงเรียกของเอิร์ธช่วยปลุกสติของพวกพนักงานให้กลับมา ก่อนที่พวกเขาจะรีบเฮโลลงบันไดกันเพื่อไปบอกให้เชฟทำอาหารมาเพิ่มอีก ปล่อยให้สองหนุ่มสาวประหลาดโซ้ยอาหารด้วยปริมาณ และความเร็วเหนือมนุษย์ต่อไป

          "นี่นาย... เป็ดย่างตัวนั้นมันอยู่ฝั่งชั้นนะ"

          "อ้าวเหรอ? โทษทีนะ จู่ๆมันก็บินมาอยู่ในมือฉันเฉยเลยน่ะ"

          ว่าจบชายหนุ่มหน้าทะเล้นก็กินเป็ดย่างตัวเขื่องในมืออย่างรวดเร็ว สร้างความไม่พอใจแก่หญิงสาวฝั่งตรงข้ามเป็นอย่างมากที่ถูกแย่งอาหารโปรดของตนไป เธอจึงใช้เวทมนต์ดึงจานกุ้งตัวยักษ์จากฝั่งของเอิร์ธมาอยู่ในมือของตน ก่อนจะกินมันเข้าไปด้วยแววตาสะใจเล็กน้อย

          "เห้ย!!! นั่นมันของฉันนะเฟ้ย!"

          "อ้าวเหรอ? ก็ไม่เห็นว่านายจะยอมกินซักที นึกว่าจะไม่ชอบซะอีก"

          "ตูเก็บไว้กินทีหลังต่างหากเล่า!"

          ทั้งคู่เริ่มถกเถียงกันไปมาพร้อมกับแย่งอาหารจากฝั่งของอีกฝ่ายมาเข้าปาก จนเกิดเป็นสงครามแย่งชิงอาหารขนาดย่อมๆ ส่วนทางด้านพนักงานที่ยังเหลือบนชั้นนี้ก็รีบวิ่งเข้ามาขนจานอันว่างเปล่าออกไปทีละชุด พลางร้องเรียกอาหารชุดต่อไปด้วยความเร่งรีบ 

          รอไม่นานนักจานอาหารชุดต่อไปก็ถูกลำเลียงมาวางไว้บนโต๊ะอย่างรีบร้อน พร้อมกับพนักงานที่พึ่งเอาอาหารมาเสิร์ฟก็ต้องรีบขนจานอันว่างเปล่าออกไป เพื่อให้มีพื้นที่ว่างพอในการจะวางจานอาหารที่กำลังถูกลำเลียงตามเข้ามา

          ทันทีที่อาหารชุดที่สองมาถึงเสียงถกเถียงของทั้งสองเริ่มเบาลง แต่ไม่นานนักเสียงถกเถียงของทั้งคู่ก็ดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่ออาหารชุดที่สองกำลังจะหมดลง ซึ่งคราวนี้เป็นคานาโกะที่เป็นผู้ร้องเรียกอาหารชุดที่สาม สร้างความวุ่นวายแก่พนักงานของภัตราคารขึ้นอีกครั้ง

          "เห้ย! เดี๋ยวก่อนสิคานาโกะ! นั่นมันหมูทอดของฉันนะเฟ้ย!!!"

          "ทีนายยังแย่งเนื้อย่างของชั้นไปเลยนะ"

          เอิร์ธชี้นิ้วไปยังจานอาหารในมือของคานาโกะซึ่งเมื่อครู่นี้มันยังอยู่ฝั่งเขาอยู่เลย แต่จู่ๆมันก็หายวับไปอยู่ในมือของนักฆ่าสาวตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ หญิงสาวยักไหล่ไม่สนใจก่อนจะใช้ช้อนในมือตักหมูทอดราดซอสสีเข้มบนจานเข้าปากด้วยแววตาเป็นสุขปนสะใจเล็กน้อย

          "อ... เอ่อ... คุณลูกค้าครับ... ช่วยทานอาหารแบบปกติจะได้ไหมครับ มันรบกวนลูกค้าคนอื่นๆน่ะครับ" พนักงานใจกล้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาห้ามทัพด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ ส่งผลให้บรรยากาศกดดันบนโต๊ะอาหารเริ่มสงบลง เอิร์ธกวาดสายตามองไปโดยรอบก็พบกับสีหน้าไม่พอใจของลูกค้าคนอื่น และท่าทางอันเหนื่อยอ่อนของพนักงานเสิร์ฟอาหารก่อนจะรีบขอโทษยกใหญ่

          "เฮ้อ... ให้ตายสิ" กาเดี้ยนหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ อันที่จริงการทะเลาะครั้งนี้เขาเองก็เป็นต้นเหตุที่ขโมยเป็ดย่างของคานาโกะมาก่อนนี่นะ

           ความสงบเริ่มกลับมาอีกครั้งหลังจากถูกพนักงานภัตราคารเตือนไป มีเพียงเสียงกินของทัั้งสองเท่านั้นที่ดังออกมา แต่มันก็ยังดีกว่าเสียงถกเถียงที่ดังไปทั่วทั้งชั้นล่ะนะ พนักงานเห็นดังนั้นจึงลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อสงครามอาหารได้จบลงแล้ว

          ทว่าทันใดนั้นเอง เสียงโหวกเหวกโวยวายก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันหาใช่เสียงจากสองหนุ่มสาวบนโต๊ะอาหารไม่ แต่มันกลับเป็นเสียงพูดของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินขึ้นมาบนชั้นนี้ดังออกมาจากบันได

           "อะไรวะ!? ข้าเป็นถึงนักผจญภัยระดับทองเลยนะโว้ย แค่ห้องพรีเมี่ยมห้องเดียวก็ยังให้ไม่ได้ การบริการห่วยแตกชะมัด!" กลุ่มคนประมาณ 5 คน เดินขึ้นมาพร้อมกับเสียงตะโกนของชายหนุ่มสวมชุดเกราะสีเงินสะพายดาบข้างเอวท่าทางดูเย่อหยิ่งดังออกมา พวกเขาเดินไปนั่งที่โต๊ะตรงกลางห้องอาหารชั้นนี้พลางพูดคุยด้วยเสียงอันดังก้อง

          "เห้ย! ไอน้อง! เอาเมนูมาดิวะ! ยืนบื้ออยู่นั่นแหละ" ชายหนุ่มสวมชุดเกราะสีเงินที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ พนักงานผู้โดนเรียกถึงกับสะดุ้งตัวโหยงก่อนจะรีบหยิบเมนูไปยื่นให้กับกลุ่มท่าทางไม่มีสัมมาคารวะกลุ่มนั้น

          "นั่นใครน่ะ?" เอิร์ธกระซิบถามคานาโกะพลางมองกลุ่มคนท่าทางเหมือนกุ้ยข้างถนนด้วยความสนใจ เพราะเท่าที่เขาลองตรวจสอบพลังของคนกลุ่มนัั้นก็พบว่า พวกเขามีพลังสูงเป็นอย่างมากตั้งแต่ 120-200 ส่วนชายสวมชุดเกราะสีเงินมีพลังสูงถึง 312 เกือบจะเทียบเท่ากับผู้กล้าเลยทีเดียว

          "ซอนดาร์ก นักผจญภัย ระดับทองชั้นสูงสุดน่ะ" คำตอบของคานาโกะช่วยไขความกระจ่างให้แก่เขา ถึงกระนั้นมันก็มีข้อสงสัยเพิ่มขึ้นมาอีก

          "นักผจญภัย ระดับทองชั้นสูงสุดเหรอ?" เอิร์ธเอ่ยทวนพลางขมวดคิ้ว คานาโกะเห็นดังนั้นจึงได้อธิบายอย่างคร่าวๆในเรื่องที่ชายหนุ่มกำลังสงสัยอยู่

          นักผจญภัยเป็นเหมือนกับทหารรับจ้างที่สังกัดอยู่ในกิลด์นักผจญภัย พวกเขามีหน้าที่ทำภารกิจที่ถูกไหว้วานจากพวกชาวบ้านไปจนถึงชนชั้นสูงให้สำเร็จ ยิ่งทำภารกิจระดับสูงสำเร็จมากก็จะได้คะแนนมากขึ้น หากทำภารกิจสำเร็จจนได้รับคะแนนถึงจุดที่กำหนดแล้วก็จะได้รับภารกิจเลื่อนระดับ ซึ่งระดับของนักผจญภัยจะถูกแบ่งเป็น 5 ระดับ อันได้แก่ ระดับทองชั้นสูงสุด ระดับเงิน ระดับเหล็ก ระดับทองแดง และระดับหิน 

           ระดับขั้นของกิลด์นักผจญภัยค่อนข้างเหมือนกับระบบแรงค์ของกาเดี้ยนพอสมควร เอิร์ธจึงสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากมากนัก "ว่าแต่เจ้าซอนดาร์กเนี่ย ดังมากเลยเหรอ?" ชายหนุ่มกระซิบถามพลางสังเกตดูท่าทางของแต่ละคนในชั้นนี้ที่เต็มไปด้วยความยำเกรง

          "พอสมควร"

          "ดังในด้านไหนเหรอ?"

          "ติดลบ"

          "เห็นด้วยเลยล่ะ"

          ทั้งสองสนทนาอย่างเงียบๆพลางรับประทานอาหารด้วยความเร็วปกติเนื่องจากเริ่มแน่นท้องแล้ว "ทำไมอาหารถึงได้มาช้านักวะ!?" เสียงตะโกนของชายหนุ่มสวมเกราะสีเงินนามซอนดาร์กดังออกมาด้วยความไม่พอใจ พนักงานใจกล้าคนเดิมที่ห้ามการทะเลาะระหว่างเอิร์ธ และคานาโกะได้เดินเข้าไปหากลุ่มนักผจญภัยระดับสูงด้วยรอยยิ้ม

          "กรุณาช่วยรอซักครู่นะครับ คุณลูกค้า เนื่องจากวันนี้ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษ ก็เลย..."

          "พล่ามอะไรของแกวะ! ข้าเป็นถึงนักผจญภัยระดับทองเลยนะโว้ย! ข้าต้องได้อภิสิทธิ์พิเศษสิวะ!"

          ยังไม่ทันที่พนักงานหนุ่มจะกล่าวจบเขาก็ถูกซอนดาร์กพูดสวนขึ้นมาก่อน พร้อมกับออร่าสีแดงแผ่ออกมาจากร่างของชายเกราะเงินเข้ากดดันพนักงานหนุ่มจนเขาต้องถอยออกไปด้วยใบหน้าซีดเผือด

          "เอาน่าท่านซอนดาร์ก พวกมันก็แค่พวกชั้นต่ำเท่านั้น อย่าไปถือสามันเลย" 

          "ฮ่า ฮ่า ฮ่า พูดได้ดีนี่หว่า คริส!"

          ชายหนุ่มสวมชุดเกราะหนังสะพายธนูคันโตไว้ข้างหลังพูดกับหัวหน้าตนด้วยรอยยิ้ม พลางส่งสายตาคล้ายขอโทษแก่พนักงานคนนั้น ซอนดาร์กได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจไม่น้อย 

          กาเดี้ยนหนุ่มสังเกตเห็นก็หรี่ตาลง "โฮ่ว... นักธนูคนนั้นดูเป็นคนดีอยู่นะ แต่ดูท่าจะกลัวเจ้าซอนดาร์กพอสมควร" คำกล่าวของเขาเรียกความสนใจให้นักฆ่าสาวต้องหันไปมองครู่เดียว ก่อนจะหันกลับมาทานอาหารบนโต๊ะต่อพร้อมกับพูดออกมา

          "คนนั้นคือคริส นักผจญภัยระดับเงิน เป็นผู้ติดตามของซอนดาร์กน่ะ"

          "งั้นเหรอ..."

           คำอธิบายของคานาโกะดังขึ้นเมื่อรู้ว่าคนที่เอิร์ธเจาะจงเป็นใคร ชายหนุ่มตอบรับเสียงเบาก่อนจะยักไหล่ไม่สนใจหันกลับมาทานอาหารบนโต๊ะต่อไป บางครั้งก็มักจะมีเสียงตะโกนโหวกเหวกของซอนดาร์ก และเสียงพูดคุยของผู้ติดตามเป็นระยะๆ ถึงกระนั้นทั้งสองก็ทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจนั่งทานอาหารพลางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสบายใจเฉิบ

          ทว่าทันใดนั้นเองเรื่องที่เอิร์ธไม่อยากให้เกิดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อผู้ติดตามชายร่างใหญ่สะพายขวานโตไว้บนแผ่นหลังได้ทำการแอบขัดขาของพนักงานคนหนึ่งที่กำลังถือถาดใส่แก้วน้ำอยู่ ส่งผลให้พนักงานคนนั้นสะดุดปลายเท้าของชายร่างโตล้มลงพร้อมกับถาดใส่แก้วน้ำในมือสาดใส่ร่างของซอนดาร์กเต็มๆ

          กาเดี้ยนหนุ่มผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดหรี่ตาลง "ไอเวรนั่น" เขาพึมพำออกมาเบาๆพลางมองไปที่ร่างของชายร่างโตที่กำลังลอบยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย ดูเหมือนสิ่งที่มันต้องการคงจะเป็นยั่วโมโหซอนดาร์กเป็นแน่

          "เห้ย!!! เจ้าบังอาจทำน้ำหกใส่ตัวข้างั้นรึ!!!" 

          ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆด้วย...

          ซอนดาร์กคำรามออกมาอย่างเดือดดาลพร้อมกับกระชากคอเสื้อของพนักงานคนนั้นขึ้นมา ส่งให้พนักงานคนนั้นถึงกับแข้งขาอ่อนแรงพูดอะไรไม่ออก "เจ้ารู้มั้ยว่าข้าเป็นใคร! ข้าซอนดาร์ก นักผจญภัยระดับทองขั้นสูงสุดเชียวนะโว้ย!" ซอนดาร์กแทบไม่ได้สนใจสีหน้าของพนักงานตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขายังคงตะคอกอัดหน้าคู่กรณีต่อไปด้วยความดุดัน ยิ่งสร้างความบันเทิงให้แก่ชายร่างโตได้เป็นอย่างดี

           "เอ่อ... ผ... ผม... ผม..." ทางด้านพนักงานผู้ถูกกระชากคอเสื้ออยู่นั้นก็พูดไม่ออกเมื่อถูกรังสีกดดันจากชายเกราะเงินจนท้องไส้ปั่นป่วน ซึ่งการกระทำนั้นยิ่งสร้างความไม่พอใจแก่ซอนดาร์กมากขึ้นไปอีก

           "แกอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาสิวะ!!!"

           "ใจเย็นๆก่อนน่าท่านซอนดาร์ก มันเป็นแค่อุบัติเหตุนะ"

           "อย่ามายุ่งน่าคริส! ไอเจ้าชั้นต่ำนี่มันบังอาจทำน้ำหกใส่ข้าเลยนะ!"

          ถึงแม้ว่าคริสจะพยายามห้ามปรามก็ตาม แต่ซอนดาร์กที่อยู่ในอารมณ์โทสะก็แทบจะไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย เขาตะโกนปัดคำพูดของคริสออกไป ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าของพนักงานในมือต่อด้วยความดุดัน 

          ส่วนพนักงานคนอื่นก็มีท่าทางกระวนกระวายไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ดี บางคนก็รีบวิ่งลงบันไดเพื่อไปแจ้งเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นให้แก่เจ้าของร้านได้รับรู้ แต่ในความรู้สึกของเอิร์ธแล้ว การกระทำของพวกเขามันออกจะช้าเกินไปหน่อยนะ อันที่จริงมันควรจะไปแจ้งเรื่องนี้ให้กับเจ้าของร้านตั้งแต่ซอนดาร์กมาเยือนร้านอาหารแล้ว

          "ไม่ตอบข้าแบบนี้ แปลว่าจะเอาใช่ไหม!!!"  ซอนดาร์กคำรามออกมาด้วยความเดือดดาลจนกาเดี้ยนหนุ่มยังรู้สึกแปลกใจว่าอีกฝ่ายไปโดนอะไรมาถึงได้ของขึ้นขนาดนี้ แต่แล้วทันใดนั้นเองซอนดาร์กก็ได้ง้างหมัดขึ้นเตรียมต่อยหน้าคู่กรณีเพื่อระบายความโกรธ

          การกระทำนั้นทำให้ชายหนุ่มถึงกับเบิกตากว้าง "อ้าว! ไอเวรนี่!" เขาสบถออกมาก่อนจะเด้งตัวขึ้นมายืน แล้วพุ่งร่างเข้าไปหาซอนดาร์กที่กำลังพุ่งหมัดเข้าใส่หน้าของพนักงานอยู่รอมร่อ พริบตาที่เข้ามาใกล้นั้นเอิร์ธก็ได้กระทืบเท้าลงพื้นเพื่อหยุดร่างของตน ส่งผลให้พื้นไม้ถูกเท้าของเขาแทงทะลุลากเป็นทางยาว

     ตึง!

          ในเสี้ยววินาทีก่อนที่หมัดของซอนดาร์กจะทันได้ประทับหน้าของพนักงานคนนั้น เอิร์ธก็ได้ยื่นมือของตนไปรับหมัดของชายอารมณ์ร้อนเอาไว้ได้ทัน พร้อมกับเสียงระเบิดของอากาศที่กระจายออกมาจากแรงปะทะจนเส้นผมของพนักงานหนุ่มคนนั้นถึงกับปลิวไสวไปตามแรงลม

          ทางด้านคานาโกะนั้นก็ต้องลอบถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ...

          เอิร์ธแสยะยิ้มขึ้น "เฮ้ๆ พี่ชาย เรื่องแค่นี้ค่อยๆคุยกันก็ได้นี่นา" เขากล่าวออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ซอนดาร์กค่อยๆหันศรีษะมามองกาเดี้ยนหนุ่มด้วยแววตาอำมหิต

          "อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่องจะได้ไหมวะ?" ซอนดาร์กกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ พร้อมกับออร่าสีแดงเพลิงแผ่ออกมารอบกายของเขาอย่างรุนแรง สร้างแรงกดดันไปทั่วห้องอาหารชั้นนี้จนลูกค้าคนอื่นต่างพากันรีบจ่ายค่าอาหารแล้ววิ่งหนีลงบันไดไป

          พวกผู้ติดตามทั้งสามอย่างคริส ชายร่างโต และหญิงสาวร่างกายเพรียวบางเองก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจนขยับตัวไม่ได้เช่นเดียวกัน "แหม~ ไอผมเองก็ไม่อยากจะยุ่งหรอกนะ แต่การที่พวกเหนือมนุษย์แบบคุณจะมาทำร้ายคนธรรมดามันก็ไม่ถูกนะ" แต่ดูเหมือนจะมีเอิร์ธเพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันของอีกฝ่ายเลย เขายังคงกล่าวด้วยรอยยิ้มเช่นเดิมสร้างความไม่พอใจแก่ซอนดาร์กมากขึ้นไปอีก

         ขณะเดียวกันเอิร์ธก็ลอบกระชากคอเสื้อของพนักงานที่ถูกซอนดาร์กจับอยู่ให้ขาดออก ก่อนจะผลักร่างของพนักงานคนนั้นให้ถอยออกไป เพราะดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆแค่คุยกันเสียแล้ว

          "ข้าจะทำอะไรก็เรื่องของข้าสิวะ หรือว่าแกอยากจะเอา!?" ซอนดาร์กกล่าวออกมาพร้อมกับแผ่แรงกดดันใส่เอิร์ธไม่ยั้ง แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายนั้นไม่มีปฏิกิริยาตอบรับต่อแรงกดดันของเขาเลย แถมไม่พอหมัดของเขาที่ถูกรับด้วยฝ่ามือของอีกฝ่ายยังดึงกลับมาไม่ได้อีกด้วย

          ความรู้สึกแปลกใจพลันปรากฎขึ้นในห้วงความคิดของซอนดาร์ก "กรอด... ปล่อยข้านะ!" ชายอารมณ์ร้อนกัดฟันแน่นกล่าวเสียงรอดไรฟัน ขณะออกแรงดึงมือของตนกลับมา แต่มันก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ต่อให้เขาใช้มืออีกข้างช่วยดึงก็ยังไม่สามารถเอาหมัดของตนออกมาจากฝ่ามือของอีกฝ่ายได้เลย

         'นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!?' ความสงสัยพลันปรากฎขึ้นในห้วงความคิดของซอนดาร์ก เขาได้รับสมญานามว่าเป็นนักผจญภัยที่แข็งแกร่งเทียบเท่าผู้กล้าเชียวนะ! ในโลกนี้ต้องไม่มีมนุษย์คนไหนแข็งแกร่งเหนือกว่าเขาแล้ว นอกจากพวกผู้กล้าแล้วสิ แต่ทำไมเจ้าผู้ชายสวมชุดประหลาดตรงหน้ากลับสามารถรั้งแรงดึงอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังมหาศาลของเขาได้!

          ซอนดาร์กพยายามดึงแขนข้างที่ถูกจับเอาไว้จนหน้าดำหน้าแดง "โอ๊ะ! โทษทีนะ จะปล่อยเดี๋ยวนี้แหละ" เอิร์ธที่รั้งแรงดึงของชายสวมเกราะเงินได้สบายๆก็เลิกล้อเล่น ก่อนจะปล่อยมือที่กำลังกุมหมัดของซอนดาร์กออก แต่เพราะซอนดาร์กกำลังออกแรงดึงหมัดกลับมานั้นจึงส่งผลทำให้ร่างของเขาเซไปข้างหลังหลายก้าวเลยทีเดียว

     ตึง!

          ร่างของซอนดาร์กเซไปชนเข้ากับโต๊ะอาหารโต๊ะหนึ่งจึงสามารถทรงตัวไว้ได้ "ก... แก... บังอาจนักนะ!" ซอนดาร์กขบเคี้ยวฟันด้วยความอาฆาตพร้อมกับระเบิดพลังเวทในกายออกมาเป็นออร่าสีแดง พัดเอาโต๊ะอาหารโดยรอบให้ปลิวออกไป

          "อย่าอยู่เลยแก!!!" 

          ซอนดาร์กระเบิดความโกรธออกมาก่อนจะชักดาบสีแดงฉานออกมาจากฝัก ใบดาบปรากฎเปลวไฟแผ่ออกมา พร้อมกับพุ่งร่างเข้าหาเอิร์ธอย่างรวดเร็ว ดาบในมือง้างสูงขึ้นเหนือหัวเตรียมฟาดฟันผู้ที่บังอาจมาลบหลู่ตนให้ดับสิ้นไป

          ทุกผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างคิดว่าชีวิตของบุรุษหนุ่มในเสื้อผ้าแปลกประหลาดต้องสิ้นชีพเป็นแน่ ยกเว้นคานาโกะคนเดียวที่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อตนคาดการณ์ได้แล้วว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นเช่นไร ทันใดนั้นเอิร์ธก็ได้ทำสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดนั่นก็คือการยกนิ้วชี้ขึ้นมารับคมดาบอันเต็มไปด้วยเปลวไฟความร้อนสูงได้สบายๆ

     เคร้ง!

           "อะไรกัน!?" ซอนดาร์กถึงกับร้องออกมาอย่างเหลือเชื่อ นอกจากเขาแล้วคนอื่นๆเองก็อ้าปากค้างไม่ต่างกัน เมื่อคมดาบเปลวไฟความร้อนสูงเกินพันองศาของนักผจญภัยระดับทองขั้นสูงสุดกลับถูกหยุดด้วยนิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวของบุรุษปริศนาสวมชุดแปลกประหลาดคนนี้!

          เอิร์ธขมวดคิ้วมุ่น "พี่ชายครับ... ชักดาบในร้านอาหารมันไม่ดีนา..." คำพูดติดตลกที่ดังออกมาจากปากของชายหนุ่มนั้นแทบไม่เข้าหูของใครเลย ทางด้านซอนดาร์กนั้นก็เบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อก่อนจะรีบตั้งสติชักดาบกลับมาอย่างรวดเร็ว

          "ก... แกเป็นตัวอะไรกันแน่วะ!?" ซอนดาร์กคำรามออกมาพร้อมกับฟาดฟันดาบไฟในมือใส่เอิร์ธไม่ยั้ง แต่ทุกการฟาดฟันมันก็จะถูกหยุดด้วยนิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวของกาเดี้ยนหนุ่มทุกครั้ง

          "ก็เป็นคนน่ะสิถามได้ แต่เล่นไฟในสถานที่แบบนี้ เดี๋ยวไฟก็ไหม้หรอก" เอิร์ธยกมืออีกข้างขึ้นมาเกาศรีษะพลางตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเนือยๆ คำพูดนั้นส่งผลทำให้ซอนดาร์กถึงกับเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาบนหน้าผากเลยทีเดียว

          "หนอยแน่แก... เจ้าสัตว์ประหลาด!!!" ซอนดาร์กแหกปากร้องก่อนจะกระโดดถอยออกไป เขาทำการยกดาบไฟขึ้นเหนือหัวในท่าเตรียมฟาดฟัน พร้อมกับออร่าสีแดงของเจ้าตัวที่แผ่ออกมาเข้าไปรวมอยู่ในใบดาบ ส่งผลให้เปลวไฟยิ่งโหมกระหน่ำมากขึ้นไปอีก

          เอิร์ธถึงกับหน้าเหวอทันที "เห้ย! เอาจริงเหรอ!?" ชายหนุ่มร้องออกมาพลางกวาดสายตามองไปรอบข้าง ถ้าหากเขาปล่อยให้การโจมตีนั้นถูกปลดปล่อยออกไปล่ะก็ ชั้นนี้ทั้งชั้นคงได้แหลกกระจายไปพร้อมกับชีวิตของพนักงาน และผู้ติดตามของซอนดาร์กเป็นแน่

          ส่วนทางด้านคานาโกะน่ะเหรอ? ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เพราะหล่อนกำลังเตรียมตัวกระโดดหนีออกนอกหน้าต่างอยู่แล้วน่ะสิ!

          "เห้ย! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! นายจะฆ่าทุกคนเลยรีไง!?" เอิร์ธรีบตะโกนร้องห้ามปรามอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนซอนดาร์กแทบจะไม่สนใจเเลยแม้แต่น้อย ให้ตายสิ... แค่จะมาหยุดคนอารมณ์ร้อนเท่านั้นเอง ทำไมเรื่องมันถึงได้บานปลายขนาดนี้กันแน่นะ?

           สุดท้ายเอิร์ธก็ไม่มีทางเลือกนอกจากหยุดอีกฝ่ายด้วยกำลัง พริบตานั้นกาเดี้ยนหนุ่มก็ได้พุ่งเข้าไปประชิดร่างของซอนดาร์กจนอีกฝ่ายถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ก่อนที่หมัดข้างซ้ายของเขาจะพุ่งอัดเข้าลิ้นปี่ของซอนดาร์กเข้าอย่างจัง

           หมัดนี้ส่งผลให้ผู้เป็นนักผจญภัยสีทองขั้นสูงสุดถึงกับสลบเหมือดไปในทีเดียว เมื่อเจ้าของสิ้นสติไปแล้ว พลังเวทที่รวมอยู่ในตัวดาบก็สลายหายไป เหลือเอาไว้แค่ใบดาบสีแดงเปล่าๆไร้เปลวไฟ ด้วยความที่ว่าซอนดาร์กนั้นสวมชุดเกราะอยู่ และการที่เอิร์ธต่อยใส่จนเกราะยุบเข้าไปมันอาจจะทำให้ผู้สวมใส่ช้ำในตายก็เป็นได้ ดังนั้นกาเดี้ยนหนุ่มจึงทำการออกแรงฉีกกระชากชุดเกราะของซอนดาร์กให้หลุดออกมา ก่อนจะปล่อยให้ร่างไร้สติของชายอารมณ์ร้อนล้มลงไปนอนบนพื้น

          "ฟู่ว..." เอิร์ธพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หากเมื่อครู่นี้ดาบที่กักเก็บพลังเวทเอาไว้เกิดการระเบิดแทนที่จะสลายไปแทนล่ะจะเกิดอะไรขึ้นกันนะ? แต่เขาเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากจะต้องทำแบบนี้เท่านั้น 

          กาเดี้ยนหนุ่มก้มลงไปพลิกร่างของซอนดาร์กให้หงายขึ้นมา ก่อนจะหยิบดาบสีเพลิงบนพื้นขึ้นมาเสียบกลับเข้าฝักเจ้าของเช่นเดิม แล้วแบกร่างของซอนดาร์กขึ้นมาพาดบ่า ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนบนชั้นนี้

          เอิร์ธพาร่างหมดสติของซอนดาร์กไปวางกองไว้ตรงหน้าคริส ก่อนจะเดินออกมาโดยไม่สนใจสายตาของแต่ละคนที่มองมาอย่างตกตะลึงปนยำเกรงเลย "นี่เธอกินจนหมดเลยเหรอ?" ชายหนุ่มเดินกลับมาที่โต๊ะอาหารของตนก็พบว่าอาหารทุกอย่างบนโต๊ะนั้นหายไปหมดแล้ว เหลือทิ้งไว้แต่จานเปล่ากองพะเนินเอาไว้เท่านั้น ซึ่งเจ้าของผลงานก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากหญิงสาวผมแดงที่กำลังเช็ดปากด้วยผ้าเช็ดมืออยู่

          คานาโกะปรายตามองก่อนจะพูด "ช่วยไม่ได้ นายมาช้าเองนี่นา ชั้นก็เลยต้องจัดการกินให้หมดก่อนที่มันจะเย็นซะก่อน" เธอกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ เอิร์ธได้ยินดังนั้นจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางยักไหล่ไม่ถือสา

          "เฮ้อ... เอาเถอะ ตอนนี้ก็ไม่อยากจะกินอะไรเพิ่มแล้วล่ะ"

          "อืม... ถ้างั้นก็... เก็บเงินค่ะ"

          ชายหนุ่มกล่าวแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบเล็กน้อย หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงตัดสินใจเรียกให้พนักงานมาคิดเงินค่าอาหาร พนักงานแต่ละคนอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อถูกเรียกอีกครั้งพนักงานหนุ่มใจกล้าคนเดิมก็ได้เดินไปยังที่โต๊ะของทั้งสองเพื่อคิดเงิน

          "ท... ทั้งหมด... 6 เหรียญทอง 60 เหรียญเงิน 12 ทองแดงครับ" 

          พนักงานหนุ่มบอกค่าอาหารด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก คานาโกะหยิบถุงเงินออกมาจากกระเป๋าข้างเอวก่อนจะหยิบจำนวนเงินตามที่พนักงานบอกมาวางไว้บนโต๊ะ "ไปกันเถอะ" นักฆ่าสาวเอ่ยปากชวนพลางยันตัวลุกขึ้นเดินไปที่บันไดทางลง กาเดี้ยนหนุ่มจัดการซดน้ำเปล่าให้หมดแก้วก่อนแล้วค่อยเดินตามไปทีหลัง ทิ้งกลุ่มนักผจญภัยของซอนดาร์กเอาไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้พวกเขาชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกันเอาเอง






_________________________________________________________________________________________

     มาต่อเรื่อยๆแล้วครับ พยายามเขียนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าความเร็วในการเขียนลดลงยังไงไม่รู้ =3= หวังว่าจะสนุกถูกใจนักอ่านทุกคนนะครับ สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมฝากคอมเม้นเอาไว้ด้วยน้า ผมจะได้มีแรงเขียนต่อ~

1 คอมเม้น = 1 กำลังใจน้า~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

282 ความคิดเห็น

  1. #255 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 06:25
    ซอยดาก?(><)เย้ย!!...ซอนกาก?(><)เย้ยย...ซอนดาร์ก...? เย้ยย!!..ถูกแล้ว!!!~~~
    #255
    0
  2. #152 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 21:25
    ความเก่งนี้ท่าได้แต่ใดมา หยุดดาบด้วยนิ้ว อยากทำได้ด้วยเว้ย
    #152
    0
  3. #38 Angles Of Love (@nawarat5500) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 23:03
    เพลง one punch ลอยเข้ามาในหัวเลย
    #38
    0
  4. #37 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:12
    นี่มันโชว์ตบเกรียนชัดๆ เหมือนพวกเทพทรูเกรียนโดน GM ตบปลิวยังไงยังงั้นเลย คานาโกะนี่ก็มีโมเม้นกับเอิร์ธบ่อยอยุ่นะ มีแววจะได้เป็นนางเอก... แต่มัน NTR แฟนคานาโกะเนี่ยสิ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 เมษายน 2560 / 00:14
    #37
    0
  5. #36 Mr_EarthQuake (@Mr_EarthQuake) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 21:27
    เชรดดด พระเอกตรูโชว์เทพละ
    #36
    0
  6. #35 Ooszaza (@Ooszaza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 21:24
    อยากให้คาเนโกะเป็นนางเอกจัง
    #35
    0